ข้ามการนำทาง
2018

AIS ตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี IoT และนวัตกรรม Cloud Services  คว้า 2 รางวัล จากเวที 2018 Frost & Sullivan Thailand Excellence Awards

 

180330_Pic_2018 Frost  Sullivan Thailand Excellence Awards_01.jpg

             AIS ตอกย้ำการเป็นผู้ให้บริการ Digital Service Provider ภายใต้แนวคิด Digital for Thais นำเทคโนโลยีต่างๆ ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าและเสนอทางเลือกที่เหมาะสมให้กับภาคธุรกิจต่างๆ อย่างครบวงจร ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพที่มากด้วยประสบการณ์ ล่าสุด ได้รับ 2 รางวัล จากเวที 2018 Frost & Sullivan Thailand Excellence Awards ซึ่งจัดขึ้นโดย บริษัท ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน องค์กรให้คำปรึกษาและวิจัยระดับโลก ได้แก่ รางวัล 2018 Thailand IoT Solutions Provider of the Year ที่มอบให้องค์กรที่มีความเป็นเลิศทางด้านบริการ IoT อินเทอร์เน็ตในทุกสรรพสิ่ง (Internet of Things) และสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบวงจร ด้วยเครือข่าย NB-IoT และมุ่งมั่นสร้าง IoT Ecosystems หนุนอุตสาหกรรมต่างๆ ในประเทศเป็นรายแรกของไทย

            นอกจากนี้ ยังได้รับรางวัล 2018 Thailand Cloud Services Innovative Company of the Year ที่มอบให้องค์กรที่พัฒนา Cloud Platform มาอย่างต่อเนื่อง และสามารถตอบโจทย์การใช้งานเชิงธุรกิจในทุกมิติ รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้มีความยืดหยุ่น และรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ตอกย้ำการเป็นผู้นำด้าน Digital Platform เพื่อประเทศไทยที่มีการพัฒนา สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อขับเคลื่อนภาคธุรกิจไทยให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล โดยมี นายวีรชัย พัชโรภาสวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานการตลาดและงานขาย กลุ่มลูกค้าองค์กร เอไอเอส เป็นผู้รับรางวัล จาก มร. โกะ อิง ลอก ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทย บริษัท ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ

AIS ห่วงใยลูกค้า มอบประกันอุบัติเหตุคุ้มครอง ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง ทั่วโลก ในช่วงเทศกาลสงกรานต์

180329_Pic_AIS Songkran Festival_01.jpg

สงกรานต์ เป็นอีกหนึ่งเทศกาลสำคัญที่ชาวไทยทุกคนรอคอย เพราะนอกจากจะได้เล่นน้ำคลายร้อนกันอย่างสนุกสนานแล้ว ยังเป็นช่วงเวลาที่คนไทยส่วนใหญ่มีโอกาสใช้เวลาวันหยุดยาวกับครอบครัว ดังนั้นเพื่อให้ลูกค้าอุ่นใจตลอดช่วงเทศกาลแห่งความสุขที่กำลังจะถึงนี้ ไม่ว่าลูกค้าจะใช้ชีวิตในรูปแบบไหน หรืออยู่ที่ใดทั่วโลก AIS โดย นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ห่วงใยลูกค้าทุกคน จึงร่วมกับ คปภ.(สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย) และ ซิกน่า ประกันภัย มอบกรมธรรม์ประกันภัยสงกรานต์อุ่นใจ (ไมโครอินชัวรันส์) คุ้มครองตลอด 24 ชั่วโมงทั่วโลก ฟรี 1 เดือน (เริ่มต้นความคุ้มครองนับตั้งแต่วันที่ลูกค้าลงทะเบียน) ให้แก่ลูกค้า AIS ที่ลงทะเบียนในนามบุคคล ด้วยทุนประกันสูงสุด 100,000 บาท ครอบคลุมกรณีเสียชีวิต และทุพพลภาพเนื่องจากอุบัติเหตุ ลูกค้า AIS รับความคุ้มครองได้ฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพียงกด *858# โทรออก และลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 3 – 10 เมษายน 2561 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ais.co.th/freePA

180329_Pic_AIS Songkran Festival_02.jpg

สานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง จาก AIS คว้ารางวัล Champion จากเวทีระดับโลก WSIS PRIZES 2018 ที่จัดขึ้นโดย ITU และ UN

180328_Pic_AIS Sarnark - WSIS PRIZES 2018_01.jpg

นับเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจของคนไทย ในฐานะองค์กรจากประเทศไทยเพียงรายเดียว ที่ได้รับรางวัลจากเวทีระดับโลก WSIS PRIZES 2018 ที่จัดขึ้นโดยองค์กรระดับโลกสูงสุด นั่นคือ สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (International Telecommunication Union)  หรือ ITU และองค์การสหประชาชาติ (United Nations) หรือ UN โดย โครงการสานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง จาก AIS ได้รับการโหวตจากสมาชิก WSIS กว่า 1 ล้านคนทั่วโลก และได้รับการยอมรับจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ให้รับรางวัล Champion จากเวที WSIS PRIZES 2018 ในหมวดที่ 16 Media จากการสร้างและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีไอซีที และสื่อดิจิทัลด้วยความสร้างสรรค์ เท่าเทียม และเกิดประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม

 

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส เปิดเผยถึงความรู้สึกที่ได้รับรางวัลครั้งนี้ว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติและภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง รางวัลนี้แสดงให้เห็นถึงพลังของคนไทยที่ทำงานเพื่อสร้างสรรค์สังคมไทย และถือเป็นกำลังใจให้กับ AIS และทีมงานผู้อยู่เบื้องหลังทุกๆ คน ที่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจทำงานเพื่อสังคมมาตลอดกว่า 18 ปี รางวัล WSIS PRIZES 2018 เป็นการมอบรางวัลให้กับโครงการที่มีความโดดเด่นด้านการสร้าง ประยุกต์ใช้งาน ส่งเสริม และเป็นแบบอย่างให้เกิดความร่วมมือในระดับโลก ตอกย้ำถึงเจตนารมณ์ของ AIS ในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต สังคม และเศรษฐกิจของประเทศมาโดยตลอด ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน”

 

ความสำคัญของรางวัลดังกล่าว เกิดขึ้นจากที่ UN ได้ประกาศ “วาระการพัฒนาที่ยั่งยืน 2030” (The 2030 Agenda for Sustainable Development) รวมถึงวางเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals) หรือ SDGs รวม 17 ข้อ ไว้เมื่อวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2558 โดยวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. 2030 และ SDGs จะเป็นทิศทางพัฒนาของนานาประเทศ รวมถึง ประเทศไทย

 

โดยในปีนี้ การประกวดรางวัล WSIS PRIZES ได้รับความสนใจจากหลายประเทศทั่วโลก มีโครงการส่งเข้ามาเป็นจำนวนมากถึง 685 โครงการ จาก 18 หมวด และมีจำนวน 492 โครงการ ที่ผ่านเข้ารอบจากวิธีการโหวตโดยสมาชิก WSIS กว่า 1 ล้านคนทั่วโลก จากนั้น คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะพิจารณาคัดเลือกให้เหลือเพียงหมวดละ 5 โครงการ โดยผลการตัดสินปรากฎว่า โครงการสานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง จาก AIS (Sarnrak – Good Kids, Great Heart : The Influence ICT, Media, and Contents for Inspiring Ethics) ได้รับรางวัล Champion จากเวที WSIS PRIZES 2018 ในหมวดที่ 16 Media จากการสร้างและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีไอซีที และสื่อดิจิทัลด้วยความสร้างสรรค์ เท่าเทียม และเกิดประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม ซึ่งถือเป็นองค์กรจากประเทศไทยเพียงรายเดียว ที่สามารถคว้ารางวัลจากเวทีที่จัดขึ้นโดยองค์กรระดับโลกสูงสุดมาครองได้สำเร็จ

 

180328_Pic_AIS Sarnark - WSIS PRIZES 2018_03.jpg

นายสมชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า “การที่โครงการสานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง จาก AIS ได้รับรางวัล Champion จากเวที WSIS PRIZES 2018 เกิดจากการดำเนินโครงการที่ต่อเนื่องมาเป็นเวลานานกว่า 18 ปี และคนทั่วไปยอมรับว่าก่อให้เกิดประโยชน์กับเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการอย่างแท้จริง โดย AIS ได้นำเทคโนโลยีไอซีทีและสื่อดิจิทัล เข้ามาเป็นสื่อกลางขยายการรับรู้และเผยแพร่เรื่องจริงของเด็กเก่งที่สู้ชีวิตผ่านช่องทางสื่อออนไลน์ ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงในจำนวนมาก และเกิดเป็นกระแสส่งต่อเรื่องราวที่น่าสนใจผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ จนขยายผลเป็นการช่วยเหลือทั้งจากภาครัฐ เอกชน และสาธารณชน อาทิ การบริจาคเงินทุนการศึกษา บริจาคสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น รวมทั้ง ช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัย เพื่อให้เยาวชนไทยได้มีโอกาสที่ดีในสังคมต่อไป  โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีผู้ให้การสนับสนุนบริจาคเงินมากขึ้นจากเดิมที่ใช้เพียงสื่อออฟไลน์ถึง 2 เท่า โดยนับตั้งแต่เปลี่ยนมาเผยแพร่ทางสื่อออนไลน์ตั้งแต่เดือนกันยายน 2559 จนถึงปัจจุบัน เด็กคนเก่งบางคนได้รับยอดเงินบริจาคสูงสุดถึง 500,000 บาทเลยทีเดียว จึงถือได้ว่า เป็นการดำเนินโครงการสอดที่รับกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG  ทั้งเรื่อง การขจัดความยากจน (No Poverty)  , มีการศึกษาที่เท่าเทียม (Equality Education) , การจ้างงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ (Decent Work and Economic Growth)  รวมทั้ง การลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม (Reduce Inequalities)”

