วันนี้ในอดีต : 4 สิงหาคม

 

ฮันส์ คริสเตียน-horz.jpg

ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์เสน เสียชีวิต

4 สิงหาคม พ.ศ.2418 ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์เสน (Hans Christian Andersen) "ราชาแห่งเทพนิยาย" ชาวเดนมาร์ก เสียชีวิต เอนเดอร์เซนเกิดเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2348 ที่เมืองโอเดนเซ (Odense) ประเทศเดนมาร์ก พ่อเป็นช่างเย็บรองเท้าฐานะยากจนและไม่มีการศึกษา แต่ก็รักลูกมาก จึงมักเล่านิทานให้เด็กชายแอนเดอร์เสนฟังและพาไปดูละครในเมืองอยู่เสมอ บางครั้งก็ทำโรงละครหุ่นเล็กๆ ให้เล่น จึงเป็นการปลูกฝังจินตนการและทำให้แอนเดอร์เสนสนใจศิลปะมาตั้งแต่เด็ก แต่พออายุ 11 ขวบพ่อก็เสียชีวิต เขาจึงต้องออกจากโรงเรียนแล้วเดินทางไปเมืองโคเปนเฮเกน ได้งานเป็นนักแสดงตัวประกอบเล็กๆ ในคณะละคร และหัดเขียนบทละครไปด้วย แต่ด้วยความที่เรียนหนังสือน้อย จึงเขียนผิดๆ ถูกๆ พออายุ 18 ปีเขาก็ตัดสินใจกลับไปเรียนใหม่ ปีต่อมาเขาตีพิมพ์ผลงานเล่มแรกของตัวเองในชื่อ "The Ghost at Palnatoke’s Grave" จากนั้นในปี 2372 ผลงานเรื่องสั้น "A Journey on Foot from Holmen’s Canal to the East Point of Amager." ก็สร้างชื่อให้เขา จากนั้นแอนเดอร์เสนเริ่มสนใจนิทานพื้นบ้าน และนำนิทานพื้นบ้านมาเล่าใหม่ เดินทางไปเล่านิทานทั่วยุโรป พบปะแลกเปลี่ยนความเห็นกับนักเขียนคนสำคัญ อาทิ พี่น้องตระกูล กริมม์ (Brothers Grimm), ชาร์ลส์ ดิกเกนส์ (Charles Dickens) และ แมรี โฮวิตต์ (Mary Howitt) ภายหลังก็เริ่มแต่งเรื่องเอง โดยใส่บรรยากาศน่ากลัว เศร้าสลด เพ้อฝันและแฟนตาซีเข้าไป นำเสนอผ่านภาษาเรียบง่ายทว่าลึกซึ้งคมคายแฝงแง่คิด แม้รูปลักษณ์ของเขาจะขี้เหร่จนกลายเป็นตัวตลกให้คนอื่นหัวเราะเยาะมาตลอดชีวิต แต่นิทานของเขากลับสวยงามและสร้างจินตนาการให้เด็กๆ มาแล้วทั่วโลกจนทุกวันนี้ ราวกับว่าเขาต้องการจะสะท้อนตัวตนออกมาผ่านนิทานเหล่านั้น ตลอดชีวิตแอนเดอร์เสนสร้างผลงานเทพนิยายกว่า 160 เรื่อง ผลงานที่ได้รับความนิยมได้แก่ "ลูกเป็ดขี้เหร่" (The Ugly Duckling) "เงือกน้อย" (The Little Mermaid), "ฉลองพระองค์ใหม่ของพระราชา" (The Emperor’s New Clothes) และ "เด็กหญิงไม้ขีดไฟ" (The Little Match Girl) ผลงานของแอนเดอร์เสนได้รับการบันทึกไว้ว่าถูกแปลบ่อยครั้งที่สุดในประวัติศาสตร์วรรณกรรม

 

กรมไปรษณีย์.jpg

รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งกรมไปรษณีย์

4 สิงหาคม 2426 รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งกรมไปรษณีย์และเปิดทำการไปรษณีย์อย่างเป็นทางการ โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ตึกใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เหนือปากคลองโอ่งอ่าง เรียกว่า “ไปรษณียาคาร” ซึ่งเป็นตึกที่ทำการไปรษณีย์แห่งแรกในประเทศไทย

 

