วันนี้ในอดีต : 29 สิงหาคม

 

จอห์น ล็อค.jpg

วันเกิด จอห์น ล็อค นักปรัชญาชาวอังกฤษ

29 สิงหาคม พ.ศ.2175 วันเกิด จอห์น ล็อค (John Locke) นักปรัชญาชาวอังกฤษ หนึ่งในผู้ก่อตั้งปรัชญาสำนัก ประสบการณ์นิยม (Empiricism) เกิดที่เมืองซอมเมอร์เซ็ต (Somerset) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอังกฤษ บิดาเป็นทนายความ ล็อคได้เรียนหนังสือที่โรงเรียนของชนชั้นสูงที่กรุงลอนดอน และจบแพทย์จากมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด เริ่มทำงานวิจัยทางการแพทย์ร่วมทีมกับ เอิร์ล แห่ง ชาฟท์สเบอรี (Anthony Ashley-Cooper, 1st Earl of Shaftesbury) เมื่อชาฟท์สเบอรีได้เป็น Lord Chancellor ก็ชักชวนล็อคมาทำงานการเมืองด้วย เขาจึงได้พัฒนาความคิดทางด้านปรัชญาการเมือง และเขียนบทความลงหนังสือในระยะนี้ โดยเฉพาะเรื่อง "สิทธิตามธรรมชาติ” (Natural Right) ของมนุษย์ ซึ่งล็อคเชื่อว่ามนุษย์เกิดมาเป็นคนดี มีความอิสระอย่างเท่าเทียมกัน แต่เมื่อมาอยู่ร่วมกันเป็นสังคมใหญ่ๆ จึงเกิดความขัดแย้งและวุ่นวาย มนุษย์จึงต้องทำ "สัญญาประชาคม“(Social Contract) อันเป็นต้นกำเนิดของ "รัฐ", "กฎหมาย" และ "องค์อธิปัตย์" โดยยอมสละสิทธิตามธรรมชาติให้รัฐเป็นผู้ดูแล จัดระเบียบสังคมให้เรียบร้อย ให้เป็นไปตามเจตนารมย์ของประชาชน หากรัฐไม่ทำตามนั้น ประชาชนก็อาจเรียกคืนอำนาจได้ ล็อคเป็นนักปรัชญาคนสำคัญแห่งสำนัก “ประสบการณ์นิยม” หรือ "ประจักษ์นิยม” ซึ่งเชื่อว่า ความรู้ทุกอย่างจะต้องได้มาจากประสบการณ์ เขาบอกว่าจิตของเด็กเกิดใหม่เปรียบเสมือน “กระดาษที่ยังว่างเปล่า” ("blank slate" หรือ "tabula rasa") จนกว่าประสบการณ์จะได้บันทึกอะไรลงไป ความคิดของล็อคมีอิทธิพลอย่างมากต่อพัฒนาการของ ญาณวิทยา (epistemology) ปรัชญาการเมือง (political philosophy) กฎหมาย การปฏิวัติอเมริกัน และเป็นพื้นฐานของกฎหมายอเมริกัน นับว่าล็อคเป็นนักปรัชญาที่มีอิทธิพลมากที่สุดแห่งยุคแสงสว่างทางปัญญา (Enlightenment) ล็อคเสียชีวิตในวันที่ 28 ตุลาคม 2247

 

