วันนี้ในอดีต : 17 กรกฎาคม

 

พระเจ้าซาร์.jpg

พระเจ้าซาร์ นิโคลัสที่ 2 ถูกปลงพระชนม์

17 กรกฎาคม พ.ศ.2461 พระเจ้าซาร์ นิโคลัสที่ 2 (Tsar Nicholas II) กษัตริย์พระองค์สุดท้ายของรัสเซีย ถูกปลงพระชนม์พร้อมพระราชวงศ์อีกหลายพระองค์ที่ไซบีเรีย โดยทหารคณะปฏิวัติของกลุ่มมาร์กซิสม์หัวรุนแรง บอลเชวิก (Bolsheviks) ซึ่งนำโดย เลนิน (Vladimir Lenin) พระเจ้าซาร์ นิโคลัสที่ 2 ทรงเป็นพระโอรสของ พระเจ้าซาร์ อเล็กซานเดอร์ ที่ 3 แห่ง ราชวงศ์โรมานอฟ (Romanov Dynasty) พระนามเดิมคือ พระเจ้านิโคลัสที่ 2 (Nicholas II) ขึ้นครองราชย์ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2437 ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นพระเจ้าซาร์แห่งรัสเซียเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2439 พระองค์ทรงเป็นจักรพรรดิที่อ่อนแอ ไม่สามารถจัดการกับสถานการณ์ของประเทศที่กำลังปั่นป่วน หลังจากพ่ายแพ้ต่อญี่ปุ่นใน สงครามรัสเซีย-ญี่ปุ่น (Russo–Japanese War) ระหว่างปี 2447-2448 จากนั้นในช่วง สงครามโลกครั้งที่ 1 (พ.ศ. 2457-2461) ได้ทรงนำรัสเซียเข้าร่วมสงครามแต่ต้องพบกับความพ่ายแพ้อีกครั้ง ส่งผลให้ประชาชนเสื่อมความนิยมในพระองค์และคณะรัฐบาลมาก นอกจากนี้ยังทรงปล่อยให้ รัสปูติน (Gregori Rasputin) พระนอกรีตลึกลับเข้ามามีอิทธิพลในราชสำนัก ประกอบกับเกิดภาวะเงินเฟ้อ เศรษฐกิจตกต่ำมาก ขาดแคลนอาหาร ประชาชนอดอยาก เกิดความเหลื่อมล้ำทางสังคมสูง ส่งผลให้ประชาชนไม่พอใจจึงลุกขึ้นมาเดินขวบต่อต้านและบังคับให้พระองค์สละราชสมบัติในวันที่ 15 มีนาคม 2460 เรียกเหตุการณ์ในครั้งนั้นว่า "การปฏิวัติเดือนกุมภาพันธ์” (February Revolution--เพราะนับตามปฏิทินแบบเก่า) จากนั้นถูกนำไปกักขังไว้และถูกปลงพระชนม์พร้อมพระราชวงศ์

 

