วันนี้ในอดีต : 30 พฤษภาคม


โยน ออฟ อาร์ก.jpg

โจน ออฟ อาร์ก ถูกตัดสินประหารชีวิต

30 พฤษภาคม พ.ศ.1974 โยน ออฟ อาร์ก (Joan of Arc) วีรสตรีผู้กอบกู้ประเทศฝรั่งเศสในช่วงสงครามร้อยปีกับอังกฤษ (Hundred Years’ War) ถูกตัดสินประหารชีวิตโดยการเผาทั้งเป็น ขณะอายุเพียง 19 ปี หลังจากที่เธอถูกกองทัพอังกฤษจับตัวได้ จอห์น ออฟ แลนแคสเตอร์ (John of Lancaster, 1st Duke of Bedford) ได้กล่าวหาว่าเธอเป็นพวกนอกรีตและเป็นแม่มด ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 29 เมษายน 1972 โจนได้นำกำลังฝรั่งเศสตอบโต้กองทัพอังกฤษ ปลดปล่อยเมือง ออร์เลอ็องส์ (Orleans) จนได้ชัยชนะในที่สุด โจนเป็นคนเคร่งศาสนา มักไปสวดมนต์ที่โบสถ์เป็นประจำ ในช่วงสงครามร้อยปี (พ.ศ. 1880-1996) ซึ่งอังกฤษได้ยึดครองฝรั่งเศส วันหนึ่งโจนในวัย 17 ปีได้ยินเสียงจากพระเจ้าสั่งให้เธอเป็นผู้ปลดปล่อยฝรั่งเศส เธอจึงได้นำทัพฝรั่งเศสออกรบกับกองทัพอังกฤษที่เข้ามารุกรานจนได้ชัยชนะในที่สุด 24 ปีหลังจากที่เธอถูกประหารชีวิต พระสันตปาปา แคลลิกตัสที่ 3 (Pope Callixtus III) ได้นำคดีของเธอขึ้นมาไต่สวนอีกครั้งและสรุปว่าเธอเป็นผู้บริสุทธิ์ จากนั้นได้ประกาศให้การตัดสินลงโทษเธอเป็นโมฆะ และในปี 2463 พระสันตะปาปาเบเนดิกที่ 15 (Pope Benedict XV) ได้แต่งตั้งเธอเป็น นักบุญโจนออฟอาร์ค (Saint Joan of Arc) ทุกวันนี้ นักบุญโจนได้รับการยกย่องให้เป็นวีรสตรีผู้ปลดปล่อยฝรั่งเศส และผู้มีศรัทธาอย่างมั่นคงต่อพระเจ้า

 

อเล็กซานเดอร์ โปป.jpg

อเล็กซานเดอร์ โปป กวีชาวอังกฤษถึงแก่อสัญกรรม

30 พฤษภาคม พ.ศ.2287 อเล็กซานเดอร์ โปป (Alexander Pope) กวีชาวอังกฤษถึงแก่อสัญกรรม โปปเกิดที่กรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2231 เริ่มหลงใหลการอ่านหนังสือตอนอายุ 8 ขวบโดยเฉพาะผลงานของโฮเมอร์ (Homer) เขียนบทกวีบทแรกตอนอายุ 12 ปี ในปี 2253 รวมบทกวีเล่มแรก The Pastorals ของเขาก็ได้รับการตีพิมพ์ ส่งผลให้เขาเริ่มมีชื่อเสียง จากนั้นก็มีผลงานทยอยออกมาเรื่อยๆ โปปพยายามนำฉันทลักษณ์ของบทกวีคลาสสิกของกรีกละตินเข้ามาใช้ในภาษาอังกฤษ จนกลายเป็นบทกวีแบบอังกฤษที่ไพเราะสวยงาม ผลงานเด่นๆ ได้แก่ Essay on Criticism และ The Rape of the Lock ในช่วงปลายของชีวิตบทกวีของเขาจะค่อนข้างลึกซึ้ง จริงจัง แฝงเนื้อหาทางปรัชญาให้ครุ่นคิด เช่น Essay on Man นอกจากเขียนบทกวีแล้วเขายังทำงานแปล โดยเฉพาะผลงานของโฮเมอร์และเชคสเปียร์ โปปได้รับการยกย่องว่าเป็นกวีชาวอังกฤษที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในศตวรรษที่ 18

 

