ประวัติวันตรุษจีน หรือวันปีใหม่จีน

1.jpg

ประวัติวันตรุษจีน

 

มนุษย์ทุกชนชาติในโลกใบนี้ ล้วนให้ความสำคัญกับวันต่างๆ ในแต่ละรอบปี อาทิ วันขึ้นปีใหม่ที่เป็นสากลทั่วโลก ได้แก่วันที่ 1 มกราคมของทุกปี วันขึ้นปีใหม่ของชาวไทยก็คือ วันมหาสงกรานต์ แต่สำหรับคนเชื้อสายจีนนั้นวันขึ้นปีใหม่ของจีนคือวันตรุษจีนหรือช่วงเทศกาล ตรุษจีนซึ่งจะตรงกับวันที่ 1 เดือน 1 ของจีนตามวันทางจันทรคติถือเป็นวันเริ่มต้นปีใหม่ของปี และเป็นวันแรกของฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งจีนจะแบ่งเวลา 1 ปี เป็น 4 ฤดู คือ  ชุง แห่  ชิว  ตัง

 

เนื่องจากประเทศจีนเป็นประเทศเกษตรกรรมมาแต่โบราณ เมื่อหมดหน้าหนาวที่ทำการเพาะปลูกไม่ได้ มาเข้าฤดูใบไม้ผลิที่อากาศดี จะได้เริ่มต้นทำนาทำสวน จึงมีการบวงสรวงต่อเทพยดา เซ่นไหว้บรรพบุรุษ อธิษฐานให้ได้พืชผลอุดมสมบูรณ์ ให้กิจการงานก้าวหน้า ตรงนี้น่าจะเป็นที่มาของตำนานการไหว้เจ้าในวันตรุษจีน ที่เรียกว่า “ง่วงตั้งโจ่ย” แต่เนื่องจากธรรมเนียมการไหว้วันตรุษจีนจะต่อเนื่องกันมาจากวันไหว้สิ้นปี และมีธรรมเนียมการทำความสะอาดบ้านก่อนหน้าอีกด้วย จึงขออธิบายเป็นเรื่องสืบเนื่องต่อกันว่า ฤดูวันทางจีนจะเป็นแบบจันทรคติ บางเดือนมี  29 วัน เรียกว่าเดือนสั้น หรือบางเดือนมี  30 วัน เรียกว่าเดือนยาวทำให้เดือน 12 ของแต่ละปี  บางครั้งก็มี 29 วัน บางปีก็มี  30 วัน

 

เทศกาลวันตรุษจีน

 

เมื่อใกล้ช่วงสิ้นปี คนไทยอาจไม่มีความต่างจากวันอื่นมากนัก แต่สำหรับคนจีน พอใกล้ๆ จะสิ้นปี จะนิยมทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่ เรียกว่า ล้างบ้าน พานหยากไย่กันแทบทุกซอกมุม ครั้งพอถึงช่วงเทศกาล จะมีการหยุดงาน หยุดกิจการค้า เพื่อทำพิธีไหว้เจ้าที่ ต้องไหว้ 2 วันซ้อน ซึ่งมีไหว้กลางดึกด้วย นอกจากนี้ก็จะได้ใช้เวลาในช่วงนี้ไปเยี่ยมคารวะผู้ใหญ่ญาติมิตรที่เคารพนับถือ และเที่ยวพักผ่อน จึงมีสำนวนของวันตรุษจีน ว่า “วันจ่าย วันไหว้ วันถือ”

 

 

วันจ่าย หรือ ตื่อเส็ก ตรงกับวันก่อนวันตรุษจีน 2 วัน ใครจะต้องซื้อหาเตรียมของอะไรแล้วยังไม่เรียบร้อย ก็ให้ทำให้เสร็จในวันจ่ายก่อนที่ร้านค้าจะหยุดยาว

 

