ข้ามการนำทาง
2017

halloween_1.jpg

 

วันฮาโลวีน (Halloween) ตรงกับวันที่ 31 ตุลาคม ของทุกปี

 

ประวัติวันฮาโลวีน ความหมาย Halloween

 

"Trick or Treat!" คำฮิตติดหูประจำเทศกาลฮาโลวีน (วันที่ 31 ตุลาคม ของทุกปี) หลายคนรู้ว่า สัญลักษณ์ประจำฮาโลวีนต้องมีปาร์ตี้แต่งกายชุดภูตผีปีศาจ และต้องมีฟักทองเจาะหน้าตาแปลกๆ ...แล้วทราบหรือไม่ว่า ประวัติฮาโลวีน มีความสำคัญอย่างไร

 

ความหมายฮาโลวีน และประวัติวันฮาโลวีน 

ในคริสต์ศาสนา นิกายคาทอลิก Halloween เป็นคำภาษาอังกฤษ เพี้ยนมาจากคำ All Hallows Eves ซึ่งแปลว่า วันก่อนวันสมโภชนักบุญทั้งหลาย โดยวิธีตัดต่อ Hallow + Eve = Halloween คำว่า Hallow เป็นคำแองโกลแซกซัน แปลว่า ทำให้ศักดิ์สิทธิ์ ตรงกับภาษาเยอรมันว่า heiligen ในปัจจุบันนิยมใช้คำมาจากภาษาละตินว่า sanctify คำว่า Hallow ยังมีใช้ในบทสวดอธิษฐานเก่าๆ เช่น Hallowed be thy Name (ขอพระนามจงเป็นที่สักการะ)

 

คำว่า Hallow ยังแปลว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ผู้ศักดิ์สิทธิ์ นักบุญ ดังนั้น All Hallowmas จึงแปลว่า วันสมโภชนักบุญทั้งหลาย ในปัจจุบันใช้คำว่า All Saints Day คู่กับ Christmas ซึ่งแปลว่า วันสมโภชพระคริสต์หรือคริสต์มาสนั่นเอง 

 

วันก่อนวันสมโภชคริสต์มาสมี Christmas Eve ที่นิยมเรียกว่า คืน (ก่อน) คริสต์มาส วันก่อนวันสมโภชนักบุญทั้งหลายก็มี All Hallowmas Eve ซึ่งต่อมาย่อเป็น Halloween โดยมีงานรื่นเริงและพิธีกรรมทางศาสนาเช่นเดียวกับคืนคริสต์มาส ชาวคาทอลิกพร้อมใจกันเลื่อนพิธีกรรมทางศาสนาไป หลังวันสมโภชนักบุญทั้งหลาย และเรียกว่า วันวิญญาณในแดนชำระ (All Souls Day) เพื่อให้คู่กับวันสมโภชนักบุญทั้งหลาย (All Saints Day)

 

halloween_2.jpg

 

ความเป็นมาของวันฮาโลวีน

 

วันฮาโลวีนของทุกปี จะตรงกับวันที่ 31 ตุลาคม เชื่อว่ามีที่มาจากวันฉลองปีใหม่ของชาวเซลท์ (Celt) ในวันที่ 1 พฤศจิกายน ที่เรียกว่า Samhain ซึ่งเป็นชื่อของเทพเจ้าแห่งความตาย ทั้งนี้ ในวันที่ 31 ตุลาคม ชาวเซลท์ (Celt) ซึ่งเป็นชนพื้นเมืองเผ่าหนึ่งในไอร์แลนด์ ถือกันว่าเป็นวันสิ้นสุดของฤดูร้อน และวันต่อมา คือ วันที่ 1 พฤศจิกายน เป็นวันขึ้นปีใหม่

 

ซึ่งในวันที่ 31 ตุลาคมนี่เองที่ชาวเซลท์เชื่อว่า เป็นวันที่มิติคนตายและคนเป็นจะถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน และวิญญาณของผู้ที่เสียชีวิตในปีที่ผ่านมา จะเที่ยวหาร่างของคนเป็นเพื่อสิงสู่ เพื่อที่จะได้มีชีวิตขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เดือดร้อนถึงคนเป็น ต้องหาทุกวิถีทางที่จะไม่ให้วิญญาณมาสิงสู่ร่างตน ชาวเซลท์จึงปิดไฟทุกดวงในบ้าน ให้อากาศหนาวเย็น และไม่เป็นที่พึงปรารถนาของบรรดาผีร้าย และยังพยายามแต่งกายให้แปลกประหลาด ปลอมตัวเป็นผีร้าย และส่งเสียงดัง เพื่อให้ผีตัวจริงตกใจหนีหายสาบสูญไป 

 

นอกจากนี้คืนดังกล่าวยังเป็นคืนเฉลิมฉลองการสิ้นสุดฤดูเก็บเกี่ยว และอาจมีการนำสัตว์ หรือพืชผลมาบูชายัญให้กับเหล่าภูติผี และวิญญาณด้วย หลังจากคืนนั้นไฟทุกดวงจะถูกดับ และจุดขึ้นใหม่ด้วยไฟศักดิ์สิทธิ์ของชาวเซลท์

 

บางตำนานยังเล่าถึงขนาดว่า มีการเผา "คนที่คิดว่าถูกผีร้ายสิง" เป็นการเชือดไก่ให้ผีกลัวอีกต่างหาก แต่นั่นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนคริสตกาล ที่ความคิดเรื่องผีสางยังฝังรากลึกในจิตใจมนุษย์ ต่อมาในศตวรรษแรกแห่งคริสตกาล ชาวโรมันรับประเพณีฮาโลวีนมาจากชาวเซลท์ แต่ได้ตัดการเผาร่างคนที่ถูกผีสิงออก เปลี่ยนเป็นการเผาหุ่นแทน 

 

ในสมัยต่อชาวโรมันคาทอลิกต้องการกำจัดพิธีเฉลิมฉลองของกลุ่มชนนอกศาสนาคริสต์เหล่านี้ สันตะปาปา Gregory ที่ 4 จึงได้กำหนดวันที่ 1 พฤศจิกายน ให้เป็นวันเฉลิมฉลอง All Saints Day หรือ All Hallows Day สำหรับชาวคริสต์เพื่อระลึกถึงนักบุญ และผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว แต่การเฉลิมฉลองในคืนวันที่ 31 ตุลาคม หรือ Hallow's Eve ก็ยังคงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน แต่ชื่อเรียกได้เพี้ยนไปเป็น Halloween

 

กาลเวลาผ่านไป ความเชื่อเรื่องผีจะสิงสู่ร่างมนุษย์เสื่อมถอยลงตามลำดับ ฮาโลวีนจึงกลายเป็นเพียงพิธีการแต่งตัวเป็นผี แม่มด สัตว์ประหลาด ตามแต่จะสร้างสรรค์กันไป

 

วันฮาโลวีนจากอังกฤษสู่อเมริกา

 

เดิมเทศกาลฮาโลวีนจัดขึ้นในประเทศอังกฤษ ไอร์แลนด์ สกอตแลนด์ และประเทศข้างเคียงเท่านั้น แต่เมื่อชาวไอริช และชาวสกอต อพยพไปตั้งหลักแหล่งในสหรัฐอเมริกา ในช่วงทศวรรษที่ 1840 ก็นำเอาประเพณีนี้ไปปฏิบัติด้วย ปรากฏว่าถูกใจชาวอเมริกันทุกเชื้อชาติ จึงปฏิบัติตามกันอย่างจริงจังตลอดมา และตั้งแต่กลางคริสต์ศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา ก็กลายเป็นเทศกาลประจำชาติมาจนทุกวันนี้

 

halloween_3.jpg

 

กิจกรรมในวันฮาโลวีน 

 

การฉลองวันฮาโลวีนนิยมจัดกันในสหรัฐอเมริกา ไอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร แคนาดา และยังมีในออสเตรเลีย กับนิวซีแลนด์ด้วย รวมถึงประเทศอื่นในทวีปยุโรปก็นิยมจัดงานวันฮาโลวีนเพื่อความสนุกสนาน ในประเทศทางตะวันตก เด็กๆ จะแต่งกายเป็นภูติผีปีศาจพากันชักชวนเพื่อนฝูงออกไปงานฉลอง เรียกว่า การเล่น Trick or Treat (หลอกหรือเลี้ยง) คือการเดินเคาะประตูขอขนมตามบ้าน

 

เคล็ดอีกอย่างหนึ่งของเทศกาลฮาโลวีน นอกจากเคาะประตูขอขนมตามบ้านต่างๆ แล้ว ยังมีการนำแอปเปิล กับเหรียญชนิดหกเพนซ์ใส่ลงในอ่างน้ำ หากใครสามารถแยกแยะของสองอย่างนี้ออกจากกันได้ด้วยการใช้ปากคาบเหรียญขึ้นมา และใช้ส้อมจิ้มแอปเปิลให้ติดเพียงครั้งเดียว ถือว่าผู้นั้นจะโชคดีตลอดปีใหม่ที่กำลังมาถึง

 

ทางด้านสาวอังกฤษสมัยก่อนจะออกไปหว่านและไถกลบเมล็ดป่านชนิดหนึ่งในยามเที่ยงคืนของวันฮาโลวีน พร้อมกับเสี่ยงสัตย์อธิษฐานด้วยการท่องคาถาว่า "เจ้าเมล็ดป่านที่ข้าหว่านจงช่วยบันดาลให้ผู้ที่จะมาเป็นคู่ชีวิตของข้าปรากฏตัวให้เห็น" หลังจากนั้นลองเหลียวมองผ่านบ่าด้านซ้ายของตนเองดู ก็จะได้เห็นนิมิตเรือนร่างของผู้ที่จะมาเป็นสามีในอนาคตของตน (นี่คือความเชื่อของสาวๆ อังกฤษ)

 

การเล่น Trick or Treat 

 

สำหรับประเพณี ทริค ออ ทรีท (Trick or Treat แปลว่า หลอกหรือเลี้ยง) นั้น เริ่มขึ้นในราวคริสต์ศตวรรษที่ 9 โดยชาวยุโรป ซึ่งถือว่า วันที่ 2 พฤศจิกายน เป็นวัน "All Souls" พวกเขาจะเดินร้องขอ "ขนมสำหรับวิญญาณ" (Soul Cake) จากหมู่บ้านหนึ่งไปยังอีกหมู่บ้านหนึ่ง โดยเชื่อว่า ยิ่งให้ขนมเค้กมากเท่าไร วิญญาณของญาติผู้บริจาคก็ได้รับผลบุญ ทำให้มีโอกาสขึ้นสวรรค์ได้มากเท่านั้น

 

ประเพณีทริค ออ ทรีท ในสหรัฐอเมริกา คือ การละเล่นอย่างหนึ่งที่เด็กๆ เฝ้ารอคอยในวันฮาโลวีน ตามบ้านเรือนจะตกแต่งด้วยโคมไฟฟักทอง และตุ๊กตาหุ่นฟางที่เป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลประเพณีเก็บเกี่ยว (Harvest) ในช่วงเดียวกันนั้น แต่ละบ้านจะเตรียมขนมหวานที่ทำเป็นรูปเม็ดข้าวโพดสีขาว เหลือง ส้ม ในเม็ดเดียวกัน เรียกว่า Corn Candy และขนมอื่นๆ ไว้เตรียมคอยท่า

 

ส่วนเด็กๆ ในละแวกบ้านก็จะแต่งตัวแฟนซี เป็นภูติผีมาเคาะตามประตูบ้าน โดยเน้นบ้านที่มีโคมไฟฟักทองประดับ (เพราะมีความหมายโดยนัยว่าต้อนรับพวกเขา) พร้อมกับถามว่า "Trick or Treat ?" เจ้าของบ้านมีสิทธิ์ที่จะตอบ Treat ด้วยการยอมแพ้ มอบขนมหวานให้ภูติผี (เด็ก) เหล่านั้น ราวกับว่า ช่างน่ากลัวเหลือเกิน หรือเลือกตอบ Trick เพื่อท้าทายให้ภูติผีเหล่านั้นอาละวาด ซึ่งก็อาจเป็นอะไรก็ได้ ตั้งแต่แลบลิ้นปลิ้นตาหลอกหลอน ไปจนถึงขั้นทำลายข้าวของเล็กๆ น้อยๆ แล้วอาจจบลงด้วยการ Treat เด็กๆ ด้วยขนมในที่สุด

 

ในสมัยโบราณมีการกล่าวขานกันว่าเด็กๆ ที่ไม่ได้ขนมจะแกล้งเจ้าของบ้าน เช่น ใส่ไข่ดิบในตู้จดหมายในคืนเทศกาลฮาโลวีน คนส่วนใหญ่จึงมีขนมและลูกกวาดเตรียมไว้เพื่อจะไม่ต้องโดนผี (เด็กๆ) แกล้ง

         

และที่ขาดไม่ได้สำหรับเทศกาลฮาโลวีนเลย คือ การประดับประดาแสงไฟ และการแกะสลักฟักทองเป็นโคมไฟ เจาะทำตา จมูก และปากที่แสยะยิ้ม เรียกว่า แจ๊ก-โอ'-แลนเทิร์น (jack-o'-lantern)

 

halloween_4.jpg

 

ตำนานแกะสลักฟักทอง แจ๊ก-โอ'-แลนเทิร์น (jack-o'-lantern)

 

ตำนานที่เกี่ยวกับฟักทองนั้น เป็นตำนานพื้นบ้านของชาวไอริช กล่าวถึง แจ๊กจอมตืด ซึ่งเป็นนักเล่นกลจอมขี้เมา วันหนึ่งเขาหลอกล่อปีศาจขึ้นไปบนต้นไม้และเขียนกากบาทไว้ที่โคนต้นไม้ ทำให้ปีศาจลงมาไม่ได้ จากนั้นเขาได้ทำข้อตกลงกับปีศาจ "ห้ามนำสิ่งไม่ดีมาหลอกล่อเขาอีก" แล้วเขาจะปล่อยปีศาจลงจากต้นไม้ เมื่อแจ๊กตายลง เขาปฏิเสธที่จะขึ้นสวรรค์ เพราะเขามีความคิดไปในทางของความชั่วร้าย ขณะเดียวกันก็ปฏิเสธที่จะลงนรก เพราะเขาได้ทำข้อตกลงกับปีศาจไว้ ปีศาจจึงให้ถ่านที่กำลังคุแก่เขา เพื่อให้เขาใช้นำทางไปในทางที่มืดมิด และหนาวเย็น และแจ๊กได้นำถ่านนี้ใส่ไว้ในหัวผักกาดเทอร์นิพที่ถูกเจาะให้กลวง เพื่อให้ไฟลุกโชติช่วงได้นานขึ้น

 

ชาวไอริชจึงแกะสลักหัวผักกาดเทอร์นิพ และใส่ไฟในด้านใน อันเป็นอีกสัญลักษณ์ของวันฮาโลวีน เพื่อระลึกถึง "การหยุดยั้งความชั่ว" Trick or Treat เพื่อส่งผลบุญให้กับญาติผู้ล่วงลับ และพิธีทางศาสนาเพื่อทำบุญวันปีใหม่ แต่เมื่อมีการฉลองฮาโลวีนในสหรัฐอเมริกา ชาวอเมริกันพบว่าฟักทองหาง่ายกว่าหัวผักกาดมาก จึงเปลี่ยนมาใช้ฟักทองแทน

 

เครื่องดื่มวันฮาโลวีน 

 

โดยธรรมเนียมแล้ว วันฮาโลวีน เป็นวันถือศีล และไม่ดื่มสุราหรืออาหารฟุ่มเฟือย อาจมีโซลเค้ก (Soul Cake) ซึ่งเป็นขนมตามธรรมเนียมดั้งเดิมของงานวันฮาโลวีน หรือ อาหารที่ไม่ใช่เนื้อ และเมื่อได้รับโซลเค้กให้สวดภาวนาแด่ผู้ล่วงลับเป็นการตอบแทน (อย่างไรก็ดี นี่เป็นละครในงานวัน "ฮาโลวีน" ไม่ใช่พิธีกรรม ดังนั้นการจัดงานเลี้ยงในบ้านเราคงจะต้องมีขนม, น้ำ และอาหารเป็นธรรมดา)

 

 

อย่างไรก็ตาม คนไทยปัจจุบันรู้จักเทศกาลฮาโลวีนเหมือนกับที่รู้จักเทศกาลต่างๆ ตามประเพณีของชาวยุโรป เช่น อีสเตอร์ วันขอบคุณพระเจ้า วันคริสต์มาส หรือวันวาเลนไทน์ ซึ่งในคืนวันฮาโลวีนในกรุงเทพฯ มักจะจัดงาน โดยเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวยามราตรีแต่งกายด้วยชุดแฟนซี สวมหน้ากากเป็นปีศาจรูปร่างต่างๆ เพื่อเป็นสีสันยามค่ำคืนฮาโลวีน

 

 

ข้อมูล: k@pook!

บ้านไม้เก่า...คุณพลอย

เรื่องผี 7.jpg

เรื่องนี้คุณพลอยฟังมาจากน้องคนนึงชื่อว่า เนย เนยเป็นคนนับถือคาทอลิก ตอนนั้นที่บ้านของเนยจะทำการต่อเติมบ้าน แล้วที่วัดแถวบ้านเขารื้อกุฏิที่เป็นไม้สักทอง ซึ่งก็มีพระรูปนึงที่เป็นญาติกับพ่อของเนย พ่อก็เลยขอไม้สักนั้นมาต่อเติมบ้าน พอได้ไม้มาก็ไปจ้างช่างมาทำบ้านให้ แต่ว่าช่างชุดที่ 1 อยู่ได้แค่เดือนเดียวก็ลาออก ชุดที่ 2 ก็ลาออก ชุดที่ 3 ก็ลาออก

 

จนมาถึงช่างชุดที่ 4 เขาก็ขอเข้างาน 9 โมงเลิกบ่าย 3 ถึงได้ทำบ้านนี้เสร็จ โดยที่เขาไม่ยอมเล่าให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้น พอทำบ้านเสร็จขนข้าวขนของจัดบ้าน

 

วันแรกที่ครอบครัวของเนยเข้าไปอยู่ วันนั้นแม่ของเนย อาบน้ำเป็นคนสุดท้าย เวลาประมาณ 4 ทุ่มครึ่ง แล้วก็เดินขึ้นบันไดไปบนบ้าน ตอนนั้นเนยอยู่ในห้องก็ได้ยินเสียงแม่กรี๊ดลั่นบ้านและก็ล้มตึงลงไปเลย

 

เนยกับพี่ชายก็วิ่งออกมาดู ตอนนั้นแม่เล่าไปร้องไห้ไป ก็ยังฟังไม่รู้เรื่อง เนยก็ให้แม่สงบสติอารมณ์ลงก่อน พอแม่เริ่มตั่งสติได้ แม่ก็เล่าให้ฟังว่า จังหวะที่แม่เดินขึ้นมาจนถึงบันไดขั้นสุดท้าย แม่เห็นศพคนแขวนคอตาย 3 ศพที่คานบ้าน เป็นพ่อแม่ลูก แต่พ่อของเนยก็ไม่เชื่อว่าจะมี ถึงจะเชื่อว่ามีก็จะให้ทำไงได้ บ้านก็บ้านตัวเอง กู้เงินมาทำบ้านก็หลายล้าน ก็ต้องทนอยู่ต่อไป

 

ทุกคืนตอนนอนก็ได้ยินเสียงเด็กวิ่งเล่นในบ้าน และก็ได้ยินเสียงแม่บอกว่า อย่าวิ่ง รบกวนเขาลูก ทุกคนก็เกิดความกลัว พอ 6 โมงเย็นนี่ต้องขึ้นบ้านกันแล้ว และก็ต้องเอากระโถนเข้ามาในห้องด้วยเผื่อปวดฉี่ตอนกลางคืน

 

จนมีวันนึงหลังจากที่อยู่ได้เดือนกว่า เนยดันลืมเอากระโถนขึ้นมา กลางดึกคืนนั้น เนยก็ปวดฉี่ขึ้นมา เลยเรียกพี่ชาย พี่สะใภ้และแม่ไปเข้าห้องน้ำกัน ตอนที่เดินออกมาไม่มีอะไร แต่ตอนกำลังจะเดินขึ้นบ้าน

 

ทั้ง 4 คนทุกคนเห็นเหมือนกันหมด เห็นพ่อแม่ลูก 3 คน ห้อยอยู่บนคานบ้านต่องแต่งๆ ทุกคนก็กรี๊ดกันวิ่งลงมากัน แต่ก็เหมือนเดิม พ่อของเนยก็ยังไม่เชื่อว่ามี เพราะพ่อก็ไม่เคยเจอ ตั้งแต่วันนั้นมาชั้น 2 ก็ไม่มีใครกล้าอยู่แล้ว ลงมาอยู่ชั้นล่างกันหมด แม้แต่กระทั่งตอนกลางวัน ก็ได้ยินเสียงเด็กวิ่งเล่นอยู่ข้างบนบ้าง แม่ดุลูกบ้าง ผัวเมียทะเลาะกันบ้าง จนทุกคนในบ้านหลอนกันไปหมดแล้ว

 

จนมีวันนึงเนยก็ได้ฟังเรื่องที่คุณพลอยโทรมาเล่ากับทางรายการ The Shock ปกติคุณพลอยจะเป็นคนที่มีเซนส์ และสามารถช่วยแก้กรรมให้คนอื่นได้ เนยก็มาเล่าเรื่องนี้ให้คุณพลอยฟัง ด้วยความที่คุณพลอยมีเซนส์ก็พอจะรู้ว่าจะต้องให้ช่วยแบบไหน เนยก็ให้บ้านเลขที่กับคุณพลอยมา คุณพลอยก็บอกกับเนยไปว่า เขาไม่ต้องการให้ใครอยู่ชั้นบน และก็ต้องการให้สร้างศาลให้เขา เนยก็บอกว่า หนูจะสร้างศาลได้ยังไง หนูเป็นคาทอลิก คุณพลอยก็บอกว่า มันไม่เกี่ยวหรอกลูก เพื่อความสบายใจหนูสร้างไปเถอะ เนยก็ถามอีกว่า แล้วมันจะมีศาลอยู่บนบ้านคนได้หรอคะ คุณพลอยก็บอกกับเนยว่า เคยได้ยินศาลในห้องน้ำหญิงในมหา’ลัยแห่งนึงมั้ย เขายังสร้างได้เลย เนยก็ถามคุณพลอยว่า พี่พลอยมาทำให้หนูได้มั้ย คุณพลอยก็รับปากไปว่าจะไปทำให้ และก็บอกให้เนยไปหาซื้อศาลไม้ที่เหมือนกับศาลตายายไว้

 

แล้วเดี๋ยวคุณพลอยจะไปทำพิธีให้ คุณพลอยก็บอกอีกว่า แต่เนยต้องเปิดใจนะ หนูต้องไปนิมนต์พระมา เพราะพี่จะทำให้โดยพลการไม่ได้ ไม่ว่างานพิธีใดๆ ก็ตาม ก็ต้องมีพระ เนยก็บอกว่า เดี๋ยวไปคุยกับแม่ก่อน ส่วนพ่อเสียไปเมื่อต้นปี คงไม่มีปัญหาแน่

 

สุดท้าย พี่ชายของเนยก็ไปสืบทราบประวัติมา ได้ความว่า เมื่อก่อนครอบครัวนี้เป็นครอบครัวที่มีฐานะดี แล้วตอนหลังผู้ชายไปมีบ้านเล็กบ้านน้อย ก็เลยทะเลาะกัน ทีนี้ฝ่ายผู้หญิงก็ประชดโดยการไปมีผู้ชายคนใหม่ จนวันนึง ผัวก็ฆ่าเมียกับลูกแล้วเอาศพไปแขวนอยู่บนคานนั่น แล้วพ่อก็ผูกคอตายหนีความผิด หลังจากที่ 3 คนนี้ตาย ญาติๆ ที่บ้านก็อยู่กันไม่ได้ เลยต้องรื้อบ้านหลังนั้น นำไปถวายวัด พอเอามาสร้างเป็นกุฏิ พระก็อยู่ไม่ได้ ต้องรื้อกุฏิทิ้งเหมือนกัน พอดีกับที่พ่อของเนยมาขอต่อ ทั้งๆที่รู้ประวัติของไม้อยู่แล้ว แต่ก็ไม่กลัว แต่จนแล้วจนรอดพอมาอยู่ด้วยกัน ก็อยู่กันไม่ได้

วันนี้ในอดีต : 31 ตุลาคม

 

เบนิโต มุสโสลินี.jpg

เบนิโต มุสโสลินี ก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีของอิตาลี

31 ตุลาคม พ.ศ.2465 เบนิโต มุสโสลินี (Benito Amilcare Andrea Mussolini) ก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีของอิตาลี ขณะอายุ 39 ปี ถือว่าเป็นนายกฯ ที่อายุน้อยที่สุดของอิตาลี เรียกชื่อโดยทั่วไปว่า "อิล ดูเช" (Il Duce) แปลว่า "ท่านผู้นำ" มุสโสลินีเป็นนายกรัฐมนตรีจอมเผด็จการในช่วง พ.ศ. 2465 – 2486 ก่อนหน้านั้นในปี 2462 มุสโสลินีได้ก่อตั้งพรรค "ฟาซิดี คอมแบตติเมนโต" หรือพรรค "ฟาสซิสท์" (Fascist) พ.ศ. 2468 เขาได้สถาปนาตนเองเป็นเผด็จการเต็มรูป บังคับให้ยกเลิกระบบรัฐสภา แทนด้วย "รัฐบรรษัท" (Corporate State) รวบอำนาจอย่างเป็นทางการ จัดตั้งรัฐวาติกัน ยึดอบิสซีเนียละอัลบาเนียเป็นเมืองขึ้น พร้อมกับการประกาศเข้าร่วมเป็นฝ่ายอักษะกับ อดอฟ ฮิตเลอร์ แห่งประเทศเยอรมนี ในที่สุดมุสโสลินีถูกจับได้โดยฝ่ายต่อต้านชาวอิตาเลียนเมื่อปี 2488 ถูกยิงแล้วนำศพไปแขวนประจานที่เมืองโคโมและเมืองมิลาน

 

เจ้านโรดม สีหนุ.jpg

วันประสูติ เจ้านโรดม สีหนุ กษัตริย์แห่งประเทศกัมพูชา

31 ตุลาคม พ.ศ.2465 วันประสูติ เจ้านโรดม สีหนุ (Norodom Sihanouk) กษัตริย์แห่งประเทศกัมพูชา ประสูติที่กรุงพนมเปญ เป็นพระราชโอรสของเจ้านโรดม สุรามฤต (Norodom Suramarit) และพระนางคชสมัค (Sisowath Kossamak) ทรงสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนทหาร ทรงประกาศสงครามเจ้าเพื่อเอกราช (the royal crusade for independence) โดยใช้นโยบายทางการทูตกับฝรั่งเศส จนในที่สุดฝรั่งเศสซึ่งกำลังทำสงครามอย่างดุเดือดกับเวียดนามก็ต้องยอมให้อิสรภาพแก่กัมพูชาในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2496 ต่อมาได้สละราชสมบัติให้กับพระราชบิดาตัวเอง เพื่อลงมาเล่นการเมืองอย่างเต็มตัว ปัจจุบันสีหนุได้วางมือเพื่อปล่อยให้เจ้านโรดม รณฤทธิ์ทำหน้าที่การเมืองแทน

 

อินทิรา คานธี .jpg

นางอินทิรา คานธี นายกรัฐมนตรีแห่งอินเดีย ถูกยิงเสียชีวิต

31 ตุลาคม พ.ศ.2527 นางอินทิรา คานธี (Indira Gandhi) นายกรัฐมนตรีแห่งอินเดีย ถูกยิงเสียชีวิต โดยสาเหตุอาจมาจากเรื่องการขัดแย้งระหว่างศาสนาในประเทศ เธอเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของอินเดีย เป็นหลานสาวของนายกฯ จาวาฮารัล เนรู ซึ่งเป็นนายกคนแรกของอินเดีย แม้จะมีนามสกุลว่าคานธี แต่ก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์กับมหาตมะ คานธี

 

 

ข้อมูล: guru.sanook

โทรศัพท์โทรออกไม่ได้ แต่รับสายได้ เป็นแบบนี้มา3วันแล้ว รบกวนเช็คให้หน่อยค่ะ0980206877

@

ตอบหน่อยค่ะ

โพสต์โดย วรรณภาอัง. 27 ต.ค. 2017

2วันเเล้วคับที่สมัครแล้วมันกินเงิน.เหมือนวันนี้สมัครตอนสามทุ่มครึ่งยังไม่ถึงเที่ยงคืนเลยค่ะ.มันก่กินตังหมดเเล้ว#เเต่ก่อนไม่เห็นเป็น

ที่นี่ไม่ใช่บ้านเรา...คุณอีฟ

เรื่องผี 8.jpg

เรื่องนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ตอนนั้นคุณอีฟได้เริ่มเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย ก็ได้อยู่หอพักของทางมหา’ลัย วันที่คุณอีฟไปอยู่ แม่ก็ไปส่ง และแม่ก็พูดทิ้งท้ายไว้ว่า มันไม่ใช่บ้านเรา ทำอะไรให้ระวัง เจอใครให้เกรงใจคนที่มาอยู่ก่อน คุณอีฟก็ไม่ได้คิดอะไร

 

วันแรกจะเป็นวันที่นักศึกษาใหม่ก็ต้องมีรับน้อง ในห้องของคุณอีฟมีเมท 2 คน รวมอยู่กัน 3 คน หลายวันผ่านไป คุณอีฟก็ยังต้องไปรับน้องอยู่ วันนั้นคุณอีฟกลับห้องมาก็มืดแล้ว เวลาประมาณทุ่มกว่าๆ

 

