ข้ามการนำทาง
2018

เอไอเอส คว้ารางวัลใช้โซเซียล มีเดีย ยอดเยี่ยม และตอบคำถามบนพันทิปรวดเร็วที่สุด จากเวที Thailand Zocial Awards 2018

AIS คว้ารางวัลใช้โซเซียล มีเดีย ยอดเยี่ยม Thailand Zocial Awards 2018 - 1.jpg

      ปัจจุบัน พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก โดยหันมาให้ความสนใจในการรับข่าวสาร หรือติดตามเรื่องราวต่างๆ ผ่านโซเชียล มีเดีย และมีปริมาณการใช้งานเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เอไอเอส ในฐานะผู้นำด้านเครือข่ายดิจิทัลอันดับหนึ่งของประเทศ จึงมุ่งมั่นในการพัฒนาช่องทางโซเชียล มีเดียต่างๆ ให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ เอไอเอส ได้รับรางวัลจากเวที Thailand Zocial Awards 2018 ถึง 2 รางวัล คือ รางวัล แบรนด์ที่ทำผลงานบนโซเชียล มีเดียยอดเยี่ยมกลุ่มธุรกิจโทรคมนาคม (The Best Brand Performance Awards by Category “Telecom”) ในฐานะแบรนด์ที่ใช้โซเชียล มีเดีย ทั้ง Facebook, Instagram, YouTube, และ Twitter สื่อสารกับลูกค้าได้อย่างดีเยี่ยม โดยสามารถเข้าถึงลูกค้าและตอบสนองไลฟ์สไตล์พฤติกรรมของลูกค้าในยุคปัจจุบันที่ชื่นชอบการใช้โซเชียล มีเดีย, มีการเพิ่มขึ้นของจำนวนลูกค้าที่กดติดตามอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังมีความน่าสนใจของเนื้อหาจนเกิดการแชร์บนโซเชียล มีเดีย โดยมี นายวิศรุต เอื้ออานันท์ ผู้อำนวยการส่วนงานบริหารช่องทางออนไลน์ เอไอเอส เป็นผู้รับรางวัล

AIS คว้ารางวัลใช้โซเซียล มีเดีย ยอดเยี่ยม Thailand Zocial Awards 2018 - 3.jpg

AIS คว้ารางวัลใช้โซเซียล มีเดีย ยอดเยี่ยม Thailand Zocial Awards 2018 - 5.jpg

      นอกจากนี้ เอไอเอสยังได้รับ รางวัล แบรนด์ที่ทำผลงานบนโซเชียล มีเดียยอดเยี่ยมบนพันทิป ด้าน Fast Response (The Best Brand Performance Awards by Platform “Pantip”) ในฐานะแบรนด์ที่สามารถตอบคำถามให้แก่ลูกค้าบนเว็บไซต์พันทิปได้อย่างรวดเร็วที่สุด ด้วยสถิติจำนวนกระทู้ที่ตอบคำถามกว่า 18,790 กระทู้ และเวลาเฉลี่ยในการตอบคำถาม กระทู้ละ 6.44 นาที โดยมี นางสาวใจพร ศรีสกุล กรรมการผู้จัดการ เอไอเอส คอลล์ เซ็นเตอร์ เป็นผู้รับรางวัล ณ โรงละครเคแบงก์ สยามพิฆเนศ สยามสแควร์วัน

เอไอเอส ผนึก ปตท. พัฒนาเทคโนโลยี IoT บนเครือข่าย AIS NB-IoT เสริมขีดความสามารถอุตสาหกรรมพลังงานของประเทศสู่ระดับสากล

 

180227 PIC เอไอเอส ลงนามความร่วมมือ ปตท พัฒนา IoT_resize.jpg

บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการสนับสนุนพัฒนาเทคโนโลยีสื่อสาร เพื่องานปฏิบัติการและบำรุงรักษาท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ด้วยเทคโนโลยี IoT บนเครือข่าย AIS NB-IoT มาตรฐานโลก

 

นายเกรียงศักดิ์  วาณิชย์นที หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเทคโนโลยี บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เอไอเอสมีวิสัยทัศน์สำคัญในการนำเครือข่ายและนวัตกรรมดิจิทัลมาพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไทย และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับองค์กรในทุกภาคส่วน โดยปีนี้ เราเน้นนำเทคโนโลยี IoT มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ด้วยการมุ่งมั่นสร้างเครือข่าย AIS NB-IoT ขึ้น เพื่อรองรับการใช้งานอุปกรณ์ IoT ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพที่สุด ซึ่งขณะนี้ ครอบคลุมแล้วทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมทั้งหัวเมืองใหญ่อีก 9 จังหวัดทั่วประเทศ

 

สำหรับความร่วมมือกับบริษัท ปตท. ในครั้งนี้ ถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้ร่วมกันวิจัยและพัฒนานวัตกรรม IoT เพื่อขยายขีดความสามารถของภาคธุรกิจพลังงานของประเทศให้ก้าวไปอีกขั้น ด้วยนวัตกรรมดิจิทัลที่คิดค้นและสร้างสรรค์ด้วยฝีมือคนไทยเอง โดยเป็นการร่วมกันทดสอบอุปกรณ์ IoT ที่ถูกพัฒนาขึ้น บนระบบการใช้งานจริง ทั้งลักษณะที่เป็นตัวต้นแบบ และแบบสำเร็จ พร้อมใช้ในงานบนระบบท่อส่งก๊าซได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึง นำมาซึ่งการแลกเปลี่ยนและเสริมสร้างความรู้ด้านวิศวกรรม ประสบการณ์ ตลอดจน ข้อมูลทางวิชาการของทั้งสองบริษัท เพื่อประโยชน์ในการสร้างนวัตกรรมในอนาคตต่อไป”

 

นายยุทธนา วิญญูพงศ์พันธ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “สายงานระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ปตท. มีภารกิจในการบริหารจัดการรับ-ส่งก๊าซธรรมชาติ ผ่านโครงข่ายท่อส่งก๊าซฯ กว่า 4,000 กิโลเมตร ที่พาดผ่านทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ตลอดจนการบำรุงรักษาท่อส่ง    ก๊าซฯ เพื่อให้สามารถขนส่งก๊าซธรรมชาติ ได้อย่างรวดเร็ว ต่อเนื่อง และมีความปลอดภัยสูงสุด เพื่อรองรับความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติ ทั้งในภาคอุตสาหกรรม การผลิตไฟฟ้า และภาคการขนส่ง

 

การบำรุงรักษาตรวจสอบระบบ Cathodic Protection เป็นหนึ่งในงานที่มีความสำคัญในการป้องกันท่อส่งก๊าซฯ จาก External Corrosion ซึ่ง ปตท. มุ่งเน้นการพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และเป็นผู้นำทางด้านวิศวกรรมบำรุงรักษาท่อส่งก๊าซฯ ในระดับสากล        จึงนำมาสู่ “ความร่วมมือสนับสนุนพัฒนาเทคโนโลยีสื่อสาร NB-IoT หรือ Narrow Band Internet of Things เพื่องานปฏิบัติการและบำรุงรักษาท่อส่งก๊าซธรรมชาติ” ระหว่าง ปตท. โดย สายงานระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติ และสถาบันนวัตกรรม ปตท. ที่มีความเชี่ยวชาญในงานวิจัยพัฒนาทางวิศวกรรม และ เอไอเอส ผู้นำทางด้านเทคโนโลยีสื่อสาร ในการนำเทคโนโลยี IoT และโครงข่ายดิจิทัล มาช่วยลดขั้นตอนและเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบระบบ Cathodic Protection เพื่อให้งานบำรุงรักษาท่อส่งก๊าซธรรมชาติเกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุด ซึ่งเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือในครั้งนี้ จะก่อให้เกิดการวิจัยและพัฒนา ตลอดจนการบูรณาการเทคโนโลยีการสื่อสารและองค์ความรู้ทางวิศวกรรมให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ประสบความสำเร็จดังวัตถุประสงค์ อันจะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศต่อไป”

 

นางสาวดวงพร เที่ยงวัฒนธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สถาบันนวัตกรรม ปตท. กล่าวเสริมว่าสถาบันนวัตกรรม ปตท. ในฐานะผู้นำเอาเทคโนโลยีมาสร้างสรรค์และประยุกต์ใช้เพื่อประโยชน์ทางธุรกิจขององค์กร มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือในการนำเอาเทคโนโลยี Internet of Thing ซึ่งเป็นการนำเอาเครือข่ายสื่อสารที่ถือเป็น Mega Trend ของโลก มาใช้กับกระบวนการอันมีความสำคัญยิ่งของ ปตท. อันได้แก่ งานบำรุงรักษาท่อส่งก๊าซธรรมชาติ โดย ทางสถาบันนวัตกรรม ยินดีและพร้อมที่จะให้การสนับสนุนและใช้องค์ความรู้และความสามารถทางด้านการวิจัยและพัฒนา มาต่อยอดเทคโนโลยีดังกล่าว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการดำเนินธุรกิจก๊าซธรรมชาติ รวมถึงแสวงหาโอกาสในการนำเทคโนโลยีการสื่อสารที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้ เพื่อให้เกิดประโยชน์ในงานด้านอื่นๆ ต่อไป”