ฌอง แอ็งกรส์.jpg

วันเกิด ฌอง แอ็งกรส์ จิตรกรชาวฝรั่งเศส

29 สิงหาคม พ.ศ.2323 วันเกิด ฌอง แอ็งกรส์ (Jean Auguste Dominique Ingres) จิตรกรชาวฝรั่งเศส สำนัก "นีโอ-คลาสสิค” (Neo-classic) เกิดที่เมืองมงโตบอง (Montauban) ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส บิดาเป็นจิตรกรและช่างปั้น ตอนอายุ 11 ขวบเข้าศึกษาที่ Academy of Fine Arts ที่เมืองตูลูส (Toulouse) หลังจากนั้นแอ็งกรส์ได้เดินทางไปปารีสเพื่อเรียนกับ ฌาคส์ หลุยส์ ดาวิด (Jacques - Louis David) ในปี 2344 ภาพ "The Envoys from Agamemnon” ของเขาก็ได้รางวัล Grand Prix de Rome นอกจากนั้นเขาก็ได้วาดภาพเหมือนของจักรพรรดินโปเลียนไว้หลายภาพ พออายุ 26 ปีเขาก็เดินทางไปกรุงโรมเพื่อวาดภาพประวัติศาสตร์ เทพเจ้าและวาดภาพเหมือนเลี้ยงชีพ จากนั้นก็ย้ายไปยังกรุงฟลอเรนซ์ดำรงชีพด้วยการรับจ้างเขียนภาพเหมือน แอ็งกรส์เริ่มมีชื่อเสียงหลังจากภาพ “Vow of Louis Xll” ของเขาได้ถูกนำไปติดตั้งที่วิหารในเมืองบ้านเกิด จากนั้นก็ได้วาดภาพเชิงประวัติศาสตร์อื่นๆ ที่ประสบความสำเร็จอีกจำนวนมาก แอ็งกรส์มีชีวิตที่สุขสบายจนในวัย 54 ปี ภาพ "The Martydom of Saint Symphorian” ของเขาก็ถูกนักวิจารณ์อย่างรุนแรง เขาจึงย้ายไปอยู่ที่กรุงโรม ก่อนที่ชื่อเสียงในปารีสของเขาจะกลับมาอีกครั้งด้วยภาพ "Stratonice” อีกสี่ปีต่อมา ตอนวัย 82 ปีภาพเขียนชิ้นสำคัญที่สุดของเขาก็ได้รับการเผยแพร่สู่สาธรณชนคือ "The Turkish Bath” เป็นภาพหญิงเปลือยจำนวนมากในห้องอาบน้ำ แอ็งกรส์เขียนภาพนี้โดยอาศัยความรู้เกี่ยวกับตะวันออกกลางและจินตนาการ โดยไม่ได้ใช้แบบเลยสักคนเดียว สันนิษฐานว่าเขาใช้เวลาวาดภาพนี้ถึง 50 ปี ผู้คนต่างยกย่องกันว่าเป็นภาพเขียนที่สมบูรณ์และสมดุลย์มากที่สุด ภาพเหมือนของแอ็งกรส์มักจะได้รับคำวิจารณ์ว่าไม่ถูกต้องตามหลักกายวิภาค เพราะเขาให้ความสำคัญกับความงามมากกว่า เช่นเดียวกับที่เขาไม่ชอบวิชาดนตรี แต่เขารักดนตรี แอ็งกรส์ทำงานศิลปะจนกระทั่งเสียชีวิตในวัย 87 ปี คือเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2410

 

