วันนี้ในอดีต : 19 เมษายน

 

เกิดการรบที่ สมรภูมิเล็กซิงตันและคอนคอร์ด

สมรภูมิเล็กซิงตันและคอนคอร์ด.jpg

19 เมษายน พ.ศ.2318 เกิดการรบที่ สมรภูมิเล็กซิงตันและคอนคอร์ด (The Battle of Lexington and Concord) ถือเป็นการเปิดฉาก สงครามประกาศอิสรภาพอเมริกา (American Revolutionary War หรือ American War of Independence) โดย ร้อยโท ฟรานซิส สมิทธ (Francis Smith) ได้นำกำลังทหารอังกฤษประมาณ 800 นายเคลื่อนพลจากเมืองบอสตัน มลรัฐเมสซาชูเซตส์ เพื่อไปยึดยุทโธปกรณ์ของชาวอาณานิคมที่เมืองคอนคอร์ด ระหว่างทางได้ปะทะกับชาวอเมริกันที่เมืองเล็กซิงตัน การปะทะกันครั้งนี้ได้กลายเป็นชนวนสงครามระหว่างสหราชอาณาจักรกับเมืองอาณานิคม 13 เมืองในอเมริกาเหนือ เช่น เมสซาชูเซตส์ นิวยอร์ก เพนซิลวาเนีย แมรีแลนด์ สงครามประกาศอิสรภาพของอเมริกายืดเยื้อยาวนานถึง 8 ปี สิ้นสุดในปี 2326 สามารถประกาศอิสรภาพก่อกำเนิดเป็นประเทศ สหรัฐอเมริกา ได้ในที่สุด

 

 

การแข่งขันบอสตัน มาราธอน ครั้งแรกที่เมืองบอสตัน

บอสตัน มาราธอน.jpg

19 เมษายน พ.ศ.2440 การแข่งขัน บอสตัน มาราธอน (Boston Marathon) เริ่มจัดขึ้นครั้งแรกที่เมืองบอสตัน สหรัฐอเมริกา นับเป็นการแข่งขัน วิ่งมาราธอน ประจำปีที่เก่าแก่ที่สุดในโลก การแข่งขันครั้งนี้เกิดจากความคิดของ จอห์น แกรมห์ (John Graham) ผู้จัดการทีมนักกีฬาโอลิมปิกของสหรัฐฯ โดยการสนับสนุนของนักธุรกิจนาม เฮอร์เบิร์ต ฮอลตัน (Herbert H. Holton) ในการแข่งขันครั้งนั้นมีระยะทางรวม 24.5 ไมล์ เริ่มจาก Irvington Oval ไปสู่ Metcalfe’s Mill เมืองแอชแลนด์ (Ashland) ผลปรากฏว่า จอห์น แม็คเดอร์ม็อทท์ (John J. McDermott) ชาวนิวยอร์กเป็นผู้ชนะ ทำเวลาได้ 2:55:10 ชม. ต่อมาในปี 2451 ได้มีการเพิ่มระยะทางเป็น 26 ไมล์ 385 หลา (42.195 กม.) ตามมาตรฐานกีฬาโอลิมปิกสมัยใหม่ ซึ่งใช้มาจนทุกวันนี้ ในปี 2509 ได้เปิดให้ผู้หญิงเข้าร่วมแข่งขันเป็นครั้งแรก และในปี 2518 ได้เพิ่มการแข่งขันประเภทวีลแชร์เข้ามาด้วย สถิติสูงสุดคือ 2:22:17 ชม. ซึ่ง แอมบี เบอร์ฟุต (Amby Burfoot) ทำไว้เมื่อปี 2511 แม้ในครั้งแรกจะมีผู้เข้าร่วมแข่งขันเพียง 15 คนแต่ปัจจุบันการแข่งขันบอสตันมาราธอนมีผู้เข้าร่วมแข่งขันกว่า 2 หมื่นคน ทั้งนี้การแข่งขันวิ่งมาราธอนในกีฬาโอลิมปิกสมัยใหม่จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2439 เพื่อระลึกถึง ฟิดิปปิเดส (Pheidippides) พลส่งสาร ที่วิ่งจากสมรภูมิทุ่งมาราธอนมายังกรุงเอเธนส์ (ระยะทางประมาณ 42 กม.) เพื่อแจ้งข่าวชัยชนะของกรีกต่อจักรวรรดิเปอร์เซียเมื่อ 490 ปีก่อนคริสตกาล หลังจากที่แจ้งข่าวเสร็จแล้วเขาก็ล้มลงขาดใจตาย

 

 