วันไหว้ การไหว้ในวันสิ้นปี
>> ตอนเช้า  ไหว้ไป๊เล่าเอี๊ย หรือเทพเจ้าต่างๆ
>> ตอนสาย ไหว้ไป๊เป้บ๊อ หรือไหว้บรรพบุรุษ ผู้ล่วงลับ
~ จากนั้นญาติพี่น้อง ลูกหลานจะรับประทาทนอาหารร่วมกัน และแลกเปลี่ยนอั่งเป่า
>> ตอนบ่าย ไหว้ไป๊ฮ้อเฮียตี๋  หรือผีไม่มีญาติ
>> ช่วงกลางดึกของ วันไหว้ เวลา 23.00 น. – 00.59 น.เป็นช่วงเวลาที่นิยมสุด แต่ต้องดูเรื่องของปีเกิดของผู้ร่วมพิธีประกอบด้วย ทำให้ฤกษ์ไหว้ไฉ่ซิงเอี๊ยหรือเทพเจ้าแห่งโชคลาภ ช่วงเวลาที่ดีในการไหว้เทพเจ้าแห่งโชคลาภแตกต่างกันบ้าง
>> นอกจากนั้นถ้าปีนั้น ผู้ไหว้เป็นปีชง  ก็จะไหว้องค์ไท้ส่วย เพื่อฝากคุ้มครองดวงชะตาด้วย

 

วันถือและวันเที่ยว หรือวันรุ่งขึ้น คือวันตรุษจีน วันแรกของตามปฎิทินจีน โดยวันนี้ ก็มักจะเรียกกันว่าเป็นวันเที่ยวและวันถือด้วย เพราะชาวจีนจะถือปฏิบัติตามธรรมเนียมโบราณ เรียกว่า ไป๊เจีย คือ การไปไหว้ขอพรและอวยพรญาติผู้ใหญ่และผู้ที่เคารพรัก โดยนำส้มสีทองไปมอบให้ เหตุที่ให้ส้มก็เพราะออกเสียงภาษาจีนแต้จิ๋วว่า "กา" ซึ่งไปพ้องกับคำว่าทอง เพราะฉะนั้นการให้ส้มจึงเหมือนนำโชคดีไปให้ จะมอบส้มจำนวน 4 ผล ห่อด้วยผ้าเช็ดหน้าของผู้ชาย และยังถือกันว่าในวันนี้ทุกคนจะพูดและทำแต่สิ่งที่เป็นมงคล เช่น ไม่มีการพูดว่ากัน แต่จะกล่าวคำอวยพร “ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้” แปลเป็นไทย คือ "ขอให้โชคดีปีใหม่" นั่นเอง การถืออื่นๆ ที่นิยมว่าถือกัน เช่น ห้ามจับไม้กวาด หรือห้ามกวาดบ้าน เพราะอาจเป็นการกวาดสิ่งดีๆ ในบ้านออกไป แล้วกวาดสิ่งไม่ดีเข้ามา วันถือนี้บางคนก็เรียกวันเที่ยว ซึ่งคงมาจากธรรมเนียมการออกไปเที่ยวพักผ่อนกันทั้งครอบครัวในวันตรุษจีน

 

อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่เราเป็นชาวพุทธ ในเช้าของวันตรุษจีน เราก็ควรทำบุญตักบาตรกัน แล้วช่วงสายก็เข้าวัดทำบุญถวายสังฆทาน และปฏิบัติธรรมกันทั้งครอบครัว เพื่ออุทิศส่วนบุญ ส่วนกุสลให้แก่บรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้ว ช่วงเย็นก็ไปปล่อยสัตว์ ให้ชีวิตสัตว์เป็นทาน เพราะผู้ให้ชีวิต ย่อมได้ชีวิต เราจะได้มีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บมาเบียดเบียน มีอายุขัยยืนยาว ได้สร้างบารมีกับพระพุทธศาสนาไปนานๆ และทั้งหมดนี้คือ กิจกรรมที่ถือปฏิบัติกันในวันตรุษจีน

2.jpg

คำอวยพรวันตรุษจีน

 