ฟรองซัวส์ มารี อารูเอต์.jpg

ฟรองซัวส์ มารี อารูเอต์ นักปรัชญาชาวฝรั่งเศสเสียชีวิต

30 พฤษภาคม พ.ศ.2317 ฟรองซัวส์ มารี อารูเอต์ (Francois Marie Arouet) เจ้าของนามปากกา วอลแตร์ (Voltaire) นักประพันธ์และนักปรัชญาชาวฝรั่งเศสในช่วงศตวรรษที่ 18 เสียชีวิต วอลแตร์เกิดที่ปารีสเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2237 ในตระกูลคนชั้นกลาง เรียนหนังสือที่วิทยาลัย หลุยส์ เลอ กรองด์ (College Louis-le-Grand) จากนั้นได้เรียนกฎหมายเพิ่มเติม เริ่มทำงานเป็นทนายความ ในวัยหนุ่ม เขาคบหาสมาคมกับปัญญาชนในกรุงปารีส และได้เริ่มประพันธ์งานประเภทบทละคร และโคลงกลอนเสียดสีผู้มีอำนาจ และความงมงายทางศาสนา จนถูกจำคุก หลังจากเป็นอิสระเขาได้เขียนบทละครถวาย พระเจ้าหลุยส์ที่ 15 (Louis XV of France) เป็นที่ถูกพระทัย จึงได้รับอุปถัมภ์เข้าเป็นกวีประจำราชสำนัก แต่เขาก็ไปมีเรื่องวิวาทกับขุนนางผู้หนึ่ง จึงต้องลี้ภัยไปอังกฤษอยู่สองปี ทำให้เขาประทับใจสังคมอังกฤษที่มีการคานอำนาจกันอย่างดี ระหว่างสถาบันกษัตริย์กับรัฐสภา ส่งผลให้บ้านเมืองมีบรรยากาศของเสรีภาพมากกว่าในฝรั่งเศส เมื่อกลับมาเขาจึงเขียนผลงานสำคัญเล่มแรก Lettres Anglaises (จดหมายจากอังกฤษ) ตีพิมพ์ในปี 2277 ส่งให้วอลแตร์มีชื่อเสียงโด่งดังในวงการนักเขียนและปัญญาชน ในบั้นปลายชีวิต วอลแตร์ได้ซื้อปราสาทหลังหนึ่งใกล้พรมแดนสวิตเซอร์แลนด์ และปักหลักอยู่ที่นั่นนานถึง 20 ปีเศษ ในปี 2321 วอลแตร์เดินทางกลับมาเยือนกรุงปารีส ตามคำเชิญของราชบัณฑิตยสภา เขาได้รับการต้อนรับจากประชาชนอย่างยิ่งใหญ่ และได้จากโลกไปในปีนั้นเอง ผลงานที่สำคัญคือนิทานปรัชญาเรื่อง ก็องดิดด์ (Candide ou L’optimisme) ซาดิก (Zadig) ทั้งสองเล่มเป็นนิยายผจญภัยแนวเสียดสีสังคม วอลแตร์เป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญคนหนึ่งในความเคลื่อนไหวของ ยุคแสงสว่างทางปัญญา (Age of Enlightenment) ในช่วงคริสตศตวรรษที่ 18 ซึ่งเน้นการใช้หลักเหตุผลตามแบบวิทยาศาสตร์ มาใช้วิเคราะห์วิจารณ์การปกครอง สถาบันศาสนา ระบบเศรษฐกิจ และขนบธรรมเนียมประเพณีที่มีมาช้านาน อีกทั้งยังเรียกร้องสิทธิเสรีภาพ ให้แก่ประชาชน ความคิดและผลงานของเขานำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ทั้งทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและศาสนา ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนาม "การปฏิวัติฝรั่งเศส” (French Revolution) ในช่วงปี 2332-2333

 

