ถ้านอนในบ้านคงไม่เจอ...คุณแชมป์
เรื่องผี 4.jpg

เรื่องนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ครอบครัวของคุณแชมป์เป็นคนกรุงเทพฯ ทั้งหมด แล้วป้าก็ไปแต่งงานกับลุงเขย ลุงเขยเป็นคนจังหวัดสุพรรณ แล้วแม่ก็เกิดอยากได้ที่ทำสวนทำไร่ในช่วงบั้นปลายชีวิต แม่ก็ได้คุยกับลุงและถามว่า พี่เขามีที่ให้แบบทำกินบ้างมั้ย ลุงก็บอกว่าก็มีแหละ แต่ต้องใช้เวลาหน่อยนะ แล้วลุงก็ไปถามให้ คุยไปคุยมาสักระยะก็ได้ที่มาที่นึง ลุงบอกว่าเป็นที่ใกล้ๆ บ้านของลุงนี่แหละ จะเอามั้ย แม่ก็ตกลง แม่ก็ให้คนงานเข้าไปทำบ้านให้ก่อน พอวันที่เดินทางไปดูที่ก็มีคุณแชมป์ แม่ พ่อและญาติๆ ออกเดินทางกันตอนเย็น ถึงที่สุพรรณก็ช่วงหัวค่ำ ลุงเขยเป็นคนขับรถมา ระหว่างทางก็มืดมาก ไฟทางไม่ค่อยจะมี พอขับไปซักพักนึงลุงก็ขับมาถึงที่ที่แม่ซื้อไว้แล้ว แม่ก็ทักว่า ตรงนี้ไม่ใช่เหรอที่ซื้อไว้ ลุงก็บอกกับแม่ว่า พอดีว่าในบ้านยังไม่ได้ให้ใครไปเก็บกวาด ไปนอนที่บ้านลุงก่อนดีกว่า แล้วพรุ่งนี้เช้าค่อยมาดูที่กัน แต่ว่าคุณแชมป์ก็รู้สึกผิดสังเกตที่ว่าลุงเริ่มขับรถเร็วเหมือนแกเห็นอะไรบางอย่างข้างทาง แต่คุณแชมป์ก็ไม่ได้คิดอะไร คิดว่าแกคงง่วงมั้ง พอไปถึงบ้านลุง คุณแชมป์ก็สวัสดีทักทายญาติตามปกติ พอเริ่มดึก ผู้ใหญ่ก็ให้เด็กๆ ขึ้นไปนอน เดี๋ยวผู้ใหญ่จะได้คุยกัน คุณแชมป์ก็ขึ้นไปนอนกับพวกน้องๆ

 

จนตอนเช้า เพื่อนๆ ที่อยู่ที่สุพรรณ ก็มาหาคุณแชมป์ และถามว่าได้ข่าวว่าซื้อที่ที่นี่หรอ จะไปด้วยกันมั้ย ปั่นจักรยานไปด้วยกันก่อนก็ได้ ก็ปั่นจักรยานไปจนถึงที่ที่แม่ซื้อไว้ ที่ที่ซื้อเป็นนาทั้งหมด 4 แปลง ด้านหลังก็จะมีบ้านของลุงอีกคนที่รู้จักกัน ข้างๆ ก็จะเป็นวัด คุณแชมป์ก็คุยเล่นกับเพื่อนว่า ซื้อที่ติดวัดเลยหรอ กลางคืนไม่เจอผีกันเหรอวะเนี่ย เพื่อนก็บอกว่า อย่าพูดดิ แล้วคุณแชมป์ก็ไปเล่นกับพวกเพื่อนๆ ตามประสาเด็กๆ

 

