ข้ามการนำทาง
2018

เอไอเอสเดินหน้า ผู้นำ IoT เพื่อประเทศต่อเนื่อง ผนึก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นำ IoT เสริมแกร่ง ยกระดับสู่มหาวิทยาลัยอัจฉริยะ - TU Smart City

Pic_AISxTU IoT Smart City_2.jpg

เอไอเอสโชว์ศักยภาพผู้นำนวัตกรรม IoT อันดับ 1 ของไทย บนโครงข่าย NB-IoT ที่ครอบคลุมแล้วทั่วประเทศ โดยมีองค์กรชั้นนำทั้งภาครัฐและเอกชนหลายแห่ง ให้ความไว้วางใจใช้บริการ IoT โซลูชันส์อย่างต่อเนื่อง

Pic_AISxTU IoT Smart City_7_Smart License Plate.jpg

  • ล่าสุด ผนึก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมพัฒนานวัตกรรม IoTTU Smart City สู่ มหาวิทยาลัยอัจฉริยะ ด้วยขีดความสามารถของเทคโนโลยีจากเครือข่าย AIS NB-IoT, อุปกรณ์ IoT  และ IoT แพลตฟอร์ม แบบครบวงจร
  • เริ่มต้นใช้งานกับ 3 โซลูชั่นส์ ที่ช่วยบริหารจัดการทรัพยากรและพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ผ่านระบบมอนิเตอร์อัจฉริยะโดยไม่ต้องใช้เจ้าหน้าที่อีกต่อไประบบตรวจสอบทะเบียนรถเข้าออกภายในบริเวณหอพัก โดยเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลรถที่ได้รับอนุญาต ทำให้สะดวกในการบริหารความปลอดภัยและจัดการพื้นที่จอดรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบควบคุมไฟริมทางตามถนนภายในมหาวิทยาลัยกว่า 5,000 ดวง โดยใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับ เพื่อหรี่ไฟอัตโนมัติ เมื่อไม่มีการเคลื่อนไหวในบริเวณนั้น, สามารถตั้งค่าความสว่างในแต่ละโซนได้ รวมทั้งระบบจะแจ้งเตือนทันที เมื่อไฟชำรุด ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดการใช้พลังงานในส่วนนี้ได้ถึง 50%    และ Smart Locker : บริหารการใช้ตู้ล็อกเกอร์ด้วยระบบ IoT
  • ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของนักศึกษา/บุคลากร รวมถึงระบบบริหารจัดการพื้นที่และทรัพยากรของมหาวิทยาลัยด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลที่จะช่วยดูแลสิ่งแวดล้อม สร้างความคุ้มค่าอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

Pic_AISxTU IoT Smart City_4.jpg

นายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร เอไอเอส กล่าวว่า วันนี้เรามีความยินดีอย่างยิ่ง ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ไว้วางใจเลือกใช้โซลูชันส์ IoT จากเอไอเอส เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนโครงการ TU Smart City โดยมีเป้าหมายร่วมกัน คือ ยกระดับการใช้ชีวิตด้วยเทคโนโลยี ควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อม ซึ่งเอไอเอสได้คัดสรรนวัตกรรมดิจิทัลที่กำลังเป็นเทรนด์ของโลก อย่าง Internet of Things หรือ IoT มาให้บริการเชิงพาณิชย์แล้ว โดยนำศักยภาพเครือข่าย NB IoT ที่ครอบคลุมทั่วประเทศแล้วมาผสมผสานกับอุปกรณ์ NB IoT ที่ใช้พลังงานต่ำ แต่สามารถสื่อสารกับเครือข่ายได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แม้อุปกรณ์นั้นจะอยู่ในพื้นที่ปิด พร้อมด้วยการพัฒนาโซลูชันส์ IoT รวมถึงแพลตฟอร์มที่รองรับการให้บริการ IoT    โดยความร่วมมือครั้งนี้เป็นตัวอย่างการร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้าน IoT ต่างๆ ภายใต้โครงการความร่วมมือ AIAP (AIS IoT Alliance Program) เพื่อคิดค้นและออกแบบโซลลูชันส์ต่างๆ ที่สอดคล้องกับความต้องการใช้งานของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์โดยเฉพาะ ซึ่งมีการทดสอบ พัฒนา เพื่อปรับให้เหมาะสมกับการใช้งานในพื้นที่มหาวิทยาลัยมากที่สุด โดยทยอยเปิดให้บริการแล้วที่ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