ห้องคุณอีฟอยู่ชั้น 4 ห้อง 418 พอถึงห้องได้ยินเสียงคนคุยกันในห้อง เดินไปเดินมาในห้อง ก็คิดว่าเพื่อนเราอยู่ ก็เลยเคาะประตู แต่นานมากก็ยังไม่มีใครเปิด คุณอีฟก็ไขกุญแจเปิดประตูเข้าไป แต่ว่าในห้องปิดไฟ ไม่มีมีใครอยู่ คุณอีฟก็คิดว่า อ้าว แล้วเมื่อกี๋เสียงใครหละ และเปิดไฟในห้อง ก็เหมือนเพื่อนคนนึงนั่งอยู่บนเก้าอี้อ่านหนังสือ ผมยาว ใส่ชุดนักศึกษา กระโปรงพีชสั้นประมาณเข่านั่งอยู่ ก้มหน้าก้มตาไม่พูดกับใคร ตอนนั้นคุณอีฟก็อารมณ์ไม่ค่อยดี เพราะโดนรุ่นพี่ด่ามา เลยมาใส่อารมณ์กับเพื่อนและถามเพื่อนว่า เราเคาะประตูทำไมไม่เปิดให้เรา เป็นอะไร เพื่อนก็เงียบ ถามทำไมไม่ตอบ เพื่อนก็ไม่พูด คุณอีฟถามต่ออีกว่าแล้วเพื่อนอีกคนนึงไปไหน ผู้หญิงที่นั่งก้มหน้าอยู่ก็ไม่พูดอะไรทั้งนั้น คุณอีฟเลยพูดขึ้นว่า งั้นเราอาบน้ำแล้วนะ เราเหนื่อย ก็เลยหยิบเสื้อผ้าเข้าไปในห้องน้ำ เปิดเพลงเอาไว้

 

เข้าไปยังไม่ได้ทันทำอะไรเลย ก็มีโทรศัพท์ดังเข้ามา ก็เป็นเมทคนนึงโทรมาถามว่าอีฟอยู่ไหน คุณอีฟก็ตอบว่าอยู่ห้องเนี่ย จุ๊บ ก็อยู่นะ เพื่อนก็เงียบและบอกว่า จุ๊บ อยู่กับเรา คุณอีฟก็บอกไปว่า ไม่จริงอ่ะ จุ๊บอยู่ในห้องกับเรา เพื่อนก็บอกว่า เนี่ยเดี๋ยวเราให้คุยกับจุ๊บ เพื่อนก็ส่งโทรศัพท์ไปให้จุ๊บ จุ๊บก็พูดว่า ว่าไง เป็นอะไรหรือเปล่า คุณอีฟก็คิดว่า อ้าว แล้วใครอยู่ในห้องนะ เลยบอกกับเพื่อนไปว่า แค่นี้ก่อนนะ เดี๋ยวเราโทรไป และยังไม่ได้เล่าให้ใครฟัง ตอนนั้นคุณอีฟก็จินตนาการไว้แล้วว่า ถ้าเปิดประตูห้องน้ำออกไป ถ้าเจอเขายืนอยู่หน้าห้องน้ำจะทำยังไง พอคุณอีฟตั้งสติได้ก็เปิดประตูและวิ่งออกไป จังหวะที่วิ่งออกไปก็ไม่เจอใครนั่งเก้าอี้แล้ว

 

หลังจากวันนั้นคุณอีฟก็ย้ายไปอยู่กับเพื่อนที่เรียนคณะเดียวกันที่ชั้น 5 ที่ห้องของเพื่อนจะมีเตียงว่าง 1 เตียง พอคุณอีฟย้ายมาอยู่ห้องนี้ ก็จะมีคนที่มีเซนส์มาบอกว่าเห็นมีคนเข้าๆ ออกๆ อยู่บ่อยมาก บางทีก็มีคนข้างๆ ห้องมาเคาะประตูด่าตอนกลางคืนว่าเล่นเกมเมื่อไรจะนอนซักที คุณอีฟก็ตอบไปว่า เรานอนแล้วนะ บางทีก็มีคนมาบอกว่า ห้องนี้เมื่อไรจะออกไปซักที ดึกดื่นไม่รู้จะคุยอะไรกันนักหนา คุณอีฟก็ตอบไปว่าเราไม่ได้คุย คนแทบทั้งชั้นก็มารุมด่าห้องคุณอีฟอยู่ห้องเดียว คุณอีฟก็รู้สึกว่าเริ่มจะไม่ค่อยดีแล้ว เลยหายันต์มาแปะในห้อง

 

และมีอยู่วันนึง รุ่นพี่ของคุณอีฟมานั่งเล่นในห้อง และออกไปนั่งเล่นเน็ตอยู่ตรงข้างนอกตรงระเบียงห้อง ส่วนคุณอีฟก็นั่งเล่นคอมอยู่บนเตียง และก็มีเพื่อนอีกคนนึงนอนอยู่ ระหว่างที่คุณอีฟนั่งเล่นคอม ก็ได้ยินรุ่นพี่บอกว่า เดี่ยวพี่ไปนอนก่อนนะอีฟ คุณอีฟก็นอนเล่นคอมต่อไป จังหวะที่เล่นคอมได้ยินผู้หญิงร้อง ร้องดังมากมาจากหลังห้อง เสียงก็เข้ามาใกล้ๆ จนมาถึงที่เพื่อนของคุณอีฟนอน คุณอีฟก็ปลุกเพื่อนและถามว่า ร้องอะไร เพื่อนก็ตอบว่า ไม่ กูไม่ได้ร้อง หลังจากคุณอีฟเล่นคอมเสร็จคืนนั้นคุณอีฟก็นอน แต่นอนไปซักพัก ก็มีคนมาเคาะประตู ตอนนั้นคิดว่าจะมีใครมาด่าอะไรอีกละ เลยเปิดประตูออกไปดู

 

แต่ก็ไม่มีใคร ไฟตรงทางเดินหน้าห้องดับหมดเลย ตรงทางเดิน คุณอีฟก็ปิดประตู กลับเข้ามานอนต่อ และระหว่างที่นอนก็มีคนมาลูบที่คอ ลูบไปลูบมา ซักพักเตียงที่นอนก็ยวบๆ เหมือนมีคนหลายๆ คนขึ้นมาเหยียบและเดินไปเดินมาบนเตียง แต่ก็มีเสียงของผู้ชายคนนึงดังขึ้นมาบอกว่า ท่องตามเรา ท่องนะโมนะยังไงก็รอด แล้วก็เป็นเสียงหัวเราะของคนหลายๆ คน ตบมือหัวเราะ สนุกมาก เหมือนเขาเข้ามาเล่นในห้องเรา คุณอีฟพยายามขยับตัว แต่ลุกไม่ได้ ไม่ไหว หายใจไม่ออก เลยนึกถึงแม่ ก็ได้สติขึ้นมา แล้วก็เรียกเพื่อนที่ชื่อนุ้ย ถามว่าเปิดไฟได้มั้ย นุ้ยตอบว่า เปิดดิ  คุณอีฟก็บอกอีกว่าเปิดทุกดวงเลยนะ

 

พอไฟเปิดขึ้นมา คุณอีฟเห็นเพื่อนนั่งขดอยู่ตรงมุมห้องเหงื่อเต็มตัว อาการเหมือนคนหอบ คุณอีฟก็ถามว่าเป็นอะไร นุ้ยก็ตอบกลับมาว่า กูต้องถามว่าเป็นอะไร คุณอีฟก็ตอบว่า กูไม่ได้เป็นอะไรกูแค่ฝันร้าย

 

นุ้ยก็ตอบกลับมาว่า ไม่ใช่ กูไม่ได้เห็นฝันร้าย คุณอีฟก็ถามว่า แล้วเห็นอะไร นุ้ยตอบว่า กูเห็นนอนตาเหลือกขึ้นมา แล้วดิ้นเหมือนคนจะตาย พออ้าปากพูดอะไรสักอย่างก็เหมือนคนจะหายใจไม่ออก คุณอีฟก็ถามว่าแล้วทำไมไม่ปลุก นุ้ยก็ตอบว่า ปลุกไม่ได้ๆ กูเห็นใครไม่รู้ เต็มไปหมดเลย อยู่ตรงนั้นแล้วก็ชี้มือมาที่คุณอีฟ

 

พอตื่นเช้ามาคุณอีฟและนุ้ยก็ไปทำบุญกัน และในคืนนั้น คุณอีฟก็จะขับรถมอเตอร์ไซค์ไปเซเว่น ก็เห็นผู้ชายคนนึงผมยาวขี่มอเตอร์ไซค์ฮาเล่ย์มาแซวคุณอีฟและเพื่อน คุณอีฟก็ขับรถตามไป แต่ก็ตามไม่ทันและเห็นว่าผู้ชายคนนั้นขี่รถแซงรถสิบล้อไปเร็วมาก แต่พอซักพักนึง ผู้ชายคนเดิมเขาก็ขี่กลับมาแซงคุณอีฟอีกครั้งนึง  ตอนนั้นคุณอีฟก็งง เพื่อนที่มาด้วยก็บอกว่า ไหนลองขี่ตามพี่เขาไปดิ พอขี่ไปเรื่อยๆ ก่อนถึงเซเว่น 800 เมตร จะมีทางเข้าไปในวัด พอผู้ชายคนนั้นก็เริ่มช้าลง เพื่อก็บอกคุณอีฟอีกว่า อีฟตามไปเลย รถฮาเล่ย์ก็ขับเข้าไปในซอยนั้นและหายเข้าไปเลย เพื่อนเลยบอกให้คุณอีฟจอด และบอกว่าเขาอาจจะไปแล้วแหละ พอคุณอีฟไปซื้อของที่เซเว่นเสร็จ ก็ต้องไปยูเทิร์นกลับรถเพื่อที่จะกลับหอพัก พอจะถึงจุดที่เป็นทางเข้าวัด คุณอีฟก็มองไปเห็นรถมอเตอร์ไซค์ฮาเล่ย์จอดอยู่ตรงนั้นก็จอดดู ซักพักนึง ก็เห็นเหมือนลูกมะพร้าวกลิ้งออกมา แล้วก็มีคนวิ่งตามมาเก็บซึ่งเป็นผู้ชายคนนั้น ที่ไม่มีหัววิ่งออกมาเก็บ แล้วก็เอามาแนบใส่จั๊กกะแร้ แล้วเดินหายเข้าไปในทางวัด พอคุณอีฟเห็นก็รีบขี่รถกลับเลย และก็ก่อนที่เข้าหอก็ต้องเลยยูเทิร์น แล้วเลี้ยวกลับมาที่หอ ก็เจอพี่ที่ขี่ฮาเล่ขี่สวนมาแล้วก็ตะโกนว่า น้องๆ และก็ขี่ผ่านไปเลย

 

จากเหตุการณ์ที่ 1 มาต่อเหตุการณ์ที่ 2 ก็เหมือนกับว่า พอคุณอีฟเริ่มเห็นผี เห็นวิญญาณครั้งแรก ก็จะทำให้สามารถเห็นครั้งต่อไปได้ง่ายขึ้น...

วันนี้ในอดีต : 27 ตุลาคม

 

กัปตันเจมส์ คุก.jpg

วันเกิด กับตันเจมส์ คุก นักเดินเรือชาวอังกฤษ

27 ตุลาคม พ.ศ.2271 วันเกิด กัปตันเจมส์ คุก (Captain James Cook) นักสำรวจ นักเดินเรือ และนักทำแผนที่ชาวอังกฤษ เขาเดินทางไปยังมหาสมุทรแปซิฟิก 3 ครั้ง และได้ทำแผนที่แนวชายฝั่งและหมู่เกาะต่างๆ เอาไว้ คุกเป็นบุคคลหนึ่งที่ได้เข้ามาสำรวจประเทศออสเตรเลีย หมู่เกาะฮาวาย นิวฟาวด์แลนด์ นิวซีแลนด์ เขาเป็นนักเดินเรือคนแรกที่เดินเรือรอบโลกสำเร็จ

 

ธีโอดอร์ รูสเวลท์.jpg

วันเกิด ธีโอดอร์ รูสเวลท์ ประธานาธิบดีคนที่ 26 ของสหรัฐอเมริกา

27 ตุลาคม พ.ศ.2401 วันเกิด ธีโอดอร์ รูสเวลท์ (Theodore Roosevelt) ประธานาธิบดีคนที่ 26 ของสหรัฐอเมริกา เจ้าของวาทะ "Do what you can, with what you have, where you are" (จงทำตามความสามารถ จากสิ่งที่มีอยู่ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน)

 

เงินพดด้วง.jpg

ประกาศเลิกใช้ เงินพดด้วง

27 ตุลาคม พ.ศ.2447 ประกาศเลิกใช้ เงินพดด้วง ทุกชนิด เนื่องจากความต้องการเงินตราไทยมีมากเพราะการค้าระหว่างประเทศขยายตัว การผลิตเงินพดด้วงไม่ทันใช้ รัชกาลที่ 5 จึงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เสนาบดีกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ ออกประกาศลงวันที่ 27 ตุลาคม 2447 มีความสำคัญว่า ได้โปรดให้สั่งว่า เงินพดด้วงซึ่งได้จำหน่ายออกจากพระคลังฯ ใช้กันแพร่หลายอยู่ในพระราชอาณาจักรเวลานี้ มีลักษณะปลอมแปลงได้ง่าย สมควรให้เลิกใช้เงินพดด้วงเสีย โดยตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม 2447 เป็นต้นไป ให้เลิกใช้เงินพดด้วงทุกชนิด ยกเป็นเงินตราที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

 

 

ข้อมูล: guru.sanook

tarissaree

ชำระก่อนครบกำหนด

โพสต์โดย tarissaree 26 ต.ค. 2017

คือชำระค่าโทรศัพท์ก่อนวันกำหนดชำระนะคะ แต่มียอดค้าง ของ2เดือน รวมเดือนที่ยังไม่ถึงกำหนดด้วยค่ะ จะยังมียอดค้างอยู่ไหมหรือตัดไปเลย

วันนี้ในอดีต : 25 ตุลาคม

 

เอวาริสต์ กาลัวส์.jpg

วันเกิด เอวาริสต์ กาลัวส์ นักคณิตศาสตร์ชาวฝรั่งเศส

25 ตุลาคม พ.ศ.2354 วันเกิด เอวาริสต์ กาลัวส์ (Evariste Galois) นักคณิตศาสตร์จอมโอหังชาวฝรั่งเศส เกิดที่หมู่บ้านบูร์กลาแรน (Bourg-la-Reine) นอกกรุงปารีส บิดาเป็นครูซึ่งต่อมาได้เป็นนายกเทศมนตรีของเมือง มารดาเป็นผู้มีการศึกษา กาลัวส์เรียนหนังสืออยู่ที่บ้านโดยเรียนภาษากรีก ละติน และศาสนา แต่ไม่ได้เรียนคณิตศาสตร์ เพราะสังคมยุคนั้นมองว่าคณิตศาสตร์ไม่มีความจำเป็นในการดำรงชีพ เมื่ออายุได้ 12 ปีก็เข้าเรียนที่ College Royal de Louis-Grand เทอมแรกเขาก็เริ่มมีความคิดต่อต้านสถาบันต่าง ๆ ไม่ว่าศาสนา กษัตริย์ การเมือง หรือการศึกษา รวมกลุ่มกับเพื่อน ๆ ไม่ร้องเพลงสวด และต่อต้านด้วยวิธีการต่างๆ จนเพื่อนๆ 40 คนถูกไล่ออก เขาโกรธแค้นมาก และเริ่มมีความคิดว่าผู้มีอำนาจนั้นไร้ความยุติธรรม ในช่วงปีแรกๆ ผลการเรียนออกมาดี แต่ปีหลังๆ เขาเริ่มสอบตก เว้นแต่วิชาคณิตศาสตร์ ช่วงนี้เขาได้อ่านหนังสือของ นีลส์ อาเบล (Niels Henrik Abel) และได้อ่านตำราคณิตศาสตร์ชิ้นสำคัญๆ ของนักคณิตศาสตร์หลายคน ทำให้เขาหลงไหลคณิตศาสตร์จนถอนตัวไม่ขึ้น จากนั้นก็ไม่สนใจเรียนวิชาอื่น ๆ จนมีปัญหากับครู กาลัวส์จึงพยายามสอบเข้า Ecole Polytechnique ซึ่งมีนักคณิตศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่หลายคนสอนอยู่ แต่เนื่องจากเก่งคณิตศาสตร์วิชาเดียวจึงสอบไม่ติด เขาจึงพาลโทษและต่อต้านระบบการศึกษามากยิ่งขึ้น จากนั้นก็ทุ่มเทให้กับคณิตศาสตร์มากยิ่งขึ้น จนในที่สุด เขาก็ได้ตีพิมพ์งานวิจัยคณิตศาสตร์เรื่องแรกในชีวิตชื่อ "Proof of a Theorem on Periodic Continued Fractions” ในวารสาร Annales de mathematique pures et appliquees ฉบับเดือนมีนาคม 2372 ทั้งๆ ที่ยังเป็นนักเรียนชั้นมัธยม ในที่สุดเขาก็สามารถสอบเข้า Ecole Normale ได้ ที่นี่เขาได้ทำงานวิจัยทางคณิตศาสตร์หลายชิ้นแต่ก็ถูกปฏิเสธไม่ให้ตีพิมพ์ เมื่อต้องเรียนในโรงเรียนทหารเขาก็ถูกไล่ออก คราวที่ฟังปาฐกถาของนักคณิตศาสตร์อาวุโส กาลัวส์ก็มักจะวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงดูถูก เต็มไปด้วยความโอหัง เมื่อคราวที่ฝูงชนฝรั่งเศสบุกถล่มคุกบาสตีล์ กาลัวส์ถูกจับขังคุก 8 เดือน ทำให้เขารู้สึกขมขื่นสิ้นหวังและกลายเป็นคนซึมเศร้ามาก ในช่วงท้ายของชีวิต เขาถูกท้าดวลปืนและถูกยิงเสียชีวิตในวันที่ 31 พฤษภาคม 2375 ขณะอายุได้เพียง 21 ปี หลังจากเขาจบชีวิตไปแล้ว เพื่อนของเขาจึงได้นำผลงานของกาลัวส์ไปตีพิมพ์ กลายเป็นงานวิจัยชิ้นสำคัญทางคณิตศาสตร์ เมื่อคณาจารย์นักคณิตศาสต์เห็นต่างก็ลงมติสรุปว่า คนฉลาดอย่างกาลัวส์นั้นถูกปฏิเสธโดยคนที่ฉลาดน้อยกว่า ตรงตามที่เขาเอ่ยอยู่เสมอว่า “เพราะพวกเขาไม่เข้าใจผม ผมจึงเป็นคนโง่ดักดานในสายตาเขา”

 

โยฮันน์ สเตราส์ .jpg

โยฮันน์ สเตราส์ ที่ 2 ได้รับการยกย่องให้เป็นราชาแห่งเพลงวอลซ์

25 ตุลาคม พ.ศ.2368 โยฮันน์ สเตราส์ จูเนียร์ หรือ โยฮันน์ สเตราส์ ที่ 2 (Johann Strauss Junior) คีตกวีชาวออสเตรียที่ได้รับการยกย่องให้เป็น "ราชาแห่งเพลงวอลซ์” (The Waltz King) สเตราส์ จูเนียร์เป็นลูกชายคนแรกของ โยฮันน์ สเตราส์ ที่ 1 (Johann Strauss I) คีตกวีผู้เป็น "บิดาแห่งเพลงวอลซ์” (Father of Waltz) ชาวออสเตรีย สเตราส์ จูเนียร์เกิดที่กรุงเวียนนาในขณะที่วงดนตรีของบิดากำลังมีชื่อเสียง ด้วยชีวิตนักดนตรีที่ต้องต่อสู้อย่างหนักหน่วงกว่าจะมีชื่อเสียงและยังต้องทำงานอย่างหนัก พ่อของเขาจึงไม่อยากให้ลูกชายเดินตามทางนี้ แต่ลูกไม่หรือจะให้หล่นไกลต้น สเตราส์ผู้ลูกรู้ตัวว่ามีเลือดแห่งดนตรีอยู่เต็มตัว จึงแอบหัดไวโอลินตั้งแต่เด็กๆ ตอนหกขวบได้ลองเล่นเพลงวอลซ์ที่แต่งเอง เมื่อพ่อรู้จึงไม่ชอบใจอย่างยิ่ง และห้ามเขาแตะต้องไวโอลินอย่างเด็ดขาด แต่เขาก็ยังแอบเรียนดนตรีอย่างลับต่อไป โดยได้รับการสนับสนุนจากแม่ เนื่องจากพ่อของเขาใช้เวลาและทรัพย์สินส่วนใหญ่ไปกับเมียน้อย แม่ของเขาจึงยอมอดออมสนับสนุนลูกชายอย่างเต็มที่ เขาพัฒนาฝีมือจนแก่กล้าขึ้นและได้เปิดการแสดงครั้งแรกที่ Dommayer’s Casino ที่เมืองไฮท์ซิง (Hietzing) เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2387 สเตราส์ในวัย 19 ปีประสบความสำเร็จมาก ชาวเวียนนาแห่ไปดูกันเนืองแน่น จนในที่สุดก็ได้พบว่าจ้าวแห่งเพลงวอลซ์คนใหม่ได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว ภายหลังชื่อเสียงของสเตราส์ผู้พ่อเริ่มลดความนิยมลง ลูกชายของเขาก็เริ่มมีชื่อเสียงขึ้นมาแทน และได้เล่นเพลงของพ่อเพื่อเป็นการขออภัย ซึ่งพ่อของเขาก็ภูมิใจในตัวลูกชายคนนี้ไม่น้อย แต่ก็ไม่เคยพบหน้ากันจนกระทั่งพ่อของเขาป่วยเสียชีวิตในปี 2392 สเตาส์ลูกชายจึงได้รวมวงของพ่อเข้ากับวงของตน เขาเสียชีวิตเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2442 ตลอดชีวิตเขาแต่งเพลงไว้จำนวนมาก ทั้งโอเปรา โอเปอเร็ทตา มาร์ช บัลเลต์ โพลกา และเพลงวอลซ์ เพลงวอลซ์ของเขามีลักษณะเหมือนซิมโฟนี มีผลงานที่ยิ่งใหญ่หลายเพลง อาทิ The Blue Danube, Wine Woman and Song, Tales from Vienna Woods, Voises of Spring, Arstist’s Life และ Emperor Waltz

 

ปิกัสโซ.jpg

วันเกิด ปาโบล ปิกัสโซ ศิลปินเอกของโลกชาวสเปน

25 ตุลาคม พ.ศ.2424 วันเกิด ปาโบล ปิกัสโซ (Pablo Ruiz Picasso) ศิลปินเอกของโลกชาวสเปน เกิดที่เมืองมาลากา (Malaga) ประเทศสเปน พ่อเป็นอาจารย์สอนศิลปะในมหาวิทยาลัย เขาเริ่มฉายแววศิลปินอัจฉริยะตั้งแต่เด็ก ด้วยการเปล่งเสียงคำแรกที่พูดได้คือ ‘piz (คำย่อของ Lapiz) ซึ่งแปลว่า ดินสอ จากนั้นพ่อของเขาก็เริ่มสอนศิลปะให้ ปี 2443 เขาเดินทางไปปารีส เมืองหลวงของศิลปะในสมัยนั้น ปีแรกๆ เขาต้องทำงานหนักและอยู่อย่างลำบาก หลายครั้งต้องเผางานศิลปะเพื่อผิงไฟ จากนั้นก็เริ่มมีชื่อเสียงมากขึ้นเรื่อยๆ รูปแบบงานศิลปะของปิกัสโซจะเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ช่วงแรกปี 2444-2447 เขาจะเน้นโทนสีน้ำเงิน เรียกว่ายุค Blue Period ต่อช่วงปี 2448-2450 มาเน้นสีชมพู เรียกว่ายุค Rose Period จากนั้นปี 2451-2452 เขาได้รับอิทธิพลจากงานศิลปะแบบแอฟริกัน ซึ่งจะเน้นสีดำ เรียกว่ายุค Negro Period หรือ Black Period ในปี 2452-2455 เขาเริ่มทดลองใช้รูปทรงเรขาคณิตในงานศิลปะ เรียกว่ายุค Analytical Cubism และช่วงปี 2455-2462 เรียกว่ายุค Synthetic Cubism ผลงานของปิกัสโซในยุคคิวบิสม์ถือเป็นการปฏิวัติครั้งใหญ่ในแวดวงศิลปะ จนก่อให้เกิดเป็นศิลปะสมัยใหม่ (Modern Art) ขึ้นในเวลาต่อมา เขาเป็นศิลปินที่ไม่ยึดติดกับรูปแบบใดแบบหนึ่ง ผลงานของเขาจึงมีความหลากหลาย ทั้งจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ เซรามิก กราฟฟิก ฯลฯ จึงไม่แปลกที่โลกยกย่องปิกัสโซให้เป็นศิลปินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในคริสต์ศตวรรษที่ 20 ปิกัสโซถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2516

 

พระราชทานปริญญาบัตร.jpg

พิธีพระราชทานปริญญาบัตรครั้งแรกในประเทศไทย

25 ตุลาคม พ.ศ.2473 พระราชทานปริญญาบัตรครั้งแรกในประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินพระราชทานปริญญาบัตร แก่บัณฑิตทางแพทย์ (เวชชบัณฑิตชั้นตรี หรือแพทยศาสตร์บัณฑิตในปัจจุบัน) ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งสำเร็จการศึกษาใน พ.ศ.2471 และ 2472 และเป็นประเพณีสืบทอดมาจนทุกวันนี้

 

ซาดาโกะ ซาซากิ.jpg

ซาดาโกะ ซาซากิ เด็กหญิงเหยื่อระเบิดนิวเคลียร์เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเม็ดโลหิต

25 ตุลาคม พ.ศ.2498 ซาดาโกะ ซาซากิ (Sadako Sasaki) เด็กหญิงชาวญี่ปุ่น เหยื่อของระเบิดนิวเคลียร์ เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเม็ดโลหิต (ลูคีเมีย) ขณะอายุได้ 11 ปี เนื่องจากได้รับสารกัมมันตภาพรังสีจากระเบิดปรมาณูที่สหรัฐอเมริกา ทิ้งถล่มเมืองฮิโรชิมา เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2488 ในปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 ก่อนเสียชีวิต ซาดาโกะพยายามพับนกกะเรียนกระดาษด้วยมือที่บวมเป่งและเจ็บปวดมาก ด้วยความเชื่อว่าหากพับนกได้ครบหนึ่งพันตัว เธอจะหายจากโรคร้าย แต่ในที่สุดเธอก็จบชีวิตลงเมื่อพับนกกะเรียนได้เพียง 644 ตัวเท่านั้น การต่อสู้ของซาดาโกะเป็นแรงบันดาลใจในการแสวงหาสันติภาพของคนทั่วโลก ไม่กี่ปีหลังจากซาดาโกะเสียชีวิต มีการสร้างอนุสาวรีย์ซาดาโกะขึ้นที่สวนสันติภาพ ณ เมืองฮิโรชิมา เพื่อรำลึกถึงซาดาโกะและเด็กที่เสียชีวิตจากระเบิดปรมาณู เรื่องราวของซาดาโกะเป็นที่มาของบทประพันธ์เรื่อง "ซาดาโกะกับนกกะเรียนพันตัว" (Sadako and the thousand paper cranes) โดยนักเขียนชาวอเมริกันนาม เอเลนอร์ คอร์ (Eleanor Coerr) ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 2520

 

 

ข้อมูล: guru.sanook

เอไอเอส สนับสนุนการปรับปรุงเรือพยาบาลกู้ชีพฉุกเฉิน กร.913

พร้อมติดตั้งอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กองทัพเรือ เพื่อใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

เอไอเอส สนับสนุนการปรับปรุงเรือพยาบาลกู้ชีพฉุกเฉินพร้อมติดต้ังอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กองทัพเรือ.jpg

เอไอเอส สนับสนุนการปรับปรุงเรือพยาบาลกู้ชีพฉุกเฉิน กร.913 พร้อมติดตั้งอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่กองทัพเรือ อาทิ เครื่องกระตุกหัวใจด้วยไฟฟ้าแบบครบวงจร ชนิด 12 ลีด, เครื่องให้สารละลายทางหลอดเลือด และชุดเคลื่อนย้ายผู้ป่วยพร้อมอุปกรณ์ยึดตรึง เป็นต้น ในโครงการ “ส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินทางน้ำ” เพื่อให้กองทัพเรือนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยในช่วงงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

 

โดยหลังจากงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ เอไอเอสได้เตรียมติดตั้งระบบสื่อสารภายในเรือพยาบาลกู้ชีพฉุกเฉิน กร.913 ให้สามารถส่งภาพ เสียง และข้อมูลของผู้ป่วยจากในเรือไปยังโรงพยาบาลปลายทาง เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพและเตรียมการรักษาผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงที เพื่อให้สามารถช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในเขตความรับผิดชอบของกองทัพเรือต่อไป

วันนี้ในอดีต : 24 ตุลาคม

 

พระองค์เจ้าอลงกฎ.jpg

วันประสูติ พลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอลงกฎ กรมหมื่นอดิศรอุดมศักดิ์

24 ตุลาคม พ.ศ.2423 พลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอลงกฎ กรมหมื่นอดิศรอุดมศักดิ์ (๒๔ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๒๓ - ๑๙ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๙๕) อดีตรองเสนาบดีกระทรวงกลาโหมและอดีตประธานองคมนตรี ประสูติ ณ วังท้ายวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เมื่อวันอาทิตย์ แรม ๖ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีมะโรง จุลศักราช ๑๒๔๒ ตรงกับวันที่ ๒๔ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๒๓ เมื่อประสูติทรงเป็นหม่อมเจ้าลำดับที่ ๕ ของจำนวนพระโอรสและพระธิดาทั้งสิ้น ๓๗ พระองค์ ใน พลโท พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศุขสวัสดี กรมหลวงอดิศรอุดมเดช และเป็นลำดับที่ ๓ ในจำนวน ๓ พระองค์ของหม่อมมารดา คือ หม่อมขาบ