ดิสนีย์แลนด์.jpg

สวนสนุกดิสนีย์แลนด์เปิดบริการรอบสื่อมวลชน

17 กรกฎาคม พ.ศ.2498 สวนสนุก "ดิสนีย์แลนด์" (Disneyland) ดินแดนแห่งความสุข สนุก และแฟนตาซี แห่งแรกในโลกเปิดบริการรอบสื่อมวลชน ก่อนจะเปิดจริงในวันต่อมา สวนสนุกดีสนีย์แลนด์ตั้งอยู่ที่เมืองแอนาเฮม (Anaheim) มลรัฐแคลิฟอร์เนีย เกิดจากความคิดของวอลต์ ดิสนีย์ (Walt Disney) ในวันหนึ่งที่พาลูกสาวไปเดินเล่นในสวนสาธารณะ เขาคิดอยากจะให้มีสถานที่สักแห่งหนึ่งที่ผู้ใหญ่กับเด็กๆ สามารถไปสนุกร่วมกันได้ สวนสนุกแห่งนี้จึงถูกออกแบบมาสำหรับคนทุกเพศทุกวัย ภายในแบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 ส่วนคือ Main Street USA, Adventureland, Frontierland, Fantasyland และ Tomorrowland พร้อมทั้งนำตัวการ์ตูนต่างๆ ของดีสนีย์มาจัดแบ่งออกเป็นโซนๆ ให้คนเข้าไปเยี่ยมชมได้อย่างสะดวก ในปี 2541 สวนสนุกแห่งนี้ได้เปลี่ยนชื่อเป็น "ดิสนีย์แลนด์ พาร์ค” (Disneyland Park) ปัจจุบัน ดีสนีย์แลนด์เป็นเจ้าของและบริหารงานโดย The Walt Disney Company มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมมากกว่า 515 ล้านคนต่อปี ค่าตั๋ว 1 วันสำหรับผู้ใหญ่คนละ 63 เหรียญสหรัฐฯ (ปี 2549) นอกจากนี้ยังมีสวนสนุกและสถานตากอากาศในเครือดิสนีย์อีก 5 แห่งทั่วโลกคือ "วอลต์ ดิสนีย์ เวิร์ลด์ รีสอร์ท” (Walt Disney World Resort) ที่เมืองออร์ลานโด มลรัฐฟลอริดา สหรัฐฯ สร้างขึ้นในปี 2514 "โตเกียว ดิสนีย์ รีสอร์ท” (Tokyo Disney Resort) ประเทศญี่ปุ่น เปิดบริการในปี 2525 "ดิสนีย์แลนด์ รีสอร์ท ปารีส” (Disneyland Resort Paris) ประเทศฝรั่งเศส และ "ฮ่องกง ดิสนีย์แลนด์ รีสอร์ท” (Hong Kong Disneyland Resort) เปิดบริการในปี 2548

 

บิลลี ฮอลิเดย์.jpg

บิลลี ฮอลิเดย์ นักร้องเพลงแจ๊ซเสียชีวิต

17 กรกฎาคม พ.ศ.2502 บิลลี ฮอลิเดย์ หรือ "เลดี เดย์" (Billie Holiday or Lady Day) นักร้องที่เป็นตำนานหนึ่งในโลกของแจ๊ซ เสียชีวิต เลดี เดย์เกิดที่เมืองฟิลาเดลเฟีย สหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2458 เดิมชื่อว่า อิเลนอรา แฮร์ริส (Eleanora Harris) ชีวิตของเธอมีสีสันหวือหวา สลับซับซ้อนสมกับเป็นหนึ่งในตำนานอมตะของแจ๊ซ เธอเติบโตมาท่ามกลางความอัตคัดขัดสน แม่ท้องตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น พ่อทิ้งครอบครัวไปตั้งแต่เธอยังเล็ก ตอนอายุ 11 เธอถูกข่มขืน จากนั้นชีวิตวัยรุ่นของเธอก็มืดหม่นอยู่ในซ่องโสเภณี หลังจากได้ฟังเสียงของ เบสซี สมิท (Bessie Smith) และ หลุยส์ อาร์มสตรอง (Louis Armstrong) ทั้งสองก็กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เธอค้นพบพรสวรรค์จากเสียงของตัวเอง วันหนึ่งเธอและเพื่อนๆ ถูกจับข้อหาคนเร่ร่อน หลังพ้นความผิด เธอจับคู่กับนักแซ็กโซโฟนแถวบ้าน ตระเวนร้องเพลงตามบาร์เล็กๆ แล้วเปลี่ยนชื่อและนำนามสกุลพ่อมาใช้ เป็น “บิลลี ฮอลิเดย์” ความโดดเด่นในน้ำเสียงของเธอสร้างความประทับใจให้กับจอห์น แฮมมอนด์ (John Hammond) โปรดิวเซอร์ชื่อดังคนหนึ่ง บิลลี ฮอลิเดย์ก็เริ่มเริ่มลุกลามสว่างไสวขึ้นนับตั้งแต่คืนนั้น เธอเป็นหนึ่งในนักร้องผิวสีไม่กี่คนที่กล้ายืนต่อต้านความอยุติธรรม เธอแสดงออกด้วยน้ำเสียงช้าเนิบ ถ่ายทอดอารมร์หม่นเศร้า มีเนื้อหาเกี่ยวกับความผิดหวังและความรักรันทด เธอออกผลงานร่วมกับศิลปินคนอื่นและออกเดี่ยวหลายชุด แต่เพลงที่สร้างชื่อให้เธอออกไปยืนอยู่แถวหน้าในโลกของแจ๊ซคือ Strange Fruit ซึ่ง ลิวอิส อัลแลน (Lewis Allan) เขียนขึ้นจากความสะเทือนใจในสถานการณ์เหยียดผิวอย่างรุนแรงในสังคมอเมริกัน ระยะหลังเธอเริ่มติดเหล้าและใช้ยาเสพติดจนเสียชีวิตในที่สุด บิลลี ฮอลิเดย์เป็นตำนานตั้งแต่ยังสาว และเป็นหนึ่งในนักร้องไม่กี่คนที่มีความเป็น “ศิลปิน” ในการ “เปล่งเสียง” อย่างแท้จริง

