วันนี้ในอดีต : 2 ตุลาคม

 

มหาตมะ คานธี.jpg

วันเกิด มหาตมะ คานธี นักต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพ

2 ตุลาคม พ.ศ.2412 วันเกิด มหาตมะ คานธี (Mahatma Gandhi) มหาบุรุษ นักต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพและเอกราชของอินเดีย ชื่อเต็มคือ โมฮันทาส การามจันทร์ คานธี (Mohandas Karamchand Gandhi) เกิดที่จังหวัดโพรบันดาร์ (Porbandar) รัฐคุชราต ทางตะวันตกของอินเดีย ในวรรณะแพศย์ (พ่อค้า) บิดาเป็นข้าราชการ มารดาเป็นแม่บ้านที่เคร่งศาสนา คานธีแต่งงานตั้งแต่อายุ 13 ปี ตามธรรมเนียมของชาวฮินดูในสมัยนั้น ในวัยเด็กเขาไม่ใช่คนเรียนเก่ง หรือมีความสามารถพิเศษอย่างปรากฏใดชัดเจน ญาติๆ จึงแนะนำให้เขาไปเรียนที่อังกฤษ (ประเทศเจ้าอาณานิคมของอินเดียสมัยนั้น) เพื่อโอกาสก้าวหน้าทางการงานในอนาคต คานธีเดินทางไปอังกฤษในวัย 18 ปี เข้าเรียนนิติศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยลอนดอน (University College London) เรียนจบแล้วกลับอินเดีย ก่อนจะเดินทางไปรับตำแหน่งที่ปรึกษาทางกฎหมายที่ประเทศแอฟริกาใต้ ประเทศอาณานิคมของอังกฤษ ที่ชาวอินเดียอพยพไปทำงานกันมาก ที่นี่เขาได้พบประสบการณ์เหยียดสีผิวตั้งแต่วันแรกๆ ที่ไปถึง คือซื้อตั๋วรถไฟชั้น 1 แต่ถูกขับไล่ให้ไปนั่งชั้น 3 แต่เขาไม่ยอม จึงถูกจับโยนลงจากรถไฟ ความอับอายครั้งนั้นกลายเป็นตัวจุดประกายให้เขาอยากเปลี่ยนแปลงสังคม จากนั้นเขาก็จัดชุมนุมชาวอินเดีย อันนำไปสู่การเรียกร้องสิทธิของชาวอินเดียในแอฟริกาใต้ เมื่ออังกฤษออกกฎหมายห้ามชาวฮินดูแต่งงานกับมุสลิม คานธีได้กล่าวปราศรัยโจมตีกฎหมายฉบับนี้ จนเกิดการประท้วงในวงกว้างทั่วแอฟริกาใต้ ทำให้กฎหมายฉบับนี้ถูกยกเลิกไปในที่สุด คานธีกลับอินเดียในปี 2458 ขณะนั้นชาวอินเดียสิ้นหวังที่จะเป็นอิสระจากอังกฤษ แต่คานธีพยายามปลุกระดมชาวอินเดียให้ลุกขึ้นเรียกร้องเอกราช เมื่อเกิดการสังหารหมู่ชาวอินเดียที่อำมริสาในปี 2462 ชาวอินเดียรู้สึกโกรธแค้นมาก อยากจะแก้แค้นคืน แต่คานธีได้กล่าวปราศรัยให้ประชาชนเปลี่ยนความโกรธเป็นการให้อภัย จนกลายเป็นหลัก "อหิงสา” หรือ "สัตยาเคราะห์” (Satyagraha) จากนั้นก็หาวิธีต่อต้านอังกฤษ โดยการปฏิเสธกฎหมายอังกฤษที่ไม่เป็นธรรม เช่น กฎหมายผูกขาดเกลือ ซึ่งคานธีนำชาวอินเดียนับแสนเดินทางไกลไปผลิตเกลือที่เรียกว่า "ซอลท์ มาร์ช” (Salt March) ในปี 2473 นอกจากนั้นเขายังชวนให้ชาวอินเดียนำเสื้อผ้าของอังกฤษมาเผาไฟ แล้วหันไปสวมเสื้อผ้าพื้นเมือง คานธีทำเป็นตัวอย่างโดยการปั่นด้ายเองและนุ่งผ้าฝ้ายพื้นเมืองเนื้อหยาบ สวดมนต์และปฏิบัติธรรมเป็นกิจวัตร คานธีถูกจับขังคุกหลายครั้ง โดยไม่ขอประกันตัว ในที่สุดท่ามกลางกระแสกดดันจากนานาชาติ อังกฤษจึงยอมคืนเอกราชให้อินเดียในวันที่ 14 สิงหาคม 2490 ส่วนชาวมุสลิมแยกออกไปตั้งประเทศปากีสถาน จนเกิดความขัดแย้งระหว่างชาวฮินดูกับมุสลิม มีการปะทะกันจนมีผู้เสียชีวิตกว่า 5 แสนคน คานธีออกมาประท้วงโดยการอดอาหาร แต่พวกหัวรุนแรงทั้งสองฝ่ายไม่เห็นด้วยกับคานธีที่ต้องการรวมประเทศเป็นหนึ่งเดียว ในที่สุดก็ถูกลอบสังหารโดย นาธุราม กอดเส (Nathuram Godse) ชาวฮินดูหัวรุนแรงซึ่งเชื่อว่าคานธีสนับสนุนฝ่ายอิสลาม ขณะเดินทางไปสวดมนต์ที่กรุงนิวเดลี เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2491 ขณะอายุได้ 78 ปี ประชาชนนับล้านร่วมไว้อาลัยในพิธีศพซึ่งจัดขึ้นยาวนาน 13 วัน คานธีคือผู้นำในการเรียกร้องอิสรภาพของอินเดียคืนจากอังกฤษ โดยใช้สันติวิธี ไม่ใช้ความรุนแรง และยึดมั่นอยู่บนหลักอสิงหา ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นต้นแบบของการประท้วงอย่างสันติของคนทั่วโลก