 

โครงการสานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง  เป็นหนึ่งในกิจกรรมเพื่อสังคมที่ AIS ดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 เนื่องด้วยเล็งเห็นถึงสภาพปัญหาในสังคมไทย ยังมีครอบครัวอีกจำนวนมากที่ขาดโอกาสทางสังคมและต้องการความช่วยเหลือ โดย AIS ได้จัดโครงการดังกล่าวขึ้นเพื่อช่วยเหลือครอบครัวเหล่านี้ ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน มอบทุนการศึกษาจนจบในระดับปริญญาตรี และมีกิจกรรมเสริมสร้างการเรียนรู้ และดูแลชีวิตความเป็นอยู่อย่างต่อเนื่อง รวมทั้ง นำเรื่องราวของเยาวชนซึ่งเป็นแบบอย่างที่ดีของสังคมไทยนำไปเผยแพร่ผ่านรายการสานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง บนช่องทาง YouTube (sarnrakais), Facebook (Sarnrakkonkeng) และแอปพลิเคชัน AIS PLAY, AIS PLAYBOX ทุกวันพฤหัสบดี เวลา 15.00 นาฬิกา

เอไอเอส บุกตลาดโรมมิ่ง เพิ่มทางเลือกใหม่ให้ลูกค้านักเดินทาง เปิดบริการ “ให้เช่า Pocket wifi พร้อมเล่นเน็ตแบบ Non-Stop”

Pic_AIS Pocket WiFi 3.jpg

เอไอเอส ตอกย้ำผู้นำตลาดโรมมิ่งที่ตอบสนองความต้องการของนักเดินทางทุกกลุ่ม ด้วยแพ็กเกจและบริการที่หลากหลายและคุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็น แพ็กเกจโรมมิ่ง, SIM2Fly ซิมโรมมิ่งราคาประหยัด ล่าสุด เพิ่มทางเลือกใหม่ในการใช้เน็ตในต่างประเทศให้กับผู้ใช้มือถือทุกค่าย ด้วยบริการ “ให้เช่า พ็อกเก็ต ไวไฟ พร้อมเล่นเน็ตไม่จำกัด” เริ่มต้นเพียงวันละ 150 บาท ได้รับเน็ตความเร็วสูงสุด 1 GB จากนั้นใช้เน็ตได้ไม่จำกัดที่ความเร็ว 128 Kbps โดยสามารถแชร์เน็ตได้สูงสุดถึง 10 เครื่อง และใช้บริการได้ใน 10 ประเทศสุดฮิต ทั้งเอเชีย ออสเตรเลีย และอเมริกา รวมทั้ง อุ่นใจยิ่งกว่า ด้วยบริการดูแลตลอดการใช้งานในต่างแดน โดยทีมเอไอเอสคอลเซ็นเตอร์ และทีมวิศวกรที่พร้อมตรวจสอบและแก้ไขปัญหาการใช้งานได้อย่างทันท่วงที ตลอด 24 ชั่วโมง โดยลูกค้าที่สนใจใช้บริการสามารถเช่าได้ที่ AIS SHOP 17 สาขาในกรุงเทพฯ

Pic_AIS Pocket WiFi 2.jpg

นางสาวอัศนีย์ วิภาตเวทย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ ผลิตภัณฑ์ลูกค้าองค์กรและบริการระหว่างประเทศ เอไอเอส กล่าวว่า “เอไอเอสเล็งเห็นว่า ในตลาดยังมีนักเดินทางที่มองหาการใช้งานเน็ตโรมมิ่งราคาประหยัด แต่ไม่ต้องการเปลี่ยนซิม รวมถึงผู้ที่เดินทางเป็นกลุ่ม และต้องการแชร์การใช้เน็ตภายในกลุ่ม ดังนั้น เพื่อเป็นการตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มนี้ เราจึงเปิดให้บริการ เช่าพ็อกเก็ตไวไฟ ที่มาพร้อมซิมและแพ็กเกจเล่นเน็ตไม่จำกัด ครบถ้วนในที่เดียว ในราคาประหยัด สำหรับผู้ใช้มือถือทุกค่าย โดยเราชูจุดเด่นเรื่องของการดูแลที่อุ่นใจได้ตลอดการเดินทาง หากพบปัญหาการใช้งานในต่างประเทศ สามารถติดต่อเอไอเอส  คอลเซ็นเตอร์ ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเอไอเอสดูแลลูกค้าเหมือนบริการโรมมิ่ง ในขณะที่บริการอื่นๆ ที่มีอยู่ในตลาด ใช้ซิมของต่างประเทศในการให้บริการ ทำให้เมื่อพบปัญหาการใช้งาน จะใช้เวลานานในการแก้ปัญหาหรือบางครั้งไม่สามารถแก้ปัญหาได้”

ประเทศที่ให้บริการ และอัตราค่าบริการ (รวม VAT)

  • กลุ่มประเทศที่ 1:            ญี่ปุ่น                                                    150 บาท/วัน
  • กลุ่มประเทศที่ 2:            เกาหลีใต้ ไต้หวัน                                    180 บาท/วัน
  • กลุ่มประเทศที่ 3:            ฮ่องกง มาเก๊า สิงค์โปร์ มาเลเซีย               200 บาท/วัน
  • กลุ่มประเทศที่ 4:            ออสเตรเลีย USA ลาว                             350 บาท/วัน

หมายเหตุ ค่ามัดจำเครื่อง  1,500 บาท/เครื่อง

Pic_AIS Pocket WiFi 4.jpg

          ทั้งนี้ เพื่อความสะดวกในการใช้งานในต่างประเทศลูกค้าสามารถเข้าไปตรวจสอบอินเทอร์เน็ตคงเหลือในแพ็กเกจ หรือเติมเงินด้วยบัตรเครดิต เพื่อซื้อแพ็กเสริมเพิ่มเน็ตที่ความเร็วสูงสุดได้ง่ายๆ ผ่านทางเว็บไซต์ http://myais.ais.co.th          โดยแพ็กเสริมดังกล่าว จะสามารถสมัครได้ในช่วงระยะเวลาที่ได้แจ้งเช่าพ็อกเก็ตไวไฟเท่านั้น ตัวอย่างเช่น กรณีลูกค้าแจ้งเช่าพ็อกเก็ตไวไฟกับทางเอไอเอส วันที่ 1 – 3 มีนาคม ดังนั้นลูกค้าสามารถสมัครแพ็กเสริมนี้ได้ในวันที่ 1 – 3 มีนาคมเท่านั้น

          บริการให้เช่าพ็อกเก็ตไวไฟ ที่ AIS Shop 17 สาขาในกรุงเทพฯ ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ,  ท่าอากาศยานดอนเมือง, สยามพารากอน, เทอร์มินอล 21, เซ็นทรัลลาดพร้าว, เซ็นทรัลปิ่นเกล้า,  มาบุญครอง, เซ็นทรัลอีสต์วิลล์, เซ็นทรัลพระราม 2, เมกาบางนา, เซ็นทรัลเวิลด์, แฟชั่นไอส์แลนด์, เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ, เซ็นทรัลพระราม 9, เดอะมอลล์บางกะปิ, เซ็นทรัลเวสต์เกต, ฟิวเจอร์ปาร์ครัง

กลุ่มสิงค์เทล ผนึก เอไอเอสและบริษัทในกลุ่ม เตรียมเปิดบริการชำระเงินด้วยกระเป๋าเงินอิเล็คทรอนิคส์บนมือถือข้ามพรมแดนเป็นรายแรก

 

วันนี้กลุ่มสิงค์เทลประกาศแผนที่จะเชื่อมกระเป๋าเงินบนมือถือจากบริการของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในกลุ่มเข้าด้วยกัน ผ่านแพลตฟอร์มกลาง เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าใช้จ่ายผ่านบริการของค่ายตัวเองได้แม้อยู่ต่างประเทศ เบื้องต้นเริ่มจากการเชื่อมโยงบริการกระเป๋าเงินสดของสิงค์เทลเข้ากับพันธมิตรในภูมิภาค โดยเตรียมเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ระหว่างสิงค์เทลและเอไอเอสเป็นรายแรก  โดยนับเป็นครั้งแรกที่บริการกระเป๋าเงินอิเล็คทรอนิคส์บนมือถือจากผู้ให้บริการในแต่ละประเทศ จะสามารถนำมาใช้ชำระค่าสินค้าและบริการตามร้านค้าที่เป็นพันธมิตรของค่ายมือถือในกลุ่มสิงค์เทลทั่วเอเชียได้อย่างสะดวกสบายเหมือนใช้จ่ายในประเทศตัวเอง

 

การริเริ่มใช้กระเป๋าเงินอิเล็คทรอนิคส์บนมือถือของแต่ละค่ายแบบข้ามพรมแดนนี้ ถือเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของสิงค์เทลและพันธมิตรในภูมิภาคที่ต้องการเสริมประสบการณ์การชำระเงินผ่านมือถือให้กับลูกค้าของพันธมิตรทุกราย ซึ่งจะส่งผลดีกับฐานลูกค้ากว่า 590 ล้านคนของกลุ่มสิงค์เทลที่เดินทางท่องเที่ยวในทวีปเอเชีย ให้สามารถจับจ่ายใช้สอยด้วยระบบชำระเงินที่คุ้นเคยผ่านมือถือที่สะดวก ปลอดภัย