คุณแชมป์ก็รู้จักกับลุงที่อยู่ข้างหลังบ้านคุณแชมป์ เลยบอกกับลุงว่า ลุงผมขอไปตกปลาแถวๆ บ่อข้างๆ บ้านลุงได้มั้ย ลุงก็บอกว่าได้ คุณแชมป์ก็ไปตกปลา ตกปลากันจนถึงบ่าย 3 เพื่อนๆ ก็มารวมกลุ่มนั่งคุยกัน คุณแชมป์ก็นั่งตกปลาหันหลังให้เพื่อนอยู่กับเพื่อนคนนึงชื่อว่า โม่ ตอนนั้นคุณแชมป์ก็รู้สึกแปลกๆ เลยคุยกับโม่ว่า โม่นับเพื่อนดิมีกี่คน โม่ก็บอกว่า ทั้งหมด 8 คน ก็มา 8 คนหนิ คุณแชมป์ก็หันไปดู ก็เห็นเป็น 8 คน โม่ก็ถามว่า แล้วเป็นอะไร ทำไม รู้สึกอะไร คุณแชมป์ก็บอกกับโม่ว่า เหมือนมีคนจ้องมองอยู่ โม่ก็ถามว่า จ้องมองจากทางไหน คุณแชมป์ตอบว่า จากบนหัวเราเนี่ย โม่ตอบว่า เห้ย จะบ้าหรอ

 

ใครจะไปนั่งบนต้นไม้ พอคุณแชมป์หันไปดู ก็ไม่มีใครนั่งอยู่ แต่ความรู้สึกเหมือนมีคนจ้องมองอยู่จากที่สูงลงมาจริงๆ แต่ก็คิดว่าตัวเองคิดมากไปมั้ง พอเริ่มเย็นก็เดินกลับกันมากับโม่ โม่ก็ถามว่า คืนนี้ให้กูนอนเป็นเพื่อนมั้ยจะได้ไม่กลัว เพราะโม่นั้นเป็นเด็กวัดก็ไม่กลัวผีอยู่แล้ว คุณแชมป์ก็บอกว่าไม่เป็นไรนอนได้ ไม่เป็นไรหรอก

 

พอตกกลางคืนคืนนั้น ทุกคนก็ในบ้านก็จะมาอยู่ที่บ้านหลังที่แม่เพิ่งซื้อมา ตอนกลางคืนก็มีนั่งสังสรรค์ กินเหล้ากันอยู่หน้าบ้าน คุณแชมป์ก็กำลังกางเต๊นท์อยู่ อยู่ดีๆ ลุงเขยก็เดินมาถามว่า แชมป์คืนนี้จะนอนเต๊นท์จริงๆ หรอลูก คุณแชมป์ก็ตอบไปว่า ครับ ข้างในคนเยอะ มันอึดอัด ผมเลยอยากนอนข้างนอก และผมชอบฟีลบรรยากาศข้างนอกด้วยครับ ลุงก็ถามอีกว่าจะดีหรอ นอนข้างในดีกว่ามั้ย ตอนนั้นคุณแชมป์ก็งง ว่าทำไมต้องถามถึง 2 รอบ ทำไมต้องถามย้ำ คุณแชมป์ก็เลยตอบไปว่า ไม่เป็นไรครับ นอนได้ๆ แล้วก่อนที่ลุงแกจะเข้าบ้าน แกก็ถอดพระจากคอเอามาให้คุณแชมป์ แล้วพูดว่า อ่ะ เอาใส่คอไว้นะลูก ถ้าเกิดเจออะไร ก็มีสตินะ คุณแชมป์ก็ตอบไปว่า ครับๆ แต่ในใจก็งงๆ อะไรวะ จะมีขโมยหรือผี หรือยังไง

 