 

แกรห์ม กรีน.jpg

วันเกิด แกรห์ม กรีน นักเขียนนิยายชาวอังกฤษ

2 ตุลาคม พ.ศ.2447 วันเกิด แกรห์ม กรีน (Henry Graham Greene) นักเขียนนิยายชาวอังกฤษผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งในศตวรรษที่ 20 เกิดที่เมืองเบิร์กแฮมสเตด (Berkhamsted) ในมณฑลฮาร์ทฟอร์ดไชร์ (Hertfordshire) ในครอบครัวชนชั้นสูง พ่อเป็นครูใหญ่ ชีวิตตอนเด็กๆ ไม่ค่อยมีความสุขนัก เขาถูกส่งไปอยู่ในโรงเรียนประจำ และพยายามจะฆ่าตัวตายหลายครั้ง ขณะที่เรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด ผลงานรวมบทกวีเล่มแรกของเขาก็ได้รับการตีพิมพ์ แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จมากนัก เรียนจบแล้วก็เริ่มทำงานในวงการหนังสือพิมพ์ ผลงานนิยายเล่มแรกคือเรื่อง "The Man Within” ได้รับการตีพิมพ์ในปี 2472 จากนั้นก็ตัดสินใจออกมาเป็นนักเขียนเต็มตัว ในปี 2475 ก็ตีพิมพ์ผลงานเล่มต่อมาคือ "Stamboul Train” ซึ่งประสบความสำเร็จ ทำให้เขามีชื่อเสียงตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ในนิยายยุคต้น ๆ ของเขามักจะพูดถึงประเด็นด้านจริยธรรมและศาสนา ต่อมาก็เริ่มเข้มข้นมากยิ่งขึ้น และมีบริบททางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ผลงานชิ้นสำคัญได้แก่ "Brighton Rock”, “The power and the glory”, “The heart of the matter” และ "The end of the affair” แกรห์มเป็นนักเขียนผู้ไม่เคยขาดสุรานารี ใช้ชีวิตฟู่ฟ่า เขาเดินทางท่องเที่ยวไปทั่วโลก ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เขาทำงานให้หน่วยสืบราชการลับอังกฤษ นอกจากเขียนนิยายแล้วเขายังมีชื่อในด้านการวิจารณ์ภาพยนตร์ รวมทั้งดัดแปลงนิยายของตนเป็นภาพยนตร์ เช่น "The third man” กำกับโดย แครอล รีด (Carol Reed) ได้รางวัลชนะเลิศในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ในปี 2492 แม้จะเป็นนักเขียนที่สร้างสรรค์ผลงานคุณภาพจำนวนมาก แต่กรีนก็เป็นหนึ่งในนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ที่ไม่เคยได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมกับเขาเสียทีทั้งที่ควรจะได้ กรีนเสียชีวิตในวันที่ 3 เมษายน 2534

 