หลุยส์ อาร์มสตรอง.jpg

วันเกิด หลุยส์ อาร์มสตรอง

4 สิงหาคม 2444 วันเกิด หลุยส์ อาร์มสตรอง (Louis Daniel Armstrong) นักทรัมเป็ตและนักร้องเพลงแจ๊สผู้ยิ่งใหญ่ชาวอเมริกัน มีชื่อเล่นว่า "แซทช์โม" (Satchmo) เกิดที่เมืองนิวออร์ลีน มลรัฐหลุยเซียนา ดินแดนที่ได้ชื่อว่าเป็นบ้านเกิดของแจ๊ส อาร์มสตรองเติบโตมาในย่านสลัมคนดำ พ่อเป็นกรรมกร แม่เป็นแม่บ้านที่มีอาชีพเสริมเป็นโสเภณี (ในสมัยนั้นเป็นอาชีพที่ถูกต้องตามกฎหมาย) พ่อเขาก็ทิ้งครอบครัวไปตั้งแต่เขายังแบเบาะ แม่ย้ายไปอยู่ย่านโสเภณี ฝากเขาไว้ให้ย่าดูแล เขาประทังชีวิตด้วยอาหารราคาถูก หรือแม้แต่ต้องคุ้ยอาหารตามถังขยะ และหาเงินโดยการเป็นนักร้องในวงขับร้องประสานเสียงของเด็กๆ ร้องเพลงตามสถานที่สาธารณะ ตอนอายุ 13 ปีเขานึกคะนองยิงปืนขึ้นฟ้า จนถูกจับตัวขังบ้านคุ้มครองเด็ก ที่นี่เองที่เขามีโอกาสเรียนเป่าคอร์เน็ต (Cornet) ในวงดนตรีของบ้านคุ้มครองเด็ก เมื่อถึงวันได้รับอิสรภาพ เขาจึงตัดสินใจเอาดีทางด้านดนตรี โดยการหยิบยืมเครื่องดนตรีของเพื่อนมาเล่น ช่วงนี้ชีวิตของเขาวนเวียนอยู่ในย่านเริงรมย์ของนิวออร์ลีน จนได้พบกับ คิง โอลิเวอร์ (Joe "King" Oliver) นักคอร์เน็ตและหัวหน้าวงแจ๊สชื่อดัง โอลิเวอร์สนับสนุนให้เขาแสดงความสามารถ และเมื่อโอลิเวอร์ย้ายไปชิคาโก จึงให้อาร์มสตรองเล่นทรอมโบน (Trombone) แทนในวงของเขาซึ่งให้ คิด โอรี (Kid Ore) ดูแลต่อ ในปี 2462 สถานเริงรมย์ในเมืองนิวออร์ลีนถูกทางการสั่งปิด อาร์มสตรองจึงต้องไปเล่นดนตรีในเรือที่ลองในแม่น้ำมิสซิสซิปปี ฝีมือของพัฒนามากขึ้นในช่วงนี้ จากนั้นโอลิเวอร์ก็ชักชวนให้ไปร่วมวง "Creole Jazz Band" ของเขาที่เมืองชิคาโกในปี 2465 ชื่อเสียงของอาร์มสตรองเริ่มโด่งดังมากขึ้น ขณะที่วงนี้ก็ส่งอิทธิพลทางดนตรีต่อเมืองชิคาโกเป็นอย่างมาก อาร์มสตรองได้อัดแผ่นเสียงครั้งแรกที่นี่ จากนั้นอาร์มสตรองก็ย้ายไปเมืองนิวยอร์กในปี 2467 เพื่อร่วมวง "เฟล็ทเชอร์ เฮนเดอร์สัน ออร์เคสตรา" (Fletcher Henderson Orchestra) ซึ่งเป็นวงดนตรีชั้นนำในยุคนั้น เขาเปลี่ยนจากคอร์เน็ตเป็นทรัมเป็ตในช่วงนี้ ปีต่อมาเขาก็กลับเมืองชิคาโกอีกครั้งพร้อมกับวงของตัวเองที่ชื่อ "ฮ็อต ไฟว์” (Hot Five) เริ่มอัดแผ่นเสียงกว่า 60 ซีรีส์ ซึ่งได้กลายมาเป็นหลักฐานทางดนตรีแจ๊สที่มีคุณค่าในเวลาต่อมา มีเพลงฮิตหลายเพลง อาทิ "Potato Head Blues", "Muggles” และ "West End Blues" ด้วยลีลาการเล่นด้นสด (Improvisation) ที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งเขาพัฒนามาจากพื้นฐานดนตรีของนิวออร์ลีน อีกทั้งอาการโรคหัวใจ ส่งผลให้ตอนอายุสามสิบปลายๆ เขาเริ่มปีปัญหาเรื่องนิ้วมือและริมฝีปาก จนต้องหยุดเป่าทรัมเป็ตในปี 2502 อาร์มสตรองหันมาพัฒนาขีดความสามารถทางด้านการร้องเพลงต่อ จนกลายเป็นนักร้องที่มีชื่อเสียง ด้วยเสียงร้องห้าวทุ้มที่เปี่ยมความรู้สึก และบุคลิกอันอับอุ่นบนและสนุกสนานเวที จนเขากลายเป็นเอ็นเตอร์เทนเนอร์คนสำคัญของอเมริกาในช่วงปลายทศวรรษที่ 1930s ภายหลังเขาได้ออกทัวร์เล่นดนตรีในยุโรป จนมีชื่อเสียงระดับโลกในช่วงทศวรรษที่ 1950s อีกทั้งเขายังเป็นผู้คิดค้นเทคนิกการเปล่งเสียงเลียนเสียงเครื่องดนตรีที่เรียกว่า "สแก็ท" (Scat Vocal) เมื่ออเมริกาเข้าสู่ยุคทีวี เขาก็กลายเป็นคนดำคนแรกที่ได้แสดงภาพยนตร์ขนาดยาว มีผลงานยอดนิยมกว่า 50 เรื่อง จนได้ฉายาว่า "Ambassador Satch" กลายเป็นดาราที่มีชื่อเสียงยิ่งกว่าตอนเป็นนักดนตรีเสียอีก อาร์มสตรองเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจล้มเหลว ที่กรุงนิวยอร์กเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2514 รวมอายุ 69 ปี ภายหลังจากเขาเสียชีวิตได้มีการตั้งชื่อสนามบินแห่งเมืองนิวออร์ลีนว่า "Louis Armstrong New Orleans International Airport" และมีการสร้างอนุสาวรีย์สวนสาธารณะเพื่อรำลึกถึงเขาหลายแห่งที่เมืองนิวออร์ลีนบ้านเกิด

