ข้ามการนำทาง
1 2 3 ก่อนหน้า ถัดไป

ข่าวประชาสัมพันธ์

308 โพสต์

AIS แจกพอยท์ฟรี! กดเลย *550*30# นำพอยท์แลกของขวัญ ลุ้นชิงโชคเพียบ

 

AIS ฉลองก้าวสู่ปีที่ 30 ขอบคุณลูกค้าทั่วประเทศ มอบของขวัญสุดพิเศษ แจกเอไอเอส พอยท์ฟรี! ให้ลูกค้า AIS และ AIS Fibre ทุกราย ง่ายๆ เพียงกด *550*30# แล้วโทรออก ตั้งแต่วันนี้ - 31 ตุลาคม 2562

 

191009 Pic 01 AIS แจกพอยท์ฟรี! แลกของขวัญลุ้นชิงโชคเพียบ.jpg

 

กดปุ๊ปรับพอยท์ปั๊ป ยิ่งอยู่นาน ยิ่งได้รับพอยท์มาก

- ใช้บริการน้อยกว่า 10 ปี รับพอยท์ 30 พอยท์ 
- มากกว่า 10 ปี รับ 60 พอยท์
- มากกว่า 20 ปี รับ 90 พอยท์

(ซึ่งปกติ ลูกค้าจะได้รับพอยท์ จากการใช้งาน 25 บาท เท่ากับ 1 พอยท์)

 

โดยสามารถนำไปแลกรับสิทธิพิเศษมากมาย ตลอดเดือนตุลาคม 2562 ให้ลูกค้าใช้เอไอเอสพอยท์ เพียง 1 พอยท์ แลกรับสิทธิพิเศษสุดว้าวได้ทุกวัน! ย้ำว่าทุกวัน! ยกขบวนเมนูฮิต ไอเทมเด็ด มาให้แลกกันแบบไม่ซ้ำ ไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหารและเครื่องดื่มสุดฮิต, บัตรกำนัลและคูปองส่วนลด, สินค้าและบริการจาก AIS   

 

พิเศษสุดๆ ลุ้นรับโชค ถึง 2 ช่วง

1. แลก 1 พอยท์ = 1 สิทธิ์ ลุ้นรับรางวัลโทรศัพท์มือถือ Samsung Galaxy Note10 Plus 256 GB มูลค่า 37,900 บาท จำนวน 30 รางวัล กดแลกพอยท์ลุ้นรางวัล *550*3# โทรออก กดแลกสิทธิ์ลุ้นได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งเท่าที่มีพอยท์ ตั้งแต่วันที่ 4 - 15 ตุลาคม 2562 ประกาศผลวันที่ 28 ตุลาคม 2562 ทาง www.ais.co.th/ais30th/luckydraw

2. แลก 1 พอยท์ = 1 สิทธิ์ ลุ้นรับรางวัลทองคำ หนัก 30 บาท มูลค่า 657,000 บาท จำนวน 1 รางวัล กดแลกพอยท์ลุ้นรางวัล *550*3# โทรออก กดแลกสิทธิ์ลุ้นได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งเท่าที่มีพอยท์ ตั้งแต่วันที่ 16 - 31 ตุลาคม 2562 ประกาศผลวันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 ทาง www.ais.co.th/ais30th/goldluckydraw

 

ดูรายละเอียดได้ทางเว็บไซต์ http://www.ais.co.th/ แอปฯ my AIS, LINE Official : AIS และ LINE Official : AIS Privileges และสามารถเช็คเอไอเอส พอยท์ ของตัวเองได้ง่ายๆ ทางแอป My AIS

*****************************************  

191009 Pic 02 กดรับ AIS Points ได้ง่ายๆ.jpg

ครั้งแรกในไทย! AIS ผนึก Citibank สร้างปรากฎการณ์ รวมพอยท์ มือถือ กับ บัตรเครดิต ตอกย้ำผู้นำตัวจริงด้านสิทธิพิเศษเพื่อลูกค้าทุกเจเนอเรชั่น

 

191008 Pic 01 ครั้งแรกในไทย! AIS ผนึก Citibank สร้างปรากฎการณ์ รวมพอยท์ มือถือ กับ บัตรเครดิต.jpg

               นางภูมิใจ กฤติยานนท์ หัวหน้าแผนกงานบริหารสิทธิประโยชน์ลูกค้า AIS และนายวรท หงุ่ยตระกูล ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจบัตรเครดิต ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย พร้อมด้วยนางสุมนพินทุ์ โชติกะพุกกณะ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและสื่อสารองค์กร บริษัท สตาร์บัคส์ คอฟฟี่ (ประเทศไทย) จำกัด สร้างมิติใหม่แห่งการดูแลลูกค้าระหว่าง 2 อุตสาหกรรม Mobile Operator และ Bank จัดแคมเปญพิเศษ ครั้งแรกของเมืองไทยในการรวมพอยท์จากการใช้งานโทรศัพท์มือถือและบัตรเครดิตเข้าด้วยกัน เพื่อให้ลูกค้า AIS และ AIS Fibre ที่ใช้บัตรเครดิต Citibank สามารถนำ AIS Points เพียง 9 พอยท์ มารวมกับ Citi Rewards Points 99 พอยท์ รวมเป็น 108 พอยท์ แลกรับฟรี Starbucks e-Coupon มูลค่า 140 บาท มอบความคุ้มค่ายิ่งกว่าในการใช้ AIS Points ตอกย้ำแนวคิดด้านการดูแลลูกค้าที่แตกต่าง ตอบไลฟ์สไตล์ลูกค้าทุกเจเนอเรชั่น

               สำหรับลูกค้า AIS และ AIS Fibre ที่เป็นสมาชิกบัตรเครดิตซิตี้ สามารถแลกพอยท์ได้ง่ายๆ ผ่าน LINE Official: Citi Thailand ใช้สิทธิ์ได้ 1 หมายเลข ต่อ 1 สิทธิ์ ต่อสัปดาห์ (จำนวนจำกัด) ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ตุลาคม 2562  ติดตามข้อมูลและเงื่อนไขการรับสิทธิ์เพิ่มเติมได้ทาง www.ais.co.th/points

 

191008 Pic 03 ครั้งแรกในไทย! AIS ผนึก Citibank สร้างปรากฎการณ์ รวมพอยท์ มือถือ กับ บัตรเครดิต.jpg

********************************************************

AIS เดินหน้าภารกิจ DQ พัฒนาทักษะความฉลาดทางดิจิทัลให้คนไทย
จัดเวิร์คช็อป อบรม สร้างเครือข่ายครู ปูพรมทั่วประเทศ

ร่วมสร้างภูมิคุ้มกันด้านออนไลน์ให้เยาวชนไทย

 

191007_Pic1_เอไอเอส จัดโครงการ DQ Experience Day เพื่อสร้างสรรค์ สร้างภูมิคุ้มกันให้คนไทย.JPG

 

เอไอเอส ตอกย้ำแนวคิด “ถ้าเราทุกคนคือเครือข่าย” รวมพลังสร้างสรรค์สังคมดิจิทัลที่ยั่งยืนเพื่อประเทศ ผลักดันโครงการ “อุ่นใจไซเบอร์” เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันด้านออนไลน์ให้กับเยาวชนไทย ผ่านทางโรงเรียนเครือข่ายกว่า 450 โรงเรียนทั่วประเทศ ล่าสุด จัดกิจกรรมเวิร์คช็อปอุ่นใจไซเบอร์ เชิญคุณครูจากโรงเรียนในภาคกลางเข้าร่วมโครงการกว่า 150 โรงเรียน อบรมอย่างเข้มข้น นำสุดยอดชุดการเรียนรู้ 360 องศา เพื่อพัฒนาทักษะและความฉลาดทางด้านดิจิทัล DQ (Digital Quotient) ครบทั้ง 8 ทักษะ พร้อมทั้งเครื่องมือป้องกันเนื้อหาบนโลกออนไลน์ที่ไม่เหมาะสม ด้วย AIS Secure Net และ Google Family Link เสริมศักยภาพทางการศึกษาให้กับครูไทยเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างความแข็งแกร่งเยาวชนให้รู้เท่าทันและสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้อย่างปลอดภัย จัดเต็มปูพรมเวิร์คช็อป ทั้ง 4 ภูมิภาค 4 จังหวัดทั่วประเทศ เริ่มต้นที่ภาคกลาง กรุงเทพฯ ตามด้วยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่น ภาคใต้ จังหวัดสุราษฏร์ธานี และปิดท้ายด้วยภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่

 

ไฮไลต์ของกิจกรรมนี้ คุณครูจะได้ร่วมพูดคุยสร้างเครือข่ายระหว่างเพื่อนครูด้วยกัน แบ่งปันปัญหาไซเบอร์ที่พบเจอกับเด็กนักเรียนเพื่อร่วมกันหาแนวทางในการแก้ไข โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วย รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี,พญ.จิราภรณ์ อรุณากูร , รศ.ดร.บังอร เสรีรัตน์, รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์, ดร.วรนาท รักสกุลไทย เป็นผู้ร่วมตอบข้อสงสัยและให้คำแนะนำในการยับยั้งภัยไซเบอร์

 

ต่อด้วยกิจกรรมด้วยการสาธิตเครื่องมือที่จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเยาวชน ด้วยชุดการเรียนรู้ทักษะทางดิจิทัล DQ (Digital Quotient) บริการคัดกรองเนื้อหาบนโลกออนไลน์ด้วย AIS Secure Net และแอปพลิเคชัน Google Family Link ที่จะช่วยให้ผู้ปกครองสามารถให้คำแนะนำการใช้งานโทรศัพท์ของบุตรหลานได้อย่างเรียลไทม์ โดยมี นางสาวนัฐิยา พัวพงศกร หัวหน้าส่วนงานพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน เป็นผู้ให้ข้อมูล ส่งท้ายงาน Workshop ด้วยกิจกรรมอบรม DQ TEST (PRE-TEST) เพื่อวัดผลเบื้องต้นแต่ละทักษะและขยายผลต่อใน DQ World เพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน สร้างสังคมดิจิทัลสร้างสรรค์ให้คนไทย โดยประชาชนที่สนใจวัดทักษะความฉลาดทางดิจิทัลสามารถเข้าทำแบบทดสอบได้ที่เว็บไซต์ www.ais.co.th/dq ได้ฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

