วันนี้ในอดีต : 20 กันยายน

 

สมเด็จพระจุลจอมเกล้า.jpg

วันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

20 กันยายน พ.ศ.2396 วันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มหาราช รัชกาลที่ 5 แห่งราชวงศ์จักรี ทรงเป็นพระราชโอรสองค์ที่ 9 ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นองค์ที่ 1 ในสมเด็จพระเทพศิรินทรามาตย์ ทรงมีพระนามเดิมว่า "สมเด็จเจ้าฟ้าชายจุฬาลงกรณ์ บดินทรเทพมหามงกุฎ บุรุษยรัตนราชวรวิวงศ์วรุตมพงศบริพัตร สิริวัฒนราชกุมาร" ขึ้นครองราชย์ภายหลังจากรัชกาลที่ 4 สวรรคตเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2411 ก่อนจะประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2411 เมื่อพระชนมายุ 15 พรรษา เมื่อเริ่มรัชกาลจึงต้องมีผู้สำเร็จราชการคือ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) จนกระทั่งทรงมีพระชนมายุถึง 18 พรรษาจึงมีพระราชอำนาจเต็ม พระองค์ทรงปฏิรูปการปกครองบ้านเมืองให้ทันสมัยขึ้น ทรงผนึกแผ่นดินล้านนา ทรงออกพระราชบัญญัติให้เลิกทาส ในยุคนั้นประเทศตะวันตกเริ่มเข้ามาล่าอาณานิคม พระองค์ได้เสด็จไปต่างประเทศเพื่อทอดพระเนตรความเจริญในประเทศตะวันตก แล้วนำกลับมาพัฒนาบ้านเมือง ขณะเดียวกันก็เสด็จประพาสต้น เพื่อศึกษาวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่แท้จริงของราษฎร นอกจากนี้ยังทรงบำรุงความผาสุขของประชาชน โดยทรงริเริ่มสิ่งใหม่ๆ เช่น การรถไฟ ไฟฟ้า ไปรษณีย์โทรเลข โรงพยาบาล การศึกษา ศาสนา และทรงส่งเจ้านายหลายพระองค์ไปศึกษาในยุโรปเพื่อนำความรู้กลับมาพัฒนาประเทศ ทรงมีพระมเหสีและเจ้าจอมทั้งหมด 92 พระองค์ ทรงมีพระราชโอรส-ธิดา รวมทั้งสิ้น 77 พระองค์ การพัฒนาของพระองค์ส่งผลให้สยามเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว พระองค์จึงได้รับถวายพระราชสมัญญานามว่า สมเด็จพระปิยะมหาราช และมีความหมายว่า พระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชน ต่อมาได้มีการกำหนดให้วันที่ 23 ตุลาคมของทุกปีเป็น "วันปิยมหาราช" รัชกาลที่ 5 เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2453 ขณะพระชนมายุได้ 58 พรรษา ทรงครองราชย์นาน 42 ปี

 

พระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล.jpg

วันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล

20 กันยายน พ.ศ.2468 วันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ 8 แห่งราชวงศ์จักรี ทรงเป็นพระราชโอรสของ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก กับ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงประสูติที่เมืองไฮเดลเบอร์ก ประเทศเยอรมันนี ขณะที่พระราชบิดาทรงศึกษาวิชาการทหารเรืออยู่ที่นั่น ทรงมีพระนามเดิมว่า "หม่อมเจ้าอานันทมหิดล มหิดล” เสด็จกลับประเทศไทยครั้งแรกตอนพระชนมายุได้ 3 พรรษา ทรงประทับที่วังศระปทุม ในระหว่างนั้นพระราชบิดาทรงพระประชวรและเสด็จทิวงคต พระองค์จึงอยู่ในความดูแลของสมเด็จพระราชชนนีมาตั้งแต่นั้น ทรงเริ่มการศึกษาชั้นต้นที่โรงเรียนมาแตร์เดอี และเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ ภายหลังเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงการปกครองในปี 2475 พระราชชนนีทรงนำพระราชโอรสไปประทับที่เมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พระองค์ได้เข้าศึกษาต่อที่นั่น เมื่อพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสละราชสมบัติในวันที่ 2 มีนาคม 2477 โดยมิได้มอบหมายให้เจ้านายพระองค์ใดสืบรัชทายาท คณะรัฐมนตรีจึงกราบบังคมทูลเชิญพระองเจ้าอานันทมหิดลให้ขึ้นครองราชย์ ขณะที่ทรงพำนักอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งทรงมีพระชันษาเพียง 9 พรรษา ทรงได้รับการเฉลิมพระนามเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2477 ว่า "สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล” โดยมีผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์คือ เจ้าพระยาพิชเยนทรโยธิน (อุ่ม อินทรโยธิน) ภายหลังจากเจ้าพระยาพิชเยนฯ ถึงแก่กรรม ก็ได้แต่งตั้งให้ นายปรีดี พนมยงค์ เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์จนกระทั่งเสด็จกลับประเทศไทย ระหว่างนั้นพระองค์ได้เสด็จนิวัติพระนคร 2 ครั้ง จนกระทั่งสงครามโลกครั้งที่ 2 สงบลงจึงเสด็จนิวัติพระนครอีกครั้งเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2488 พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมราชชนนีและสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ และทรงเริ่มปฏิบัติภาระกิจครั้งแรก โดยการเสด็จพระราชดำเนินประพาสสำเพ็ง เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างชาวจีนกับชาวไทย จากนั้นก็ทรงปฏิบัติภาระกิจครั้งสุดท้ายโดยเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเกษตรกรที่บางเขน ก่อนที่จะทรงเตรียมตัวกลับไปศึกษาต่อที่สวิตเซอร์แลนด์ในวันที่ 13 มิถุนายน 2489 แต่พระองค์ได้เสด็จสวรรคตเสียก่อนในวันที่ 9 มิถุนายน 2489 ด้วยสาเหตุทรงต้องพระแสงปืน ณ ห้องพระบรรทม ที่พระที่นั่งบรมพิมาน ภายในพระบรมมหาราชวัง ขณะพระชนมายุเพียง 21 พรรษา รวมเวลาครองราชย์ 12 ปี แม้จะเป็นระยะเวลาไม่นาน แต่ประชาชนชาวไทยต่างก็รักและเคารพพระองค์ในฐานะกษัตริย์ผู้รักประชาธิปไตยพระองค์หนึ่ง ทรงเสด็จพระราชดำเนินไปในพิธีพระราชทานรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2489 และเปิดประชุมสภาผู้แทนในวันที่ 1 มิถุนายน 2489