 

ดาวพฤหัสบดี.jpg

ดาวหางชูเมกเกอร์-เลวี 9 พุ่งชนดาวพฤหัสบดี

17 กรกฎาคม พ.ศ.2537 ดาวหาง ชูเมกเกอร์-เลวี 9 (Comet Shoemaker-Levy 9 : SL9) ซึ่งประกอบด้วยดาวหางจำนวน 21 ชิ้น เคลื่อนที่ไล่ตามกันเหมือนขบวนรถไฟ พุ่งเข้าชน ดาวพฤหัสบดี (Jupiter) ด้วยความเร็วกว่า 60 กิโลเมตรต่อวินาที เกิดการระเบิดเทียบเท่ากับระเบิดทีเอ็นที 6 ล้านตัน หรือเทียบเท่าระเบิดปรมาณูที่ถล่มฮิโรชิมา 100 ล้านลูก แรงระเบิดมีรัศมีกระจายไปถึง 8,000 กิโลเมตร ทำให้เกิดฝุ่นดาวหางปกคลุมสูงขึ้นมาเหนือเมฆในชั้นบรรยากาศโจเวียนถึง 3,000 กว่ากิโลเมตร ทั้งนี้ดาวหางชูเมกเกอร์-เลวี 9 ถูกค้นพบเมื่อคืนวันที่ 24 มีนาคม 2536 โดย ยูจีน ชูเมกเกอร์ (Eugene M. Shoemaker) และ เดวิด เลวี (David Levy) สองนักดาราศาสตร์ชาวอเมริกัน เอสแล 9 เป็นดาวหางวงโคจรสั้น โคจรรอบดาวพฤหัสบดี เพิ่งแตกออกเป็นชิ้นๆ จำนวน 21 ชิ้น แต่ละชิ้นมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3-4 กิโลเมตร ด้วยอิทธิพลแรงดึงดูดของดาวพฤหัสบดีเมื่อปี 2535 จนกระทั่งถูกคำนวณล่วงหน้าไว้เป็นเวลากว่าปีเศษ ว่าจะชนดาวพฤหัสบดีในระหว่างวันที่ 16-22 กรกฎาคม 2537 นักดาราศาสตร์และสื่อมวลชนจึงมีเวลามากพอในการเตรียมสังเกตการณ์และประชาสัมพันธ์ แม้ว่ากล้องดูดาวบนโลกจะไม่สามารถบันทึกภาพขณะชนโดยทันที แต่มี กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล (hubble space telescope) ซึ่งเคลื่อนรอบโลก ได้ถ่ายภาพแล้วส่งสัญญาณลงมายังสถานีรับภาคพื้นดิน ร่องรอยของการชนปรากฏชัดเจนในภาพถ่าย ซึ่งกล้องฮับเบิลบันทึกหลังจากที่ดาวหางลูกแรกชนแล้ว 90 นาที ทำให้ผู้เฝ้าติดตามตื่นเต้นดีใจไปทั่วโลก นับเป็นความสำเร็จของนักวิทยาศาสตร์ที่คำนวณทางโคจรของดาวหางได้อย่างแม่นยำ ในอดีตดาวพฤหัสบดีน่าจะเคยถูกดาวหางและดาวเคราะห์น้อยชนมาแล้วเป็นจำนวนมาก แต่ยังไม่เคยตรวจพบและคำนวณได้อย่างแม่นยำเช่นครั้งนี้ การพุ่งชนดาวพฤหัสบดีของดาวหางชูเมกเกอร์-เลวี 9 จึงเกิดขึ้นครั้งหนึ่งในหลายพันชั่วอายุขัยของมนุษย์ที่สามารถสังเกตได้

 

 

ข้อมูล: guru.sanook