ปักหมุดตุลาคมนี้ ดี๊ดี เพิ่ม AIS Points ให้ฟรี แถมใช้เพียง 1 พอยท์ แลกความสุขฉุดใจได้ทุกวัน

 

AIS ฉลองก้าวสู่ปีที่ 30 จัดเต็มของขวัญสุดพิเศษ ขอบคุณลูกค้าทั่วประเทศ กับโครงการ AIS Points แลกง่าย คุ้มค่า ถูกใจยิ่งกว่า แบบไม่เคยมีมาก่อน รับเต็มๆ ถึง 2 ต่อ

Earn Point_AIS 30th .png

               1. มอบพอยท์พิเศษเพิ่มให้ลูกค้า AIS และ AIS Fibre รวมกว่า 42 ล้านราย ตามอายุการใช้งาน ยิ่งอยู่นาน ยิ่งได้รับพอยท์มาก ใช้บริการน้อยกว่า 10 ปี รับพอยท์ 30 พอยท์, มากกว่า 10 ปี รับ 60 พอยท์ และ มากกว่า 20 ปี รับ 90 พอยท์ (ซึ่งปกติ ลูกค้าจะได้รับพอยท์ จากการใช้งาน  25 บาท เท่ากับ 1 พอยท์) เพื่อนำไปแลกรับสิทธิพิเศษมากมาย สำหรับลูกค้าที่เคยสมัครร่วมโครงการ AIS Points แล้ว บริษัทได้มอบพอยท์พิเศษให้ลูกค้าโดยอัตโนมัติแล้ว ในวันที่ 1 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา ส่วนลูกค้า AIS และ AIS Fibre ที่ยังไม่ได้สมัครเข้าร่วมโครงการ AIS Points สามารถสมัครได้ง่ายๆ เพียงกด *550*30# แล้วโทรออก ตั้งแต่วันที่ 3 - 31 ตุลาคม 2562 เพื่อรับพอยท์พิเศษ ตามอายุการใช้งาน สูงสุด 90 พอยท์ทันที

               2. ความพิเศษเพิ่มทวีคูณขึ้น ตลอดเดือนตุลาคม 2562 ให้ลูกค้าใช้ AIS Points เพียง 1 พอยท์ แลกรับสิทธิพิเศษสุดว้าวได้ทุกวัน! ยกขบวนเมนูฮิต ไอเทมเด็ด มาให้แลกกัoแบบไม่ซ้ำ ไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหารและเครื่องดื่มสุดฮิต, บัตรกำนัลและคูปองส่วนลด, สินค้าและบริการจาก AIS และสิทธิ์ลุ้นรับโชค ทองคำมูลค่า 657,000 บาท และ Samsung Galaxy Note10 Plus จำนวน 30 รางวัล รวมมูลค่า 1,137,000 บาท เริ่มแลกได้ ตั้งแต่วันที่ 4 - 31 ตุลาคม 2562

 

               ดูรายละเอียดได้ทางเว็บไซด์ www.ais.co.th, แอปฯ my AIS, LINE Official : AIS และ LINE Official : AIS Privileges และสามารถเช็คเอไอเอส พอยท์ ของตัวเองได้ง่ายๆ ทางแอปฯ my AIS

 

Calendar_AIS 30th.jpg

AIS ก้าวสู่ปีที่ 30 อยู่เคียงข้างสังคมไทย ยืนหยัดสร้างสรรค์นวัตกรรมดิจิทัลเพื่อคนไทย

จัดฉลองสุดยิ่งใหญ่ครั้งประวัติศาสตร์ มอบของขวัญจัดเต็ม ให้ลูกค้าทั้งฐานกว่า 42 ล้านราย

เปิดภารกิจเพื่อสิ่งแวดล้อม ชวนรณรงค์ทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธีกับโครงการ E-Waste

 

190903 Pic_07 Moving toward 30 th AIS Anniversary.jpg

 

AIS ก้าวสู่ปีที่ 30 อยู่เคียงข้างสังคมไทย มุ่งมั่นพัฒนาเครือข่ายและเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย สร้างโอกาสและขีดความสามารถใหม่ๆ ให้กับประเทศไทย มานานเกือบ 3 ทศวรรษ ยืนหยัดสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน เดินหน้าพาคนไทยก้าวสู่ที่สุดของเทคโนโลยีแห่งอนาคต พร้อมให้สัญญาด้วยหัวใจของพนักงานเอไอเอสทุกคน ที่จะไม่หยุดส่งมอบบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าและคนไทยตลอดไป

 

•    ขยายความร่วมมือกับพันธมิตรร้านค้าชั้นนำ 1,918 แบรนด์ ที่มีจำนวนสาขารวม 27,155 ร้านทั่วประเทศ มอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้า พร้อมจัดแคมเปญพิเศษ ขอบคุณลูกค้าครั้งยิ่งใหญ่ ผ่านโครงการ “เอไอเอส พอยท์” ให้กับลูกค้าเอไอเอสและเอไอเอสไฟเบอร์ รวมกว่า 42 ล้านรายทั่วประเทศ ถึง 2 ต่อ โดยต่อที่ 1 มอบพอยท์พิเศษเพิ่มให้ลูกค้าตามอายุการใช้งาน ยิ่งอยู่นาน ยิ่งได้รับพอยท์มาก สูงสุด 90 พอยท์ ต่อที่ 2 ยกขบวนความสุขสุดพิเศษ ให้ลูกค้าใช้เอไอเอส พอยท์ เพียง 1 พอยท์ แลกความสุขได้ทุกวันตลอดเดือนตุลาคมนี้

•    เชิญชวนคนไทยร่วมภารกิจเพื่อความยั่งยืน “Mission Green 2020” ขับเคลื่อนสังคมไทยสู่วิถีชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผ่านโครงการ E-Waste รณรงค์ให้คนไทยนำขยะอิเล็กทรอนิกส์ มาทิ้งเพื่อเข้าสู่การจำกัดอย่างถูกวิธี โดย AIS ได้ผลิตนวัตกรรมถังขยะอัจฉริยะ IoT สำหรับขยะอิเล็กทรอนิกส์โดยเฉพาะ ตั้งอยู่ ณ AIS SHOP และศูนย์การค้าในเครือเซ็นทรัลทั่วประเทศ โดยตั้งเป้าว่าภายในปี 2020 จะสามารถช่วยลดค่า CO2 (คาร์บอนไดออกไซด์) ได้จำนวน 1 ล้าน kgCO2e และจัดการกับขยะ E-Waste ได้ทั้งสิ้น 1 แสนชิ้น

 

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส กล่าวว่า “ในโอกาสที่                เอไอเอสครบรอบ 29 ปี และก้าวสู่ปีที่ 30 นับเป็นความภาคภูมิใจของพวกเราชาวเอไอเอสเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มีโอกาสสร้างประวัติศาสตร์ให้กับอุตสาหกรรมสื่อสารโทรคมนาคมของประเทศมาอย่างต่อเนื่อง เกือบ 3 ทศวรรษที่ผ่านมา เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยมาอย่างต่อเนื่อง แม้จะเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีมากี่ยุค จากยุคอนาล็อก สู่ยุค NEXT G และพร้อมที่จะก้าวสู่เทคโนโลยีอนาคตอย่าง 5G เอไอเอสไม่เคยหยุดนิ่งที่จะก้าวล้ำไปข้างหน้าหนึ่งก้าวเสมอ โดยตลอดระยะ 29 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้ทุ่มเทวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานด้าน Digital Infrastructure ที่แข็งแกร่งให้กับประเทศไทย มาอย่างต่อเนื่อง ด้วยงบลงทุนกว่า 1 ล้านล้านบาท และยังคงเดินหน้าพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อร่วมสนับสนุนการเดินหน้าเศรษฐกิจของประเทศ ท่ามกลางการแข่งขันในเวทีโลก

 

ในโอกาสฉลองก้าวสู่ปีที่ 30 นี้ เราตั้งใจอย่างยิ่งที่จะขอบคุณลูกค้าและคนไทยที่ให้ความไว้วางใจเรามาตลอด โดยการมอบของขวัญพิเศษตอบแทนลูกค้า AIS และ AIS Fibre ทั้งหมดกว่า 42 ล้านราย ผ่านโครงการสิทธิพิเศษ เอไอเอส พอยท์ ผนึกกำลัง ร่วมกับพันธมิตรจากทุกอุตสาหกรรม และอีกบทบาท คือ ในฐานะ Good Citizen ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการจุดประกายสังคมให้ตระหนักถึงความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีผลกระทบโดยตรงต่อการใช้ชีวิตของทุกคนบนโลกใบนี้ ด้วยการผลักดันรณรงค์เรื่องขยะอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านโครงการ E-Waste เป็นโครงการระยะยาวที่ตั้งใจทำอย่างต่อเนื่อง โดยวางเป้าหมาย เบื้องต้นที่จะช่วยลดค่า CO2 ให้กับโลกใบนี้ ถึงจำนวน 1 ล้าน kgCO2e

ท่ามกลางกระแสโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงในทุกมิติจากอิทธิพลของ Digital Disruption นี่คือโอกาสอันยิ่งใหญ่ ที่เอไอเอสปวารณาตัวเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่จะขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าทัดเทียมนานาประเทศ และแน่นอนว่าพวกเราต้องพลิกวิธีคิด วิธีทำงาน วิธีมองใหม่ทั้งหมด เพื่อปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ทีมผู้บริหารและพนักงานเอไอเอสทุกคนขอยืนยันว่า เราพร้อมจะมุ่งมั่นผลักดัน สร้างสรรค์ ดิจิทัลไลฟ์ที่ดีที่สุดเพื่อลูกค้า สนับสนุนและอยู่เคียงข้างสังคมไทย เพื่อร่วมก้าวผ่านทุกความท้าทายในยุคดิจิทัล ดิสรัปชั่นไปด้วยกัน” ของขวัญสุดพิเศษตอบแทนลูกค้าทุกคน ผ่านโครงการ เอไอเอส พอยท์

 

• มอบพอยท์พิเศษเพิ่มให้ลูกค้า AIS และ AIS Fibre ทั้งฐาน รวมจำนวนกว่า 42 ล้านราย ตามอายุการใช้งาน ยิ่งอยู่นาน ยิ่งได้รับพอยท์มาก เช่น ใช้บริการน้อยกว่า 10 ปี รับพอยท์ 30 พอยท์, มากกว่า 10 ปี รับ 60 พอยท์ และ มากกว่า 20 ปี รับ 90 พอยท์ (ซึ่งปกติ ลูกค้าจะได้รับพอยท์ จากการใช้งาน  25 บาท เท่ากับ 1 พอยท์) เพื่อนำไปแลกรับสิทธิพิเศษมากมาย

