วันนี้ในอดีต : 9 สิงหาคม

 

ระเบิดปรมาณู.jpg

สหรัฐฯ ทิ้งระเบิดปรมาณูที่เมืองนางาซากิ ในสงครามโลกครั้งที่สอง

9 สิงหาคม 2488 สหรัฐฯ ทิ้งระเบิดปรมาณูลูกที่ 2 ที่เมืองนางาซากิ ในสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งเป็นเมืองท่าอุตสาหกรรมี่สำคัญของญี่ปุ่น ส่งผลให้ญี่ปุ่นยอมแพ้สงครามในเวลาต่อมา (นางาซากิ ถูกถล่มราบเป็นหน้ากลองด้ววอานุภาพระเบิดปรมาณูชนิด พลูโตเนียม มีผู้เสียชีวิต 73,884 คน)

 

แฮร์มันน์ เฮสเส.jpg

แฮร์มันน์ เฮสเส นักเขียนชาวเยอรมันเสียชีวิต

9 สิงหาคม พ.ศ.2505 แฮร์มันน์ เฮสเส (Hermann Hesse) นักเขียนวรรณกรรมร่วมสมัยผู้ยิ่งใหญ่ชาวเยอรมัน ผู้เชื่อมโลกตะวันตกเข้ากับโลกตะวันออก เสียชีวิต เฮสเส เกิดที่เมืองคาล์ว ในแคว้นวึทเทมเบิร์ก (Wurttemberg) ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2420 เป็นบุตรของมิชชันนารีโปรเตสแตนต์ ตอนแรกเขาตั้งใจจะเดินตามรอยบิดา โดยเข้าเรียนที่โรงเรียนศาสนา แต่เรียนได้แค่เพียงสองปีก็ต้องลาออก เพราะทนสภาพในโรงเรียนไม่ได้ และเพราะ “ต้องการเป็นนักเขียน ไม่ก็ไม่เป็นอะไรเลย” เขาเริ่มมีปัญหาทางสุขภาพจิต เคยพยายามฆ่าตัวตายหลายครั้ง ซึ่งต้องใช้เวลาฟื้นฟูอยู่หลายปี ระหว่างนั้นก็ไปเรียนเป็นเด็กฝึกงานอยู่ในโรงงานทำนาฬิกา ก่อนจะไปฝึกงานทำหนังสือที่ร้านหนังสือในเมืองตือบิงเง่น (Tubingen) และได้ทำงานในร้านหนังสือ เฮ็คเคนฮาวเออร์ (Heckenhauer) เขาใช้เวลาว่างในช่วงนี้ศึกษาวรรณกรรม และเริ่มเขียนนิยายในปี 2442 อีกสองปีต่อมาเดินทางไปอิตาลีและเริ่มเขียนบทกวีชื่อ Hermann Lauscher ในปี 2447 นิยายเรื่องแรกได้รับการตีพิมพ์คือ "ปีเตอร์ คาร์เมนซิน” (Peter Carmenzind) ซึ่งสร้างชื่อให้เขา จากนั้นจึงออกมาเป็นนักเขียนอิสระ และเขียนบทความลงหนังสือพิมพ์และนิตยสารหลายฉบับ ในปี 2545 เขาเดินทางไปอินเดียครั้งแรก เริ่มสนใจปรัชญาตะวันออก จากนั้นก็ผลิตงานออกมาอย่างสม่ำเสมอ เช่น "บทเรียน” (Beneath the Wheel), "เกอทรูด” (Gertrude), "รอสฮัลด์” (Rosshalde), "คนุลป์” (Knulp) จนกระทั่งปี 2458 พ่อของเขาเสียชีวิต ภรรยาวิกลจริตและลูกชายป่วย จนเขาต้องออกเดินทางเพื่อเยียวยาตนเอง และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลโรคประสาท จนได้เป็นลูกศิษย์ของ คาร์ล ยุง (Carl Gustav Jung) จากนั้นก็พิมพ์นิยายอีกหลายเรื่องเช่น "สิทธารถะ” (Siddhartha), "สเตปเปนวูล์ฟ” (Steppenwolf), "นาร์ซิสซัสกับโกลด์มุนด์” (Narcissuss and Goldmund), "ท่องตะวันออก” (Journey to the East), "เกมลูกแก้ว” (The Glass Bead Game) ฯลฯ เฮสเสได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมและรางวัลเกอเธ่ในปี 2489 เฮสเสแต่งงานใหม่ครั้งที่ 3 ในปี 2474 และย้ายไปหาความสงบที่บ้านใกล้ทะเลสาบที่เมืองมอนตาโญลา สวิสเซอร์แลนด์ และอยู่ที่นั่นจนวาระสุดท้ายของชีวิต งานเขียนหลายเรื่องของเฮสเสแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจอย่างลุ่มลึกต่อปรัชญาตะวันออก ทั้งอินเดียและจีน ซึ่งเขาเห็นว่าเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการพัฒนาจิตวิญญาณภายในของมนุษย์ แต่ความคิดของเขาก็ได้รับอิทธิพลจากเฮเกลนักปรัชญาเยอรมันมาไม่น้อย เฮสสเป็นนักเขียนที่ละเอียดอ่อนหยั่งลึกต่อโลกธรรมชาติ ศาสนา ปรัชญา และศิลปะ เป็นนักเขียนผู้เข้าถึงความเป็นปัจเจกของมนุษย์อย่างยากที่จะหานักเขียนคนใดเทียบเคียง แม้จะบูชาความเป็นปัจเจก ใช้ชีวิตสันโดษแยกจากสังคม แต่เขายังได้แสดงความรักที่มีต่อโลกผ่านงานเขียน งานเขียนของเขาได้รับการความนิยมเป็นอย่างสูง และได้รับการแปลเป็นภาษาต่างๆ ทั่วโลก

