วันนี้ในอดีต : 30 สิงหาคม

 

ฌาค-หลุยส์ ดาวิด.jpg

วันเกิด ฌาค-หลุยส์ ดาวิด จิตรกรชาวฝรั่งเศส

30 สิงหาคม พ.ศ.2291 วันเกิด ฌาค-หลุยส์ ดาวิด (Jacques-Louis David) จิตรกรชาวฝรั่งเศส ผู้นำแห่งลัทธิ "นีโอ-คลาสสิก” (Neo-Classic) เกิดที่กรุงปารีส ตอน 9 ขวบพ่อของเขาเสียชีวิต แม่จึงส่งตัวเขาไปอยู่กับลุงผู้เป็นสถาปนิกที่ร่ำรวย เข้าเรียนที่ College des Quatre-Nations แต่เขามักจะแอบวาดรูประหว่างเรียนอยู่เสมอ ในที่สุดจึงตัดสินใจที่จะเป็นจิตกร แต่แม่กับลุงอยากให้เป็นสถาปนิกมากว่า แต่ในที่สุดเขาก็ได้เรียนศิลปะกับ ฟรองซัวส์ บูเชอร์ (Francois Boucher) จิตรกรที่ยิ่งใหญ่แห่งยุค ซึ่งเป็นญาติห่าง ๆ ของเขา และได้รับการสนับสนุนจากบูเชอร์มาตลอด ตอนอายุ 18 ปีบูเชอร์ก็ส่งเขาไปเรียนกับ โจเซฟ-มารี เวียง (Joseph - Marie Vien) จากนั้นก็ได้เข้าเรียนที่ Royal Academy ในปี 2317 เขาก็ได้รับรางวัล Prix de Rome หลังจากที่พลาดรางวัลนี้ถึง 3 ครั้ง ดาวิดนำเงินรางวัลที่ได้ไปศึกษาประติมากรรมและจิตรกรรมที่ประเทศอิตาลี ระหว่างนี้เขาได้ดูงานศิลปะคลาสสิคชิ้นสำคัญๆ ในสมัยโรมัน และซากนครปอมเปอีที่เขาประทับใจมาก ที่อิตาลี ดาวิดหมดสมุดสเก็ทช์ไปถึง 12 เล่ม ช่วงเวลา 5 ปีในอิตาลีนี้ได้มีอิทธิพลต่องานเขาในเวลาต่อมา จากนั้นก็กลับไปทำงานศิลปะที่ปารีส แล้วภาพ "Oath of the Haratii” ของเขาก็ได้ออกแสดงครั้งแรกในปี 2324 ที่ Paris Salon ภาพนี้เป็นภาพของ ฝาแฝด 3 คนพี่น้องกล่าวคำสาบานต่อหน้าบิดาว่าจะซื่อสัตย์และยอมตายเพื่อชาติ จากนั้นเขาก็เขียนภาพที่มีแนวคิดทางการเมืองออกมาตลอด ด้วยความที่เกลียดระบอบกษัตริย์และต้องการโค่นล้มพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 นับว่าผลงานของเขาในช่วงนั้นมีส่วนปลุกเร้าชาวฝรั่งเศสออกมาโค่นล้มพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และเกิดการ "ปฏิวัติฝรั่งเศส” ในปี 2332 ดาวิดศรัทธาใน โรเบสปิแอร์ (Maximilien Robespierre) หนึ่งในผู้นำการปฏิวัติครั้งนี้ เมื่อ นโปเลียน (Napolean I) ครองอำนาจเป็นจักรพรรดิ ก็ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ดาวิดเข้ามาเป็นจิตรกรประจำราชสำนัก ให้ดาวิดวาดภาพเผยแพร่ชื่อเสียงและพระบารมีของพระองค์ ผลงานชิ้นสำคัญในช่วงนั้นได้แก่ภาพราชาพิเษกของนโปเลียน "The Coronation of Napoleon" ดาวิดกลายเป็นจิตรกรที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งยุค มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย อาทิ แอ็งกรส์ (Jean Ingres) และ โกรส์ (Antoine-Jean Gros) ภายหลังจากนโปเลียนหมดอำนาจในปี 2358 พระเจ้าหลุยส์ที่ 18 (Louis XVII of France) กลับขึ้นมาครองอำนาจอีกครั้ง ดาวิดจึงต้องหลบหนีไปอยู่ที่บรัสเซลส์ เมืองหลวงของเบลเยียม จนกระทั่งเสียชีวิต ในวันที่ 28 ธันวาคม 2368 ขณะอายุ 78 ปี