คำอวยพรวันตรุษจีน : ว่านซื่อหยูอี้  万事如意 คำแปล : สมความปรารถนา
คำอวยพรวันตรุษจีน : กงสี่ฟาไฉ 恭喜发财 คำแปล : ขอให้ร่ำรวย
คำอวยพรวันตรุษจีน : จี๋เสียงหยูอี้ 吉祥如意 คำแปล : สมปรารถนา
คำอวยพรวันตรุษจีน : เห่ายวิ่นเหนียนเหนียน 好运年年 คำแปล : โชคดีตลอดไป
คำอวยพรวันตรุษจีน : อี้ฝันฟงซุ่น 一帆风顺 คำแปล : ทุกอย่างราบรื่น
คำอวยพรวันตรุษจีน : ไฉเหยียนกว่างจิ้น 财源广进 คำแปล : เงินทองไหลมา
คำอวยพรวันตรุษจีน : เจาไฉ่จิ้นเป่า 招财进宝 คำแปล : เงินทองไหลมา
คำอวยพรวันตรุษจีน : เหนียนเหนียนโหย่วหยวี๋ 年年有余 คำแปล : เหลือกินเหลือใช้
คำอวยพรวันตรุษจีน : ซื่อซื่อซุ่นลี่ 事事顺利 คำแปล : ทุกเรื่องราบรื่น
คำอวยพรวันตรุษจีน : จินยวี้หม่านถัง 金玉满堂 คำแปล : ร่ำรวยเงินทอง
คำอวยพรวันตรุษจีน : อิ้เปิ่นว่านลี่ 一本万利 คำแปล : กำไรมากมาย
คำอวยพรวันตรุษจีน : ต้าจี๋ต้าลี่ 大吉大利 คำแปล : ค้าขายได้กำไร
คำอวยพรวันตรุษจีน : เหนียนเหนียนฟาไฉ 年年发财 คำแปล : ร่ำรวยตลอดไป
คำอวยพรวันตรุษจีน : หลงหม่าจินเสิน 龙马精神 คำแปล : สุขภาพแข็งแรง

 

3.jpg

 

วันตรุษจีนนั้นคล้ายคลึงกับวันปีใหม่ในประเทศทางตะวันตก ร่องรอยของประเพณีและพิธีกรรมความเป็นมาของการฉลองตรุษจีน นั้นมีมานานกว่าศตวรรษ จริงๆ แล้วนานมาก จนไม่สามารถย้อนกลับไปดูว่าเริ่มต้นฉลองมาตั้งแต่เมื่อไร เป็นที่รู้จักและจำได้ทั่วไปว่าเป็นการฉลองเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ และการฉลองเป็นเวลานานถึง 15 วัน การเตรียมงานฉลองส่วนใหญ่จะเริ่มหนึ่งเดือนก่อนวันตรุษจีน เมื่อผู้คนเริ่มซื้อของขวัญ, สิ่งต่างๆ เพื่อประดับบ้านเรือน, อาหารและเสื้อผ้า การทำความสะอาดครั้งใหญ่ก็เริ่มขึ้นในวันก่อนตรุษจีน บ้านเรือนจะถูกทำความสะอาดตั้งแต่บนลงล่าง หน้าบ้านยันท้ายบ้าน ซึ่งหมายถึงการกวาดเอาโชคร้ายออกไป ประตูหน้าต่างมีการขัดสีฉวีวรรณทาสีใหม่ซึ่งสีแดงเป็นสีนิยม ประตูหน้าต่างจะถูกประดับประดาด้วยกระดาษที่มีคำอวยพร อย่างเช่น อยู่ดีมีสุข ร่ำรวย และอายุยืน เป็นต้น

 

