วันนี้ในอดีต : 13 มิถุนายน


วิลเลียม ยีตส์.jpg

วันเกิด วิลเลียม ยีตส์ กวีชาวไอริช

13 มิถุนายน พ.ศ.2408 วันเกิด วิลเลียม ยีตส์ (William Butler Yeats) กวีและนักเขียนบทละครชาวไอริช เกิดที่เมืองดับลิน (Dublin) พ่อและน้องชายเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียง ส่วนน้องสาวทั้งสองคนก็ทำงานศิลปะและงานฝีมือ ยีตส์จึงเติบโตมาในบรรยากาศของศิลปะมาตั้งแต่เด็ก ตอนเด็ก ๆ แม่ของเขามักจะเล่าเรื่องราวและนิทานพื้นบ้านให้ฟังเสมอ ยีตส์เริ่มเขียนบทกวีชิ้นแรก เมื่อปี 2482 ตอนเรียนไฮสคูล บทกวีเล่มแรกคือ Mosada: A Dramatic Poem ตีพิมพ์ในปี 2429 ผลงานในช่วงแรกมักเป็นบทกวีแนวโรแมนติกอิงประวัติศาสตร์และตำนานปรัมปราของชาวไอริช ในช่วงหลังเขาเริ่มเขียนงานที่หนักแน่นและลึกซึ้งยิ่งขึ้น อาทิ บทกวีเรื่อง Sailing to Byzantium, The Tower และ The Second Coming ซึ่งเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์ อดีตอันเก่าแก่ และความตาย เขาร่วมก่อตั้งโรงละครแห่งชาติไอร์แลนด์ (Irish Literary Theatre) ในปี 2442 เป็นวุฒิสมาชิกของ Irish Senate ระหว่างปี 2465-2471 ยีตส์ได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมในปี 2466 เสียชีวิตเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2482 ขณะอายุ 73 ปี ยีตส์นับเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูวรรณกรรมไอริชใจช่วงปลายคริสตศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20

 

เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ฯ.jpg

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ฯเสด็จทิวงคต

13 มิถุนายน พ.ศ.2471 สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช พระบิดาแห่งไปรษณีย์ไทย เสด็จทิวงคต พระนามเดิมคือ สมเด็จเจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ ทรงเป็นต้นราชสกุล “ภาณุพันธุ์” เป็นพระโอรสองค์ที่ 45 ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 และสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี ประสูติเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2402 ทรงเป็นพระอนุชาร่วมครรโภทรเดียวกับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ตอนปลายรัชสมัยรัชกาลที่ 4 สยามได้มีการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศมากขึ้น มีสถานกงสุลต่างประเทศเข้ามาตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ หลายแห่ง กงสุลอังกฤษจึงได้เปิดรับจดหมายที่ส่งไปติดต่อกับต่างประเทศ โดยใช้ตราไปรษณียากรของสหพันธรัฐมลายาและอินเดีย แล้วส่งไปประทับตราวันที่ที่สิงคโปร์ โดยฝากไปกับเรือสินค้าของอังกฤษ ในปี 2418 สมเด็จเจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ทรงจัดทำหนังสือพิมพ์ข่าวรายวันชื่อว่า “หนังสือค๊อตข่าวราชการ” หรือ “COURT” โดยจัดคนส่งหนังสือให้แก่สมาชิกทุกเช้า เมื่อไปส่งหนังสือให้สมาชิกคนไหน เขาสามารถฝากจดหมายกับคนส่งหนังสือพิมพ์ เพื่อส่งไปหาสมาชิกคนอื่นๆ ได้ โดยจะติดแสตมป์และเขียนชื่อที่อยู่ผู้รับ-ผู้ส่งให้เรียบร้อย คนส่งหนังสือข่าวราชการจึงนับเป็นบุรุษไปรษณีย์คนแรกและเริ่มมีการติดแสตมป์บนจนดหมาย ต่อมารัชกาลที่ 5 ได้มีพระราชประสงค์ให้มีการไปรษณีย์และโทรเลขขึ้นในประเทศไทย ทรงเห็นว่ากรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช มีพระทัยใส่ในเรื่องการไปรษณีย์ จึงมีพระราชดำรัสสั่งให้สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ร่วมกับเจ้าหมื่นเสมอใจราช จัดตั้งกรมไปรษณีย์ และ กรมโทรเลข ขึ้นเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2426 โดยทรงดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมไปรษณีย์และกรมโทรเลขพระองค์แรก ต่อมาในปี 2441 ได้ยุบทั้ง 2 กรมรวมเป็นกรมเดียวกันชื่อว่า “กรมไปรษณีย์โทรเลข” นับว่ากรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดชทรงเป็นผู้บุกเบิกกิจการไปรษณีย์ในประเทศไทย ภายหลังทรงได้รับการยกย่องให้เป็น “พระบิดาแห่งการไปรษณีย์ไทย”

