วันนี้ในอดีต : 28 กันยายน

 

หลุยส์ ปาสเตอร์.jpg

หลุยส์ ปาสเตอร์ นักเคมีชาวฝรั่งเศสเสียชีวิต

28 กันยายน พ.ศ.2438 หลุยส์ ปาสเตอร์ (Louis pasteur) นักเคมีชาวฝรั่งเศส เสียชีวิต ปาสเตอร์เกิดเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2365 ที่เมืองโดล รัฐจูรา แต่ไปเติบโตที่เมืองอาร์บัวส์ (Arbois) บิดาเป็นทหารผ่านศึกจากสงครามโปเลียน ตอนเด็กๆ เขาเคยสนใจศิลปะ ต่อมาก็หันมาสนใจเคมี และสำเร็จการศึกษาวิชาเคมีจากมหาวิทยาลัยสตราส์เบิร์ก (Strasbourg University) จากนั้นก็เริ่มงานเป็นนักเคมีในห้องทดลอง ผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้กับเขา และสร้างคุณประโยชน์อย่างมากให้กับสาธารณชน คือวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งในอดีตเป็นโรคที่สามารถคร่าชีวิตคนเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้เขายังค้นพบวัคซีนอีกหลายชนิด ได้แก่ อหิวาตกโรค วัณโรค และโรคคอตีบ ในปี 2405 เขาได้ทดสอบการฆ่าเชื้อด้วยวิธีการ พาสเจอร์ไรซ์เซชัน (pasteurization) เป็นครั้งแรก ซึ่งมีประโยชน์ต่อการถนอมอาหารเป็นอย่างมาก ต่อมาเขาได้ทดลองค้นคว้าเกี่ยวกับวัคซีนป้องกันโรคติดต่อชนิดต่างๆ จนสามารถค้นพบวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเป็นครังแรกในปี 2428 นอกจากนี้ยังพบวัคซีนป้องกันโรคแอนแทรกซ์อีกด้วย ต่อมาในปี 2430 เขาก่อตั้ง "สถาบันปาสเตอร์” (Pasteur Institute) ขึ้นที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ก่อนที่จะขยายสถาบันปาสเตอร์ไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก (ในประเทศไทยใช้ชื่อว่า “สถานเสาวภา” เป็นหน่วยงานในสังกัดสภากาชาดไทย) ทุกวันนี้สถาบันปาสเตอร์ยังคงเป็นสถาบันวิจัยทางการแพทย์ที่สำคัญที่สุดในโลก คณะวิจัยที่นี่เป็นคณะแรกๆ ที่ค้นพบเชื้อไวรัสเอชไอวี (HIV)

 

พระราชบัญญัติธง.jpg

พระราชบัญญัติธง พระพุทธศักราช 2460

28 กันยายน พ.ศ.2460 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ประเทศไทยออกประกาศ "พระราชบัญญัติธง พระพุทธศักราช 2460" แก้ไขลักษณะธงชาติจากธงช้างที่เริ่มใช้เมื่อปี 2459 ให้เป็นธงไตรรงค์ ซึ่งใช้เป็นธงชาติไทยมาจนถึงทุกวันนี้

 