เอไอเอส เปิดจอง “SAMSUNG Galaxy S9lS9+” 27 กุมภานี้ พร้อมส่วนลดค่าเครื่องสูงสุดถึง 7,000 บาท

 

AIS SAMSUNG S9.jpg

        เอไอเอส จับมือ ซัมซุง ประกาศเปิดให้จอง SAMSUNG Galaxy S9lS9+ สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นล่าสุดที่มาพร้อมความมหัศจรรย์จากกล้องที่ฉลาดเหมือนดวงตามนุษย์ ด้วยรูรับแสงคู่ที่สามารถเลือกปรับตามสภาพแสงได้ ลำโพงสเตอริโอด้วยระบบเสียง Dolby Atmos พร้อมฟีเจอร์อีกเพียบ ที่ล้ำที่สุดในมือถือตระกูลเอส ซีรีย์ พร้อมรองรับ AIS NEXT G NETWORK เครือข่ายความเร็วระดับกิกะบิท ที่เร็ว แรง ที่สุดในไทย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมจัดเต็ม! ข้อเสนอสุดพิเศษ เฉพาะลูกค้าเอไอเอส ทั้งลูกค้าปัจจุบัน, เปิดเบอร์ใหม่ หรือเปลี่ยนจากเติมเงินเป็นรายเดือน

  • รับส่วนลดค่าเครื่องสูงสุด 7,000 บาท เมื่อสมัครแพ็กเกจ 4G Max Speed Next G 1,099 บาท หรือแพ็กเกจ 4G Hot Deal 1,099 บาท ขึ้นไป และชำระค่าบริการล่วงหน้าเพียง 1,000 บาท
  • รับส่วนลดค่าเครื่องเพิ่มอีก 1,000 บาท เป็น 8,000 บาท บาท สำหรับลูกค้าย้ายค่ายเบอร์เดิม
  • พิเศษกว่าใคร! ลูกค้าเอไอเอส เซเรเนด อัพเกรดเครื่อง SAMSUNG Galaxy S8|S8+ เป็น SAMSUNG Galaxy S9|S9+ ได้ในราคาเริ่มต้นเพียง 10,900 บาท
  • ชมฟรี! คอนเทนต์ระดับโลกกับแพ็กเกจ Premier Full HD มูลค่า 399 บาท/เดือน นานสูงสุด 62,562
  • รับฟรี! Premium Set จากซัมซุง

      โดยลูกค้าเอไอเอส สามารถสั่งจองเครื่องได้ผ่านทาง www.ais.co.th/SamsungS9 (โดยไม่เสียค่ามัดจำ) ตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 5 มีนาคม 2561

          Samsung Galaxy S9 (64GB) สี Midnight Black, Coral Blue และ Lilac Purple วางจำหน่ายในราคา 27,900 บาท และ Samsung Galaxy S9+ (64GB) สี Midnight Black, Coral Blue และสีพิเศษ Lilac Purple เฉพาะลูกค้าสั่งจองเท่านั้น ในราคา 31,900 บาท รับเครื่องได้ตั้งแต่วันที่ 9 – 11 มีนาคม 2561 ที่เอไอเอส ช็อปทุกสาขา และเทเลวิซที่ร่วมรายการ

          ส่วน Samsung Galaxy S9+ (256GB) สี Midnight Black, Coral Blue และ Lilac Purple ราคา 37,900 บาท เป็นรุ่นเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะลูกค้าเอไอเอส ซื้อเครื่องเปล่าได้ในราคาเพียง 34,900 บาท รับเครื่องได้ตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม 1 เมษายน 2561 ที่เอไอเอสช็อปทุกสาขา และเทเลวิซที่ร่วมรายการ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 1175

เอไอเอส ร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และกระทรวงสาธารณสุข จัดพิธีมอบรางวัลโครงการ “ประกวดการใช้งานแอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์” ตอกย้ำวิสัยทัศน์ “AIS Digital For Thais” โดยมุ่งหวังให้ อสม.มีความรู้ ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อนำไปประยุกต์ในการทำงานสาธารณสุข อันก่อให้เกิดการยกระดับการดูแลสุขภาพของคนไทย เพื่อก้าวสู่ไทยแลนด์ 4.0

มอบรางวัล อสม.ออนไลน์1.jpg

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)หรือ AIS กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นผู้ให้บริการ Digital Life Service Provider    บริษัทฯจึงมุ่งมั่นในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้าไปช่วยขับเคลื่อนประเทศ ภายใต้นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ตามที่ เอไอเอสได้ประกาศวิสัยทัศน์การดำเนินธุรกิจขององค์กร ภายใต้แนวคิด “AIS Digital For Thais” ในการนำเทคโนโลยีดิจิทัล และนวัตกรรมใหม่ๆไปส่งมอบให้กับลูกค้า และคนไทย เพื่อเป็นเครื่องมือในการช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการทำงาน และส่งเสริมคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น รวมทั้งนำเทคโนโลยีดิจิทัลมายกระดับรากฐานหลักของประเทศ เพื่อร่วมสนับสนุนภาครัฐในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของคนไทยใน 4 ด้าน ได้แก่ ด้านสาธารณสุข ด้านเกษตรกรรม ด้านการศึกษา และStart Up  

โดยแกนหลักสำคัญอย่างหนึ่งในการพัฒนาประเทศ คืองานสาธารณสุขเพราะการที่ประชาชนมีสุขภาพดีจะช่วยลดภาระ และงบประมาณของภาครัฐในการดูแลสุขภาพของประชาชน ซึ่งจะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน เอไอเอสจึงมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้าไปส่งเสริมการทำงานด้านสาธารณสุข เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการด้านการรักษาพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพ    การป้องกันโรค และฟื้นฟูสภาพ สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ของกระทรวงสาธารณสุข  เอไอเอส จึงส่งเสริมให้หน่วยบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ และอสม.นำเทคโนโลยีดิจิทัลไปใช้ในงานสาธารณสุขชุมชนผ่านแอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ เพื่อเป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์เฉพาะกลุ่มงานสาธารณสุข รวมทั้งเพิ่มศักยภาพความรู้ ความสามารถของอสม.ในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปประยุกต์ในการทำงานสาธารณสุข อันก่อให้เกิดการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย

นอกจากนี้ยังมุ่งมั่นให้เกิดการใช้งานอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข  และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมหรือดีอี จัดโครงการ “ประกวดการใช้งาน แอปพลิเคชัน   อสม.ออนไลน์” เพื่อตอกย้ำความร่วมมือระหว่างภาครัฐ และเอกชนในการขับเคลื่อนประเทศไปสู่ไทยแลนด์ 4.0  ซึ่งการจัดประกวดฯ ครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากกระทรวงดีอี กระทรวงสาธารณสุข    และสื่อมวลชนในการร่วมพิจารณาตัดสิน โดยได้ผู้รับรางวัลแบ่งเป็นรางวัลดีเด่นระดับประเทศ  จำนวน 10 รางวัล และรางวัลดีเด่นระดับจังหวัด 37 รางวัล รวมถึงรางวัลชื่นชมในความมุ่งมั่นก้าวสู่อสม.4.0 จำนวน 39 รางวัล

การจัดโครงการประกวดการใช้งานแอปฯ อสม.ออนไลน์ ถือเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งที่ AIS ต้องการเข้าไปช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยด้านสาธารณสุขให้ทั่วถึงและเท่าเทียมกัน เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ต่อระบบสุขภาพของประเทศอย่างยั่งยืน โดยเอไอเอสยังคงมุ่งมั่น และให้คำมั่นสัญญาในการเดินหน้าสร้างนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อสังคม และบริการใหม่ๆเข้าไปยกระดับงานสาธารณสุข และทุกภาคส่วนของประเทศต่อไป

มอบรางวัล อสม.ออนไลน์2.jpg

นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังขับเคลื่อนทุกภาคส่วนของประเทศให้ก้าวไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 โดยสร้างสรรค์นวัตกรรมดิจิทัล เพื่อให้ก้าวทันกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมของโลก กระทรวงดิจิทัลฯในฐานะที่เป็นหน่วยงานหลักในการเตรียมความพร้อมด้านโครงข่ายสื่อสารโทรคมนาคม เพื่อรองรับเทคโนโลยีดิจิทัลที่นำไปสร้างประโยชน์ต่อประชาชนในทุกมิติ