พีนัตส์.jpg

การ์ตูนเรื่อง พีนัตส์ (Peanuts) ได้รับการตีพิมพ์เป็นครั้งแรก

2 ตุลาคม พ.ศ.2493 การ์ตูนเรื่อง "พีนัทส์" (Peanuts) ได้รับการตีพิมพ์เป็นครั้งแรก ในหนังสือพิมพ์ 7 ฉบับในสหรัฐอเมริกา การ์ตูนเรื่องนี้วาดโดย ชาร์ลส์ ชูลซ์ (Charles M. Schulz) เรื่องนี้เป็นการ์ตูนช่องที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในประวัติศาสตร์หนังสือพิมพ์ เขาทำให้ตัวการ์ตูนอย่าง "ชาร์ลี บราวน์” และหมาน้อย "สนูปปี” ให้เป็นตัวการ์ตูนยอดนิยมไปทั่วโลก การ์ตูนพีนัตส์ มีผู้อ่านกว่า 355 ล้านคน ใน 75 ประเทศ ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ 2,600 ฉบับ 21 ภาษา นอกจากนี้ยังถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์การ์ตูนเป็นตอนพิเศษอีกหลายตอน การ์ตูนช่องพีนัทส์ฉบับสุดท้ายตีพิมพ์ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2543 หลังจากที่ชูลซ์ผู้เขียนเสียชีวิต นับเป็นการ์ตูนช่องที่ยาวนานที่สุดในโลกที่เขียนโดยผู้เขียนคนเดียว

 

แมรี สโตปส์.jpg

แมรี สโตปส์ นักเขียนชาวสก็อต ถึงแก่กรรม

2 ตุลาคม พ.ศ.2501 แมรี สโตปส์ (Dr. Marie Stopes) แพทย์ผู้บุกเบิกวิชาการวางแผนครอบครัว นักต่อสู้เพื่อสิทธิสตรี และนักเขียนชาวสก็อต ถึงแก่กรรม สโตปส์เกิดที่แคว้นเอดินเบิร์ก ประเทศสก็อตแลนด์ เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2423 เกิดในครอบครัวนักวิชาการ พ่อเป็นนักโบราณคดี แม่ก็เป็นคนหัวสมัยใหม่ที่มีความรู้ เธอเข้าเรียนคณะพฤษศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยลอนดอน จบแล้วไปทำวิจัยที่ญี่ปุ่นครึ่งปี ก่อนจะกลับมาเรียนวิชาเกี่ยวกับพืชดึกดำบรรพ์ (Palaeobotany) โดยเป็นนักศึกษาผู้หญิงคนแรกของคณะวิทยาศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ เธอแต่งงานในปี 2454 แต่ไม่กี่ปีก็เลิกกันเพราะสามีมีปัญหาเรื่องกามตายด้าน ในสมัยนั้นสังคมยังถือเรื่องเพศเป็นสิ่งที่ต้องปกปิด สังคมสุภาพชนไม่กล้าพูดถึง อีกทั้งยังไม่มีการเรียนการสอนเรื่องเพศศึกษากันอย่างเป็นทางการ จนเรื่องเพศเป็นสิ่งลี้ลับ ผู้คนขาดความรู้เรื่องเพศ เธอจึงศึกษาเรื่องนี้และเขียนหนังสือคู่มือเกี่ยวกับเพศศึกษาเล่มแรกออกมาคือ "วิวาห์แสนสุข" (Married Love) ซึ่งตีพิมพ์ในอังกฤษในปี 2461 เป็นหนังสือที่ก่อให้เกิดความตกตะลึงในหมู่ผู้อ่าน กลายเป็นหนังสือที่ขายดีทันที แม้จะถูกกระแสต่อต้านจากกลุ่มอนุรักษ์นิยมและผู้ที่เคร่งศาสนาบ้าง ต่อมาวันที่ 17 มีนาคม 2464 เธอก็เปิด คลินิกวางแผนครอบครัว (Family Planning Clinic) แห่งแรกที่กรุงลอนดอน เพื่อให้คำปรึกษาในเรื่องการวางแผนครอบครัวฟรี และบริการคุมกำเนิดในราคาถูกเพื่อช่วยเหลือสตรีในครอบครัวยากจนที่ต้องแบกภาระในการเลี้ยงดูบุตร ส่งผลให้เกิดกระแสต่อต้านของแพทย์และนักบวช ซึ่งกลัวว่าจะเป็นการส่งเสริมให้คนละเมิดศีลธรรม และทำให้ผู้คนมีอิสระในการมีเพศสัมพันธ์ การเปิดคลินิกของเธอได้มีผลทางสังคมครั้งใหญ่แห่งศตวรรษที่ 20 คือได้เปลี่ยนทรรศนะคติเรื่องการใช้ชีวิตคู่ว่า คู่สามีภรรยาสามารถควบคุม วางแผนครอบครัว และให้กำเนิดบุตรเมื่อพร้อม

 

 

ข้อมูล: guru.sanook