วันก่อนวันตรุษจีนนั้นเป็นวันแห่งการการรอคอย จะว่าไปถือเป็นวันที่น่าตื่นเต้นมากที่สุดในบรรดาการฉลองทั้งหมดเห็นจะได้ ประเพณีและพิธีกรรมต่างๆ นั้นผูกไว้กับทุกสิ่งทุกอย่าง ตั้งแต่ อาหาร ไปจนถึงเสื้อผ้า อาหารค่ำนั้นประกอบด้วยอาหารทะเล และอาหารนึ่ง เช่น ขนมจีบ ซึ่งแต่ละอย่างจะมีความหมายต่างๆ กัน อาหารอันโอชะ อย่างเช่น กุ้งจะหมายถึงชีวิตที่รุ่งเรืองและความสุข เป๋าฮื้อแห้งหมายถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่ดี สลัดปลาสดจะนำมาซึ่งโชคดี จี้ไช่ สาร่ายดูคล้ายผมแต่กินได้จะนำความความร่ำรวยมาให้ และขนมต้ม หมายถึงบรรพชนอวยพร และเป็นธรรมดาเสื้อผ้าที่ใส่สีแดงถือเป็นสีที่เป็นมงคลเป็นการไล่ปีศาจร้ายให้ออกไป และการใส่สีดำหรือขาวเป็นสิ่งต้องห้าม ซึ่งสีเหล่านี้ถือว่าเป็นสีแห่งการไว้ทุกข์ หลังจากอาหารค่ำทุกคนในครอบครัวนั่งกันจนเช้าเพื่อรอวันใหม่โดยการเล่นเกม เล่นไพ่ หรือดูรายการทีวีที่เกี่ยวกับวันตรุษจีน และในวันนี้จะต้องไม่โกรธริษยา หรือไม่พอใจ เพื่อเป็นสิริมงคลที่ดีสำหรับปีที่กำลังจะมาถึง

 

 

คำว่า อั่งเปา และ แต๊ะเอีย มีที่มาอย่างไร

 

อั่งเปา  หมายถึง ห่อสีแดง โดย คำว่า "อั่ง" แปลว่า สีแดง ส่วนคำว่า "เปา" แปลว่า ซอง ห่อ ในอดีตใช้ผ้าห่อสีแดง ใส่ของมงคลมอบให้แก่กัน เช่น ส้ม กำไลหยกและเงิน เป็นต้น ในปัจจุบันใช้แทนซองสีแดงหรือสีชมพูใส่เงินที่ผู้ใหญ่มอบให้ลูกหลาน

 

แต๊ะเอีย  หมายถึง ของที่มากดทับหรือผูกที่เอว โดยคำว่า "แต๊ะ" แปลว่า ทับ กดหรือผูก ส่วน "เอีย" แปลว่า เอว ในสมัยก่อน ชาวจีนมักจะนำเชือกสีแดง ร้อยด้วยเหรียญเงินเป็นพวงๆ นำมาผูกที่เอวเด็กในวันตรุษจีน เป็นการมอบเหรียญเงินให้แก่เด็ก และเนื่องจากเหรียญเงินเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง ทำให้ทราบว่าเด็กวิ่งเล่นอยู่บริเวณใด ป้องกันการตกน้ำได้ด้วย

 

เมื่อถึงวันตรุษจีน ประเพณีตั้งแต่โบราณมาเรียกว่า อั่งเปา  ซึ่งหมายถึง กระเป๋าแดงเป็นการที่คู่แต่งงานให้เงินเด็กๆ และผู้ใหญ่ที่ยังไม่ได้แต่งงานในซองสีแดง หลังจากนั้นทุกคนในครอบครัว ต่างออกมาเพื่อกล่าวสวัสดีปีใหม่ เริ่มจากญาติๆ แล้วต่อด้วยเพื่อนบ้าน ซึ่งคงคล้ายกับการที่ชาวตะวันตกพูดว่า "Let bygones be bygones" หรืออะไรที่ผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป ในวันตรุษนี้ อารมณ์โมโหโกรธาจะถูกลืมและไม่สนใจ การฉลองวันตรุษจีนสิ้นสุดลงในงานโคมไฟ ซึ่งฉลองโดยการร้องเพลง เต้นรำ และงานแสดงโคมไฟ ถึงแม้ว่าการฉลองวันตรุษจีน จะมีแตกต่างกันออกไปแต่สิ่งที่เหมือนกัน คือ การอวยพร ความสงบ และความสุขให้กับคนในครอบครัวและเพื่อนทุกคน

 

ของไหว้ตรุษจีน ไหว้เจ้าที่ มีอะไรบ้าง

 

"ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้" ประโยคคุ้นหูที่เรามักได้ยินในช่วง "เทศกาลตรุษจีน" วันสำคัญของพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีน ที่เป็นเสมือนวันขึ้นปีใหม่ของจีนนั่นเอง ซึ่งในวันก่อนวันตรุษจีน หรือวันก่อนขึ้นปีใหม่ 1 วัน มีพิธีกรรมเซ่นไหว้บรรพบุรุษผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ด้วยอาหารคาวหวานนานับชนิด ว่าแต่ของไหว้ตรุษจีนมีอะไรบ้างล่ะ ใครกำลังอยากรู้ว่า จัดของไหว้ตรุษจีน ต้องใช้อะไรบ้าง

สำหรับในวันตรุษจีนนั้น จะมีการเตรียมของไหว้อย่างพิถีพิถัน แบ่งเป็นเนื้อสัตว์ ผลไม้ ขนมหวาน กับข้าวคาว กับข้าวเจ อย่างละ 3 หรือ 5 ชนิด พร้อมสุรา น้ำชา ข้าวสวย และกระดาษเงินกระดาษทองประเภทต่าง ๆ โดยจะจัดเรียงตามลำดับความสำคัญตามชนิดของอาหาร ซึ่งจะมีเสียงเรียกพ้องกับเสียงของคำมงคล และผลไม้ที่ขาดไม่ได้บนโต๊ะไหว้ก็คือ ส้มมหามงคลสีทอง ที่ชาวจีนเรียกว่าส้มไต่กิก เพราะมีความหมายหมายถึงความสวัสดีมงคลอย่างยิ่ง

ทั้งนี้ "วันไหว้" จะทำกันในวันสิ้นปี ซึ่งปกติมีการไหว้ 3-4 ชุด เริ่มจาก "ไหว้เจ้าที่" ในช่วงเช้าด้วยชุดซาแซ คือ หมู เป็ด ไก่ ที่อาจเปลี่ยนเป็นไข่ย้อมสีแดงได้ ขนมเทียน และขนมถ้วยฟู หรือขนมอื่นๆ ผลไม้ไหว้มีส้มสีทอง องุ่น แอปเปิ้ล พร้อมกับกระดาษเงิน กระดาษทอง ต่อด้วยช่วงสายๆ ไม่เกินเที่ยง "ไหว้บรรพบุรุษ" เครื่องไหว้จะประกอบด้วยชุดซาแซ อาหารคาวหวาน ส่วนมากก็ทำตามที่ผู้ล่วงลับไปแล้วชอบ เต็มที่จะมี 10 อย่าง นิยมว่าต้องมี น้ำแกง เพื่ออวยพรให้ชีวิตราบรื่น และกับข้าวเลือกที่มีความหมายมงคล ส่วนขนมไหว้บรรพบุรษต่างๆ ก็มีความหมายมงคลเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม หลังจากไหว้บรรพบุรษแล้ว ช่วงเที่ยงหรือบ่ายก็จะไหว้ผีไม่มีญาติ จากนั้นก็เป็นช่วงกลางดึกของคืนวันสิ้นปีย่างเข้าตรุษจีน ที่จะมีการไหว้ไฉ่ซิงเอี๊ย หรือเทพเจ้าแห่งโชคลาภ โดยให้หันโต๊ะไหว้ไปทางทิศใดนั้นจะเปลี่ยนไปในแต่ละปี ทั้งนี้ชาวจีนจะเตรียมจัดของไหว้เทพเจ้าแห่งโชคลาภอย่างพิถีพิถัน เพราะในช่วงเวลาที่กำลังจะเข้าวันตรุษจีน โลกกำลังหมุนไปทางทิศนี้ แล้วเมื่อย่างเข้าวันปีใหม่จีนหรือวันตรุษจีน ก็ยังนิยมไปไหว้ขอพรและอวยพรจากญาติผู้ใหญ่ โดยจะนำส้มสีทองจำนวน 4 ใบ ไปมอบให้ด้วยเสมือนนำโชคดีไปให้ เพราะเสียงไปพ้องกับคำว่าทองในภาษาจีนแต้จิ๋ว

 

ของไหว้ตรุษจีน

4.jpg

ทั้งนี้ สำหรับความหมายของ "ของไหว้วันตรุษจีน" ได้แก่...

