ที่นี่ไม่ใช่บ้านเรา...คุณอีฟ

เรื่องผี 8.jpg

เรื่องนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ตอนนั้นคุณอีฟได้เริ่มเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย ก็ได้อยู่หอพักของทางมหา’ลัย วันที่คุณอีฟไปอยู่ แม่ก็ไปส่ง และแม่ก็พูดทิ้งท้ายไว้ว่า มันไม่ใช่บ้านเรา ทำอะไรให้ระวัง เจอใครให้เกรงใจคนที่มาอยู่ก่อน คุณอีฟก็ไม่ได้คิดอะไร

 

วันแรกจะเป็นวันที่นักศึกษาใหม่ก็ต้องมีรับน้อง ในห้องของคุณอีฟมีเมท 2 คน รวมอยู่กัน 3 คน หลายวันผ่านไป คุณอีฟก็ยังต้องไปรับน้องอยู่ วันนั้นคุณอีฟกลับห้องมาก็มืดแล้ว เวลาประมาณทุ่มกว่าๆ

 

ห้องคุณอีฟอยู่ชั้น 4 ห้อง 418 พอถึงห้องได้ยินเสียงคนคุยกันในห้อง เดินไปเดินมาในห้อง ก็คิดว่าเพื่อนเราอยู่ ก็เลยเคาะประตู แต่นานมากก็ยังไม่มีใครเปิด คุณอีฟก็ไขกุญแจเปิดประตูเข้าไป แต่ว่าในห้องปิดไฟ ไม่มีมีใครอยู่ คุณอีฟก็คิดว่า อ้าว แล้วเมื่อกี๋เสียงใครหละ และเปิดไฟในห้อง ก็เหมือนเพื่อนคนนึงนั่งอยู่บนเก้าอี้อ่านหนังสือ ผมยาว ใส่ชุดนักศึกษา กระโปรงพีชสั้นประมาณเข่านั่งอยู่ ก้มหน้าก้มตาไม่พูดกับใคร ตอนนั้นคุณอีฟก็อารมณ์ไม่ค่อยดี เพราะโดนรุ่นพี่ด่ามา เลยมาใส่อารมณ์กับเพื่อนและถามเพื่อนว่า เราเคาะประตูทำไมไม่เปิดให้เรา เป็นอะไร เพื่อนก็เงียบ ถามทำไมไม่ตอบ เพื่อนก็ไม่พูด คุณอีฟถามต่ออีกว่าแล้วเพื่อนอีกคนนึงไปไหน ผู้หญิงที่นั่งก้มหน้าอยู่ก็ไม่พูดอะไรทั้งนั้น คุณอีฟเลยพูดขึ้นว่า งั้นเราอาบน้ำแล้วนะ เราเหนื่อย ก็เลยหยิบเสื้อผ้าเข้าไปในห้องน้ำ เปิดเพลงเอาไว้

 

เข้าไปยังไม่ได้ทันทำอะไรเลย ก็มีโทรศัพท์ดังเข้ามา ก็เป็นเมทคนนึงโทรมาถามว่าอีฟอยู่ไหน คุณอีฟก็ตอบว่าอยู่ห้องเนี่ย จุ๊บ ก็อยู่นะ เพื่อนก็เงียบและบอกว่า จุ๊บ อยู่กับเรา คุณอีฟก็บอกไปว่า ไม่จริงอ่ะ จุ๊บอยู่ในห้องกับเรา เพื่อนก็บอกว่า เนี่ยเดี๋ยวเราให้คุยกับจุ๊บ เพื่อนก็ส่งโทรศัพท์ไปให้จุ๊บ จุ๊บก็พูดว่า ว่าไง เป็นอะไรหรือเปล่า คุณอีฟก็คิดว่า อ้าว แล้วใครอยู่ในห้องนะ เลยบอกกับเพื่อนไปว่า แค่นี้ก่อนนะ เดี๋ยวเราโทรไป และยังไม่ได้เล่าให้ใครฟัง ตอนนั้นคุณอีฟก็จินตนาการไว้แล้วว่า ถ้าเปิดประตูห้องน้ำออกไป ถ้าเจอเขายืนอยู่หน้าห้องน้ำจะทำยังไง พอคุณอีฟตั้งสติได้ก็เปิดประตูและวิ่งออกไป จังหวะที่วิ่งออกไปก็ไม่เจอใครนั่งเก้าอี้แล้ว