ทั้งนี้ สำหรับลูกค้าที่เคยสมัครร่วมโครงการเอไอเอส พอยท์แล้ว บริษัทได้มอบพอยท์พิเศษให้ลูกค้าโดยอัตโนมัติแล้ว ในวันที่ 1 ตุลาคม 62  ส่วนลูกค้า AIS และ AIS Fibre ที่ยังไม่ได้สมัครเข้าร่วมโครงการเอไอเอส พอยท์ สามารถสมัครได้ง่ายๆ เพียงกด *550*30# แล้วโทรออก ตั้งแต่วันที่ 3 - 31 ตุลาคม 2562 เพื่อรับพอยท์พิเศษ ตามอายุการใช้งาน สูงสุด 90 พอยท์ทันที

• ความพิเศษยังทวีคูณขึ้น โดย AIS จับมือกับพันธมิตรร้านค้าชั้นนำของไทย ยกขบวนความสุขผ่านเอไอเอส พอยท์ ง่ายๆ และคุ้มสุดๆ แบบไม่เคยมีมาก่อน ตลอดเดือนตุลาคม 2562 เพียงใช้เอไอเอส พอยท์ 1 พอยท์ แลกรับสิทธิพิเศษสุดว้าวได้ทุกวัน รับรองว่าโดนใจลูกค้าทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหารและเครื่องดื่มสุดฮิต, บัตรกำนัลและคูปองส่วนลด, สินค้าและบริการจาก AIS และสิทธิ์ลุ้นรับโชค ทองคำมูลค่า 657,000 บาท และ Samsung Galaxy Note10 Plus จำนวน 30 รางวัล รวมมูลค่า  1,137,000 บาท เริ่มแลกได้ ตั้งแต่วันที่ 4 - 31 ตุลาคม 2562

ดูรายละเอียดได้ทางเว็บไซต์ www.ais.co.th, แอปฯ my AIS, LINE Official : AIS และ LINE Official : AIS Privileges และสามารถเช็คเอไอเอส พอยท์ ของตัวเองได้ง่ายๆ ทางแอปฯ my AIS

 

190903 Pic_05 Moving toward 30 th AIS Anniversary.jpg

 

ภารกิจ Mission Green 2020 ผ่านโครงการ E-Waste         

ปัจจุบันประชาชนคนไทยให้ความตระหนักถึงเรื่องของขยะมากขึ้น ทั้งการแยกขยะ และอันตรายจากขยะพลาสติกทั้งการทิ้งไม่ถูกวิธี และการกำจัดไม่ถูกวิธี แต่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ถือเป็นขยะอีกชนิดที่อยู่ใกล้ตัวพวกเรา และเป็นอีกหนึ่งปัญหาประชากรของโลกที่ยังขาดความใส่ใจเกี่ยวกับอันตราย ทำให้ขยะอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ได้รับการทิ้งให้ถูกที่ และจัดการอย่างถูกวิธี จึงก่อให้เกิดปัญหาสภาพแวดล้อม, สังคม และส่งผลเสียในระยะยาว

เอไอเอส ในฐานะผู้ให้บริการดิจิทัลที่ดำเนินธุรกิจอย่างเกี่ยวเนื่องกับเรื่องดังกล่าวโดยตรง มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างองค์ความรู้เพื่อให้คนไทย ตระหนักถึงผลเสียของการทิ้งขยะอย่างไม่ถูกวิธี และรวบรวมขยะอิเล็กทรอนิกส์ ร่วมกับพันธมิตรทุกภาคส่วน เพื่อนำขยะอิเล็กทรอนิกส์เข้าสู่การกำจัดอย่างถูกวิธี เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นของทุกคน และลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ตกค้างในไทย โดยคนไทยสามารถทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้ ได้ที่ ถังขยะ E-Waste จากเอไอเอสที่จะตั้งอยู่ตามจุดต่างๆ อาทิ AIS Shop และศูนย์การค้าในเครือเซ็นทรัล และในอนาคตจะถูกกระจายไปยังมหาวิทยาลัยในประเทศไทย โดยขยะจากถัง จะถูกนำไปจัดการ และทำลายอย่างถูกวิธี ด้วยกระบวนการ Zero landfill (กระบวนการจัดการขยะ ทำให้นำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ให้เกิดมูลค่าได้อีก)

ทั้งนี้ ถังขยะ E-Waste วัสดุทำมาจากไม้อัดรีไซเคิล โดยเป็นการดีไซน์จากนิสิตนักศึกษา คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และทีมงานโครงการ AIAP (AIS IoT Alliance Program) โดย AIS ได้ต่อยอดนำเทคโนโลยี IoT เข้ามามีส่วนช่วยในการนับชิ้นขยะอิเล็กทรอนิกส์แบบ Real-time เพื่อ Convert ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ที่ลดลงและแสดงบนเว็บไซต์ www.ewastethailand.com

 

ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 62 จะมีวางถังขยะ E-Waste จำนวนทั้งสิ้น 81 จุด ที่ AIS Shop (ในกรุงเทพ ปริมณฑล และหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ) และศูนย์การค้าในเครือเซ็นทรัล (เฉพาะในกรุงเทพฯ) รวมถึงในอนาคต เอไอเอสจะจับมือร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำ นำถังขยะ E-Waste ไปตั้งในแหล่งศึกษาตามจุดต่างๆ นอกจากนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน เอไอเอสยังมีแผนที่จะไปรับขยะอิเล็กทรอนิกส์ให้คนไทยถึงที่บ้าน โดยนำขยะที่ได้ไปส่งให้กับพาร์ทเนอร์ ที่มีความเชี่ยวชาญในการกำจัดขยะเหล่านี้อย่างถูกวิธี และนำเงินที่ได้รับจากการขายขยะไปบริจาคให้กับมูลนิธิ โดยสามารถดูจำนวนของขยะที่ถูกเก็บ และศึกษาองค์ความรู้ในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องขยะอิเล็กทรอนิกส์ได้ที่ www.ewastethailand.com นอกจากนี้ ในส่วนการให้บริการลูกค้า บริษัทยังได้ทยอยเปลี่ยนมาใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดปริมาณการใช้พลาสติก อาทิ เปลี่ยนจากขวดน้ำพลาสติก เป็น แก้วกระดาษและเครื่องกดน้ำ ตลอดจนการรณรงค์ให้พนักงานภายในองค์กร ตระหนักสิ่งแวดล้อม และปรับวิถีไลฟ์สไตล์ในที่ทำงานให้สอดคล้องกับนโยบายรักษ์สิ่งแวดล้อม

โดยเอไอเอสตั้งเป้าว่าภายในปี 2020 บริษัทจะสามารถลดค่า CO2 ได้จำนวน 1 ล้าน kgCO2e และจัดการกับขยะ E-Waste ได้ทั้งสิ้น 1 แสนชิ้น

#AISFamily #AIS30thAnniversary                            

 

190903 Pic_33 Moving toward 30 th AIS Anniversary.jpg

เอไอเอสปลื้ม! ธุรกิจใหม่ AIS Insurance Service คว้ารางวัลอันทรงคุณค่า นายหน้าประกันภัยนิติบุคคลที่มีการส่งเสริมกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อประชาชนดีเด่น ประจำปี 2561จากสำนักงาน คปภ.

190927 Pic 01 เอไอเอส รับรางวัล.JPG

          AIS Insurance Service ซึ่งดำเนินการโดย บริษัท แอดวานซ์ ดิจิทัล ดิสทริบิวชั่น จำกัด หรือ ADD ในเครือเอไอเอส ดำเนินธุรกิจนายหน้าประกันภัยออนไลน์ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนไทยในยุคดิจิทัล อีกทั้งยังมีความห่วงใยในการใช้ชีวิตประจำวันของคนไทยเสมอมา ล่าสุด AIS Insurance Service ได้รับรางวัล “นายหน้าประกันภัยนิติบุคคลที่มีการส่งเสริมกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อประชาชนดีเด่น ประจำปี 2561” จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) จากการที่บริษัทจัดทำโครงการมอบฟรีกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่มให้กับลูกค้าที่ใช้บริการเครือข่ายเอไอเอสในช่วงเทศกาลต่างๆ อย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงการดูแลลูกค้าเสมือนคนในครอบครัวในทุกช่วงเวลา ซึ่งเป็นกลยุทธ์หลักในการทำธุรกิจของเอไอเอส รวมถึงส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการจำหน่ายกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อประชาชน จากนวัตกรรมดิจิทัล ที่สนับสนุนให้ประชาชนสามารถเข้าถึงระบบประกันภัยได้ง่าย สะดวก และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

190927 Pic 02 คุณสมชัย CEO-AIS.JPG

         โดย นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส กล่าวว่า “ในฐานะ Digital Life Service Provider เรามุ่งมั่นที่จะนำเทคโนโลยี Digital มาพัฒนาเป็นแพล็ตฟอร์มเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมหลักๆ ของประเทศ รวมถึง Transform ธุรกิจของเอไอเอส สู่ Digital Service ที่อยู่ในการใช้ชีวิตประจำวันของคนไทย อาทิ บริการด้านประกันภัย ที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับทุกคน จึงเป็นที่มาของการเริ่มต้นธุรกิจด้านประกันภัยในนาม AIS Insurance Service ในปีที่ผ่านมา และการได้รับรางวัลในครั้งนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งของชาวเอไอเอส ซึ่งจะยังคงเดินหน้าพัฒนาบริการด้านประกันภัยเพื่อคนไทยอย่างดีที่สุดต่อไป”

**********************************************

เอไอเอส จับมือ หัวเว่ย เป็นพันธมิตร 5G ร่วมกัน

 

 

 

26 กันยายน 2562: นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส และ ดร.วิรัช อภิเมธีธำรง ประธานกรรมการ บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ นายเจมส์ วู ประธานบริหาร บริษัท หัวเว่ย ประจำภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อทำงานร่วมกันในด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีเครือข่าย 5G และบริการต่างๆ

 

