วันนี้ในอดีต : 29 พฤษภาคม

 

พระบาฮาอุลลาห์.jpg

พระบาฮาอุลลาห์ ผู้ก่อตั้ง ศาสนาบาไฮ มรณภาพ

29 พฤษภาคม พ.ศ.2435 พระบาฮาอุลลาห์ (Baha’u’llah) ผู้ก่อตั้งศาสนาบาไฮ (Baha’i Faith) มรณภาพ นามเดิมคือ มีร์ซา ฮุสเซ็น อาลี (Mirza Husayn-Ali) เกิดที่กรุงเตหราน ประเทศเปอร์เซีย (ปัจจุบันคืออิหร่าน) เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2360 บิดาของท่านคือ มีร์ซา บูซุก (Mํrzแ Buzurg) เจ้านายชั้นผู้ใหญ่แห่งเมืองนูร์ ท่านศรัทธาในศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์ เมื่อพระบ็อพ (Bab) เริ่มประกาศศาสนาใหม่ ท่านเกิดความศรัทธาและร่วมเข้าร่วมขบวนการของพระบ็อพ ท่านถูกจับขังคุก 2 ครั้ง ในคืนหนึ่งระหว่างที่อยู่ในคุก ท่านได้ยินวจนะจากพระเจ้าเป็นครั้งแรก ต่อมาท่านได้รับการปลดปล่อยและถูกริบทรัพย์สมบัติทั้งหมด แล้วถูกเนรเทศไปกรุงแบกแดด ที่นั่นท่านได้ใช้เวลา 2 ปี อยู่ตามลำพังบนภูเขาเพื่ออธิษฐานและทำสมาธิ ในที่สุดบุตรชายของท่านคือ พระอับดุลบาฮา (Abdu’l-Baha) ได้พาท่านกลับไปยังตัวเมืองและเริ่มเผยแพร่ศาสนา ชื่อเสียงของท่านเริ่มแพร่ออกไป ชาวเมืองบางส่วนเริ่มศรัทธาในคำสอนของท่าน ชาวมุสลิมที่เคร่งครัดจึงไม่พอใจ และไม่ต้องการให้พระบาฮาอุลลาห์อยู่ในแบกแดด ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวมุสลิม ในที่สุดรัฐบาลอิหร่านได้เนรเทศท่านไปยังเมืองคอนสแตนติโนเปิล (ปัจจุบันคือกรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี) ท่านได้เผยแพร่ศาสนาอย่างเปิดเผย หลังจากนั้นท่านก็ถูกเนรเทศอีกครั้ง ไปยังประเทศอิสราเอล ช่วง 12 ปีสุดท้าย ท่านพำนักอยู่ที่บาห์จี (Bahj’) เมืองอาค (Acre) ประเทศอิสราเอล จนกระทั่งมรณภาพ ท่านได้มีพินัยกรรมให้แต่งตั้งพระอับดุลบาฮาเป็นผู้สืบทอดศาสนาต่อ ศพของท่านฝังอยู่ที่บาห์จีนี้ จากนั้นศาสนิกชนบาไฮได้ซื้อที่ดินบริเวณรอบๆ ตกแต่งให้งดงาม เป็นสถูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบาไฮผู้แสวงบุญจากทั่วโลกจะเดินทางมาเยือน ทั้งนี้ศาสนาบาไฮเกิดขึ้นในประเทศอิหร่านในช่วงศตวรรษที่ 19 มีความเชื่อว่ามีพระเจ้าองค์เดียว แต่ถูกเรียกในนามที่แตกต่างออกไป ศาสนาทั้งปวงจึงเป็นหนึ่งเดียวกัน และมนุษยชาติก็เป็นหนึ่งเดียวกัน ศาสนาบาไฮไม่มีนักบวชหรือผู้นำศาสนา บาไฮศาสนิกชนแต่ละคนจึงรับผิดชอบการพัฒนาจิตใจตนเอง ปัจจุบันมีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองไฮฟา ประเทศอิสราเอล มีสาวกประมาณ 6 ล้านคนในกว่า 200 ประเทศทั่วโลก

 