 

ริชาร์ด นิกสัน.jpg

ริชาร์ด นิกสัน ลาออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

9 สิงหาคม พ.ศ.2517 ริชาร์ด นิกสัน (Richard Milhous Nixon) เป็นประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐอเมริกาที่ลาออกจากตำแหน่ง ก่อนที่สภาจะลงมติถอดถอน (Impeachment) เนื่องจากเขามีส่วนเกี่ยวข้องใน "คดีวอเตอร์เกต" (Watergate scandal) ซึ่งเขามีส่วนพัวพันในการดักฟังและขโมยเอกสารลับของพรรคเดโมแครต ในอาคารวอเตอร์เกต กรุงวอชิงตัน นิกสันเป็นประธานาธิบดีคนที่ 37 ของสหรัฐอเมริกา สังกัดพรรครีพับลิกัน (Republican Party) ดำรงตำแหน่งเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2512 ได้เป็นประธานาธิบดีถึง 2 สมัย ในช่วง สงครามเย็น (Cold War) เขาเป็นผู้ใช้วิธีทางการทูตเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดในช่วงสงครามเย็นโดยการเดินทางไปสร้างความสัมพันธ์กับสหภาพโซเวียตและจีน เขาเป็นผู้สั่งถอนกองทัพอเมริกันจากสงครามเวียดนาม หลังจากถูกนักศึกษาและประชาชนชาวอเมริกันเดินขบวนประท้วง นิกสันเป็นประธานาธิบดีคนแรกและคนเดียวที่ลาออกจากตำแหน่ง หลังจากนั้นในบั้นปลายชีวิตเขาพยายามกอบกู้ชื่อเสียงกลับคืนมา ด้วยการออกไปสร้างสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ

 

ชนพื้นเมืองดั้งเดิมของโลก.jpg

วันสากลว่าด้วยชนพื้นเมืองดั้งเดิมของโลก

9 สิงหาคม พ.ศ.2538 "วันสากลว่าด้วยชนพื้นเมืองดั้งเดิมของโลก" (International Day Of the World’s Indigenous People) เริ่มขึ้นเป็นครั้งแรก โดย สมัชชาแห่งองค์การสหประชาชาติ (United Nation General Assembly) ได้เห็นชอบเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2537 ให้กำหนดให้ทศวรรษที่ 1994-2004 (พ.ศ. 2537-2547) เป็น "ทศวรรษสากลว่าด้วยชนพื้นเมืองดั้งเดิมของโลก” (International Decade of the Worlds’ Indigenous Peoples) พร้อมทั้งกำหนดให้วันที่ 9 สิงหาคมของทุกปีเป็น "วันสากลว่าด้วยชนพื้นเมืองดั้งเดิมของโลก" โดยถือเอาวันที่กลุ่มแรงงานชนพื้นเมืองเดิมของอนุสัญญาว่าด้วยการส่งเสริมและการปกป้องสิทธิมนุษยชน ได้ประชุมกันเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2525 เพื่อขยายความร่วมมือระหว่างประเทศ ในการแก้ปัญหาที่ชนพื้นเมืองต้องเผชิญในขอบเขตของสิทธิมนุษยชน สิ่งแวดล้อม การพัฒนา การศึกษา และสาธารณสุข อีกทั้งยังมีเป้าหมายเพื่อช่วยปกป้องสิทธิชนพื้นเมือง เพราะกระแสโลกาภิวัตน์ได้กำลังทำลายจิตวิญญาณ ประเพณีและวิถีชีวิตของชนดั้งเดิมของโลกเหล่านี้ ซึ่งเคยดำรงอยู่แนบชิดกับธรรมชาติให้อ่อนแอลง กลายเป็นเหยื่อของระบอบทุนนิยมเสรีในปัจจุบัน ทำให้ปัญหาการอพยพย้ายถิ่นฐานกำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ ท้าทายประชาคมโลกในยุคต้นศตวรรษที่ 21 ปัจจุบันมีชนพื้นเมืองดั้งเดิมในโลกนี้กว่า 350 ล้านคน ใช้ภาษาพูดมากกว่า 5,000 ภาษา และศาสนาความเชื่ออีกนับหมื่น อาศัยอยู่ใน 70 ประเทศในทุกทวีปทั่วโลก

 

 

ข้อมูล: guru.sanook