วันนี้ในอดีต : 5 ตุลาคม

 

หัวหน้าโจเซฟ.jpg

หัวหน้าโจเซฟ ชาวอินเดียนแดงประกาศยอมจำนนต่อกองทัพบกอเมริกัน

5 ตุลาคม พ.ศ.2420 หัวหน้าโจเซฟ (Chief Joseph) ชาวอินเดียนแดงเผ่า เนซ เพอร์ซ (Nez Perce) ประกาศยอมจำนนต่อ นายพล เนลสัน ไมล์ส (General Nelson A. Miles) แห่งกองทัพบกอเมริกัน หลังจากที่ นายพล โฮเวิร์ด (General Oliver O. Howard) ได้ออกคำสั่งให้หัวหน้าโจเซฟและชาวเนซ เพอร์ซ อพยพจากบ้านเกิดเมืองนอนในหุบเขาวอลโลว่า (Wallowa Valley) ที่รัฐโอเรกอน ไปตั้งรกรากในเขตสงวนแลปไว (Lapwai) รัฐไอดาโฮ ระหว่างการเดินทางคนอินเดียเกิดปะทะกับคนขาว เพราะคนขาวมักลอบขโมยวัวของชาวอินเดียนอยู่เสมอ ทำให้กองทัพบกอเมริกันส่งทหารเข้ามาปราบปรามชาวเนซ เพอร์ซอย่างทารุณโหดร้าย จนในที่สุดหัวหน้าโจเซฟต้องประกาศยอมจำนน พร้อมกับกล่าวสุนทรพจน์ที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ "…ข้าเหนื่อยที่จะสู้รบต่อไป หัวหน้าของเราถูกฆ่าหมด ลุคกิ้ง กลาสตายแล้ว มันเป็นเรื่องของคนหนุ่มที่จะพูดว่าสู้หรือไม่สู้ คนที่นำคนหนุ่มทั้งหลายตายไป อากาศหนาวเย็น และเราต้องการผ้าห่ม เด็กๆ ของเรากำลังจะหนาวตาย ข้าต้องการเวลาที่จะค้นหาเด็กๆ ของข้า และนับดูว่าเหลือรอดกี่คน บางทีข้าอาจจะหาพวกเขาเจอท่ามกลางซากศพ จงฟังข้า หัวหน้าทั้งหลายของข้า หัวใจข้าอ่อนล้าและโศกเศร้า ณ ที่ดวงตะวันฉายแสง ข้าจะไม่สู้รบอีกต่อไป”

 

ฌากส์ ออฟเฟนบาค.jpg

ฌากส์ ออฟเฟนบาค คีตกวีชาวฝรั่งเศสเสียชีวิต

5 ตุลาคม พ.ศ.2423 ฌากส์ ออฟเฟนบาค (Jacques Offenbach) คีตกวีและนักเชลโลชาวฝรั่งเศส ในยุคโรแมนติก เสียชีวิต ออฟเฟนบาคเกิดเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2362 เกิดที่เมืองโคโลจ์ญ ประเทศเยอรมนี พ่อเป็นชาวยิวซึ่งเป็นหัวหน้าคณะนักร้องในโบสถ์และนักไวโอลิน ออฟเฟนบาคเริ่มเล่นไวโอลินตั้งแต่ 6 ขวบ เริ่มแต่เพลงได้ตั้งแต่ 8 ขวบ ปีต่อมาก็หัดเล่นเชลโล พออายุได้ 14 ปีพ่อก็ส่งเขาไปเรียนดนตรีที่กรุงปารีส แต่เรียนได้เพียงปีเดียวก็ออกมาเล่นในวงดนตรีต่างๆ เขาแต่งเพลงออกมาบ้างแต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จมากนัก ระหว่างเป็นนักเชลโลที่โรงโอเปราคอมิค (Opera Comique) เขาก็เริ่มมีชื่อเสียง ในปี 2387 เขาแต่งงานมีลูก เมื่อเกิดการปฏิวัติฝรั่งเศสเขาอพยพครอบครัวไปเยอรมัน เมื่อบ้านเมืองสงบจึงกลับมาอีกครั้ง ในปี 2388 เขาแสดงอุปรากรขึ้นที่ Theatre des Bouffes-Parisiens โรงมหรสพขนาดย่อมที่ถนนชอง-เซลิเซ่ ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ชาวปารีสหลั่งไหลเข้าไปแออัดกันจนเต็มทุกรอบ จากนั้นเขาก็สร้างสรรค์อุปรากรหรรษาขึ้นมาอีกหลายเรื่อง เช่น "Orpheus in the Underworld” ประสบความสำเร็จอย่างมาก จนเปิดแสดงถึง 228 รอบ จนเขากลายเป็นผู้นำแห่งอุปรากรหรรษาหรือ “จุลอุปรากร” และได้รับการกล่าวขวัญว่าเป็น “โมซาร์ทแห่งชอง-เซลิเซ่” อุปรากรส่วนใหญ่ของเขามักจะล้อเลียนบุคคลต่างๆ ทั้งจักพรรดินโปเลียนที่ 1 นายทหาร นักการเมือง ชนชั้นสูง ตลอดจนสถาบันชั้นสูงต่างๆ แม้แต่นโปเลียนที่ 3 เองก็ยังหัวเราะกับอุปราการของเขา ภายหลังอุปรากรหรรษาก็เริ่มอิ่มตัว ชาวฝรั่งเศสก็เริ่มเบื่อกับอุปรากรของออฟเฟนบาค เขาต้องเดินทางไปเปิดการแสดงที่กรุงนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จจึงกลับฝรั่งเศส ในช่วงสุดท้ายของชีวิต เขาแต่งอุปรากรเรื่องสุดท้ายคือ “Les Contes d’Hoffmann” (The Tales of Hoffmann) แต่เขาเสียชีวิตไปก่อนที่จะเขียนเสร็จ จากนั้น เออร์เนสต์ ชีโรด์ (Ernest Guiraud) เพื่อนสนิทของออฟเฟนบาคก็เข้ามาช่วยแต่งจนเสร็จ แล้วนำออกแสดงในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2424 และประสบความสำเร็จทันที อีกทั้งยังแสดงจนถึงทุกวันนี้ ในฐานะอุปรากรเรื่องยิ่งใหญ่ของออฟเฟนบาค