การลงนามบันทึกความเข้าใจในครั้งนี้จะกำหนดกรอบการทำงานร่วมกันระหว่างเอไอเอสและหัวเว่ย โดยจะมุ่งเน้นไปยังบริการที่สร้างประสบการณ์ใหม่ๆ เช่น eMBB (Enhanced Mobile Broadband), URLLC (Ultra Reliable Low-latency Communications) และ eMTC (Enhanced Machine Type Communications) นอกจากนั้น บันทึกความเข้าใจครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเป็นผู้นำให้กับเอไอเอสในการให้บริการ 5G อีกทั้งยังตอกย้ำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเอไอเอสในการตระหนักถึงความเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัลเพื่อประโยชน์แก่สังคมไทย

 

โดยทั้ง 2 บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะร่วมมือกันในการเปิดตัวเครือข่าย 5G เพื่อการพาณิชย์ โดยสอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และยังมีเป้าหมายเพื่อรักษาความเป็นผู้นำของเอไอเอสในฐานะผู้ให้บริการดิจิทัลในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม บันทึกความเข้าใจครั้งนี้ได้เตรียมความพร้อมสำหรับความร่วมมือในการพัฒนานวัตกรรมชั้นสูงอย่างเทคโนโลยี 5G และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่มีการนำเอาเทคโนโลยี 5G มาใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ และตอบสนองความต้องการในตลาดที่กำลังเติบโตในโลกยุคดิจิทัล

 

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า “ภายใต้วิสัยทัศน์ของการเป็น Digital Life Service Provider เราไม่เคยหยุดที่จะพัฒนาเทคโนโลยีแห่งโลกอนาคตเพื่อประโยชน์ของโลกในวันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยี 5G ที่จะมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยไปอีกขั้น เอไอเอสได้ร่วมมือกับหัวเว่ย ผู้ให้บริการด้านข้อมูล โครงสร้างเทคโนโลยีการสื่อสาร และอุปกรณ์อัจฉริยะชั้นนำระดับโลก โดยอยู่ภายใต้การสนับสนุนของกสทช. เพื่อทดลองทดสอบเทคโนโลยี 5G อย่างต่อเนื่องในมิติต่างๆ ทั้งในกรณีที่เป็นการใช้งานอันจะเกิดประโยชน์มหาศาลต่อหลายอุตสาหกรรม รวมถึงกรณีการใช้งานที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค โดยผู้ที่สนใจและประชาชนทั่วไปสามารถสัมผัสกับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย เพื่อช่วยเพิ่มพูนความรู้ ขยายขีดความสามารถ อีกทั้งยังช่วยสร้างความเชี่ยวชาญให้กับทีมงานและบ่มเพาะบุคลากรด้านดิจิทัลให้กับประเทศ เพราะผมเชื่อว่าเทคโนโลยี 5G คือโอกาสสำคัญที่จะเปลี่ยนผ่านประเทศไปอีกขั้น และจะเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการเติบโตอย่างยั่งยืนและแข็งแกร่ง ซึ่งผลการทดลอง ทดสอบ จะเป็นประโยชน์สำหรับการเตรียมความพร้อมในการพัฒนาเครือข่ายระดับประเทศเพื่อรองรับอนาคตต่อไป”

 

นายเจมส์ วู ประธานบริหาร บริษัท หัวเว่ย ประจำภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “หัวเว่ยรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือเป็นพันธมิตรกับเอไอเอส มาเป็นเวลาถึง 20 ปี ด้วยความไว้วางใจและให้การสนับสนุนตลอดมา และเรารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่จะได้เริ่มต้นความร่วมมือในครั้งต่อไปด้วยความร่วมมือในการลงนามบันทึกความเข้าใจ 5G กับเอไอเอส สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทั้ง 2 บริษัทในการมุ่งมั่นที่จะผลักดันอนาคตของ 5G ในประเทศไทย เนื่องจากเทคโนโลยี 5G คือปัจจัยสำคัญที่จะขับเคลื่อนระบบนิเวศสำหรับไทยแลนด์ 4.0 ดังนั้น หัวเว่ย ในฐานะที่เป็นผู้นำในเทคโนโลยี 5G จึงมีความมุ่งมั่นที่จะช่วยให้เอไอเอสพัฒนาโซลูชันเครือข่าย 5G และการทดลอง ทดสอบ 5G ร่วมกัน เพื่อขยายขอบเขตทางธุรกิจออกไป รวมถึงเปิดโอกาสให้กับการเติบโตแบบครบวงจร ซึ่งภาพทั้งหมดนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้เทคโนโลยี 5G ดังนั้น หัวเว่ยจึงมีความมั่นใจอย่างมากที่จะสนับสนุนเอไอเอสให้บรรลุวิสัยทัศน์ทางธุรกิจผ่านการเป็นพันธมิตรที่ยั่งยืนร่วมกัน”

 

190926 Pic_3 ผู้บริหารอินทัช และ เอไอเอส จับมือ หัวเว่ย เป็นพันธมิตร 5G ร่วมกัน  .jpg

AIS ติดอันดับดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ DJSI ปี 2562 ทั้งในกลุ่มดัชนีโลก (World Index) และดัชนีตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market Index)

ตอกย้ำความสำคัญของโครงการอุ่นใจไซเบอร์ และ e-waste เพื่อร่วมสร้างสังคมดิจิทัลที่ยั่งยืน

 

190914_Pic_Mr.Somchai Lertsutiwong, CEO-AIS.jpg

 

AIS ได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices: DJSI) ปี 2562 ในกลุ่มธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมของประเทศไทย สะท้อนวิสัยทัศน์และนโยบายในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของบริษัทอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมที่มุ่งมั่นในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมายกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศอย่างยั่งยืน

 

บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส ได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ ในกลุ่มดัชนีโลก (World Index) และดัชนีตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market Index) ประจำปี 2562 ในกลุ่มอุตสาหกรรมสื่อสารโทรคมนาคม สะท้อนความมุ่งมั่นของวิสัยทัศน์ในการดำเนินธุรกิจด้วยนโยบายการพัฒนาอย่างยั่งยืน ภายใต้การกำกับดูแลกิจการที่ดี รวมทั้งคำนึงถึง เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของบริษัทให้เติบโตไปพร้อมๆกัน จนได้รับการยอมรับในระดับสากล

 

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส กล่าวว่า การได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิก DJSI ในปีนี้ นับเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งในการดำเนินธุรกิจที่ยึดมั่นในการพัฒนาอย่างยั่งยืนมาโดยตลอด และในฐานะที่เป็นผู้ให้บริการด้านดิจิทัลรายใหญ่ในอุตสาหกรรมสื่อสารโทรคมนาคมของประเทศ AIS ได้นำความเชี่ยวชาญและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมดิจิทัลที่มุ่งสู่ความเป็นเลิศในการตอบสนองความต้องการของลูกค้าและผู้บริโภค รวมถึงมุ่งสร้างประโยชน์และคุณค่าให้แก่ชุมชน สังคมให้เกิดการเรียนรู้และแรงบันดาลใจ นอกจากนี้ยังได้ยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งมอบคุณค่าแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย ส่งเสริมให้ประเทศไทยก้าวสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

 

โดยในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา เอไอเอสได้เดินหน้าผลักดันการสร้างสังคม Digital อย่างยั่งยืน ผ่านแนวคิด “ถ้าเราทุกคน คือเครือข่าย” ประกาศภารกิจยิ่งใหญ่ “อุ่นใจไซเบอร์” สำหรับเยาวชน ด้วยเป้าหมายในการสร้างภูมิคุ้มกัน รณรงค์ ปลูกจิตสำนึก และสร้างเครื่องมือคัดกรอง Content ที่ไม่เหมาะสมจากโลก Digital โดยเน้นใน 2 ด้าน คือการยกระดับมาตรฐานความรู้เท่าทัน Digital ด้วย DQ (Digital Quotient) และการพัฒนาระบบคัดกรอง Online Content ที่ไม่เหมาะสม ด้วยระบบ “AIS Secure Net (Beta Phase)” และ “Google Family Link” ที่เกิดจากความร่วมมือกับ Google นอกจากนี้ เพื่อเป็นการใส่ใจ และส่งเสริมเรื่องสิ่งแวดล้อมของโลก เอไอเอส ยังได้ผลักดันเรื่องการบริหารจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ (e-waste) โดยเป็นศูนย์กลางของการรับขยะอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เพื่อนำไปกำจัดอย่างถูกวิธี และไม่เกิดอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม

 

“ความสำเร็จครั้งนี้ เกิดจากการร่วมแรง ร่วมใจของผู้บริหารและพนักงานทุกคน ที่ได้นำแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการทำงานในทุกภาคส่วนขององค์กร ทำให้เกิดแรงขับเคลื่อนและพัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับ DJSI ที่เป็นมาตรฐานสากล” นายสมชัยกล่าวเสริม

 

ทั้งนี้ ดัชนีความยั่งยืน DJSI เป็นดัชนีที่ใช้ประเมินประสิทธิผลการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนของบริษัทต่างๆ โดยความร่วมมือระหว่าง S&P Dow Jones Indices และ RobecoSAM ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี และได้เชิญบริษัทในตลาดทุนทั่วโลกกว่า 3,500 แห่ง เข้าร่วมประเมินผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนในด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเป็นดัชนีซึ่งกองทุนที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ใช้เป็นหลักเกณฑ์ประกอบการพิจารณาลงทุน โดยบริษัทที่ได้รับการจัดอันดับ DJSI ให้อยู่ในดัชนีนั้นมีแนวโน้มที่จะสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยาวยาวแก่นักลงทุน

AIS ภูมิใจ โอเปอร์เรเตอร์รายเดียวในไทย คว้ารางวัลใหญ่ระดับเอเชีย “บริษัทยอดเยี่ยมในภูมิภาคเอเชีย ในกลุ่มโทรคมนาคม” จาก Asiamoney Awards 2 ปีซ้อน