Mr_ArthurLang.jpg

นายอาเธอร์ แลงก์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มสิงค์เทลอินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า “ภาพรวมของการชำระเงินผ่านมือถือในเอเชียปัจจุบันมีความหลากหลายอย่างยิ่ง  นี่อาจเป็นความท้าทายหนึ่งในการที่จะให้ลูกค้ายอมรับการชำระเงินผ่านมือถือ ดังนั้นในฐานะที่กลุ่มสิงค์เทลมีฐานลูกค้าเป็นจำนวนมาก จึงมุ่งหวังที่จะอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าด้วยการพัฒนาแพลตฟอร์มระบบชำระเงินที่เชื่อมกันข้ามพรมแดน โดยเริ่มต้นระหว่างพันธมิตรในกลุ่มที่มีเป้าประสงค์เดียวกัน คือต้องการจะลดอุปสรรคพร้อมเพิ่มศักยภาพให้กับระบบการชำระเงินผ่านมือถือในภูมิภาค ด้วยการสร้างประสบการณ์แบบไร้รอยต่อ (Seamless)ให้ลูกค้าสามารถใช้บริการหรือแอปชำระเงินของค่ายตัวเองได้แม้ระหว่างเดินทางต่างประเทศ รวมถึงช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยมีโอกาสเข้าถึงฐานลูกค้าหลายร้อยล้านคนได้อย่างง่ายดายผ่านระบบชำระเงินดิจิทัล”

 

ปี 2560 พบว่ามีตัวเลขนักท่องเที่ยวกว่า 80 ล้านคนเดินทางไปยังประเทศในเอเชียที่กลุ่มสิงค์เทลให้   บริการ1 โดยยังมีร้านค้ารายย่อยอีกจำนวนมากที่รับเฉพาะเงินสด ดังนั้นจากการที่ภูมิภาคนี้มีการเข้าถึงบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระดับสูง การชำระเงินผ่านมือถือจึงเป็นทางเลือกที่สะดวกและปลอดภัยสำหรับนักเดินทางที่ไม่ต้องการจะถือเงินสดติดตัวเป็นจำนวนมาก

 

นายแลงก์ เสริมอีกว่า “ไลฟ์สไตล์ของลูกค้ากลุ่มสิงค์เทลมีความเป็นดิจิทัลมากขึ้น ดังนั้นการที่ลูกค้าในกลุ่มของเราเดินทางในภูมิภาคเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ทำให้เราเชื่อว่าการพัฒนาให้ลูกค้าสามารถใช้บริการกระเป๋าเงินอิเล็คทรอนิคส์บนมือถือของค่ายตัวเองได้ในต่างประเทศ จะแสดงให้เห็นถึงการผสานจุดแข็งและความร่วมมือของกลุ่มสิงค์เทลในเอเชียได้อย่างชัดเจน”

 

หลังจากที่ได้รับการอนุมัติจากทางการไทยและสิงคโปร์ คาดว่าการให้บริการของสิงค์เทล และเอไอเอส น่าจะเริ่มได้ประมาณกลางปี 2561 ซึ่งจะทำให้ผู้เดินทางกว่า 1.5 ล้านคนที่เดินทางระหว่างไทยและสิงคโปร์ในแต่ละปี2  สามารถใช้บริการ Singtel Dash และ แอป my AIS กับร้านค้ากว่า 20,000 แห่งทั้งในไทยและสิงคโปร์ได้อย่างสะดวกสบาย

Mr_YuenKuanMoon.jpg

นายควน มูน ยูเอ็น ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายลูกค้าของสิงค์เทล กล่าวว่า “การเชื่อมโยงกระเป๋าเงินบนมือถือของผู้ให้บริการในกลุ่มนับเป็นการยกระดับการชำระเงินผ่านมือถือของบริการ Singtel Dash ขึ้นไปอีกระดับ ด้วยการเพิ่มช่องทางการชำระค่าสินค้าและบริการ   การที่กระเป๋าเงินบนมือถือเชื่อมต่อกัน ทำให้ไม่ต้องพกเงินสดจำนวนมากเมื่อเดินทางต่างประเทศ เราหวังว่าเมื่อเปิดใช้บริการจะทำให้ลูกค้าของสิงค์เทลสามารถเพลิดเพลินไปกับการจับจ่ายใช้สอยด้วย Singtel Dash เมื่อเดินทางมาประเทศไทย”

สมชัย เลิศสุทธิวงค์ CEO AIS.jpg

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส กล่าวว่า “เราตื่นเต้นมากกับการเปิดตัวระบบการชำระเงินด้วยกระเป๋าเงินอิเล็คทรอนิคส์บนมือถือข้ามพรมแดนในครั้งนี้ เพราะการเชื่อมโยงระหว่างกัน จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้าของเอไอเอสในการจับจ่ายใช้สอยด้วยแอป my AIS ที่ใช้ระบบชำระเงินของ Rabbit LINE Pay  เมื่อเดินทางไปสิงคโปร์”

 

การเชื่อมโยงกระเป๋าเงินบนมือถือครั้งนี้จะช่วยให้ผู้เดินทางสามารถใช้บริการกระเป๋าเงินอิเล็คทรอนิคส์บนมือถือที่เคยใช้ในประเทศของตนเอง เพื่อชำระค่าสินค้าและบริการในต่างแดนได้ทันที  ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้บริการ Dash ของสิงค์เทลเมื่อเดินทางมายังประเทศไทย ก็เพียงแค่เปิดแอป Dash เพื่อสร้าง  QR Code แล้วให้ร้านค้าที่รับชำระผ่าน mPAY สแกน ผู้ใช้บริการจะเห็นจำนวนเงินที่จะทำธุรกรรมทั้งในสกุลเงินบาทและดอลลาร์สิงคโปร์ก่อนการชำระเงิน ซึ่งจะช่วยให้นักเดินทางไม่ต้องวุ่นวายกับการพกพาเงินสด รวมถึงเผชิญกับปัญหาส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนที่มีความผันผวน

 

กลุ่มสิงค์เทลมีแผนที่จะขยายการให้บริการดังกล่าวไปยังผู้ให้บริการพันธมิตรในภูมิภาคเช่น AirTel อินเดีย, Globe ฟิลิปปินส์ และ Telkomsel อินโดนีเซีย ในช่วงครึ่งหลังของปี 2561 แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการอนุมัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในแต่ละประเทศ

 

ปัจจุบันกลุ่มสิงค์เทล มีระบบ Open Platform ที่เป็นระบบชำระเงินระหว่างกันของพันธมิตรในกลุ่ม ที่ทำให้ลูกค้ามือถือของกลุ่ม สามารถที่จะซื้อสินค้าออนไลน์ได้ด้วยการเก็บเงินผ่านผู้ให้บริการมือถือของตนหรือตัดจากกระเป๋าเงินบนมือถือได้ทันที และยิ่งมีการเปิดตัวการใช้บริการกระเป๋าเงินข้ามพรมแดนได้ จะยิ่งช่วยให้ผู้ใช้บริการสามารถจับจ่ายใช้สอยแบบไร้เงินสดกับร้านค้าต่างๆ ได้อย่างสะดวกยามเดินทาง

เอไอเอส เปิดกลยุทธ์ Real Time Presenter กับสุดยอดปรากฏการณ์แห่งสยามประเทศ ละครบุพเพสันนิวาส รับยอดชม AIS PLAY พุ่งกว่า 3 เท่า พร้อมอ้าแขนรับ เบลล่า-ราณี แคมเปน จาก บทแม่หญิงการะเกด  เป็น Presenter ของแบรนด์เอไอเอส  เชื่อ...มัดใจคนไทยครบทุก Gen

 

AIS _CCBO_คุณปรัธนา  ลีลพนัง.jpg

นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหาร กลุ่มลูกค้าทั่วไป บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส เปิดเผยว่า “การใช้ Presenter ในฐานะตัวแทน Brand เป็นกลยุทธ์ที่เราใช้มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในแคมเปญหลัก เพราะเชื่อว่า การสื่อสารไปยังกลุ่มผู้บริโภคที่มีความหลากหลายอย่างมีประสิทธิภาพ และเข้าถึงจำเป็นต้องมีตัวแทนที่สามารถ Connect กับ Emotional ของผู้บริโภคได้อย่างตรงใจ”

180322_Pic_คลิป AIS แรงข้ามภพข้ามชาติ_3.jpg

“ต้องยอมรับว่า ปรากฏการณ์ บุพเพสันนิวาส คือ กระแสความนิยมสูงสุดในตอนนี้ และทำให้คนไทยทุกกลุ่ม ย้อนกลับมาชื่นชมกับประวัติศาสตร์อันงดงามของประเทศไทย รวมถึงเป็นละครที่สื่อสารอารมณ์ได้อย่างครบถ้วน โดยเฉพาะตัวละครเอกอย่าง เบลล่า ราณี แคมเปน ในบทแม่หญิงการะเกด ที่ข้ามภพมาเอาชนะใจทุกคนในสมัยอยุธยาได้แบบเอาอยู่ ด้วยสไตล์ที่สามารถผสมผสานวิธีคิดของคนยุคใหม่ที่มีอิสระ และ สุภาพสตรีสมัยกรุงศรีอยุธยาที่เป็นเบื้องหลังความสำเร็จของครอบครัว”