 

สมรักษ์ คำสิงห์.jpg

สมรักษ์ คำสิงห์ สามารถคว้าเหรียญทองโอลิมปิก

04 สิงหาคม พ.ศ.2539 สมรักษ์ คำสิงห์ (Somluck Kamsing) เป็นนักกีฬาไทยคนแรกที่สามารถคว้า เหรียญทองโอลิมปิก จากกีฬามวยสากลสมัครเล่น รุ่นเฟเธอร์เวท (Featherweight) ในการแข่งขันกีฬาโลลิมปิกฤดูร้อน ครั้งที่ 26 ที่แอตแลนตา มลรัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา โดยเอาชนะ เซราฟิม โทโดรอฟ (Serafim Todorov) นักมวยชาวบัลแกเรีย ด้วยคะแนน 8-5 ในการแข่งขันโอลิมปิกในครั้งนี้ สมรักษ์ ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า "Somluck Kamsing" เพื่อเป็นนัยทางโชคดี (Luck) ด้วย ภายหลังจากได้เป็น "วีรบุรุษเหรียญทองโอลิมปิก” แล้ว สมรักษ์ก็กลายเป็นบุคคลชื่อดังไปในทันที ไม่นานก็ได้เล่นละครและภาพยนตร์หลายเรื่อง ทำให้เขาเอาใจใส่ในการชกมวยน้อยลง การชกครั้งต่อๆ มาก็ไม่ประสบความสำเร็จเลย โดยตกรอบสามในการแข่งขันโอลิมปิกที่ซิดนีย์ในปี 2543 และตกรอบแรกในโอลิมปิกที่เอเธนส์ในปี 2547 ทำให้เลิกชกมวยอย่างเด็ดขาด ปัจจุบัน สมรักษ์ยังคงมีงานในวงการบันเทิง และมีค่ายมวยของตนเองชื่อค่าย "ส.คำสิงห์"

 

 

ข้อมูล: guru.sanook