190926 Pic 01 Asiamoney Awards 2019.jpg

          บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ AIS ตอกย้ำความสำเร็จ ผู้นำอันดับ 1 ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมของประเทศ ยืนหนึ่งโอเปอร์เรเตอร์รายเดียวในไทยคว้ารางวัล บริษัทยอดเยี่ยมในภูมิภาคเอเชีย ในกลุ่มโทรคมนาคม (Asiamoney Asia's Outstanding Companies: Telecommunication Services Sector) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 จาก Asiamoney Awards จัดโดย Asiamoney นิตยสารด้านการเงินชั้นนำที่มีผู้อ่านมากที่สุดในภูมิภาคเอเชีย สะท้อนถึงความมั่นคงด้านผลประกอบการ และความเข้มแข็งด้านการดำเนินธุรกิจในฐานะ "ผู้ให้บริการด้านเครือข่ายและบริการดิจิทัล" ตลอดจนยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาล และมีความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกระดับ และสร้างสรรค์ประโยชน์เพื่อสังคมมาอย่างต่อเนื่อง

 

          สำหรับหลักเกณฑ์พิจารณาจากการดำเนินธุรกิจและภาพลักษณ์โดยรวมของบริษัทในด้านต่างๆ ประกอบด้วย 1. ผลประกอบการ 2. การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล และทีมผู้บริหาร 3. ความน่าเชื่อถือจากกลุ่มนักลงทุน 4. การสร้างสัมพันธ์และการจัดกิจกรรมร่วมกับกลุ่มนักลงทุน 5. ความรับผิดชอบต่อสังคม โดยได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านการเงินและสาขาที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มผู้จัดการกองทุน, นักวิเคราะห์ด้านการลงทุน, นายธนาคาร, และตัวแทนจากกลุ่มสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Ratings Agencies) จำนวน 824 คน ในภูมิภาคเอเชีย ร่วมพิจารณาและลงคะแนนโหวต ตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 ถึงวันที่ 12 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา

 

CEO AIS.jpg

          นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส กล่าวว่า “เรารู้สึกภูมิใจอย่างยิ่งที่วันนี้ เอไอเอส ในฐานะผู้ให้บริการดิจิทัล และผู้นำอุตสาหกรรมโทรคมนาคมของไทย ได้รับการยอมรับจากเวทีระดับนานาชาติ เป็นรางวัลที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ในการสร้างนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อตอบโจทย์ความต้องการและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย รวมถึง ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์กรในทุกภาคส่วน ด้วยขีดความสามารถ ประสบการณ์ และศักยภาพของบุคลากรที่พร้อมรับกับทุกความเปลี่ยนแปลงในสังคมโลกยุคดิจิทัล ตลอดจนทำหน้าที่ในฐานะสมาชิกที่ดีของสังคมไทยในการสร้างการตระหนักรู้ให้คนไทยได้นำองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้อย่างเกิดประโยชน์ พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมด้วยการเป็นศูนย์กลางในการบริหารจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ และพัฒนาทักษะทางด้านดิจิทัลให้แก่เยาวชนไทย ทั่วประเทศ อย่างยั่งยืนต่อไป”

 

          ทั้งนี้ การประกาศผลรางวัล Asiamoney Awards 2019 มีองค์กรชั้นนำในกลุ่มโทรคมนาคมของเอเชียที่ได้รับรางวัล Asiamoney Asia's Outstanding Companies ในครั้งนี้ด้วย ได้แก่ Singapore Telecommunications จากสิงคโปร์, Globe Telecom จากฟิลิปปินส์, TIME dotcom จากมาเลเซีย, LG U+ จากเกาหลีใต้ และ Bharti Airtel จากอินเดีย เป็นต้น

.........................................................

เอไอเอส นำนวัตกรรมดิจิทัลช่วยงานด้านสาธารณสุข ร่วมบูรณาการข้อมูลเฝ้าระวังโรคติดต่อจากยุงลาย ตอกย้ำแนวคิด Digital For Thais

190925 Pic 01 ทุกภาคส่วนรวมพลังบูรณาการข้อมูลผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล ยกระดับงานบริการสาธารณสุข และดูแลสุขภาพคนไทยทั่วประเทศ.jpg

          เอไอเอส ร่วมกับกรมควบคุมโรค และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือการบูรณาการข้อมูลเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็ง ด้านการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดต่อนำโดยยุงลาย ผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล เชื่อมโยงข้อมูลการสำรวจลูกน้ำยุงลายจากแอปฯ อสม. ออนไลน์ ไปยังระบบเฝ้าระวังโรคติดต่อนำโดยยุงลายของกรมควบคุมโรค และส่งข้อมูลตอบกลับผ่านแอปฯ อสม.ออนไลน์ ไปยังหน่วยบริการสุขภาพได้ทันที พร้อมทั้งถ่ายทอดองค์ความรู้ที่ถูกต้องเรื่องการป้องกันควบคุมโรคติดต่อนำโดยยุงลายแก่ อสม. ตอกย้ำแนวคิด Digital For Thais มุ่งส่งเสริมการทำงานด้านสาธารณสุขชุมชนเชิงรุก ขยายองค์ความรู้ความเข้าใจให้ อสม. ช่วยดูแลสุขภาพคนไทยอย่างเต็มประสิทธิภาพ ทั่วถึง และเท่าเทียมกันทุกพื้นที่ โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธี ณ โรงแรม ทีเค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ

          นายวีรวัฒน์ เกียรติพงษ์ถาวร หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านธุรกิจสัมพันธ์และองค์กร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส กล่าวว่า “เอไอเอส รู้สึกภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในความร่วมมือในครั้งนี้ โดยนำศักยภาพด้านเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยยกระดับด้านงานบริการสาธารณสุขและดูแลสุขภาพของคนไทย ภายใต้แนวคิด Digital for Thais

190925 Pic 03 เอไอเอส กรมควบคุมโรค และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือการบูรณาการข้อมูลเฝ้าระวังโรคติดต่อจากยุงลาย.jpg

          โดยแอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ เป็นนวัตกรรมดิจิทัลที่สร้างขึ้น เพื่อเป็น Platform ในรูปแบบเครือข่ายสังคมออนไลน์เฉพาะกลุ่ม โดยมุ่งหวังให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขใช้เป็นเครื่องมือการทำงานด้านสาธารณสุขชุมชนเชิงรุก ช่วยให้เข้าถึงข้อมูลด้านสุขภาพของประชาชนได้อย่างรวดเร็วและครอบคลุมเพื่อจัดบริการสุขภาพที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนระบบสุขภาพในแต่ละพื้นที่ให้เป็นไปในทิศทางที่เหมาะสม และตลอดระยะเวลากว่า 4 ปีที่ผ่านมา เอไอเอส ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาขีดความสามารถของแอปฯ โดยรับฟังความคิดเห็นจากผู้ใช้งาน เพื่อนำมาพัฒนา รวมทั้ง ฟีเจอร์ “รายงานสำรวจลูกน้ำยุงลาย” ที่พัฒนาให้สอดคล้องกับมาตรการเฝ้าระวังโรคไข้เลือดออกในประเทศไทยที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยออกแบบมาให้ อสม. สามารถใช้ส่งผลการสำรวจได้ง่าย และรวดเร็ว ทำให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขสามารถเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็วและครอบคลุมยิ่งขึ้น มีส่วนช่วยให้การเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดต่อนำโดยยุงลายมีประสิทธิภาพมากขึ้น

190925 Pic 04 รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข รับชมการสาธิตกระบวนการทำงานของฟีเจอร์ รายงานสำรวจลูกน้ำยุงลาย ผ่านแอปฯ อสม.ออนไลน์.jpg

190925 Pic 05 ตัวแทน อสม. จ.ชลบุรี สาธิตวิธีการสำรวจลูกน้ำยุงลาย ต่อ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข.jpg

          ทั้งนี้ เอไอเอส และกรมควบคุมโรค จะได้นำข้อมูลที่ได้จากแอปฯ อสม.ออนไลน์ และ ชุดซอฟต์แวร์ “ทันระบาด” มาบูรณาการร่วมกัน เพื่อนำไปประมวลผลและวิเคราะห์สถานการณ์ของโรคติดต่อนำโดยยุงลายร่วมกัน ทำให้หน่วยงานสาธารณสุขระดับต่างๆ สามารถเข้าถึงสถานการณ์ได้อย่างครอบคลุมและแม่นยำยิ่งขึ้น ซึ่งสามารถนำเสนอมาตรการจัดการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดต่อนำโดยยุงลายไปยังหน่วยบริการสุขภาพโดยตรงผ่านระบบการทำงานของแอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ นอกจากนี้ ยังร่วมกับกรมควบคุมโรค และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ในการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับโรคติดต่อนำโดยยุงลาย ผ่านแอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ และ Smart อสม. ของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ไปยังกลุ่ม อสม. ทั่วประเทศ อีกด้วย”

          “ด้วยศักยภาพของเอไอเอสในการพัฒนานวัตกรรมดิจิทัลเพื่อสังคม ทำให้ความร่วมมือกับภาครัฐในครั้งนี้ จะมีส่วนช่วยลดการเกิดโรคและการระบาดของโรคไข้เลือดออกในประเทศไทย และเอไอเอสยังมุ่งมั่นที่จะนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสร้างคุณค่าให้แก่สังคมและประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านสาธารณสุขที่เอไอเอสจะนำเทคโนโลยีดิจิทัลต่างๆ มาช่วย และร่วมสร้างระบบสุขภาพที่ยั่งยืน

ของประเทศไทยต่อไป” นายวีรวัฒน์ กล่าวสรุป

 

190925 Pic 06 ผู้บริหาร กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กรมควบคุมโรค และเอไอเอส ผนึกกำลังในการใช้นวัตกรรมดิจิทัลมาช่วยยกระดับงานด้านสาธารณสุข.jpg

***************************************************

เกี่ยวกับแอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์

    แอปพลิเคชันเครือข่ายสังคมออนไลน์เฉพาะกลุ่ม จากแนวคิด Digital for THAIs ที่ใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารสำหรับการปฏิบัติงานด้านสาธารณสุขชุมชนเชิงรุกระหว่างหน่วยบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ และกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. ทำให้การทำงานด้านสาธารณสุขชุมชนเป็นเชิงรุกมากยิ่งขึ้น รวมทั้ง เป็นเครื่องมือในการช่วยวิเคราะห์ข้อมูลและวางแผนเชิงยุทธศาสตร์เพื่อจัดบริการสุขภาพที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งช่วยให้สุขภาพของคนในชุมชนและคุณภาพชีวิตดียิ่งขึ้น