180322_Pic_คลิป AIS แรงข้ามภพข้ามชาติ_4.jpg

“สำหรับเบลล่า-ราณีนั้น นับเป็นดาราหญิงอันดับต้นของช่อง 3 ที่มีความมุ่งมั่นกับการเป็นนักแสดงมืออาชีพตัวจริง สามารถเข้าถึงทุกบทบาทที่ได้รับจากการทำการบ้านอย่างหนัก  จนทำให้ตั้งแต่เข้าวงการมา ละครที่แสดงได้รับความนิยมสูงมากของช่อง 3 เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งล่าสุดกับ ละครบุพเพสันนิวาส ที่สามารถสร้างปรากฏการณ์เป็น Talk of The Town (เรตติ้งตอนล่าสุด คืนวันพุธที่ 21 มีนาคม 2560 : Bangkok 23.4 และ Nationwide 16.0) ที่คนไทยทุกช่วงอายุไม่ยอมพลาด กระแสใน Social media ที่มี Engagement พุ่งอย่างต่อเนื่อง พร้อมยอดชมสดและชมย้อนหลังที่เติบโตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และเบลล่าเอง ก็มียอดผู้ติดตามอินสตาแกรมส่วนตัว สูงถึง 3.8 ล้าน แต่ละรูปมียอด Like อย่างต่ำ 3 แสนไลค์ และเคยสูงสุดกว่า 7 แสนไลค์”

180322_Pic_คลิป AIS แรงข้ามภพข้ามชาติ_5.jpg

นายปรัธนา กล่าวว่า “นี่จึงเป็นเหตุผลที่เอไอเอส เชิญ เบลล่า-ราณี มาเป็น Presenter ในครอบครัวเอไอเอส ในทันทีด้วยแนวคิด Real Time Presenter เพื่อตอบโจทย์ความนิยมของคนไทย และร่วมสื่อสารความตั้งใจของเอไอเอสในการให้บริการระบบสื่อสารอย่างดีที่สุด ไปยังคนไทยทุกกลุ่ม โดยเริ่มต้นสร้างการเข้าถึงผ่านทาง Content บนโลก Online ด้วยการร่วมมือกับช่อง 3 และ บรอดคาซท์ไทยเทเลวิชั่น สร้างสรรค์คลิป เวอร์ชั่นพิเศษ ที่ยังคงสื่อสารในแกนเรื่องและ Character ตัวละครของบุพเพสันนิวาส ก่อนที่จะขยายรูปแบบอื่นๆ ตามมาต่อไป”

เอไอเอส ชูจุดแข็ง ผู้นำวิดีโอแพลตฟอร์ม หนึ่งเดียวในไทย ที่ถ่ายทอดสด คอนเสิร์ต ผ่านเครือข่ายมือถือ บน AIS PLAY และกล่อง PLAYBOX เดินหน้าจับมือพันธมิตร 3 ค่ายดัง “แกรมมี่ – ซีเนริโอ – วอท เดอะ ดัก” จัดเต็ม LIVE CONCERT, MUSICAL SHOW, ARTIST CONTENT สุดปัง ตลอดปี!

 

AIS-GMM_1.jpg

•    เอไอเอส เผยยอดชมวิดีโอบนแอปฯ AIS PLAY และกล่อง AIS PLAYBOX โตอย่างก้าวกระโดด คนนิยมชมเอ็กซ์คลูซีฟฟรีคอนเทนต์ อย่างไลฟ์คอนเสิร์ตมากที่สุด จึงเร่งต่อยอดความสำเร็จ ควง  3 ค่าย จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่, ซีเนริโอ และวอท เดอะ ดัก เชื่อมความสนุกจากออฟไลน์สู่ออนไลน์   ยกขบวนไลฟ์คอนเสิร์ตจากศิลปินดัง และมิวสิคัลโชว์แห่งปีที่ทุกคนรอคอย รวมถึงคลังคอนเสิร์ตย้อนหลังให้คนไทยชมฟรี! ตลอดทั้งปี พร้อมปักธง ปั้น AIS PLAY เป็นวิดีโอแพลตฟอร์มบันเทิงเพื่อ คนไทย พร้อมสนับสนุนโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจให้กับพันธมิตร

ฟ้าใหม่ ย้ำ คอนเสิร์ตแกรมมี่ ยิ่งไลฟ์ยอดขายบัตร ยิ่งพุ่ง มองเป็นโอกาสโตของวงการเพลง ตีโจทย์ขยายความบันเทิงทุกรูปแบบสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ เผยฟีดแบ็กปีที่แล้วเปรี้ยงมาก แฟนๆ ติดใจ  ภาพคมชัด และมีหลายจอให้เลือก แง้มปีนี้ เสริมทัพ ขนคลังคอนเสิร์ตดังแกรมมี่ที่ทุกคนคิดถึง รวม 120 คอนเสิร์ต ในรอบ 20 ปี มาให้เลือกดูย้อนหลังอย่างเต็มอิ่ม

บอย ถกลเกียรติ ร่วมกับ เอไอเอส ปลุกกระแส การแสดงสดรูปแบบใหม่แห่งปี 2018 ด้วยการเปิดประสบการณ์ การชมผ่านหน้าจอแบบเรียลไทม์ ตั้งเป้าขยายฐานผู้ชมการแสดงสดให้บูมในวงกว้าง คาดช่วยกระตุ้นให้อยากมาสัมผัสบรรยากาศจริง เชื่อมั่น ทำออนไลน์ดี ช่วยสร้างการรับรู้ หนุนออฟไลน์

AIS-GMM_2.jpg

นายปรัธนา  ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป เอไอเอส กล่าวว่า “วันนี้  เอไอเอส มี  AIS PLAY เป็นวิดีโอแพลตฟอร์ม ที่อัดแน่นไปด้วยคอนเทนต์จากทุกมุมโลก ตอบไลฟ์สไตล์ของลูกค้าทุกกลุ่ม โดยคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด คือ เอ็กซ์คลูซีฟฟรีคอนเทนต์ อย่างไลฟ์คอนเสิร์ต, รายการวาไรตี้ต่างๆ ที่เอไอเอสได้ร่วมกับพันธมิตรคัดสรรมาให้ชมบน AIS PLAY และกล่อง AIS PLAYBOX โดยเฉพาะ เป็นสิทธิพิเศษด้านความบันเทิงที่เราตั้งใจมอบให้กับลูกค้าเอไอเอสเท่านั้นที่จะได้ชม ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีเกินคาด ปีนี้เราจึงต่อยอดความสำเร็จ จับมือกับพันธมิตรธุรกิจบันเทิง ได้แก่ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่, ซีเนริโอ และวอท เดอะ ดัก นำคอนเสิร์ตและมิวสิคัลโชว์ มาให้ชมสดผ่านเครือข่ายมือถือ เพื่อมอบประสบการณ์ความสนุกครั้งใหญ่ให้กับลูกค้าได้ชมแบบเต็มอิ่มตลอดปี 61 นี้ และเตรียมเปิดตัวความร่วมมือกับค่ายเพลงและค่ายบันเทิงชั้นนำอีกมากมายในเร็วๆ นี้

AIS PLAYBOX.jpg

โดยเอไอเอสถือเป็นรายแรกที่ลงมาบุกเบิกตลาดคอนเทนต์ ไลฟ์คอนเสิร์ต แบบเต็มตัว เพราะเราเชื่อว่า เครือข่ายดิจิทัลจะเป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อโลกของออฟไลน์หรือออนกราวด์อีเวนท์มาอยู่บนออนไลน์ เพื่อให้คนได้สัมผัสและเข้าถึงความสนุกได้อย่างไร้ข้อจำกัด ในแง่พันธมิตร ก็จะเป็นการช่วยสนับสนุนและสร้างโอกาสใหม่ๆ ทางการตลาดและการเข้าถึงฐานผู้ชมในวงกว้างมากขึ้น โดยเราใช้เทคโนโลยีการถ่ายทอดสดที่ทันสมัย ให้ภาพคมชัด และเลือกชมได้แบบ Multi-Screen สูงสุด 3 มุมกล้อง”

ในปีที่ผ่านมา AIS PLAY จัดถ่ายทอดสดคอนเสิร์ตใหญ่ๆ ไปแล้ว จำนวน 23 คอนเสิร์ต มียอดผู้ชมรวม 5 ล้านวิว โดยคอนเสิร์ตที่มียอดผู้ชมสดสูงสุด อันดับ 1 คือ Big Mountain Music Festival 2018อันดับ 2 คือ Urban Music Festival และ อันดับ 3 คือ Whitehaus2 โดยคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด ได้แก่ ไลฟ์คอนเสิร์ต, รายการวาไรตี้ อาทิ Take Me Out Thailand และคอนเสิร์ตย้อนหลัง (VOD) ตามลำดับ

AIS PLAY.jpg

นายฟ้าใหม่ ดำรงธรรม กรรมการผู้จัดการ สายงานการตลาดและการขาย จีเอ็มเอ็ม มิวสิค บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “แนวทางของจีเอ็มเอ็มฯ คือ เราพยายามที่จะสร้าง Total Experience ให้กับผู้ชมอย่างต่อเนื่อง โดยขยายสู่ช่องทางของดิจิทัลแพลตฟอร์มมากขึ้นเรื่อยๆ จากเดิมที่เราเคยนำเพลง หรือวิดีโอ มาลงบนออนไลน์ แต่วันนี้ แม้กระทั่ง ออนกราวด์อีเวนท์อย่างคอนเสิร์ต ก็ต้องปรับตัวมาสู่ดิจิทัลได้เช่นเดียวกัน โดยจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ได้ร่วมกับเอไอเอส ตั้งแต่ปีที่แล้ว ถ่ายทอดสดคอนเสิร์ตดังๆ ทั้งที่จัดในฮอลล์ หรือระดับมิวสิกเฟสติวัล ซึ่งกระแสตอบรับถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก แฟนๆ ประทับใจที่สามารถชมพร้อมกันได้หลายจอ ทั้งศิลปินบนเวที และบรรยากาศ ทำให้อยากมีโอกาสสัมผัสด้วยตนเอง ส่งผลดีกับยอดการขายบัตรคอนเสิร์ตอื่นๆ ในค่าย ก็ขายหมดในระยะเวลาอันสั้น

