วันนี้ในอดีต : 24 พฤษภาคม

 

นิโคลัส โคเปอร์นิคัส.jpg

นิโคลัส โคเปอร์นิคัส นักดาราศาสตร์ชาวโปแลนด์เสียชีวิต

24 พฤษภาคม พ.ศ.2086 นิโคลัส โคเปอร์นิคัส (Nicolaus Copernicus) นักดาราศาสตร์ชาวโปแลนด์ เสียชีวิต โคเปอร์นิคัสเกิดที่เมืองตูรัน ประเทศโปแลนด์ เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2016 ตอนอายุ 10 ขวบบิดาเสียชีวิต เขาต้องไปอาศัยอยู่กับลุง หลังจากเรียนจบปริญญาเอกนิติศาสตร์ เขากลับไปเรียนแพทย์และศึกษาวิชาดาราศาสตร์เพิ่มเติม เขาจึงมีความรู้หลากหลายสาขาวิชา ในสมัยนั้นมนุษย์ยังเชื่อว่าโลกเป็นศูนย์กลางของจักรวาล แต่เขากลับเชื่อในทฤษฎีของอาคีสทาร์คัส (Akistarchus) ซึ่งเชื่อว่าดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของจักรวาล และทำการทดลองจนค้นพบความจริงว่า ดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของสุริยจักรวาล โดยมีโลกและดาวเคราะห์อื่นๆ โคจรรอบๆ โลกมีสัณฐานเป็นทรงกลมและหมุนรอบตัวเอง ใช้เวลา 24 ชั่วโมง และหมุนรอบดวงอาทิตย์ใช้เวลา 365 วัน แต่เขาก็ยังไม่ได้เผยแพร่ผลงานชิ้นนี้ออกไป ด้วยเกรงกลัวอิทธิพลของศาสนจักรซึ่งครองอำนาจอยู่ในยุโรป ต่อมาอีก 100 ปี กาลิเลโอ (Galileo Galilei) และเคปเลอร์ (Johannes Kepler) จึงสามารถหาหลักฐานมาสนับสนุนทฤษฎีของโคเปอร์นิคัสได้ ส่งผลให้เกิดการปฏิวัติทางดาราศาสตร์ครั้งยิ่งใหญ่ จากที่เคยยึดถือมาตั้งแต่สมัยปโตเลมี (Ptolemy) ในศตวรรษที่ 2 ว่าโลกเป็นศูนย์กลางของจักรวาล นับได้ว่าผลงานและทฤษฎีต่างๆ ของโคเปอร์นิคัสได้ช่วยบุกเบิกแนวทางให้กับนักดาราศาสตร์รุ่นต่อมาอย่างมาก

 

วิลเลียม กิลเบิร์ต.jpg

วันเกิด วิลเลียม กิลเบิร์ต นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ

24 พฤษภาคม พ.ศ.2087 วันเกิด วิลเลียม กิลเบิร์ต (Sir William Gilbert) แพทย์ นักวิทยาศาสตร์และนักปรัชญาธรรมชาติชาวอังกฤษ เกิดที่เมืองโคลเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ เรียนแพทย์ที่วิทยาลัยเซนต์จอห์น แห่งมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นแพทย์ประจำพระองค์ สมเด็จพระราชินีอลิซาเบธที่ 1 (Queen Elizabeth I) แห่งอังกฤษ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2103 จนเสียเขาชีวิต เขาเริ่มศึกษาทดลองเกี่ยวกับแม่เหล็กและไฟฟ้าในระหว่างที่ทำงานเป็นหมอ ทดลองสภาวะของแม่เหล็ก ค้นหาวัตถุต่างๆ ที่มีคุณสมบัติเป็นแม่เหล็กนานกว่า 20 ปี จนในที่สุด ผลการทดลองของเขาได้ตีพิมพ์เป็นหนังสือ De Magnete (On the Magnet) ในปี พ.ศ.2103 ซึ่งเขาได้เสนอแนวคิดว่า โลกเป็นแม่เหล็กขนาดใหญ่ที่มีขั้วแม่เหล็ก แนวคิดนี้อธิบายว่าเหตุใดแม่เหล็ก (เข็มทิศ) จึงชี้ไปทางทิศเหนือและทิศใต้อยู่เสมอ ก็เพราะว่า แม่เหล็กถูกขั้วแม่เหล็กของโลกดึงดูดนั่นเอง นอกจากนี้เขายังค้นพบไฟฟ้าสถิต (Static Electricity) โดยใช้แท่งอำพันถูกับวัตถุต่างๆ แล้วจะเกิดอำนาจการดึงดูด ซึ่งเขาเรียกอำนาจดังกล่าวว่า อิเลกทริกซิตี (Electricity) ซึ่งต่อมาเป็นคำเรียกของไฟฟ้า กิลเบิร์ตเสียชีวิตเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ.2106 นับว่าเขาเป็นคนแรกที่ทำการศึกษาทดลองเกี่ยวกับแม่เหล็กและไฟฟ้า ซึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญให้แก่นักวิทยาศาสตร์และวิศวกรไฟฟ้าในรุ่นต่อมา เขาได้รับการยกย่องให้เป็นบิดาแห่งไฟฟ้า และได้มีการตั้งชื่อหน่วยวัดแรงเคลื่อนของแม่เหล็ก (magnetomotive force) ว่า "กิลเบิร์ต" (Gilbert : Gi) เพื่อเป็นเกียรติแก่เขาด้วย

