วันนี้ในอดีต : 28 สิงหาคม

 

โยฮันน์ โวล์ฟกัง.jpg

วันเกิด โยฮันน์ โวล์ฟกัง ฟอน เกอเธ่ นักปรัชญาชาวเยอรมัน

28 สิงหาคม พ.ศ.2292 วันเกิด โยฮันน์ โวล์ฟกัง ฟอน เกอเธ่ (Johann Wolfgang von Goethe) นักเขียน นักวิทยาศาสตร์ และนักปรัชญาชาวเยอรมัน เกิดที่กรุงแฟรงเฟิร์ต ในสมัยที่ยังเป็นส่วนหนึ่งของจักวรรดิโรมัน เด็กชายเกอเธอได้รับการศึกษาวิชาสามัญและภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส ละติน และกรีก นอกจากนี้ยังได้เรียนเต้นรำ ฟันดาบและขี่ม้าอีกด้วย แต่เขาก็เกลียดการเข้าโบสถ์มาแต่ไหนแต่ไร ตอนแรกเขาใฝ่ฝันที่จะเป็นจิตรกร ขณะเดียวกันก็สนใจวรรณคดีของ เฟรดริค คล็อพสตอค (Friedrich Gottlieb Klopstock) และ โฮเมอร์ (Homer) และการละครรวมทั้งหุ่นกระบอก ระหว่างปี 2308-2311 เขาเรียนกฎหมายที่เมืองไลป์ซิก และมักแอบเข้าฟังเลคเชอร์วิชาการเขียนบทกวีอยู่เสมอ เมื่อหลงรักหญิงสาวคนหนึ่งเขาจึงเขียนบทกวีที่ไพเราะและมีชีวิตชีวา จากนั้นก็หันมาสนใจงานวรรณกรรม จนการเรียนไม่ก้าวหน้าจึงถูกเรียกตัวกลับบ้าน ก่อนจะกลับไปเรียนอีกครั้งที่เมืองสตราเบิร์ก จบแล้วทำงานเป็นนักกฎหมายที่เมืองแฟรงเฟิร์ตบ้านเกิด แต่ไม่นานก็หันมาเขียนหนังสืออีกครั้ง ระหว่างปี 2329-2331 เขาเดินทางท่องเที่ยวยังแถบคาบสมุทรอิตาเลียน สองปีนี้เป็นช่วงที่เขาได้พัฒนาความคิดทั้งด้านสุนทรียศาสตร์และปรัชญา ต่อมาเขาได้ตีพิมพ์บันทึกการเดินทางในชื่อ "Italian Journey” จากนั้นก็เขียนหนังสืออย่างจริงจังมาตลอด จนกระทั่งวาระสุดท้ายที่เมืองไวมาร์ เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2375 ผลงานชิ้นสำคัญได้แก่ นิยายเรื่อง "Magnum opus", นิยายเชิงอัตชีวประวัติเรื่อง "The Sorrow of Young Werther” และบทละครเชิงปรัชญาเรื่อง "Faust” เกอเธ่มีความสามารถหลายด้านมาก ทั้งเขียนบทกวี บทละคร นวนิยาย เป็นนักวิชาการวรรณกรรม ศิลปิน นักเทววิทยาที่ไม่เชื่อในพระเจ้า นักมนุษยนิยม และนักวิทยาศาสตร์ ผลงานวรรณกรรมช่วงแรกๆ ของเกอเธ่จัดอยู่ในงานแนวโรแมนติก หลังท่องเที่ยวในอิตาลี เขาได้นำงานแนวคลาสสิกมาใช้ในงานเขียนช่วงหลังๆ เกอเธ่นับเป็นเสมือนสัญลักษณ์ของวรรณคดีเยอรมัน วรรณคดีคลาสสิกใหม่ของยุโรปและโรมัน ในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 กับต้นศตวรรษที่ 19 ซึ่งเป็นยุค “แสงสว่างทางปัญญา” (Enlightenment) อิทธิพลของเขาได้ส่งผลอย่างกว้างขวางไปทั่วยุโรป ตั้งแต่อดีตตราบจนทุกวันนี้

 