ชาลี ปาร์คเกอร์.jpg

วันเกิด ชาลี ปาร์คเกอร์ นักอัลโตแซ็กโซโฟนแจ๊สชาวอเมริกัน

29 สิงหาคม พ.ศ.2463 วันเกิด ชาลี ปาร์คเกอร์ (Charles "Bird" Parker, Jr.) นักอัลโตแซ็กโซโฟนแจ๊สผู้ยิ่งใหญ่ชาวอเมริกัน บิดาแห่ง "บีบ็อพ” (Bebop) เกิดที่เมืองแคนซัสซิตี้ มลรัฐแคนซัส สหรัฐอเมริกา พ่อของเขาเป็นพ่อครัวบนรถไฟที่เคยเป็นนักเปียโนและนักเต้นรำมาก่อน แม่ทำงานที่สถาบันการเงิน เบิร์ดเริ่มเล่นแซ็กโซโฟนครั้งแรกตอนอายุ 11 ขวบ โดยเช่าแซ็กโซโฟนมาเล่น เขาไม่ได้เรียนดนตรีอย่างเป็นระบบ ได้แต่หัดเล่นและหาประสบการณ์บนเวทีด้วยตนเอง จนวันหนึ่งมือกลองถึงกับทนไม่ได้ ขว้างฉาบใส่ขณะเขากำลังเป่าแซ็กฯ เป็นเหตุให้เบิร์ดโกรธแค้นมาก กลับไปเรียนรู้ทฤษฎีเพิ่มเติม โดยสังเกตและฟังจากนักดนตรีรุ่นใหญ่ และฝึกฝนฝีมืออย่างหนักจนถึงอายุ 15 ปี ด้วยเหตุนี้เสียงดนตรีของเขาจึงแตกต่างจากขนบการเล่นในสมัยนั้น ชื่อเสียงของเบิร์ดเริ่มดังไปทั่วเมืองแคนซัส จนได้ร่วมวงกับ เคาท์ เบซี (Count Basie) วงดนตรีชั้นนำของเมือง จากนั้นก็พัฒนาเทคนิคและฝีมือจนจัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ ปี 2480 เขารวมวงกับ เจย์ แม็คแชนน์ (Jay McShann) ออกทัวร์เล่นดนตรีตามไนท์คลับแถบตะวันตกเฉียงใต้ของอเมริกา อีกสองปีต่อมาเขาย้ายไปนิวยอร์กเป็นนักดนตรีอาชีพและประกอบอาชีพอื่นๆ เช่น ล้างจาน เสริมเพื่อเลียงชีพด้วย จากนั้นก็ร่วมวงกับ เอิร์ล ไฮน์ส (Earl Hines), ดิซซี กิลเลสปี (Dizzy Gillespie) ก่อนจะแยกออกมาตั้งวงของตนเองในภายหลัง ในสมัยนั้นยังเป็นยุคที่ดนตรีสวิงและบิ๊กแบนด์กำลังเฟื่องฟู แต่เบิร์ดกลับเบื่อหน่ายสุ้มเสียงเดิม ๆ และรูปแบบอันซ้ำซาก เขาจึงแสวงหาสุ้มเสียงใหม่ๆ อยู่เสมอ โดยการแจมกับนักดนตรีคนอื่นๆ ในวงขนาดเล็ก และเล่นดนตรีตามความพึงพอใจของตนเองเป็นหลัก จนกระทั่งวันหนึ่งขณะกำลังแจมเพลง "Cherokee” กับ บิดดี ฟลีท (William “Biddy” Fleet) เขาก็ลองเล่นตาม “เสียงที่ได้ยิน” ออกมาเป็นครั้งแรก และพัฒนาร่วมกับนักดนตรีอีกหลายคน เช่น ดิซซี และ มังค์ (Thelonious Monk) จนกระทั่งกลายเป็นแจ๊สกระแสใหม่เรียกว่า "บีบ็อพ” (Bebop) ซึ่งเป็นดนตรีที่เล่นในทำนองที่รวดเร็ว เข้าถึงอารมณ์ จังหวะซับซ้อนมากขึ้น มีการด้นสดที่บิดผันทำนองเดิมๆ จนกลายแทบจำเค้าเดิมไม่ได้ แต่ขณะเดียวกัน นักดนตรีบิ๊กแบนด์หลายคนอย่าง ทอมมี ดอร์ซีย์ (Tommy Dorsey) และ อาร์มสตรอง (Louis Armstrong) ก็ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่าบีบ็อพทำให้แจ๊สก้าวถอยหลังเข้าคลอง แต่อย่างไรก็ตามบีบ็อพก็กลายเป็นที่นิยมในหมู่คนรุ่นใหม่เป็นอย่างมาก และเป็นกิ่งก้านใหม่ของแจ๊สที่จะเติบโตเป็น คูลแจ๊ส (Cool Jazz), ฮาร์ดบ็อพ (Hard Bop), โมดัลแจ๊ส (Modal Jazz) และ ฟรีแจ๊ส (Free Jazz) ในที่สุด นับได้ว่าบีบ็อพเป็นการปฏิวัติวงการแจ๊สไปสู่แจ๊สสมัยใหม่ (Modern Jazz) เบิร์ดได้รับการยอมรับว่าเป็นนักดนตรีที่ขยันฝึกซ้อม ชอบทดลองหาเทคนิคใหม่ๆ ผู้ฟังก็มักจะประหลาดใจในสุ้มเสียงดนตรีใหม่ๆ จากฮอร์นของเขาอยู่เสมอ แม้เขาจะค่อนข้างเอาแต่ใจตัวเองและขาดความรับผิดชอบ เขาติดเหล้าและเฮโรอีน ซึ่งเป็นสาเหตุให้ต้องจากไปในวัยหนุ่มเพียง 34 ปี เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2498 ด้วยอาการปอดอักเสบ อันเป็นผลพวงจากการดื่มสุราและใช้ยาเสพติดมาตั้งแต่วัยรุ่น

 

 

ข้อมูล: guru.sanook