ชาร์ลส์ ดาร์วิน (Charles Darwin ) ถึงแก่กรรม

ชาร์ลส์ ดาร์วิน.jpg

19 เมษายน 2477 ชาร์ลส์ ดาร์วิน (Charles Darwin) (พ.ศ. 2352-2425) นักปราชญ์และนักธรรมชาติวิทยาชาวอังกฤษถึงแก่กรรม เขาเป็นผู้ต่อสู้บากบั่นเพื่อพิสูจน์ให้โลกรับรู้เกี่ยวกับทฤษฎีวิวัฒนาการ มานุษยวิทยา ชาติพันธุ์วิทยา และจิตวิทยา โลงบรรจุร่างของเขาถูกฝังไว้ที่มุมหนึ่งในวิหารเวสมินสเตอร์แห่งอังกฤษ

 

 

โรเบิร์ต วิลสัน สามารถถ่ายภาพ เนสซี หรือล็อคเนสส์ มอนส์เตอร์

เนสซี.jpg

19 เมษายน พ.ศ.2477 โรเบิร์ต วิลสัน (Robert Kenneth Wilson) สูตินรีแพทย์ชาวอังกฤษ สามารถถ่ายภาพสัตว์ประหลาดคอยาว เนสซี (Nessie) หรือ ล็อคเนสส์ มอนส์เตอร์ (Loch Ness Monster) ซึ่งโผล่พ้นจากผิวน้ำในทะเลสาบล็อคเนสส์ ประเทศสก็อตแลนด์ได้ ขณะที่เขากำลังขับรถยนต์ผ่านทะเลสาบในตอนเช้า จากนั้นได้มีการนำไปตีพิมพ์เผยแพร่ไปทั่วโลก ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวรวมทั้งนักวิทยาศาสตร์ต่างพากันมาสังเกตการณ์ ตามล่าตัวแนสซี และได้มีผู้พบเห็นเป็นบางครั้ง นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าแนสซีมีลักษณะคล้ายกับสัตว์เลื้อยคลานโบราณที่อาศัยอยู่ในทะเลที่ชื่อว่า "พลีซิโอซอร์” (plesiosaur) ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว แต่ในที่เมื่อสุดเวลาผ่านไปกว่า 60 ปี ในปี 2541 ความจริงก็ได้รับการเปิดเผยจาก คริสเตียน สเปอร์ลิง (Christian Spurling) ชายวัย 90 ปี ผู้มีส่วนร่วม “สร้าง” ภาพดังกล่าวว่า ภาพถ่ายสัตว์ประหลาดคอยาวของหมอวิลสันนั้นเป็นภาพที่พวกเขาช่วยกันสร้างขึ้น โดยใช้หุ่นจำลองสวมกับเรือดำน้ำเด็กเล่น…เท่านั้นเอง แต่ทุกวันนี้ก็ยังมีคนค้นหาความจริง ซึ่งก็ยังพิสูจน์ได้ไม่ชัดเจนว่าแนสซีมีตัวตนจริงหรือไม่

 

 

สถานีอวกาศของรัสเซีย ซัลยุต 1 ถูกส่งสู่วงโคจรของโลก

ซัลยุต 1.jpg

19 เมษายน พ.ศ.2514 ซัลยุต 1 (salyut 1) สถานีอวกาศของรัสเซีย เป็นสถานีอวกาศแห่งแรกที่ถูกส่งขึ้นไปสู่วงโคจรของโลก นับเป็นการเริ่มต้นของ ยุคอวกาศ อีก 3 วันจากนั้นโซเวียตก็ส่งยานอวกาศ โซยุส 10 (Soyuz 10) เพื่อนำมนุษย์อวกาศ 3 คนเข้าไปประจำการอยู่ในสถานีอวกาศซัลยุต 1 แม้ยานโซยุส 10 จะสามารถต่อเชื่อมเข้ากับสถานีอวกาศได้สำเร็จ แต่ก็เกิดความขัดข้องทางเทคนิค ทำให้มนุษย์อวกาศไม่สามารถเข้าไปปฏิบัติภารกิจในสถานีอวกาศได้ ต่อมาวันที่ 6 มิถุนายนปีเดียวกัน โซเวียตจึงประสบความสำเร็จในการส่งมนุษย์เข้าไปประจำการอยู่ในสถานีอวกาศซัลยุต 1 ใน ปฏิบัติการโซยุส 11 (Soyuz 11) หลังจากที่สถานาอวกาศซัลยุต 1 โคจรรอบโลก 2,929 รอบ หรือ 175 วัน เชื้อเพลิงก็ถูกเผาไหม้หมดและกลับลงสู่ผิวโลกเมื่อวันที่ 11 ตุลาคมปีเดียวกัน ซัลยุต 1 นับเป็นสถานีอวกาศแห่งแรกของโลกที่เป็นฐานสำคัญสำหรับการบุกเบิกอวกาศของมนุษย์

 

 

ข้อมูล: guru.sanook