เปิดให้บริการครั้งแรก เมื่อเดือนตุลาคม 2558

    โดยในปัจจุบัน แอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ มีเครือข่ายหน่วยบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิในจังหวัดต่างๆและกรุงเทพมหานคร โดยมีผู้ใช้งานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งประกอบด้วย เจ้าหน้าที่สาธารณสุข  และกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. รวมกว่า 90,000 ราย นอกจากการออกแบบแอปพลิเคชันและพัฒนาอย่างต่อเนื่องแล้ว เอไอเอส ยังได้ลงพื้นที่เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้งานแอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ ในพื้นที่ต่างๆ ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ รวมแล้ว 77 จังหวัด พร้อมร่วมสนับสนุนและขับเคลื่อนกิจกรรมต่างๆ ที่สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐมาอย่างต่อเนื่องด้วย

    ทั้งนี้ ในปี 2560 แอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ ได้รับรางวัล Winner of WSIS Prize 2017 จากการพัฒนาแอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ เป็นนวัตกรรมดิจิทัลเครือข่ายสังคมออนไลน์เฉพาะกลุ่ม สำหรับหน่วยบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้อย่างรวดเร็วและครอบคลุมมากยิ่งขึ้นด้วย และในเดือนมิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา แอปฯ อสม.ออนไลน์ ได้พัฒนาฟีเจอร์ “รายงานสำรวจลูกน้ำ ยุงลาย” ขึ้นมา เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสำรวจและกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย โดย อสม. สามารถลงพื้นที่สำรวจลูกน้ำยุงลาย และส่งผลสำรวจพร้อมพิกัดแผนที่ ไปยังเจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้โดยทันที

 

***************************************************

 

อนุทิน พัฒนา อสม.เป็นหมอประจำบ้าน ใช้แอปพลิเคชั่น อสม.ออนไลน์ เฝ้าระวังโรคไข้เลือดออก

 

    รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพิ่มศักยภาพ อสม.เป็นหมอประจำบ้าน พัฒนาแอปพลิเคชัน “อสม.ออนไลน์” สร้างความเข้มแข็งเฝ้าระวัง เน้นให้ความรู้โรคติดต่อที่นำโดยยุงลาย 

    วันนี้ (25 กันยายน 2562) ที่โรงแรมทีเค พาเลซ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดการประชุมปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพครู ก. อสม. หมอประจำบ้าน ประจำปี 2562  และเป็นประธานในพิธีลงนามความร่วมมือการบูรณาการข้อมูลเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดต่อนำโดยยุงลาย ผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล ระหว่าง นายแพทย์ณัฐวุฒิ ประเสิรฐสิริพงศ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค และนายวีรวัฒน์ เกียรติพงศ์ถาวร หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านธุรกิจสัมพันธ์และองค์กร บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด โดยมีนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด หัวหน้างานสุขภาพภาคประชาชนทุกจังหวัด/ ครูฝึก อสม. ประธานชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน และประธานอาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร จำนวน 450 คน

    นายอนุทิน กล่าวว่า ได้มอบนโยบายให้กระทรวงสาธารณสุข ยกระดับความรู้ อสม. ให้เป็น อสม. หมอประจำบ้าน ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีการสื่อสารทางการแพทย์ ระบบการแพทย์ทางไกลและบริการสาธารณสุขในชุมชน เพิ่มบทบาท อสม. เพื่อลดโรคและปัญหาสุขภาพ ส่งเสริมประชาชนให้พึ่งตนเองได้ ลดความแออัด ลดการพึ่งพาโรงพยาบาล โดยอบรมเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ครู ก ให้มีศักยภาพให้นำความรู้ไปอบรม อสม. ในพื้นที่รับผิดชอบให้เป็น อสม.หมอประจำบ้าน  มีความรู้ใน 6 เรื่อง คือการสร้างอาสาสมัครประจำครอบครัว (อสค.) การเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคในพื้นที่ การส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันและแก้ไขปัญหาสุขภาพที่สำคัญ ภูมิปัญญาไทย สมุนไพรไทย และการใช้กัญชาทางการแพทย์ เทคโนโลยีการสื่อสารทางการแพทย์ โทรเวชกรรม และแอปพลิเคชั่นด้านสาธารณสุข และผู้นำการสร้างสุขภาพแบบมีส่วนร่วม

    นายอนุทิน กล่าวต่อว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือการบูรณาการข้อมูลเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดต่อนำโดยยุงลาย ผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล ระหว่าง กรมสนับสนุนบริการสุขภาพและกรมควบคุมโรคร่วมกับบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด เป็นพัฒนาแอปพลิเคชั่น อสม. ออนไลน์ ซึ่งต่อยอดจากแอปพลิเคชั่น ทันระบาด เพื่อเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรคติดต่อที่นำโดยยุงลาย เช่น ไข้เลือดออก โดยจะใช้เป็นเครื่องมือในการบันทึกข้อมูลการสำรวจลูกน้ำยุงลาย ส่งต่อข้อมูลไปยังส่วนกลาง สามารถประมวลผล และแจ้งสถานการณ์การระบาดของโรคแก่หน่วยบริการสุขภาพ รวมทั้งมีการส่งข้อมูลความรู้ให้ อสม. วันละ 1 ครั้ง เพื่อให้ อสม. เป็นหมอประจำบ้านอย่างมั่นใจ

********************************* 25 กันยายน 2562

AIS ผนึก สถาบันวิจัย ม.สงขลานครินทร์ พัฒนา นวัตกรรมตรวจวัดคุณภาพอากาศ PM 2.5

ด้วยเทคโนโลยี NB-IoT ด้วยอุปกรณ์ DEVIO NB-XBEE l สำเร็จเป็นรายแรกของไทย

ช่วยรับมือ สถานการณ์ฝุ่นควันภาคใต้ ในขณะนี้ พร้อมให้บริการประชาชนได้จริงแล้ว

 

190925_Pic1_AIS ผนึก สถาบันวิจัย ม.สงขลานครินทร์ พัฒนา นวัตกรรมตรวจวัดคุณภาพอากาศ PM 2.5.jpg

 

จากสถานการณ์หมอกควันในพื้นที่ภาคใต้ หรือที่เรียกว่า “หมอกควันอินโด” ที่มีมาอย่างต่อเนื่อง เป็นประจำทุกปี ส่งผลให้ขณะนี้ เกิดมลพิษทางอากาศ สภาวะฝุ่นและหมอกควันปกคลุมพื้นที่ทางภาคใต้ของไทย โดยมีค่าฝุ่น PM 2.5 เพิ่มสูงขึ้นเกินมาตรฐาน จนส่งผลกระทบต่อสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจของประชาชนในพื้นที่เป็นวงกว้าง

 

ด้วยความตระหนักถึงปัญหาและความห่วงใยต่อสถานการณ์ดังกล่าว AIS โดยโครงการ AIAP (AIS IoT Alliance Program) ภาคีความร่วมมือด้านเทคโนโลยี IoT ระดับประเทศ ได้ร่วมมือกับ สถาบันวิจัยมลพิษทางอากาศและผลกระทบต่อสุขภาพ และ สถาบันวิจัยและนวัตกรรมดิจิทัล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พัฒนานวัตกรรม IoT อุปกรณ์ตรวจวัดคุณภาพอากาศ PM 2.5 ด้วยเทคโนโลยี NB-IoT ด้วยอุปกรณ์ DEVIO NB-XBEE l เป็นรายแรกของไทย นำร่องติดตั้งอุปกรณ์ในพื้นที่ต่างๆ ในจังหวัดภาคใต้ตอนล่างที่ได้รับผลกระทบจากฝุ่นควัน อาทิ จังหวัดสงขลา พัทลุง สตูล ตรัง กระบี่ นครศรีธรรมราช ภูเก็ต ปัตตานี และกรุงเทพ เพื่อเฝ้าระวัง ติดตามคุณภาพอากาศ และอัปเดตข้อมูลแบบเรียลไทม์ ผ่านทางเว็บไซต์ http://airsouth.things.in.th โดยเปิดให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าไปเช็คสภาพอากาศได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น เพื่อจะได้รับมือและป้องกันตัวเองจากสถานการณ์ฝุ่นควันดังกล่าว

 

ความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นความสำเร็จของการนำเทคโนโลยี NB-IoT ด้วยอุปกรณ์ DEVIO NB-Xbee I มาพัฒนาและออกแบบอุปกรณ์ IoT ที่ใช้งานได้จริงแล้วเป็นรายแรกของไทย ตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อม เป็นประโยชน์ต่อชุมชนและสังคม อันเป็นการยกระดับนวัตกรรม Smart City ของประเทศไปอีกขั้น

เทคโนโลยี IoT DEVIO NB-Xbee I เป็นชุดอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่รับส่งสัญญาณ มีจุดเด่น คือ มีขนาดเล็ก ใช้ไฟน้อย ประหยัดพลังงาน จึงสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับอุปกรณ์ได้อย่างหลากหลาย ทั้งยังสามารถเชื่อมต่อกับเครือข่าย AIS NB-IoT ที่ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ซึ่งคิดค้นและพัฒนาโดยทีมงานของ AIS IoT Alliance Program (AIAP) โครงการความร่วมมือของสมาชิก 1,400 ราย จากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี IoT ไม่ว่าจะเป็นองค์กรหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ มหาวิทยาลัย ผู้ผลิตเทคโนโลยี นักพัฒนาอุปกรณ์และซอฟต์แวร์ทั้งในและต่างประเทศ ที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนความรู้ความสามารถ, Product, Service หรือ Solution เพื่อให้เกิดการพัฒนา IoT Solution หรือ Business Model ร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม ขยายประโยชน์สู่ภาคประชาชน เสริมการบริหารจัดการในทุกภาคส่วน

 

ลุยเปิด AIS eSports Arena ที่ AIS Shop ทั่วประเทศ รองรับการเติบโตตลาดอีสปอร์ต จัดโดดร่มออนไลน์ PUBG Mobile พร้อมกันทุกภูมิภาค เสริมสกิลเกมเมอร์ไทย หนุนสู่เวทีอีสปอร์ตระดับโลก