 

แมรี เชลลีย์.jpg

วันเกิด แมรี เชลลีย์ ผู้แต่งแฟรงเกนสไตน์

30 สิงหาคม พ.ศ.2340 วันเกิด แมรี เชลลีย์ (Mary Wollstonecraft Godwin Shelley) นักเขียนชาวอังกฤษ ผู้สร้างตำนาน "แฟรงเกนสไตน์" (Frankenstein) แมรีเกิดที่กรุงลอนดอน เป็นลูกสาวของ แมรี วอลล์สโตนคราฟท์ (Mary Wollstonecraft) นักเขียนและนักปรัชญาเฟมินิสม์ชาวอังกฤษ ซึ่งเสียชีวิตหลังจากคลอดลูกสาวเพียง 10 วัน แมรีเริ่มเรียนหนังสือกับพ่อ ภายหลังจากพ่อแต่งงานใหม่ แมรีก็ถูกส่งไปอยู่โรงเรียนประจำ เธอสนุกกับการเรียนหนังสือและการได้ใช้ชีวิตอยู่ห่างจากแม่เลี้ยงมาก เธอใช้เวลาไปกับการอ่านหนังสือในห้องสมุด พออายุ 15 ปี แมรีก็ถูกส่งตัวไปอยู่ที่สก็อตแลนด์ โดยอาศัยอยู่กับครอบครัวเพื่อนของพ่อที่อบอุ่น ในปีนี้เองเธอได้พบกับกวี เพอร์ซี เชลลีย์ (Percy Bysshe Shelley) ต่อมาทั้งสองก็สนิทสนมกันและออกเดินทางท่องเที่ยวไปยังฝรั่งเศส อิตาลี และสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นที่ที่เธอเขียนนิยายเรื่องแรกคือ "Frankenstein, or The modern Prometheus” ขณะอายุเพียง 19 ปี (เขียนเสร็จในปี 2360) เป็นเรื่องราวของนักวิทยาศาสตร์ที่พยายามสร้างอสุรกายครึ่งมนุษย์ขึ้นมา จนตัวเองถูกแฟรงเกนสไตน์ฆ่า หลังจากนั้นแฟรงเกนสไตน์ก็ฆ่าตัวตายตาม ต่อมานิยายเรื่องนี้ได้กลายเป็นผลงานที่ได้รับการกล่าวขานมากที่สุดของเธอ หลังจากกลับอังกฤษ ทั้งสองแต่งงานกันในปี 2359 แม้อีกสิบปีต่อมาสามีจะเสียชีวิตแต่เธอก็ไม่แต่งงานใหม่อีกเลย ยังคงเขียนหนังสือต่อไป แมรีมีผลงานทั้งที่เป็นนวนิยาย, นิยายขนาดสั้น, บทละครอิงตำนานเทพเจ้า เรื่องสั้น บทความ หนังสือท่องเที่ยวอีกจำนวนมาก แมรีเสียชีวิตเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2394 ขณะอายุได้ 54 ปี

 