ในปีนี้ เราจับมือเอไอเอสแน่นกว่าเดิม ยกขบวนไลฟ์คอนเสิร์ตจากศิลปินในค่ายมาให้ชมแบบจุใจ พร้อม Behind the Scene สุดเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะลูกค้าเอไอเอส ประเดิมด้วย ไลฟ์คอนเสิร์ตเป๊ก ผลิตโชค วันที่ 22 เม.ย. 2561 นี้ ต่อด้วยเอ็กซ์คลูซีฟคอนเทนต์ของเป๊ก ในชื่อ Palit’s World จำนวน 10 ตอน และเซอร์ไพรส์สุดๆ เราเตรียมขน คลังคอนเสิร์ตดังที่ทุกคนคิดถึงจากศิลปินระดับตำนาน รวม 120 คอนเสิร์ต ในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา มาให้ดูกันแบบเต็มอิ่มในรูปแบบวิดีโอออนดีมานซ์ บนแอป AIS PLAY และกล่อง AIS PLAYBOX ที่แรกที่เดียว เร็วๆ นี้แน่นอน”

 

นายถกลเกียรติ วีรวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเนริโอ จำกัด กล่าวว่า “ความร่วมมือกับเอไอเอสครั้งนี้ เป็นการสร้างปรากฏการณ์การชม การแสดงสดรูปแบบใหม่ ที่จะทำให้ผู้ชมสามารถได้รับชมโชว์สุดพิเศษผ่านหน้าจอแบบเรียลไทม์ได้ทุกที่ที่ต้องการ ซึ่งเราเองในฐานะผู้ผลิต ยินดีอย่างยิ่งที่ วันนี้ดิจิทัลแพลตฟอร์มทำให้เราสามารถขยายช่องทางการนำเสนอได้มากกว่าเดิม และมั่นใจว่าการทำออฟไลน์ควบคู่ไปกับออนไลน์นั้น จะสามารถส่งเสริมกัน และยิ่งทำให้ขยายฐานผู้ชมได้ทั่วถึงมากยิ่งขึ้น รวมทั้งสร้าง การรับรู้ให้กับคนที่ไม่เคยดูมาก่อน ซึ่งเราเชื่อเหลือเกินว่า เมื่อทุกคนได้เห็นบรรยากาศ ความสนุก ความตื่นตาตื่นใจ ความสดของโชว์ จะทำให้ผู้ชมอยากมาสัมผัสกับบรรยากาศจริงๆ แน่นอนครับ”

 

นายสามขวัญ ตันสมพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วอท เดอะ ดัก จำกัด กล่าวว่า โลกดิจิทัลทำให้ทุกคนต้องตื่นตัว และปรับตัวอยู่ตลอดเวลา เรามองว่าเทคโนโลยีที่เข้ามาคือโอกาสของทุกๆ คน สำหรับค่ายเพลงเองก็มีช่องทางในการนำเสนอคอนเทนต์ที่หลากหลายยิ่งขึ้น ที่ผ่านมาเราเน้นเพลง และ      มิวสิกวิดีโอ ปล่อยตามวิทยุ หรือทีวี วันนี้ได้ขยายสู่การทำวิดีโอคอนเทนต์อื่นๆ และนำเสนอผ่านโลกออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ เราร่วมทำไลฟ์คอนเสิร์ตกับทางเอไอเอสมาหลายครั้ง ด้วยการนำเสนอ           คอนเทนต์ผ่านวิดีโอแพลตฟอร์มขนาดใหญ่อย่าง AIS PLAY ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่จะทำให้แฟนๆ ได้เข้าถึง และใกล้ชิดศิลปินได้ทุกที่ทุกเวลาในรูปแบบที่ต่างไปจากเดิม ไม่ว่าจะเป็น ไลฟ์คอนเสิร์ต สิงโต นำโชค และ 10 Years Musketeers รวมถึง กิจกรรม Fan Meeting ของ The TOYS ก็มีให้ชมย้อนหลังได้ทาง AIS PLAY เช่นกัน ซึ่งในทุกๆ ครั้งได้รับกระแสตอบรับที่ดีมาก และทำให้การันตีได้ว่า ดิจิทัลสามารถเบลนเข้ากับดนตรีได้อย่างลงตัว ปีนี้ วอท เดอะ ดัก จัดเต็มไลฟ์คอนเสิร์ตและ Fan Meeting ตลอดปีอีกเช่นเคย ปีนี้เรามุ่งเน้นผลิตคอนเทนต์ เพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ แน่นอนว่าการจับมือกับเอไอเอส จะยิ่งทำให้ความตั้งใจของเราเกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ”

 

ลูกค้าเอไอเอส สามารถรับชมการถ่ายทอดสดและรับชมย้อนหลัง คอนเสิร์ต และมิวสิคัลโชว์, และ เอ็กซ์คลูซีฟ คอนเทนต์ ได้ผ่านแอป  AIS PLAY และกล่อง AIS PLAYBOX โดยติดตามข่าวสาร ตารางการถ่ายทอดสด ได้ที่ Facebook Fan page AIS PLAY

AIS เปิดให้บริการ “Zone Alarm” แอปพลิเคชั่นด้านความปลอดภัย ช่วยปกป้องมือถือจากไวรัส และภัยคุกคามจากโลกไซเบอร์

AIS-Zone Alarm.jpg

ทุกวันนี้ ภัยคุกคามด้านไซเบอร์ ไม่ว่าจะเป็นไวรัส มัลแวร์ มีแต่จะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ คอยรบกวน และสร้างความกังวลใจให้กับผู้ใช้สมาร์ทโฟนมาโดยตลอด AIS เล็งเห็นจุดนี้ และตระหนักถึงความปลอดภัยในการใช้งานโมบายอินเทอร์เน็ตของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการซื้อของออนไลน์ ทำธุรกรรมทางการเงินผ่านออนไลน์ การดูวิดีโอสตรีมมิ่งต่างๆ  เล่นเกมส์ รวมไปถึงการใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์ค ที่อาจมีไวรัสแอบแฝงมาโดยไม่รู้ตัว AIS จึงร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ บริษัท CheckPoint บริษัทชั้นนำด้านซอร์ฟแวร์แอนตี้ไวรัสระดับโลก เปิดให้บริการแอปพลิเคชั่น ZoneAlarm เพื่อช่วยปกป้องสมาร์ทโฟนจากภัยคุกคามไซเบอร์ต่างๆ ทำให้ผู้ใช้บริการมั่นใจ และอุ่นใจในการท่องโลกอินเทอร์เน็ตอย่างไร้กังวล ด้วยคุณลักษณะเด่นๆ หลายอย่าง ที่ไม่มีในแอปพลิเคชั่นป้องกันไวรัสอื่นๆ ที่เป็นฟรีดาวน์โหลด ได้แก่

  1. สามารถสแกน และตรวจจับพฤติกรรมของแอปพลิเคชั่นที่ใช้อยู่ ว่าเป็นแอปที่ปลอดภัยหรือไม่ เนื่องจากบางแอปฯ ที่โหลดฟรีมา หรืออาจจะไม่ได้ตั้งใจที่จะโหลด อาจจะแอบส่งข้อมูลของคุณออกไปโดยที่คุณไม่รู้ตัว
  2. ตรวจจับไวรัสหรือมัลแวร์ และอัปเดตภัยคุกคามใหม่ๆ อยู่เสมอ ที่อาจมาในรูปแบบของลิงค์หรือ URL โฆษณาต่างๆ จากทาง SMS ทั้งส่วนที่เป็นคอนเทนต์จากบริษัทผู้ให้บริการคอนเทนต์ และไวรัสที่แฝงมากับ SMS เหล่านั้น ZoneAlarm สามารถคัดกรอง SMS ที่มี URL เหล่านั้นได้เพื่อให้ผู้ใช้ได้เห็นก่อนที่จะไปกดลิงค์
  3. ตรวจสอบและแนะนำ Wi-Fi hotspot ที่น่าเชื่อถือ อีกหนึ่งช่องทางที่ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนทั่วไป ถูกแฮกข้อมูลอยู่บ่อยๆ ZoneAlarm จะเข้าช่วยเตือนผู้ใช้กรณีที่เผลอไปใช้งาน Wi-Fi ที่อาจไม่ปลอดภัย

Zone Alarm-แจ้งเตือนแอปที่อันตราย - แนะนำ Wi-Fi hotspot และแจ้งเตือนกรณีพบว่าคุณจับ Wi-Fi hotspot ที่ไม่ปลอดภัย.jpg

บริการ Zone Alarm รองรับบนระบบปฏิบัติการ iOS และ Android สมัครใช้บริการง่ายๆ เพียงกด *689*9# โทรออก ระบบจะส่ง URL link กลับมาทาง SMS จากนั้น กดดาวน์โหลดเพื่อติดตั้งแอปฯ ไว้ที่เครื่อง ค่าใช้บริการ 39 บาทต่อเดือน รับสิทธิ์ทดลองใช้งานฟรี 1 เดือน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ais.co.th/ZoneAlarm