 

หลังจากวันนั้นคุณอีฟก็ย้ายไปอยู่กับเพื่อนที่เรียนคณะเดียวกันที่ชั้น 5 ที่ห้องของเพื่อนจะมีเตียงว่าง 1 เตียง พอคุณอีฟย้ายมาอยู่ห้องนี้ ก็จะมีคนที่มีเซนส์มาบอกว่าเห็นมีคนเข้าๆ ออกๆ อยู่บ่อยมาก บางทีก็มีคนข้างๆ ห้องมาเคาะประตูด่าตอนกลางคืนว่าเล่นเกมเมื่อไรจะนอนซักที คุณอีฟก็ตอบไปว่า เรานอนแล้วนะ บางทีก็มีคนมาบอกว่า ห้องนี้เมื่อไรจะออกไปซักที ดึกดื่นไม่รู้จะคุยอะไรกันนักหนา คุณอีฟก็ตอบไปว่าเราไม่ได้คุย คนแทบทั้งชั้นก็มารุมด่าห้องคุณอีฟอยู่ห้องเดียว คุณอีฟก็รู้สึกว่าเริ่มจะไม่ค่อยดีแล้ว เลยหายันต์มาแปะในห้อง

 

และมีอยู่วันนึง รุ่นพี่ของคุณอีฟมานั่งเล่นในห้อง และออกไปนั่งเล่นเน็ตอยู่ตรงข้างนอกตรงระเบียงห้อง ส่วนคุณอีฟก็นั่งเล่นคอมอยู่บนเตียง และก็มีเพื่อนอีกคนนึงนอนอยู่ ระหว่างที่คุณอีฟนั่งเล่นคอม ก็ได้ยินรุ่นพี่บอกว่า เดี่ยวพี่ไปนอนก่อนนะอีฟ คุณอีฟก็นอนเล่นคอมต่อไป จังหวะที่เล่นคอมได้ยินผู้หญิงร้อง ร้องดังมากมาจากหลังห้อง เสียงก็เข้ามาใกล้ๆ จนมาถึงที่เพื่อนของคุณอีฟนอน คุณอีฟก็ปลุกเพื่อนและถามว่า ร้องอะไร เพื่อนก็ตอบว่า ไม่ กูไม่ได้ร้อง หลังจากคุณอีฟเล่นคอมเสร็จคืนนั้นคุณอีฟก็นอน แต่นอนไปซักพัก ก็มีคนมาเคาะประตู ตอนนั้นคิดว่าจะมีใครมาด่าอะไรอีกละ เลยเปิดประตูออกไปดู

 

แต่ก็ไม่มีใคร ไฟตรงทางเดินหน้าห้องดับหมดเลย ตรงทางเดิน คุณอีฟก็ปิดประตู กลับเข้ามานอนต่อ และระหว่างที่นอนก็มีคนมาลูบที่คอ ลูบไปลูบมา ซักพักเตียงที่นอนก็ยวบๆ เหมือนมีคนหลายๆ คนขึ้นมาเหยียบและเดินไปเดินมาบนเตียง แต่ก็มีเสียงของผู้ชายคนนึงดังขึ้นมาบอกว่า ท่องตามเรา ท่องนะโมนะยังไงก็รอด แล้วก็เป็นเสียงหัวเราะของคนหลายๆ คน ตบมือหัวเราะ สนุกมาก เหมือนเขาเข้ามาเล่นในห้องเรา คุณอีฟพยายามขยับตัว แต่ลุกไม่ได้ ไม่ไหว หายใจไม่ออก เลยนึกถึงแม่ ก็ได้สติขึ้นมา แล้วก็เรียกเพื่อนที่ชื่อนุ้ย ถามว่าเปิดไฟได้มั้ย นุ้ยตอบว่า เปิดดิ  คุณอีฟก็บอกอีกว่าเปิดทุกดวงเลยนะ

 

