วันนี้ในอดีต : 12 พฤษภาคม


ฟลอเรนซ์ ไนติงเกล.jpg

วันเกิด ฟลอเรนซ์ ไนติงเกล ผู้บุกเบิกการพยาบาลสมัยใหม่

วันเกิด ฟลอเรนซ์ ไนติงเกล (Florence Nightingale) สตรีชาวอังกฤษผู้บุกเบิกด้านการพยาบาลสมัยใหม่ เกิดในครอบครัวเศรษฐีชาวอังกฤษที่กรุงฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี ด้วยความศรัทธาต่อพระเจ้า ซึ่งเธอกล่าวว่าได้ยินเสียงจากพระองค์ให้เธอช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ในปี 2380 ซึ่งสมัยนั้นสังคมยังกำหนดบทบาทให้ผู้หญิงเป็นเพียงแม่บ้านและภรรยาเท่านั้น เธอปฏิเสธความเชื่อดังกล่าว เริ่มออกช่วยรักษาคนป่วยที่ยากจน ในปี 2389 เธอเดินทางไปศึกษาพยาบาลที่เมืองไคเซอร์เวิร์ธ (Kaiserswerth) ประเทศเยอรมนี และเริ่มอาชีพพยาบาลตั้งแต่ปี 2394 ในช่วงสงครามไครเมีย (Crimean War) ประเทศตุรกี ระหว่างรัสเซียกับฝรั่งเศสและอังกฤษ หลังจากพบว่ามีทหารล้มตายและบาดเจ็บจำนวนมาก โดยไม่มีหน่วยงานเข้ามาดูแลอย่างจริงจัง เธอจึงรวมตัวกับเพื่อน 38 คน เป็นพยาบาลอาสาตั้งโรงพยาบาลชั่วคราวในสนามรบ โดยใช้มาตรฐานอย่างเข้มงวด ทั้งการรักษา สุขภาพอนามัย และอาหาร เธอดูแลคนป่วยอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยแม้ในยามมืดค่ำ เธอยังคงรักษาคนไข้ใต้แสงตะเกียง จนได้รับการยกย่องว่า "สตรีผู้ถือตะเกียง" (The Lady with the Lamp) หลังสงครามเธอกลับอังกฤษในฐานะวีรสตรี และได้รับอิสริยาภรณ์เชิดชูคุณความดีของอังกฤษ (British Order of Merit) เป็นคนแรก อีกทั้งในช่วงสงครามเธอยังได้ทำการบันทึกสถิติทหารที่บาดเจ็บ ซึ่งกลายเป็นแบบอย่างในการบันทึกสถิติทางการแพทย์ในปัจจุบัน ภายหลังเธอได้ตั้งองค์กรเพื่อสอนวิชาพยาบาลในประเทศตุรกี และก่อตั้งโรงเรียนพยาบาลอีกหลายแห่ง นอกจากนั้นเธอยังจัดหน่วยรักษาพยาบาลไปรักษาที่ต่างประเทศ เช่น สงครามกลางเมืองของสหรัฐอเมริกา และทำกิจกรรมสาธารณกุศลจนวาระสุดท้ายของชีวิต เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2453

 