 

เรือรบหลวง.jpg

วันขึ้นระวางประจำการของเรือรบหลวง 9 ลำ

5 ตุลาคม พ.ศ.2481 วันขึ้นระวางประจำการ เรือรบหลวงปัตตานี เรือรบหลวงสุราษฎร์ เรือรบหลวงจันทบุรี เรือรบหลวงระยอง เรือรบหลวงชุมพร เรือรบหลวงสงขลา เรือรบหลวงบางระจัน เรือรบหลวงหนองสาหร่าย ซึ่งต่อจากประเทศอิตาลี และ เรือรบหลวงธนบุรี ซึ่งต่อจากประเทศญี่ปุ่น ต่อมาเรือรบหลวงธนบุรี ได้จมลงที่เกาะช้างขณะรบกับฝรั่งเศส ส่วนเรือรบหลวงชุมพรปลดระวาง ปัจจุบันอยู่บริเวณหาดทรายรี จ.ชุมพร

 

The Beatles.jpg

ซิงเกิล Love me do ของ The Beatles วางแผงเป็นครั้งแรก

5 ตุลาคม พ.ศ.2503 ซิงเกิล Love me do ของ The Beatles วางแผงเป็นครั้งแรกที่เกาะอังกฤษ เพลงนี้แต่งโดย จอห์น เลนนอนและพอล แมคคาร์ทนีย์ (Lennon-McCartney) โดยรวมอยู่ในอัลบัม Please Please Me หน้า A ส่วนหน้า B เป็นเพลง P.S. I love You เพลง Love me do ขึ้นชาร์ทสูงสุดที่อังกฤษ อันด้บที่ 17 อีกสองปีต่อมาขึ้นบิลบอร์ดชาร์ทที่อเมริกาอันดับหนึ่ง

 

วิชิตชัย อมรกุล.jpg

พิธีเปิด อนุสาวรีย์ วิชิตชัย อมรกุล

5 ตุลาคม พ.ศ.2543 คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดพิธีเปิด "อนุสาวรีย์ วิชิตชัย อมรกุล" อดีตนิสิตปี 2 ที่ถูกฆ่าแขวนคอใต้ต้นมะขาม และเผาบริเวณท้องสนามหลวงในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 19 อนุสาวรีย์นี้จะตั้งอยู่หน้าอาคาร 1 คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ เป็นอนุสาวรีย์แผ่นโลหะกลม มีการจารึกเรื่องราวของนายวิชิตชัยด้วย "เหตุที่สร้างอนุสาวรีย์ให้นายวิชิตชัย เพราะถือเป็นผู้หนึ่งที่ได้ต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมในสังคมไทย และสร้างไว้หน้าคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ เพราะเป็นนิสิตปีที่ 2 ของจุฬาฯ สมควรได้รับการยกย่องในเรื่องของการต่อสู้เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้และระลึกถึง และอาจารย์ในคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ บางคนเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับเขาด้วยซ้ำไป" นายใจ อึ๊งภากรณ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ กล่าว

 

 

ข้อมูล: guru.sanook