 

กษัตริย์ ฟาฮัด.jpg

กษัตริย์ ฟาฮัด เสวยราชสมบัติเป็นกษัตริย์แห่งซาอุดิอาระเบีย

13 มิถุนายน พ.ศ.2525 กษัตริย์ ฟาฮัด (King Fahd) เสวยราชสมบัติเป็นกษัตริย์แห่งซาอุดิอาระเบีย

 

เบนนี กูดแมน.jpg

เบนนี กูดแมน ราชาเพลงสวิง เสียชีวิต

13 มิถุนายน พ.ศ.2529 เบนนี กูดแมน (Benjamin David “Benny” Goodman) นักคลาริเน็ตชาวอเมริกัน เจ้าของฉายา “ราชาเพลงสวิง” (King of Swing) เสียชีวิต กูดแมนเกิดในครอบครัวชาวยิวอพยพจากโปแลนด์ ที่รัฐชิคาโกเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2452 เริ่มเรียนดนตรีตอนสิบขวบพร้อมกับพี่ชายอีกสองคน ปีต่อมาก็ตั้งวงบอยแบนด์ แล้วเป็นนักร้องรับจ้างตามห้องอัด แต่แล้วเขาก็ทนความยั่วยวนของดนตรี นิวออร์ลีนส์ แจ๊ส (New Orleans Jazz) ไม่ไหว ออกมาตั้งวงบิ๊กแบนด์ของตัวเอง ในระยะแรกวงของเขาไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก เพราะเล่นเพลงเต้นรำนุ่มๆ ไม่หวือหวา จนเขาเกือบจะเลิกล้มความตั้งใจ แต่ในคืนวันที่ 21 สิงหาคม 2478 ที่ พาโลมาร์ บอลรูม (palomar ballroom) ในลอสแองเจลลิส เขาลองเล่นดนตรีแบบใหม่ ในจังหวะร้อนแรง ปรากฏว่าถูกใจแฟนเพลงรุ่นใหม่เป็นอย่างมาก ถึงกลับมีคนกล่าวว่า ในคืนนั้นเองที่เป็นจุดเริ่มต้นของยุค สวิงแจ๊ส (Swing Jazz) ในระยะเวลาเพียง 5 ปีหลังจากนั้นเขาก็ก้าวขึ้นเป็นศิลปินแจ๊สระดับนานาชาติ ชื่อเสียงของเขาขจรขจายไปทั่วอเมริกาและยุโรป และได้รับการยกย่องในฐานะ “ราชาแห่งสวิงแจ๊ส” แนวทางการบรรเลงในวงของกูดแมนจะเน้นความเป็นระเบียบเรียบร้อย มีการซ้อมกันมาอย่างดีก่อนขึ้นเวที ซึ่งแตกต่างจากวงบิ๊กแบนด์ที่นำโดยนักดนตรีผิวดำอื่นๆ อยู่พอสมควร ในช่วงด้นสดหรืออิมโพรไวซ์ (Improvise) เขามักจะเล่นเดี่ยวเพื่อให้นักดนตรีคนอื่นได้พัก หรือไม่ก็ไปพักอยู่หลังเวทีเพื่อให้สมาชิกคนอื่นในวงได้โชว์ฝีมือ เช่นกรณี จีน ครูปา (Gene Krupa) มือกลองคนแรกในวงการแจ๊สที่มีโอกาสได้โซโลกลอง และพัฒนาบทบาทของกลองให้เป็นมากกว่าเครื่องให้จังหวะเท่านั้น และที่สำคัญกูดแมนเป็นหัวหน้าวงบิ๊กแบนด์คนแรกๆ ที่เปิดใจกว้างรับนักดนตรีสีผิวเข้ามาร่วมวง ทั้งๆ ที่บรรยากาศในสังคมอเมริกันตอนนั้นยังมีการแบ่งแยกสีผิวอย่างเข้มเข้น นักดนตรีผิวสีหลายคนได้แจ้งเกิดจากวงของเขา เช่น ชาร์ลี คริสเชียน (Charlie Christian) มือกีตาร์ไฟฟ้าคนแรกที่โดดเด่นในวงการแจ๊ส ไลโอเนล แฮมพ์ตัน (Lionel Hampton) นักไวบราโฟน เท็ดดี วิลล์สัน (Teddy Wilson) นักเปียโน รวมไปถึง เอลลา ฟิทซ์เจอรัลด์ (Ella Fitzgerald) นักร้องผิวสีตำนานอีกคนหนึ่งของแจ๊ส แม้แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา ยังเคยเสด็จไปทรงดนตรีกับเบนนี กูดแมนที่อเมริกาหลายครั้ง วงบิ๊กแบนด์ของกูดแมนด์เป็นวงดนตรีผสม (Mixed Race Band) วงแรกๆ เพราะเขาเล็งเห็นถึงความสำคัญของการสร้างสรรค์และคุณค่าของศิลปะ โดยไม่แยแสต่อค่านิยมเดิมๆ ทำให้เขาได้รับเสียงชื่นชมอย่างกว้างขวาง ทำให้แจ๊สกลายเป็นดนตรีที่มี “อิสระ” และยุคสวิงมีพัฒนาการต่อมา ส่งผลต่อแจ๊สในรุ่นหลังเป็นอย่างมาก