การจัดโครงการประกวดฯในครั้งนี้ นับเป็นความร่วมมือของภาครัฐและเอกชนในการทำประโยชน์ให้แก่ประชาชนอย่างแท้จริง  โดยมีเป้าหมายร่วมกัน คือ “เศรษฐกิจและสังคมไทยให้มั่นคงและยั่งยืน” ซึ่งกระทรวงดิจิทัลฯ พร้อมที่จะขยายโครงข่ายสื่อสารโทรคมนาคม เพื่อรองรับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้าไปใช้ในการทำงานด้านสาธารณสุขชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ช่วยส่งเสริมการทำงานของรพ.สต.และอสม.   ซึ่งเป็นแกนหลักสำคัญในระบบสาธารณสุขไทย ให้เกิดความคล่องตัวมากขึ้น เพื่อให้งานบริการสาธารณสุขชุมชนเข้าถึงประชาชนอย่างทั่วถึงในทุกพื้นที่ ซึ่งแอปฯ อสม.ออนไลน์  เป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ ที่เข้าไปช่วยการทำงานสาธารณสุขชุมชนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  อีกทั้งยังส่งเสริมทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้แก่อสม.ทั่วประเทศ

ดร.นายแพทย์ภานุวัฒน์ ปานเกตุ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข  ในฐานะองค์กรหลักด้านสุขภาพของประเทศไทย  ซึ่งมีเป้าหมายให้ประชาชนมีสุขภาพดี  เจ้าหน้าที่มีความสุข  และระบบสุขภาพยั่งยืน  โดยกระทรวงสาธารณสุข ได้ให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการดูแลสุขภาพประชาชน   ทั้งในรูปแบบของบริการต่างๆ  และในส่วนของการสนับสนุนการปฎิบัติงาน  รวมถึงการผลิตเนื้อหาความรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) ให้เป็นส่วนหนึ่งของระบบ Digital Literacy ของประเทศไทย  เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศด้านสุขภาพของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งความร่วมมือในการพัฒนาระบบการแพทย์ทางไกล (Tele-Medicine) ที่จะช่วยให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ให้ได้รับบริการที่ดีอย่างทั่วถึง

มอบรางวัล อสม.ออนไลน์3.jpg

 

แอปฯ อสม.ออนไลน์ เป็นตัวอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าและแนวโน้มที่ดีในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล โดยเฉพาะในเรื่องของสุขภาพและระบบสาธารณสุข ที่จะได้ดำเนินงานร่วมกันแบบบูรณาการ เพื่อพัฒนาขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีดิจิทัลของ อสม. ให้ก้าวสู่ อสม. 4.0 ซึ่งกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ พร้อมที่จะสนับสนุนและให้ความร่วมมือผลักดันให้หน่วยงานในสังกัดฯ ได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลไปใช้ประโยชน์ในการดูแลสุขภาพของประชาชน ซึ่งจะช่วยลดภาระการทำงานของเจ้าหน้าที่ และสร้างระบบสุขภาพที่ยั่งยืน เพื่อจะได้ให้ระบบสาธารณสุขไทยก้าวไปสู่ไทยแลนด์ 4.0

เอไอเอส ประกาศวิสัยทัศน์ชัดเจน พร้อมก้าวสู่การเป็น Digital Platform for Thais เพื่อร่วมสร้างความแข็งแกร่งแก่ประเทศ

สมชัย เลิศสุธิวงค์ CEO-AIS.jpg

ประกาศความร่วมมือโครงการ AIAP.jpg

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

- เพราะ IoT จะเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่พลิกโฉมการใช้ชีวิต ตลอดจนรูปแบบการให้บริการ การบริหารจัดการองค์กรจากทั้งภาครัฐและเอกชนไปอีกขั้น เอไอเอสจึงเตรียม 2 เครือข่ายเพื่อ IoT โดยเฉพาะคือ Narrow Band IoT และ eMTC - Enhance Machine Type Communication  เริ่มต้นทั่วกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ 9 จังหวัด รวมไปถึงยกระดับเครือข่าย Data ทั่วประเทศสู่ Next G Network ที่รองรับการใช้งานระดับ 1 GB

         - เพื่อให้เทคโนโลยีดิจิทัลได้รับการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม เอไอเอส จึงประกาศเจตนารมณ์การเป็น Digital Platform for Thais ด้วยการเปิดตัว 3 แพลตฟอร์ม คือ 1. AIS IoT Alliance Program (AIAP) 2. VDO Platform “Play 365”  3. VR Content Platform เพื่อ เป็นแกนกลางสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องพัฒนาบริการตอนนี้ให้เกิด ขึ้นได้จริง โดยเน้นการยกระดับขีดความสามารถและสร้างโอกาสใหม่ๆ

 

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวในงานสัมมนา Digital Intelligent Nation 2018 ว่า จาก ความพร้อมของเทคโนโลยีดิจิทัลที่ภาครัฐ และเอกชนได้ร่วมกันพัฒนาในช่วงที่ผ่านมา ทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภค ตลอดจนรูปแบบการบริหารจัดการองค์กร ทั้งภาครัฐและเอกชน สามารถเริ่มใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาตอบโจทย์การใช้ชีวิต และการดำเนินกิจการเทียบเท่ากับระดับสากล ทำให้ปีนี้คือช่วงเวลาสำคัญที่เราคนไทยจะต้องผนึกกำลังสร้างสรรค์ Digital Platform เพื่อประเทศไทย อันจะเป็นการสร้างการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลภาพรวมได้อย่างแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

เตรียมความพร้อมเครือข่ายที่รองรับ IoT.jpg

ปี 2560 ที่ผ่านมาภาพรวมอุตสาหกรรมยังคงเติบโตถึง 4%(สูงกว่า GDP), อัตราการเติบโตของการใช้งานเฉลี่ย Mobile Internet ต่อบุคคล เพิ่มขึ้นถึง 80% เมื่อเทียบกับปี 2559, โดยปี 2560 ที่ผ่านมาคนไทยใช้งานดาต้ามากถึง 7.3 GB ต่อคนต่อเดือน และใช้เวลาอยู่บน Social Network เพิ่มขึ้นมากกว่า 60% คือ วันละประมาณ 4.8 ชั่วโมง, มากกว่า 41 ล้านคนชม VDO Streaming บนมือถือ โดย 80% ส่วนใหญ่ เป็น Local Content, องค์กรเริ่มหันใช้ Cloud เป็นมาตรฐานใหม่ในการยกระดับการบริหารจัดการ ซึ่งในส่วนของ  เอไอเอสเอง ได้พัฒนาเครือข่ายและบริการเพื่อตอบโจทย์ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมงบลงทุนด้านเครือข่ายกว่า 35,000 - 38,000 ล้านบาท เพื่อขยายเครือข่ายมือถือสู่ Next Generation ที่รองรับความเร็วถึง 1 GB, การขยายเครือข่าย NB-IoT และ eMTC เพื่อรองรับ IoT และเอไอเอส ไฟเบอร์ รวมถึงการนำ VDO Content ใหม่ๆ ทั้งจากระดับโลก อย่างซีเอ็นเอ็น และการ์ตูนเน็ตเวิร์ค รวมไปถึงจากสุดยอดผู้ผลิต Content ของไทยเช่นกัน ตลอดจนการเข้าไปซื้อหุ้นซีเอสล็อกซ์อินโฟ ก็จะเป็นการเสริมความแข็งแกร่งในการให้บริการกลุ่มลูกค้าองค์กรให้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย

NB-IoT shield หัวใจสำคัญในการพัฒนาอุปกรณ์ IoT.jpg

นายสมชัย กล่าวย้ำว่า การเติบโตเพียงอุตสาหกรรมสื่อสาร ไม่อาจช่วยยกระดับประเทศให้แข็งแกร่งได้อย่างยั่งยืน ดังนั้นภาคเอกชนจึงมีความมุ่งมั่นตั้งใจจริงที่จะขยายบทบาทสู่การเป็น Digital Platform เพื่อประเทศไทย ในฐานะแกนกลางสนับสนุน เชื่อมต่อทุกกลุ่มที่เกี่ยวข้องเข้ามาทำงานร่วมกันในลักษณะของ Ecosystem เพื่อขยายขีดความสามารถเหล่านั้นผ่านดิจิทัลสร้างการเติบโตสู่ทุกภาคส่วนของประเทศ โดยเริ่มต้นใน  3 แพลตฟอร์มสำคัญ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายดังกล่าว ประกอบด้วย

        1. AIS IoT Alliance Program AIAP : โครงการความร่วมมือของสมาชิก 70 รายจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี IoT ไม่ว่าจะเป็นองค์กรหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ มหาวิทยาลัย ผู้ผลิตเทคโนโลยี  นักพัฒนาอุปกรณ์และซอฟท์แวร์ ทั้งในและต่างประเทศ ที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนความรู้ความสามารถ, Product, Service หรือ Solution เพื่อให้เกิดการพัฒนา IoT Solution/Business Model ร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม ขยายประโยชน์สู่ภาคประชาชน เสริมการบริหารจัดการในทุกภาคส่วน