เอ็ดวิน ฮับเบิล.jpg

เอ็ดวิน ฮับเบิล นักดาราศาสตร์ชาวอเมริกันเสียชีวิต

28 กันยายน พ.ศ.2496 เอ็ดวิน ฮับเบิล (Edwin Powell Hubble) นักดาราศาสตร์ชาวอเมริกัน หนึ่งในนักดาราศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งศตวรรษที่ 20 เสียชีวิต ฮับเบิลเกิดเมื่อวัน 20 พฤศจิกายน 2432 ที่เมืองมาร์ชฟิลด์ รัฐมิสซูรี เรียนเก่งทุกวิชามาตั้งแต่เด็ก และเป็นนักกีฬากระโดดสูง เรียนจบวิชาคณิตศาสตร์และดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยชิคาโก จากนั้นก็เรียนต่อปริญญาโทภาษาสเปนที่มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด แล้วกลับมาทำงานเป็นครูโรงเรียนไฮสคูล และเป็นโคชบาสเก็ตบอล ที่รัฐอินเดียนา เข้าเป็นทหารในช่วงสครามโลกครั้งที่ 1 ก่อนจะออกมาทำงานที่หอดูดาว "Yerkes Observatory” ประจำมหาวิยาลัยชิคาโก และประจำหอดูดาวแห่งนี้จะกระทั่งเสียชีวิต การค้นพบที่สำคัญของฮับเบิลคือ การค้นพบดาวฤกษ์ที่อยู่นอกกาแล็กซีทางช้างเผือก ในปี 2467 และเขายังค้นพบต่อไปอีกว่า เอกภพกำลังระเบิดตัวออกไปเรื่อยๆ ดาราจักรใดที่ยิ่งอยู่ห่างไกลออกไป ก็จะยิ่งพุ่งตัวห่างออกไปจากเอกภพด้วยความเร็วที่มากขึ้น ซึ่งหมายถึงเอกภพกำลังขยายตัวนั่นเอง การค้นพบของฮับเบิลครั้งนี้พามนุษยชาติก้าวกระโดดเข้าใกล้ความเข้าใจที่แท้จริงเกี่ยวกับต้นกำเนิดของเอกภพมากขึ้น ทั้งยังเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการศึกษาเรื่องดาราศาสตร์สมัยใหม่อีกด้วย แต่เดิมนักดาราศาสตร์ส่วนใหญ่ยังเชื่อว่าเอกภพประกอบด้วยทางช้างเผือก ดาราจักรของเราและเทหวัตถุทั้งหมดบนท้องฟ้า แต่การค้นพบของฮับเบิลได้ทลายขอบเขตเดิมของจักรวาลที่มนุษย์เชื่อกันมานาน และเป็นจุดเริ่มต้นของการสำรวจกาลอวกาศในมุมมองใหม่ที่น่าอัศจรรย์

 

เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส.jpg

นายเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส ถึงแก่อสัญกรรม

28 กันยายน พ.ศ.2532 นายเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส (Ferdinand Marcos) อดีตประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ถึงแก่อสัญกรรม มาร์กอสได้ชื่อว่าเผด็จการมากที่สุดคนหนึ่ง

 