 

แซมมวล มอร์ส.jpg

แซมมวล มอร์ส ทดลองส่งโทรเลขฉบับแรกสำเร็จ

24 พฤษภาคม พ.ศ.2387 แซมมวล มอร์ส (Samual F. B. Morse) นักประดิษฐ์ชาวอเมริกัน ได้ทดลองส่งโทรเลข (Telegraph) ฉบับแรกจากบัลติมอร์ รัฐแมรีแลนด์ ไปยังกรุงวอร์ชิงตัน ดี.ซี. โดยทดลองใช้เครื่องส่งสัญญาณไฟฟ้าส่งข่าวสารผ่านรหัสที่ใช้แทนตัวหนังสือ หรือ รหัสมอร์ส (Morse Code) ความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากแรงผลักดันสำคัญเมื่อ 11 ปีก่อน หลังจากที่เขาทราบข่าวการเสียชีวิตของภรรยาล่าช้าไปถึง 3 วัน ทำให้เขาตั้งใจแน่วแน่ว่าจะต้องคิดค้นวิธีการสื่อสารที่รวดเร็วยิ่งกว่าจดหมายขึ้นมาให้ได้ หลังจากนั้นจึงทุ่มเทศึกษาหาเกี่ยวกับแม่เหล็กไฟฟ้า พร้อมเก็บเงินทีละเล็กทีละน้อยซื้ออุปกรณ์เพื่อสร้างเครื่องส่งโทรเลข และทำการทดลองจนประสบความสำเร็จในที่สุด ระบบโทรเลขของมอร์สได้กลายเป็นเครื่องมือในการสื่อสารที่คนทั่วโลกใช้กันอย่างกว้างขวางในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ก่อนที่โทรศัพท์ ระบบสื่อสารผ่านดาวเทียมและอินเทอร์เน็ตจะกำเนิดขึ้นในโลก

 

สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี.jpg

สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีอัญเชิญพระบรมอัฐิของรัชกาลที่ 7 กลับถึงประเทศไทย

24 พฤษภาคม พ.ศ.2492 รัฐบาลไทย ได้กราบบังคมทูลเชิญ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ให้ทรงอัญเชิญพระบรมอัฐิของ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 จากประเทศอังกฤษกลับมาถึงประเทศไทย เพื่ออัญเชิญขึ้นประดิษฐานไว้ในที่อันสมควรแก่พระบรมราชอิสริยยศ ร่วมกันกับพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า ณ หอพระบรมอัฐิ ที่ชั้นบนของพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง และได้อัญเชิญพระสรีรางคารเข้าบรรจุในแท่นฐานชุกชีพระพุทธคีรส พระประธานในพระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ซึ่งทรงถือเป็นวัดประจำรัชกาล ทั้งนี้รัชกาลที่ 7 ได้เสด็จสวรรคตที่ประเทศอังกฤษเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ.2484

 

ดุ๊ก เอลลิงตัน.jpg

ดุ๊ก เอลลิงตัน นักเปียโนแจ๊สชาวอเมริกันเสียชีวิต

24 พฤษภาคม พ.ศ.2517 ดุ๊ก เอลลิงตัน (Edward Kennedy "Duke" Ellington) นักเปียโนและนักประพันธ์เพลงแจ๊สชาวอเมริกัน เสียชีวิต ดุ๊กเกิดที่กรุงวอชิงตัน ดี. ซี. เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2442 เริ่มเรียนเปียโนตอน 7 ขวบ และตั้งใจเรียนอย่างจริงจังตอนอายุ 14 ปี ก้าวเข้าสู่วงการอย่างเต็มตัวเมื่ออายุ 17 ปี แต่ก็ยังไม่โดดเด่นนัก จนกระทั่งได้พบกับสแตน เทรซีย์ (Stan Tracey) นักเปียโนแจ๊สชาวอังกฤษ ได้แนะนำให้ให้เขาเล่นด้วยความรู้สึกที่สวยงามมากกว่าการโชว์ทักษะ เขาตั้งวงดนตรีเต้นรำที่วอชิงตันในปี 2466 ก่อนจะย้ายไปนิวยอร์ก ได้เล่นประจำที่ Cotton Club ย่านฮาร์เล็ม และได้เล่นออกรายการวิทยุเป็นประจำทุกสัปดาห์ จนวงของเขามีชื่อเสียงโด่งดังมาก วงของเขาได้เพิ่มสมาชิกเป็น 10 ชิ้นกลายเป็นวงบิ๊กแบนด์ (Big Band) ในปี 2476 เขาออกทัวร์คอนเสิร์ตที่ยุโรป ในช่วงปี 2483 เป็นช่วงที่วงของเขาโด่งดังมากที่สุด ดุ๊กเขียนเพลงไว้มากมาย ทั้งแจ๊สและบัลลาด ออกแผ่นเสียงกว่า 30 ชุด เพลงที่มีชื่อเสียงได้แก่ Mood Indigo, Sophisticated Lady และ Don’t Get Around Much Anymore ผลงานประพันธ์ของเขาได้มีนักดนตรีและนักร้องรุ่นหลังๆ นำมาเล่นและตีความใหม่อยู่เสมอ ดุ๊ก เอลลิงตัน ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในบุคคลที่มีอิทธิพลต่อวงการแจ๊ส

 

 

ข้อมูล: guru.sanook