         2. The Play 365 : Local VDO Platform ที่เปิดโอกาสให้ศิลปิน สื่อมวลชน นักสร้างสรรค์ Content  ทุกวงการสามารถนำเสนอผลงานที่สร้างสรรค์ขึ้น สร้างโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคชาวไทยทุกคน พร้อมโครงสร้างรายได้และโมเดลที่เหมาะสม สอดคล้องกับตัวเลขผู้ชมที่แท้จริง

         3. AIS IMAX VR  : VR Content Platform ที่เปิดโอกาสให้นักพัฒนา VR Content สามารถเรียนรู้จากผู้ผลิต VR อันดับหนึ่งของโลกอย่าง IMAX พร้อมโครงการ VR Content Creator Program ที่เอไอเอสได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นเวทีของการสร้าง Content VR ให้กับอุตสาหกรรม 

  เอไอเอสเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า นี่คือหนทางสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน และจะสามารถช่วยสนับสนุนเป้าหมายของภาครัฐในการนำพาประเทศไทยสู่ ไทยแลนด์ 4.0 พร้อมขีดความสามารถทางการแข่งขันที่มีเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นเครื่องมือ นายสมชัยย้ำตอนท้าย

อุปกรณ์ IoT กับตู้เก็บยาในโรงพยาบาล.jpg

อุปกรณ์ IoT วัดความชื้นในข้าว เพื่อการเกษตร.jpg

เอไอเอส จัดงานสัมมนาใหญ่แห่งปี Digital Intelligent Nation 2018” เจาะลึกเทคโนโลยี IoT (Internet of Things) กับการพัฒนาประเทศในทุกภาคส่วน พร้อมถ่ายทอดสดให้ชมพร้อมกันทั่วประเทศ

Live งานสัมมนา Digital Intelligent Nation 2018.jpg

            ด้วยเทคโนโลยี IoT ที่จะมาพลิกโฉมการใช้ชีวิตในระดับผู้บริโภค และการทำธุรกิจในระดับอุตสาหกรรม และเศรษฐกิจมหภาค อันส่งผลให้ประเทศก้าวสู่ Thailand 4.0 ได้อย่างเป็นรูปธรรม เอไอเอส ในฐานะ Digital Life Service Provider มีความตั้งใจอย่างยิ่ง และพร้อมที่จะเป็นผู้ร่วมสร้าง IoT Platform เพื่อมอบประโยชน์ให้กับคนไทย จึงจัดงานสัมมนา “Digital Intelligent Nation 2018” เจาะลึกเทคโนโลยี IoT กับการพัฒนาประเทศในทุกภาคส่วน พร้อมจัดแสดงโชว์เคส บริการจาก IoT ที่เกิดขึ้นจริงแล้วอย่างครบถ้วน พร้อมประกาศ ความร่วมมือ IoT ระดับประเทศ ภายใต้ความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชน เพื่อเปิดกว้างให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับ IoT ทั้งหมดได้มาร่วมกันสร้างนวัตกรรม IoT ด้วยกัน โดยภายในงาน ได้รับเกียรติจาก รองนายกรัฐมนตรี ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และผู้บริหารองค์กรชั้นนำของประเทศ อย่าง กลุ่มเซ็นทรัล, เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ และศิลปินตัวพ่อ อย่างคุณบอย โกสิยพงษ์ ร่วมปาฐกถาพิเศษเกี่ยวกับวิสัยทัศน์ในการนำดิจิทัลเข้ามายกระดับการบริหารจัดการเพื่อให้ก้าวสู่ไทยแลนด์ 4.0

         เอไอเอสขอเชิญผู้สนใจชมถ่ายทอดสดงานสัมมนาได้ในวันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 13.30 น. ผ่าน AIS PLAY, AIS PLAYBOX, AIS Line Official, AIS Facebook

AIS จับมือโรงภาพยนตร์ IMAX นำสุดยอดเทคโนโลยีล้ำสมัย AIS IMAX VR มาให้คนไทย ได้สัมผัสเป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมมอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้า

AIS+IMAX+VR+01.jpg

นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวถึงความร่วมมือกับโรงภาพยนตร์ IMAX ในครั้งนี้ ว่า “AIS ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมแห่งโลกดิจิทัล ให้ความสำคัญกับทุกความเคลื่อนไหวทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นทั่วโลกอยู่เสมอ ทั้งนี้ เพื่อนำมาเป็นปัจจัยในการพัฒนาบริการที่ผสมผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์แห่งเทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างใกล้ชิด ตลอดจนยังสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการทำงานภายในองค์กรให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ในฐานะผู้นำ AIS ยังมุ่งเน้นในการทำหน้าที่คัดสรรนวัตกรรมล้ำสมัยอันเป็นเทคโนโลยีระดับโลก มาให้คนไทยทุกคนได้มีโอกาสสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ซึ่งจะมีส่วนช่วยเติมเต็มจินตนาการและเปิดโลกทัศน์ให้คนไทยได้เข้าใจและเห็นถึงแนวทางพัฒนาเทคโนโลยีในระดับสากล รวมถึง ยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้สามารถนำไปต่อยอดได้เห็นภาพชัดเจนมากยิ่งขึ้น”

AIS IMAX VR 03.jpg

            และในครั้งนี้ AIS ได้ร่วมกับ โรงภาพยนตร์ IMAX นำสุดยอดนวัตกรรมเทคโนโลยีแห่งยุค ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเสมือนจริงที่สมจริงที่สุดในโลกอย่าง “AIS IMAX VR” โดยมีอุปกรณ์แว่น  VR ที่มีประสิทธิภาพสูง ด้วยความคมชัด ทำให้มองภาพได้กว้างมากขึ้น และทำให้มีความสมจริงมากยิ่งขึ้นมาให้ชาวไทยในยุค Next Generation ได้สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ ไปกับเกมส์เทคโนโลยีล้ำสมัยเป็นครั้งแรกในประเทศไทย และในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยเกมส์ที่สนุกและตื่นเต้นหลากหลายรูปแบบ รวมไปถึง การจำลองเนื้อหา VR จากภาพยนตร์ที่สร้างขึ้นใหม่เพื่อ AIS IMAX VR โดยเฉพาะ ช่วยเพิ่มอรรถรสและสร้างมิติใหม่ของการเล่นเกมส์ในรูปแบบการเล่นที่สนุกมากยิ่งขึ้น เสมือนได้หลุดเข้าไปอยู่ในภารกิจเกมส์นั้นจริงๆโดยสามารถสัมผัสประสบการณ์สุดล้ำได้ที่ Paragon Cineplex ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน รวมถึงสมาชิก AIS D.C. ทดลองใช้บริการฟรี ได้ที่ชั้น 5 ศูนย์การค้าดิ เอ็มโพเรี่ยม

            นอกจากนี้ เอไอเอส ยังได้ร่วมกับโรงภาพยนตร์ IMAX สนับสนุนและเฟ้นหาสตาร์ทอัพกลุ่มผู้ผลิต VR Content ในประเทศไทย โดยสามารถส่งผลงานคอนเทนต์ทั้งในรูปแบบ VR Gaming หรือ VR Experience เพื่อเข้าร่วมพิจารณาใน  AIS The StartUp Monthly Pitching เป็นการส่งเสริมและกระตุ้นให้กลุ่มสตาร์ทอัพที่มีความสามารถในประเทศไทยได้พัฒนาและอัพเดทความรู้ใหม่ๆ ซึ่งหากคอนเทนต์สามารถตอบโจทย์ความต้องการของทาง IMAX VR ก็มีสิทธิ์รับทุนเพื่อนำคอนเทนต์ไปให้แฟนๆ ทั่วโลกได้สัมผัส ตลอดจนก้าวสู่การเป็นผู้ผลิตคอนเทนต์ระดับมืออาชีพในอนาคตได้อีกด้วย โดยสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.ais.co.th/thestartup

และพิเศษสำหรับลูกค้าเอไอสยังได้รับสิทธิพิเศษยิ่งกว่าใคร โดยช่วงแรก ตั้งแต่วันที่17 28 กุมภาพันธ์ 2561 รับสิทธิซื้อบัตร 1 ใบ รับฟรี อีก 1 ใบ ทันที หลังจากนั้น ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 61 - 30 เมษายน 2562 รับสิทธิพิเศษส่วนลดสูงสุดถึง 30% โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง www.ais.co.th/imaxvr

            “AIS จะยังคงมุ่งมั่นที่จะนำความพร้อมด้านเทคโนโลยีดิจิทัลมามอบให้ลูกค้าและคนไทยได้เรียนรู้และใช้งานจริง ตามแนวคิด Digital For Thais และตอบสนองนโยบาย Thailand 4.0 เพื่อประโยชน์ต่อประเทศอย่างต่อเนื่องต่อไป” นายปรัธนา กล่าวสรุป