AIS สุดยอดแบรนด์ที่ผู้บริโภคเชื่อมั่นและไว้วางใจมากที่สุด  คว้ารางวัล Superbrands 2017 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 14

 

Pic AIS สุดยอดแบรนด์ที่ผู้บริโภคเชื่อมั่นและไว้วางใจมากที่สุด คว้ารางวัล Superbrands 2017 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 14_1.jpg

เอไอเอส มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้ามาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาสินค้าและบริการที่ทันสมัยและตรงใจกับกลุ่มลูกค้า นำเสนอแคมเปญกิจกรรมและมอบสิทธิพิเศษด้านต่างๆ ที่แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจลูกค้า นอกจากนี้ ยังได้นำเอาเทคโนโลยีใหม่ๆ มาสร้างสรรค์เป็นนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในยุคดิจิทัลกว่า 40 ล้านราย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ เอไอเอส ได้รับการยอมรับ และได้รับรางวัล Superbrands 2017 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 14 ในฐานะสุดยอดแบรนด์คุณภาพในสาขาเทคโนโลยีและการสื่อสาร ที่ผู้บริโภคเชื่อมั่นและไว้วางใจมากที่สุด โดยมี นางศิวลี บูรณสงคราม ผู้จัดการส่วนงานบริหารแบรนด์ เอไอเอส เป็นผู้รับรางวัล จาก มร.ไมค์ อิงลิช ผู้อำนวยการใหญ่ซุปเปอร์แบรนด์ ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน

Pic AIS สุดยอดแบรนด์ที่ผู้บริโภคเชื่อมั่นและไว้วางใจมากที่สุด คว้ารางวัล Superbrands 2017 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 14_3.jpg

“แสนสิริ” จับมือสองยักษ์ด้านดิจิทัล “ไมโครซอฟท์” และ “เอไอเอส”  เปิดตัวสุดยอดนวัตกรรมเชื่อมโลกจริงและเสมือนจริง  ‘Mixed Reality (MR)’ ครั้งแรกในเมืองไทย!

 

แสนสิริ - ไมโครซอฟท์ และ เอไอเอส เปิดตัวสุดยอดนวัตกรรมเชื่อมโลกจริงและเสมือนจริง - 2.jpg

ครั้งแรก!! กับการผนึกกำลังพันธมิตรข้ามอุตสาหกรรม Cross-industry collaboration จาก 3 ยักษ์ใหญ่ของแสนสิริ  ไมโครซอฟท์ และเอไอเอส เปิดตัวที่สุดแห่งนวัตกรรมเชื่อมโลกจริงและเสมือนจริง ‘Mixed Reality (MR)’ มาใช้ในแวดวงอสังหาฯ เป็นครั้งแรกของประเทศไทย ที่แรกในโลก! กับ “MR Sales Gallery” ห้องตัวอย่างเสมือนจริงที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน จำลองสภาพแวดล้อมให้ลูกค้าได้สัมผัสบรรยากาศของโครงการที่พักอาศัยได้แบบอินเทอร์แอ็คทีฟด้วยฟังก์ชันในการออกแบบและปรับเปลี่ยนห้องตัวอย่างได้ในทุกมุมมอง สร้างประสบการณ์การซื้อที่อยู่อาศัยให้ล้ำหน้าไปอีกขั้น  ยกระดับเทคโนโลยีอสังหาฯ ไทย พร้อมเสริมแกร่งต่อยอดองค์ความรู้ให้แก่พันธมิตร ไมโครซอฟท์ และเอไอเอส สู่การพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ตอบรับโลกดิจิทัล

แสนสิริ - ไมโครซอฟท์ และ เอไอเอส เปิดตัวสุดยอดนวัตกรรมเชื่อมโลกจริงและเสมือนจริง - 1.jpg

ดร. ทวิชา ตระกูลยิ่งยง ประธานผู้บริหารสายงานเทคโนโลยี บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “แสนสิริมุ่งมั่นวิสัยทัศน์ Siri LifeTech ในการเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีอย่างเต็มพิกัด ในวันนี้ เราเปิดมิติใหม่ของการอยู่อาศัยอีกครั้ง ด้วยการร่วมมือกับบริษัทผู้นำทางด้านไอที ไมโครซอฟท์ และเอไอเอส ซึ่งมีวิสัยทัศน์ร่วมกันในการมอบประสบการณ์ที่เหนือระดับแก่ลูกค้าอย่างไม่หยุดยั้ง โดยเปิดตัวสุดยอดนวัตกรรมเชื่อมโลกจริงและเสมือนจริง Mixed Reality (MR)  มาใช้เป็นครั้งแรกในไทย และที่แรกในโลก ! กับ  “MR Sales Gallery” ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน จำลองสภาพแวดล้อมให้ลูกค้าได้สัมผัสบรรยากาศของโครงการที่พักอาศัยได้แบบอินเทอร์แอ็คทีฟ  ด้วยฟังก์ชันในการออกแบบและปรับเปลี่ยนห้องตัวอย่างได้ในทุกมุมมอง ซึ่งดิจิทัลแพลตฟอร์ม MR จะช่วยสร้างความแปลกใหม่และยกระดับประสบการณ์การซื้อที่อยู่อาศัยในวงการอสังหาริมทรัพย์ให้ล้ำไปอีกขั้น ขณะเดียวกัน MR ก็จะช่วยต่อยอดองค์ความรู้ทางด้านเทคโนโลยีให้กับพันธมิตรเอไอเอสและไมโครซอฟท์ เสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

เทคโนโลยี Mixed Reality (MR) คือการผสานจุดเด่นของเทคโนโลยี Virtual Reality (VR) และ Augmented Reality (AR) เข้าด้วยกัน และต่อยอดให้เหนือชั้นไปอีกขั้นด้วยการสร้างภาพจำลองที่ผู้ใช้งานสามารถมีปฏิสัมพันธ์ตอบได้ในสภาพแวดล้อมที่ผสานโลกจริงและโลกเสมือนจริงเป็นหนึ่งเดียว โดยเมื่อลูกค้าเข้าเยี่ยมชมห้องตัวอย่างดิจิทัล ลูกค้าจะต้องสวมอุปกรณ์ holographic computing devices ที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อให้สามารถแสดงผลของภาพเสมือนจริงหรือภาพ Hologram ได้โดยไมจำเปนตองเชื่อมตอกับอุปกรณ์ใดๆ ทั้งยังออกแบบให้ควบคุมได้ง่ายด้วยมือเปลา ซึ่งจะทำให้ผู้สวมใส่เสมือนกำลังเดินอยู่ในสถานที่จริงของโครงการซึ่งสร้างเสร็จแล้ว ขณะเดียวกันก็ปรับแต่งการออกแบบและฟังก์ชันต่างๆ ได้ตามความต้องการของแต่ละบุคคล ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนย้าย เปลี่ยนขนาดเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งต่าง ๆ เปลี่ยนสี เปลี่ยนวัสดุ ชมทัศนียภาพจากหน้าต่างเหมือนดังสถานที่จริง ตลอดจนปรับบรรยากาศได้ตามแต่ละช่วงเวลา ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยให้ลูกค้าสามารถเห็นภาพจำลองของโครงการได้อย่างสมจริง ทั้งยังสอดรับเทรนด์ Customization ตามแนวคิดของแสนสิริในการพัฒนาสินค้าและบริการตามแนวความคิด customer-centric ที่รังสรรค์สินค้าและบริการตามความพึงพอใจและไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของลูกค้า นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถบันทึกรูปแบบของห้องตัวอย่างที่ตนเองได้สร้างสรรค์ขึ้นเป็นไฟล์ภาพหรือวีดิโอเพื่อประกอบการตัดสินใจแทนโบรชัวร์โครงการในอดีต

ดร. ทวิชา เสริมว่า “โซลูชั่น Mixed Reality (MR) จะกลายเป็นนวัตกรรมสำคัญที่จะขับเคลื่อนกลยุทธ์ทางการตลาดและขายโครงการ ช่วยยกระดับประสบการณ์ในการซื้ออสังหาริมทรัพย์ให้เหนือชั้นยิ่งกว่าเคย และสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันให้กับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และช่วยอำนวยความสะดวกในการขายลูกค้าตลาดต่างประเทศ ซึ่งจะสามารถเยี่ยมชมโครงการได้แม้ไม่ได้เดินทางมาด้วยตัวเองในสถานที่จริง เพื่อเป็นข้อมูลในการประกอบการตัดสินใจซื้อได้อย่างแม่นยำ รวดเร็วยิ่งขึ้น”

นายธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า "จุดมุ่งหมายของไมโครซอฟท์คือการเสริมศักยภาพให้กับทุกคนและทุกองค์กรทั่วทุกมุมโลก เราเชื่อว่าเทคโนโลยี Mixed Reality จะเป็นเทคโนโลยีที่สามารถผสมผสานโลกดิจิทัลกับโลกแห่งความจริงเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว ต่อยอดจินตนาการได้อย่างเหนือชั้น และจะมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการเชื่อมต่อความคิดของผู้คนเข้าไว้ด้วยกัน เปิดโอกาสให้เราได้สัมผัสกับความเป็นไปได้ใหม่ๆ ที่เหนือทุกความคาดหมาย สร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้า ซึ่งจะทำให้เกิดรูปแบบใหม่ๆ ในการดำเนินธุรกิจที่อาศัยจุดเด่นและเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครจากเทคโนโลยีนี้อีกด้วย”

นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป AIS.jpg

นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ด้วยวิสัยทัศน์ของเอไอเอส ในการนำศักยภาพด้านเครือข่ายและเทคโนโลยีดิจิทัล มาขยายบทบาทสู่การเป็น Digital Platform ของประเทศ เพื่อเป็นแกนกลางสนับสนุนการทำงานของพันธมิตรในทุกภาคส่วน ทุกอุตสาหกรรม ร่วมกันสร้างสรรค์นวัตกรรมดิจิทัลอันทันสมัย ขยายขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับภาคธุรกิจ สร้างการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในภาพรวมของประเทศ รวมถึงยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับลูกค้าและประชาชนคนไทยได้อย่างยั่งยืน

วันนี้ จึงเป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญที่จะนำความเชี่ยวชาญของทั้ง 3 บริษัทชั้นนำจาก 3 วงการ เพื่อเปิดประสบการณ์การอยู่อาศัยครั้งใหม่ โดยเอไอเอสได้พัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์มใหม่ที่ล้ำสมัยอย่าง Mixed Reality หรือ MR ที่ Customized ขึ้นมาด้วยทีมงานเอไอเอสผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในการตอบโจทย์ประสบการณ์การซื้อที่อยู่อาศัยของคนยุคใหม่ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยครั้งนี้ เราได้นำเทคโนโลยี MR มาประยุกต์ใช้ในกับห้องตัวอย่างในรูปแบบดิจิทัลให้กับทางแสนสิริ เพื่อมอบประสบการณ์เสมือนจริงยิ่งกว่า ในการเลือกชมและเลือกซื้อที่อยู่อาศัยที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง พลิกโฉมรูปแบบการชมห้องตัวอย่างจากเดิมที่เคยมีมา

เราเชื่อว่า ดิจิทัลแพลตฟอร์ม MR จะสามารถตอบโจทย์การทำธุรกิจ สร้างความแตกต่าง และเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ถือเป็นการก้าวไปอีกขั้น ในฐานะผู้สร้างสรรค์ Digital Platform เพื่อทุกธุรกิจ ซึ่งเอไอเอสมีศักยภาพความพร้อมทั้งด้าน Digital Infrastructure และทีมงานผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงพันธมิตรด้านเทคโนโลยีระดับโลกอย่างไมโครซอฟท์ ซึ่งมี Azure Cloud Platform ที่ทำให้ทีมงานของเอไอเอส สามารถออกแบบและ Customized ดิจิทัลโซลูชั่นส์และบริการใหม่ๆ ให้สอดคล้องกับลักษณะธุรกิจแต่ละประเภทโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นการสร้าง Business Model ใหม่ๆ ให้กับตลาดอีกด้วย” นายปรัธนา กล่าว

“โดยแสนสิริมีแผนการในการนำร่องใช้งานห้องตัวอย่างดิจิทัล กับโครงการแสนสิริในเดือนกรกฎาคม 2561 นี้ และหลังจากนั้นจะมีการพัฒนาฟีเจอร์และการใช้งานในรูปแบบใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง สำหรับการร่วมมือกันในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการต่อยอดนวัตกรรมระหว่างพันธมิตรข้ามอุตสาหกรรมให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และนำไปสู่การต่อยอดความเป็นพันธมิตรในระยะยาวเพื่อเดินหน้าพัฒนาต่อยอดโซลูชั่นและร่วมหาความเป็นไปได้ของนวัตกรรมอื่นๆ ที่จะมาเติมเต็ม Complete Living Experience ประสบการณ์การอยู่อาศัยของลูกค้าอย่างสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น” ดร. ทวิชา กล่าวสรุป 

เอไอเอส ประกาศจับมือ สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย (ATSI) จุดไฟ ให้นักพัฒนาฯ นำ Digital Platform เสริมแกร่งวงการซอฟต์แวร์ไทย เปิดรับโอกาสใหม่ของยุคดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น

Pic  AIS ลงนามความร่วมมือ ATSI.jpg

           นายวีรชัย  พัชโรภาสวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานการตลาดและงานขาย กลุ่มลูกค้าองค์กร เอไอเอส และนางเจนจิรา ประยูรรัตน์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย (ATSI) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “การส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ของประเทศไทย” พร้อมนำ Digital Platform ร่วมพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการและนักพัฒนาซอฟต์แวร์ไทยในทุกๆ ด้าน ให้มีความสามารถในการแข่งขันที่ดียิ่งขึ้นไปอีก ด้วยการส่งเสริมด้านการแลกเปลี่ยนความรู้ความสามารถเกี่ยวกับธุรกิจดิจิทัลและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง พร้อมนำความแข็งแกร่งด้านโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลและเทคโนโลยีต่างๆ ของเอไอเอส เช่น Cloud, IoT, Network, Mobility, Security ฯลฯ มาสนับสนุนและต่อยอดการพัฒนาซอฟต์แวร์ของสมาชิก ATSI อย่างเต็มที่ รวมถึงการเข้าถึงโอกาสทางการตลาดใหม่ๆ ให้กับผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ไทยในยุคไทยแลนด์ 4.0 ให้ขยายวงกว้างยิ่งขึ้นทั้งในและต่างประเทศ

         วีรชัย  พัชโรภาสวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานการตลาดและงานขาย กลุ่มลูกค้าองค์กร เอไอเอส กล่าวว่า เทคโนโลยีมีบทบาททั้งในการใช้ชีวิต และการทำธุรกิจ ไม่มีองค์กรไหนที่ทำธุรกิจโดยไม่ใช้คอมพิวเตอร์ เพราะฉะนั้นเมื่อมีคอมพิวเตอร์ที่เป็น Hardware แล้ว ก็ต้องมี Software หัวใจสำคัญที่จะเข้ามา Run ระบบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น การเก็บข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล จัดการระบบโลจิสติก และอื่นๆ อีกมากมาย การร่วมมือกับ ATSI ครั้งนี้เป็นการร่วมกันนำความขีดความสามารถมายกระดับวงการซอฟต์แวร์ไทย และกระตุ้นให้พัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม จากเอไอเอสในฐานะผู้ให้บริการ คือ Infrastructure และระบบ Cloud ในขณะเดียวกัน ATSI  ก็รวบรวมซอฟต์แวร์จากผู้ผลิตและนักพัฒนาทั่วประเทศ นอกจากนี้ ความร่วมมือครั้งนี้คือการเชื่อมต่อความต้องการของกลุ่มธุรกิจที่เป็นพาร์ทเนอร์ และกลุ่มผู้ผลิตซอฟต์ ให้เกิดการพัฒนาที่ตรงจุด และตอบโจทย์ตลาดมากที่สุด นับเป็นการร่วมกันผลักดันอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ให้เติบโต และพร้อมที่จะขยายตลาดสู่ระดับโลกในอนาคต

          นางเจนจิรา ประยูรรัตน์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย (ATSI) กล่าวว่า ปัจจุบันวงการซอฟต์แวร์ในประเทศไทยตื่นตัวมาก มีผู้ผลิตและพัฒนามากกว่า 600 ราย สมาคมฯ มองว่าวงการซอฟต์แวร์ยังมีช่องทางให้สามารถเติบโตไปได้อีกมาก โดยเฉพาะในยุคที่ทุกอุตสาหกรรม เร่งนำเทคโนโลยีมาใช้ ส่วนหนึ่งก็คือซอฟต์แวร์ ซึ่งเข้ามาขับเคลื่อนตั้งแต่ระบบการทำงานใหญ่ อาทิ Enterprise Resource Planning หรือระบบย่อย อาทิ การซื้อขาย ทำสต็อกสินค้า การเงิน ภาษี เป็นต้น วันนี้ศักยภาพของซอฟต์แวร์ไทยเป็นที่ยอมรับในระดับสากลมากขึ้น ด้วยคุณภาพ ความหลากหลาย ครอบคลุม ทันสมัย ตอบโจทย์การทำธุรกิจ แต่ในขณะเดียวกันก็มีราคาสมเหตุสมผล เรามองว่าปัจจัยที่จะสนับสนุนต้องมาจากทั้งภาครัฐ และเอกชน ซึ่งความร่วมมือกับเอไอเอสครั้งนี้ เป็นโอกาสของสมาคมฯ ที่จะได้นำบริการต่างๆ ของเอไอเอสมาต่อยอดการพัฒนา ซึ่งท้ายที่สุดแล้วผลลัพธ์จะตกอยู่ที่ผู้บริโภค ซึ่งเป็นลูกค้าของทั้งสองฝ่าย”

 

mPAY ผนึก Rabbit LINE Pay ประกาศร่วมทุนขยายแพลตฟอร์ม e-money ผลักดันประเทศไทยสู่สังคมไร้เงินสด

พร้อมส่งโปรโมชั่นรับฟรี 1 GB ส่วนลดหรือรับเงินคืน 10% ให้ผู้ใช้ Rabbit LINE Pay ที่ใช้ผ่านแอพ my AIS

180305_Pic_AIS mPAY & Rabbit Line Pay_04.jpg

 

กรุงเทพ ประเทศไทย - วันที่ 5 มีนาคม 2561 - แอดวานซ์ เอมเปย์ (mPAY) บริษัทลูกของ แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด มหาชน หรือ เอไอเอส ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่อันดับ 1 ผนึก Rabbit LINE Pay (RLP) แพลตฟอร์ม e-money และ การชำระเงินผ่านมือถือทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ LINE ผู้นำด้านแพลตฟอร์มอันดับ 1 และ Rabbit ผู้นำด้านไมโครเพย์เมนท์และ mass transit อันดับ 1 วันนี้ประกาศร่วมทุนเพื่อผลักดันประเทศไทยสู่สังคมไร้เงินสดมุ่งให้ Rabbit LINE Pay ก้าวสู่แพลตฟอร์มการชำระเงินทางมือถืออันดับ 1 ในประเทศไทยภายใน 3 ปี

