วันนี้ในอดีต : 20 มิถุนายน

 

เรือจักรกลไอน้ำ.jpg

เรือจักรกลไอน้ำ ซาวันนาห์ เดินทางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกเป็นลำแรก

20 มิถุนายน พ.ศ.2362 เรือจักรกลไอน้ำ ซาวันนาห์ (Savannah) สามารถเดินทางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก จากอเมริกาถึงอังกฤษ เป็นลำแรก แม้ว่าการเดินทางโดยส่วนใหญ่จะใช้ใบเรือก็ตาม

 

สนธิสัญญาเบอร์นี.jpg

รัฐบาลสยามลงนามในสนธิสัญญาเบอร์นี

20 มิถุนายน พ.ศ.2369 รัฐบาลสยาม ลงนามในสนธิสัญญาเบอร์นี (Burney Treaty) กับอังกฤษ นับเป็นสนธิสัญญาทางพระราชไมตรีและการพาณิชย์ฉบับแรกที่ไทยได้ทำกับประเทศตะวันตก ในสมัยรัตนโกสินทร์ ทั้งนี้ ร้อยเอกเฮนรี เบอร์นี (Henry Burney) ทูตของอังกฤษ เข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีกับไทย ในปี 2368 ตรงกับรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 โดยมีความประสงค์ที่จะขอเปิดสัมพันธไมตรีกับไทย และขอความสะดวกในการค้าได้โดยเสรี เขาต้องใช้เวลาถึง 5 เดือนจึงสามรถทำสนธิสัญญากับไทยได้สำเร็จ โดยจัดทำขึ้น 4 ภาษาได้แก่ ไทย อังกฤษ โปรตุเกส และมลายู สนธิสัญญาเบอร์นีมีสาระสำคัญ ได้แก่ อนุญาตให้พ่อค้าไทยทำการค้ากับพ่อค้าอังกฤษได้อย่างเสรี รัฐบาลไทยจะเก็บภาษีจากพ่อค้าอังกฤษตามความกว้างของปากเรือ เจ้าพนักงานไทยมีสิทธิ์ลงไปตรวจสอบสินค้าของพ่อค้าชาวอังกฤษ และชาวอังกฤษที่เข้ามาค้าขายในเมืองไทยจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายไทยทุกประการ การทำสนธิสัญญาเบอร์นีก่อให้เกิดการขยายตัวด้านการค้าต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในโครงสร้างเศรษฐกิจไทย 2 ประการคือ ทำให้รัฐต้องปรับวิธีการหารายได้และเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ในรูปภาษีมากขึ้น และก่อให้เกิดการผลิตเพื่อการค้าส่งออกเพิ่มขึ้น ในปลายสมัยรัชกาลที่ 3 รัฐได้หันกลับมาใช้นโยบายการค้าผูกขาดอีกครั้ง ซึ่งถือเป็นการละเมิดข้อตกลงในสนธิสัญญาเบอร์นี ก่อให้เกิดปัญหาทางการค้าระหว่างไทยกับอังกฤษ นำไปสู่การทำ สนธิสัญญาเบาริง (Bowring treaty) ในปี 2398 ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 4 ซึ่งไทยต้องยอมรับระบบการค้าเสรีของอังกฤษในที่สุด

 

วิกตอเรีย.jpg

สมเด็จพระบรมราชินีนาถวิกตอเรียเสด็จเสวยราชสมบัติ

20 มิถุนายน พ.ศ. 2380 สมเด็จพระบรมราชินีนาถวิกตอเรีย (Queen Victoria) แห่งสหราชอาณาจักร และเครือจักรภพ เสด็จเสวยราชสมบัติ สืบทอดจาก สมเด็จพระเจ้าวิลเลียมที่ 4 (King William IV) พระราชปิตุลา เมื่อพระชนมพรรษา 18 พรรษา รัชสมัยของพระองค์เรียกว่า "ยุควิคตอเรีย" (Victoria Era) ซึ่งถือเป็นยุคแห่งความเจริญถึงขีดสุดทางด้านการเมือง การทหาร สังคม เศรษฐกิจ และเทคโนโลยีของสหราชอาณาจักร เกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรม (Industrial Revolution) ในคริสตศรตวรรษที่ 18 ส่งผลให้จักรวรรดิได้แผ่ขยายกว้างไกลไปทั่วโลก จนกระทั่งกลายเป็นมหาอำนาจของโลก พระองค์เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2444 เมื่อพระชนมพรรษา 81 พรรษา ทรงเป็นกษัตริย์ราชวงฮาโนเวอร์ (House of Hanover) พระองค์สุดท้าย และทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ครองราชย์ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์อังกฤษ คือ 63 ปี 7 เดือน 2 วัน

 