 

หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล.jpg

วันเกิด หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล บุคคลสำคัญของโลกและศิลปินแห่งชาติ

24 ตุลาคม พ.ศ.2446 หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล บุคคลสำคัญของโลกและศิลปินแห่งชาติ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและผู้ก่อตั้งโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา หม่อมหลวงปิ่นเกิดเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2446 ณ บ้านถนนอัษฎางค์ กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรคนที่ 6 ใน 13 คน ของเจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี (หม่อมราชวงศ์เปีย มาลากุล) และท่านผู้หญิงเสงี่ยม พระเสด็จสุเรนทราธิบดี (เสงี่ยม มาลากุล ณ อยุธยา (นามสกุลเดิม วสันตสิงห์)) หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2538 สิริอายุได้ 91 ปี 11 เดือน 11 วัน และเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2544 ท่านได้รับการประกาศเชิดชูเกียรติจากองค์การยูเนสโกยกย่องท่านเป็น "นักการศึกษาดีเด่นของโลก ในสาขาวรรณกรรมและสื่อสาร" ถือเป็นความภาคภูมิใจของชาวเตรียมอุดมทุกคน โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา อันเชิญรูปปั้น ฯพณฯ ศ.หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล จากหอวชิราวุธานุสรณ์ มาประดิษฐาน ห้อง 57 ตึก 1 เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2545 ในวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2546 เป็นวาระครบรอบ 100 ปีของ ฯพณฯ ศ. ม.ล. ปิ่น มาลากุล โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาจึง ดำริที่จะจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระคุณของท่าน นับแต่นี้ต่อไปก็จะมีเพียงการสานต่อแนวความคิดของ ฯพณฯ ให้ปรากฏเป็นผลสมเจตจำนง อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อประโยชน์ของเยาวชน และสังคมไทยตลอดไป

 

วอลสตรีท.jpg

วันที่ภาวะการซื้อขายหุ้นในตลาดหุ้นวอลสตรีทตกต่ำสุดขีด

24 ตุลาคม พ.ศ.2472 เกิดเหตุการณ์ "พฤหัสทมิฬ” (Black Thursday) หรือ "Wall Street Crash of 1929” เป็นวันที่ภาวะการซื้อขายหุ้นใน ตลาดหลักทรัพย์ นิวยอร์ก (New York Stock Exchange – NYSE) ย่านถนนวอลสตรีท นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ถูกเทขายจนมีมูลค่าตกต่ำสุดขีด มีการเทขายหุ้นถึง 12.9 ล้านหุ้น ท่ามกลางความปั่นป่วนของตลาดหลักทรัพย์ มีการซื้อขายเปลี่ยนมือกันถึง 16 ล้านหุ้นในวันอังคารที่ 29 ตุลาคม เมื่อถึงวันที่ 13 พฤศจิกายน หุ้นราคา 30,000 ล้านเหรียญอเมริกันกลายเป็นเศษกระดาษ สถาบันการเงินล้มละลาย ทำให้คนจำนวนมากเสียเงินออม ธุรกิจน้อยใหญ่ล้มละลาย โรงงานปิดตัว ทำให้คนจำนวนมากตกงาน นับเป็นภาวะวิกฤติของตลาดหลักทรัพย์ครั้งใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ทั่วโลก (Great Depression) เมื่อต้นปี 2473 ยาวนานนับทศวรรษ

 

องค์การสหประชาชาติ.jpg

องค์การสหประชาชาติได้รับการสถาปนาอย่างเป็นทางการ

24 ตุลาคม พ.ศ.2488 องค์การสหประชาชาติ หรือ "ยูเอ็น” (United Nation : UN) ได้รับการสถาปนาอย่างเป็นทางการ หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 สงบลง โดยมีประเทศสมาชิกผู้เริ่มก่อตั้ง 51 ประเทศ นำโดยประเทศมหาอำนาจของโลกอย่าง สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส สหภาพโซเวียต และจีน ลงนามให้สัตยาบันรับรอง “กฎบัตรสหประชาชาติ” (United Nations Charter) ซึ่งเป็นธรรมนูญของสหประชาชาติมีผลบังคับใช้ ยูเอ็นเป็นองค์การระหว่างประเทศ ก่อตั้งขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนให้ทั่วโลกเกิดสันติภาพและความยุติธรรม มีความมั่นคงระหว่างประเทศ พัฒนาสัมพันธ์ไมตรีระหว่างประเทศ แก้ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม มนุษยธรรม สิทธิมนุษยชน และเป็นศูนย์กลางความร่วมมือและประสานงานของชาติต่าง ๆ ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมด 192 ประเทศ (เกือบทุกประเทศในโลก) สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงนิวยอร์ก และถือเอาวันที่ 24 ตุลาคม ของทุกปีเป็น "วันสหประชาชาติ"

 

 

ข้อมูล: guru.sanook

เติมเงินผิดเบอร์ค่ะ 0883612961 เบอร์เก่าไม่ได้ใช้นานมากค่ะ

รบกวนดึงเงินกลับเข้าเข้ากระเป๋าด้วยค่ะ

เบอร์ Mpay 0610425911

 

อรกันยา เซฟลานด์

mickyamp

โอนเงินผิดเบอร์

โพสต์โดย mickyamp 22 ต.ค. 2017

โอนเงินผิดเบอร์ครับช่วยดึงกลับให้ทีค่ะ100 บาท 0623982073   โอนผิดไปยัง *140*1*0612797636*100#

omnokakkharaphon

ยกเลิกบริการ

โพสต์โดย omnokakkharaphon 22 ต.ค. 2017

ต้องการยกเลิกบริการ calling melody ยังไงคะ ? ขอบคุณค่ะ

วันนี้ในอดีต : 20 ตุลาคม

 

สฤษดิ์ ธนะรัชต์.jpg

จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ก่อรัฐประหารยึดอำนาจ

20 ตุลาคม พ.ศ.2501 จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ก่อรัฐประหารยึดอำนาจ จอมพลถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรี (ซึ่งพร้อมใจลาออก) รัฐประหารครั้งนี้ต่อเนื่องมาจากรัฐประหารครั้งก่อน ซึ่งจอมพลสฤษดิ์ยึดอำนาจรัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม เมื่อวันที่ 16 กันยายน พ.ศ.2500 โดยอาศัยเหตุจากการเดินขบวนประท้วง การประท้วงการเลือกตั้งสกปรก และการแย่งอำนาจกันเองในหมู่ทหาร จากนั้นจอมพลสฤษดิ์ได้แต่งตั้งนายพจน์ สารสิน เป็นนายกรัฐมนตรีและจัดให้มีการเลือกตั้งพลโทถนอม กิตติขจร ได้เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ก็ไม่สามารถบริหารราชการไปอย่างราบรื่น ในที่สุดจอมพลสฤษดิ์ ในนาม "คณะปฏิวัติ" ก็ได้ทำการรัฐประหารอีกครั้งเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ.2501 โดยอาศัยทั้งเหตุความแตกแยกของพรรคร่วมรัฐบาลและที่สำคัญคือ ภัยคุกคามจากลัทธิคอมมิวนิสต์ จากนั้นจอมพลสฤษดิ์ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีพร้อม ๆ กับการใช้อำนาจเผด็จการเบ็ดเสร็จหรือ ม.17 ให้อำนาจนายกฯ อย่างไม่มีขอบเขตจำกัด สามารถสั่งจับกุมคุมขังหรือประหารชีวิตใครก็ได้ที่เห็นว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ ส่งผลให้เกิดการปราบปรามผู้มีแนวคิดสังคมนิยมหรือคอมมิวนิสต์อย่างรุนแรง

 

ดร.นอร์แมน โบแลง .jpg

ดร.นอร์แมน โบแลง ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ

20 ตุลาคม พ.ศ.2513 ดร.นอร์แมน โบแลง (Norman Borluag) ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ จากการช่วยพัฒนาสายพันธุ์พืชโดยเฉพาะพันธุ์ข้าวไรย์ (rye) และข้าวสาลี (wheat) ซึ่งสามารถช่วยเหลือผู้คนนับล้านในหลายประเทศให้รอดพ้นจากการอดอยาก จากการปฎิวัติเกษตรกรรม (Green Revolution)

 

โรงอุปรากรซิดนีย์.jpg

พิธีเปิดโรงอุปรากรซิดนีย์ อย่างเป็นทางการ

20 ตุลาคม พ.ศ.2516 พิธีเปิด โรงอุปรากรซิดนีย์ (Sydney Opera House) อย่างเป็นทางการโดยสมเด็จพระราชินี อลิซาเบธที่ 2 (Queen Elizaveth II) ซิดนีย์ โอเปร่า เฮาส์ ตั้งอยู่ที่นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมที่สวยงามที่สุดในโลก และเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของออสเตรเลีย

 

พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่.jpg

พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่ ก่อรัฐประหารยึดอำนาจ

20 ตุลาคม พ.ศ.2520 คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน นำโดย พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่ ก่อรัฐประหารยึดอำนาจนายธานินทร์ กรัยวิเชียร นายกรัฐมนตรี เนื่องจากประชาชนไม่พอใจจากรัฐบาล และสถานการณ์ที่ก่อให้เกิดการแตกแยกระหว่างข้าราชการมากยิ่งขึ้น ประกอบกับเห็นว่าระยะเวลาที่กำหนดไว้ในการปฏิรูปการปกครอง ซึ่งมีระยะเวลาถึง 12 ปีนั้นนานเกินไป สมควรให้มีการเลือกตั้งขึ้นโดยเร็ว

 

พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ.jpg

ชุมนุมประชาชนให้พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ลาออกจากนายกรัฐมนตรี

20 ตุลาคม พ.ศ.2540 ประชาชนกว่า 5,000 คน ชุมนุมบริเวณถนนสีลมเพื่อเรียกร้องให้พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เนื่องจากการบริหารผิดพลาด จนต้องประกาศลอยตัวเงินบาท ส่งผลกระทบต่ออัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ตลาดหลักทรัพย์ สถาบันการเงิน ราคาสินทรัพย์อื่นๆ และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การชุมนุมของประชาชนดังกล่าวส่งผลให้พลเอกชวลิตต้องลาออกจากตำแหน่งนายกฯ วิกฤติเศรษฐกิจเอเชียครั้งนี้เริ่มต้นที่เมืองไทยก่อนจะส่งผลให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจในประเทศต่างๆ ในเอเชีย หลายคนเรียกวิฤติฯ ครั้งนี้ว่า "ฟองสบู่แตก" หรือ "ต้มยำกุ้งดีซีส" (Tomyamkung disease)

 

 

ข้อมูล: guru.sanook

แบล็คเบอรี่

โพสต์โดย ทองปาน 19 ต.ค. 2017

BlackBerry DTEK60 สมาร์ทโฟน ราคา 19,900 บาท - Siamphone.com

ชอบอะ จะมีปัญญาซื้อใหมล่ะ ราคาสูงอยู่นะ คนไม่ค่อยนิยมแล้วสิ ไปใช้ของจีนหมดเพราะถูกกว่าสเปคใช้ได้ ส่วนตัวผมชอบอะ ถ้ามีตังค์ก็จะสอยมาใช้ทันทีโดยไม่ลังเลเลย จริงๆนะปัจจุบันก็ใช้โบล9000อยู่ เชียร์แบล็คเบอรี่แต่ไม่มีตังค์ซื้อ5555

วันนี้ในอดีต : 19 ตุลาคม

 

ออกุสต์ ลูมิแยร์.jpg

วันเกิด ออกุสต์ ลูมิแยร์ นักประดิษฐ์และนักสร้างหนังยุคบุกเบิก

19 ตุลาคม พ.ศ.2405 วันเกิด ออกุสต์ ลูมิแยร์ (Auguste Lumiere) พี่ชายของ หลุยส์ ลูมิแยร์ (Louise Lumiere เกิดวันที่ 5 ตุลาคม 2407) สองพี่น้องลูมิแยร์ นักประดิษฐ์และนักสร้างหนังยุคบุกเบิก ชาวฝรั่งเศส เกิดที่เมืองเบอซองซง (Besancon) ทางตะวันออกของฝรั่งเศส บิดาคือ อองตวน ลูมิแยร์ (Antoine Lumiere) เป็นจิตรกรนักบุกเบิกการถ่ายภาพ ต่อมาได้ก่อตั้งโรงงานผลิตแผ่นกระจกถ่ายภาพ (gelatin dry-plates) ที่เมืองลียงในปี 2425 สองพี่น้องจึงสนใจการถ่ายภาพมาตั้งแต่เด็ก ออกุสต์เรียนฟิสิกส์ ส่วนหลุยส์เรียนบริหาร ทั้งสองพี่น้องช่วยกันพัฒนาระบบการถ่ายภาพนิ่งให้ดีขึ้น จากนั้นก็สามารถถ่ายภาพเคลื่อนไหวได้ในปี 2435 แล้วพัฒนากล้องถ่ายภาพเคลื่อนไหวและเครื่อง "ซิเนมาโตกราฟ” (Cinematopraph) ซึ่งเป็นทั้งเครื่องถ่ายและฉายภาพยนตร์ในเครื่องเดียวกัน จดสิทธิบัตรในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2438 ก่อนจะนำภาพยนตร์เรื่องแรกออกฉายต่อหน้าสาธารณชน ที่ร้านกาแฟ Grand Cafe ในกรุงปารีสเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2438 คือ “Workers Leaving the Lumiere Factory” เป็นภาพเคลื่อนไหวของคนงานในโรงงานในโรงงานของพวกเขาเอง ความยาวประมาณ 20 นาที ถ่ายทำด้วยฟิล์มความยาว 17 เมตร แม้จะยังไม่เป็นเรื่องเป็นราวอย่างภาพยนตร์ยุคปัจจุบัน แต่ก็นับได้ว่าวันนั้นเป็นวันที่ "ภาพยนตร์” (Cinema) ได้ถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการครั้งแรกในโลก สร้างความตื่นตาตื่นใจให้ชาวปารีสอย่างมาก จนสองพี่น้องมีชื่อเสียงโด่งดัง จากนั้นทั้งสองก็ถ่ายทำภาพยนตร์ออกมาอีกหลายเรื่อง ก่อนจะนำเครื่องซิเนมาโตกราฟออกทัวร์ถ่ายทำและฉายภาพยนตร์ ที่ลอนดอน นิวยอร์ก และประเทศอินเดียในปี 2439 ภาพยนตร์ของพี่น้องลูมิแยร์เรื่องที่ได้รับความนิยมคือ "Arrival of a Train at a Station” เป็นภาพรถไฟเข้า-ออกที่สถานี ภาพยนตร์ของพี่น้องลูมแยร์นับเป็นภาพยนตร์สารคดี (actuality film หรือ documentary film) ในยุคแรกๆ ต่อมาทั้งสองก็พัฒนาไปสู่ภาพยนตร์สีที่เรียกว่า "Autochrome Lumiere” นำภาพยนตร์สีออกเผยแพร่ครั้งแรกในปี 2450 ต่อมาโรงงานของพวกเขาก็เติบโตกลายเป็นแหล่งผลิตอุปกรด้านการถ่ายภาพและภาพยนตร์ที่สำคัญของยุโรป ก่อนที่ชื่อ “ลูมิแยร์” จะหายไปหลังจากผนวกกิจการเข้ากับ “อิลฟอร์ด” (Ilford) บริษัทผลิตอุปกรณ์ถ่ายภาพของอังกฤษ ออกุสต์เสียชีวิตในวันที่ 10 เมษายน 2497 ที่เมืองลียง ส่วนน้องชายเสียชีวิตก่อนเขา ในวันที่ 6 มิถุนายน 2491

 

อาคารเวิร์ลเทรด.jpg

อาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ 1 เริ่มเปิดใช้งานเป็นวันแรก

19 ตุลาคม พ.ศ.2513 อาคาร "เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ 1” (One World Trade Center) เริ่มเปิดใช้งานเป็นวันแรก ก่อนที่อาคารจะสร้างเสร็จสมบูรณ์ในอีกสองปีต่อมา อาคารแห่งนี้มีความสูง 417 เมตรหรือ 110 ชั้น นับเป็นตึกที่สูงที่สุดและใหญ่ที่สุดในโลกในขณะนั้น ตึกเวิลด์เทรดฯ ออกแบบส่วนใหญ่โดยสถาปนิกชาอเมริกันเชื้อสายญี่ปุ่นชื่อ มิโนรุ ยามาซากิ (Minoru Yamasaki) ควบคุมการก่อสร้างโดยวิศวกรชาวอเมริกันชื่อ เลสลี โรเบิร์ตสัน (Leslie E. Robertson) เริ่มก่อสร้างเริ่มในปี 2509 สามารถเปิดตึกเวิลด์เทรดฯ ทั้ง 7 อาคารได้ในปี 2516 ต่อมาตึกแฝดเวิลด์เทรดฯ 1-2 ได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา และระบบทุนนิยม เคยถูกไฟไหมใหญ่ในปี 2518 เกิดเหตุระเบิดในปี 2536 ก่อนที่จะถูกเครื่องบินโดยสารที่ถูกผู้ก่อการร้ายจี้เข้าพุ่งชนจนตึกแฝดทั้งคู่ถล่ม ในวันที่ 11 กันยายน 2544 กลายเป็น "โศกนากรรม 9/11” และยังส่งผลให้ตึกเวิรลด์เทรดฯ 4, 5 และ 6 เสียหายไปด้วย หลังจากเหตุการณ์ 9/11 ก็ได้มีการซ่อมแซมอาคารที่เหลือและก่อสร้างอาคารให้เป็นอนุสรณ์สถานชื่อว่า "Freedom Tower” สูง 541 เมตรแทนตึกเวิลด์เทรดฯ 1 เปิดใช้งานเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2549

 

ทดลองฝนหลวง.jpg

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสาธิตให้ผู้แทนรัฐบาลสิงคโปร์ชมการทดลองฝนหลวง

19 ตุลาคม พ.ศ.2515 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินทรงควบคุมการทดลอง ปฏิบัติการฝนหลวง สาธิตให้ผู้แทนของรัฐบาลสิงคโปร์ชม ณ อ่างเก็บน้ำเขื่อนแก่งกระจาน ทั้งนี้ “โครงการพระราชดำริ ฝนหลวง” เกิดขึ้นจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตั้งแต่ปี 2495 เมื่อคราวเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมพสกนิกรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้ทรงรับทราบถึงความเดือดร้อน ทุกข์ยากของราษฎร และเกษตรกรที่ขาด แคลนน้ำ อุปโภค บริโภค และการเกษตร จึงได้มีพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทาน โครงการพระราชดำริฝนหลวง ให้กับ ม.ร.ว.เทพฤทธิ์ เทวกุล ไปดำเนินการ ซึ่งต่อมาได้เกิดเป็นโครงการค้นคว้าทดลอง ปฏิบัติการฝนเทียมหรือฝนหลวงขึ้น ต่อมาปี 2512 โครงการฝนหลวงประสบความสำเร็จมากจึ้น จึงได้ตราพระราชกฤษฎีก าก่อตั้งสำนักงานปฏิบัติการฝนหลวงขึ้นในปี 2518 ต่อมาประเทศไทยได้จดทะเบียนกิจกรรมฝนหลวง กับองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก แห่งสหประชาชาติ เป็นครั้งแรกในปี 2525 และนำความรู้ด้านการสร้างฝนเทียมนี้เผยแพร่ไปยังต่างประเทศที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำฝน จากนั้นองค์การอุตุนิยมวิทยาโลกจึงได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อม ถวายเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2540 จากนั้นรัฐบาลไทยก็มีมติเทิดพระเกียรติพระองค์ในฐานะ "พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย" เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2543 และกำหนดให้วันที่ 19 ตุลาคม ของทุกปีเป็น "วันเทคโนโลยีของไทย" เริ่มครั้งแรกในปี 2544 ส่วนพระองค์เองได้ทรงยกย่อง ม.ร.ว.เทพฤทธิ์ เทวกุล ให้เป็น "บิดาแห่งฝนหลวง"

 

เจอร์รี คอลลอน และ พอล ฮิล.jpg

เจอร์รี คอลลอน และ พอล ฮิล ถูกปล่อยตัวหลังจากถูกจำคุกนานถึง 15 ปี

19 ตุลาคม พ.ศ.2532 เจอร์รี คอลลอน (Gerry Conlon) และ พอล ฮิล (Paul hill) และเพื่อนอีกสองคน รวมเป็น 4 คน ชาวไอริช ถูกปล่อยตัวหลังจากถูกจำคุกนานถึง 15 ปี โดยทั้งสี่คนถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อการร้ายในขบวนการ IRA โดยเป็นผู้วางระเบิดผับ กิลฟอร์ด (Guildford) ในอังกฤษ โดยไม่มีการสืบสวนอย่างแน่ชัดภายใต้กฏหมายต่อต้านการก่อการร้าย ในปี 2518 แต่ในที่สุดทั้งหมดก็ได้รับการปล่อยตัวในฐานะผู้บริสุทธิ์ ด้วยการต่อสู้ทางกฏหมายของ เจอร์รี คอลลอน เรื่องราวบางส่วนของเขาถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง In the name of the Father

 

 

ข้อมูล: guru.sanook

วันนี้เอาสาระความรู้มาฝากสาวๆ โดยเฉพาะครับ เกี่ยวกับมะเร็งเต้านม โรคร้ายที่คุกคามชีวิตผู้หญิง ลองศึกษาอ่านวิธีดูแลรักษาและวิธีป้องกันดูครับจะได้ปลอดภัยจากโรคร้ายนี้...

 

สำหรับโรคมะเร็งเต้านมนั้นเรียกได้ว่าเป็นโรคยอดฮิตติดลมบนในผู้หญิงเลยก็ว่าได้ เพราะปัจจุบันมีผู้ที่ป่วยเป็นมะเร็งเต้านมกันมากขึ้น ซึ่งหลายคนอาจเข้าใจผิดคิดว่ามะเร็งเต้านมนั้นสามารถเป็นได้เฉพาะในผู้หญิงเท่านั้น แต่จริงๆ แล้วโรคมะเร็งเต้านมนั้นสามารถพบได้ในผู้ชายด้วย เพียงแต่พบได้น้อยกว่าผู้หญิงมากนั่นเอง ควรหมั่นเช็กเต้านมด้วยตนเอง หากมีก้อนผิดปกติบริเวณเต้านมเมื่อไหร่ก็ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กทันที

 

มะเร็งเต้านมคืออะไร

มะเร็งเต้านม (Breast Cancer) คือ การแบ่งตัวของเซลล์ที่ผิดปกติบริเวณเต้านมจนเกิดเป็นก้อนเนื้อร้ายอย่างมะเร็งขึ้น โดยโรคนี้เป็นโรคที่พบได้บ่อยได้ผู้หญิง ถือได้ว่าเป็นอันดับ 2 รองจากโรคมะเร็งปากมดลูกเลยทีเดียวก็ว่าได้ อัตราการพบนั้นในผู้หญิง 10 คน จะพบผู้ที่เป็นโรคมะเร็งเต้านมนี้อยู่ 1 คน โดยอาจเป็นมะเร็งเต้านมที่เกิดร่วมกับท่อน้ำนม หรือที่เกิดกับต่อมน้ำนมก็ได้ ซึ่งนับเป็นโรคที่อันตรายแก่ผู้หญิงอย่างมาก

(มะเร็งเต้านม)

มะเร็งเต้านม.jpg

 

สาเหตุของโรคมะเร็งเต้านม

– อายุ มักพบในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป

– พบประวัติคนในครอบครัวเคยเป็นโรคมะเร็งเต้านมมาก่อน

– ในผู้หญิงที่ไม่มีบุตร หรือมีบุตรคนแรกหลังอายุ 30 ปีขึ้นไป

– ผู้หญิงที่มีเต้านมขนาดใหญ่ มักเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมกว่าในผู้หญิงที่มีขนาดเต้านมเล็ก

– พบในผู้หญิงที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนอยู่ในระดับสูงกว่าเกณฑ์ปกติ

– พบในผู้หญิงที่รับประทานยาคุมกำเนิดอย่างต่อเนื่องมานานเกิน 10 ปีขึ้นไป

– ในผู้หญิงที่เริ่มใช้ยาคุมกำเนิดตั้งแต่อายุน้อย

– ผู้หญิงที่มีระดูหรือประจำเดือนมาเร็วตั้งแต่ก่อนอายุ 9 ขวบ หรือในผู้หญิงที่อายุ 55 ปีแล้ว แต่ยังมีประจำเดือนอยู่

– ผู้ที่สูบบุหรี่มากกว่า 2 ซองต่อวัน

– ผู้ที่อยู่ในมลภาวะอากาศเป็นพิษที่มีอากาศไม่บริสุทธิ์

– ผู้ที่มีความเครียดสูง หรือเครียดตลอดเวลา

– ผู้หญิงที่ได้รับฮอร์โมนทดแทนในวัยหมดประจำเดือน

(มะเร็งเต้านม_1)

มะเร็งเต้านม_1.jpg

 

อาการของโรคมะเร็งเต้านม

สำหรับผู้ที่เป็นโรคมะเร็งเต้านมในระยะแรกๆ นั้นมักจะไม่มีอาการแสดงใดๆ ที่ผิดปกติเลย จนเมื่ออยู่ในระยะลุกลามจึงเริ่มมีอาการแสดงดังนี้

– มักจะคลำพบก้อนเนื้อแข็งๆ บริเวณเต้านม ใต้ราวนม หรือรักแร้

– บริเวณเต้านมมีการเปลี่ยนแปลงทั้งขนาดและรูปร่างหรือรูปทรง

– รู้สึกเจ็บบริเวณเต้านม และหัวนมจะถูกรั้งยุบเข้าไปในเต้านม

– มีน้ำหรือเลือดไหลออกมาทางหัวนม

– มีอาการรักแร้บวมเนื่องจากต่อมน้ำเหลืองโต

– ผิวบริเวณเต้านมอาจมีอาการหดตัวผิดปกติ มีรอยบุ๋มลงไป หรือย่น แดง และอาจมีสะเก็ดเกิดขึ้น

มะเร็งเต้านม_2.jpg

 

วิธีการรักษาโรคมะเร็งเต้านม

  1. 1. โดยการผ่าตัด ซึ่งมีอยู่ 2 ประเภท คือ ผ่าตัดเอาเต้านมบางส่วนที่เป็นมะเร็งออก และการผ่าตัดเอาเต้านมทั้งหมดออก ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยและดุลยพินิจของแพทย์ผู้ทำการรักษาเป็นหลัก
  2. 2. โดยเคมีบำบัด เป็นการรักษาเพื่อป้องกันมะเร็งไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำอีกหลังการผ่าตัด ตลอดจนควบคุมในรายที่มะเร็งได้แพร่ลุกลามไปยังอวัยวะอื่นๆ ของร่างกาย
  3. 3. การรักษาด้วยฮอร์โมน เป็นการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์เนื้อร้าย มักใช้ในกรณีที่ให้ผลบวกต่อฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งวิธีนี้จะทำให้อ้วนขึ้น คันในช่องคลอด มีตกขาว และตั้งครรภ์ได้ง่ายขึ้นด้วย

มะเร็งเต้านม_3.jpg

 

การป้องกันการเกิดโรคมะเร็งเต้านม

ในปัจจุบันนั้นยังไม่มีวิธีการป้องกันโรคมะเร็งเต้านมได้ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่สามารถทำการป้องกันได้ในเบื้องต้น ได้แก่

– เริ่มตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเองเมื่อมีอายุ 20 ปีขึ้นไป

– เมื่อมีอายุ 35 ปีขึ้นไป ควรไปตรวจแมมโมแกรมและอัลตราซาวนด์เป็นประจำทุกปี

– ไม่ดื่มเหล้า และเลิกสูบบุหรี่

– ออกกำลังกายเป็นประจำโดยไม่ต้องหักโหม ซึ่งการออกกำลังกายนี้สามารถลดโอกาสเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมได้ถึงร้อยละ 60 เลยทีเดียว

– รับประทานผักและผลไม้เป็นประจำทุกวัน งดรับประทานอาหารติดมัน หรืออาหารที่มีโซเดียมมาก และอาหารเนื้อแดง

– ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ

– นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอในทุกๆ วัน

 

ดังนั้น จะเห็นได้ว่าผู้หญิงนั้นมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งเต้านมเป็นอย่างมาก ฉะนั้น จึงควรหมั่นตรวจเช็กด้วยตนเองสม่ำเสมอทุกครั้งขณะอาบน้ำก็ได้ โดยเฉพาะในผู้หญิงที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป ควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย รับประทานอาหารให้ครบทั้งห้าหมู่ เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายเกิดภูมิคุ้มกันโรค ป้องกันให้ห่างไกลจากมะเร็ง

 

 

 

ข้อมูล: เกร็ดความรู้.net

วันนี้ในอดีต : 18 ตุลาคม

 