คืนนั้นคุณแชมป์ก็เข้าไปในเต๊นท์นอนตามปกติ นอนเล่นอยู่ซักพัก คนอื่นที่นั่งกินเหล้าอยู่ข้างนอกก็เข้าบ้านกันไปหมดละ คุณแชมป์ก็นอนไป แต่นอนไปได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ตื่นมา มองดูนาฬิกาเวลาประมาณ 4 ทุ่มครึ่ง แต่ข้างนอกดูเหมือนเวลาตี 1 ตี 2 เลย แต่ก็บอกกับตัวเองว่าคงคิดมากไปมั้ง เลยพลิกตัวนอนไป แต่ก็นอนไปได้แป๊บเดียวก็ได้ยินเสียงหมาหอนค่อยๆ ดังขึ้นๆ เสียงหมาหอนดังจากในวัด ดังไล่ๆๆๆมาจนมาถึงหลังบ้านของลุงที่คุณแชมป์ไปตกปลา พอทิ้งช่วงเสียงหมาหอน ก็มีลมพัดมา และมีเสียงดังมาจากที่ไกลๆ มาพร้อมกับลมเป็นเสียง วี๊ดๆๆๆๆ เหมือนเสียงนกหวีด คุณแชมป์ก็สงสัย เลยเปิดเต๊นท์ออกมาดู ก็มองหาต้นตอของเสียงว่ามาจากไหน มองไปทางวัดก็ไม่มี ก็กวาดสายตาไปทั่ว จนมองไปที่บ้านลุงข้างบ้าน คุณแชมป์ก็จำได้ว่าบ้านของลุงมีต้นมะม่วงอยู่ 2 ต้น แต่ตอนนั้นเห็นเป็น 3 ต้น คุณแชมป์ก็คิดว่า เห้ย ตอนเช้าเห็น 2 นี่หว่า มันมาจากไหนอีกต้นวะ คุณแชมป์ก็พยายามมอง ซักพักเห็นเป็นมือขนาดใหญ่ กำลังขยับพอคุณแชมป์เห็นแบบนั้นก็รีบวิ่งไปหลบในบ้านก่อน และพูดว่าใช่ป่าววะๆ ตาฝาดรึเปล่าวะ พยายามขยี้ตาแล้วลองไปล้างหน้าดู แล้วออกมาดูใหม่ว่าใช่หรือเปล่า ทีนี้พอคุณแชมป์ออกไปดู เงานั้นก็ไม่อยู่แล้ว กวาดสายตามองไปทั่วๆ ก็ไม่เจอ แต่ก็รู้สึกว่านอนเต๊นท์ก็คงไม่ดีละ แต่นอนในบ้านก็อึดอัด เลยคิดขึ้นมาได้ว่ามีต้นไม้อยู่นี่ เลยตัดสินใจไปนอนที่บ้านต้นไม้ ข้างบนก็มีเสื่อนอน มีหมอนไว้ คุณแชมป์ก็เอาบันไดมาพาดแล้วปีนขึ้นไป ข้างบนจะมีตะเกียง จุดไฟติดไว้

 

พอจังหวะที่คุณแชมป์กำลังจะดับตะเกียง เสียงที่มาตามลม ก็มาอีกรอบนึง แต่คราวนี้เสียงเหมือนอยู่ใกล้มาก และก็มีความรู้สึกอีกว่าเหมือนมีคนมองอยู่ทางด้านขวา แล้วด้านขวาของคุณแชมป์จะเป็นหน้าต่าง คุณแชมป์ก็หันไปมองทางด้านขวา ปรากฏว่าเห็นเป็นเงาเดิม เงาใหญ่ๆ สูงๆ เหมือนเดิม ใกล้ขึ้น ชัดขึ้น และที่สำคัญคือเขาก้มลงมามองคุณแชมป์ เอามือจับตัวบ้านต้นไม้ คุณแชมป์ก็มองไปแต่ไม่เห็นหน้า แต่เห็นเป็นลูกตาสีแดงกล่ำ เท่านั้นแหละ คุณแชมป์ก็สลบเลย

 

ตื่นเช้ามา ลุงก็มาปลุกคุณแชมป์ จับไปที่ตัวร้อนจี๋ ไข้ขึ้นสูง เลยพาคุณแชมป์ไปวัดและรดน้ำมนต์ ก็ให้คุณแชมป์นอนพักซักประมาณชั่วโมงนึง ก็ได้สติฟื้นขึ้นมา คุณแชมป์ก็เล่าให้ลุงฟังว่าเจอแบบนี้ ลุงก็บอกว่า อืม ก็ไม่น่าห้าวไง แล้วคุณแชมป์ก็ถามลุงว่า ที่ผมเจอมันคืออะไร ลุงบอกว่า สิ่งที่เราเจอคือ เปรต ตอนลุงขับรถมาลุงอ่ะเห็นแล้ว ลุงถึงไม่เลี้ยวเข้ามาในบ้านไง และขับรถเร็วขึ้น ลุงก็เล่าให้ฟังต่อว่า ก่อนหน้านี้มีเด็กวัยรุ่นคนนึง นิสัยเขาไม่ค่อยดี เอาแต่ใจ ถ้าไม่ได้ดั่งใจก็จะตีแม่เขา จะด่าแม่เขา มีวันนึงเขาก็ขับรถไปกับเพื่อนและรถพลิกคว่ำจนเสียชีวิต เขาจึงมาเป็นเปรตจนถึงทุกวันนี้ คืนต่อมาคุณแชมป์ก็เข้าไปนอนในบ้าน ไม่เห็นตัว ได้ยินแค่เสียง