ฟันยา คัปลัน.jpg

ฟันยา คัปลัน ลอบยิงเลนินผู้นำของสหภาพโซเวียต

30 สิงหาคม พ.ศ.2461 ฟันยา คัปลัน (Fanya Kaplan) สมาชิกพรรคปฏิวัติสังคมนิยม ได้ลอบยิง เลนิน (Vladimir Lenin) ผู้นำของสหภาพโซเวียต (USSR) ขณะที่เดินกลับจากการปราศรัย โดยเธอได้เรียกให้เลนินหันมา แล้วจึงชักปืนยิงเลนินไป 3 นัดซ้อน ถูกแค่สองนัด โดยทะลุเข้าที่ปอดและไหล่ เลนินถูกพากลับไปรักษาตัวที่เครมลิน เพราะเขาปฏิเสธที่จะไปโรงพยาบาลเนื่องจากกลัวว่าจะมีคนดักรอทำร้ายอยู่ที่โรงพยาบาลอีก แพทย์มาดูอาการของเลนินแต่ได้ลงความเห็นว่า เสี่ยงอันตรายเกินไปที่จะถอนลูกกระสุนออกมาจึงปล่อยให้กระสุนฝังปอดเลนินไว้อย่างนั้น ไม่นานเลนินก็เริ่มฟื้นตัว แต่สุขภาพของเขาก็เริ่มแย่ลงและเสียชีวิตด้วยสาเหตุเส้นโลหิตที่ไปเลี้ยงสมองอุดตัน เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2467 โดยเชื่อกันว่ากระสุนของฟันยานัดนั้นเป็นสาเหตุหนึ่งที่จบชีวิตของผู้นำโซเวียตคนนี้

 

มิคาอิล ชูมักเกอร์.jpg

มิคาอิล ชูมักเกอร์ ชนะเลิศเป็นครั้งแรกในการแข่งขัน เบลเยี่ยม กรังซ์ปรีด์

30 สิงหาคม พ.ศ.2535 มิคาอิล ชูมักเกอร์ (Michael Schumacher) นักแข่งรถยนต์สูตร 1 (Formula 1) ทีมเฟอรารี่ ชนะเลิศเป็นครั้งแรกในการแข่งขัน เบลเยี่ยม กรังซ์ปรีด์ ต่อมาเขากลายเป็นแชมป์โลกอีกหลายสมัย

 

ติมอร์ตะวันออก.jpg

ชาวติมอร์ตะวันออกลงประชามติเพื่อแยกตัวจากประเทศอินโดนีเซีย

30 สิงหาคม พ.ศ.2542 ประชาชนชาว ติมอร์ตะวันออก (East Timor) ลงประชามติครั้งประวัติศาสตร์ เพื่อแยกตัวเป็นอิสระจากประเทศอินโดนีเซีย ผลการลงประชามติปรากฎว่ามีผู้ที่ต้องการให้ติมอร์ฯ อยู่ภายใต้การปกครองของอินโดนีเซียต่อไปเพียง 20% ขณะที่อีก 78.5% ต้องการเอกราชและประชาธิปไตย การลงประชามติครั้งนี้ส่งผลให้เกิดประเทศใหม่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ว่า "สาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต” (Democratic Republic of Timor-Leste) เป็นประเทศอันดับที่ 142 ของโลก และเป็นประเทศแรกในศตวรรษที่ 21 ทั้งนี้ติมอร์ตะวันออกเดิมเป็นโปรตุเกสมาตั้งแต่ปี 2063 เมื่อเจ้าอาณานิคมถอนตัวออกไปในปี 2518 ชาวติมอร์ฯ จึงประกาศเอกราช และมีการจัดตั้งพรรคการเมืองของติมอร์ฯ เองชื่อ "เฟรติลิน” (Fretilin) เข้ามาบริหารประเทศ โดยมี ซานานา กุสเมา (xanana gusmao) หัวหน้าพรรคขึ้นเป็นประธานาธิบดีคนแรก แต่ติมอร์ฯ ดำรงเอกราชอยู่ได้ไม่นาน ก็ถูกอินโดนีเซียส่งทหารเข้ายึดและผนวกรวมเป็นจังหวัดหนึ่ง ชาวติมอร์ฯ นำโดยกุสเมาก็ได้รวมตัวกันลุกขึ้นมาปกป้องอธิปไตยของตน จนถูกปราบปรามจากทหารของอินโดนีเซียหลายครั้ง โดยเฉพาะเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2534 มีประชาชนชาวติมอร์ฯ บาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก นานาประเทศทั่วโลกจึงออกมากดดันอินโดนีเซียให้คืนอธิปไตยแก่ติมอร์ฯ ในที่สุดจึงจัดให้มีการลงประชามติ แต่ภายหลังจากนั้นไม่นานก็เกิดกลียุคตามมา โดยอินโดนีเซียได้ส่งทหารเข้าทำลายล้างบ้านเมืองและประชาชนชาวติมอร์ฯ อย่างโหดร้าย รุนแรง จนภาพของความป่าเถื่อนและไร้มนุษยธรรมนี้เผยแพร่ไปทั่วโลก เป็นเหตุให้สหประชาชาติต้องส่งกำลังทหารเข้ามาในติมอร์ เพื่อกดดันให้กองกำลังของอินโดนีเซียออกไป โดยมี พลโท บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ เป็นผู้บัญชาการกองกำลังรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ (Force Commander หรือ FC) คุมกองกำลังกว่า 8,000 คน จาก 24 ประเทศคอยรักษาสันติภาพในติมอร์ฯ ก่อนที่จะประกาศเอกราชอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 พฤษภาคม 2545 ปัจจุบันประเทศติมอร์ตะวันออกประกอบด้วยเกาะอเทาโร (Atauro), เกาะจาโก (Jaco) และ เกาะโอเอคุสซี-อัมเบโน (Oecussi-Ambeno) ถูกล้อมรอบด้วยประเทศอินโดนีเซีย มีพื้นที่ 14,609 ตารางกิโลเมตร เมืองหลวงและเมืองใหญ่สุดคือกรุงดีลี (Dili) ประชาชนส่วนใหญ่กว่า 90 % นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาธอลิก ภาษาราชการคืออินโดนีเซีย และใช้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกา

 

นากิบ มาห์ฟูซ.jpg

นากิบ มาห์ฟูซ นักเขียนชาวอียิปต์เสียชีวิต

30 สิงหาคม พ.ศ.2549 นากิบ มาห์ฟูซ (Naguib Mahfouz) นักเขียนชาวอียิปต์ เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมใน 2541 เสียชีวิตในวัย 94 ปี มาฟูซเกิดเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2454 ที่เมืองไคโร เรียนเอกปรัชญาที่มหาวิทยาลัยไคโร และเริ่มทำงานรับราชการที่ Ministry of Mortmain Endowments ต่อมาได้เป็นหัวหน้ากองเซ็นเซอร์ภาพยนตร์ และเป็นที่ปรึกษาเรื่องวัฒนธรรมให้กับกระทรวงวัฒนธรรมจนกระทั่งเกษียณอายุ แม้จะเป็นข้าราชการแต่มาห์ฟูซก็เขียนหนังสือมาตลอด โดยเริ่มเขียนหนังสือมาตั้งแต่อายุ 17 ปี นิยายเรื่องแรกของเขาได้รับการตีพิมพ์ในปี 2472 ตลอดชีวิตมาห์ฟูซเขียนนิยายไว้จำนวน 34 เรื่อง เรื่องสั้นกว่า 350 เรื่อง บทความกว่า 200 บทความ บทภาพยนตร์หนึ่งโหล บทละคร 5 เรื่อง ผลงานของเขาจำนวนมากถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ภาษาอารบิก ผลงานสำคัญได้แก่ "Chit chat on the Nile” และ "Children of Gebelawi” ผลงานของมาห์ฟูซมีลักษณะเป็นงานเขียนแนว "อัตถิภาวนิยม” (Existentialism) มาห์ฟูซได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้พาวงการวรรณกรรมของอียิปต์เข้าสู่โลกสมัยใหม่ และเป็นนักเขียนที่เปิดกว้างทางศาสนา เขาเป็นชาวอาหรับคนแรกและคนเดียวที่ได้รับรางวัลโนเบล และยังได้รับการยกย่องให้เป็นนักเขียนอาหรับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งศตวรรษที่ 20 ปลายเดือนกรกฎาคม 2549 เขาหกล้มศรีษะฟาดพื้น ถูกหามส่งโรงพยาบาล แต่อาการก็ทรุดตัวลงเรื่อยๆ จนเสียชีวิตในที่สุด

 

 

ข้อมูล: guru.sanook