 

พุ่มพวง ดวงจันทร์.jpg

พุ่มพวง ดวงจันทร์ เสียชีวิต

13 มิถุนายน พ.ศ.2535 พุ่มพวง ดวงจันทร์ ราชินีเพลงลูกทุ่ง เสียชีวิต ชื่อเดิมคือ รำพึง จิตรหาญ มีชิ่อเล่นว่า ผึ้ง เกิดที่ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ครอบครัวรับจ้างทำไร่อ้อย เธอชอบร้องเพลงลูกทุ่งมาตั้งแต่เด็กๆ เริ่มเดินสายประกวดร้องเพลงในชื่อ น้ำผึ้ง ณ ไร่อ้อย ตอนอายุ 15 ปีพ่อพาไปฝากเป็นบุตรบุญธรรมของ ไวพจน์ เพชรสุพรรณ ซึ่งได้แต่งเพลงและอัดแผ่นเสียงเพลงแรกคือ “แก้วรอพี่” ในปี 2519 ใช้ชื่อว่า น้ำผึ้ง เมืองสุพรรณ จากนั้นได้ย้ายไปอยู่กับวงของ ธีระพล แสนสุข, ศรเพชร ศรสุพรรณ และ ขวัญชัย เพชรร้อยเอ็ด ตามลำดับ โดยเป็นทั้งนักร้องและหางเครื่อง ภายหลัง มนต์ เมืองเหนือ ได้ตั้งชื่อให้ใหม่ว่า “พุ่มพวง ดวงจันทร์” ตั้งวงดนตรีของตัวเอง แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จมากนัก จนต้องยุบวง มาตั้งใหม่ร่วมกับ เสรี รุ่งสว่าง ในชื่อวง “เสรี-พุ่มพวง” และเริ่มประสบความสำเร็จตามลำดับ พุ่มพวงเริ่มมีชื่อเสียงที่สุดช่วงปี 2525-2530 จากฝีมือการแต่งเพลงของ ลพ บุรีรัตน์ ซึ่งเป็นเพลงสนุกๆ จึงได้รับการตอบรับจากแฟนเพลงทั่วสารทิศ เช่น เพลงสาวนาสั่งแฟน, นัดพบหน้าอำเภอ, อื้อฮือหล่อจัง, กระแซะเข้ามาซิ, ดาวเรืองดาวโรย, คนดังลืมหลังควาย, นักร้องบ้านนอก, หม้ายขันหมาก นอกจากนี้ ยังได้เป็นผู้ร้องเพลงพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารีคือเพลง “ส้มตำ” และได้แสดงหนังอีกหลายเรื่องเช่น สงครามเพลง และ มนต์รักนักเพลง ภายหลังพุ่มพวงป่วยเป็น โรคเอสแอลอี (SLE : Systemic Lupus Erythematosus) หรือโรคภูมิแพ้ตัวเอง เสียชีวิตในวัยเพียง 31 ปี ได้มีพระราชทานเพลิงศพที่วัดทับกระดาน อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2535 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เป็นองค์ประธานในพิธี พุ่มพวง ดวงจันทร์ ได้ชื่อว่าเป็นนักร้องลูกทุ่งที่มีน้ำเสียงออดอ้อน หวานฉ่ำ จำเนื้อร้องได้แม่นยำทั้งที่ไม่รู้หนังสือ ซึ่งได้กลายเป็นแรงบันดาลใจและเป็นแม่แบบให้กับนักร้องรุ่นต่อมา

 

 

ข้อมูล: guru.sanook