เกรแฮม เบลล์.jpg

อเล็กซานเดอร์ เกรแฮม เบลล์ ให้บริการโทรศัพท์ในเชิงพาณิชย์เป็นครั้งแรก

20 มิถุนายน พ.ศ.2420 อเล็กซานเดอร์ เกรแฮม เบลล์ (Alexander Graham Bell) ได้ให้บริการ โทรศัพท์ (Telephone) ในเชิงพาณิชย์เป็นครั้งแรก ที่เมืองฮามิลตัน มลรัฐออนตาริโอ ประเทศแคนาดา (Hamilton, Ontario) ทั้งนี้ เบลล์ได้ประดิษฐ์โทรศัพท์เครื่องแรกเมื่อปี 2419 ปีต่อมาเขาได้ก่อตั้งบริษัท เบลล์ เทเลโฟน (Bell Telephone company) ก่อนจะเริ่มเปิดบริการโทรศัพท์ในเชิงพาณิชย์ ซึ่งได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ภายในปี 2429 ได้มีผู้ใช้โทรศัพท์กว่า 150,000 เครื่องทั่วอเมริกา ในระยะหลังเขาประสบความสำเร็จทางธุรกิจอย่างมาก จนกลายเป็นมหาเศรษฐี แต่ก็ได้ทำงานเพื่อสังคมโดยก่อตั้งสมาคมแนะนำและสอนคนหูพิการ ชื่อว่า American Association to Promote the Teaching of spech to Deaf นอกจากนี้เขายังมีความสำคัญในงานวิจัยทางด้านอากาศยาน นับว่าโทรศัพท์ที่เขาพัฒนาขึ้น ได้ส่งผลให้การสื่อสารเจริญก้าวหน้าขึ้น จนโทรศัพท์กลายเป็นเครื่องมือที่สำคัญของมนุษย์ในปัจจุบัน

 

สุริยุปราคา.jpg

เกิดสุริยุปราคาเต็มดวงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

20 มิถุนายน พ.ศ.2498 เกิดสุริยุปราคาเต็มดวง ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เห็นได้ในกรุงเทพ และจังหวัดใกล้เคียง เดิเมื่อเวลา 10.19 น. นาน 7.08 นาที จังหวัดที่เห็นได้ เช่น กรุงเทพฯ กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง และอำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปรากฎการณ์สุริยุปราคาครั้งนั้นมีนักดาราศาสตร์ต่างประเทศเดินทางมาประเทศไทย หนังสือพิมพ์สารเสรี พาดหัวข่าวหน้า 1 และในโอกาสนั้น สมเด็จพระราชชนนี พร้อมด้วย สมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา เสด็จทอดพระเนตรอาทิตย์ดับที่อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยาด้วย ปรากฎการณ์สุริยคราสครั้งนี้ประชาชนไทยมีโอกาสเห็นกันมากที่สุดและนานที่สุดอีกด้วย

 

เดินเท้ารอบโลก-horz.jpg

จอห์น และ เดฟ คุนส์ท เริ่มต้นการเดินเท้ารอบโลก

20 มิถุนายน พ.ศ. 2513 จอห์น และ เดฟ คุนส์ท (John Kunst & Dave Kunst) สองพี่น้องชาวอเมริกัน เริ่มต้นการเดินเท้ารอบโลก เพื่อหาเงินช่วยเหลือ องค์การยูนิเซฟ (UNICEF) โดยออกจากบ้านเกิดที่เมืองวาเซกา (Waseca) มลรัฐมินเนโซตา พร้อมด้วยล่อบรรทุกสัมภาระชื่อ วิลลี เมคอิท (Willie Makeit) เมื่อมาถึงภูเขา ฮินดู คุช (Hindu Kush) ประเทศอัฟกานิสถาน ในวันที่ 21 ตุลาคม 2515 พวกเขาถูกโจรปล้น และทำร้าย จอห์นถูกยิงเสียชีวิต ส่วนเดวิดได้รับบาดเจ็บ ต่อมาเขาได้ออกเดินทางต่อพร้อมน้องชายคนสุดท้องคือ พีท (Pete Kunst) เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2516 และเดินทางกลับถึงเมืองวาเซกาเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2517 ใช้เวลาทั้งสิ้น 4 ปี 3 เดือนกับอีก 16 วัน รวมระยะทาง 14,450 ไมล์ส หากนับจำนวนก้าว จะได้กว่า 20 ล้านก้าว เปลี่ยนรองเท้าไปถึง 21 คู่ เปลี่ยนล่อไป 4 ตัว กับหมาอีก 2 ตัว เดฟ คุนส์ท นับเป็นมนุษย์คนแรกที่เดินเท้ารอบโลกได้สำเร็จ

 

นายอินทร์ผู้ปิดทองหลังพระ-horz.jpg

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเริ่มแปลนวนิยายเรื่อง นายอินทร์ผู้ปิดทองหลังพระ

20 มิถุนายน พ.ศ.2520 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเริ่มแปลนวนิยายเรื่อง "นายอินทร์ผู้ปิดทองหลังพระ" หรือ "A Man Called Intrepid” ของ วิลเลียม สตีเวนสัน (Sir William Stevenson) หน้าแรก ก่อนจะสำเร็จในวันที่ 23 มีนาคม 2523 วรรณกรรมเรื่องนี้เขียนจากชีวิตจริงของ "นายอินทร์" หรือ "Intrepid" ซึ่งเป็นนามรหัสของวิลเลียม สตีเวนสัน หัวหน้าหน่วยราชการลับอาสาสมัครของอังกฤษ สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ผู้มีบทบาทสำคัญในการต่อต้านแผนร้ายของ ฮิตเลอร์ (Adolf Hitler) จนประสบชัยชนะในที่สุด นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหาอิงประวัติศาสตร์ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเห็นว่ามีประโยชน์ต่อมนุษยชาติอย่างยิ่ง จึงทรงใช้เวลาและพระราชวิริยะอุตสาหะแปลถ่ายทอดจากต้นฉบับภาษาอังกฤษมาเป็นภาษาไทย นิยายเรื่องนี้มีความยาวกว่า 600 หน้า ผู้อ่านต้องใช้เวลาอ่านนานแต่ก็ไม่ทำให้เกิดความเบื่อ เพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเลือกสรรกลวิธีในการถ่ายทอดการแปลได้อย่างยอดเยี่ยม

 

 

ข้อมูล: guru.sanook