Pic_AISxTU IoT Smart City_8_Smart Lighting.jpg

ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ครั้งนี้ จะทำให้ TU Smart City กลายเป็นต้นแบบนวัตกรรม IoT ที่ทำให้เราเห็นภาพของการนำโซลูชันส์ต่างๆ เข้ามาใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างกลมกลืนภายในรั้วมหาวิทยาลัย รวมทั้งภาพของการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องใน IoT Ecosystem  ซึ่งจะเป็นการจุดประกายของการนำ IoT ไปใช้ใน Scale ที่ใหญ่ขึ้น จากระดับมหาวิทยาลัย สู่ชุมชน เมือง จังหวัด และประเทศ ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าต่อจากนี้ Internet of Things จะเป็นเทคโนโลยีที่จับต้องได้และสามารถนำมาเพิ่มโอกาสใหม่ๆ ที่จะยกระดับการใช้ชีวิตของคนไทย พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่สังคม Smart City อย่างยั่งยืน

Pic_AISxTU IoT Smart City_10_Smart Locker.jpg

รองศาสตราจารย์เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นอกจากจะให้บริการด้านการศึกษาแล้ว เรายังเป็นชุมชนที่มีสมาชิกทั้งนักศึกษาและบุคลากรมากกว่า 10,000 คน ใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่หอพักทุกวัน และมีคนเข้าออกตลอดเวลา ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ เพื่ออำนวยความสะดวก และดูแลความปลอดภัยอย่างรัดกุม โดยตั้งแต่เราก่อตั้งโครงการ TU Smart City ขึ้นมา เราไม่หยุดนิ่งที่จะสรรหา และพัฒนาโซลูชันส์ต่างๆ เพื่อนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่เข้ามาช่วยจัดการภายในมหาวิทยาลัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเราเลือกใช้บริการ IoT จาก    เอไอเอส เนื่องจากพิจารณาเห็นถึงความพร้อมเครือข่าย NB IoT ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ รวมถึงมี Digital Platform และอุปกรณ์ที่ครบครัน สามารถนำมาพัฒนาต่อยอดบริการได้หลากหลายรูปแบบ, สามารถปรับใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่ และสอดคล้องกับพฤติกรรมของคนในประชาคมธรรมศาสตร์ ซึ่งในอนาคตเรามีแผนพัฒนาโครงการ TU Smart City อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นต่อยอดโอกาสใหม่ๆ จากเทคโนโลยีในโลกยุคปัจจุบัน มาสร้างการเปลี่ยนแปลงของการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยอย่างยั่งยืน

เอไอเอสพร้อมแล้วที่จะให้บริการ IoT Platform อย่างเต็มรูปแบบและครบวงจร ตั้งแต่เครือข่าย, อุปกรณ์ และแพลตฟอร์ม ให้กับทุกภาคส่วน และพร้อมให้คำปรึกษากับทุกองค์กรที่สนใจนำ IoT ไปใช้ในการทำงาน สนใจติดต่อได้ที่ Corporate call center โทร. 1149 หรือเว็บไซต์ http://business.ais.co.th/iot และผู้ที่สนใจเข้าร่วมเป็นสมาชิกในโครงการความร่วมมือ AIAP (AIS IoT Alliance Program) สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ais.co.th/AIAP

 