ไมล์ส เดวิส.jpg

ไมล์ส เดวิส นักทรัมเป็ตชาวอเมริกันเสียชีวิต

28 กันยายน พ.ศ.2534 ไมล์ส เดวิส (Miles Dewey Davis III) นักทรัมเป็ตผู้ปฏิวัติดนตรีแจ๊สชาวอเมริกัน เสียชีวิต ไมล์สเกิดเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2469 ที่รัฐอิลินอยส์ พ่อซึ่งเป็นทันตแพทย์ได้ซื้อทรัมเป็ตให้เขาตอน 9 ขวบ ตอนอายุ 13 ปีเขาตั้งวงดนตรีกับเพื่อนๆ ในปี 2487 เขาตัดสินใจเรียนดนตรีที่ Julliard School of Music ที่นิวยอร์ก แต่กลับปฏิเสธหลักสูตรการสอนของโรงเรียน ออกมาฝากเนื้อฝากตัวกับ ชาร์ลี ปาร์คเกอร์ (Charlie "Bird" Parker) นักดนตรีหัวขบถ หนึ่งในผู้ให้กำเนิดแนวทาง "บีบ๊อพ” (Bebob) ฝึกฝนจนจนได้เป็นมือทรัมเป็ตในวงควินเต็ต (Quintet-วง 5 ชิ้น) ของเบิร์ด อัดแผ่นไวนิลครั้งแรกใน 2488 ไมล์สเติบโตทางดนตรีขึ้นเรื่อย ๆ จนแยกตัวออกจากเบิร์ด ออกผลงานชุด "Birth of the Cool” ในปี 2500 กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ "คูล แจ๊ส” (Cool Jazz) กระแสใหม่ของแจ๊สที่แตกแขนงจากบีบ๊อพ โดยการนำแนวดนตรีคลาสสิกมาผสมผสาน จากนั้นก็ตั้งวงควินเต็ตสร้างผลงานยอดเยี่ยมไว้หลายชุดโดยเฉพาะ "‘Round About Midnight” ในปี 2502 เขาปฏิวัติวงการแจ๊สอีกครั้งด้วยผลงาน "Kind of Blue” ซึ่งให้ความสำคัญกับการประสานสเกล (Mode) มากกว่าการใช้คอร์ด โดยลดทอนโครงสร้างของเพลงให้หลวมลง นักดนตรีจึงมีอิสระในการอิมโพรไวซ์ (Improvise) มากขึ้น กลายเป็นแจ๊สแขนงใหม่ที่เรียกว่า "โมดัล แจ๊ส” (Modal Jazz) ในช่วงปลายทศวรรษ 1960s แนวทาง "ฟรี แจ๊ส” (Free Jazz) กำลังเติบโต ซับซ้อน ลึกซึ้งและยากแก่การเข้าถึงของคนทั่วไปขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับเพลง "ร็อค แอนด์ โรลล์” (Rock ‘n Roll) ในอเมริกากำลังกลายเป็นดนตรีกระแสหลักแทนแจ๊ส ไมล์สก็ปฏิวัติดนตรีแจ๊สอีกครั้ง ด้วยการนำซาวด์ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องดนตรีไฟฟ้ามาใช้ กลายเป็น "ฟิวชัน แจ๊ส” (Fusion Jazz) ในผลงานชุด "Bi tches Brew” เมื่อปี 2513 ส่งผลให้วงการแจ๊สที่กำลังหลับ ลุกขึ้นมาเขย่าวงการดนตรีอีกครั้ง จากนั้นเขาก็สร้างสีสันใหม่ๆ แปลกๆ ให้วงการแจ๊สต่อมาอีกหลายชุดก่อนจะเงียบหายไปจากวงการระยะหนึ่ง ในปี 2524 เขากลับมาพร้อมกับผลงานชุด "The Man With The Horn” ซาวด์ดนตรีที่ฉูดฉาด ซับซ้อนของความหนุ่มถูกแทนที่ด้วย ความเรียบง่าย สุขุม นุ่มลึก และผลงานสุดท้าย "Live Around The World” บันทึกการแสดงสดก่อนเขาจะเสียชีวิต นอกจากเขาจะเป็นนักทรัมเป็ตมือฉกาจที่มีซาวด์เฉพาะตัวแล้วเขายังแต่งเพลงไว้จำนวนมาก และเป็นหัวหน้าวงที่สร้างดาวแจ๊สไว้หลายคน ในขณะที่นักดนตรีแจ๊สส่วนหนึ่งหลงไหลอยู่กับสำเนียงเดิม ๆ บางกลุ่มมุ่งลึกเข้าไปใน "ตัวตน" แต่ไมล์สก้าวทันยุคสมัยอยู่เสมอ และมุ่งไปข้างหน้าอยู่ตลอดเวลา โดยไม่ยอมกลับมาเล่นซ้ำผลงานดนตรีแบบเก่าๆ เขาสร้างผลงานอมตะที่เป็นดั่งหมุดหมายหลักของแจ๊สไว้หลายชุด และเป็นนักดนตรีแจ๊สที่มีอิทธิพลต่อวงการแจ๊สมากที่สุดคนหนึ่งในศตวรรษที่ 20 และมีอิทธิพลต่อวงการดนตรีมาจนทุกวันนี้ ถึงขนาดมีคนยกย่องให้เขาเป็น "Picasso of Jazz"

 

 

ข้อมูล: guru.sanook