วันนี้ในอดีต : 8 สิงหาคม

 

พิชิตยอดเขามงต์บลังค์.jpg

ฌาคส์ บัลมาต์ และ มิเชล แพ็คการ์ด พิชิตยอดเขามงต์บลังค์สำเร็จ

8 สิงหาคม พ.ศ.2329 ฌาคส์ บัลมาต์ (Jacques Balmat) และ มิเชล แพ็คการ์ด (Michel-Gabriel Paccard) พรานล่าชามัวส์ (chamois) และนายแพทย์ชาวอิตาเลียน สามารถเดินทางขึ้นไปพิชิตยอดเขา มงต์บลังค์ (Mont Blanc) ได้สำเร็จเป็นครั้งแรก ก่อนหน้านี้ ฮอเรซ เบเนดิกต์ (Horace-Benedict de Saussure) ผู้บุกเบิกกีฬาปีนเขา (Mountaineering) ชาวสวิตเซอร์แลนด์ได้พยายามพิชิตยอดเขามงต์บลังค์มาแล้ว แต่ไม่สำเร็จ จึงได้ประกาศให้รางวัลแก่นักปืนเขาที่สามารถพิชิตมงต์บลังค์ได้ จากนั้นในปี 2351 มารี พาราดิส (Marie Paradis) ก็ได้รับการบันทึกว่าเป็นผู้หญิงคนแรกที่พิชิตยอดเขามงต์บลังค์ ยอดเขามงต์บลังค์ มีชื่อในภาษาอิตาเลียนว่า "มองเต เบียงโก" (Monte Bianco) ทั้งสองชื่อนี้แปลว่า "ภูเขาสีขาว" และยังมีคำเรียกในภาษาฝรั่งเศสอีกคำหนึ่งว่า "ลา ดาม บลองเชอ" (La Dame Blanche) แปลว่า "หญิงสาวสีขาว" มงค์บลังค์เป็นยอดสูงสุดของเทือกเขา แอลป์ (Alps) และสูงที่สุดในทวีปยุโรป มีความสูงประมาณ 4,808 เมตร ตั้งอยู่บริเวณพรหมแดนฝรั่งเศส-อิตาลี ปัจจุบันได้มีนักปืนเขาและนักท่องเที่ยวปีละกว่าสองหมื่นคนที่เดินทางไปที่เทือกเขาเอลป์และพยายามพิชิตยอดมงต์บลังค์

 

เครื่องพิมพ์ปรุไข.jpg

โทมัส เอดิสัน ได้รับสิทธิบัตรเครื่องพิมพ์ปรุไข

8 สิงหาคม พ.ศ.2419 โทมัส เอดิสัน (Thomas Alva Edison) นักประดิษฐ์ชาวอเมริกัน ได้รับสิทธิบัตร เครื่องอัดสำเนาด้วยกระดาษไข หรือ เครื่องพิมพ์ปรุไข (mimeograph machine) ซึ่งเป็นเครื่องพิมพ์อัดสำเนาจากต้นฉบับที่เป็นรูปภาพและลายเส้น ช่วยให้สามารถทำสำเนาจากต้นฉบับได้จำนวนมากไม่จำกัด รวดเร็วและและประหยัดยิ่งขึ้น กว่าการใช้ฝีมือคนเป็นผู้ลอกเหมือนแต่เดิม โดยเอดิสันเรียกว่า "Autographic Printing" จากนั้นในปี 2427 อัลเบิร์ต ดิ๊ก (Albert Blake Dick) ได้รับอนุญาติในสิทธิบัตรชิ้นนี้แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น "mimeograph" พร้อมกับก่อตั้งบริษัท A.B. Dick company เพื่อผลิตเครื่องอัดสำเนาด้วยกระดาษไขออกจำหน่าย กลายเป็นเครื่องมือที่นิยมใช้กันมากในสำนักงาน ในโรงเรียน และตามบ้านเรือนทั่วไป ในขณะเดียวกันที่อังกฤษและเยอรมนีก็ได้มีนักประดิษฐ์คิดค้นเครื่องอัดสำเนาในลักษณะเดียวกันนี้ขึ้นมาด้วยเช่นกัน โดยเรียกชื่อต่างกันออกไป เช่น "Automatic Cyclostyle" และ "Stencil duplicators" ตั้งแต่ศตวรรษที่ 1960 เป็นต้นมา เครื่องอัดสำเนาด้วยกระดาษไขก็ถูกแทนที่ด้วย "เครื่องถ่ายเอกสาร" (Photocopy หรือ Xerox) แต่เครื่องเครื่องอัดสำเนาด้วยกระดาษไขก็ถูกพัฒนาจนเป็นระบบอัตโนมัติ สามารถสร้างแม่พิมพ์และสั่งพิมพ์ได้โดยอัตโนมัติ ซึ่งนิยมใช้ในบางพื้นที่ที่ไม่มีไฟฟ้าใช้

 