โจเซฟ เชอริดัน.jpg

วันเกิด โจเซฟ เชอริดัน เลอ ฟานู นักประพันธ์ชาวไอริช

28 สิงหาคม พ.ศ.2357 วันเกิด โจเซฟ เชอริดัน เลอ ฟานู (Joseph Sheridan Le Fanu) นักประพันธ์แนวโกธิกชาวไอริชเชื้อสายฝรั่งเศสแห่งศตวรรษที่ 19 "บิดาแห่งเรื่องสยองขวัญของอังกฤษ” เกิดที่เมืองดับลิน ประเทศไอร์แลนด์ เรียนกฎหมายที่มหาวิทยาลัยตรินิตี เมืองดับลิน เป็นนักเรียนดีเด่นและนักกิจกรรมตัวยง เรียนจบแล้วถูกเรียกตัวให้มาทำงานที่ศาล แต่เขาปฏิเสธเพราะรักที่จะทำงานวรรณกรรมมากกว่า เขาเริ่มทำงานเป็นนักข่าวในปี 2380 ปีต่อมาเรื่องสั้นสยองขวัญเรื่องแรกของเขาก็ได้รับการตีพิมพ์ในนิตยสาร "Dublin University Magzine” ชื่อว่า "A Strange Event in the Life of Schalken the Painter” ปรากฏว่าได้รับความนิยมอย่างมาก ไม่กี่ปีจากนั้น เลอ ฟานู ก็ก้าวหน้าในอาชีพจนกลายเป็นแถวหน้าในวงการสื่อสิ่งพิมพ์ เป็นเจ้าของและมีหุ้นส่วนในหนังสือพิมพ์หลายหัว อาทิ "The Warder”, “Statesman”, “Dublin Evening Mail”, “Dublin University Magzine” เขาจึงอาศัยช่องทางเหล่านี้ในการตีพิมพ์ผลงานของตัวเอง และแสดงความคิดทางการเมืองแบบอนุรักษ์นิยม เขาแต่งงานกับลูกสาวของหัวหน้าทนายความแห่งเมืองดับลินในปี 2386 มีบุตรด้วยกัน 4 คน ภายหลังภรรยาของเขามีอาการทางโรคประสาทและเสียชีวิตในปี 2401 ทำให้เลอ ฟานูเสียใจมาก เขากล่าวโทษตนเองว่าเป็นต้นเหตุการตายของภรรยา จากนั้นก็แยกตัวจากสังคม ใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านและสำนักงาน โดยแทบจะไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณชนอีกเลย เขาใช้ชีวิตไม่ต่างจากภูตผี วิญญาณ จนชาวเมืองต่างเรียกเขาว่า "เจ้าชายล่องหน” (Invisible Prince) ในช่วงที่ใช้ชีวิตสันโดษนี่เองที่เขาผลิตผลงานทั้งเรื่องสั้นและนิยายออกมาจำนวนมาก อาทิ "All in the Dark”, “A Lost Name”, “The Wyvern Mystery” และ "Willing to Die” เลอ ฟานูเสียชีวิตในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2416 ปีก่อนหน้านั้นเขาตีพิมพ์ผลงานเรื่อง "In a Glass Darkly” ซึ่งรวมนิยายขนาดสั้นเรื่อง "Camilla” ไว้ด้วย เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับแวมไพร์เลสเปี้ยน ซึ่งกลายเป็นผลงานอมตะและเป็นต้นแบบให้นักเขียนรุ่นหลังหลายคน รวมไปถึง บราม สโตคเกอร์ (Bram Stoker) ผู้เขียน Dracula ด้วย นับว่าเลอ ฟานูเป็นผู้บุกเบิกนวนิยายสยองขวัญ ส่งต่อไปให้นักเขียนในยุควิคตอเรีย (Victoria Era ช่วงปี 2380-2444) พัฒนารูปแบบต่อไป

 