 

ความหมายของผลไม้ไหว้วันตรุษจีน

 

- กล้วย หมายถึง กวักโชคลาภเข้ามา และขอให้มีลูกหลานเต็มบ้านเต็มเมือง

- แอปเปิ้ล หมายถึง ความสันติสุข สันติภาพ

- สาลี่ หมายถึง โชคลาภมาถึง (ควรระวังไม่นิยมไหว้บรรพบุรุษและวิญญาณไร้ญาติ)

- ส้มสีทอง หมายถึง ความสวัสดีมหามงคล

- องุ่น หมายถึง ความเพิ่มพูน

- สับปะรด คำจีนเรียกว่า "อั้งไล้" แปลว่า มีโชคมาหา

 

ความหมายของอาหารไหว้วันตรุษจีน

 

- ไก่ หมายถึง ความสง่างาม ยศ และความขยันขันแข็ง ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ต้องเป็นไก่เต็มตัว หมายถึง มีหัว ตัว ขา ปีก มีความหมายถึง ความสมบูรณ์

- เป็ด หมายถึง สิ่งบริสุทธิ์ ความสะอาด ความสามารถอันหลากหลาย

- ปลา หมายถึง เหลือกินเหลือใช้ อุดมสมบูรณ์

- หมู หมายถึง ความอุดมสมบูรณ์ มีกินมีใช้

- ปลาหมึก หมายถึง เหลือกิน เหลือใช้ (เหมือนปลา)

- บะหมี่ยาวหรือหมี่ซั่ว หรือ ฉางโซ่วเมี่ยน ตามชื่อหมายถึง อายุยืนยาว

- เม็ดบัว หมายถึง การมีบุตรชายจำนวนมาก

- ถั่วตัด หมายถึง แท่งเงิน

- สาหร่ายทะเลสีดำ หมายถึง ความมั่งคั่งร่ำรวย

- หน่อไม้ หมายถึง การอวยพรให้ร่ำรวยผาสุก

สิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยง คือ เต้าหู้ขาว เนื่องจากสีขาว คือ สีสำหรับงานโศกเศร้า

 

 

ความหมายของขนมไหว้วันตรุษจีน

 

- ขนมเข่ง คือ ความหวานชื่น ราบรื่นในชีวิต ขนมเข่งที่ใส่ในชะลอม หมายถึง ความหวานชื่นอันสมบูรณ์

- ขนมเทียน คือ เป็นขนมที่ปรับปรุงขึ้นจากชาวจีนโพ้นแผ่นดินดัดแปลงมาจากขนมท้องถิ่นของไทย จากขนมใส่ไส้เปลี่ยนจากแป้งข้าวเจ้าผสมกะทิมาเป็นแป้งข้าวเหนียวแทน มีความหมายหวานชื่น ราบรื่น รูปลักษณ์เป็นกรวยแหลมมีลักษณะเป็นมงคลเหมือนเจดีย์

- ขนมไข่ คือ ความเจริญเติบโต

- ขนมถ้วยฟู คือ ความเพิ่มพูนรุ่งเรือง เฟื่องฟู

- ขนมสาลี่ คือ รุ่งเรือง เฟื่องฟู

- ซาลาเปา หรือ หมั่นโถว คือ ไหว้เพื่อให้เปาไช้ แปลว่าห่อโชค โดย หมั่นโถว มีแบบที่ทำจากหัวมัน เนื้อออกสีเหลือง และแบบไม่ผสมมัน เนื้อออกสีขาว นิยมทำให้แตกเหมือนดอกไม้บาน ถ้าลูกเล็กจะแต้มจุดแดง ลูกใหญ่จะปั๊มตัวหนังสือสีแดง เขียนว่า ฮก แปลว่า โชคดี ส่วนถ้ามีไส้ เรียก "ซาลาเปา" นิยมไส้เต้าซา แป้งไม่ผสมมัน หน้าไม่แตก มีตัวหนังสือปั๊มว่า เฮง แปลว่าโชคดี

นอกจากนี้ยังมี ซิ่วท้อ เป็นซาลาเปาพิเศษ ทำเป็นรูปลูกท้อ ไส้เต้าซา เพราะถือว่าเป็นผลไม้สวรรค์ ใช้ในงานวันเกิด ใครได้กินอายุจะยืนยาว