            ด้าน นายวิชา พูลวรลักษณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การเป็นผู้นำธุรกิจไลฟ์สไตล์เอ็นเตอร์เทนเมนท์นั้นทำให้เราไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาและมุ่งมั่นที่จะนำนวัตกรรมใหม่ ๆ ของโลกภาพยนตร์เข้ามาสู่เมืองไทยให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์บันเทิงแปลกใหม่และทันสมัยอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ตั้งแต่โรงภาพยนตร์ที่ทันสมัยในระบบ IMAX จอยักษ์ ที่สุดแห่งภาพและเสียง, 4DX, Screen X, ระบบ Digital ของเสียงและภาพในระบบ Laser Projector และเร็ว ๆ นี้ พบกับ LED Cinema Screen ที่ พารากอน ซีนีเพล็กซ์ ซึ่งเป็นความสมบูรณ์แบบด้านเทคโนโลยีที่จะมอบประสบการณ์พิเศษให้กับคนดูที่ล้ำ ทันสมัย คุ้มค่า เหมาะกับการชมภาพยนตร์ที่มีอรรถรสอย่างเต็มที่

        ในปี 2018 ธุรกิจโรงภาพยนตร์และภาพยนตร์ทั่วโลกยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง สวนกระแสกับหลายธุรกิจที่ชะลอตัวลง เห็นได้จากอุตสาหกรรมโรงภาพยนตร์และภาพยนตร์ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้ายุคดิจิตอล ล่าสุด บริษัท กรุงเทพ ไอแมกซ์ เธียเตอร์จำกัด ได้ตัดสินใจร่วมทุนกับ ไอแมกซ์ คอร์ปอเรชั่น ในสัดส่วน 50 : 50 โดยนำเทคโนโลยีเสมือนจริง Virtual Reality (VR) มาต่อยอดธุรกิจโรงภาพยนตร์ ภายใต้ชื่อ IMAX VR แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแห่งที่ 7 ของโลก หลังเปิดให้บริการมาแล้วใน 6 แห่ง คือ ลอสแองเจลิส, นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา 2 แห่ง, โตรอนโต ประเทศแคนาดา, อังกฤษ และเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน โดยครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรที่ดีอย่าง บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส เป็นเนมมิ่งสปอนเซอร์ให้ ภายใต้ชื่อ AIS IMAX VR” พร้อมเปิดให้บริการที่ ชั้น 5 โรงภาพยนตร์พารากอน ซีนีเพล็กซ์ ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์นี้

          กลุ่มลูกค้าเป้าหมายจะเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบเทคโนโลยีความแปลกใหม่ อาทิ กลุ่มลูกค้าวัยรุ่น, First Jobber, นักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมไปถึงเหล่าเกมส์เมอร์ที่ถือเป็นตลาดใหม่ที่กำลังเติบโตและค่อนข้างน่าสนใจในตอนนี้ ทั้งนี้ เพื่อจะส่งมอบประสบการณ์แปลกใหม่ล้ำสมัยให้กับผู้เล่นเกมส์ในเมืองไทยกับยุคดิจิตอลให้ได้รับอรรถรสการเล่นเกมส์เสมือนจริงทุกด้าน คาดว่าจะทำให้เกิดปรากฎการณ์ใหม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีไลฟ์สไตล์ชื่นชอบการเล่นเกมส์ที่มีความตื่นเต้น ท้าทาย ไม่ซ้ำใคร

AIS IMAX VR 04.jpg

        Virtual Reality (VR) มีการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีระดับพรีเมี่ยมและเนื้อหาระดับโลกที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งช่วยให้ผู้เล่นเห็น เคลื่อนย้าย และสนุก ไปกับโลกใบใหม่ได้อย่างเต็มอิ่มสมจริง เช่นเดียวกับโรงภาพยนตร์ไอแมกซ์ที่มอบสิ่งที่ดีที่สุดและประสบการณ์ที่แตกต่างให้กับผู้ชมภาพยนตร์ ด้วยเทคโนโลยี VR ที่ก้าวล้ำ ด้วยแว่น VR จาก StarVR, HTC, Oculus และเทคโนโลยีจับการเคลื่อนไหวบนตัวผู้เล่น ผู้เล่นจะถูกส่งเข้าสู่โลกเสมือนจริง ที่สมจริงมากกว่าที่จะสามารถจินตนาการได้ ประกอบด้วย ห้อง 8 ห้อง ซึ่งออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเล่นเกมส์ในสภาพแวดล้อมเสมือนจริง และสามารถปรับให้เข้ากับประสบการณ์ของแต่ละเนื้อหา VR ไม่ว่าจะเป็นผู้เล่นเดี่ยว หรือผู้เล่นแบบทีม ส่วนห้องที่ 3 GloStation เป็นเทคโนโลยีล่าสุดที่พาคุณหลุดไปยังประสบการณ์นั้น ๆ โดยมีความสมจริงที่เหนือกว่าห้องอื่น ๆ และผู้เล่นยังเข้าเล่นได้ถึง 4 คน เพื่อรวมตัวเป็นทีม และต่อสู้ด้วยระบบที่ทำให้คุณได้ขยับร่างกายได้อย่างอิสระ สามารถเดินไปมากับเพื่อน ๆ ของคุณได้ในพื้นที่ที่กำหนดไว้

        สำหรับเกมส์มีให้เลือกสนุกถึง 7 เกมส์ คือ John Wick Chronicles, Justice League, Space Flight : Orbital Emergency, Deadwood Mansion (GloStation), Raw Data, Life of Us และ Eagle Flight ระยะเวลาการเล่นแต่ละเกมส์อยู่ระหว่าง 7 - 30 นาที ราคาเริ่มต้นที่ 250 บาทต่อคนต่อเกมส์ ยกเว้นเกมส์ Deadwood Mansion (GloStation) 650 บาทต่อคนต่อเกมส์

          ผู้ถือบัตรสมาชิก M Generation จากราคา 250 บาทต่อคนต่อเกมส์ ลดเหลือ 200 บาท ถ้าถือบัตร M Generation Student ลดเหลือ 180 บาท

          ผู้ถือบัตรสมาชิก M Generation จากราคา 650 บาทต่อคนต่อเกมส์ ลดเหลือ 600 บาท ถ้าถือบัตร M Generation Student ลดเหลือ 400 บาท”

เอไอเอส ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ เทิร์นเนอร์ เปิดตัว 2 สุดยอดคอนเท็นต์ระดับโลก “ซีเอ็นเอ็น” และ “การ์ตูน เน็ตเวิร์ค” ชมได้แล้ววันนี้ผ่านแอป AIS PLAY และกล่อง AIS PLAYBOX

Cartoon Network CNN.jpg

เอไอเอส ผนึกกำลัง เทิร์นเนอร์ เอเชีย แปซิฟิค เปิดตัว 2 ช่องชั้นนำระดับโลกจาก สหรัฐอเมริกาเพื่อคนไทย

  • ประเดิมด้วยสถานีข่าวอันดับหนึ่งของโลก “ซีเอ็นเอ็น” ที่นำเสนอข้อมูลข่าวสาร และการรายงานสดจากทุกมุมโลก ให้คนไทยไม่พลาดเหตุการณ์สำคัญตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมรายงานพิเศษ และการวิเคราะห์เจาะลึก นอกจากนี้ยังเปิดโลกความบันเทิง เสริมจินตนาการสุดสร้างสรรค์แก่เยาวชนไทย กับ “ช่องการ์ตูน เน็ตเวิร์ค” ที่รวมเหล่าการ์ตูนชื่อดัง อาทิ Ben 10, The Amazing World of Gumball ,Adventure Time , Powerpuff Girls, OK K.O.! Let’s Be Heroes and We Bare Bears มาให้เยาวชนได้ติดตามแบบเต็มอิ่ม
  • สุดยอดคอนเท็นต์ทั้ง 2 ช่อง จะมาเติมเต็มให้ภาพรวมของคอนเท็นต์บน แอป AIS PLAY และ กล่อง AIS PLAYBOX มีความครบถ้วน ตอบโจทย์ทุกกลุ่ม โดยล่าสุดเอไอเอสมีจำนวนคอนเท็นต์ทั้งหมดถึง 42 ช่อง และทำให้ปัจจุบันเทิร์นเนอร์มีช่องฮิตบน AIS PLAY ถึง 6 ช่อง คือ  Warner TV, HLN ,Boomerang โดยล่าสุดคือ ซีเอ็นเอ็นและการ์ตูนเน็ตเวิร์ค
  • พร้อมจัดโปรโมชั่นพิเศษ ให้ลูกค้าเอไอเอสดู 2 ช่องใหม่ “ซีเอ็นเอ็น” และ “การ์ตูน เน็ตเวิร์ค” ได้ฟรี 7 วัน ตั้งแต่วันนี้ – 22 ก.พ. 61 ผ่านทางแอป AIS PLAY และกล่อง AIS PLAYBOX