รัชกาลที่ 4.jpg

วันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

18 ตุลาคม พ.ศ.2347 วันวิทยาศาสตร์ไทย วันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เสวยราชสมบัติเมื่อปี 2394 รวมดำรงสิริราชสมบัติ 16 ปี 6 เดือน ทรงมีพระราชโอรส-พระราชธิดาทั้งหมด 82 พระองค์ ทรงผนวชอยู่นานตลอดรัชกาลที่ 3 ระหว่างนั้นทรงศึกษาวิชาการทางพุทธศาสนาจนแตกฉานในรพระไตรปิฎก ทรงเชี่ยวชาญภาษาบาลีเป็นอย่างยิ่ง เมื่อทอดพระเนตรเห็นวัตรปฏิบัติอันหย่อนยานของสงฆ์บางส่วนในสมัยนั้น จึงได้ทรงตั้งธรรมยุติกนิกายขึ้นเพื่อฟื้นฟูพระพุทธศาสนาและคณะสงฆ์ นอกจากนั้นยังสนพระทัยในวิชาการแขนงต่าง ๆ โดยเฉพาะดาราศาสตร์ ทรงทำนายการเกิดสุริยุปราคาที่บ้านหว้ากอได้อย่างแม่ยำ ภายหลังจึงมีการยกย่องพระองค์ให้เป็น "พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย" และในปี 2525 ได้กำหนดให้วันที่ 18 ตุลาคม ของทุกปีเป็น "วันวิทยาศาสตร์ไทย"

 

เปอร์โตริโก.jpg

สหรัฐอเมริกาเข้าครอบครองเปอร์โตริโก

18 ตุลาคม พ.ศ.2441 สหรัฐอเมริกา เข้าครอบครอง เปอร์โตริโก ชื่อเต็ม เครือรัฐเปอร์โตริโก (Commonwealth of Puerto Rico) เป็นเครือรัฐหนึ่งของอเมริกาตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของสาธารณรัฐโดมินิกัน เปอร์โตริโกเป็นดินแดนที่เล็กที่สุดของหมู่เกาะแอนทิลลิสใหญ่ เปอร์โตริโกมีพื้นที่ประมาณ 9,104 ตารางกิโลเมตร มีประชากรประมาณ 4 ล้านคน เมืองหลวงคือซานฮวน (San Juan) ใช้ภาษาสเปนและอังกฤษเป็นภาษาราชการ ใช้หน่วยเงินยูเอสดอลล่าร์

 

เอดิสัน.jpg

โทมัส อัลวา เอดิสัน ยอดนักประดิษฐ์เสียชีวิต

18 ตุลาคม พ.ศ.2474 โทมัส อัลวา เอดิสัน ยอดนักประดิษฐ์ชาวอเมริกันแห่งศตวรรษที่ 19 เสียชีวิตด้วยโรคเบาหวานและไตวาย เอดิสันเป็นผู้ประดิษฐ์หลอดไฟฟ้า และเจ้าของสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์กว่า 1,000 รายการ นอกจากนั้นเขายังได้ก่อตั้งบริษัทผลิตภาพยนตร์ชื่อ Edison Trust นิตยสารไลฟ์ (Life) ยกย่องให้เขาเป็น "หนึ่งใน 100 คนที่สำคัญที่สุดในช่วง 1,000 ปีที่ผ่านมา"

 

ออกบรรพชา.jpg

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแถลงถึงพระราชดำริที่จะเสด็จออกบรรพชาอุปสมบท

18 ตุลาคม พ.ศ.2499 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกสีหบัญชร ณ พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท พระบรมมหาราชวัง ทรงมีพระราชดำรัสแถลงถึงพระราชดำริในการที่จะเสด็จออกบรรพชาอุปสมบทแก่ประชาชนที่มาเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ณ พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท พระบรมมหาราชวัง เนื่องในโอกาสพระราชพิธีทรงพระผนวช ทั้งนี้พระราชพิธีทรงพระผนวชมีขึ้นในวันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๔๙๙ ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระราชดำรัสในวันนั้น

 

Le Bateau.jpg

ภาพวาด Le Bateau จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่กรุงนิวยอร์ค

18 ตุลาคม พ.ศ.2504 ภาพวาด "Le Bateau" ของศิลปินฝรั่งเศส อองรี มาติส (Henri Matisse) จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ ในกรุงนิวยอร์ค (Museum of Modern Art in New York City) แต่แม้จะมีผู้เข้าร่วมชมกว่ากว่าแสนคน ตลอด 47 วัน ทว่าไม่มีใครตระหนักเลยว่า ภาพ "Le Bateau" นั้นแขวนกลับด้าน

 

ป๋วย อึ๊งภากรณ์.jpg

หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ตีพิมพ์บทความ จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน

18 ตุลาคม พ.ศ.2518 หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ ตีพิมพ์บทความ The Quality of Life of a South East Asia : A Chronical of Hope from Womb to Tomb (จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน) ของอาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ เป็นความเรียงที่พูดถึงความต้องการพื้นฐานในชีวิตของมนุษย์ และสิ่งจำเป็นพื้นฐานที่รัฐบาลพึงจัดหาให้ประชาชน ต่อมาได้ถูกนำมากล่าวถึงมาก งานชิ้นนี้เคยถูกนำเสนอในที่ประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาการพัฒนาเอเชียตะวันออกไกล (Southeast Asian Development Advisory Group - SEADAG) เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ.2516 ก่อนจะตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์

 

 

ข้อมูล: guru.sanook

เอไอเอสเตรียมเครือข่าย พร้อมอำนวยความสะดวกด้านการสื่อสาร

ในบริเวณงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

ณ พระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง และซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ทั่วประเทศ

เอไอเอสเตรียมเครือข่าย พร้อมอำนวยความสะดวกด้านการสื่อสาร  ในบริเวณงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ.jpg

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เอไอเอสพร้อมอำนวยความสะดวกด้านการสื่อสารให้แก่ประชาชนทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ให้สามารถติดต่อสื่อสารได้อย่างไม่ติดขัด ณ บริเวณพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ พระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง และสถานที่เกี่ยวเนื่องกับการจัดงานพระราชพิธีฯ ทุกจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งได้แก่ สถานที่ประดิษฐานพระเมรุมาศจำลองในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล 9 แห่ง สถานที่ประดิษฐานพระเมรุมาศจำลองประจำแต่ละจังหวัด รวม 76 แห่ง และซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ รวม 878 อำเภอทั่วประเทศ

 

พร้อมกันนี้ ยังเปิดให้บริการ WiFi ฟรี สำหรับประชาชนทุกคน ในบริเวณจุดหลักๆ รอบมณฑลพระราชพิธีฯ ท้องสนามหลวง และบริเวณใกล้เคียง พร้อมจัดทีมวิศวกรคอยตรวจสอบ และดูแลโครงข่ายตลอด 24 ชั่วโมง โดยประชาชนสามารถดูข้อมูลสถานที่จัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์ได้ที่ http://kingrama9.th/SandalwoodFlowers

วันนี้ในอดีต : 17 ตุลาคม

 

โชแปง.jpg

โชแปง คีตกวีชาวโปแลนด์เสียชีวิตด้วยวัณโรค

17 ตุลาคม พ.ศ.2392 เฟรเดอริก ฟรังซัวร์ โชแปง (Frederic Francois Chopin) เสียชีวิตด้วยวัณโรค โชแปงคือคีตกวีชาวโปแลนด์ในยุคโรแมนติก ผลงานเกือบทั้งหมดของเขาเป็นเพลงเปียโน เขาได้รับยกย่องเป็น "กวีแห่งเปียโน" ดนตรีของเขาจัดอยู่ในกลุ่มโรแมนติก หมายถึงดนตรีที่แสดงอารมณ์อย่างอิสระ มีความสดใส แสดงถึงความรักชาติ

 

ระวี ภาวิไล.jpg

วันเกิด ศ.ดร.ระวี ภาวิไล นักดาราศาสตร์ของไทย

17 ตุลาคม พ.ศ.2468 วันเกิด ศ.ดร.ระวี ภาวิไล นักดาราศาสตร์ นักปรัชญา และราชบัณฑิต ท่านเรียนจบสาขาฟิสิกส์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาโททางฟิสิกส์ จากมหาวิทยาลัยแอเดอเลด และปริญญาเอกทางดาราศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติ ออสเตรเลีย ท่านเป็นอาจารย์และนักวิชาการด้านดาราศาสตร์ที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งของไทย เป็นผู้บุกเบิกการศึกษาด้านดาราศาสตร์รุ่นแรกๆ ของไทย และมีส่วนให้สังคมไทยสนใจดาราศาสตร์มากขึ้น นอกจากนั้นท่านยังมีความสนใจทางด้านศาสนาและปรัชญา เคยเขียนและแปลหนังสือไว้หลายเล่ม โดยเฉพาะวรรณกรรมคลาสสิกเรื่อง "ปรัชญาชีวิต" (The Prophet) ของคาลิล ยิบราน "หิ่งห้อย" (Fireflies) ของรพินทรนาถ ฐากูร

 

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์.jpg

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ลี้ภัยถึงสหรัฐอเมริกา

17 ตุลาคม พ.ศ.2476 อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einstein) เดินทางไปถึงสหรัฐอเมริกา โดยเป็นการลี้ภัยหนีจากกองทัพนาซีเยอรมัน

 

 

ข้อมูล: guru.sanook

เอไอเอส รวมพลังอุ่นใจอาสา ทำความดี ปลูกป่า ถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

 

เอไอเอส น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร นำพนักงานอุ่นใจอาสา ทำความดี ปลูกป่า ถวายพระราชกุศล ในโครงการ “เอไอเอส รวมดวงใจ ถวายความอาลัย ในหลวงรัชกาลที่ 9” เพื่อสืบสานพระราชปณิธานด้านการฟื้นฟูสภาพป่า รวมถึงรักษาสภาพแวดล้อมและพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ณ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติกองทัพบก เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มหาราชินี (บางปู) จ.สมุทรปราการ

เอไอเอส รวมพลังอุ่นใจอาสา ทำความดี ปลูกป่า ถวายพระราชกุศล_1.jpg

เอไอเอส รวมพลังอุ่นใจอาสา ทำความดี ปลูกป่า ถวายพระราชกุศล_2.jpg

เอไอเอส รวมพลังอุ่นใจอาสา ทำความดี ปลูกป่า ถวายพระราชกุศล_3.jpg

อยากทราบว่าเบอร์นี้เป็นของศูนย์บริการ ais รึป่าว คือดิฉันได้ทำการย้ายค่ายไปใช้บริการดีแทคได้ประมานสัก 3 อาทิตย์ แต่ไม่ค่อยพึงพอใจสักเท่าไรจึงทำการย้ายค่ายกลับผ่านทางออนแระจะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อมา แต่โทรศัพท์ดิฉันแบตหมด จึงไม่สามารถติดต่อได้ แต่ทาง ais ส่งข้อความมาว่าดิฉันแบบนี้ยังเรียกว่าบริการลูกค้าอยู่หรอค่ะ ??

รัสPUN0928575198

ยกเลิกเพลงรอสาย

โพสต์โดย aomsinvf 16 ต.ค. 2017

ยกเลิกเพลงรอสายให้หน่อยค่ะ เบอร์0629937068 ขอบคุณมากค่ะ

วันนี้ในอดีต : 16 ตุลาคม

 

โนอาห์ เว็บส์เตอร์.jpg

วันเกิด โนอาห์ เว็บส์เตอร์ นักพจนานุกรมชาวอเมริกัน

16 ตุลาคม พ.ศ.2301 วันเกิด โนอาห์ เว็บส์เตอร์ (Noah Webster) นักพจนานุกรม (lexicographer) ชาวอเมริกัน เกิดที่รัฐคอนเน็คทิคัต จบนิติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเยล และเริ่มทำงานเป็นทนายความ และเขียนบทความทางการเมือง หลังจากเกษียรอายุเขาทุ่มเทความสนใจที่ด้านภาษาศาสตร์จนกระทั่งรวบรวมคำศัพท์และจัดพิมพ์เป็นพจนานุกรมภาษาอังกฤษ-อังกฤษ ได้สำเร็จขณะอายุ 70 ปี ชื่อว่า "Webster’s dictionary of the English Language” ได้รับการจดลิขสิทธิ์และตีพิมพ์เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2371 พจนานุกรมของเว็บส์เตอร์แบ่งออกเป็น 2 เล่ม รวบรวมคำศัพท์ภาษาอังกฤษกว่า 70,000 คำ ซึ่งเขาใช้เวลารวบรวมกว่า 20 ปี ปัจจุบันพจนานุกรมนี้ได้มีการปรับปรุงและพิมพ์ซ้ำในชื่อ เมอร์เรียม-เว็บสเตอร์ (Merriam-Webster) เขาเสียชีวิตเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2386 ภายหลังเขาได้รับการยกย่องให้เป็น "บิดาแห่งวิชาการและการศึกษาของอเมริกา”

 

มารี อองตัวแนตต์.jpg

พระนาง มารี อองตัวแนตต์ ถูกประหารชีวิต

16 ตุลาคม พ.ศ.2336 พระนาง มารี อองตัวแนตต์ (Marie Antoinette) พระราชินีแห่งฝรั่งเศส พระมเหสีของ พระเจ้าหลุยส์ ที่ 16 (Louis XVI) ถูกประหารชีวิตด้วยเครื่องกิโยตีน ในระหว่างการปฏิวัติฝรั่งเศส พระนางมารีประสูติเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2298 ในพระราชวังฮอฟบูร์ก (Hofburg Palace) กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ทรงถูกเลี้ยงดูมาอย่างไม่เข้มงวดมากนัก ได้รับการศึกษาเช่นราชนิกูลองค์อื่นๆ แต่พระนางก็มีผลการศึกษาได้ไม่ดีนัก ขณะพระชนมายุได้ 14 ชันษา ทรงเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับ มกุฏราชกุมารแห่งฝรั่งเศส หลุยส์ ออร์กุสต์ (Louis-Auguste) ณ พระราชวังแวร์ซายส์ เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2313 ขณะมีพระชนมายุ 15 ชันษา ต่อมามกุฏราชกุมารหลุยส์ ออร์กุส์ได้ขึ้นครองราชในปี 2317 เป็น พระเจ้าหลุยส์ ที่ 16 และสถาปนาพระนางมารีเป็นพระราชินี พระนางพยายามมีอิทธิพลทางการเมืองเหนือพระมหากษัตริย์ ด้วยการแต่งตั้งและถอดถอนรัฐมนตรีเป็นว่าเล่น และต่อต้านการปฏิรูปการคลัง ขณะเดียวกันใช้ชีวิตอย่างหรูหราฟุ่มเฟือยในพระราชวัง ทั้งซื้อทรัพย์สินเครื่องแต่งตัวเครื่องประดับราคาแพงจำนวนมาก ปรับปรุงพระตำหนัก และมักจัดงานเลี้ยงหรูหราฟุ่มเฟือยอยู่บ่อยครั้ง การที่พระนางทรงนำเงินภาษีของประชาชนมาใช้อย่างฟุ่มเฟือย ส่งผลให้รัฐบาลฝรั่งเศสยิ่งต้องเก็บภาษีขูดรีดประชาชนมากขึ้น จนเกิดปัญหาเศรษฐกิจ ประชาชนอดอยากขาดแคลนอย่างมาก พระนางมารี อองตัวแนตต์จึงเป็นที่เกลียดชังของประชาชนจำนวนมาก มีเรื่องเล่าว่า ครั้งหนึ่งมีผู้กราบทูลพระนางว่า ขณะนี้บ้านเมืองกำลังถึงวิกฤติ ประชาชนไม่มีขนมปังจะกินแล้ว แต่พระนางกลับตอบว่า “ก็ให้เขากินเค้กแทนสิ” ในที่สุดประชาชนทั้งประเทศก็พร้อมใจกันทำการปฏิวัติฝรั่งเศส (French Revolution) ในช่วงปี 2332-2342 ล้มล้างระบอบกษัตริย์เปลี่ยนเป็นระบอบประชาธิปไตย ทำการไต่สวนพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และตัดสินประหารชีวิตในข้อหาทรยศชาติเมื่อนที่ 21 มกราคม 2336 ภายหลังพระนางมารีก็ถูกตัดสินประหารชีวิตด้วยเครื่องกิโยตีนเช่นเดียวกัน

 

วิลเลียม มอร์ตัน.jpg

วิลเลียม มอร์ตัน สาธิตการใช้ยาสลบอีเทอร์ในการผ่าตัดต่อหน้าสาธารณชน

16 ตุลาคม พ.ศ.2389 วิลเลียม มอร์ตัน (William Thomas Green Morton) แพทย์ชาวอเมริกัน สาธิตการใช้ยาสลบ อีเทอร์ (Ether) ในการผ่าตัดต่อหน้าสาธารณชนอยางเป็นทางการครั้งแรก ที่โรงพยาบาลแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา โดยให้คนไข้สูดดมก๊าซอีเทอร์ก่อนทำการผ่าตัดเนื้องอกที่คอ ทำให้คนไข้ไม่รู้สึกเจ็บปวดแม้แต่น้อย ความสำเร็จในการผ่าตัดครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการศัลยกรรม นับเป็นการปฏิวัติวงการศัลยกรรมเลยทีเดียว ทำให้การผ่าตัดวิธีใหม่ๆ เป็นไปได้ง่ายขึ้น แม้มอร์ตันจะไม่ใช่แพทย์คนแรกที่ใช้อีเทอร์เป็นยาสลบ โดยก่อนหน้านั้น คลอฟอร์ด ลอง (Dr. Crawford Long) แพทย์และเภสัชกรชาวอเมริกัน เคยใช้อีเทอร์เป็นยาสลบในการผ่าตัดทำคลอดคนไข้รายหนึ่งเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2385 แต่หมอลองก็ไม่ได้เผยแพร่ผลการรักษาดังกล่าว จนกระทั่งได้นำมาเผยแพร่ลงในวารสาร The Southern Medical and Surgical Journal เป็นครั้งแรกในปี 2411หลังมอร์ตันถึง 22 ปี แต่อย่างไรก็ตาม การค้นพบอีเทอร์ก็ได้ส่งผลให้มีการใช้ก๊าซชนิดนี้เป็นยาระงับความรู้สึกกันอย่างแพร่หลายในวงการศัลยกรรมในเวลาต่อมา และทำให้มนุษย์ไม่ต้องประสบกับความเจ็บปวดในระหว่างการผ่าตัด หรือเสียชีวิตเนื่องจากทนความเจ็บปวดระหว่างการผ่าตัดไม่ไหว

 

ออสการ์ ไวลด์.jpg

วันเกิด ออสการ์ ไวลด์ นักเขียนชาวไอริช

16 ตุลาคม พ.ศ.2397 วันเกิด ออสการ์ ไวลด์ (Oscar Fingal O’Flahertie Wills Wilde) นักเขียนชาวไอริช ในสมัยปลายยุควิคตอเรีย เกิดที่เมืองดับลิน ประเทศไอร์แลนด์ ในครอบครัวชนชั้นสูงที่ไม่ยึดถือในขนบธรรมเนียมประเพณี บิดาเป็นศัลยแพทย์ผู้ใจบุญชื่อ เซอร์ วิลเลียม ไวลด์ (Sir William Wilde) มารดาเป็นนักเขียนและกวีนักชาตินิยมชื่อ เจน ฟราเซสกา เอลจี (Jane Francesca Elgee) ไวลด์เป็นเด็กที่มีผลการเรียนโดดเด่นจนได้รับทุนการศึกษาเข้าเรียนที่วิทยาลัยแมกดาเลน แห่งมหาวิทาลัยออกซฟอร์ด (Magdalen College, Oxford) ระหว่างนี้เขาเขียนบทกวีส่งประกวดจนได้รับรางวัล Newdigate Prize จากบทกวีเรื่อง "Ravenna” หลังจากเรียนจบไวลด์กลับบ้านเกิด และตกหลุมรักหญิงสาวคนหนึ่ง เมื่อทราบว่าหล่อนหมั้นกับ บราม สโตเกอร์ (Bram Stoker ผู้แต่งเรื่อง “แดรกคูลา”) เสียแล้ว เขาจึงตัดสินใจเดินทางออกจากไอร์แลนด์ท่องเที่ยวไปยังกรุงลอนดอน ปารีส ประเทศสหรัฐอเมริกา และใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ที่ปารีสอย่างหรูหราจน ไวลด์แต่งงานเมื่ออายุ 30 มีบุตรชายสองคน ต่อมาเขาตกหลุมรักกับเด็กหนุ่มจนถูกพิพากษาจำคุกสองปีด้วยความผิดฐานรักร่วมเพศ ในบั้นปลายชีวิตเขาล้มละลายหมดเนื้อหมดตัว และเสียชีวิตด้วยโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2443 ขณะอายุได้ 46 ปี ไวลด์เป็นนักเขียนที่มีไหวพริบปฏิภาณอย่างยอดเยี่ยม เจ้าคารมคมคาย ไม่แยแสศีลธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณี เป็นนักสุนทรียศาสตร์สุดขั้ว ที่เชื่อว่างานศิลปะจะต้องตัดสินกันที่ความงามเท่านั้น โดยไม่แยแสคุณธรรมหรือคุณค่าอื่นใด (Art for art sake) เขาสร้างสรรค์ผลงานไว้อย่างหลากหลาย ทั้งบทกวี นิยาย เรื่องสั้น แต่ผลงานสร้างชื่อของเขาส่วนใหญ่เป็นบทละคร ผลงานที่สำคัญได้แก่ นิยายอื้อฉาวเรื่อง "The Picture of Dorian Gray” บทละครเรื่อง "The importance of being earnest” และ "Lady Windermere’s Fan, An Ideal Husband”

 

ขีปนาวุธ.jpg

วิกฤติการณ์ขีปนาวุธในคิวบา

16 ตุลาคม พ.ศ.2505 "วิกฤติการณ์ขีปนาวุธในคิวบา” (Cuban Missile Crisis) เริ่มต้นขึ้น ในช่วงสงครามเย็น ภายหลังจากที่ ประธานาธิบดี จอห์น เอฟ. เคเนดี (John F. Kennedy) แห่งสหรัฐอเมริกาได้รับหลักฐานภาพถ่ายทางอากาศจากเครื่องบินสอดแนม ซึ่งยืนยันว่าสหภาพโซเวียต ในสมัยประธานาธิบดี นิกิตา ครุชอฟ (Nikita Khrushchev) กำลังติดตั้งฐานปฏิบัติการขีปนาวุธติดหัวรบนิวเคลียร์บนเกาะคิวบา เพื่อตอบโต้ที่สหรัฐฯ ไปตั้งฐานยิงขีปนาวุธบริเวณพรมแดนตุรกี-โซเวียต จากนั้นเคเนดีจึงสั่งให้เรือรบเข้ามาปิดล้อมน่านน้ำคิวบา พร้อมยื่นคำขาดให้โซเวียตถอนฐานจรวดและขนขีปนาวุธกลับไป วิกฤติการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นอยู่ราวสองสัปดาห์ นับเป็นช่วงเวลาแห่งความตึกเครียดจนเกือบจะก่อให้เกิดสงครามนิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐฯ กับโซเวียต ก่อนที่ อู ถั่น (U Thant) เลขานุการขององค์การสหประชาชาติยื่นมือเข้ามาเป็นตัวกลางจัดการประชุมหว่างผู้นำทั้งสามฝ่าย จนสามารถตกลงกันได้ในวันที่ 28 ตุลาคม ทุกฝ่ายต่างถอนฐานยิงขีปนาวุธออกไป ไม่เช่นนั้นหน้าประวัติศาสตร์อาจต้องจารึกไว้ว่าได้เกิดสงครามนิวเคลียร์ หรือโลกครั้งที่ 3 ขึ้นในวันนี้

 

สันตะปาปา.jpg

คาโรล โยเซฟ วอยตีวา ทรงได้รับเลือกเป็นสมเด็จพระสันตะปาปาองค์ที่ 265

16 ตุลาคม พ.ศ.2521 คาโรล โยเซฟ วอยตีวา (Karol Jozef Wojtyla) บิชอพแห่งประเทศโปแลนด์ ทรงได้รับเลือกเป็นสมเด็จพระสันตะปาปาองค์ที่ 265 จากสภาที่ปรึกษาของสมเด็จพระสันตะปาปา มีพระนามว่า "สมเด็จพระสันตะปาปา จอห์น ปอล ที่ 2” (John Paul II) นับเป็นพระสันตะปาปาพระองค์แรกที่ไม่ใช่ชาวอิตาเลียนในรอบ 466 ปี ขณะเข้ารับตำแหน่งนั้นท่านมีพระชนมายุ 58 พรรษา ซึ่งถือว่าเป็นผู้ที่มีอายุน้อยที่สุดที่ได้เป็นพระสันตะปาปา ทรงดำรงตำแหน่งประมุขสูงสุดของคริสต์ศาสนานิกายโรมันแคธอลิค หลังจากรับตำแหน่ง ท่านได้เดินทางไปเยี่ยมเยียนประเทศต่างๆ กว่า 100 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยเมื่อวันที่ 10-11 พฤษภาคม 2527 ทรงเดินทางไปเทศนาและต่อต้านสงคราม คอมมิวนิสต์ ฟาสซิสต์ เผด็จการ ทุนนิยม วัตถุนิยม การทำแท้ง และการกระทำอันผิดศีลธรรม ขณะเดียวกันพระองค์ก็ส่งเสริมการสร้างความสัมพันธ์กับผู้นำของศาสนาต่างๆ พระองค์ทรงสถาปนานักบุญ 446 องค์ และบุญราศีอีก 996 องค์ ท่านประชวรและเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2548 ทรงปกครองศาสนจักรรวมระยะเวลาทั้งสิ้น 26 ปี 15 วัน ซึ่งยาวนาน ที่สุดเป็นอันดับที่ 3 ตามประวัติศาสตร์ของศาสนจักรนิกายโรมันคาทอลิก จากนั้นเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2548 พระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่16 (Pope Benedict XVI) ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งประมุขแห่งศาสนจักรองค์ต่อมา

 

 

ข้อมูล: guru.sanook

Pukรหัส

โพสต์โดย jirachayala 16 ต.ค. 2017

ขอรหัสpuk เบอร์0987167945ค่ะ

ผมเล่นเกมRov ใช้เน็ต3Gเล่นปิงเยอะมาก ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่มีปัญหาอะไร แต่พอเปลี่ยนเป็น4G ก็ใช้ได้ปกติ แต่ที่ผู้ใช้งานรู้กันว่า4G สัญญาณมันอ่อนมากๆถ้าเทียบกับ3G อยากให้ช่วยแก้ไขให้หน่อยครับเพราะว่า ไม่ได้มี 4G ให้เล่นตลอด

ซิมถูกตัด

โพสต์โดย ratchanikorntuk 12 ต.ค. 2017

พอดีใช้รายเดือนค่ะ แต่ไม่ได้จ่ายต้ังแต่เดือนแรกตอนนี้เดือนที่สองบิลก้อมาแล้วค่ะแต่ก้อยังไม่ได้จ่ายแล้วซิมถูกตัดสัญญาณ ถ้าไปจ่ายแล้วซิมจะกลับมาใช้ได้มั้ยคะ

เวลาประมาณ17.40เติมเงินผ่าน app  scb

ไปที่เบอร์ 0989319128 สองครั้งครั้งละ20บรบกวนดึงกลับได้ไหมครับ

เอไอเอส รวมดวงใจ ถวายความอาลัย ในหลวงรัชกาลที่ 9 นำพนักงานบริจาคโลหิต

ถวายพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช บรมนาถบพิตร

 

ชาวเอไอเอส น้อมรำลึกครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร นำพนักงานอุ่นใจอาสา รวมพลังทำความดี ร่วมบริจาคโลหิต เพื่อถวายพระราชกุศล ในโครงการ "เอไอเอส รวมดวงใจ ถวายความอาลัย ในหลวงรัชกาลที่ 9" เพื่อให้สภากาชาดไทย นำไปใช้เป็นโลหิตสำรองในกรณีฉุกเฉินต่อไป ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย

เอไอเอส รวมดวงใจ ถวายความอาลัย ในหลวงรัชกาลที่ 9 นำพนักงานบริจาคโลหิตถวายพระราชกุศล_1.jpg

เอไอเอส รวมดวงใจ ถวายความอาลัย ในหลวงรัชกาลที่ 9 นำพนักงานบริจาคโลหิตถวายพระราชกุศล_2.jpg

เอไอเอส รวมดวงใจ ถวายความอาลัย ในหลวงรัชกาลที่ 9 นำพนักงานบริจาคโลหิตถวายพระราชกุศล_3.jpg

ได้รับบิลมา2ใบ ใบที่หนึ่ง เป็นบิลที่ถูกต้อง ตามเบอร์โทร 0931979911 แต่อีกบิลมาในเบอร์ 0931367131 ซึ่งได้ส่งมาในชื่อของผม ทั้งที่ไม่ได้เปิดใช้บริการหมายเลขดังกล่าว ขอให้บริษัทตรวจสอบให้ด้วยครับ

วันนี้ในอดีต : 12 ตุลาคม

 