เอไอเอส เปิดตัวความร่วมมือ เสียวหมี่ ในฐานะดิจิทัล พาร์ทเนอร์ มอบประสบการณ์ครั้งแรกกับ “Xiaomi Redmi S2” สุดยอด AI สมาร์ทโฟนเพื่อชาวไทย

Pic---AISxXiaomi--2.jpg

กรุงเทพฯ เอไอเอส ผนึก เสียวหมี่ มอบสุดยอดดิจิทัลดีไวซ์ให้ชาวไทย

  • เอไอเอส ประกาศความร่วมมือกับ เสียวหมี่ ในฐานะดิจิทัล พาร์ทเนอร์ มอบสุดยอดเทคโนโลยีทันสมัยระดับโลกให้ชาวไทยได้สัมผัสผ่านสมาร์ทดีไวซ์ไฮเทคที่ถูกออกแบบและเลือกสรรนวัตกรรมสุดล้ำในราคาที่คุ้มค่าสุดๆ เริ่มต้นจาก สมาร์ทโฟน “Xiaomi Redmi S2” ซึ่งสาวกชาวไทยเฝ้ารอ
  • เสียวหมี่ “Xiaomi Redmi S2” คือ สุดยอดสมาร์ทโฟนในกลุ่ม Mid EndHi End อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เทคโนโลยีอัจฉริยะ AI Beautify 4.0 ที่พร้อมตอบสนองการถ่ายภาพ ระดับมืออาชีพ และคอเกม
  • ด้วยศักยภาพของเครือข่าย AIS Next G และ AIS IoT จะทำให้ความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นการส่งมอบสุดยอดประสบการณ์ใช้งานแบบเร็ว แรง ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้คอไฮเทคชาวไทยที่เลือกใช้เสียวหมี่ Xiaomi Redmi S2”

Pic---AISxXiaomi--3.jpg

นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป เอไอเอส เปิดเผยว่า “ในฐานะ Digital Life Service Provider เราไม่เคยหยุดนิ่งในการมอบบริการดิจิทัลที่ตอบโจทย์และยกระดับการใช้ชีวิตคนไทยอย่างต่อเนื่องผ่านเครือข่าย AIS NEXT G และ AIS IoT ล่าสุดเอไอเอสจึงยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมผนึกกำลังในฐานะดิจิทัลพาร์ทเนอร์ กับ เสียวหมี่ ผู้นำด้านเทคโนโลยีสมาร์ทดีไวซ์ในภูมิภาคเอเชียที่ประสบความสำเร็จในระดับโลกจากการออกแบบผลิตภัณฑ์ด้วยสุดยอดเทคโนโลยีไฮเทคหลากหลายรูปแบบ  ที่ตอบโจทย์ Digital Lifestyle มามอบให้แก่คนไทย เริ่มต้นจาก สมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดที่กำลังถูกจับตามองมากที่สุดอย่าง Xiaomi Redmi S2 มาเปิดตัว เป็นรายแรก และรายเดียวในประเทศไทย ที่เชื่อว่าจะตอบโจทย์กลุ่มลูกค้ามิลเลนเนียลที่มีช่วงอายุ 18 – 25 ปี ซึ่งมองหามือถือสเปคสูงในราคาสุดคุ้มและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่ชื่นชอบการเซลฟี่ เล่นโซเชียล เล่นเน็ต ดูทีวี ดูหนังได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ”Pic---AISxXiaomi--1.jpg