 

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า “เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้จับมือกับค่ายเทิร์นเนอร์ นำสุดยอดคอนเท็นต์ระดับโลกทีเดียวถึง 2 ช่อง มอบให้แก่ชาวไทย คือ 1. ซีเอ็นเอ็น ที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นสถานีข่าวอันดับ 1 ของโลก เข้าถึงประชากรกว่า 425 ครัวเรือนทั่วโลก และด้วยทีมข่าวมืออาชีพที่ประจำอยู่ทุกภูมิภาคทั่วโลก ทำให้ซีเอ็นเอ็น สามารถพาเราเข้าถึงทุกความเคลื่อนไหว ทุกเหตุการณ์สำคัญจากทุกมุมโลกตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยการรายงานข่าวสดจากเทคโนโลยีทันสมัย เจาะลึกยิ่งกว่าใคร และ 2. การ์ตูนเน็ตเวิร์ค ช่องความบันเทิงสุดน่ารัก ที่มอบทั้งความสุข เสียงหัวเราะ พร้อมเปิดโลกทัศน์ เสริมจินตนาการให้แก่เยาวชนไทยได้อย่างดี โดยเราต้องขอบคุณค่ายเทิร์นเนอร์ที่มอบความไว้วางใจและเชื่อมั่นในคุณภาพของวีดีโอแพล็ทฟอร์ม และเครือข่ายจากเอไอเอส ว่าพร้อมจะเข้าถึงคนไทย เพื่อมอบประสบการณ์ความบันเทิงที่ครบถ้วนให้แก่คนไทยได้ตามที่ตั้งใจไว้”

CNN.jpg

Cartoon Network CNN_1.jpg

ซีเอ็นเอ็นและการ์ตูนเน็ตเวอร์ค พร้อมให้บริการตั้งแต่วันนี้ ที่แอป AIS PLAY และกล่อง AIS PLAYBOX สำหรับช่อง ซีเอ็นเอ็น สามารถรับชมได้ที่แอป AIS PLAY ผ่านแพ็กเกจ Premier Full HD และ กล่อง AIS PLAYBOX ผ่านแพ็กเกจ Platinum Full  HD ส่วนช่องการ์ตูนเน็ตเวอร์ค Cartoon Network สามารถรับชมได้ที่แอป AIS PLAY ผ่านแพ็กเกจ Premier Full HD และ Sportainment Full HD และ กล่อง AIS PLAYBOX ผ่านแพ็กเกจ Platinum Full HD และ Family Full HD

 

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.ais.co.th/aisplay

เอไอเอส จับมือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ร่วมสร้างสรรค์แนวคิดเมืองอัจฉริยะ Smart city ในเมืองมหาวิทยาลัย อย่างเป็นรูปธรรมบนเครือข่าย NB-IoT มาตรฐานโลก สนับสนุนโดย ZTE

พิธีลงนามความร่วมมือ IoT.jpg

บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) โดย นายวีรวัฒน์ เกียรติพงษ์ถาวร หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านธุรกิจสัมพันธ์และองค์กรและ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) โดย รองศาสตราจารย์ ดร.อนันต์ ทองระอา รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย นวัตกรรม และพัฒนาเทคโนโลยี ร่วมลงนาม “บันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนาเครือข่ายแถบความถี่แคบ สำหรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์อินเทอร์เน็ตทุกสรรพสิ่ง มทส. - AIS (SUT - AIS Narrow Band Internet of Things Development Project: NB–IoT)” พัฒนานวัตกรรมเสริมสร้างแนวคิดเมืองอัจฉริยะ หรือ Smart City  ในเมืองมหาวิทยาลัย

โดยเอไอเอสได้สนับสนุนการติดตั้งอุปกรณ์สถานีฐานระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งเป็นระบบที่ใช้งานจริงในปัจจุบัน สำหรับการแพร่กระจายสัญญาณเครือข่าย NB-IoT สำหรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ IoT ภายในพื้นที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เพื่อเพิ่มโอกาสให้นักศึกษาและนักพัฒนาได้เข้าถึงเทคโนโลยีเครือข่าย สามารถฝึกปฏิบัติงานจริงกับอุปกรณ์เหล่านี้ เพื่อการทดสอบสมรรถนะและประสิทธิภาพของเครือข่ายต่อการให้บริการเชื่อมต่อระหว่าง Server กับ Sensor ชนิดต่างๆ

อาทิ การสัญจรอัจฉริยะ การวางระบบการคมนาคมที่เหมาะสมกับการสัญจรทุกประเภท ระบบขนส่งที่เชื่อมต่อไปยังเขตเมืองรอบนอก ระบบ Smart Parking จองช่องจอดรถยนต์, นวัตกรรมอัจฉิรยะเพื่อสังคมผู้สูงอายุและสนับสนุนด้านการให้บริการด้านการแพทย์ การตรวจสอบและติดตามผู้สูงอายุ เพื่อลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุและปัญหาสุขภาพ, การดูแลคุณภาพยาและเวชภัณฑ์ภายในคลังยาด้วยเทคโนโลยี NB-IoT  เกษตรกรรมอัจฉริยะ, การตรวจสอบ ติดตาม เก็บข้อมูลสภาพอากาศ ดิน น้ำ ลม แสงแดด นำมาวิเคราะห์วางแผนการเพาะปลูกพืชผลและลดต้นทุน ทั้งนี้ การนำเทคโนโลยี NB-IoT เข้ามาใช้งานร่วมกับการพัฒนาตัวตรวจรู้ชนิดต่าง ๆ โดยติดตั้งตัวตรวจรู้กับบอร์ดประมวลผลและส่งข้อมูลผ่านเครือข่าย NB-IoT ไปยัง Server เป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการพัฒนาอุปกรณ์ต้นแบบที่รองรับ NB-IoT และวางแผนการใช้งานเครือข่าย NB-IoT ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการบริหารจัดการเมืองด้านต่างๆ เตรียมพร้อมเข้าสู่ยุคดิจิทัลไทยแลนด์ 4.0

IoT ช่วยดูแลคุณภาพยาภายในคลังยา.jpg

Smart Parking ระบบจองช่องจอดรถยนต์.jpg

Smart Farm.jpg

นายวีรวัฒน์ เกียรติพงษ์ถาวร หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านธุรกิจสัมพันธ์ และองค์กร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “นอกเหนือจาการเป็นผู้ให้บริการระบบสื่อสาร ที่มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพบริการในทุกด้านแล้ว เรายังให้ความสำคัญกับการร่วมกับสถาบันการศึกษา เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมดิจิทัล อันจะเป็นการสร้างการเรียนรู้และวางรากฐานให้แก่นักศึกษาที่จะเป็นบุคลากรสำคัญในการเสริมขีดความสามารถของประเทศ ดังเช่น ความร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ในครั้งนี้ ที่ร่วมมือกันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี IoT บนโครงข่าย NB-IoT ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา”

IoT หรือ อินเตอร์เน็ตในทุกสรรพสิ่ง ถือเป็นเทคโนโลยีที่จะพลิกโฉมการใช้ชีวิตและปฏิวัติวงการอุตสาหกรรม ตลอดจนรูปแบบของการบริหารจัดการเมือง หรือ Smart City ไปอีกขั้น ที่ผ่านมาเอไอเอส จึงเตรียมเทคโนโลยีเครือข่าย NB – IoT หรือ Narrow Band Internet of Things ที่เป็นมาตรฐานสากล รองรับการมาถึงของเทคโนโลยีไว้อย่างพร้อมสรรพ โดยประโยชน์ของ NB IoT ประกอบด้วย

- สนับสนุนการใช้พลังงานไฟฟ้าต่ำ จึงช่วยให้อายุการใช้งานแบตเตอรี่ในอุปกรณ์ IoT อยู่ได้นานถึง 10 ปี

- รองรับปริมาณอุปกรณ์ IoT ได้สูงสุดในระดับแสนตัวต่อสถานีฐาน

- มีรัศมีครอบคลุมของเครือข่ายต่อสถานีฐาน กระจายได้มากกว่า 10 ก.ม. แม้แต่ในตัวอาคารก็ยังรับสัญญาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ความร่วมมือในครั้งนี้ นอกจากสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะบ่มเพาะขีดความสามารถของนิสิต นักศึกษา ดังกล่าวข้างต้นแล้ว ยังถือเป็นต้นแบบของการสร้างระบบนิเวศน์ของอินเทอร์เน็ตในทุกสรรพสิ่ง หรือ IoT Ecosystem ที่ผู้เกี่ยวข้อง ทั้งผู้พัฒนาเครือข่าย ซึ่งร่วมสนับสนุนโดยบริษัท ZTE พันธมิตรระดับโลกของเรา ผู้พัฒนา Solutions/Application นักศึกษาที่เป็น Maker ได้มาร่วมวิจัย ทดสอบ และพัฒนาบริการให้เกิดอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งแน่นอนว่าจะสร้างประโยชน์ให้แก่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีของประเทศในระยะยาวอย่างแน่นอน” นายวีรวัฒน์กล่าว