โคลัมบัส.jpg

คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ค้นพบทวีปอเมริกา

12 ตุลาคม พ.ศ.2035 คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส (Christopher Columbus) นักเดินเรือชาวอิตาเลียน ค้นพบ ทวีปอเมริกา โดยแล่นเรือมาขึ้นฝั่งที่ เกาะบาฮามาส์ (Bahamas) ทางตะวันออกของรัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศคิวบาในปัจจุบัน และตั้งชื่อว่า "เกาะซาน ซัลวาดอร์" (San Salvador Island) ซึ่งเขาเชื่อว่าเป็นประเทศอินเดีย และเรียกชาวอเมริกันพื้นเมืองว่า "อินเดียน” (Indians) ซึ่งออกมาต้อนรับคณะของนักสำรวจอย่างเป็นมิตร ทั้งนี้โคลัมบัสได้รับการสนับสนุนจากกษัตริย์สเปนคือ พระเจ้าเฟอร์ดินานด์ ที่ 2 (Ferdinand II of Aragon) และ พระนางเจ้าอิสซาเบลลา ที่ 1 (Isabella of Castile) ให้ออกค้นหา “โลกใหม่” หรืออินเดียและจีนเพื่อค้าขายเครื่องเทศ ผ้าไหมและยาฝิ่น โคลัมบัสพร้อมกับลูกเรือ 90 คนและเรือ 3 ลำได้แก่ "ซานตา มาเรีย" (Santa Maria), "พินตา" (Pinta) และ "ซานตา คลารา" (Santa Clara) ออกจากท่าเรือเมืองเปลูซ (Palos) ประเทศสเปน เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2035 แล่นเรือไปทางทิศตะวันตกข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก ไปถึงเกาะบาฮามาส์ จากนั้นเขาเดินเรือต่อไปจนถึงคิวบา ไฮติ และกลับถึงสเปนในวันที่ 15 มีนาคม 2036 จากนั้นเขาก็ออกเดินเรือค้นหาโลกใหม่อีกสามเที่ยว ไปถึง เปอร์โตริโก จาเมกา ตรินิแดด เวเนาซุเอลา และคอคอดปานามา โดยไม่เคยไปถึงโลกใหม่ที่เขาค้นหา แต่อย่างไรก็ตาม โคลัมบัสก็เชื่อมาตลอดจนเสียชีวิตว่าดินแดนที่เขาค้นพบนั้นคือทวีปเอเชีย ภายหลังได้มีการกำหนดให้วันที่ 12 ตุลาคมของทุกปีให้เป็น "วันโคลัมบัส" (Columbus Day) มีการเฉลิมฉลองกันในสหรัฐอเมริกาและประเทศต่างๆ ในทวีปอเมริกาใต้ ในอดีตเคยเชื่อกันว่าโคลัมบัสเป็นชาวยุโรปคนแรกที่ค้นพบอเมริกา แต่จริงๆ แล้ว เลฟ เอริคสัน (Leaf Erikson) ชาวไวกิ้งเคยเดินทางมาพบทวีปอเมริกาก่อนหน้านี้ และเคยมีนิคมชาวไวกิ้งทางตะวันออกของแคนาดาในศตวรรษที่ 11

 

โรงเรียนฝึกหัด.jpg

วันเปิดทำการสอนของโรงเรียนฝึกหัดอาจารย์

12 ตุลาคม พ.ศ.2435 วันเปิดทำการสอนของโรงเรียนฝึกหัดอาจารย์ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งในบริเวณโรงเลี้ยงเด็ก ตึกสายสวลีสัณฐาคาร วัตถุประสงค์เพื่อที่จะให้กุลบุตรกุลธิดา ได้รับความรู้มีการศึกษา โรงเรียนฝึกหัดอาจารย์ได้พัฒนาโดยลำดับ ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น วิทยาลัยครูพระนคร ในวันที่ 6 มีนาคม 2535 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามให้วิทยาลัยครูพระนครใหม่ว่า สถาบันราชภัฏ ในปี 2535 เป็นวาระครบรอบ 100 ปี ของการจัดตั้งสถาบัน

 

หอสมุด.jpg

รัชกาลที่ 5 ทรงประกาศจัดตั้งหอสมุดสำหรับพระนคร

12 ตุลาคม พ.ศ.2448 รัชกาลที่ 5 ทรงประกาศให้รวมกิจการหอพระสมุดสามแห่ง คือ หอพระมณเฑียรธรรม หอพระสมุดวชิรญาณและหอพุทธศาสนสังคหะ จัดตั้งเป็น "หอสมุดสำหรับพระนคร" พระราชทานให้ปวงชนชาวไทยมีแหล่งศึกษาหาความรู้ ทำให้หอพระสมุดที่เดิมเป็นประโยชน์เฉพาะเจ้านายขุนนาง ได้ใช้ประโยชน์โดยประชาชนทั่วไปด้วย จัดเป็นห้องสมุดสาธารณะแห่งแรกของไทย และเป็นต้นกำเนิดของ "หอสมุดแห่งชาติ" ในปัจจุบัน

 

มหาวิทยาลัยศิลปากร.jpg

โรงเรียนประณีตศิลปกรรม ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็น มหาวิทยาลัยศิลปากร

12 ตุลาคม พ.ศ.2486 โรงเรียนประณีตศิลปกรรม ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็น มหาวิทยาลัยศิลปากร โรงเรียนแห่งนี้ก่อตั้งโดยศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี (เดิมชื่อ Corrado Feroci) ชาวอิตาเลียนที่เดินทางมารับราชการในประเทศไทยเมื่อสมัยรัชกาลที่ 6 ระยะแรกเปิดสอนวิชาจิตรกรรมและปฏิมากรรมให้แก่นักเรียนและข้าราชการโดยไม่คิดค่าเล่าเรียน และกิจการไดเจริญเติบโตมาเป็นลำดับ ต่อมาปี 2478 ได้รวมเอาโรงเรียนนาฏยดุริยางคศาสตร์ ซึ่งตั้งอยู่ที่วังหน้า และเปลี่ยนชื่อใหม่ว่า "โรงเรียนศิลปากร" ก่อนจะเปลี่ยนเป็นมหาวิทยาลัยศิลปากรดังกล่าว เป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงทางด้านศิลปกรรม สถาปัตยกรรม และโบราณคดี ปัจจุบันเปิดสอนครอบคลุมทุกสาขาวิชา โดยแบ่งออกเป็น 3 วิทยาเขตได้แก่วิทยาเขตวังท่าพระ (ศิลปะ โบราณคดี) วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ จ.นครปฐม (อักษรศาสตร์ วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์) และวิทยาเขตเพชรบุรี (สัตวศาสตร์ เทคโนโลยีการอาหาร สารสนเทศศาสตร์)

 

แพนด้า.jpg

ช่วงช่วงและหลินฮุ่ยแพนด้าทูตสันถวไมตรีจากจีนเดินทางมาถึงสวนสัตว์เชียงใหม่

12 ตุลาคม พ.ศ.2549 ช่วงช่วงและหลินฮุ่ย หรือชื่อคำเมืองว่า คำอ้ายและคำเอ้ย แพนด้าทูตสันถวไมตรีจากประเทศจีนเดินทางมาถึงสวนสัตว์เชียงใหม่ โดยประเทศไทยมีสัญญากับจีนว่าจะทำการทดลองศึกษาวิจัยชีวิตหมีแพนด้าคู่นี้เป็นระยะเวลา 10 ปี หลังจากนั้นจะต้องส่งกลับ รวมถึงลูกที่เกิดจากทั้งคู่ด้วย แพนด้าทั้งสองตัวมาจากศูนย์วิจัยและอนุรักษ์หมีแพนด้า เขตอนุรักษ์ วู่หลง เมืองเฉิงตู มณฑลเสฉวน ทั้งสองตัวถูกเลี้ยงไว้ในห้องกระจกติดแอร์เย็นฉ่ำ ซึ่งใช้งบประมาณก่อสร้างราว 46 ล้านบาท และได้กินใบไผ่ (พันธุ์จีนซึ่งสามารถปลูกได้ในเมืองไทย) วันละ 30 กิโลกรัม เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2548 สวนสัตว์เชียงใหม่ได้จัดงานแต่งงานอย่างยิ่งใหญ่ 5 วัน 5 คืนให้แพนด้าทั้งคู่ ปัจจุบันแพนด้าจัดเป็นสัตว์ป่าที่อยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์ (Endangered) เนื่องจากที่อยู่และแหล่งอาหารถูกทำลาย รวมถึงปัญหาโลกร้อนจึงเเหลือแพนด้าอยู่ในโลกนี้เพียงประมาณ 1,000 ตัวเท่านั้น

 

 

ข้อมูล: guru.sanook

เอไอเอส ประกาศงดให้บริการที่เอไอเอส ช็อป และร้านเทเลวิซ ทั่วประเทศ

26 ตุลาคมนี้ ให้พนักงานมีส่วนร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

 

บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ประกาศงดให้บริการที่เอไอเอส ช็อป และร้านเทเลวิซ ทั่วประเทศ (ยกเว้น เอไอเอส ช็อป สาขาสนามบินดอนเมือง, สนามบินสุวรรณภูมิ, สนามบินสมุย, สนามบินภูเก็ต และสนามบินกระบี่) ในวันพฤหัสบดีที่ 26 ตุลาคม 2560 เนื่องจากจะมีงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย เพื่อให้พนักงาน เอไอเอส ในฐานะประชาชนชาวไทยที่จงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ต่อในหลวง รัชกาลที่ 9 ได้เข้าร่วมถวายดอกไม้จันทน์ ในการพระราชพิธีในบริเวณพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ

 

ทั้งนี้ หากลูกค้าต้องการรับบริการจากเอไอเอส สามารถติดต่อ AIS Call Center 1175 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือใช้บริการ Self Service จากตู้บริการอัจฉริยะ บริเวณด้านหน้าเอไอเอส ช็อป ทุกสาขา และแอป my AIS โดยเอไอเอส ช็อป และร้านเทเลวิซ ทุกสาขา จะเปิดให้บริการตามปกติ ในวันศุกร์ที่ 27 ตุลาคม 2560 ครับ

ใครที่อยากอายุยืน ลองอ่านเคล็ดลับนี้ดูครับ พอดีไปอ่านเจอมาจาก sanook.com ...

สุขภาพ.jpg

จากในวงสนทนาระหว่างเพื่อนวัย 20 ปลายๆ 30 ต้นๆ หลังจากรวมตัวกันไปงานศพพ่อของเพื่อนในกลุ่มว่า พ่อแม่ปู่ย่าตายายของเราอายุสั้นลงจากสมัยก่อนมาก จากที่เคยได้ยินว่าฉลองแซยิด ฉลอง 70 80 ปี ตอนนี้ดูอายุของพ่อแม่แต่ละคนต้องจากพวกเราไปดูเหมือนจะลดลงทุกทีๆ สาเหตุหลักๆ มักมาจาก “มะเร็ง” และโรคอันตรายใกล้เคียงอย่าง ตับ ไต ปอด เบาหวาน

 

อย่างไรก็ตาม การจะมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงอายุยืนไม่ได้เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ลองทำตามเคล็ดลับเหล่านี้ที่คุณตาคุณยายอายุมากกว่า 100 ปี แบ่งปันให้เราได้ทราบกัน อย่าลืมแชร์ต่อให้คนที่คุณรัก และอยากอยู่กับเขาไปนานๆ ด้วยนะ

 

1. Emma Morano อายุ 117 ปี

อดีตคนที่มีอายุยืนที่สุดในโลก เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อเดือนเมษายน 2017 ที่ผ่านมา คุณยายผู้อาศัยอยู่ทางตอนเหนือของอิตาลีกล่าวกับ The New York Times ว่า การบอกเลิกสามีที่กดขี่ข่มเหงเธอมาตลอดหลายปี เป็นเคล็ดลับที่ทำให้เธอายุยืน เพราะเธอไม่อยากโดนใครรังแกไปตลอดชีวิต นอกจากนี้เธอยังวิธีการทานอาหารตามแบบฉบับตอนเหนือของอิตาลี ด้วยการทานไข่ดิบ 2 ฟองทุกวัน และคุกกี้อีกจำนวนมาก CNN ถึงขั้นเคยรายงานว่าคุณยายเคยแอบคุกกี้ที่เธอโปรดปรานสุดๆ เอาไว้ใต้หมอน เพื่อไม่ให้ใครเอาของเธอไปอีกด้วย (แต่สำหรับชาวไทยอย่างเรา เราขอแนะนำข้อแรกดีกว่านะ ถ้าผู้ชายไม่ดีก็อย่าทน)

 

2. Gertrude Weaver อายุ 116 ปี

สำหรับคุณยายท่านี้มีเคล็ดลับมาแบ่งปันพวกเราแบบง่ายๆ ใครๆ ก็ทำได้ อย่างการเป็นคนที่มีจิตใจดี ปฏิบัติต่อคนอื่นให้ดี เหมือนอย่างที่เราอยากให้คนอื่นปฏิบัติกับเรา นอกจากนี้เธอยังเปิดเผยกับ TIME ว่า เธอไม่มีปัญหาสุขภาพจำพวกโรคเรื้อรังต่างๆ เพราะเธอไม่ดื่ม ไม่สูบ และนอนพักผ่อนเพียงพอเสมอ

 

3. Jessie Gallan อายุ 109 ปี

ชาวไทยได้ยินคุณย่าฝรั่งท่านนี้แชร์เคล็ดลับนี้มาคงอยากจะทำตามกันเลยทีเดียว เพราะเธอบอกว่าเธอทานข้าวต้มเป็นประจำ และยิ่งเป็นโชคคูณสองสำหรับสาวโสด เพราะคุณย่า Jessie ก็อยู่ตัวคนเดียวมาตลอด ไม่เคยแต่งงานกับใครเช่นกัน คุณยายยังกล่าวกับ The Daily Mail ในช่วงก่อนวันเกิดอายุครบ 109 ปีเอาไว้อีกด้วยว่า สำหรับเธอแล้ว ผู้ชายเป็นตัวก่อปัญหามากกว่าจะมีค่าพอให้ใช้ชีวิตอยู่ด้วย (จิ๊ดไหมล่ะ) นอกจากนี้เธอยังออกกำลังกายเป็นประจำ อยู่ท่ามกลางผู้คนที่ถ้อยทีถ้อยอาศัยซึ่งกันและกัน และเริ่มทำงานหนักตั้งแต่อายุ 13 ปี ความแข็งแรงเริ่มได้ตั้งแต่เด็กนี่เอง

 

4. Alexander Imich อายุ 111 ปี

ไม่ได้มีแต่คุณย่าคุณยายเท่านั้นที่อายุยืนเกิน 100 ปีได้ คุณปู่คุณตาก็เช่นกัน คุณปู่ท่านนี้เผยเคล็ดลับอายุยืนกับ NBC New York ว่า เขาพยายามรักษาหุ่นของตัวเองให้ดีอยู่เสมอ ทานอาหารที่มีประโยชน์ และอยู่ให้ห่างจากแอลกอฮอล์ อาหารที่คุณปู่ทานเป็นประจำเพื่อรักษาหุ่นได้แก่ ไก่ และปลา สมัยหนุ่มๆ คุณปู่ชอบว่ายน้ำ และเล่นยิมนาสติกอีกด้วย

 

5. Duranord Veillard อายุ 110 ปี

สำหรับชาวเมืองนิวยอร์คอย่างคุณตาท่านนี้ เลือกที่ทานข้าวโอ๊ต ผลไม้ และชา 1 แก้วเป็นอาหารเช้า และตบท้ายด้วย ปลา และผักต่างๆ เขาเล่าให้ USA Today ฟังว่า เขาออกกำลังกายเบาๆ อย่างการวิดพื้น 5-7 ครั้งทุกเช้จนถึงปัจจุบัน แถมภรรยาของเขาก็อายุยืนถึง 105 ปีด้วยเช่นกัน เป็นคู่สามีภรรยาที่อายุยืน live happily ever after ของจริง

 

6. Adelina Domingues อายุ 114 ปี

คุณยายท่านนี้ไม่เคยมีปัญหาเรื่องกระดูก ไม่เคยเข้ารับการรักษาตัวที๋โรงพยาบาลแม้แต่ครั้งเดียว เธอแอบบอกกับ San Diego Union Tribune ว่าเคล็ดลับของเธอ คือการไม่แต่งหน้า! ไม่เคยแวะเข้าร้านเสริมสวยเลย นอกจากนี้เธอก็ไม่เคยสูบบุหรี่ หรือดื่มแอลกอฮอล์อีกด้วย และสำหรับการเยียวยารักษาที่ดีที่สุดของเธอ คือคำสั่งสอนจากศาสนาที่เธอนับถืออยู่นั่นเอง

 

7. Ruth Coben อายุ 103 ปี

ขอยกตำแหน่งุคณยายซู่ซ่าแห่งปีให้เธอคนนี้ เพราะแม้ว่าอายุจะเลยเลขสองหลักมาแล้ว แต่เธอยังคงออกกำลังกายด้วยการยกเวท และพิลาทิสอยู่เป็นประจำ เธอเชื่อว่าตราบใดที่เธอยังมีเรี่ยวมีแรง ขยับแข้งขยับขาได้อยู่ เธอก็ยังออกกำลังกายได้ และเธอใช้ชีวิตเหมือนเฉลิมฉลองให้กับตัวเองตลอดเวลา ทำวันนี้ให้ดีที่สุด และไม่เหลียวมองปฏิทินเลยแม้แต่ครั้งเดียว

 

8. George Boggess อายุ 104 ปี

คุณปู่กล่าวกับ Washington's Top News ว่า เขายกความดีความชอบกับอายุอันยืนยาวของเขาจากการเป็นคนที่ชอบเดินทางด้วยการ “เดิน” มากกว่าการนั่งอยู่ในรถนานๆ เพราะฉะนั้นระยะทางที่พอเดินไหว เราก็จอดรถอยู่บ้านแล้วเดินกันเถอะเนอะ

 

9. Misao Okawa อายุ 117 ปี

หากพูดถึงประเทศที่เต็มไปด้วยผู้สูงอายุสุขภาพดี หลายคนนึกถึงประเทศญี่ปุ่น เพราะประเทศญี่ปุ่นมีผู้สูงอายุที่อายุเกิน 100 ปีมากกว่า 50,000 คน คุณยายชาวญี่ปุ่นท่านนี้กล่าวกับ Mirror ว่า เธอยกเครดิตให้กับซูชิแสนอร่อย จากนั้นก็นอนพักผ่อนให้ได้ 8 ชั่วโมงต่อวัน และใช้ชีวิตอย่างผ่อนคลายสบายๆ ไม่เครียด เพราะฉะนั้นเรามาทานปลากันเยอะๆ เลยเถอะ

 

 

สาระความรู้จาก sanook.com/health ครับ

BlackBerry DTEK60

โพสต์โดย ทองปาน 11 ต.ค. 2017

BlackBerry DTEK60 (Argon)

สวยถูกใจมาก อยากได้อะ ปัจจุบันยังใช้รุ่นโบล9000อยู่เลย มันทนมาก เสียงระบบทุกอย่างดีอยุ่ แต่บอรดี้ปุ่มต่างๆหลุดกรอบเป็นข้าวเกรียบเลยแต่ก็ยังใช้อยู่เอาเทปใสพันๆๆไว้ไม่ให้มันหลุดฮะๆ ถ้าได้ DTEK60 มาใช้คงจะสุดยอดมีแอนดรอยด้วย.

วันนี้ในอดีต : 11 ตุลาคม

 

กบฏบวรเดช.jpg

เกิดเหตุการณ์ กบฏบวรเดช

11 ตุลาคม พ.ศ.2476 เกิดเหตุการณ์ "กบฏบวรเดช” ซึ่งเป็นกบฎครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทย อันเป็นผลมาจากความขัดแย้งระหว่างขุนนางเก่าที่นิยมเจ้ากับฝ่ายคณะราษฎร์ผู้ทำการอภิวัตน์การปกครอง โดยคณะทหารในนาม "คณะกู้บ้านกู้เมือง” นำโดย พลเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบวรเดช อดีตเสนาบดีกระทรวงกลาโหม พล.ต.พระยาจินดาจักรัตน์ พล.ต.พระยาทรงอักษร และ พ.อ. พระยาศรีสิทธิสงคราม ได้นำกองกำลังทหารหัวเมืองจากนครราชสีมา สระบุรี และพระนครศรีอยุธยา บุกเข้ายึดดอนเมืองและพื้นที่ทางด้านเหนือของพระนคร โดยตั้งกองอำนวยการใหญ่อยู่ที่สโมสรทหารอากาศ กรมอากาศยาน ดอนเมือง ระหว่างวันที่ 11-25 ตุลาคม 2476 แล้วยื่นหนังสือเรียกร้องให้ฝ่ายรัฐบาลลาออก โดยอ้างเหตุผลว่า คณะรัฐมนตรีปล่อยให้มีการดูหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และไม่พอใจที่ หลวงประดิษฐ์มนูธรรม (ปรีดี พนมยงค์) ซึ่งคณะผู้ก่อการมองว่ามีความคิดแบบคอมมิวนิสต์ กลับมาร่วมคณะรัฐบาล นายพันเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา (พจน์ พหลโยธิน) นายกรัฐมนตรี ได้ตอบปฏิเสธ และส่งกำลังกองผสมนำโดย หลวงพิบูลสงคราม เข้าปราบปรามจนได้ชัยชนะในวันที่ 25 ตุลาคม 2476 จากนั้น พระองค์เจ้าบวรเดช ได้เสด็จลี้ภัยการเมืองไปยังอินโดจีนของฝรั่งเศส ต่อมารัฐบาลได้ก่อสร้าง "อนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ” (คนทั่วไปรู้จักกันในชื่อ "อนุสาวรีย์หลักสี่”) ขึ้นที่บริเวณหลักสี่ เขตบางเขน เพื่อเป็นที่ระลึกถึงเหตุการณ์ปราบกบฎครั้งนี้

 

หลวงปู่.jpg

วันเกิด หลวงปู่ ติชนัทฮันห์

11 ตุลาคม พ.ศ.2511 วันเกิด หลวงปู่ ติชนัทฮันห์ (Thich Nhat Hanh) ธรรมาจารย์ด้านพุทธศาสนานิกายเซนชาวเวียตนาม ภิกษุนักรณรงค์เรื่องสันติภาพ ชื่อเดิมคือ เหงียนซวนเบ๋า (Nguyen Xuan Bao) ถือกำเนิดที่จังหวัดกวงสี ตอนกลางของเวียดนาม ตอน 9 ขวบ ท่านเห็นปกหนังสือที่มีภาพพระพุทธองค์นั่งบนสนามหญ้าด้วยรอยยิ้มสงบงามและเต็มไปด้วยความสุข ความประทับใจครั้งนั้นทำให้ท่านตัดสินใจเข้าสู่เพศบรรพชิตเมื่ออายุได้ 16 ปี ที่วัดตื่อฮิ้ว (Tu Hieu) ใกล้ๆ เมืองเว้ อีกเจ็ดปีต่อมาจึงอุปสมบถเป็นพระภิกษุ ได้รับฉายาว่า “ติชนัทฮันห์” ติช เป็นคำเรียกพระ หมายถึงผู้สืบทอดพุทธศาสนา ส่วน นัทฮันห์ หมายถึงการกระทำเพียงหนึ่ง ท่านได้เรียนรู้และฝึกฝนการดำรงสติอยู่กับปัจจุบันขณะที่วัดเซนแห่งนี้เอง ปี 2504 ท่านเดินทางไปศึกษาวิชาศาสนาเปรียบเทียบที่มหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา และเป็นผู้ช่วยสอนที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย สองปีหลังจากนั้น สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างเวียตนามเหนือ-ใต้เริ่มรุนแรงมากขึ้น ขณะที่ในเวียตนามใต้ก็มีความขัดแย้งภายในอย่างรุนแรง เมื่อ ประธานาธิบดีโงดินห์เดียม (Ngo Dinh Diem) บังคับให้ประชาชนเปลี่ยนไปนับถือคริสตศาสนาเช่นเดียวกับตนเอง ด้วยเชื่อว่าเป็นหนทางนำไปสู่การพัฒนาประเทศ ก่อให้เกิดขบวนการชาวพุทธออกมาต่อต้าน จนกระทั่งพระภิกษุรูปหนึ่งจุดไฟเผาตัวเอง ท่านติชนัทฮันห์จึงถูกเรียกตัวกลับมาช่วยแก้ไขปัญหา เมื่อกลับมาถึง ท่านได้ก่อตั้ง “คณะเทียบหิน” (The Sanga of Interbeing) และโรงเรียนเยาวชนเพื่อบริการสังคม (the School of Youth for Social Services หรือ SYSS) เพื่อนำพุทธศาสนามาช่วยเหลือสังคมโดยยึดหลักสันติวิธี ท่านมักสอนอยู่เสมอว่า “เราไม่จำเป็นต้องแบ่งแยกว่าเราเป็นฝ่ายเหนือหรือฝ่ายใต้ เป็นพุทธหรือเป็นคริสต์ เพราะไม่ว่าเราจะเป็นอะไร ความเจ็บปวดล้วนเป็นหนึ่งเดียวเสมอ” ด้วยแนวคิดที่อ่อนโยนและทรงพลัง ทำให้กิจกรรมของท่านประสบความสำเร็จอย่างมาก มีประชาชนนับหมื่นคนอุทิศตนเป็นอาสาสมัครเพื่อสังคม นอกจากนี้ท่านยังได้ร่วมก่อตั้งสำนักพิมพ์และเขียนหนังสือเกี่ยวกับพุทธศาสนาออกเผยแพร่หลายเล่ม ไม่นานรัฐบาลก็ส่งทหารเข้ามากวาดล้างสมาชิกในองค์กรของท่าน ขณะที่มหาเถระสมาคมมองว่าองค์กรของท่านเป็นพวกนอกรีต ระหว่างที่สงครามเวียดนามรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ท่านได้รับนิมนต์ไปสหรัฐอเมริกา เพื่อเป็นตัวแทนของชาวเวียดนามกล่าวถึงความปรารถนาและความเจ็บปวด รวมทั้งเจรจาเพื่อการหยุดยิง และพยายามหลายวิถีทางเพื่อสันติภาพของเวียดนาม จนท่านถูกต่อต้านจากผู้นำเวียดนามเหนือ-ใต้ และถูกสั่งห้ามกลับเข้าประเทศตั้งแต่ปี 2516 เป็นต้นมา ก่อนที่สงครามจะสงบท่านได้สร้างชุมชนเล็กๆ ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสเพื่อเป็นแหล่งเจริญสติในหมู่ผู้ร่วมปฏิบัติงานเรียกร้องสันติภาพ โดยใช้ชื่อว่า "Sweet Potato” เพื่อการรำลึกถึงชาวเวียดนาม (มันเทศเป็นอาหารที่ชาวเวียดนามต้องกินในเวลาที่แร้นแค้นที่สุด) ก่อนจะขยายเป็น "หมู่บ้านพลัม” (Plum Village) ณ เมืองบอร์โดซ์ ในเวลาต่อมา ปัจจุบันหมู่บ้านพลัมเป็นชุมชนแบบอย่างการปฏิบัติธรรมของพุทธบริษัท 4 ที่เน้นการเจริญสติในชีวิตประจำวันอย่างตระหนักรู้ในทุกขณะลมหายใจเข้าออก แต่ละปีผู้มาเยือนหลายพันคนจากหลายประเทศทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีการขยายสังฆะหมู่บ้านพลัมออกไปยังประเทศต่างๆ คือ อเมริกา เยอรมนี และเวียดนาม รวมทั้งหมด 12 แห่ง ทั้งยังมีกลุ่มสังฆะหรือกล่มผู้ปฏิบัติธรรมตามแนวทางของท่านติชนัทฮันห์กระจายอยู่หลายประเทศทั่วโลกอีกกว่าพันกลุ่ม ส่วนประเทศไทยมีสังฆะอยู่ที่กรุงเทพฯ และเชียงใหม่ ล่าสุด ท่านติชนัทฮันห์ได้จาริกธรรมมายังประเทศไทย เนื่องในวันวิสาขบูชาโลก ระหว่างวันที่ 20-31 พฤษภาคม 2550 ที่ผ่านมา

 

อพอลโล 7.jpg

ยานอวกาศอพอลโล 7 ถูกส่งขึ้นสู่วงโคจร

11 ตุลาคม พ.ศ.2512 อพอลโล 7 (Apollo 7) ยานอวกาศลำแรกในปฏิบัติการอพอลโล (Apollo mission) ถูกส่งขึ้นสู่วงโคจรในอวกาศเป็นเวลา 11 วัน โดยมีนักบินอวกาศสามคนได้แก่ วอลเตอร์ เชียร์รา (Walter Schirra), ดอน ไอส์ลี (Donn Eisele) และ วอลเตอร์ คันนิงแฮม (Walter Cunningham) มีการทดลองส่งภาพจากอวกาศ และการทดลองอื่นๆ ก่อนที่ อะพอลโล 11 จะไปลงจอดบนดวงจันทร์ได้สำเร็จในปีต่อมา

 

รัฐธรรมนูญ.jpg

ประกาศใช้ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540

11 ตุลาคม พ.ศ.2540 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงลงพระปรมาภิไธย ประกาศใช้ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น "รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน" เนื่องจากเป็นฉบับแรกที่ประชาชนมีส่วนร่วมในการร่างมากที่สุดและมีการเปิดรับฟังความเห็นของประชาชนทั่วประเทศ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ให้สิทธิเสรีภาพแก่ประชาชนมากกว่าฉบับที่ผ่านๆ มา แต่ในที่สุดก็มีอายุยังไม่ทันครบ 9 ปี ก็ถูกฉีกไป หลังจากที่ "คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” (คปค.) เข้าทำรัฐประหารยึดอำนาจ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และประกาศยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว ในวันที่ 19 กันยายน 2549 ที่ผ่านมา

 

 

ข้อมูล: guru.sanook

สมัครโทรฟรีเบอร์คนโปรดแล้วแต่ค่าโทรยังเท่าเดิม ข้อความก็เข้าแล้วยังเสียเท่าเดิมอยู่เลย

papitchayapinitcharoen

เน็ตใช้ไม่ได้

โพสต์โดย papitchayapinitcharoen 10 ต.ค. 2017

สมัครเน็ตไปแล้ว หักเงินไปแล้ว ใช้ไม่ได้ไม่มีสัญญาณ เบอร์098-9644128 ทำยังไงคะ

บล็อก & รีวิว

อิอิ

0628012007

แจ้งระงับเบอร์ 0612973001 เบอร์หายคะอยากระงับแบบถาวร

วันนี้ในอดีต : 9 ตุลาคม

 