จิฑฑุ กฤษณะมูรติ.jpg

วันเกิด จิฑฑุ กฤษณะมูรติ นักปราชญ์ชาวอินเดีย

วันเกิด จิฑฑุ กฤษณะมูรติ (Jiddu Krishnamurti) นักปราชญ์ชาวอินเดีย เกิดในตระกูลพราหมณ์ที่เมืองมาดนะปาเล (Madanapalle) ทางตอนใต้ของอินเดีย ตอนเด็กๆ โหราจารย์ในท้องถิ่นได้ทำนายดวงชะตาของกฤษณะมูรติว่าเขาจะเป็นผู้ยิ่งใหญ่ทางศาสนาและมีชื่อเสียงขจรขจายไปทั่วโลก แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าคำกล่าวนั้นจะเป็นจริง จนกระทั่งอายุ 14 ปี ชาร์ลส์ ลีดบีเธอร์ (Charles Webster Leadbeater) แห่งสมาคมเทวญาณวิทยา (Theosophical Society) ซึ่งมีความเชื่อในเรื่องลึกลับและเวทมนต์คาถา และเชื่อว่าจะได้พบกับบุคคลที่ชีวิตและร่างกายเหมาะกับการอวตารของพระศรีอาริย์ ลีดบีเธอร์อ้างว่า ได้มองเห็นรัศมีของกฤษณะมูรติ ซึ่งไม่ปรากฏอณูแห่งความเห็นแก่ตัวปะปนอยู่เลย ทางสมาคมฯ จึงได้รับกฤษณะมูรติไปอุปการะและส่งให้เรียนหนังสือที่ประเทศอังกฤษ และเลี้ยงดูฟูมฟักอย่างดี ด้วยหวังว่ากฤษณะมูรติจะกลายเป็นศาสดาองค์ใหม่ของโลก กฤษณะมูรติเป็นเด็กช่างฝัน หลงใหลชื่นชมความงามในธรรมชาติและเครื่องยนต์กลไกต่างๆ แต่กลับไม่ค่อยสนใจศึกษาเล่าเรียนในระบบ เขามักจะสอบตกเสมอ ในวัย 34 ปี เขาก็แตกหักกับสมาคมเทวญาณวิทยา เขาปฏิเสธที่จะเป็นคนขององค์กรทางศาสนาใด ไม่ต้องการเป็นศาสดาและไม่ต้องการสาวก ในช่วงปี 2473-2483 เขาได้ร่วมกับเพื่อนสนิทตั้งองค์กร Star Publishing Trust (SPT) ออกแสดงปาฐกถาธรรมและอบรมการทำสมาธิในยุโรป สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลียและอินเดีย และได้ตีพิมพ์หนังสือออกมาจำนวนมาก เริ่มมีผู้คนให้ความเลื่อมใสศรัทธาในตัวกฤษณะมูรติมากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงบั้นปลายชีวิตเขาได้เดินทางไปแสดงปาฐกถาธรรมไปทั่วโลก คำสั่งสอนของเขาได้มีการบันทึกแล้วตีพิมพ์เป็นหนังสือกว่า 30 เล่ม ตีพิมพ์เป็นภาษาต่างๆ ทั่วโลก กฤษณะมูรติเสียชีวิตเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2529 กฤษณะมูรติเชื่อว่าสัจจะเป็นสิ่งสากล ซึ่งไม่จำเป็นต้องเข้าถึงผ่านทางศาสนา ลัทธิความเชื่อหรือองค์กรใดๆ แต่มนุษย์ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ด้วยตัวเอง กลับเข้าสู่ตนเองทำจิตใจให้บริสุทธิ์ มนุษย์จะค้นพบสัจจะและเป็นอิสระก็ต่อเมื่อเขาได้เอาชนะกิเลสและความกลัว เขากล่าวว่า "เมื่อใดที่คุณเริ่มเดินตามผู้อื่น คุณก็หยุดการติดตามสัจจะ ไม่มีผู้ใดถือกุญแจแห่งสัจจะไว้ กุญแจนั้นคือตัวคุณเอง"

 