- จันอับ (จั๋งอั๊บ) หมายถึง ปิ่นโต หมายถึงความหวานที่เพิ่มพูน มีความสุขตลอดไป ใช้ไหว้เจ้าได้ทุกประเภท ประกอบด้วยขนม 5 อย่าง คือ เต้ายิ้งปัง คือ ขนมถั่วตัด, มั่วปัง คือ ขนมงาตัด, ซกซา คือ ถั่วเคลือบน้ำตาล, กวยแฉะ คือ ฟักเชื่อม และโหงวจ๊งปัง คือ ขนมข้าวพอง

 

กระดาษเงินกระดาษทอง

 

นอกจากอาหารคาวหวานแล้ว ในการไหว้ตรุษจีนนั้น จะต้องมีการเตรียมกระดาษเงินกระดาษทอง สำหรับใช้ไหว้ด้วย เพราะคนจีนเชื่อกันว่า เมื่อตายไปแล้วจะไปยังอีกภพโลกหนึ่ง เรียกว่า "อิมกัง" ลูกหลานจึงต้องส่งเงินทองด้วยการเผากระดาษเงินกระดาษทองไปให้บรรพบุรุษได้ใช้ เพื่อแสดงความกตัญญู ซึ่งกระดาษเงินกระดาษทองก็ทั้งแบบที่ใช้ไหว้เจ้า และแบบที่ใช้ไหว้บรรพบุรุษ คือ

- กอจี๊ หรือ จี๊จุ้ย เป็นกระดาษเงินกระดาษทองชิ้นใหญ่ มีกระดาษแดงตัดเป็นลายตัวหนังสือว่า "เผ่งอัน" เป็นคำอวยพร แปลว่า โชคดี ใช้สำหรับไหว้เจ้าที่ ไหว้เทพยดาฟ้าดิน

- กิมจั้ว หรือ งึ้งจั๊ว หมายถึงกระดาษเงินกระดาษทอง เวลาจะไหว้จะทำเป็นชุด ก่อนไหว้ลูกหลานต้องนำมาพับเป็นรูปดอกไม้ ใช้ไหว้ได้ทุกอย่าง

- กิมเต้า หรือ งึ้งเต้า หรือถังเงินถังทอง ใช้ไหว้เจ้าที่ ไหว้เทพยดาฟ้าดิน

-  กิมเตี๊ยว คือ แท่งทอง ใช้ไหว้บรรพบุรุษ ไหว้คนตาย

-  ค้อซี คือ กระดาษทอง ก่อนใช้ให้พับเป็นรูปร่างก่อน เช่น พับเป็นเรือ เรียกว่า "เคี้ยวเท่าซี" เชื่อกันว่าการพับเรือจะได้มูลค่าสูงกว่าการพับอย่างอื่น ใช้ไหว้ได้ทุกอย่าง รวมทั้งไหว้คนตาย โดยเฉพาะพิธีทำกงเต๊ก ลูกหลานต้องพับค้อซีให้มากที่สุด

- อิมกังจัวยี่ คือ แบงก์กงเต๊ก

-  อ่วงแซจิ่ว ใช้เผาเป็นใบเบิกทางไปสวรรค์สำหรับผู้ตาย

-  เพ้า คือ ชุดของเทพเจ้า คล้ายกับที่คนไทยถวายผ้าห่มพระพุทธรูป มีการทำของเจ้าหลายองค์ เช่น ชุดของเจ้าแม่กวนอิม เจ้าแม่ทับทิม พระพุทธ

- ตั้วกิม เป็นกระดาษเงินกระดาษทองที่ญาติสนิทนำไปไหว้ผู้ตาย การเผากระดาษเงินกระดาษทองจะต้องทิ้งไว้สักพัก เพื่อให้ทุกคนได้เส้นไหว้เสร็จ ก็จะทำการ "เหี่ยม" หรือจบเหนือศีรษะ ระหว่างนี้ให้ทำการอธิษฐานขอพรไปด้วย แล้วจึงนำไปเผา เมื่อไฟมอดแล้วจึงไหว้ลา เป็นการเสร็จพิธี