จอห์น เอฟ. เคนเนดี.jpg

วันเกิด จอห์น เอฟ. เคนเนดี อดีตประธานาธิบดีของอเมริกา

29 พฤษภาคม พ.ศ.2460 วันเกิด จอห์น เอฟ. เคนเนดี (John Fitzgerald Kennedy) ประธานาธิบดีคนที่ 35 ของอเมริกา เกิดที่เมืองบรูคลิน รัฐแมสซาชูเซตส์ เรียนที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เขาอาสาเข้าประจำหน่วยนาวิกโยธินสหรัฐฯ และได้รับเหรียญกล้าหาญจากวีรกรรมช่วยเพื่อนทหารให้รอดชีวิตจากเหตุเรืออับปาง หลังสงครามโลกครั้งที่สอง เคนเนดีลงสนามการเมืองในนามพรรคเดโมแครต ในปี 2489 ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาที่เมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ ก่อนจะเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดี และเข้าพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2504 เคนเนดีบริหารประเทศด้วยพลังของคนหนุ่ม มีความเด็ดขาดและมองโลกในแง่ดี เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2504 เขาแถลงโครงการจะส่งมนุษย์ไปลงบนดวงจันทร์ ซึ่งต่อมาได้กลายเป็น โครงการ อพอลโล (Project Apollo) เขาเป็นผู้ยื่นคำขาดให้สหภาพโซเวียตถอนฐานยิงขีปนาวุธในประเทศคิวบา (Cuban Missile Crisis) ในปี 2505 นอกจากนี้เขายังต่อสู้เพื่อการปฏิรูปสังคมโดยการสนับสนุนขบวนการสิทธิประชาชน (Civil Right Movement) และสร้างสำนึกรับผิดชอบต่อประเทศด้วยประโยคที่ว่า "อย่าถามว่า ประเทศชาติจะให้อะไรแก่ท่าน แต่จงถามตัวเองว่า ท่านจะให้อะไรแก่ประเทศชาติได้บ้าง" อย่างไรก็ตาม เขาถูกวิจารณ์เป็นอย่างมากจากความล้มเหลวในปฏิบัติการบุกอ่าวพิกส์ที่คิวบา (Bay of Pigs) เมื่อวันที่ 15-19 เมษายน 2504 อีกทั้งการให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่เวียดนามใต้ อันเป็นจุดเริ่มต้น สงครามเวียดนาม ระหว่างปี 2502-2518 ซึ่งเป็นความพ่ายแพ้ของอเมริกาอีกครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2506 เคนเนดีถูกลอบสังหารเสียชีวิต ระหว่างที่เยือนเมืองดัลลัส รัฐเท็กซัส อีก 80 นาทีต่อมาตำรวจก็สามารถจับตัว ลี ฮาร์วีย์ ออสอลด์ (Lee Harvey Oswald) มือสังหารได้ แต่เจ้าตัวให้การปฏิเสธ อีก 2 วันต่อมามือปืนรายนี้ก็ถูงยิงโดย แจ็ก รูบี (Jack Leon Ruby) ซึ่งให้การว่าทำไปเพื่อต้องการแก้แค้นให้เคนเนดี อย่างไรก็ตามอเมริกันชนจำนวนมากยังคงปักใจเชื่อว่าเหตุลอบสังหารเคนเนดีครั้งนี้จะต้องมีผู้บ่งการเป็นแน่ และคดีนี้ก็ยังคงเป็นปริศนาจนทุกวันนี้

 

เอเวอเรสต์.jpg

เอ็ดมุนด์ ฮิลลารี และ เทนซิง นอร์เกย์ พิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์สำเร็จ

29 พฤษภาคม พ.ศ.2496 เอ็ดมุนด์ ฮิลลารี (Sir Edmund Percival Hillary) ชาวนิวซีแลนด์ และ เทนซิง นอร์เกย์ (Tenzing Norgay) ลูกหาบชาวเชอร์ปา เป็นนักสำรวจคณะแรกที่สามารถพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ (Mount Everest) ยอดเขาที่สูงที่สุดในโลกบนเทือกเขาหิมาลัย บริเวณชายแดนระหว่างประเทศเนปาลกับธิเบต (ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของจีน) ยอดเขานี้มีความสูง 8,848 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ทั้งนี้ยอดเขาเอเวอเรสต์จะสูงขึ้นปีละประมาณ 6.7 เซนติเมตร เพราะเปลือกโลกยังคงเลื่อนมาชนกันอยู่ตลอดเวลา ชาวธิเบตเรียกยอดเขาแห่งนี้ว่า "โชโมลุงมา” (Chomolungma) ส่วนชาวเนปาลเรียกว่า "สการ์มาทา” (Sagarmatha) แปลว่า "มารดาแห่งจักรวาล” ในอดีตชาวตะวันตกเรียกว่า "ยอดเขาที่ 15” (Peak XV) ต่อมา แอนดรูว์ วอห์ (Andrew Scott Waugh) นักสำรวจชาวอังกฤษได้ตั้งชื่อว่า "เอเวอเรสต์” ตามชื่อสกุลของ จอร์จ อีฟเรสต์ (Sir George Everest—จอร์จอ่านนามสกุลของตัวเองว่า “อีฟเรสต์”) หัวหน้าเจ้าหน้าที่สำรวจอังกฤษประจำอินเดีย ชาวตะวันออกตามเทือกเขาหิมาลัยเคารพดินแดนแห่งนี้มาก ด้วยเชื่อว่ายอดเขาเอเวอเรสต์เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สถิตของพระผู้เป็นเจ้า และเป็นดินแดนสำหรับการแสวงบุญ ขณะที่ชาวตะวันตกเชื่อว่าการพิชิตยอดเขาที่สูงที่สุดในโลกคือการพิสูจน์ศักยภาพของมนุษย์ สถิตินับถึงฤดูปืนเขาเมื่อปี 2549 มีนักปีนเขาจากทั่วโลก 2,062 คนได้เดินทางมาเยือนภูเขาหิมาลัยแล้วถึง 3,050 ครั้ง มีผู้ที่เดินทางไปพิชิตยอดเอเวอเรสต์แล้วกว่าพันคน และมีผู้สังเวยชีวิต 203 คน ทุกวันนี้สภาวะโลกร้อนได้ทำให้น้ำแข็งบนยอดเขาเอเวอเรสต์ละลายเพิ่มขึ้นทุกปี ขณะที่กิจกรรมปีนเขาก็ได้ก่อให้เกิดขยะถึง 21 ตัน เช่น อุปกรณ์ปีนเขาที่ชำรุด ถังออกซิเจน เศษอาหาร เชือก และศพนักปืนเขา รัฐบาลเนปาลเก็บค่าธรรมเนียมจากนักปืนเขาคนละประมาณ 25,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ

 

 

ข้อมูล: guru.sanook