190924 Pic 01 ลุยเปิด AIS eSports Arena ที่ AIS Shop ทั่วประเทศ รองรับการเติบโตตลาดอีสปอร์ต.jpg

  • AIS eSportsตอกย้ำผู้นำอีสปอร์ตของประเทศไทย รุกหนักขยายอีสปอร์ต คอมมูนิตี้ ครอบคลุมทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อเข้าถึงสาวกอีสปอร์ตและคอเกมเมอร์ทุกระดับ พร้อมรองรับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของอุตสาหกรรมอีสปอร์ตไทย สร้างปรากฏการณ์ใหม่ ต่อยอดศักยภาพ AIS Shop จับมือ Huawei และ OPPO เปิดโซน AIS eSports Arena พื้นที่สร้างสรรค์ของเหล่าเกมเมอร์ภายใน AIS Shop 20 สาขาทั่วประเทศ มอบประสบการณ์การเล่นอีสปอร์ตที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นการคัดสรรสมาร์ทดีไวซ์ที่ออกแบบมาเพื่อคอเกมโดยเฉพาะ พร้อมให้ทดลองเล่นบนเครือข่ายที่เต็มประสิทธิภาพ รวมถึงจัดทัวร์นาเม้นท์พิเศษเพื่อให้สาวกอีสปอร์ตและคอเกมเมอร์ได้ฝึกปรือฝีมือกันแบบจัดเต็ม
  • ประเดิมการเปิดตัวด้วยทัวร์นาเม้นท์เอาใจคอเกมเมอร์สายโดดร่ม AIS eSports Battle Challenge เปิดตี้ลงสนามให้แข่งออนไลน์พร้อมกันทั้ง 20 สาขาทั่วประเทศ ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ ระหว่างวันที่ 29 ก.ย. – 17 พ.ย. 2562 จัดแข่งวันละ 4 รอบ สูงสุดไม่เกินรอบละ 96 คน โดยทีมที่ทำคะแนนสูงสุดในแต่ละรอบ 3 อันดับแรก (12 คน) จะได้เข้าไปชิงตำแหน่งChampion ในรอบ Grand Final ที่งาน Thailand Game Expo by AIS eSports ครั้งที่ 2 ต้นปี 2020 ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 320,000 บาท

 

“เอไอเอส ในฐานะ Digital Life Service Provider เรามีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะนำ Digital Infrastructure เข้ามาสนับสนุนอุตสาหกรรมอีสปอร์ตไทยเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต โดยเน้นขยายอีสปอร์ต คอมมูนิตี้ ชุมชนสร้างสรรค์ของคอเกมเมอร์บนช่องทางออนไลน์และออฟไลน์อย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมา ได้ร่วมมือกับพันธมิตรแพลตฟอร์มสตรีมเกมออนไลน์ระดับโลกอย่าง Twitch นำคอนเทนต์การแข่งขันอีสปอร์ตของเอไอเอสถ่ายทอดบน Twitch รวมถึงยังได้ร่วมมือกับ เทสโก้ โลตัส โมเดิร์นเทรดรายใหญ่ของประเทศ สร้างอีสปอร์ต คอมมูนิตี้ ที่เทสโก้ โลตัส 12 สาขาทั่วประเทศ ขยายฐานผู้เล่นอีสปอร์ตเข้าถึงระดับชุมชน ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

190924 Pic 02 ลุยเปิด AIS eSports Arena ที่ AIS Shop ทั่วประเทศ รองรับการเติบโตตลาดอีสปอร์ต.jpg

วันนี้ เราเดินหน้ายกระดับอีสปอร์ต คอมมูนิตี้ ไปอีกขั้น โดยร่วมมือกับพันธมิตรดีไวซ์ชั้นนำระดับโลก Huawei และ OPPO เปิดโซนสร้างสรรค์แห่งใหม่ AIS eSports Arena ภายใน AIS Shop 20 สาขาทั่วประเทศ พร้อมจัดทัวร์นาเม้นท์ AIS eSports Battle Challenge การแข่งขันในเกม PUBG Mobile ยอดฮิต ความพิเศษของการแข่งขันครั้งนี้อยู่ที่ การเปิดให้ผู้เข้าแข่งขันออนไลน์ลงแข่งพร้อมกันทั้ง 20สาขาทั่วประเทศ ให้คอเกมเมอร์ได้ฝึกฝีมือกันอย่างเข้มข้น โดยภายใต้การผลักดันอีสปอร์ต คอมมูนิตี้อย่างต่อเนื่อง เราเชื่อมั่นว่า จะเป็นโอกาสสำคัญให้คอเกมเมอร์ไทยได้ฝึกทักษะ เสริมสร้างประสบการณ์ เพื่อก้าวสู่การเป็นนักกีฬาอีสปอร์ตระดับโลกต่อไป” นางสาวรุ่งทิพย์ จารุศิริพิพัฒน์ หัวหน้าแผนกงานบริหารกลยุทธ์พันธมิตรทางธุรกิจและสื่อ เอไอเอสกล่าว

 

ผู้สนใจใช้บริการ AIS eSports Arena หรือเข้าร่วมแข่งขัน AIS eSports Battle Challenge สามารถลงทะเบียนได้ที่ AIS Shop ทั้ง 20 สาขา ได้แก่ สยามพารากอน, เซ็นทรัลพลาซา ปิ่นเกล้า, เดอะ มอลล์ บางกะปิ, เซ็นทรัลพลาซา บางนา, เซ็นทรัลพลาซา รัตนาธิเบศร์, เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว, เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต, ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์, เดอะ พรอมานาด, เดอะ มอลล์ บางแค, ฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต, เมญ่า เชียงใหม่, เซ็นทรัลพลาซา นครราชสีมา, เซ็นทรัลพลาซา ขอนแก่น, เซ็นทรัลพลาซา เชียงราย, เซ็นทรัล ภูเก็ต ฟอลเรสต้า, เซ็นทรัลเฟสติวัล หาดใหญ่, อยุธยา ซิตี้ พาร์ค, บิ๊กซี นครปฐม และเซ็นทรัลพลาซา มหาชัยรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.ais.co.th/esports-game

ท่าอากาศยานนานาชาติ อู่ตะเภา ระยอง-พัทยา ร่วมกับ เอไอเอส เปิดตัวนวัตกรรมดิจิทัล เสริมศักยภาพบริการและบริหารสนามบิน สนับสนุนท่องเที่ยวไทย

190924 Pic 02 ท่าอากาศยานนานาชาติ อู่ตะเภา ระยอง-พัทยา ผนึก เอไอเอส เปิดตัวนวัตกรรมดิจิทัล.jpg

24 กันยายน 2562: ท่าอากาศยานนานาชาติ อู่ตะเภา ระยอง-พัทยา โดย พลเรือโทลือชัย ศรีเอี่ยมกูล ผู้อำนวยการการท่าอากาศยานอู่ตะเภา ร่วมกับ เอไอเอส โดย นายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร เปิดตัวบริการดิจิทัลใหม่ เพื่อเสริมศักยภาพอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 สู่การเป็นอาคารผู้โดยสารอัจฉริยะ หรือ “Smart Terminal” ในอนาคต จาก 2 ส่วนหลัก คือ

190924 Pic 04 แอปฯ Thailand Smart Airport บริการข้อมูลด้านการบินและสนามบินครบครันในแอปฯ เดียว.jpg

1) อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสารด้วยแอปพลิเคชัน Thailand Smart Airport ที่จะมีข้อมูลด้านการบินและสนามบินหลากหลายในแอปฯ เดียว อาทิ สถานะตารางการบิน การแจ้งเตือนการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับไฟล์ทเดินทาง แผนที่บอกทางภายในสนามบิน และรายละเอียดของสนามบิน

190924 Pic 05 Smart Video Analytics Solution ที่ช่วยตรวจจับบุคคลหรือวัตถุต้องสงสัย เพิ่มประสิทธิภาพการรักษาความปลอดภัย.jpg

2) เสริมระบบบริหารจัดการอาคารผู้โดยสารด้วยเทคโนโลยีระบบวิเคราะห์และประมวลผลภาพวิดีโออัจฉริยะ (Smart Video Analytics Solution) ซึ่งประกอบด้วย ข้อมูลจากเครือข่ายกล้องวงจรปิดทั่วอาคาร และโปรแกรมวิเคราะห์ประมวลผลภาพปัญญาประดิษฐ์ ประยุกต์ใช้เป็นระบบตรวจจับและรับรู้ใบหน้าบุคคลและสิ่งของ (Face and Object Recognition) ในพื้นที่อาคารสนามบิน เพื่อเพิ่มระดับความปลอดภัย เช่น กรณีบุคคลหรือวัตถุต้องสงสัย หรือกรณีบุคคลสำคัญ หรือการตรวจจับวัตถุต้องสงสัย (Unattended Object Detection) แจ้งเตือนกรณีมีวัตถุถูกวางทิ้งไว้เป็นเวลานานผิดปกติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านระบบรักษาความปลอดภัย และการบริหารจัดการท่าอากาศยานของกองทัพเรือไทย

190924 Pic 06 เชื่อมต่อโลกออนไลน์ได้ง่ายๆ ผ่านฟรี ไวไฟ .@ Airport Free WiFi by AIS.jpg

นอกจากนี้ ยังอำนวยความสะดวกในการเข้าสู่โลกออนไลน์ให้แก่นักท่องเที่ยว โดยมอบบริการฟรีไวไฟ ในชื่อ .@ Airport Free WiFi by AIS เพียงค้นหาและลงทะเบียนด้วยบัตรประจำตัวประชาชนหรือพาสปอร์ต ก็สามารถใช้งานได้ทันที สำหรับลูกค้าเอไอเอสที่มีแพ็กเกจสามารถใช้บริการ AIS SUPER WiFi ได้อัตโนมัติผ่าน AIS SMART Login และรับสิทธิพิเศษจากร้านค้าในบริเวณท่าอากาศยานอีกด้วยเช่นกัน ซึ่งบริการดิจิทัลใหม่ดังกล่าวได้เริ่มให้บริการแล้วตั้งแต่วันนี้เปนต้นไป โดยนักท่องเที่ยวสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันดังกล่าวได้ทาง App Store และ Play Store ได้แล้ววันนี้

ครั้งแรกในไทย! เอไอเอส เตรียมนำร่องแพ็กเกจรองรับ 5G ในอนาคต ส่งนวัตกรรมแพ็กเกจรายเดือนใหม่ “NEXT G Flexi Speed” ปรับสปีดได้เองตามต้องการ ให้เน็ตเยอะฟินจุใจ!!!