 

เมืองคานส์.jpg

มีการจัดเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ขึ้นเป็นครั้งแรก

20 กันยายน พ.ศ.2489 เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ (Festival de Cannes) หนึ่งในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติที่เก่าแก่ที่สุดในโลก เริ่มจัดขึ้นเป็นครั้งแรกที่เมืองคานส์ ตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส โดย ฌอง ซาอี (Jean Zay) รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ เห็นว่าเทศกาลภาพยนตร์เมืองเวนิส (Mostra de Venise) ในช่วงทศวรรษที่ 1930s กำลังถูกแทรกแซงโดยรัฐบาลเผด็จการฟาสซิสม์ของอิตาลี จึงจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติของฝรั่งเศสขึ้นมาบ้าง ในที่สุดก็เลือกเมืองคานส์ซึ่งเป็นเมืองพักตากอากาศที่มีชื่อเสียงของฝรั่งเศส โดยมี หลุยส์ ลูมิแยร์ (Louis Lumiere) เป็นประธานคนแรกในปี 2482 แต่เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 เสียก่อน จึงต้องยุติไว้ หลังจากสงครามสงบแล้วจึงรื้อโครงการนี้ขึ้นมาอีกครั้งในปี 2489 โดยจัดขึ้นครั้งแรกที่บ่อนกาสิโนเก่าแก่ที่เมืองคานส์ จากนั้นก็จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในเดือนกันยายน ในปี 2494 เทศกาลได้เลื่อนมาเป็นเดือนพฤษภาคม ปัจจุบันจัดที่อาคาร Palais des Festivals et des Congres เมืองคานส์ มีภาพยนต์เข้าฉายที่เทศกาลนี้แล้วกว่า 3 หมื่นเรื่อง ภายในงานมีการประกวดภาพยนตร์ และตลาดซื้อขายลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ รวมไปถึงนิทรรศการและงานเสวนาด้านภาพยนตร์ แต่ละปีจะมีการมอบรางวัลใหญ่ได้แก่ รางวัล “Palme d’Or” (Golden Palm) นอกจากนี้ยังมีรางวัล “Grand Prix”, “Best Actress”, “Best Actor”, “Best Director”, “Best Screenplay”, “Jury Prize” และ “Best Short Film” ภาพยนตร์ไทยเรื่องเดียวที่ได้รางวัลจากเมืองคานส์ได้แก่ "สัตว์ประหลาด” (Tropical Malady) ผลงานของ อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ได้รับรางวัล “Jury Prize" เมื่อปี 2547

 

วันเยาวชนแห่งชาติ.jpg

เริ่มมี วันเยาวชนแห่งชาติ เป็นปีแรก

20 กันยายน พ.ศ.2528 เริ่มมี วันเยาวชนแห่งชาติ เป็นปีแรก หลังจากที่องค์การสหประชาชาติได้กำหนดให้ปี พ.ศ. 2528 เป็นปีเยาวชนสากล คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติกำหนดให้วันที่ 20 กันยายน ของทุกปีเป็นวันเยาวชนแห่งชาติ เนื่องจากเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ซึ่งพระมหากษัตริย์ทั้งสองพระองค์ ได้ขึ้นครองราชสมบัติขณะยังทรงพระเยาว์

 

 

ข้อมูล: guru.sanook