 

ความร่วมมือแรกที่จะเกิดขึ้นระหว่าง Rabbit LINE Pay และ AIS คือการเชื่อมต่อบนแอพ my AIS โดย Rabbit LINE Pay จะเป็นแพลตฟอร์มการชำระเงินบนมือถือเจ้าเดียวบนแอพ my AIS เพื่อให้ผู้ใช้สามารถชำระบิลต่างๆ ผ่านทาง Rabbit LINE Pay โดยไม่ต้องกรอกข้อมูลบัตรเครคิตหรือบัตรเดบิตของผู้ใช้ และการย้ายฐานลูกค้าของ mPay มาเป็นฐานลูกค้าของ Rabbit LINE Pay รวมถึงการชำระเงินของลูกค้าระบบเติมเงิน  ลูกค้าระบบรายเดือน ลูกค้าเอไอเอส ไฟเบอร์ การชำระค่าบัตรเครดิต และการชำระค่าสาธารณูปโภค รวมกว่า 200 รายการจะสามารถจ่ายผ่านช่องทาง Rabbit LINE Pay ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยยกระดับประสบการณ์การชำระเงินผ่านมือถือของลูกค้า AIS ให้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้นเมื่อจ่ายทางแอพ myAIS นอกจากนี้ลูกค้า AIS ยังสามารถใช้ e-Wallet ของ Rabbit LINE Pay ผ่านทุกช่องทางของ AIS ทั่วประเทศ ทั้ง ศูนย์บริการ AIS ศูนย์บริการ Serenade ร้าน Telewiz ตู้เติมเงิน AIS และ mPayสเตชั่น รวมถึงผู้ใช้บริการ Rabbit LINE Pay ยังสามารถ เติมเงินเข้า กระเป๋าเงิน Rabbit LINE Pay ผ่านทุกช่องทางของ AIS ทั่วประเทศ ทั้ง ศูนย์บริการ AIS ศูนย์บริการ Serenade ร้าน Telewiz ทั่วประเทศ

 

โปรโมชั่น

Rabbit LINE Pay และ AIS ส่งโปรโมชั่นพิเศษฉลองการร่วมทุน เริ่มตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม - 31 สิงหาคม 2561 รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 6 เดือน โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. ลูกค้า AIS ระบบรายเดือน และระบบเติมเงิน ที่ได้ชำระบิล หรือ ได้รับการเติมเงินผ่านแอพ my AIS ด้วย Rabbit LINE Pay เป็นครั้งแรก จะได้รับดาต้าฟรี 1GB เป็นเวลา  7 วัน

2. ลูกค้า AIS ระบบเติมเงิน ที่เติมเงิน เอไอเอส วัน-ทู-คอล! ผ่านแอพ my AIS ด้วย Rabbit LINE Pay จะได้รับเงินคืน 10% (สูงสุดไม่เกิน 50 บาทต่อเดือน)

3. ลูกค้า AIS ระบบรายเดือน หรือ AIS ไฟเบอร์ ผ่านแอพ my AIS ด้วย Rabbit LINE Pay จะได้รับส่วนลด 10% (สูงสุดไม่เกิน 50 บาทต่อเดือน)

180305_Pic_AIS mPAY & Rabbit Line Pay_05.jpg

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธากรรมการ บริษัท แอดวานซ์ เอ็มเปย์ จำกัด และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า “วิสัยทัศน์ของเราคือ การสร้างสรรค์เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การใช้เงินอิเล็กทรอนิกส์ ที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล ดังนั้นความร่วมมือในรูปแบบของการเข้ามาร่วมลงทุนใน แรบบิทไลน์เพย์ ผ่านทาง เอ็มเพย์ ซึ่งมีความแข็งแกร่งด้านการมีตัวแทนเติมเงินทั่วประเทศ การมีช่องทางชำระค่าใช้จ่ายและค่าสาธารณูปโภคครบถ้วนที่สุด พร้อมทั้งเครือข่ายคุณภาพที่ครอบคลุมสูงสุด เมื่อผนวกเข้ากับไลน์ เพย์ บน ไลน์ แอพพลิเคชั่น ที่ถือเป็นอันดับ 1 ของแพลตฟอร์มชำระเงินอิเล็กทรอนิคส์ และแมสเสจจิ้ง รวมถึงแรบบิท ที่มีขีดความสามารถด้านระบบชำระทั้งออนไลน์/ออฟไลน์ และระบบขนส่งมวลชน จะทำให้ความร่วมมือครั้งนี้ ยกระดับการใช้ชีวิตของลูกค้าเอไอเอสและคนไทยทุกคนไปอีกขั้น จากบริการใช้จ่ายเงินอิเล็กทรอนิกส์ทุกรูปแบบที่จะเกิดขึ้นจากวันนี้เป็นต้นไป”

180305_Pic_AIS mPAY & Rabbit Line Pay_01.jpg

คุณ เนลสัน เหลียง, กรรมการผู้อำนวยการใหญ่, บริษัท บีเอสเอส โฮลดิ้งส์ จำกัด หรือ แรบบิท และ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่, บริษัท วีจีไอ โกลบอล มีเดีย จำกัด มหาชน

กล่าว ว่า “วิสัยทัศน์ของเราคือการเป็นผู้นำในธุรกิจดิจิทัลโซลูชั่น ที่ตอบสนองทุกความต้องการของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน  แรบบิทคือผู้ให้บริการการชำระเงินในรูปแบบ ไมโคร เพย์เมนท์ หรือ micro-payment อันดับ 1 ในกรุงเทพด้วยสมาชิกบัตรแรบบิทกว่า 8.5 ล้านคน  เราเชื่อมั่นว่าการผนึกกำลังในครั้งนี้ จะเกิดประโยชน์สูงสุดกับทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นไลน์ ประเทศไทย ผู้ผลิตแอพพลิเคชั่นไลน์ ที่คนทั้งประเทศใช้งานและมีแอพพลิเคชั่นไลน์เพย์อยู่ในโทรศัพท์ของทุกคน  เอไอเอสผู้นำระบบสื่อสารครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศและมีลูกค้ากว่า 40 ล้านคน  บีทีเอส ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าครอบคลุมการคมนาคมทั่วกรุงเทพฯ และบัตรแรบบิท ที่มีฐานข้อมูลสมาชิกและร้านค้าต่างๆ มากมาย การร่วมมือในครั้งนี้จะทำให้เราเป็นผู้นำอันดับหนึ่งของการให้บริการทางการ เงินผ่านระบบออนไลน์ ที่สามารถผลักดันสังคมไทยไปสู่สังคมไร้เงินสด cashless society ตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างระบบการเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ ที่ภาครัฐตั้งใจขับเคลื่อนได้อย่างแน่นอน”

 

คุณอริยะ พนมยงค์ กรรมการผู้จัดการ LINE ประเทศไทย กล่าว การก้าวเข้าสู่สังคมไร้เงินสดหรือ cashless society สามารถเปลี่ยนประเทศไทยได้ ไม่เพียงแต่ช่วยอำนวยความสะดวกสบายให้ผู้ใช้เสมือนพกเงินสดไปทุกที่ ยังช่วยลดปัญหาอีกด้วยเนื่องจาก 87% ของคนไทยไม่มีบัตรเครดิตและยังเข้าถึงทางการเงินไม่สะดวก ทำให้การชำระเงินผ่านมือถืออย่าง Rabbit LINE Pay สามารถช่วยแก้ปัญหาในข้อนี้ได้ ถึงแม้ว่าการเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ใช้มาเป็นแบบไม่ใช้เงินสดหรือ cashless จะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เราเชื่อมั่นว่าพันธมิตรในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็น AIS ที่เป็นผู้ให้บริการเครือข่ายมือถืออันดับ 1 Rabbit ที่เป็นผู้นำด้านไมโครเพย์เมนท์และ mass transit อันดับ 1 และ LINE ผู้นำด้านแพลตฟอร์มอันดับ 1 จะผลักดันประเทศไทยสู่สังคมไร้เงินสดได้จริง โดย 1. เพิ่มช่องทางการชำระเงินที่หลากหลาย:แอพ my AIS, Rabbit LINE Pay และ LINE (บนออฟฟิเชียลแอคเคาท์ของ AIS) 2. เป็นช่องทางการจ่ายเงินของชีวิตประจำวัน: สามารถจ่ายบิลได้หลายรายการ สั่งซื้อสินค้าออนไลน์ สั่ง LINE MAN จ่ายค่าโดยสารของ LINE TAXI 3. มีโปรโมชั่นพิเศษให้ผู้ใช้ได้ลอง ซึ่งการร่วมมือของ AIS, RLP และ LINE จะช่วยผลักดันให้ประเทศไทยเป็น cashless society ให้คนไทยก้าวสู่ยุค Thailand 4.0 และมุ่งปั้น Rabbit LINE Pay ให้กลายเป็นแพลตฟอร์มการชำระเงินทางมือถืออันดับ 1 ในประเทศไทย

          ------------------

ข้อมูลเพิ่มเติม

  1. วิธีการใช้ RLP

https://youtu.be/3ER4cK1oin0

 

    2. วิธีการซื้อบัตรชมภาพยนตร์

https://youtu.be/_jSnOVvSXnk