เช กูวารา.jpg

เช กูวารา นักปฏิวัติผู้ยิ่งใหญ่แห่งละตินอเมริกาเสียชีวิต

9 ตุลาคม พ.ศ.2510 เช กูวารา (Che Guevara หรือชื่อจริง Ernesto Rafael Guevara de la Serna) นักปฏิวัติผู้ยิ่งใหญ่แห่งละตินอเมริกา เสียชีวิต เชเกิดเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2471 (ข้อมูลบางแห่งบอกว่าวันที่ 14 พฤษภาคม 2471 เพราะมารดาต้องการปกปิดว่าเธอตั้งครรภ์ก่อนแต่ง) เชเป็นลูกครึ่งไอริช-สเปน เกิดในครอบครัวชนชั้นกลางแห่งเมืองโรซาริโอ (Rosario) ประเทศอาร์เจนตินา เรียนแพทย์ที่มหาวิทยาลัยบูเอโนสไอเรส (University of Buenos Aires) ตอนที่เรียนอยู่ปีสุดท้ายเขากับเพื่อน อัลเบอร์โต กรานาโด (Alberto Granado) ได้ขี่มอเตอร์ไซค์ (Norton 1939, 500 cc.) ท่องเที่ยวไปทั่วแถบละตินอเมริกา ทำให้เขาได้พบเห็นความยากลำบากของผู้คนในชนบท ความยากจน การเอารัดเอาเปรียบและการกดขี่ข่มเหงที่เลวร้าย ล้วนแต่มีสาเหตุมาจากความแตกต่างทางชนชั้น และรัฐบาลเผด็จการ (บันทึกการเดินทางในครั้งนี้ได้รับการตีพิมพ์ แปลเป็นภาษาอังกฤษในปี 2539 และสร้างเป็นภาพยนตร์ในปี 2547 ในชื่อเดียวกันว่า The Motorcycle Diaries) แล้วการเดินทางครั้งนี้ก็ได้เปลี่ยนชีวิตของว่าที่นายแพทย์หนุ่มอนาคตไกลให้กลายเป็นนักปฏิวัติผู้ยิ่งใหญ่ในเวลาต่อมา เชตัดสินใจทิ้งเสื้อกราวน์ เข้าร่วมกับขบวนการปฏิวัติในประเทศต่างๆ จนได้พบกับ ฟิเดล คาสโตร (Fidel Castro) ที่ประเทศแมกซิโกในปี 2498 ร่วมกันก่อตั้งกลุ่ม "26th of July Movement” เข้าปฏิวัติล้มล้างรัฐบาลเผด็จการของประเทศคิวบาได้สำเร็จในปี 2502 คาสโตรขึ้นเป็นประธานาธิบดี เชได้เป็นรัฐมนตรีดูแลนโยบายด้านการเงินการคลัง โดยใช้นโยบายสังคมนิยม-มาร์กซิสม์ สะสางปัญหาเศรษฐกิจของคิวบาจนเริ่มฟื้นจากวิกฤติ ในปี 2508 เชก็ละจากคิวบาเดินทางไปร่วมปฏิวัติในประเทศต่างๆ เช่น คองโก เวเนซูเอลา เปรู เวียดนาม กัวเตมาลา และที่สุดท้ายคือประเทศโบลิเวีย ในที่สุดเชก็ถูกทหารฝ่ายรัฐบาลโบลิเวีย (ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก CIA ของสหรัฐอเมริกา) จับกุมตัวได้และยิงเสียชีวิต ข่าวการตายของเชได้สร้างความเศร้าสลดใจมาให้ชาวละตินอเมริกาอย่างมาก หลังจากนั้นเขาก็ได้กลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักต่อสู้เพื่อเอกราช สิทธิเสรีภาพและความเสมอภาค และเป็นแรงบันดาลใจให้แก่คนหนุ่มสาวต่อสู้กับความอยุติธรรมมาจนทุกวันนี้

 

ออสการ์ ชินด์เลอร์.jpg

ออสการ์ ชินด์เลอร์ ผู้ช่วยชีวิตชาวยิวในค่ายกักกันเอาชวิตซ์เสียชีวิต

9 ตุลาคม พ.ศ.2517 ออสการ์ ชินด์เลอร์ (Oskar Schindler) ผู้ช่วยชีวิตชาวยิวกว่า 1,200 คน ในค่ายกักกัน เอาชวิตซ์ (Auschwitz) เสียชีวิตในวันนี้ เรื่องราวของเขาถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ เรื่อง Schindler’s list

 

คึกฤทธิ์ ปราโมช.jpg

พล.ต.ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ถึงแก่อสัญกรรม

9 ตุลาคม พ.ศ.2538 พล.ต.ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช นักปราชญ์ นักเขียน นักการเมือง และศิลปินแห่งชาติ ปูชนียบุคคลท่านหนึ่งของไทย ถึงแก่อสัญกรรม น้องชายของ ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช (อดีตนายกในปี 2488-2519) ม.ร.ว. คึกฤทธิ์เกิด 20 เมษายน 2454 ในเรือกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี เป็นโอรสของพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าคำรบ กับหม่อมแดง (บุนนาค) เรียนมัธยมที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย จากนั้นไปเรียนต่อวิชาปรัชญา เศรษฐศาสตร์ และการเมือง จากวิทยาลัยควีนส์ (The Queen’s College) มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด กลับมารับราชการที่กรมสรรพากร และกระทรวงการคลัง ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เข้าเป็นทหาร ต่อมาได้รับพระราชทานเลื่อนยศเป็นพลตรีในปี 2531 เริ่มเล่นการเมืองตั้งแต่ปี 2488 โดยก่อตั้งพรรคก้าวหน้า ต่อมาได้ยุบรวมกับ พรรคประชาธิปัตย์ จากนั้นก่อตั้ง พรรคกิจสังคม ในปี 2517 และขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 13 ของไทยเมื่อปี 2518 นอกจากบทบาทางการเมืองท่านยังมีบทบาทสำคัญในด้านหนังสือพิมพ์และวรรณกรรมด้วย โดยก่อตั้ง หนังสือพิมพ์ สยามรัฐ ในปี 2493 นอกจากนี้ยังมีผลงานทั้ง นวนิยาย เรื่องสั้น บทความ เรื่องแปล สารคดี ผลงานที่สำคัญได้แก่ "สี่แผ่นดิน", "ไผ่แดง", "กาเหว่าที่บางเพลง" ฯลฯ ท่านได้รับยกย่องเป็น ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ในปี 2528

 

 

ข้อมูล: guru.sanook

โอนเงินผิดเบอร์ค่ะ ช่วยดึงคืนให้ที

เบอร์ที่โอนไปผิด : 0653303538

โอนไปผิดค่ะ 80 บาท ล่าสุดเลย ต้องดึงคืนยังไงคะ 

ซื้อซิมมาใหม่ค่ะจะใส่ซิมเพิ่มเป็นซิมทรูค่ะ

Promotion Hot Deal.jpg

AIS HOT DEAL ประจำเดือนตุลาคม พบกับสมาร์ทโฟนสุดฮอต พร้อมข้อเสนอสุดคุ้ม

ข้อเสนอพิเศษ.jpg

ลูกค้าเอไอเอส รับส่วนลดสูงสุด 10,000 บาท เมื่อซื้อเครื่องพร้อมแพ็กเกจสุดคุ้ม พร้อมเล่นเน็ตแรงต่อเนื่องไม่มีหยุด...สำหรับลูกค้าเปิดเบอร์ใหม่ ย้ายค่ายเบอร์เดิม เปลี่ยนจากเติมเงินเป็นรายเดือน และลูกค้าปัจจุบันในระบบรายเดือน ตั้งแต่วันนี้ – 31 ตุลาคม 2560 ที่เอไอเอส ช็อป เทเลวิซทั่วประเทศ และเอไอเอส บัดดี้ ที่ร่วมรายการ

AIS Hot Deal 1.jpg

AIS HOT DEAL ประจำเดือนตุลาคม พิเศษ! สมาร์ทโฟนหลากหลายรุ่น ในราคาลดพิเศษ ทั้ง AIS LAVA, SAMSUNG, Huawei, OPPO, Sony, VIVO, HTC, LG และพลาดไม่ได้ iPhone สุดฮิต

iPhone7.jpg

iPhone.jpg

Samsung.jpg

Sony.jpg

HTC.jpg

iPad.jpg

 

คลิกเข้าไปเลือกชมมือถือที่ถูกใจหรือหาแพ็กเกจโดนใจ ที่นี่ครับ >>> AIS HOT DEAL

AIS Hot Deal 2.jpg

วันนี้ในอดีต : 6 ตุลาคม

 

เดอะแจซ ซิงเกอร์.jpg

เดอะแจซ ซิงเกอร์ ภาพยนตร์พูดเรื่องแรกของโลกเปิดฉายเป็นวันแรก

6 ตุลาคม พ.ศ.2470 เดอะแจซ ซิงเกอร์ (The Jazz Singer) ภาพยนตร์พูดเรื่องแรกของโลกเปิดฉายเป็นวันแรกในอเมริกา นับเป็นการเริ่มต้นของยุคภาพยนตร์เสียงในฟิล์ม ภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดย Alan Crosland และ Gordon Hollingshead และนำแสดงโดย Al Jolson May McAvoy และ Warner Oland โดยค่ายวอร์เนอร์ บราเดอร์ส

 

เขาพระวิหาร.jpg

รัฐบาลกัมพูชา เรียกร้องกรรมสิทธิ์เหนือเขาพระวิหาร

6 ตุลาคม พ.ศ.2502 รัฐบาลกัมพูชา ยื่นฟ้องต่อศาลโลก หรือ ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (International Court of Justice) ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ เรียกร้องกรรมสิทธิ์เหนือ เขาพระวิหาร ในเขตอำเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษของไทย โดยอ้างว่าประเทศไทยละเมิดอธิปไตยเหนือเขาพระวิหารซึ่งเป็นของกัมพูชา ตั้งแต่ปี 2497 เป็นต้นมา และขอเรียกร้องให้คืนอธิปไตยเหนือเขาพระวิหารคืนแก่กัมพูชา การไต่สวนพิจารณาคดียาวนานถึง 3 ปี มีการนัดพิจารณาสืบพยานทั้งหมด 73 ครั้ง จนในที่สุด เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2505 ศาลโลกก็ตัดสินให้กัมพูชาเป็นฝ่ายชนะคดีด้วยคะแนน 9 ต่อ 3 เสียง ยังผลให้ประเทศไทยต้องยินยอมทำตามข้อเรียกร้องทั้ง 2 ข้อของกัมพูชา หลังจากแพ้คดี จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้ยินยอมให้นักศึกษาเดินขบวนประท้วงคำตัดสิน และปิดทางขึ้นปราสาทซึ่งอยู่ในเขตประเทศไทย เป็นการตอบโต้กัมพูชา เหลือเพียงทางขึ้นเป็นช่องเขาแคบๆ สูงชันและอันตราย ในระหว่างที่อยู่ในความดูแลของกัมพูชา เขาพระวิหารก็ถูกส่งปิด-เปิดให้เข้าชมอยู่หลายครั้งตามสถานการณ์ภายในประเทศ ก่อนจะเกิดความร่วมมือกันอีกครั้งระหว่างรัฐบาลไทยกับกัมพูชา เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวจนถึงปัจจุบันนี้ เขาพระวิหารนับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของ จ.ศรีสะเกษ

 

แอลเอสดี.jpg

สหรัฐอเมริกา ประกาศให้สารแอลเอสดีเป็นสิ่งเสพติด

6 ตุลาคม พ.ศ.2509 ประเทศสหรัฐอเมริกา ประกาศให้สาร "แอลเอสดี" (LSD : Lysergic acid diethylamide) เป็นสิ่งเสพติด ทั้งนี้แอลเอสดีเป็นสารกึ่งสังเคราะห์มีฤทธิ์หลอนประสาทอย่างรุนแรง ค้นพบในปี 2481 โดย อัลเบิร์ท ฮอฟมันน์ (Dr. Albert Hofmann) นักเคมีชาวสวิส โดยสกัดได้จากเชื้อราชนิดหนึ่งจากเมล็ดข้าวไร เอลเอสดีมีลักษณะหลายรูปแบบ ทั้งผลึกขาว เมล็ด แคปซูล แผ่นเจล และของเหลวซึ่งนิยมนำไปหยดใส่กระดาษดูดซับสี่เหลี่ยมขนาดเล็ก เรียกว่า “กระดาษเมา” (Magic paper) สำหรับสูดดม เคี้ยว หรืออม แอลเอสดีจะออกฤทธิ์ทำให้รูม่านตาขยาย อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น เพิ่มความดันโลหิตและอัตราการเต้นของหัวใจ เหงื่อออก เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ ปากแห้ง และมือไม้สั่น ผู้ที่เสพในระยะแรก ๆ จะมีความสุข อารมณ์ดี รู้สึกคึกคัก แต่หลังจากนั้นจะเกิดอาการประสาทหลอนอย่างรุนแรง มีอาการหวาดกลัว จนกระทั่งอาจทำร้ายตนเอง หรือนำไปสู่การฆ่าตัวตาย โดยที่ผู้นั้นไม่สามารถยับยั้งตนเองได้ หากเสพแอลเอสดีติดต่อกันเป็นเวลานานจะทำให้เป็นโรคจิตได้ เอลเอสดีนิยมเสพกันมากในยุค "บุปผาชน" หรือ "ฮิปปี้" (Hippie) ในช่วงคริสตศตวรรษที่ 1960-1970 โดยเฉพาะกลุ่มศิลปิน นักประพันธ์ และนักดนตรี เพื่อหลบหลีกความเลวร้ายของโลก เข้าหาอิสระเสรีภาพในจินตนาการ อันนำไปสู่การสร้างสรรค์ผลงานนอกกรอบใหม่ ๆ แต่แน่นอนว่าต้องแลกกับสภาวะจิตวิกลจริต สำหรับประเทศไทย แอลเอสดีถูกจัดอยู่ในกลุ่มยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ผู้ผลิต นำเข้า หรือส่งออก ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิตและปรับตั้งแต่หนึ่งล้านบาทถึงห้าล้านบาท ผู้เสพต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน - 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 10,000 - 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

6 ตุลา 19.jpg

เกิดเหตุการณ์ 6 ตุลา 19

6 ตุลาคม พ.ศ.2519 เกิดเหตุการณ์ "6 ตุลา 19" เหตุการณ์ล้อมฆ่าหมู่นิสิตนักศึกษาและประชาชนในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ที่ชุมนุมประท้วงขับไล่ จอมพล ถนอม กิตติขจร (ซึ่งหนีออกนอกประเทศหลังเหตุการณ์ "14 ตุลา 16” แล้วบวชเณรที่สิงคโปร์ก่อนจะเข้ามาบวชเป็นพระภิกษุที่วัดบวรนิเวศวิหาร) ออกนอกประเทศ แต่ฝ่ายตรงข้ามกล่าวหาว่าเป็นการชุมนุมของคอมมิวนิสต์ต่างชาติที่ต้องการล้มล้างสถาบันกษัตริย์ เหตุการณ์นี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตำรวจตระเวนชายแดน ทหาร กลุ่มนวพล กลุ่มพิทักษ์ชาติไทย กลุ่มกระทิงแดง ลูกเสือชาวบ้าน และอื่นๆ พร้อมอาวุธสงครามครบมือได้เข้ากวาดล้างและจับกุมผู้ที่ชุมนุมอย่างรุนแรง เหตุการนี้ทางรัฐบาลระบุว่ามีผู้เสียชีวิต 39 ศพ แต่เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูระบุว่า 530 คน (แต่มีการคาดการณ์กันว่ามีผู้เสียชีวิตจริง ๆ กว่าพันคน) บาทเจ็บและสูญหายอีกจำนวนมาก ถูกจับกุมข้อหากบฎ 3,094 คน เป็นชาย 2,432 คน หญิง 662 คน ในตอนเย็นวันเดียวกันนี้ คณะทหารในนาม “คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน” นำโดย พลเรือเอก สงัด ชลออยู่ ได้ทำรัฐประหารยึดอำนาจ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช และแต่งตั้ง นายธานินทร์ กรัยวิเชียร เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อมา หลังจากเหตุการณ์นี้ ได้มีการพิจารณาคดีในศาลยืดยาวถึง 3 ปี โดยแกนนำนักศึกษา 19 คนถูกคุมขังตีตรวนโดยตลอด แต่ฝ่ายผู้เข้าล้อมปราบไม่มีผู้ใดได้รับการลงโทษ ต่อมาก็ได้มีการออกกฎหมายนิรโทษกรรม ทำให้ผู้มีส่วนรับผิดชอบในเหตุการณ์นี้ ไม่ต้องถูกสอบสวนลงโทษแต่อย่างใด เหตุการณ์ “6 ตุลา 19” นับเป็นการสังหารหมู่นิสิตนักศึกษาประชาชนอย่างโหดร้ายทารุณที่สุด กลายเป็นบาทแผลทางประวัติศาสตร์ และเป็นคำถามที่ยังไม่มีใครกล้าตอบ

 

อันวาร์ ซาดัต.jpg

อันวาร์ ซาดัต ประธานาธิบดีอียิปต์ ถูกลอบยิงเสียชีวิต

6 ตุลาคม พ.ศ.2524 อันวาร์ ซาดัต (Muhammad Anwar al-Sadat) ประธานาธิบดี แห่งอียิปต์ ถูกลอบยิงเสียชีวิต เขาเป็นผู้นำชาติอาหรับคนแรกที่พยายามลดความตึกเครียดจากความขัดแย้งกับอิสราเอล โดยเดินทางไปเยือนอิสราเอลในปี 2520 และสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างชาติอาหรับกับอิสราเอล จนสามารถทำสัญญาสันติภาพกับอิสราเอลในปี 2521 ส่งผลให้เขาได้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ ร่วมกับ เมนาเฮม เบกิน (Menachem Wolfovich Begin) นายกรัฐมนตรีอิสราเอลในปี 2521 อย่างไรก็ตาม ความพยายามในการสร้างความสัมพันธ์กับอิสราเอลได้สร้างควาไม่พอใจให้กลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง ในที่สุดเขาก็ถูกลอบสังหารขณะร่วมเดินพาเหรดในกรุงไคโร อันวาร์ ซาดัตได้รับการยอมรับในประเทศอียิปต์และนานาชาติว่าเป็นชาวอียิปต์ที่มีอิทธิพลในตะวันออกกลางมากที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่

 

 

ข้อมูล: guru.sanook

เอไอเอสประกาศแล้ว ขาย iPhone 8 และ iPhone 8 Plus วันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ เก็บตังค์กันได้เลย...หุหุหุ

iPhone8.jpg

วันนี้ในอดีต : 5 ตุลาคม

 

หัวหน้าโจเซฟ.jpg

หัวหน้าโจเซฟ ชาวอินเดียนแดงประกาศยอมจำนนต่อกองทัพบกอเมริกัน

5 ตุลาคม พ.ศ.2420 หัวหน้าโจเซฟ (Chief Joseph) ชาวอินเดียนแดงเผ่า เนซ เพอร์ซ (Nez Perce) ประกาศยอมจำนนต่อ นายพล เนลสัน ไมล์ส (General Nelson A. Miles) แห่งกองทัพบกอเมริกัน หลังจากที่ นายพล โฮเวิร์ด (General Oliver O. Howard) ได้ออกคำสั่งให้หัวหน้าโจเซฟและชาวเนซ เพอร์ซ อพยพจากบ้านเกิดเมืองนอนในหุบเขาวอลโลว่า (Wallowa Valley) ที่รัฐโอเรกอน ไปตั้งรกรากในเขตสงวนแลปไว (Lapwai) รัฐไอดาโฮ ระหว่างการเดินทางคนอินเดียเกิดปะทะกับคนขาว เพราะคนขาวมักลอบขโมยวัวของชาวอินเดียนอยู่เสมอ ทำให้กองทัพบกอเมริกันส่งทหารเข้ามาปราบปรามชาวเนซ เพอร์ซอย่างทารุณโหดร้าย จนในที่สุดหัวหน้าโจเซฟต้องประกาศยอมจำนน พร้อมกับกล่าวสุนทรพจน์ที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ "…ข้าเหนื่อยที่จะสู้รบต่อไป หัวหน้าของเราถูกฆ่าหมด ลุคกิ้ง กลาสตายแล้ว มันเป็นเรื่องของคนหนุ่มที่จะพูดว่าสู้หรือไม่สู้ คนที่นำคนหนุ่มทั้งหลายตายไป อากาศหนาวเย็น และเราต้องการผ้าห่ม เด็กๆ ของเรากำลังจะหนาวตาย ข้าต้องการเวลาที่จะค้นหาเด็กๆ ของข้า และนับดูว่าเหลือรอดกี่คน บางทีข้าอาจจะหาพวกเขาเจอท่ามกลางซากศพ จงฟังข้า หัวหน้าทั้งหลายของข้า หัวใจข้าอ่อนล้าและโศกเศร้า ณ ที่ดวงตะวันฉายแสง ข้าจะไม่สู้รบอีกต่อไป”

 

ฌากส์ ออฟเฟนบาค.jpg

ฌากส์ ออฟเฟนบาค คีตกวีชาวฝรั่งเศสเสียชีวิต

5 ตุลาคม พ.ศ.2423 ฌากส์ ออฟเฟนบาค (Jacques Offenbach) คีตกวีและนักเชลโลชาวฝรั่งเศส ในยุคโรแมนติก เสียชีวิต ออฟเฟนบาคเกิดเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2362 เกิดที่เมืองโคโลจ์ญ ประเทศเยอรมนี พ่อเป็นชาวยิวซึ่งเป็นหัวหน้าคณะนักร้องในโบสถ์และนักไวโอลิน ออฟเฟนบาคเริ่มเล่นไวโอลินตั้งแต่ 6 ขวบ เริ่มแต่เพลงได้ตั้งแต่ 8 ขวบ ปีต่อมาก็หัดเล่นเชลโล พออายุได้ 14 ปีพ่อก็ส่งเขาไปเรียนดนตรีที่กรุงปารีส แต่เรียนได้เพียงปีเดียวก็ออกมาเล่นในวงดนตรีต่างๆ เขาแต่งเพลงออกมาบ้างแต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จมากนัก ระหว่างเป็นนักเชลโลที่โรงโอเปราคอมิค (Opera Comique) เขาก็เริ่มมีชื่อเสียง ในปี 2387 เขาแต่งงานมีลูก เมื่อเกิดการปฏิวัติฝรั่งเศสเขาอพยพครอบครัวไปเยอรมัน เมื่อบ้านเมืองสงบจึงกลับมาอีกครั้ง ในปี 2388 เขาแสดงอุปรากรขึ้นที่ Theatre des Bouffes-Parisiens โรงมหรสพขนาดย่อมที่ถนนชอง-เซลิเซ่ ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ชาวปารีสหลั่งไหลเข้าไปแออัดกันจนเต็มทุกรอบ จากนั้นเขาก็สร้างสรรค์อุปรากรหรรษาขึ้นมาอีกหลายเรื่อง เช่น "Orpheus in the Underworld” ประสบความสำเร็จอย่างมาก จนเปิดแสดงถึง 228 รอบ จนเขากลายเป็นผู้นำแห่งอุปรากรหรรษาหรือ “จุลอุปรากร” และได้รับการกล่าวขวัญว่าเป็น “โมซาร์ทแห่งชอง-เซลิเซ่” อุปรากรส่วนใหญ่ของเขามักจะล้อเลียนบุคคลต่างๆ ทั้งจักพรรดินโปเลียนที่ 1 นายทหาร นักการเมือง ชนชั้นสูง ตลอดจนสถาบันชั้นสูงต่างๆ แม้แต่นโปเลียนที่ 3 เองก็ยังหัวเราะกับอุปราการของเขา ภายหลังอุปรากรหรรษาก็เริ่มอิ่มตัว ชาวฝรั่งเศสก็เริ่มเบื่อกับอุปรากรของออฟเฟนบาค เขาต้องเดินทางไปเปิดการแสดงที่กรุงนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จจึงกลับฝรั่งเศส ในช่วงสุดท้ายของชีวิต เขาแต่งอุปรากรเรื่องสุดท้ายคือ “Les Contes d’Hoffmann” (The Tales of Hoffmann) แต่เขาเสียชีวิตไปก่อนที่จะเขียนเสร็จ จากนั้น เออร์เนสต์ ชีโรด์ (Ernest Guiraud) เพื่อนสนิทของออฟเฟนบาคก็เข้ามาช่วยแต่งจนเสร็จ แล้วนำออกแสดงในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2424 และประสบความสำเร็จทันที อีกทั้งยังแสดงจนถึงทุกวันนี้ ในฐานะอุปรากรเรื่องยิ่งใหญ่ของออฟเฟนบาค

 

เรือรบหลวง.jpg

วันขึ้นระวางประจำการของเรือรบหลวง 9 ลำ

5 ตุลาคม พ.ศ.2481 วันขึ้นระวางประจำการ เรือรบหลวงปัตตานี เรือรบหลวงสุราษฎร์ เรือรบหลวงจันทบุรี เรือรบหลวงระยอง เรือรบหลวงชุมพร เรือรบหลวงสงขลา เรือรบหลวงบางระจัน เรือรบหลวงหนองสาหร่าย ซึ่งต่อจากประเทศอิตาลี และ เรือรบหลวงธนบุรี ซึ่งต่อจากประเทศญี่ปุ่น ต่อมาเรือรบหลวงธนบุรี ได้จมลงที่เกาะช้างขณะรบกับฝรั่งเศส ส่วนเรือรบหลวงชุมพรปลดระวาง ปัจจุบันอยู่บริเวณหาดทรายรี จ.ชุมพร

 

The Beatles.jpg

ซิงเกิล Love me do ของ The Beatles วางแผงเป็นครั้งแรก

5 ตุลาคม พ.ศ.2503 ซิงเกิล Love me do ของ The Beatles วางแผงเป็นครั้งแรกที่เกาะอังกฤษ เพลงนี้แต่งโดย จอห์น เลนนอนและพอล แมคคาร์ทนีย์ (Lennon-McCartney) โดยรวมอยู่ในอัลบัม Please Please Me หน้า A ส่วนหน้า B เป็นเพลง P.S. I love You เพลง Love me do ขึ้นชาร์ทสูงสุดที่อังกฤษ อันด้บที่ 17 อีกสองปีต่อมาขึ้นบิลบอร์ดชาร์ทที่อเมริกาอันดับหนึ่ง

 

วิชิตชัย อมรกุล.jpg

พิธีเปิด อนุสาวรีย์ วิชิตชัย อมรกุล

5 ตุลาคม พ.ศ.2543 คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดพิธีเปิด "อนุสาวรีย์ วิชิตชัย อมรกุล" อดีตนิสิตปี 2 ที่ถูกฆ่าแขวนคอใต้ต้นมะขาม และเผาบริเวณท้องสนามหลวงในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 19 อนุสาวรีย์นี้จะตั้งอยู่หน้าอาคาร 1 คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ เป็นอนุสาวรีย์แผ่นโลหะกลม มีการจารึกเรื่องราวของนายวิชิตชัยด้วย "เหตุที่สร้างอนุสาวรีย์ให้นายวิชิตชัย เพราะถือเป็นผู้หนึ่งที่ได้ต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมในสังคมไทย และสร้างไว้หน้าคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ เพราะเป็นนิสิตปีที่ 2 ของจุฬาฯ สมควรได้รับการยกย่องในเรื่องของการต่อสู้เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้และระลึกถึง และอาจารย์ในคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ บางคนเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับเขาด้วยซ้ำไป" นายใจ อึ๊งภากรณ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ กล่าว

 

 

ข้อมูล: guru.sanook

เมื่อเวลาประมาณ 10.30น.ของวันที่ 5ตุลาคม2560 เบอร์ 0987715697ไปเติมเงินที่ตู้เติมเงินซิงเกอร์ 50บาทแต่หยอดเงินไป100บาทแล้วตู้ไม่ทอนเงินให้ค่ะ ติดต่อเจ้าของตู้ก็ไม่ได้อยากได้เงินคืน สามารถช่วยได้มั้วคะ

วันนี้เอาบทความ สาระความรู้เกี่ยวกับสุขภาพมาฝากครับ...

