วันนี้ในอดีต : 4 กันยายน

 

สมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว.jpg

วันพระราชสมภพ สมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว

4 กันยายน พ.ศ.2351 วันพระราชสมภพ เจ้าฟ้าจุฑามณี พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และเป็นพระอนุชาร่วมอุทรกับ ร.4 เมื่อ ร.4 เสด็จขึ้นครองราชย์ ได้ทรงสถาปนาเจ้าฟ้าจุฑามณีขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์ทรงพระนามว่า สมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 2 ในรัชกาลที่ 4 พระองค์ทรงมีความรู้ในด้านภาษาอังกฤษเป็นอย่างดี ทรงโปรดวิทยากรสมัยใหม่แบบตะวันตกหลายด้าน ทรงพระปรีชาหลายด้าน ทรงสร้างปืนใหญ่ไว้เป็นจำนวนมากเพื่อใช้ป้องกันบ้านเมือง ทรงสร้างเรือกลไฟเป็นลำแรก เป็นผู้บังคับบัญชากรมทหารปืนใหญ่ และผู้บังคับบัญชาทหารเรือไทยเป็นพระองค์แรก

 

พระยาประสานดุริยศัพท์.jpg

วันเกิด พระยาประสานดุริยศัพท์

4 กันยายน พ.ศ.2403 วันเกิด พระยาประสานดุริยศัพท์ (แปลก ประสานศัพท์) นักดนตรีไทยคนสำคัญ เป็นบุตรคนโตของขุนกนกเรขา (ทองดี) กับนางนิ่ม เกิดที่หลังวัดเทพธิดาราม กรุงเทพ เรียนปี่ชวากับครู "หนูดำ” และวิชาปี่พาทย์จาก ครูช้อย สุนทรวาทิน จนบรรลุแตกฉาน หลังจากนั้นได้เข้ารับราชการ จากนั้นก็ได้รับพระราชทานเลื่อนบรรดาศักดิ์มาเป็นลำดับ จนได้เป็นที่ "พระยาประสานดุริยศัพท์" เจ้ากรมปี่พาทย์หลวง ในสมัยรัชกาลที่ 6 ฝีมือของท่านเป็นที่กล่าวขวัญเรื่องลือเป็นอย่างมาก เมื่อปี พ.ศ. 2428 ท่านได้รับเลือกให้ไปร่วมฉลองครบรอบร้อยปีของพิพิธภัณฑ์เมืองอวิมปลีย์ที่ประเทศอังกฤษ ผลของการบรรเลงขลุ่ยของท่านเป็นที่พอพระราชหฤทัยของสมเด็จพระราชินีนาถวิคตอเรียเป็นอย่างยิ่ง ตลอดชีวิตท่านได้แต่งเพลงได้จำนวนมาก อาทิ พม่าหัวท่อน ลาวคำหอม พราหมณ์เข้าโบสถ์ มอญร้องไห้ ฯลฯ ด้วยความสามารถของท่านจึงมีลูกศิษย์จำนวนมากเช่น พระประดับดุริยกิจ (แหยม วิณิณ) หลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) หลวงบรรเลงเลิศเลอ (กร กรวาทิน) อาจารย์มนตรี ตราโมท ฯลฯ พระประสานดุริยศัพท์ป่วยโดยโรคชรา และถึงแก่กรรมเมื่ออายุได้ 65 ปี เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2467

 

เจอโรนิโม.jpg

เจอโรนิโม หัวหน้านักรบอินเดียนแดงเผ่าอาปาเช่ยอมแพ้นายพล เนลสัน ไมลส์

4 กันยายน พ.ศ.2429 เจอโรนิโม (Geronimo) หรือชื่อภาษาอาปาเช่ว่า "โกยาตเลย์" (Goyathlay) หัวหน้านักรบอินเดียนแดงเผ่า อาปาเช่ (Apache) ยอมแพ้ต่อ นายพล เนลสัน ไมลส์ (General Nelson Miles) แห่งกองทัพอเมริกัน ที่สเกลเลทอน แคนยอน (Skeleton Canyon) ในรัฐอริโซนา ทั้งนี้อาปาเช่เป็นชนพื้นเมืองที่ตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณชายแดนทางตะวันตกเฉียงใต้ของอเมริกันมานับร้อยนับพันปี เช่นเดียวกับชาวอินเดียนเผ่าอื่นๆ จนกระทั่งคนขาวเริ่มเข้ามาตั้งถิ่นฐาน และเริ่มส่งทหารเข้ามายึดดินแดนของชาวอินเดียน ในที่สุดก็ได้กักชาวอินเดียนไว้ในเขตสงวน จนเหลือเพียงแค่ 2 เผ่าคือนาวาโฮกับอาปาเช่ แต่ไม่นานกองทัพคนขาวและอาวุธอันทันสมัยได้ทำลายล้างชนเผ่านาวาโฮจนหมดสิ้น เหลือเพียงชนเผ่าอาปาเช่ นำโดยเจอโรนิโมซึ่งยังคงนำนักรบอาปาเช่ยืนหยัดต่อสู้กับคนขาวมาตลอด 30 ปี ในที่สุดกองทัพอเมริกันก็เพิ่มกำลังและอาวุธเข้าปราบปรามชาวอาปาเช่อย่างโหดเหี้ยม พ่อแม่พี่น้องชาวอาปาเช่นถูกสังหารจนแทบสูญเผ่าพันธุ์ เจอโรนิโมจึงจำใจต้องยอมเจรจาสงบศึกและตกเป็นนักโทษสงคราม ถูกขังอยู่ที่คุกฟอร์ท พิคเคนส์ รัฐฟลอริดา จนกระทั่งเสียชีวิตด้วยวัณโรคในคุก เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2452