สมาคมอาเซียน.jpg

วันก่อตั้งสมาคมอาเซียน

8 สิงหาคม พ.ศ.2510 วันก่อตั้ง สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ "สมาคมอาเซียน" (Association of Southeast Asian Nations - ASEAN) โดยมีสมาชิกเริ่มต้น 5 ประเทศ คือ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และ สิงคโปร์ ได้ร่วมกันลงนามใน "คำประกาศอาเซียน" (ASEAN Declaration) โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ความร่วมมือกันทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม เพื่อยกระดับการครองชีพและฐานะทางเศรษฐกิจ และความเจริญในทางเทคนิค วิชาการร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิก ต่อมาได้รับประเทศสมาชิกเพิ่มเติมคือ บรูไน เวียดนาม ลาว พม่า และ กัมพูชา รวมเป็น 10 ประเทศ ทั้งนี้อาเซียนมีจุดเริ่มต้นมาจาก สมาคมเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ "อาสา" (Association of Southest Asia - ASA) ซึ่งก่อตั้งเมื่อปี 2509 แต่ดำเนินมาได้ไม่นานก็ต้องหยุดชะงักเนื่องจากความผันผวนทางการเมือง ในที่สุดก็ยุบรวมเข้าเป็นสมาคมอาเซียน และดำเนินกิจกรรมมาจนถึงปัจจุบัน สำนักงานใหญ่ของอาเซียนตั้งอยู่ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย โดยให้ประตัวแทนของประเทศสมาชิกหมุนเวียนกันเป็นเลขาธิการของสมาคม ล่าสุดอาเซียนได้แต่งตั้งให้ ดร. สุรินทร์ พิศสุวรรณ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็นเลขาธิการคนใหม่ ซึ่งจะดำรงตำในวันที่ 1 มกราคม 2551 ที่จะถึงนี้

 

เหตุการณ์ 8888.jpg

เกิดเหตุการณ์ 8888 ในประเทศพม่า

8 สิงหาคม พ.ศ.2531 เกิด "เหตุการณ์ 8888" ("8888 Uprising" ชื่อมาจากวันที่เกิดเหตุคือ 8/8/1988) ในประเทศ เมียนมาร์ (พม่า) โดยนักศึกษา ประชาชนและพระสงฆ์รวมกันนับล้านคนได้ออกมาชุมนุมอย่างสันติที่กรุงย่างกุ้งและตามเมืองใหญ่ๆ ทั่วประเทศ เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยจากรัฐบาลเผด็จการทหารของ นายพล เน วิน (Ne Win) ที่ปกครองประเทศมายาวนานถึง 26 ปี ทั้งนี้เมียนมาร์ได้รับอิสรภาพจากอังกฤษเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2491 โดยมี นายพล อู นุ (U Nu) ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนแรก จากนั้นก็ถูกนายพล เน วิน ทำรัฐประหารยึดอำนาจเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2505 ตลอดเวลา 26 ปีที่นายพลเนวินยึดอำนาจปกครองประเทศพม่า ภายใต้นาม พรรคโครงการสังคมนิยมพม่า (The Burma Socialist Programme Party-BSPP) หรือที่เรียกขานกันว่า "ระบอบเนวิน" นำพาประเทศพม่ามาสู่ภาวะที่สภาพการเมือง เศรษฐกิจและสังคมตกต่ำอย่างถึงที่สุด จากครั้งหนึ่งเมียนมาร์เคยเป็นประเทศที่ร่ำรวยที่สุดประเทศหนึ่งในเอเชียอาคเนย์ ในขณะที่ตัวเองสะสมความมั่งคั่งจนมีเงินฝากไว้ในธนาคารต่างประเทศถึง 400 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จนได้ชื่อว่าเป็นมหาเศรษฐีคนหนึ่งของโลก ในที่สุดประชาชนก็ไม่อาจทนได้อีกต่อไป พร้อมใจกันออกมาชุมนุมเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยพร้อมกันในวันที่ 8 สิงหาคม 2531 (1988) ตกดึกฝ่ายรัฐบาลจึงส่งทหารพร้อมอาวุธครบมือออกมาปราบปรามผู้ชุมนุม และปฏิบัติการสังหารโหดอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาถึง 4 วัน ทางการออกมาให้ข่าวว่ามีผู้เสียชีวิตประมาณ 500 คน แต่เจ้าหน้าที่ทางการทูตและผู้อยู่ในเหตุการณ์กล่าวว่าตัวเลขที่แท้จริงอยู่ราว ๆ เกือบ 10,000 คน ทหารที่ยิงประชาชนต่างถูกผู้บัญชาการกล่อมให้เชื่อว่านักศึกษาเป็น "กบฏคอมมิวนิสต์" จากนั้นในวันที่ 15 สิงหาคม หลังจาก นางออง ซาน ซู จี (Aung San Suu Kyi) กลับมาถึงพม่า ก็ได้เรียกร้องให้มีการเลือกตั้งทั่วไป จากนั้น นายพล ซอว์ หม่อง (Saw Maung) ก็ทำรัฐประหารยึดอำนาจการปกครองและประกาศตั้ง "สภาฟื้นฟูกฎระเบียบแห่งรัฐ" หรือรัฐบาล "สล็อร์ค" (The State Law and Order Restoration Council- SLORC) และประกาศให้มีการเลือกตั้งทั่วไปในพม่า ซึ่งในครั้งนั้น พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (National League for Democracy-NLD) ของ นางออง ซาน ซู จีได้รับคะแนนเสียงอย่างท่วมท้น 392 ที่นั่งจาก 455 ที่นั่ง โดยที่พรรค National Unity Party ของรัฐบาลทหารได้เพียง 10 ที่นั่ง แต่รัฐบาลทหารกลับบิดพลิ้ว ไม่ยอมถ่ายโอนอำนาจให้ผู้ชนะ และจับกุมตัว ออง ซาน ซูจี คุมขังไว้ แม้ระยะเวลาจะผ่านไปเกือบยี่สิบปีแต่สถานการณ์ทางการเมือง และประชาธิปไตยของพม่าก็ยังคงอยู่ในวังวนของอำนาจเผด็จการทหารอยู่เช่นเดิม ยังมีการควบคุมตัวและจับกุมคุมขังนักการเมือง นักกิจกรรม และประชาชนที่เรียกร้องประชาธิปไตย รวมทั้งยังมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อประชาชนชาวพม่าและชนกลุ่มน้อยมาโดยตลอด

 

 

ข้อมูล: guru.sanook