นิตยสาร Scientific.jpg

นิตยสาร Scientific American ฉบับแรกออกจำหน่าย

28 สิงหาคม พ.ศ.2388 นิตยสาร Scientific American หรือเรียกอย่างย่อว่า "SciAm" นิตยสารวิทยาศาสตร์ยอดนิยมของอเมริกา ฉบับแรกออกจำหน่าย แรกเริ่มเดิมทีเป็นจดหมายข่าวรายสัปดาห์ ก่อนจะเติบโตเป็นนิตยสารรายเดือน SciAm ก่อตั้งโดย รูฟัส พอร์ทเตอร์ (Rufus Porter) เป็นนิตยสารที่รวบรวมข่าวสาร บทความทางวิทยาศาสตร์ สิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ และทฤษฎีวิทยาศาสตร์สำหรับคนทั่วไป และยังคงพิมพ์จำหน่ายมาจนถึงทุกวันนี้ ยอดพิมพ์ในอเมริกาเดือนละประมาณ 550,000 ฉบับและต่างประเทศอีก 90,000 ฉบับ (ยอดพิมพ์เมื่อเดือนธันวาคม 2548)

 

มาร์ติน ลูเธอร์ คิง.jpg

มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ กล่าวคำปราศรัยให้ชาวอเมริกันยุติการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ

28 สิงหาคม พ.ศ.2506 มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ (Martin Luther King Jr) ผู้นำขบวนการสิทธิประชาชน เรียกร้องสิทธิเสรีภาพและความเสมอภาคให้แก่ชนผิวดำในอเมริกาโดยสันติวิธี นำฝูงชนราว 200,000 คน เดินขบวนไปยังอนุสาวรีย์ลินคอล์น กรุงวอชิงตัน และได้กล่าวคำปราศรัยเพื่อเรียกร้องให้ชาวอเมริกัน (ผิวขาว) ยุติการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ ต่อมากลายเป็นสุนทรพจน์ที่มีชื่อเสียงซึ่งเรียกชื่อกันต่อมาว่า "I have a dream" (“ข้าพเจ้ามีความฝัน”) ในบางตอนกล่าวว่า "ข้าพเจ้ามีความใฝ่ฝันว่าสักวันหนึ่งลูกน้อยทั้งสี่จะได้เป็นสมาชิกของประชาชาติที่ประเมินค่าของคนจากคุณสมบัติ มิใช่จากสีผิว..."

 

จังหวัดพะเยา.jpg

อำเภอพระเยา ได้รับการยกฐานะเป็น จังหวัดพะเยา

28 สิงหาคม พ.ศ.2520 อำเภอพระเยา ได้รับการยกฐานะเป็น จังหวัดพะเยา นับเป็นจังหวัดที่ 72 ของไทย (ขณะนั้น) โดยแยกออกมาจากจังหวัดเชียงราย ในอดีตพะเยามีชื่อเดิมว่า "ภูกามยาว” หรือ "พยาว” ก่อตั้งขึ้นเมื่อพุทธศตวรษที่ 16 โดยมี พ่อขุนงำเมือง เป็นผู้ปกครอง นับอายุถึงปัจจุบันราว 900 ปี ภายหลังมีการเปลี่ยนแปลงอำนาจ และตกอยู่ภายใต้อิทธิพลเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรล้านนา ปัจจุบันแบ่งการปกครองออกเป็น 7 อำเภอ 2 กิ่ง มีพื้นที่ทั้งหมด 6,335.1 ตารางกิโลเมตร มีประชากรประมาณ 486,348 คน (พ.ศ. 2549) สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูงและภูเขา มีระดับความสูงตั้งแต่ 300-1,500 เมตรจากระดับน้ำทะเล มีเทือกเขาอยู่ทางทิศตะวันตก-ตะวันออกเฉียงเหนือ ตะวันออกเฉียงใต้และตอนกลาง มีเนื้อที่ประมาณ 6,335.06 ตารางกิโลเมตร มีพื้นที่ขนาดใหญ่เป็นลำดับที่ 15 ของภาคเหนือ และมีพื้นที่ป่าไม้ (จากภาพถ่ายดาวเทียม ปี 2542) ประมาณ 1,503,174 ไร่ หรือร้อยละ 37.96 ของพื้นที่ สภาพเป็นป่าดงดิบและป่าไม้เบญจพรรณ จังหวัดพะเยามีพื้นอยู่ทั้งในที่ลุ่มน้ำโขงและลุ่มน้ำเจ้าพระยา เทือกเขาที่สำคัญ ได้แก่ ดอยภูลังกา ดอยสันปันน้ำ ดอยแม่สุก ดอยขุนแม่แฝก ดอยขุนแม่ต๋ำ ดอยขุนแม่ต๋อม

 

 

ข้อมูล: guru.sanook