ปรีชา อินทรปาลิต.jpg

วันเกิด ปรีชา อินทรปาลิต เจ้าของนามปากกา ป. อินทรปาลิต

วันเกิด ปรีชา อินทรปาลิต เจ้าของนามปากกา ป. อินทรปาลิต นักเขียนนิยายอ่านเล่นชื่อดังของไทย เกิดที่ อ.ดุสิต จ.พระนคร บิดาอยากให้เขาเป็นทหารจึงส่งไปเรียนที่โรงเรียนนายร้อยทหารบก (โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าในปัจจุบัน) เมื่อปี 2462 แต่ด้วยความรักอิสระไม่ชอบอยู่ภายใต้กฏระเบียบเคร่งครัด เขาจึงคิดจะลาออกไปขายไม้ฟืน แต่บิดารู้เรื่องเสียก่อนจึงให้ลาออกมาเรียนสายสามัญ หลังจากเรียนจบก็เริ่มรับราชการที่กระทรวงพาณิชย์และคมนาคม ทำงานได้ระยะหนึ่งก็เริ่มเขียนเรื่องสั้น เรื่องตลกเบาสมองไปลงตีพิมพ์ตามนิตยสารต่างๆ เมื่อเริ่มเบื่ออาชีพราชการก็ลาออกมาขับแท็กซี่ ก่อนจะทำงานในเรือโยงในแม่น้ำเจ้าพระยา ในช่วงนี้เขาได้พบเห็นชีวิตผู้คนอย่างหลากหลาย ซึ่งกลายเป็นวัตถุดิบในงานเขียนในเวลาต่อมา นิยายเรื่องแรกคือ ยอดสงสาร ต่อมาคือ นักเรียนนายร้อย ซึ่งเขาเริ่มใช้นามปากกา “ป. อินทรปาลิต” ปรากฏว่าขายดีมาก ในปี 2476 เขากลับไปรับราชการอีกครั้ง โดยสอนวิชาการพิมพ์ขึ้นเป็นแห่งแรกในเมืองไทยมีชื่อว่า โรงเรียนช่างพิมพ์วัดสังเวช แต่ทำได้ไม่นานก็ออกมาเป็นนักเขียนอย่างเต็มตัว ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เขาได้เขียนหัสนิยายอมตะชุด สามเกลอ พล นิกร กิมหงวน ป. อินทรปาลิตเป็นนักเขียนเรื่องอ่านเล่นที่สร้างงานประพันธ์ได้ทุกแนว ทั้งนิยายรักโศก บู๊ จี้เส้น สืบสวนสอบสวน และนิทานสำหรับเด็ก เขาได้ชื่อว่าเป็นนักเขียนที่มีงานประพันธ์มากที่สุดผู้หนึ่งของเมืองไทย เป็นราชานักประพันธ์ร้อยแก้วสำนวนตลาด ผลงานของเขาทำให้คนรักการอ่านกันทั่วเมือง ป. อินทรปาลิต ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2511

 

สวนโมกขพลาราม.jpg

วันก่อตั้ง สวนโมกขพลาราม

ท่านพุทธทาสภิกขุ และ นายธรรมทาส พานิช น้องชาย เริ่มก่อตั้งสำนักปฏิบัติธรรมที่วัดร้างตระพังจิก ต.พุมเรียง อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม ท่านพุทธทาสให้ชื่อว่า สวนโมกขพลาราม เพราะบริเวณที่ตั้งมีต้นโมกและต้นพลาขึ้นทั่วไป มีความหมายว่า "สวนป่าอันเป็นกำลังแห่งความหลุดพ้นจากทุกข์" ต่อมาในปี 2486 สวนโมกฯ ได้ย้ายมาอยู่ที่ วัดธารน้ำไหล บริเวณเขาพุทธทอง ริมทางหลวงหมายเลข 41 ท่านพุทธทาสปรารถนาให้สวนโมกข์เป็นสถานที่แสวงหาความสงบและศึกษาธรรม ในวัดมีโรงมหรสพทางวิญญาณ ซึ่งเป็นอาคารที่รวบรวมภาพศิลปะ คำสอนในศาสนานิกายต่างๆ ภาพพุทธประวัติ รอบบริเวณวัดเป็นสวนป่าร่มรื่นเต็มไปด้วยปริศนาธรรม ในวัดปราศจากโบสถ์และศาลาอย่างวัดทั่วไป เหมาะสำหรับเป็นที่ฝึกอบรมจิตใจและศึกษาพุทธศาสนา นอกจากนี้ยังมีการสอนฝึกสมาธิสำหรับคนไทยและชาวต่างประเทศ หลังจากท่านพุทธทาสมรณภาพในปี 2536 พระภิกษุและพุทธศาสนิกชนก็ยังคงมาตักบาตร ฟังธรรม และปฏิบัติธรรมที่สวนโมกข์เช่นเดิม ยังมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมอยู่เสมอ

 

 

ข้อมูล: guru.sanook