Smart city ในเมืองมหาวิทยาลัย.jpg

ด้านรองศาสตราจารย์ ดร.อนันต์ ทองระอา รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย นวัตกรรม และพัฒนาเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เผยว่า “มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยชั้นนำด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ ซึ่งตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา กับหน่วยงานและสถานประกอบการทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตร การเรียนการสอนให้มีความทันสมัยและผลิตบัณฑิตได้ตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน อีกทั้งมหาวิทยาลัยมีแนวทางดำเนินการโครงการสร้างระบบการบริหารจัดการที่ใช้เทคโนโลยี ICT และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการเป็น Digital University

              สำหรับความร่วมมือระหว่าง มทส. และเอไอเอส จึงเป็นการเพิ่มโอกาสให้นักพัฒนา นักวิจัย ได้เข้าถึงเทคโนโลยีเครือข่าย NB-IoT เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี การพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาสาขาวิชาวิศวกรรมโทรคมนาคมและระบบสหกิจศึกษา ให้นักศึกษาสามารถฝึกปฏิบัติงานจากอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำงานจริงที่ติดตั้งอยู่ที่บริษัทและภายในมหาวิทยาลัย รวมถึงผลิตบัณฑิตเป็นวิศวกรทางด้านโทรคมนาคมที่มีคุณภาพ ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานอย่างแท้จริง ตลอดจนการพัฒนาบุคลากรของบริษัทในระดับวิศวกร ทั้งการจัดฝึกอบรม การให้คำปรึกษาด้านเทคโนโลยีใหม่ หรือ การศึกษาต่อในระดับบัณฑิตศึกษา”

AIS Academy จับมือ Slingshot Group พาหุ่นยนต์โซเฟีย AI ที่ได้รับสัญชาติตัวแรกของโลก สร้างแรงบันดาลใจให้พนักงาน

AIS Academy จับมือ Slingshot Group พาหุ่นยนต์โซเฟีย AI สร้างแรงบันดาลใจให้พนักงาน_2.jpg

 

         นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส กล่าวถึงความเป็นมาของ AIS Academy ว่า “สำหรับจุดเริ่มต้นของการก่อตั้ง AIS Academy เกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะสร้างศูนย์การเรียนรู้ และพัฒนาขีดความสามารถของพนักงาน เพื่อให้มีศักยภาพเทียบเท่าระดับมาตรฐานนานาชาติสากล โดยทาง AIS Academy จะรับผิดชอบดำเนินการยกระดับความรู้ ความชำนาญ และพัฒนาศักยภาพโดยผ่านกระบวนการเรียนรู้ในรูปแบบต่างๆ ที่หลากหลาย รวมทั้งการสัมผัสประสบการณ์จริง โดยมีความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา ตลอดจนองค์กรพัฒนาบุคลากรชั้นนำจากนานาประเทศ เพื่อให้มั่นใจได้ว่า พนักงานของ เอไอเอส มีความพร้อมในการรองรับการปรับเปลี่ยนในจังหวะที่ท้าทายและรวดเร็วและมากขึ้น สำหรับหลักสูตรการเรียนรู้จะครอบคลุมการอบรมในหลักสูตรที่หลากหลายตามความต้องการของลักษณะงาน และโปรแกรมหลักสูตรพิเศษร่วมกับสถาบันการศึกษาชั้นนำของโลก อาทิ สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ ( MIT) ประเทศสหรัฐอเมริกา , Harvard Business School , มหาวิทยาลัย Manchester สหราชอาณาจักร เป็นต้น  นอกจากนี้ยังมีการเรียนรู้ผ่านระบบ Digital Learning Platform ได้แก่ แอปพลิเคชัน  AIS Learn Di ที่รวบรวมเทคโนโลยีต่างๆ ที่ทันสมัย มาจัดรวมไว้ให้พนักงานได้เรียนรู้ได้ ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ ทั้งยังมีการจัดกิจกรรมอีกหลากหลาย อาทิ หลักสูตรกิจกรรมพิเศษ เช่น AIS CREATIVE TALENTS หรือ ACT ที่เปิดโอกาสให้พนักงานทุกระดับชั้น กลุ่ม StartUp และกลุ่ม Young Telewiz ได้มาร่วมค้นหาไอเดียใหม่ๆ เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้มีความเชี่ยวชาญในสายงานชั้นนำต่างๆ จากทั้งภายในและภายนอกองค์กร มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และความรู้แบบเป็นกันเอง

AIS Academy จับมือ Slingshot Group พาหุ่นยนต์โซเฟีย AI สร้างแรงบันดาลใจให้พนักงาน_4.jpg

AIS Academy จับมือ Slingshot Group พาหุ่นยนต์โซเฟีย AI สร้างแรงบันดาลใจให้พนักงาน_5.jpg

           ในฐานะที่ AIS เป็นผู้นำในตลาดโทรคมนาคมตลอดจนการให้บริการด้านเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อให้พนักงานได้มีโอกาสพัฒนาความรู้และสัมผัสประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับ Robotics และเทคโนโลยี AI  AIS Academy จึงได้ร่วมกับ Slingshot Group จัดกิจกรรม “คุยกับโซเฟีย...หุ่นยนต์ AI ที่ได้รับสัญชาติตัวแรกของโลก” ขึ้น โดยนำหุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่ได้รับสัญชาติพลเมืองซาอุดิอาระเบียเป็นตัวแรกของโลก พร้อมด้วย ดร. เดวิด ฮันซัน วิศวกรผู้ออกแบบโซเฟีย และผู้ก่อตั้งบริษัท Hanson Robotics มาให้พนักงานเอไอเอสได้สัมผัสและพูดคุยอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ กระตุ้นให้เกิดการตื่นตัว และมีความพร้อมในการนำเอาขีดความสามารถของเทคโนโลยี AI มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้เกิดประโยชน์กับองค์กรได้ในอนาคต

AIS Academy จับมือ Slingshot Group พาหุ่นยนต์โซเฟีย AI สร้างแรงบันดาลใจให้พนักงาน_1.jpg

            “กิจกรรม “คุยกับโซเฟีย...หุ่นยนต์ AI ที่ได้รับสัญชาติตัวแรกของโลก” เป็นกิจกรรมหนึ่งในหลายกิจกรรมในการเตรียมความพร้อมที่ AIS Academy จัดขึ้นเพื่อให้พนักงานเกิดแรงบันดาลใจกับเทคโนโลยีสมัยใหม่แบบใกล้ชิด เมื่อเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากขึ้น  AIS Academy  จึงมุ่งมั่นให้พนักงานตื่นรู้และเร่งพัฒนาทักษะ  ตลอดจนการเพิ่มศักยภาพให้พร้อมรับกับการทำงานร่วมกับหุ่นยนต์ได้อย่างเป็นขั้นตอน ตลอดจนเตรียมพร้อมในการ Transform ตัวเองไปสู่การทำงานในยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเติบโตพร้อมกันไปกับการขยายธุรกิจและการเพิ่มขีดความสามารถของบริษัทเพื่อรองรับความต้องการในโลกดิจิตัลของลูกค้า AIS ” นายสมชัย กล่าวสรุป

AIS ขยาย Serenade Club เป็น 20 สาขา รองรับลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

พร้อมพลิกโฉมใหม่ เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์สุดพิเศษยิ่งขึ้น

 

AIS  เพิ่มงบประมาณกว่า  680 ล้านบาท ในการดูแลลูกค้าเซเรเนด โดยขยาย Serenade Club เป็น 20 สาขาในปีนี้ เพื่อรองรับลูกค้าเซเรเนดที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น กว่า 40% พร้อมพลิกโฉมใหม่ ภายใต้แนวคิด The Ultimate Service Experience ที่สุดของบริการเหนือระดับ ด้วย 5-Sense Experience

AIS_Serenade_Club_Emquartier_10.jpg

นางบุษยา สถิรพิพัฒน์กุล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานบริหารลูกค้าและการบริการ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวถึงความตั้งใจในการยกระดับความพิเศษเพื่อลูกค้าเซเรเนดในครั้งนี้ว่า “งานบริการ ถือเป็นหัวใจสำคัญของการดูแลลูกค้ามาโดยตลอด ซึ่งในปี 2560  AIS มีลูกค้าเซเรเนดอยู่ 4.5 ล้านราย และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นกว่า 40% เป็น 6.3 ล้านรายภายในสิ้นปี 2561 เรามุ่งมั่นในการมอบบริการสุดพิเศษ เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดในทุกๆ ด้าน ทั้ง Service, Privilege, Activity และ Touch Point