โรคซึมเศร้า 1.jpg

โรคซึมเศร้า สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย จุดเริ่มต้นของโรคนี้มักมาจากมรสุมชีวิตและการสูญเสีย เมื่อดูจากภายนอกแล้ว อาการที่เห็นใกล้เคียงกับอาการเศร้าหรือเสียใจทั่วไป แต่ผลกระทบนั้นรุนแรงกว่ามาก ซึ่งทั้งตัวผู้ป่วยเองหรือคนรอบข้างอาจไม่ทันสังเกตเห็นด้วยซ้ำ ทำให้โรคนี้กลายเป็นอีกหนึ่งโรคร้ายที่พรากหลายต่อหลายชีวิตไปอย่างคาดไม่ถึง

 

โรคซึมเศร้าเป็นโรคทางจิตเวชที่พบได้บ่อยมากที่สุด ซึ่งผู้ป่วยโรคซึมเศร้านั้นไม่ได้ถูกจัดประเภทว่าเป็นคนบ้าหรือคนไม่ดีแต่อย่างใด หากแต่เป็นผู้ป่วยที่มีอาการป่วยทางอารมณ์ที่ควรได้รับการรักษา เพราะหากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการรักษาในเร็ววันอาจส่งผลเสียถึงชีวิตอย่างหนักได้ โดยอาจจะมีพฤติกรรมคิดสั้นฆ่าตัวตาย ดังนั้น สาเหตุของการเกิดโรค อาการและวิธีรักษานับว่าจำเป็นยิ่งนักที่ทุกคนจะต้องให้ความใส่ใจตระหนักรู้ โดยคุณสามารถติดตามรายละเอียดดังกล่าวได้ดังต่อไปนี้

 

ทำความรู้จักโรคซึมเศร้าอย่างละเอียด

โรคซึมเศร้า คือ โรคทางจิตเวชประเภทหนึ่งที่ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการป่วยทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจและความคิด โดยอาการต่างๆ เหล่านี้จะคอยสร้างผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตในประจำวันอย่างมาก เช่น รับประทานอาหารได้น้อยลง เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ มีความรู้สึกว่าตัวเองไม่มีความสุขกับชีวิต ในหัวสมองมักมีแต่ความวิตกกังวล ที่สำคัญผู้ป่วยไม่มีความสามารถในการประสานความคิดและความรู้สึกของตัวเองเพื่อใช้ในการแก้ไขปัญหาได้อย่างดีพอ

โรคซึมเศร้า 2.jpg

 

สำหรับโรคซึมเศร้านั้นถือเป็นอีกหนึ่งปัญหาด้านสุขภาพของคนไทยที่มีความสำคัญและน่าเป็นห่วงอย่างมาก โดยสังเกตได้จากสังคมในปัจจุบันนี้ที่มักมีข่าวเกี่ยวกับปัญหาการฆ่าตัวตาย รวมทั้งปัญหาการทำร้ายร่างกายของตัวเองและคนรอบข้าง ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ก็นับเป็นเรื่องที่น่าสลดใจไม่น้อยทีเดียว เพราะฉะนั้น ต้นตอสาเหตุจากการที่ผู้ป่วยประสบปัญหาชีวิต ปัญหาครอบครัว การงาน การเงินหรือพบเจอความล้มเหลวสูญเสียในชีวิตอย่างรุนแรง ทุกปัญหานั้นล้วนเป็นสาเหตุนำมาสู่การเกิดโรคซึมเศร้าได้หมดทั้งสิ้น

 

สาเหตุของโรคซึมเศร้า

โรคซึมเศร้าเกิดจากความผิดปกติของสารเคมีที่อยู่ในสมองที่มีชื่อว่า เซโรโทนิน (Serotonin) เมื่อสารเคมีดังกล่าวมีปริมาณน้อยลงจากเดิมก็ทำให้ผู้ป่วยมีอาการป่วยทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจและทางความคิด ซึ่งโดยรวมจะสังเกตเห็นได้ว่าผู้ป่วยจะมีความรู้สึกท้อแท้ เบื่อหน่าย เหงา ไม่มีชีวิตชีวา ไม่สนุกสนานกับชีวิตประจำวัน นอนไม่หลับ มักสะดุ้งตื่นในกลางดึก ฝันร้ายบ่อย เหล่านี้ยังเป็นพฤติกรรมที่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำงานที่ลดลง

 

สำหรับสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการซึมเศร้านั้นมาจากหลากหลายปัจจัยด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นในด้านของกรรมพันธุ์ ด้านพัฒนาการของจิตใจ รวมทั้งด้านสิ่งแวดล้อมที่ต้องเผชิญ ตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยประสบกับความเครียดที่แสนหนัก เจอมรสุมชีวิตที่ไม่ทันได้ตั้งตัว เกิดอาการเจ็บป่วยเรื้อรังจนทำให้หมดกำลังใจ ตกงาน มีปัญหาเรื่องการเงินที่หาทางออกไม่ได้ มีปัญหาเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับคนใกล้ชิด รวมทั้งพบเจอกับความสูญเสียในชีวิตที่ทำให้เสียใจเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียพ่อแม่ในขณะที่ยังอยู่ในช่วงของวัยเด็ก สูญเสียคนรัก สูญเสียครอบครัว และยังรวมถึงปัจจัยทางชีวภาพ เช่น เกิดการเปลี่ยนแปลงของระดับสารเคมีในสมองบางชนิด ก็สามารถส่งผลทำให้เกิดโรคซึมเศร้าได้เช่นเดียวกัน 

 

ชนิดของโรคซึมเศร้า

โรคซึมเศร้าแบ่งออกเป็น 3 ชนิดด้วยกัน ซึ่งแต่ละชนิดมีรายละเอียดที่แตกต่างกันไปดังนี้

  1. Major depression (โรคซึมเศร้าแบบรุนแรง) โรคซึมเศร้าชนิดนี้จะรบกวนการทำงาน การรับประทานอาหาร การนอนหลับ การเรียน รวมทั้งอารมณ์สุนทรีย์ ซึ่งอาการของโรคซึมเศร้าชนิดนี้จะเกิดเป็นครั้งๆ แล้วหายไป แต่ทั้งนี้ก็สามารถเกิดได้บ่อยครั้ง
  2. Dysthymia (โรคซึมเศร้าเรื้อรัง) เป็นโรคซึมเศร้าชนิดที่อยู่ในภาวะที่รุนแรง และสามารถเป็นแบบเรื้อรัง ทั้งนี้มันสามารถทำให้ผู้ป่วยเกิดการสูญเสียความสามารถในการทำงานและความรู้สึกที่ดีได้
  3. Bipolar หรือ Manic-depressive illness (โรคซึมเศร้าอารมณ์ตก) เป็นโรคซึมเศร้าชนิดที่ผู้ป่วยมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านอารมณ์ ซึ่งสำหรับบางคนอาจจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยส่วนมากจะค่อยเป็นค่อยไป เมื่อซึมเศร้าก็จะมีอาการมากบ้างน้อยบ้าง แต่เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นช่วงอารมณ์สนุกคึกคักเกินเหตุ จะทำให้ผู้ป่วยมีอาการพูดมากกว่าที่เคยเป็น มีความกระฉับกระเฉงมากเกินกว่าเหตุ มีพลังงานในร่างกายที่เหลือเฟือ ในช่วงอารมณ์สนุกคึกคักเกินเหตุนั้น จะมีผลกระทบต่อความคิดและการตัดสินใจของผู้ป่วย รวมทั้งพฤติกรรมของผู้ป่วยอาจจะหลงผิด หากผู้ป่วยในภาวะนี้ไม่ได้รับการรักษาจะทำให้ผู้ป่วยกลายเป็นโรคจิต

 

ความแตกต่างของโรคซึมเศร้า และโรคเครียด

โรคซึมเศร้ากับโรคเครียด ดูเหมือนจะมีลักษณะอาการที่ใกล้เคียงกัน จนทำให้บางครั้งผู้ป่วยไม่สามารถแยกตัวเองออกมาได้ว่า อาการที่เกิดขึ้นมาจากความเครียด หรือโรคซึมเศร้ากันแน่ เราสามารถมีวิธีสังเกตความแตกต่างระหว่างทั้ง 2 โรคได้ด้วยอาการขั้นพื้นฐานดังนี้

 

อาการที่มาจากความเครียด (Stress)

ความเครียดหรือโรคเครียด โดยทั่วไปจะเป็นเพียงอาการที่เกิดขึ้นในระยะสั้นๆ เท่านั้น หากเป็นความเครียดธรรมดา สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกเพศทุกวัย ความเครียดจะไปสั่งผลกระตุ้นทั้งในแง่ดีและแง่ลบ ขึ้นอยู่กับว่าเราสามารถตั้งรับกับความเครียดได้มากน้อยแค่ไหน โดยพบว่าอาการทั่วไปของความเครียดคือ

  1. ไม่สามารถทนต่อความรู้สึกได้
  2. นอนหลับยาก หรือนอนไม่หลับ
  3. กระสับกระส่าย กังวล และเหมือนจะประสาทเสีย
  4. รู้สึกไม่มีแรง หมดแรง
  5. รู้สึกว่าปัญหาที่เข้ามาในชีวิตยุ่งยากมากเกินจนรับได้
  6. มีปัญหาเรื่องสมาธิและความจำสั้น

 

อาการที่มาจากโรคซึมเศร้า (Depression)

แตกต่างจากความเครียดอย่างไร? ความแตกต่างของโรคนี้กับความเครียดคือ จะเกิดขึ้นใน "ระยะยาว" การปล่อยผ่านโดยรู้สึกว่ามันเป็นแค่ความเครียด จะไม่ช่วยทำให้อาการดีขึ้น แต่จะยิ่งแย่ลงเรื่อยๆ ผู้ป่วยจึงจำเป็นต้องได้รับการรักษา เนื่องจากสารเคมีในสมองผิดปกติ เพราะความเศร้าจะควบคุมความรู้สึกอยู่ตลอดเวลา

 

ความเครียดไม่ใช่มาจากโรคซึมเศร้า ไม่ว่าจะเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ใดก็ตาม ก็จะสามารถแก้ปัญหาดังกล่าวได้ ไม่นานก็จะกลับมาเป็นปกติ แต่โรคซึมเศร้าแม้จะพยายามดึงใจตัวเองกลับมาอย่างไรก็ไม่สามารถทำให้รู้สึกดีขึ้น โรคซึมเศร้าจะมีอาการต่อเนื่องตั้งแต่เช้าจนเข้านอน ติดต่อกันมากกว่า 2 สัปดาห์ จึงควรได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี

 

อาการของโรคซึมเศร้า

หากคุณกำลังกังวลว่าตัวเองหรือคนรอบข้างกำลังเผชิญหน้ากับ โรคซึมเศร้า อยู่หรือไม่ เบื้องต้นสามารถสังเกตได้จากอาการเศร้า เสียใจ และท้อแท้จนไม่อยากทำอะไร บางครั้งก็เป็นไปอย่างไม่ทราบสาเหตุ ถึงแม้มีเรื่องน่ายินดีก็กลับไม่รู้สึกมีความสุขเลย และนอกจากนี้ ผู้ที่เข้าข่ายเป็นโรคซึมเศร้ามักแสดงอาการเหล่านี้ออกมาพร้อมๆกันภายในระยะเวลา 2 อาทิตย์

 

  1. รู้สึกหมดหวัง ไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อไปหรือจะทำไปเพื่ออะไร
  2. ไม่มีความสุขกับสิ่งของหรือกิจกรรมที่ชอบ เช่น รู้สึกเบื่อหน่ายอาหารโปรดหรือการร่วมเพศ
  3. น้ำหนักลดลงหรือเพิ่มขึ้นเร็วมากอันเนื่องมาจากการรับประทานอาการที่ไม่เหมือนเดิม
  4. นอนไม่หลับมาเป็นระยะเวลานาน แต่ในผู้ป่วยบางรายก็นอนนานผิดปกติ
  5. มีอาการเครียด หงุดหงิดง่ายขึ้น ไม่รู้สึกผ่อนคลาย
  6. ไม่มีสมาธิ ไม่สามารถจดจ่อกับสิ่งที่ทำได้เลย บางครั้งก็แสดงอาการหลงๆลืมๆ และใช้เวลานานในการตัดสินใจ
  7. มีการเคลื่อนไหวร่างกายที่ช้าลง รวมถึงการพูด เพราะรู้สึกว่าร่างกายอ่อนแรง
  8. รู้สึกอยากฆ่าตัวตายหรือพยายามฆ่าตัวตาย บางครั้งผู้ที่มีอาการนี้ก็ไม่รู้ตัวเอง

 

อาการเหล่านี้คืออาการของโรคซึมเศร้า หากปล่อยไว้นานจะทำให้กลายเป็นโรคซึมเศร้าเรื้อรังซึ่งมีอาการรุนแรงกว่านี้มาก ทางที่ดีควรปรึกษาแพทย์ทันทีเพื่อรับการบำบัดสภาพร่างกายและจิตใจอย่างถูกต้องก่อนที่จะก่อให้เกิดความสูญเสีย

โรคซึมเศร้า 3.jpg

 

1. อาการของโรคซึมเศร้าชนิด Major depression

1.1 มีการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์

ผู้ป่วยจะมีความรู้สึกซึมเศร้า มีความกังวลบ่อยๆ มีอารมณ์ที่หงุดหงิดฉุนเฉียว โกรธง่าย อยู่ไม่สุขและมักรู้สึกกระวนกระวายอยู่ตลอดเวลา

1.2 มีการเปลี่ยนแปลงทางความคิด

ผู้ป่วยจะรู้สึกสิ้นหวังต่อการใช้ชีวิต มักมองโลกในแง่ร้าย รู้สึกผิดหวังบ่อยๆ มักคิดว่าตัวเองไม่มีค่า มีความคิดที่จะทำร้ายตัวเอง คิดถึงแต่ความตาย และพยายามทำร้ายตัวเองอยู่บ่อยครั้ง

1.3 มีการเปลี่ยนแปลงทางการเรียนรู้และการทำงาน

ผู้ป่วยจะไม่สนใจต่อสิ่งแวดล้อม ไม่สนใจเรื่องที่จะทำให้เกิดความสนุกสนานกับชีวิต ไม่สนใจงานอดิเรก เพิกเฉยต่อกิจกรรมที่น่าสนใจต่างๆ มีความรู้สึกอ่อนเพลีย ไม่มีพลังงาน ทำงานได้ช้าและมีคุณภาพต่ำลง ไม่มีสมาธิต่อสิ่งที่ทำ การตัดสินใจแย่ลงและความจำเสื่อม

1.4 มีการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม

 

ผู้ป่วยมีอาการนอนไม่หลับ มีพฤติกรรมตื่นนอนเร็ว ในผู้ป่วยบางรายจะหลับนานเกินไป เบื่ออาหารจึงส่งผลทำให้น้ำหนักลด ในขณะที่บางคนรับประทานอาหารมากเกินไปจึงทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น เมื่อมีอาการป่วยมักรักษาด้วยยาธรรมดาไม่หาย เช่น ปวดศีรษะ ปวดท้อง แน่นท้อง และปวดเรื้อรัง ที่สำคัญผู้ป่วยยังมีความสัมพันธ์กับบุคคลรอบตัวอย่างแย่ลงด้วย

 

2. อาการของโรคซึมเศร้าชนิด Dysthymia

ผู้ป่วยจะมีอาการซึมเศร้าต่อเนื่องเรื้อรังเป็นเวลาติดต่อกันยาวนาน อาจถึงขั้นสูญเสียหน้าที่การงาน การใช้ชีวิต รู้สึกไม่พึงพอใจในตนเอง ไม่มีความสุขตลอดเวลา มองโลกในแง่ร้าย แต่ผู้ป่วยยังคงใช้ชีวิตประจำวันได้ปกติ แต่มักไม่ค่อยมีความพอใจเมื่อมีสิ่งดีๆเข้ามาในชีวิต เสมือนหนึ่งเป็นคนขาดชีวิตชีวา ขาดวิญญาณซึ่งโรคซึมเศร้าแบบ Dysthymia นี้มีสิทธิ์เปลี่ยนเป็นโรคซึมเศร้าแบบรุนแรงได้ (Major depression)

 

3. อาการของโรคซึมเศร้าชนิด Bipolar

สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการป่วยเป็นโรคซึมเศร้าชนิดนี้จะมีอาการร่าเริงเกินกว่าเหตุ หงุดหงิดง่าย นอนน้อยลงจากเดิม มักหลงผิดคิดว่าตัวเองเก่ง ตัวเองใหญ่ มีพฤติกรรมพูดมาก ชอบคิดที่จะแข่งขัน มีความต้องการทางเพศสูง มีพลังงานมาก ตัดสินใจในแต่ละครั้งไม่ดี และมีพฤติกรรมหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างชัดเจน

โรคซึมเศร้า 4.jpg

 

วิธีป้องกันโรคซึมเศร้า

เมื่อสังเกตแล้วว่าตัวเองหรือคนใกล้ตัวกำลังตกอยู่ในสภาวะซึมเศร้าทั่วไป หรือแม้กระทั่งหลังผลการวินิจฉัยของแพทย์แล้วก็ตามว่าเป็นโรคซึมเศร้า คุณสามรถดูแลตัวเองหรือผู้ป่วยควบคู่ไปกับการบำบัดได้ดังนี้

  1. หางานอดิเรกทำ เช่น ทำอาหารหรือต่อจิกซอว์ ผู้ป่วยอาจไม่รู้สึกสนุกนัก แต่กิจกรรมยามว่างเหล่านี้จะช่วยสร้างสมาธิและทำให้สามารถจดจ่อได้มากขึ้น
  2. ตั้งเป้าหมายเล็กๆ ในชีวิตประจำวัน ผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้ามักรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าและไม่มีความสามารถ การตั้งเป้าหมายเล็กๆ จะสร้างกำลังใจให้แก่ผู้ป่วย
  3. ออกกำลังกาย การออกกำลังกายทำให้สารเอ็นโดรฟิน (endorphin) หลั่งออกมา ซึ่งทำให้รู้สึกมีความสุข อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นสมองให้มีความตื่นตัวมากขึ้นในระยะยาว ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาหนักๆ แค่เดินออกกำลังสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งก็เพียงพอ
  4. ทานอาหารที่มีประโยชน์ แม้จะรู้สึกเบื่ออาหาร ผู้ป่วยควรพยายามรับประทานอาหารที่สด สะอาด และทานให้ครบทั้ง 5 หมู่ ร่างกายจึงจะรู้สึกสดชื่นและมีพลังงาน
  5. นอนพักผ่อนให้เพียงพอ แม้การนอนจะเป็นเรื่องที่ควบคุมยากมากในผู้ป่วยโรคซึมเศร้า แต่การพักผ่อนให้เพียงพอ (6-8 ชั่วโมง) จะช่วยให้ลืมความกังวลไปได้ชั่วขณะ และเมื่อตื่นขึ้นมาร่างกายและสมองก็จะมีความพร้อมสำหรับกิจกรรมของแต่ละวันมากขึ้น

 

แนวทางการรักษาโรคซึมเศร้าอย่างถูกต้อง

โรคซึมเศร้า 5.jpg

1.  การรักษาโดยการใช้ยา

สำหรับการรักษาโรคซึมเศร้าด้วยการใช้ยานั้น จะมียาหลากหลายชนิดด้วยกันที่เลือกใช้รักษา ไม่ว่าจะเป็นยาชนิดที่ทำให้ง่วงและไม่ทำให้ง่วง สำหรับยาที่ใช้ในการแก้โรคซึมเศร้าจะไม่ทำให้เกิดการเสพติดแต่อย่างใด นั่นแสดงว่าผู้ป่วยสามารถหยุดรับประทานยาได้เมื่ออาการเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ ในส่วนของยาแก้โรคซึมเศร้านั้นไม่ได้ออกฤทธิ์เพียงเพื่อช่วยลดความกังวลเท่านั้น แต่มันจะทำให้อารมณ์ของคุณหายจากอาการเศร้าได้จริงๆ ทั้งนี้ยาชนิดนี้จะออกฤทธิ์ค่อนข้างช้า ดังนั้นผู้ป่วยจึงต้องทานยาอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 2-3 สัปดาห์ จึงจะสามารถเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงหรือมีอารมณ์ที่แจ่มใสขึ้น และสำหรับการใช้ยานั้นมักจะต้องใช้เวลานานถึง 4-6 สัปดาห์ยาจึงจะออกฤทธิ์และแสดงผลลัพธ์ได้อย่างเต็มที่

2. การรักษาโดยการไม่ใช้ยา

สำหรับการรักษาโรคซึมเศร้าโดยไม่ใช้ยานั้นทำได้ด้วยการเปลี่ยนความคิดเพื่อพิชิตความเศร้า และรวมถึงเปลี่ยนพฤติกรรมไปในทางที่ดีขึ้น นั่นก็คือ ผู้ป่วยที่มีอารมณ์เศร้ามักจะมองโลกในแง่ร้าย ซึ่งก็เป็นวัฏจักรที่จะทำให้ภาวะซึมเศร้านั้นอยู่กับตัวผู้ป่วยนาน ดังนั้น เมื่อผู้ป่วยเกิดอารมณ์เศร้าจึงควรบอกและค่อยๆ พูดกับผู้ป่วยให้หยุดเศร้าสักประเดี๋ยว แล้วให้ย้อนกลับไปคิดว่าเมื่อสักครู่เกิดอะไรขึ้น เมื่อสิ่งนั้นเกิดขึ้นแน่นอนว่าจะมีความคิดอะไรบางอย่างแว็บเข้ามาในสมอง จากนั้นให้ลองพิจารณาดูว่าความคิดนั้นถูกต้องแค่ไหน หากคิดว่าไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไหร่ อารมณ์จะดีขึ้นทันที อย่างน้อยก็จะทำให้ผู้ป่วยมองโลกในแง่ดีจนกว่าจะเผลอไปคิดในแง่ร้ายอีกครั้ง

 

ข้อควรปฏิบัติเมื่อป่วยเป็นโรคซึมเศร้า

  1. ไม่ควรตั้งเป้าหมายในการทำงานมากจนเกินไป และไม่ควรรับผิดชอบทุกอย่างจนเกินความสามารถของตัวเอง
  2. ควรแยกแยะปัญหาใหญ่ๆ ให้เป็นส่วนย่อย แล้วค่อยๆ เรียบเรียงลำดับความสำคัญก่อนหลังเพื่อลงมือแก้ไข
  3. ห้ามบังคับตัวเองหรือตั้งเป้าหมายกับตัวเองสูงเกินไป เพราะนั่นจะยิ่งเป็นการเพิ่มความกดดันและเสี่ยงต่อความล้มเหลวในภายหลัง
  4. หมั่นหากิจกรรมที่ชอบและทำให้ตัวเองรู้สึกดีมาทำบ่อยๆ เพื่อให้เกิดอารมณ์ที่เพลิดเพลินและทำให้มีชีวิตชีวาสดใส
  5. ไม่ควรตำหนิตัวเอง เมื่อไม่สามารถทำอะไรบางอย่างให้สำเร็จได้ตามที่วางแผนไว้ ควรรู้จักให้อภัยตัวเองและให้โอกาสตัวเองได้เริ่มต้นใหม่

 

โรคซึมเศร้า หากปล่อยไปโดยไม่ได้รับการรักษาอย่างใกล้ชิด นอกจากจะทำให้อาการยิ่งรุนแรงเพิ่มมากขึ้นแล้ว อาจส่งผลเสียต่อชีวิต ทรัพย์สิน และคนรอบข้างได้ เพราะโรคซึมเศร้านั้น เป็นโรคที่ผู้ป่วยไม่มีสติอยู่กับตัว ลงมือทำอะไรลงไปมักไม่ค่อยมีสติ ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียใดๆ จึงควรให้ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ จะเป็นการดีที่สุด

 

 

ข้อมูล: Honestdocs.co

วันนี้ในอดีต : 4 ตุลาคม

 

เรมแบรนดท์ฟาน ไรน์.jpg

เรมแบรนดท์ฟาน ไรน์ ศิลปินเอกของโลกเสียชีวิต

4 ตุลาคม พ.ศ.2212 เรมแบรนดท์ฟาน ไรน์ (Rembrandt Harmensz van Rijn) หนึ่งในศิลปินเอกของโลกชาวดัทช์ เสียชีวิต ขณะอายุได้ 63 ปี เรมบรันต์เกิดใน "ยุคทองของศิลปะดัทช์” (Dutch Golden Age ระหว่างปี 2127-2245) เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2149 ที่เมืองไลเดน ประเทศเนเธอร์แลนด์ เป็นลูกเจ้าของโรงสี เข้าโรงเรียนภาษาละตินและเรียนต่อในมหาวิทยาลัยที่บ้านเกิด ขณะเดียวกันก็เริ่มสนใจการวาดภาพและตัดสินใจเอาจริงเอาจังทางนี้ จากนั้นได้ย้ายไปอยู่ที่อัมสเตอร์ดัม ศูนย์กลางศิลปะแห่งเนเธอร์แลนด์ เขาเรียนกับศิลปินมีชื่อหลายคน เขาฝึกฝนฝีมือจนเปิดสตูดิโอรับเขียนภาพเหมือน และเริ่มประสบความสำเร็จในฐานะจิตรกร มีผู้ว่าจ้างให้วาดภาพจำนวนมาก กระทั่งสามารถซื้อคฤหาสน์หรูในราคาแพงลิบ แต่เขาไม่สามารถชำระเงินได้หมด เพราะใช้จ่ายไปกับของสะสมจำพวกอาวุธ เครื่องดนตรี เสื้อผ้า และของประดับตกแต่งโบราณ จึงถูกบีบให้เป็นบุคคลล้มละลาย ต้องย้ายไปเช่าบ้านหลังเล็กๆ ภรรยาและลูกเสียชีวิต แม้เรมแบรนดท์ในวัย 50 ปีกลายเป็นบุคคลล้มละลาย แต่ความนิยมชมชอบในภาพเขียนของเขากลับสวนทาง เรมแบรนดท์เป็นศิลปินหัวขบถ ไม่สนใจธรรมเนียมปฏิบัติของสังคม แทนที่จะวาดภาพวาดเรื่องราวในตำนานโบราณ บุคคลในประวัติศาสตร์ หรือภาพแนวศาสนาที่ได้เค้าโครงมาจากคัมภีร์ไบเบิล ตามแนวทางศิลปะในยุคนั้น เขากลับแหกขนบ วาดภาพสุนัขกำลังถ่าย ผู้ชายยืนปัสสาวะ จัดองค์ประกอบภาพแบบใหม่ คือไม่จัดท่าทางเพื่อจะบ่งบอกว่าใครเป็นใคร ใบหน้าของแต่ละคนแสดงอารมณ์ต่างกัน ใส่องค์ประกอบแปลกปลอม เช่น สุนัข เด็ก คนจร ขอทาน กรรมกร เข้าไปในภาพ จัดแถวที่ดูสับสนวุ่นวาย ไม่เป็นระเบียบ ดังที่เห็นในผลงานชิ้นเอกของเขาคือ "The Night Watch” และ "The Anatomy Lesson of Dr. Nicolaes Tulp” หรือภาพเหมือนตัวเองวาดเป็นพระสาวกปอล รูปชายชราอ้วนกลม แววตาแฝงความเศร้า เรมแบรนดท์ได้รับอิทธิพลเรื่องการจัดแสงและเงาจาก การาวัจจิโอ (Michelangelo Merisi da Caravaggio) ศิลปินอิตาเลียน เขาได้ประยุกต์การใช้แสงเงาให้เป็นเอกลักษณ์ของเขาเอง จนได้รับการยกย่องว่าเป็นศิลปินที่มีอัจฉริยภาพในการจัดองค์ประกอบภาพอย่างมีพลัง จัดแสงและเงาได้อย่างมีน้ำหนักและมีมิติ อีกทั้งยังเป็นจิตรกรที่มีความสามารถในการวาดภาพเหมือนเป็นเลิศ นอกจากเป็นจิตกรเอกแล้ว เรมแบรนดท์ยังเป็นศิลปินภาพพิมพ์กัดกรด (Etching) ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ศิลปะของยุโรปด้วย เรมแบรนดท์ทิ้งมรดกทางศิลปะไว้จำนวนมาก ภาพจิตรกรรมสีน้ำมันเกือบ 800 ภาพ ภาพพิมพ์ประมาณ 500 ภาพ และวาดเส้นประมาณ 100 ภาพ

 

Book Club.jpg

พิธีเปิดบุคคลัภย์(Book Club) สำนักงานทดลองกิจการแบบธนาคารพาณิชย์แห่งแรก

4 ตุลาคม พ.ศ.2447 (ร.ศ.123) พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นมหิศรราชหฤทัย ได้ทรงประกอบพิธีเปิด "บุคคลัภย์” (Book Club) สำนักงานทดลองดำเนินกิจการแบบธนาคารพาณิชย์แห่งแรกขึ้น ที่ตึกแถวสองชั้นของกรมพระคลังข้างที่ ตำบลบ้านหม้อ พระนคร โดยทรงออกหนังสือแจ้งความเรื่องตั้งบุคคลัภย์ว่าเป็นกิจการห้องสมุดสาธารณะ ในขณะที่การดำเนินงานที่แท้จริงคือธุรกิจธนาคารพาณิชย์ เนื่องจากทรงไม่แน่ใจว่าการดำเนินการจะสำเร็จหรือไม่ ต่อมาเมื่อกิจการประสบความสำเร็จ จึงได้มีการก่อตั้งธนาคารในรูปแบบบริษัทจำกัดเป็นครั้งแรกคือ "บริษัทแบงก์สยามกัมมาจล ทุนจำกัด” ในวันที่ 30 มกราคม 2449 โดยพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทาน พระบรมราชานุญาตจาก พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ให้ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ได้อย่างเป็นทางการ นับเป็นธนาคารพาณิชย์แห่งแรกของคนไทย โดยได้รับพระราชทาน ตราอาร์มแผ่นดินให้เป็นตราประจำธนาคาร ในปี 2482 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น "ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด” โดยมีสำนักงานทรัพย์สินส่วน พระมหากษัตริย์และกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ในปี 2518 ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ แล้วเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น "ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)” (Siam Commercial Bank Public Company Limited) ซึ่งเป็นชื่อที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่บริเวณถนนรัชดาภิเษก ใกล้สี่แยกรัชโยธิน

 

สปุตนิก.jpg

สหภาพโซเวียตส่งดาวเทียม สปุตนิก 1ขึ้นสู่วงโคจร

4 ตุลาคม พ.ศ.2500 สหภาพโซเวียต ส่ง สปุตนิก 1 (Sputnik 1) ดาวเทียมดวงแรกของโลก ขึ้นสู่วงโคจรรอบโลกด้วยจรวดอาร์-7 (R-7) จากศูนย์อวกาศไบร์โคนูร์ คอสโมโดรม ในประเทศคาซัคสถาน สปุตนิก 1 เป็นดาวเทียมในโครงการสปุตนิก (Sputnik Programe) สปุตนิก 1 เป็นดาวเทียมรูปร่างกลม มีเส้นผ้าศูนย์กลาง 58 เซนติเมตร หนักประมาณ 83 กิโลกรัม มีเสารับ-ส่งสัญญาณอยู่ 2 เสา ภารกิจคือการสำรวจพื้นผิวของโลกและชั้นบรรยากาศ ปฏิบัติภารกิจบนอวกาศโดยโคจรอยู่ห่างจากพื้นผิวโลกประมาณ 250 กิโลเมตร ภารกิจมีระยะเวลา 3 เดือน เมื่อแบตเตอรีหมด ดาวเทียมจะเผาไหม้ตัวเองและชิ้นส่วนบางชิ้นตกลงมาบนผิวโลกเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2501 สปุตนิก 1 นับเป็นความภูมิใจของชาวรัสเซีย ซึ่งเป็นผู้นำแห่งวิทยาศาสตร์อวกาศ ในสมัยนั้นสหรัฐอเมริกายังมีเทคโนโลยีด้อยกว่า เมื่อสปุตนิกลอยบนฟากฟ้าก็ตกใจเพราะกลัวว่าดาวเทียมโซเวียตจะบรรทุกระเบิดนิวเคลียร์มาถล่ม โครงการสปุตนิกนับเป็นการเริ่มต้นยุคแห่งการแข่งขันด้านอวกาศ ปัจจุบันได้มีการสร้างดาวเทียมสปุตนิกจำลองแสดงไว้ที่พิพิธภัณฑ์อวกาศในประเทศรัสเซีย พิพิธภัณฑ์อวกาศแห่งสถาบันสมิธโซเนียน อเมริกา และพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ กรุงลอนดอน อังกฤษ