พอไฟเปิดขึ้นมา คุณอีฟเห็นเพื่อนนั่งขดอยู่ตรงมุมห้องเหงื่อเต็มตัว อาการเหมือนคนหอบ คุณอีฟก็ถามว่าเป็นอะไร นุ้ยก็ตอบกลับมาว่า กูต้องถามว่าเป็นอะไร คุณอีฟก็ตอบว่า กูไม่ได้เป็นอะไรกูแค่ฝันร้าย

 

นุ้ยก็ตอบกลับมาว่า ไม่ใช่ กูไม่ได้เห็นฝันร้าย คุณอีฟก็ถามว่า แล้วเห็นอะไร นุ้ยตอบว่า กูเห็นนอนตาเหลือกขึ้นมา แล้วดิ้นเหมือนคนจะตาย พออ้าปากพูดอะไรสักอย่างก็เหมือนคนจะหายใจไม่ออก คุณอีฟก็ถามว่าแล้วทำไมไม่ปลุก นุ้ยก็ตอบว่า ปลุกไม่ได้ๆ กูเห็นใครไม่รู้ เต็มไปหมดเลย อยู่ตรงนั้นแล้วก็ชี้มือมาที่คุณอีฟ

 

พอตื่นเช้ามาคุณอีฟและนุ้ยก็ไปทำบุญกัน และในคืนนั้น คุณอีฟก็จะขับรถมอเตอร์ไซค์ไปเซเว่น ก็เห็นผู้ชายคนนึงผมยาวขี่มอเตอร์ไซค์ฮาเล่ย์มาแซวคุณอีฟและเพื่อน คุณอีฟก็ขับรถตามไป แต่ก็ตามไม่ทันและเห็นว่าผู้ชายคนนั้นขี่รถแซงรถสิบล้อไปเร็วมาก แต่พอซักพักนึง ผู้ชายคนเดิมเขาก็ขี่กลับมาแซงคุณอีฟอีกครั้งนึง  ตอนนั้นคุณอีฟก็งง เพื่อนที่มาด้วยก็บอกว่า ไหนลองขี่ตามพี่เขาไปดิ พอขี่ไปเรื่อยๆ ก่อนถึงเซเว่น 800 เมตร จะมีทางเข้าไปในวัด พอผู้ชายคนนั้นก็เริ่มช้าลง เพื่อก็บอกคุณอีฟอีกว่า อีฟตามไปเลย รถฮาเล่ย์ก็ขับเข้าไปในซอยนั้นและหายเข้าไปเลย เพื่อนเลยบอกให้คุณอีฟจอด และบอกว่าเขาอาจจะไปแล้วแหละ พอคุณอีฟไปซื้อของที่เซเว่นเสร็จ ก็ต้องไปยูเทิร์นกลับรถเพื่อที่จะกลับหอพัก พอจะถึงจุดที่เป็นทางเข้าวัด คุณอีฟก็มองไปเห็นรถมอเตอร์ไซค์ฮาเล่ย์จอดอยู่ตรงนั้นก็จอดดู ซักพักนึง ก็เห็นเหมือนลูกมะพร้าวกลิ้งออกมา แล้วก็มีคนวิ่งตามมาเก็บซึ่งเป็นผู้ชายคนนั้น ที่ไม่มีหัววิ่งออกมาเก็บ แล้วก็เอามาแนบใส่จั๊กกะแร้ แล้วเดินหายเข้าไปในทางวัด พอคุณอีฟเห็นก็รีบขี่รถกลับเลย และก็ก่อนที่เข้าหอก็ต้องเลยยูเทิร์น แล้วเลี้ยวกลับมาที่หอ ก็เจอพี่ที่ขี่ฮาเล่ขี่สวนมาแล้วก็ตะโกนว่า น้องๆ และก็ขี่ผ่านไปเลย

 

จากเหตุการณ์ที่ 1 มาต่อเหตุการณ์ที่ 2 ก็เหมือนกับว่า พอคุณอีฟเริ่มเห็นผี เห็นวิญญาณครั้งแรก ก็จะทำให้สามารถเห็นครั้งต่อไปได้ง่ายขึ้น...