เบนนี กูดแมน.jpg

วันเกิด เบนนี กูดแมน นักคลาริเน็ตชาวอเมริกัน

30 พฤษภาคม พ.ศ.2452 วันเกิด เบนนี กูดแมน (Benjamin David "Benny" Goodman) นักคลาริเน็ตชาวอเมริกัน เจ้าของฉายา "ราชาสวิงแจ๊ส” (King of Swing) เกิดที่รัฐชิคาโก ในครอบครัวชาวยิวอพยพจากโปแลนด์ เริ่มเรียนดนตรีตอนสิบขวบพร้อมกับพี่ชายอีกสองคน ปีต่อมาก็ตั้งวงบอยแบนด์ แล้วเป็นนักร้องรับจ้างตามห้องอัด แต่แล้วเขาก็ทนความยั่วยวนของดนตรี นิวออร์ลีนส์ แจ๊ส (New Orleans Jazz) ไม่ไหว ออกมาตั้งวงบิ๊กแบนด์ของตัวเอง ในระยะแรกวงของเขาไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก เพราะเล่นเพลงเต้นรำนุ่มๆ ไม่หวือหวา จนเขาเกือบจะเลิกล้มความตั้งใจ แต่ในคืนวันที่ 21 สิงหาคม 2478 ที่ พาโลมาร์ บอลรูม (palomar ballroom) ในลอสเองเจลลิส เขาลองเล่นดนตรีแบบใหม่ ในจังหวะร้อนแรง ปรากฏว่าถูกใจแฟนเพลงรุ่นใหม่เป็นอย่างมาก ถึงกลับมีคนกล่าวว่า ในคืนนั้นเองที่เป็นจุดเริ่มต้นของยุค สวิงแจ๊ส (Swing Jazz) ในระยะเวลาเพียง 5 ปีหลังจากนั้นเขาก็ก้าวขึ้นเป็นศิลปินแจ๊สระดับนานาชาติ ชื่อเสียงของเขาขจรขจายไปทั่วอเมริกาและยุโรป และได้รับการยกย่องในฐานะ “ราชาแห่งสวิงแจ๊ส” แนวทางการบรรเลงในวงของกูดแมนจะเน้นความเป็นระเบียบเรียบร้อย มีการซ้อมกันมาอย่างดีก่อนขึ้นเวที ซึ่งแตกต่างจากวงบิ๊กแบนด์ที่นำโดยนักดนตรีผิวดำอื่นๆ อยู่พอสมควร ในช่วงด้นสดหรืออิมโพรไวซ์ (Improvise) เขามักจะเล่นเดี่ยวเพื่อให้นักดนตรีคนอื่นได้พัก หรือไม่ก็ไปพักอยู่หลังเวทีเพื่อให้สมาชิกคนอื่นในวงได้โชว์ฝีมือ เช่น กรณี จีน ครูปา (Gene Krupa) มือกลองคนแรกในวงการแจ๊สที่มีโอกาสได้โซโลกลอง และพัฒนาบทบาทของกลองให้เป็นมากกว่าเครื่องให้จังหวะเท่านั้น และที่สำคัญกูดแมนเป็นหัวหน้าวงบิ๊กแบนด์คนแรกๆ ที่เปิดใจกว้างรับนักดนตรีสีผิวเข้ามาร่วมวง ทั้งๆ ที่บรรยากาศในสังคมอเมริกันตอนนั้นยังมีการแบ่งแยกสีผิวอย่างเข้มเข้น นักดนตรีผิวสีหลายคนได้แจ้งเกิดจากวงของเขา เช่น ชาร์ลี คริสเชียน (Charlie Christian) มือกีตาร์ไฟฟ้าคนแรกที่โดดเด่นในวงการแจ๊ส ไลโอเนล แฮมพ์ตัน (Lionel Hampton) นักไวบราโฟน เท็ดดี วิลล์สัน (Teddy Wilson) นักเปียโน รวมไปถึง เอลลา ฟิทซ์เจอรัลด์ (Ella Fitzgerald) นักร้องผิวสีตำนานอีกคนหนึ่งของแจ๊ส แม้แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา ยังเคยเสด็จไปทรงดนตรีกับเบนนี กูดแมน ที่อเมริกาหลายครั้ง วงบิ๊กแบนด์ของกูดแมนด์เป็นวงดนตรีผสม (Mixed Race Band) วงแรกๆ เพราะเขาเล็งเห็นถึงความสำคัญของการสร้างสรรค์และคุณค่าของศิลปะ โดยไม่แยแสต่อค่านิยมเดิมๆ ทำให้เขาได้รับเสียงชื่นชมอย่างกว้างขวาง ทำให้แจ๊สกลายเป็นดนตรีที่มี “อิสระ” และยุคสวิงมีพัฒนาการต่อมา ส่งผลต่อแจ๊สในรุ่นหลังเป็นอย่างมาก กูดแมนเสียชีวิตในวันที่ 13 มิถุนายน 2529

 