ในปีนี้ AIS จึงเพิ่มงบประมาณกว่า 680 ล้านบาท เพื่อขยาย Serenade Club เป็น 20 สาขา ครอบคลุมกรุงเทพ และหัวเมืองใหญ่ ได้แก่ เชียงใหม่ ชลบุรี ระยอง และหาดใหญ่ นอกเหนือจาก Serenade Room ที่อยู่ภายใน AIS Shop ซึ่งหากรวมกันแล้ว จะมีพื้นที่ Exclusive ที่พร้อมให้บริการสำหรับลูกค้าเซเรเนดกว่า 40 สาขาทั่วประเทศ

นอกจากนี้ AIS ยังปรับโฉม Serenade Club ใหม่ ภายใต้แนวคิด The Ultimate Service Experience – ที่สุดของบริการเหนือระดับ” ด้วย 5-Sense Experience โดยร่วมกับพาร์ทเนอร์ชาวไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ร่วมสร้างความพิเศษ ด้วยความใส่ใจ และพิถีพิถัน ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ในทุกครั้งที่เข้าไปใช้บริการที่ Serenade Club ซึ่งประกอบไปด้วย

AIS_Serenade_Club_Emquartier_01.jpg

AIS_Serenade_Club_Emquartier_05.jpg

ดีไซน์ใหม่ (SEE) ที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ด้วยดีไซน์ที่มีระดับแต่เรียบง่าย โดย PIA Interior บริษัทออกแบบภายในอันดับต้นของเมืองไทย, รสชาติ (SAVOR) ของว่างจากวัตถุดิบชั้นดี และน้ำดื่มใน Packaging ที่มีดีไซน์เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดย Cerebrum Design ที่ได้รับรางวัลจากเวทีระดับโลก RED DOT Design Award ซึ่งเปรียบเสมือนรางวัลออสการ์ของนักออกแบบ, กลิ่น (SCENT) อบอวลไปกับกลิ่น “Serendipity” กลิ่นเฉพาะของเซเรเนด ที่มอบความสดชื่น รื่นรมย์ และมีพลัง โดย PANPURI แบรนด์เครื่องหอมออร์แกนิค ระดับลัคชัวรี่ชั้นนำของเมืองไทย, เสียง (SOUND) คลอไปกับดนตรีสไตล์ Groove Jazz จาก Hitman Jazz ค่ายเพลงแจ๊สรายแรกของประเทศไทย และสัมผัส (SERVICE) ที่สุดของการบริการจาก Serenade Ambassador ที่ได้รับการอบรมด้วยหลักสูตรสู่การเป็นที่สุดของผู้ให้บริการ พร้อมสวมใส่ชุดที่มีการออกแบบเฉพาะตัว เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจ พร้อมส่งมอบงานบริการที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าคนพิเศษ

AIS_Serenade_Club_Emquartier_08.jpg

          “เอไอเอสมั่นใจว่า การขยาย Serenade Club เป็น 20 สาขาในปีนี้ จะสามารถรองรับความต้องการใช้บริการของลูกค้าเซเรเนดที่เพิ่มมากขึ้นได้อย่างแน่นอน อีกทั้งการปรับโฉมใหม่ในครั้งนี้ จะเป็นมิติใหม่ของงานบริการ ที่จะสร้างความประทับใจให้ลูกค้าในทุกครั้งที่เข้าไปใช้บริการ รวมทั้งเราจะยังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์ที่สุดของบริการให้ลูกค้าคนสำคัญของเราตลอดไป” นางบุษยา กล่าวสรุป

“THE ONE SIM” ปรากฏการณ์ใหม่ของซิมเติมเงิน

ซิมเดียวจบ ครบทุกสไตล์ โดย เอไอเอส วัน-ทู-คอล!

 

เสิร์ฟความง่ายโดนใจลูกค้าเติมเงินยุคใหม่ เอไอเอส วัน-ทู-คอล! เปิดตัว “THE ONE SIM” ซิมเดียวจบ ครบทุกสไตล์ ที่คุ้มที่สุด! และง่ายกว่าเดิม สำหรับลูกค้าที่เปิดเบอร์ใหม่กับ THE ONE SIM  สามารถเลือกแพ็กเกจหลักที่ต้องการใช้งานได้หลากหลาย ถึง 5 แพ็กเกจ ตามไลฟ์สไตล์ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น แพ็กฯ SUPER PLAY สำหรับคนชอบดูหนังฟังเพลง, SUPER SOCIAL สำหรับคอโซเชียล, EASY FREE NET สำหรับคนคุย ชอบแชท, 4G NET SIM สำหรับคอเน็ต เล่นแบบไม่อั้น, FREEDOM UNLIMITED สำหรับคนรักเน็ตและชอบโทร  และ นอกจากนี้ยังสามารถเปลี่ยนมาใช้แพ็กเกจสำหรับลูกค้าปัจจุบันได้อีกด้วย ใครชอบแบบไหนก็เลือกได้ตามใจ สมัครแพ็กฯ เองได้ง่ายๆ ผ่านช่องทางหลากหลาย อาทิ แอป my AIS หรือสแกนผ่าน  QR Code

THE ONE SIM วางจำหน่ายแล้วในราคาซิมละ 50 บาท ที่ AIS Shop, Telewiz Shop, AIS Buddy และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ สอบถามเพิ่มเติมโทร AIS Call Center 1175

AIS-ซิมเติมเงิน 1 2 call-2.jpg

หมายเหตุ

เปิด THE ONE SIM รับทันที ! โซเชียลฟรี 2 GB (นาน 30 วัน), ดูทีวีผ่านแอป AIS PLAY 2 GB (นาน 30 วัน), AIS SUPER WiFi  เต็มสปีด 3 GB นาน (30 วัน) อัตราค่าโทรนาทีละ 64 สต. ทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง เพียงเติมเงินสะสมเดือนละ 150 บาท รับสิทธิ์เพิ่ม เน็ต 4G/3G 1 GB เต็มสปีด (นาน 7 วัน), เน็ต 4G 1 GB เต็มสปีด สำหรับเครื่องมือถือที่รองรับ 4G (นาน 7 วัน)

 

หรือ สามารถเลือกแพ็กเกจหลากหลาย ได้แก่

1. SUPER PLAY ดูทีวีได้ไม่อั้น (นาน 7 วัน), ดู YouTube 1GB (นาน 7 วัน), เน็ต 4G เต็มสปีด 1 GB (นาน 7 วัน), AIS SUPER WiFi  เต็มสปีด 3 GB นาน (30 วัน), ฟังเพลงผ่านแอป JOOX ไม่อั้น (นาน 30 วัน) รับฟรี! ทุกเดือน นาน 12 เดือน เพียงเติมเงินสะสม 150 บาท/เดือน อัตราค่าโทรวินาทีละ 1.4 สต. นาทีแรก 99 สต. ทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง

2. SUPER SOCIAL โซเชียลไม่อั้น ความเร็ว 1 Mbps ผ่านแอปดัง (นาน 30 วัน) อัตราค่าโทรวินาทีละ 1.5 สต. ทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง เพียงเติมเงินสะสมเดือนละ 150 บาท รับสิทธิ์เพิ่ม เน็ต 4G/3G 1 GB เต็มสปีด (นาน 7 วัน), เน็ต 4G 1 GB  เต็มสปีด สำหรับเครื่องมือถือที่รองรับ 4G (นาน 7 วัน), AIS SUPER WiFi 3 GB เต็มสปีด (นาน30 วัน)

3. EASY FREE NET ฟรีเน็ต 150MB (ใช้งานได้ 3 วัน) พร้อมเล่นอินเตอร์เน็ต 64 kbps เดือนแรกฟรี (รับสิทธิ์เล่นฟรีในเดือนถัดไปเมื่อเติมเงินสะสมครบ 50 บาท ในเดือนก่อนหน้า) โทรทุกเครือข่าย วินาทีละ 1 สต. (นาทีแรก 1 บ.) ตลอด 24 ชั่วโมง

4. 4G NET SIM เล่นเน็ตไม่อั้น ความเร็ว 1  Mbps(นาน 7 วัน), ค่าโทรวินาทีละ 1.6 สต. (นาทีแรก 99 สต.) ทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง(นาน 7 วัน)  และฟรี AIS SUPER WiFi (นาน 7 วัน)  ค่าบริการรายสัปดาห์ 88 บาท

5. FREEDOM UNLIMITED เล่นเน็ตไม่อั้นที่ความเร็ว 512 kbps (นาน 7 วัน), โทรฟรีในเครือข่าย AIS 4 ทุ่ม – 5 โมงเย็น (สูงสุดครั้งละไม่เกิน 1 ชั่วโมง) นอกเครือข่าย/นอกช่วงเวลา/ส่วนเกิน 1 ชั่วโมง นาทีละ 75 สต. (นาน 7 วัน)  และฟรี AIS SUPER WiFi (นาน 7 วัน) หลังจากนั้นจะถูกคิดค่าบริการรายสัปดาห์ 99 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%)