 

จอร์จ อีสต์แมน.jpg

จอร์จ อีสต์แมน จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า โกดัก

4 กันยายน พ.ศ.2431 จอร์จ อีสต์แมน (George Eastman) นักประดิษฐ์ชาวอเมริกัน จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า "โกดัก" (Kodak) และในปีเดียวกันนี้เขาได้ประดิษฐ์กล้องถ่ายรูปตัวแรก ก่อนหน้านั้นเมื่อปี 2427 เขาได้ประดิษฐ์ฟิล์มม้วน สิ่งประดิษฐ์ของเขาก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากต่อวงการถ่ายภาพ จากที่เคยเป็นเพียงงานอดิเรกราคาแพงของคนชั้นสูง ได้กลายมาเป็นงานอดิเรกที่เป็นที่นิยมของคนทั่วไป ต่อมาปี 2435 เขาได้ก่อตั้งบริษัท อีสต์แมน โกดัก (Eastman Kodak Company) ขึ้นที่นิวยอร์ก เพื่อผลิตฟิล์มถ่ายภาพและอุปกรณ์ถ่ายภาพ ทุกวันนี้โกดักกำลังลดการผลิตฟิล์มลง หันไปพัฒนากล้องถ่ายภาพระบบดิจิทัลเช่นเดียวกับบริษัทฟิล์มยี่ห้ออื่นๆ

 

ไพบูลย์ บุตรขัน.jpg

วันเกิด ไพบูลย์ บุตรขัน นักแต่งเพลงของไทย

4 กันยายน พ.ศ.2461 วันเกิด ไพบูลย์ บุตรขัน นักแต่งเพลงคนสำคัญของไทย เกิดที่อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี เป็นบุตรของนายบุตร นางพร้อม บุตรขัน หลังจากบิดาถึงแก่กรรมก็มาอาศัยอยู่กับอาที่กรุงเทพฯ เข้าเรียนที่โรงเรียนสวัสดิ์อำนวยเวทย์จนจบชั้นมัธยม 8 ระหว่างนั้นได้เขียนบทละครและเพลงส่งกระจายเสียงที่สถานีวิทยุ 7 พีเจ ศาลาแดง โดยใช้นามปากกาว่า "ตรีบูลย์” จากนั้นเป็นครูสอนภาษาไทยที่โรงเรียนกว๋องสิว แล้วออกไปทำงานที่โรงไฟฟ้าสามเสน แต่ถูกทิ้งระเบิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ครูไพบูลย์จึงออกมาเขียนบทละครและแต่งเพลงประกอบละครให้คณะ “แม่แก้ว” แล้วออกเดินสายไปต่างจังหวัดกับคณะละคร ครูไพบูลย์เป็นศิษย์คนหนึ่งของ "พรานบูรพ์" (จวงจันทน์ จันทร์คณา) ภายหลัง สวัสดิภาพ บุนนาค ได้นำเพลงของครูไพบูลย์ไปร้องและอัดแผ่นเสียงจนได้รับความนิยมอย่างมาก จนถึงปี 2492 ครูไพบูลย์ก็เริ่มมีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ผลงานของครูไพบูลย์มีทั้ง เพลง บทละครวิทยุ บทลิเก เพลงประกอบภาพยนตร์ เพลงที่เป็นผลงานอมตะช่วงนั้นได้แก่ "โลกนี้คือละคร” (ปรีชา บุณยเกียรติ ขับร้อง), "ชายสามโบสถ์” (คำรณ สัมบุณณานนท์ ขับร้อง), "ตะรางดวงใจ” (ชาญ เย็นแข ขับร้อง), "กลิ่นโคลนสาบควาย” (ชาญ เย็นแข ขับร้อง), "ค่าน้ำนม” (ชาญ เย็นแข ขับร้อง), "น้ำตาเทียน” (ทูล ทองใจ ขับร้อง), "ฝนเดือนหก” (รุ่งเพชร แหลมสิงห์ ขับร้อง), “มนต์เมืองเหนือ” (สมยศ ทัศนพันธุ์ ขับร้อง) ในจำนวนนี้มีหลายเพลงได้รับรางวัล และได้รับรางวัลพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ด้วย กระทั่งได้รับการยกย่องให้เป็น "ราชานักแต่งเพลงลูกทุ่งไทย" แต่ความจริงแล้วท่านแต่งไว้ทั้งเพลงลูกทุ่งและลูกกรุง กล่าวคือแต่งไว้ก่อนที่จะมีการแบ่งแยกเป็นลุกทุ่ง-ลุกกรุงในปี 2502 ซึ่งในปีนี้ท่านล้มป่วยด้วยโรคร้าย จนต้องอาศัยยาเสพติดเพื่อบรรเทาอาการของโรค และต้องบำบัดรักษาตัวที่วัดถ้ำกระบอกอยู่ระยะหนึ่ง นับว่าเป็นช่วงชีวิตที่มีความตกต่ำมากที่สุด ก่อนจะกลับมาสร้างชื่ออีกครั้งในปี 2511 ด้วยเพลงประกอบภาพยนตร์ ก่อนจะถึงแก่กรรมด้วยโรคลำไส้เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2515 รวมอายุได้ 54 ปี ชีวิตของครูไพบูลย์ ไม่ต่างอะไรกับนักประพันธ์หรือศิลปินสมัยอดีต ที่ไม่เพียงมีภาพชีวิตที่ผิดหวัง-สมหวัง ความรัก ขมขื่น และยังมีภาพของความยากจนเจือปนด้วย

 

 

ข้อมูล: guru.sanook