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์.jpg

รัชกาลที่ 6 เสด็จฯ เปิด โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

30 พฤษภาคม พ.ศ.2457 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เสด็จฯ เปิด โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาลแห่งนี้สร้างขึ้นโดยพระราชดำริของรัชกาลที่ 6 โดยหลังจากที่รัชกาลที่ 5 ได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดตั้ง สภาอุณาโลมแดง (ต่อมาเปลี่ยนเป็น "สภากาชาดไทย”) ขึ้นในวันที่ 26 เมษายน 2436 โดยรับการรักษาพยาบาลผู้เจ็บไข้ได้ป่วย ตามมติของนานาชาติที่เจริญแล้ว แต่การสภากาชาดไทยยังไม่แล้วเสร็จบริบูรณ์ ถ้าจะบริจาคทรัพย์สร้างโรงพยาบาลสภากาชาดขึ้น ก็จะเป็นพระกุศล อันประกอบด้วยถาวรประโยชน์ตามพระราชประสงค์แห่งองค์สมเด็จพระบรมชนกนาถ และเป็นเกียรติแก่ราชอาณาจักร โดยทรงพระดำริเห็นพ้องกันกับบรรดาพระราชโอรส พระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงบริจาคทรัพย์รวมกัน สมทบกับทุนของสภากาชาด สร้างโรงพยาบาลขึ้น และพระราชทานนามตามพระปรมาภิไธย สมเด็จพระบรมชนกนาถว่า "โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์" ปัจจุบันถือเป็นหน่วยงานในสังกัดสภากาชาดไทย โดยดำเนินงานร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

รัชกาลที่ 7 เสด็จสวรรคต.jpg

รัชกาลที่ 7 เสด็จสวรรคตด้วยโรคพระหทัยวาย

30 พฤษภาคม พ.ศ.2484 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 เสด็จสวรรคตด้วยโรคพระหทัยวาย ณ ประเทศอังกฤษ ทรงพระราชสมภพเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2436 เป็นพระราชโอรสองค์ที่ 76 ใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และ สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระนามเดิมคือ สมเด็จเจ้าฟ้าชายประชาธิปกศักดิ์เดชน์ฯ ทรงสำเร็จการศึกษาวิชาการทหารปืนใหญ่ม้า จากโรงเรียนนายร้อยเมืองลูวิช ประเทศอังกฤษ จากนั้นได้เสด็จนิวัติประเทศไทยในปี 2457 ทรงเข้ารับราชการทหารบกมาตั้งแต่ต้น ทรงอุปสมบทเมื่อปี 2460 ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ปีต่อมาได้อภิเษกสมรสกับ หม่อมเจ้าหญิงรำไพพรรณี เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวสวรรคตในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2468 พระองค์ก็ได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติสืบต่อ ทรงมีพระราชกรณียกิจที่สำคัญได้แก่ ทรงฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมชั้นสูงของชาติ โดยทรงก่อตั้งกรมมหรสพ และทรงอุปถัมภ์ศิลปินโขนผู้มีฝีมือ ทรงส่งเสริมการศึกษาของชาติ โดยโปรดเกล้าฯ ให้สร้างหอพระสมุดสำหรับพระนคร ทรงตั้ง ราชบัณฑิตยสภา ด้านเศรษฐกิจ ทรงแก้ปัญหาเศรษฐกิจหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ทรงตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นของราชการ ทรงยุบหน่วยราชการและลดจำนวนข้าราชการบางหน่วยที่พอจะยุบได้ ทรงเสียสละตัดทอนรายจ่ายส่วนพระองค์ โดยมิได้ขึ้นภาษีให้ราษฎรเดือดร้อน เพื่อแก้ไขการงบประมาณของประเทศให้สมดุลย์ ในระหว่างที่เสด็จไปประทับที่สวนไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในตอนเช้ามืดของวันที่ 24 มิถุนายน 2475 คณะราษฎร์ ได้เข้ายึดอำนาจการปกครองและจับตัวพระบรมวงศ์และข้าราชการชั้นสูงไว้เป็นตัวประกัน จากนั้นได้มีหนังสือไปกราบบังคมทูลเชิญเสด็จกลับพระนคร เป็นพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ พระองค์ได้เสด็จกลับพระนครและพระราชทาน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2475 ได้ทรงสละราชสมบัติเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2478 ระหว่างที่ทรงประทับอยู่ที่ประเทศอังกฤษ รวมเวลาครองราชย์ 9 ปี และเสด็จสวรรคตด้วยโรคพระหทัยพิการ รวมพระชนมายุ 48 พรรษา ในปี 2491 รัฐบาลได้อัญเชิญพระบรมอัฐิของพระองค์กลับประเทศไทย

 

 

ข้อมูล: guru.sanook