 

รถไฟความเร็วสูง.jpg

อังกฤษนำรถไฟความเร็วสูงมาให้บริการประชาชน

4 ตุลาคม พ.ศ.2519 ประเทศอังกฤษนำ รถไฟความเร็วสูง (High Speed Train) ที่สามารถวิ่งได้ด้วยความเร็วสูงสุด 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงมาให้บริการประชาชน

 

บิง ครอสบี.jpg

บิง ครอสบี นักร้องเพลงชาวอเมริกันเสียชีวิต

4 ตุลาคม พ.ศ.2520 บิง ครอสบี (Harry Lillis "Bing" Crosby) นักร้องเพลงแจ๊สและนักแสดงชาวอเมริกันที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งในช่วงทศวรรษที่ 20 เสียชีวิต ครอสบีเกิดที่กรุงวอชิงตัน เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2446 ตอน 14 ปีเขาทำงานที่หอประชุมประจำเมือง ซึ่งเป็นโอกาสให้ได้ชมการแสดงของ อัล โจลสัน (Al Jolson) นักร้องและนักแสดงชาวอเมริกัน ซึ่งได้เป็นแรงบันดาลใจให้เขาในเวลาต่อมา ในปี 2463 เข้าเรียนกฎหมายที่ วิทยาลัยกอนซากา (Gonzaga College) และเริ่มตั้งวงดนตรีกับเพื่อนๆ ออกแสดงตามคลับ เขาเริ่มสนุกและทำเงินได้เยอะจึงตัดสินใจลาออกขณะเรียนอยู่ปีสุดท้าย จากนั้นได้ย้ายไปอยู่ที่เมืองลอสแองเจลสิส เริ่มอัดแผ่นเสียงครั้งแรกคือเพลง "I’ve Got The Girl" และได้ร่วมวงกับ พอล ไวท์แมน (Paul Whiteman) หัวหน้าวงออร์เคสตรา จากนั้นเขาได้ตั้งวงของตัวเองชื่อว่า "The Rhythm Boys” และเริ่มมีชื่อเสียงขึ้นเรื่อยๆ จนแยกมาเป็นศิลปินเดียวในเวลาต่อมา ครอสบีเรียกตัวเองว่าเป็น "นักครวญเพลง” (The Groaner) ซึ่งมีลีลาการร้องเพลงและเสียงร้องที่ทุ้มนุ่ม ฟังสบาย เขามียอดจำหน่ายแผ่นเสียงมากกว่า 400 ชุด ครอสบีมีอิทธิพลต่อนักร้องรุ่นต่อๆ มาอีกหลายคน อาทิ โทนี แบนเน็ตต์ (Tony Bennett) และ แฟรงก์ ซินาตรา (Frank Sinatra) เพลงที่สร้างชื่อให้เขาได้แก่ "White Christmas", "Silent Night" และ "Swinging On a Star" ระยะหลังเขาเริ่มแสดงหนัง และมีชื่อเสียงไม่น้อยไปกว่าการเป็นนักร้อง เขาได้รับรางวัลออสการ์ในฐานะนักแสดงยอดเยี่ยมในปี 2487 จากภาพยนตร์เรื่อง "Going My Way” นอกจากนี้ยังเขายังโด่งดังจากภาพยนตร์ชุดเรื่อง "Road Film" จากนั้นจึงยึดอาชีพนักแสดงจนเสียชีวิต

 

 

ข้อมูล: guru.sanook

เพื่อนข้างห้อง...คุณโอ๋

เรื่องผี 9.jpg

เรื่องนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดระยอง ทางโรงงานที่คุณโอ๋ทำงานอยู่ได้ส่งคุณโอ๋ไปดูงานที่จังหวัดระยองเป็นเวลา 1 เดือน ตอนแรกทางโรงงานก็บอกว่ากับคุณโอ๋ว่า มีห้องให้อยู่จองห้องไว้แล้ว

แต่พอถึงเวลา กลับไม่มีห้อง ห้องเต็ม ก็เลยให้คุณโอ๋ไปหาแถวๆ นั้นเอา แล้วค่อยมาเบิกบริษัทเอา คุณโอ๋ก็เดินหาอพาร์ทเมนท์ไปเรื่อยๆ จนไปเจออพาร์ทเมนท์ที่หนึ่ง ที่ห่างจากโรงงานประมาณ 600 เมตร

คุณโอ๋ก็ถามเจ้าของอพาร์ทเมนท์มีห้องว่างหรือเปล่า เจ้าของก็บอกมีว่างอยู่ห้องนึง อยู่ชั้น 5 คุณโอ๋ก็บอกว่าผมอยู่แค่เดือนเดียวนะครับ เจ้าของหอก็ก็บอกว่าไม่เป็นไรอยู่ได้ ห้องที่คุณโอ๋อยู่ ถ้าออกจากลิฟท์ก็จะเลี้ยวขวา เดินตรงมาก็จะมีห้องทั้งด้านซ้ายและขวา ห้องคุณโอ๋อยู่ด้านซ้าย ห้อง 513 ห้องข้างๆ ห้อง 512 และห้องตรงข้าม 506 ตอนนั้นที่มาดูงานก็มีแค่คุณโอ๋มาแค่คนเดียว ไม่มีเพื่อนมาด้วย แล้วก็ไม่รู้จักใครเลย เวลาไปทำงานก็หาเพื่อนร่วมคุย ก็ไปคุยกับคนโน้นทีคนนี้ที แต่ก็ไม่มีใครที่อยู่อพาร์ทเมนท์เดียวกับคุณโอ๋เลย

 

พอผ่านไปซักอาทิตย์นึง คุณโอ๋ก็แวะดื่มหลังเลิกงานแถวๆ ใต้อพาร์ทเมนท์ แล้วก็มีพี่คนนึงชื่อว่า พี่โจ เดินมาทักคุณโอ๋ว่า น้องอยู่ชั้น 5 นี่หว่า พี่เคยเห็นอยู่ คุณโอ๋ก็ตอบไปว่า ใช่ครับ ผมอยู่ชั้น 5 พี่มีอะไรหรือเปล่า พี่โจก็บอกว่าไม่มีอะไร  พี่อยู่ห้อง 512 ติดกับห้องแองแหละ คุณโอ๋ก็ทำความรู้จักกับพี่โจ พอกินเหล้าไป คุยไปคุยมาก็รู้สึกถูกคอ พอเลิกงานในแต่ละวันก็มานั่งกินเหล้ากับพี่โจด้วยกันทุกวัน

หลังจากอยู่ได้ 2 อาทิตย์ วันนั้นคุณโอ๋เลิกงานมาตอน 5 โมงครึ่งเดินกลับมาที่พัก พอถึงหน้าอพาร์ทเมนท์ก็เห็นว่า มีคนเยอะแยะมุงอะไรอยู่ไม่รู้ที่ใต้ตึก และมีตำรวจอยู่ด้วย คุณโอ๋เลยเดินเข้าไปดู ก็เห็นศพของผู้ชายคนนึงที่โดดตึกลงมาตาย แต่คุณโอ๋ก็ไม่ได้สนใจอะไร ไม่ได้รู้จักด้วย ก็เดินเข้าไปในตึกขึ้นลิฟท์กลับห้อง พอออกจากลิฟท์ก็เห็นตำรวจยืนอยู่เต็มหน้าห้องของคุณโอ๋เลย คุณโอ๋ก็เลยถามตำรวจว่า พี่ มีอะไรหน้าห้องผมหรือเปล่า ตำรวจก็บอกว่า ห้องตรงข้ามน้องโดดตึกตาย คุณโอ๋ก็ไม่ได้กลัวอะไร แต่ก็มีหวั่นๆ บ้าง แต่ก็จะย้ายก็ย้ายไม่ได้ เพราะอยู่แค่เดือนเดียว อีก 15 วันก็จะกลับอยู่แล้ว คงไม่มีใครให้เช่า และก็คิดว่าเราไม่ได้ทำอะไรให้เขา เราก็อยู่ส่วนของเรา คงไม่มีอะไร

 

ประมาณวันที่ 17-18 พี่โจมาบอกกับคุณโอ๋ว่า โอ๋ พี่ต้องกลับบ้านไปหาแม่ 2 วันว่ะ แม่พี่ป่วย เดี๋ยวพี่กลับมานะ ผ่านไป 2 วัน พี่โจก็กลับมา ตอนนั้นเวลา 4 ทุ่ม พี่โจก็มาเคาะประตูห้องคุณโอ๋ถามว่า โอ๋กินไรยังวะ กินเหล้าป่าว แต่วันนั้นคุณโอ๋เหนื่อยมาจากงานเลยตอบไปว่า วันนี้ไม่กินหรอกพี่ ผมเหนื่อย พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน พี่โจก็บอกว่า งั้นพี่ไปนอนละนะ และก็ตั้งแต่ที่ผู้ชายที่อยู่ห้องตรงข้ามตายไปก็มีอะไรแปลกๆ ตลอด เช่น วันนั้นคุณโอ๋เลิกงานกลับมาตอน 3 ทุ่มเดินเข้าไปในลิฟท์ก็เห็นผู้ชายใส่เสื้อสีดำกางเกงขายาว ยืนอยู่ตรงหน้าแป้นกด คุณโอ๋ก็บอกไปว่า ชั้น 5 ด้วยครับ ผู้ชายคนนั้นก็กดชั้น 5 ให้

พอลิฟท์เปิด ผู้ชายคนนั้นเดินออกจากลิฟท์มาก่อน และคุณโอ๋ก็เดินตามเขามาเรื่อยๆ พอผู้ชายคนนั้นเดินมาถึงหน้าห้องคุณโอ๋เขาก็เลี้ยวขวาไปทางห้อง 506 ทะลุกำแพงไปต่อหน้าต่อตาคุณโอ๋ คุณโอ๋ก็ยืนอึ้งอยู่พักนึง และคิดว่าตัวเองตาไม่ฝาด เพราะเห็นตั้งแต่อยู่ในลิฟท์แล้ว ตอนนั้นก็คิดในใจว่า อยากทำไรก็ทำไป ถ้าอยากจะขอส่วนบุญก็มาดีๆ หน่อย

 

เช้าวันรุ่งขึ้น คุณโอ๋ก็ไปทำงานตามปกติ หลังเลิกงานตอนนั้นก็มากินเหล้ากับพี่โจเหมือนเคย วันนั้นคุณโอ๋นั่งกินเหล้าอยู่ที่ห้องของคุณโอ๋ ซึ่งปกติพี่โจจะเป็นคนที่ไปซื้อ เพราะว่าอยู่ที่อพาร์ทเมนท์นี้มานาน สามารถเซ็นไว้ได้ แต่คราวนี้พี่โจบอกให้คุณโอ๋ไปซื้อ พี่ไม่อยากลงไปว่ะ คุณโอ๋ก็ถามว่าทำไมหรอพี่ ผมไม่ค่อยมีตังค์ พี่โจก็บอกว่า เออ ซื้อไปก่อน มีเท่าไหร่ก็ซื้อมาเท่านั้นแหละ

 

พอซื้อเหล้าขึ้นมาคุณโอ๋ก็มานั่งกินอยู่กับพี่โจ หลังจากนั่งกินไปซักพัก พี่โจก็เปิดประเด็นขึ้นมาว่า โอ๋ กลัวผีป่ะ ตอนนั้นคุณโอ๋คิดว่าคงเป็นเรื่องของห้องตรงข้าม คุณโอ๋ก็ถามกลับไปว่า ทำไมหรอพี่ พี่โจก็ตอบกลับมาว่า เปล่า พี่ก็ถามโอ๋เฉยๆ กลัวโอ๋จะกลัว คุณโอ๋ก็ตอบไปว่า ไม่กลัวหรอก แล้วก็เล่าเรื่องที่คุณโอ๋เจอผู้ชายในลิฟท์ให้พี่โจฟัง พอกินเหล้าเมาต่างคนก็แยกย้ายกลับห้องไปนอน

 

คุณโอ๋ก็เข้าไปอาบน้ำ ปกติคุณโอ๋จะไม่ล็อคประตูห้อง เพราะว่าในห้องก็ไม่มีอะไรที่จะต้องกลัวหาย เป็นห้องเปล่าๆ คุณโอ๋ก็อาบน้ำในห้องน้ำอยู่ ระหว่างที่อาบน้ำ ก็ได้ยินเสียงลูกบิดประตูเปิด ก็คิดว่าพี่โจเดินเข้ามา คุณโอ๋ก็เปิดประตูออกไปดู กำลังจะถาม แต่ก็ไม่เห็นใครอยู่ในห้อง ตอนนั้นคุณโอ๋ก็คิดว่าพี่โจคงเข้ามาแล้วก็ออกไปแล้ว แต่ก็แปลกใจว่าทำไมไม่ปิดประตูห้องให้

 

พอวันถัดไป คุณโอ๋ก็ได้ยินเสียงห้องตรงข้ามทะเลาะกันบ้าน ตีกันบ้าง เพราะก่อนหน้านี้ ห้องนั้นอยู่ด้วยกัน 2 ผัวเมีย พอผู้ชายโดดตึกตาย ผู้หญิงก็เก็บของย้ายออกไป บางทีก็ได้ยินเสียงคนเคาะประตู พอเปิดประตูออกไปก็ไม่เจอใคร เวลาเจอทุกครั้งก็จะมาเล่าให้พี่โจฟังตอนนั่งกินเหล้าด้วยกันเสมอๆ แต่พี่โจก็บอกว่า ทำไมพี่ไม่เคยเจอ

 

จนมาถึงวันที่ 28 คุณโอ๋ก็ใกล้จะกลับกรุงเทพฯ แล้ว เลยเดินไปเคาะประตูห้องพี่โจ แต่ก็ไม่มีใครเปิด เรียกเท่าไหร่พี่โจก็ไม่ขานตอบ คุณโอ๋ก็เลยเข้านอน พอวันที่ 29 คุณโอ๋ทำงานกลับมา ก็มาเคาะประตูเรียกอีก พี่โจก็ไม่เปิดประตูออกมาทั้งที่ห้องเหมือนกับว่าล็อคอยู่จากด้านใน คุณโอ๋ก็คิดในใจ พี่แกออกไปไหนวะ ไปไหนทำไมไม่บอก จะกลับอยู่แล้วเนี่ย โทรไปก็ไม่รับ จนถึงวันที่ 30 คุณโอ๋ก็ต้องกลับละ

 

ก่อนกลับคุณโอ๋ก็ลงไปเคลียร์ค่าห้องกับเจ๊เจ้าของหอที่อยู่ข้างล่างตึก ระหว่างที่เคลียร์ค่าห้อง คุณโอ๋ก็ถามเจ๊ว่า เจ๊ๆ เจ๊เห็นพี่โจบ้างมั้ย ผมโทรแกก็ไม่รับ เคาะประตูก็ไม่เปิด เจ๊ก็ถามว่า โจไหน คุณโอ๋ก็ตอบว่า โจที่อยู่ห้อง 512 ไง เจ๊ก็ตกใจ ห๊ะ ห้องไหนนะ คุณโอ๋ก็ตอบไปว่าห้อง 512 เจ๊ก็บอกกับคุณโอ๋ว่า ห้อง 512 เขาคืนห้องไปตั้งแต่กลางเดือนแล้วนะ คุณโอ๋ก็บอกไปว่า เขาจะคืนห้องได้ยังไง ผมเจอพี่โจอยู่ทุกวัน กินเหล้าด้วยกันอยู่ทุกวัน แต่เจ๊ก็ยืนยันว่าคืนห้องไปแล้วจริงๆ ก็เลยขึ้นไปเปิดห้อง 512 ให้คุณโอ๋ดู พอมาถึงที่ห้อง 512 ก็มีกุญเจตัวยูคล้องหน้าห้องอยู่ พอเปิดเข้าไปในห้องก็เป็นห้องเปล่าๆ ไม่มีใครอยู่

 

คุณโอ๋เลยตัดสินใจโทรหาพี่โจอีกที โทรไปรอบแรกยังไม่รับ โทรไปอีกรอบ รอบนี้มีคนรับ คุณโอ๋ก็ถามว่า นี่ใครครับ ปลายสายก็ตอบมาว่า นี่แม่ของโจ คุณโอ๋ก็ถามว่า แล้วพี่โจหละครับ แม่ของพี่โจก็นิ่งไปซักพักและร้องไห้ แล้วบอกว่า โจเสียแล้วลูก คุณโอ๋ก็ถามว่า เสียไปตั้งแต่เมื่อไร ผมไม่เห็นรู้เรื่องเลย แม่ก็บอกว่า เสียไปตั้งแต่ตอนที่มาหาแม่ที่โรงพยาบาล ตอนขากลับรถกระบะที่พี่โจขับเสียบท้ายรถพ่วงที่จอดอยู่ข้างทาง คอหักเสียชีวิต แล้วคุณโอ๋ก็เล่าเรื่องที่เจอพี่โจให้แม่พี่โจฟัง แม่ก็ถามว่าจริงหรอลูก คุณโอ๋ก็ตอบไปว่า จริงครับ ให้ผมไปสาบานที่ไหนก็ได้

 

ตกเย็นวันนั้นแม่ก็มาจากต่างจังหวัดมาที่อพาร์ทเมนท์แห่งนี้พร้อมกับนิมนต์พระมาเชิญวิญญาณของพี่โจกลับบ้าน ทางหอก็ยินยอมเพื่อความสบายใจของแม่ ทีนี้พอคุณโอ๋กลับมากรุงเทพฯ แล้ว วันนั้นคุณโอ๋ทำงานอยู่ ก็มีเบอร์พี่โจโทรมาหา 2 สาย แต่ไม่ได้รับ พอคุณโอ๋พักจากงาน ก็โทรกลับไปคิดว่า แม่ของพี่โจคงมีอะไรจะถามหรือคุยอะไรด้วยแน่ๆ แต่พอโทรกลับไป 2-3 รอบก็ไม่มีคนรับ และโทรอีกครั้งนึง ก็ไม่สามารถติดต่อได้เหมือนปิดเครื่อง พอคุณโอ๋วางโทรศัพท์ก็มีไลน์เด้งเข้ามา เป็นไลน์ของพี่โจ เป็นรูปคู่ของพี่โจและคุณโอ๋ที่ถ่ายด้วยกันตั้งแต่ตอนที่นั่งกินเหล้าด้วยกัน แต่พอส่งสติ๊กเกอร์กลับไป ทุกวันนี้รูปนั้นก็ยังอยู่ และสติ๊กเกอร์ที่คุณโอ๋ส่งกลับไปก็ยังไม่มีคนอ่าน

วันนี้ในอดีต : 3 ตุลาคม

 

กรมพระยาเทววงศ์วโรปการ.jpg

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทววงศ์วโรปการ ทรงลงนามในสนธิสัญญาไทยกับฝรั่งเศส

3 ตุลาคม พ.ศ.2436 สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทววงศ์วโรปการ เสนาบดีกระทรวงการต่างประเทศ ได้ทรงลงนามใน "สนธิสัญญาสันติภาพ" เพื่อสงบศึกกับฝรั่งเศส ภายหลังจากที่ไทยปะทะกับเรือรบฝรั่งเศสในเหตุการณ์ "การรบที่ปากแม่น้ำเจ้าพระยา" (The Naval Action at Paknam) เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2436 (ร.ศ.112) ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของ “วิกฤติการณ์ ร.ศ.112” หรือ "กรณีพิพาทไทย-ฝรั่งเศส ร.ศ.112” ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เมื่อกองทัพฝรั่งเศสส่งเรือรบ 2 ลำ คือ เรือแองกองสตองต์ (Inconstant) และ เรือโกแมต์ (Comete) โดยมีเรือสินค้า "เจ. เบ. เซย์” (Jean Baptist Say) เป็นเรือนำร่อง รุกล้ำฝ่าสันดอนปากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้ามา หมู่ปืนใหญ่ที่ป้อมพระจุลจอมเกล้าและหมู่เรือรบซึ่งเป็นแนวป้องกันของไทยได้ยิงสกัดถูกเรือสินค้าเสียหาย เรือรบของฝรั่งเศสจึงยิงตอบโต้ โดนเรือมกุฎราชกุมารของไทยเสียหาย และทหารไทยเสียชีวิต 8 นายและบาดเจ็บ 40 นาย ส่วนทหารฝรั่งเศสเสียชีวิต 3 นายและบาดเจ็บอีก 3 นาย จากนั้นเรือรบฝรั่งเศสทั้งสองก็แล่นฝ่าเข้ามาที่สถานกงสุลฝรั่งเศส ถนนเจริญกรุง สนธิสัญญาฉบับดังกล่าวกำหนดให้สยามชดใช้ค่าเสียหายให้ฝรั่งเศสเป็นเงินจำนวน 3 ล้านฟรังก์ ตีเป็นเงินไทยประมาณ 1,560,000 บาท (อัตราแลกเปลี่ยนในสมัยนั้น) รวมทั้งบังคับให้รัฐบาลสยามยอมสละดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ตลอดถึงเกาะแก่งในแม่น้ำโขงทั้งหมด เป็นพื้นที่ 143,000 ตารางกิโลเมตร และฝรั่งเศสได้ยึดเมืองจันทบุรีไว้ในอารักขานานกว่า 10 ปี (ระหว่างปี 2436-2447) จนกว่าสยามจะชดใช้ค่าเสียหายจนครบ ผลจากกรณีพิพาทกับฝรั่งเศสครั้งนี้ทำให้สยามต้องเสียดินแดนเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งนับเป็นการเสียเนื้อที่ครั้งใหญ่ที่สุด นักวิชาการในรุ่นหลังเห็นพ้องกันว่า ปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่เป็นเหตุให้สยามจำต้องสูญเสียดินแดนในครั้งนี้ คือการขาดแผนที่ ซึ่งระบุเขตแดนของประเทศไว้อย่างชัดเจน ฝ่ายสยามขาดความช่ำชองในการใช้ภาษาอันแยบยลทางการทูตอย่างชาวยุโรป อีกทั้งกองทัพเรือของสยามเพิ่งเริ่มต้นขึ้นจึงต้องจ้างทหารต่างชาติมาช่วย ส่วนทหารของสยามสมัยในสมัยนั้นยังขาดวินัยของทหาร และขาดความช่ำชองในการใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ทันสมัยจากตะวันตก แม้จะมีกำลังอาวุธที่พอจะต่อต้านกองกำลังฝรั่งเศสได้ ทั้งปืนใหญ่ และเรือรบอย่าง "เรือพระที่นั่งมหาจักรี" ซึ่งเป็นเรือลาดตระเวนติดปืนอาร์มสตรอง พร้อมระวางขับน้ำ 2,400 ตัน หัวเรือใช้ชนสิ่งกีดขวางได้ ระวางขับน้ำของเรือลำนี้สูงกว่าเรือทั้งสามของฝรั่งเศสรวมกัน แต่เรือที่มีสมรรถนะสูงลำนี้กลับไม่ได้ร่วมสมรภูมิรบ เพราะมีคำสั่งอย่างเข้มงวดไม่ให้เคลื่อนย้าย เว้นแต่จำเป็นต้องใช้เป็นพระราชพาหนะเท่านั้น

 

หนังสือพิมพ์พราฟดา.jpg

หนังสือพิมพ์พราฟดาของสหภาพโซเวียตถูกก่อตั้งขึ้น

3 ตุลาคม พ.ศ.2451 "พราฟดา” (Pravda) หนังสือพิมพ์แถวหน้าของสหภาพโซเวียต ก่อตั้งขึ้นที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย โดย เลออน ทร็อตสกี (Leon Trotsky) นักการเมืองสังคมนิยม และ อดอล์ฟ จอฟฟี (Adolph Joffe) และ มัทวีย์ สโกเลเลฟ (Matvey Skobelev) กลุ่มนักสังคมนิยมชาวรัสเซียในกรุงเวียนนา ทร็อตสกีตั้งใจใช้หนังสือพิมพ์ฉบับนี้เสนอข่าวและบทความวิพากษ์วิจารณ์สังคม การเมือง การเอารัดเอาเปรียบของชนชั้นสูง และความทุกข์ยากของชนชั้นกรรมาชีพ โดยใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายและมีชีวิตชีวา ไม่นานพราฟดาก็ได้รับความนิยามอย่างมากในรัสเซีย ในปี 2453 คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์ก็เข้ามาดูแลและใช้เป็นกระบอกเสียงให้กับพรรคคอมมิวนิสต์รัสเซีย ก่อนจะปิดตัวครั้งแรกในวันที่ 15 เมษายน 2455 ภายหลังจากเลนินทำการปฏิวัติรัสเซียสำเร็จในปี 2460 พราฟดาก็เปิดตัวขึ้นอีกครั้งที่เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก โดย อเล็กซานเดอร์ ชเลียพนิคอฟ (Alexander Shliapnikov) เมื่อสตาลินเรืองอำนาจก็ขับไล่คณะบรรณาธการเดิมออกไปแล้วเข้ามาเป็นบรรณาธิการแทน ปี 2461 พราฟดาย้ายสำนักงานมาอยู่ที่กรุงมอสโก และทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงของฝ่ายรัฐบาลคอมมิวนิสต์เรื่อยมา จนกระทั่ง บอริส เยลต์ซิน (Boris Nikolayevich Yeltsin) ประธานาธิบดีคนแรกล้มล้างระบอบคอมมิวนิสต์ เปลี่ยนประเทศเป็นประชาธิปไตยทุนนิยม และสั่งปิดพร้อมยึดทรัพย์สินของพราฟดาในวันที่ 22 สิงหาคม 2534 แต่กลุ่มนักหนังสือพิมพ์เหล่านี้ก็ได้จดทะเบียนพราฟดาฉบับแท็บลอยด์ขึ้นอีกครั้งในสัปดาห์ถัดมา และต้นปี 2542 ก็ได้ออกหนังสือพิมพ์พราฟดาเผยแพร่ในอินเทอร์เน็ตชื่อ "Pravda Online” ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ออนไลน์ฉบับแรกของรัสเซีย เผยแพร่ในภาษารัสเซีย อังกฤษ อิตาลเลียน และโปรตุเกส นับได้ว่าพราฟดาเป็นหนังสือพิมพ์คอมมิวนิสต์ที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงสังคมโซเวียต-รัสเซีย และได้รับความนิยมมากที่สุดฉบับหนึ่ง

 

สมเด็จพระสังฆราช.jpg

วันประสูติ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

3 ตุลาคม พ.ศ.2456 วันประสูติ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (เจริญ สุวฑฺฒโน) สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 19 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ มีพระนามเดิมว่า เจริญ คชวัตร ประสูติที่ อ.เมืองกาญจนบุรี พระชนกชื่อ นายน้อย คชวัตร พระชนนีชื่อ นางกิมน้อย คชวัตร ปี 2469 บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดเทวสังฆาราม (วัดเหนือ) จ.กาญจนบุรี เมื่ออายุครบ 20 พรรษาก็อุปสมบทเป็นพระภิกษุวัดเทวสังฆาราม จ.กาญจนบุรี จากนั้นได้ทรงทำทัฬหีกรรม (ญัตติซ้ำ) เป็นธรรมยุต ที่วัดบวรนิเวศวิหารเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2476 ทรงสอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยคในปี 2484 อีก 6 ปีต่อมาได้เป็นพระราชาคณะสามัญที่พระโสภนคณาภรณ์ และได้เลื่อนขั้นขึ้นตามลำดับจนได้รับพระราชทานสถาปนาขึ้นดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ลำดับที่ 19 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2532 ท่านได้ทรงงานด้านพุทธศาสนาหลายอย่าง แสดงธรรมเทศนาหลายที่ ทรงเลือกให้เป็นพระอภิบาล(พระพี่เลี้ยง) ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ในระหว่างที่ทรงผนวชเป็นพระภิกษุ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร ระหว่างวันที่ 22 ตุลาคม - 5 พฤศจิกายน 2499 ด้วย นอกจากนั้นยังทรงนิพนธ์บทความและหนังสือทางพุทธศาสนา อธิบายหลักธรรมต่างๆ ไว้จำนวนมาก

 

ดาวเทียมเอสโร.jpg

ประเทศในยุโรป 10 ชาติ ร่วมกันส่งดาวเทียมชื่อ เอสโร 1ขึ้นสู่วงโคจร

3 ตุลาคม 2511 ประเทศในยุโรป 10 ชาติ ร่วมกันส่งดาวเทียมชื่อ เอสโร 1 (Esro I) ขึ้นสู่วงโคจร เพื่อศึกษาแสงเหนือและบรรยากาศชั้นไอโอโนสเฟียร์ที่ขั้วโลก

 

เยอรมนี.jpg

เยอรมนีตะวันออกรวมชาติกับเยอรมนีตะวันตก

3 ตุลาคม พ.ศ.2533 เยอ