190923 Pic AIS_NEXT G Flexi Speed_1.jpg

 

 

• เอไอเอส เขย่าวงการตลาดเน็ตมือถืออีกครั้ง ตอกย้ำผู้นำด้าน Innovation สร้างมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมไปอีกขั้น พัฒนาขีดความสามารถในการออกแบบเครือข่ายและบริการที่เข้าถึงและเข้าใจ Insight ของลูกค้าทุกกลุ่ม เปิดตัวนวัตกรรมแพ็กเกจรายเดือนใหม่ ครั้งแรกในไทย! “NEXT G Flexi Speed” ให้ลูกค้าสามารถปรับสปีดความเร็วเน็ตได้ด้วยตัวเองแบบเรียลไทม์ ผ่านแอป my AIS โดยปรับความเร็วได้ตั้งแต่ 2 Mbps/ 4 Mbps/ 8 Mbps/ เต็มสปีด จนถึงความเร็วสูงสุดระดับกิกะบิต และรับสิทธิ์ใช้งาน AIS NEXT G ไม่จำกัด ได้ในแพ็กเกจเดียว! ตอบโจทย์พฤติกรรมการใช้งานที่หลากหลาย ช่วยให้ลูกค้าควบคุมปริมาณการใช้เน็ตได้อย่างคุ้มค่า เริ่มต้นเพียงเดือนละ 450 บาท เล่นเน็ต 4G/3G ได้ถึง 20 Gbps, โทรฟรีทุกเครือข่าย 200 นาที และรับสิทธิ์ใช้งาน AIS SUPER WiFi

 

• ถือเป็นการนำร่องออกแบบนวัตกรรมแพ็กเกจรายเดือนให้รองรับพฤติกรรมการใช้งานในยุคเทคโนโลยี 5G ในอนาคต ที่อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงจะเข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญในการใช้ชีวิตของคนในทุกมิติ

 

นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป เอไอเอส กล่าวว่า “ด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงพฤติกรรมของลูกค้ายุคดิจิทัลว่า ใน 1  วัน ลูกค้าต้องการใช้งานความเร็วอินเทอร์เน็ตในรูปแบบที่แตกต่างกัน เช่น เมื่อต้องการดูหนังหรือซีรีส์บนความคมชัดระดับ Full HD ผ่านแอปพลิเคชัน YouTube ก็ต้องการใช้เน็ตความเร็วสูง เพื่อให้ได้คุณภาพคมชัดและรับชมได้อย่างลื่นไหลไม่มีสะดุด แต่หากต้องการเล่นโซเชียล, แชท, เสิร์ชข้อมูล หรือเช็กอีเมล ผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ ก็ใช้ความเร็วที่ลดลงได้ ไม่จำเป็นต้องใช้งานเน็ตที่ความเร็วสูงสุดในทุกกิจกรรม เพื่อไม่ทำให้ดาต้าในแพ็กเกจหมดเร็ว ดังนั้น การจะสร้างสรรค์บริการให้โดนใจและตอบโจทย์พฤติกรรมการใช้งานของลูกค้าอย่างแท้จริงนั้น จะใช้วิธีคิดแบบเดิมๆ ไม่ได้

 

ล่าสุด เอไอเอสจึงคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมใหม่ที่ทำให้ลูกค้าสามารถปรับสปีดได้ตามความต้องการใช้งาน ซึ่งปรับได้เองง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก ในรูปแบบแพ็กเกจชื่อ “NEXT G Flexi Speed” เพื่อเป็นทางเลือกให้ลูกค้าสามารถกำหนดความเร็วเน็ตที่เหมาะสมสำหรับการใช้งานแต่ละแอปพลิเคชันได้เอง มีให้เลือกปรับถึง 4 ระดับ จะใช้ความเร็ว เต็มสปีด, 8 Mbps, 4 Mbps หรือความเร็วที่ 2 Mbps ก็เลือกปรับได้เองตามต้องการตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านการกดรหัสง่ายๆ หรือผ่านแอป my AIS เพื่อประหยัดเน็ตไม่ให้หมดเร็ว ซึ่งมอบทั้งความคุ้มค่าและสอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งานอย่างแท้จริง

 

นอกจากแพ็กเกจนี้จะสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคในยุคปัจจุบันแล้ว ยังถือเป็นนวัตกรรมการให้บริการรูปแบบใหม่ที่รองรับพฤติกรรมการใช้งานในยุค 5G ในอนาคต ที่อินเทอร์เน็ตวิ่งบนความเร็วไม่จำกัดในปริมาณที่สูง ซึ่งต่อไปเมื่อเทคโนโลยี 5G มาถึง จะทำให้ลูกค้าเลือกปรับสปีดได้เหมาะสมตามการใช้งานจริงอีกด้วย”

 

แพ็กเกจใหม่ “NEXT G Flexi Speed” ประกอบด้วย

 

 

• แพ็กเกจค่าบริการรายเดือน 450 บาท เล่นเน็ตเต็มสปีด 4G/3G จำนวน 20 GB  (จากนั้นเล่นเน็ตต่อเนื่องด้วยความเร็ว 256 Kbps), NEXT G ไม่จำกัด, โทรฟรีทุกเครือข่าย 200 นาที และฟรี! AIS SUPER WiFi ไม่อั้น พร้อมปรับสปีดความเร็วได้ตามต้องการ ตั้งแต่ 2 Mbps จนถึงความเร็วสูงสุด

•แพ็กเกจค่าบริการรายเดือน 550 บาท เล่นเน็ตเต็มสปีด 4G/3G จำนวน 40 GB  (จากนั้นเล่นเน็ตต่อเนื่องด้วยความเร็ว 256 Kbps), NEXT G ไม่จำกัด, โทรฟรีทุกเครือข่าย 200 นาที และฟรี! AIS SUPER WiFi ไม่อั้น พร้อมรับสปีดความเร็วได้ตามต้องการ ตั้งแต่ 2 Mbps จนถึงความเร็วสูงสุด

•แพ็กเกจค่าบริการรายเดือน 750 บาท เล่นเน็ตเต็มสปีด 4G/3G จำนวน 60 GB  (จากนั้นเล่นเน็ตต่อเนื่องด้วยความเร็ว 384 Kbps), NEXT G ไม่จำกัด, โทรฟรีทุกเครือข่าย 200 นาที และฟรี! AIS SUPER WiFi ไม่อั้น พร้อมปรับสปีดความเร็วได้ตามต้องการ ตั้งแต่ 2 Mbps จนถึงความเร็วสูงสุด

 

สำหรับลูกค้าที่เปิดเบอร์ใหม่, ย้ายค่ายเบอร์เดิม หรือเปลี่ยนจากเติมเงินเป็นรายเดือน และลูกค้าปัจจุบัน สามารถสมัครใช้แพ็กเกจ NEXT G Flexi Speed ได้ที่ เอไอเอส ช็อป, ร้านเทเลวิซ,และตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทุกสาขาทั่วประเทศ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.ais.co.th/flexispeed หรือสอบถามเพิ่มเติมที่ AIS Call Center 1175

 

วิธีปรับสปีดความเร็วอินเทอร์เน็ต

 

190923 Pic  วิธีการปรับสปีดอินเทอร์เน็ต_6.JPG

190916 Pic1_เอไอเอส รับรางวัล Best Companies to Work for in Asia 2019.jpg

เอไอเอส เป็นโอเปอร์เรเตอร์รายแรกและรายเดียวในไทย
ที่ได้รับรางวัล “องค์กรที่น่าทำงานมากที่สุดในเอเชีย” 2019จากการจัดอันดับของ HR Asia

 

      เอไอเอส รับรางวัล “Best Companies to Work for in Asia 2019” องค์กรดีเด่นที่น่าทำงานมากที่สุดในปี 2019 ถือเป็นโอเปอร์เรเตอร์รายแรกและรายเดียวในไทยที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ โดยมี ดร.ปรง ธาระวานิช หัวหน้าสถาบันพัฒนาทรัพยากรบุคคล เป็นตัวแทนรับรางวัล จาก คุณดาโต๊ะ วิลเลี่ยม เอิง บรรณาธิการใหญ่ของ Business Media International ณ โรงแรม แบงค็อก แมริออท เดอะ สุรวงศ์โดยรางวัลองค์กรดีเด่นที่น่าทำงานมากที่สุดในเอเชีย จัดขึ้นโดยนิตยสารเอชอาร์ เอเชีย (HR Asia) โดยบริษัท Business Media International ประเทศมาเลเซีย  ใช้เกณฑ์ในการประเมินผลเพื่อมอบรางวัลทั้ง 3 ด้านดังนี้

  • การบริหารจัดการภายในองค์กรที่ดีเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของพนักงาน (CORE ; Collective Organization for Real Engagement) ประกอบด้วย วัฒนธรรมและจริยธรรมขององค์กรความมีศักยภาพขององค์กร และความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการดำเนินงาน
  • การดูแลเอาใจใส่และสร้างบรรยากาศที่เหมาะสมในการทำงาน (SELF ; Heart, Mind & Soul) ซึ่งประกอบด้วย การสร้างความผูกพันธ์ภายในองค์กร การสร้างแรงจูงใจในการทำงานและ พฤติกรรมและทัศนคติที่ดีต่อองค์กร
  • มีการส่งเสริมวัฒนธรรมการทำงานเป็นทีม (GROUP ; Think, Feel & Do) การตระหนักรู้ร่วมกัน การมีบรรยากาศที่เหมาะสมกับการทำงาน และการทำงานเป็นทีมร่วมกันอย่างสร้างสรรค์

    ดร.ปรง กล่าวว่า “ในฐานะตัวแทนของเอไอเอส ผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่ารางวัลแห่งความสำเร็จในครั้งนี้ มากจากความร่วมมือของผู้บริหารและพนักงานทุกคนในองค์กร เพราะบุคคลากรถือเป็นหัวใจหลักที่ทำให้องค์กรสามารถขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย และประสบความสำเร็จได้ในยุคดิจิทัล  เอไอเอสจึงมุ่งให้ความสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร ยอมรับในความแตกต่างซึ่งกันและกัน และสนับสนุนการทำงานภายใต้แนวคิด “กล้าคิด กล้าทำ กล้าเรียนรู้” ในการสร้างสรรค์ผลงานและสร้างคุณค่าในการทำงานให้เป็นองค์กรแห่ง Innovation ที่น่าทำงานที่สุดแห่งหนึ่งในขณะนี้”