การเจาะกลุ่มลูกค้ามิลเลนเนียล เป็นอีกหนึ่งความท้าทายของเรา เนื่องจากเป็นประชากรกลุ่มใหญ่ เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีกระบวนการคิด และวิธีตัดสินใจแบบเฉพาะตัว ซึ่งจากการศึกษาพฤติกรรมการเลือกใช้สมาร์ทโฟนของกลุ่มนี้ พบว่ามี 4 ปัจจัยหลักที่คนกลุ่มนี้ให้ความสำคัญ และมีผลต่อการตัดสินใจซื้อสมาร์ทโฟน คือ 1. Best Brand ต้องเป็นแบรนด์ชั้นนำ มีชื่อเสียงและน่าเชื่อถือได้, 2. Best Camera เนื่องจากชอบถ่ายรูปเซลฟี่และโพสต์ในโซเชียลมีเดีย กล้องมือถือจึงต้องมีประสิทธิภาพสูง คมชัด และมีลูกเล่นที่ทันสมัย, 3. Best Affordable Price สินค้าต้องคุณภาพดี ในราคาที่จับต้องได้ และ 4. Best Price Plan สมาร์ทโฟนที่มาพร้อมแพ็กเกจค่าบริการที่คุ้มค่า และตอบโจทย์การใช้งาน  ซึ่งเสียวหมี่ถือเป็นแบรนด์ที่สามารถตอบโจทย์ได้อย่างครบถ้วน  ด้วยสเปค Hi-End แต่ราคา Affordable และเมื่อร่วมมือกับเอไอเอส ซึ่งเรามีแพ็กเกจใช้งานที่คุ้มค่าและหลากหลาย ทั้งโทร เล่นเน็ต และคอนเทนต์บันเทิง อย่างครบถ้วน ก็สามารถตอบทุกความต้องการในการใช้สมาร์ทโฟนของลูกค้าได้อย่างดีเยี่ยม”

Pic---AISxXiaomi--4.jpg

นายจอห์น เฉิน ผู้อำนวยการฝ่ายขายประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เสียวหมี่ ประเทศไทย กล่าวว่า “เสียวหมี่ ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมกับเอไอเอส ซึ่งเป็นผู้นำอันดับ 1 ด้านเครือข่ายและบริการดิจิทัลของประเทศ ร่วมกันนำสมาร์ทดีไวซ์มามอบให้แก่คนไทย ด้วยเป้าหมายเดียวกัน คือ นำเสนอนวัตกรรมไฮเทคที่เลือกสรรมาแล้วอย่างดีที่สุด เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งเรามั่นใจว่าจะสามารถมีส่วนร่วมในการเพิ่มสัดส่วนการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลในประเทศไทยได้อย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น ผนวกกับความร่วมมือกับเอไอเอสที่มีเครือข่ายใหญ่ที่สุดและครอบคลุมมากที่สุดทั่วประเทศ เรายิ่งมั่นใจว่า  ถึงเวลาแล้วที่จะทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงสมาร์ทโฟนและเทคโนโลยีได้”

Pic---AISxXiaomi--5.jpg

เสียวหมี่ “Xiaomi Redmi S2” สุดยอดสมาร์ทโฟนที่คอไฮเทคทุกคนรอคอย ด้วยสเปกเครื่องระดับ Hi-End ฟีเจอร์แน่น ครบเครื่อง ในราคาที่จับต้องได้ ถือว่าคุ้มค่าที่สุดเท่าที่เคยมีมา ที่มาพร้อมกล้อง Intelligent ยอดอัจฉริยะ กล้องหน้า 16MP พร้อมโหมดปรับความงาม Beautify 4.0 และ Selfie Flash และกล้องหลังคู่ 12 MP + 5 MP พร้อมโหมด AI Portrait ซึ่งโดดเด่นด้วยเทคโนโลยี AI ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง เพื่อการถ่ายภาพแบบช่างภาพมืออาชีพ และหน้าจอใหญ่คมชัด สีสด ขนาด 5.99 นิ้ว รองรับการใช้งานระบบ 2 ซิมการ์ด 4G แบบ Nano SIM และชิปประมวลผล  Qualcomm Snapdragon 625 (ความเร็วประมวลผลสูงสุด 2.0 GHz) ช่วยให้ใช้งานแบตเตอรี่เต็มประสิทธิภาพบนเครือข่าย 4G ที่ดีที่สุด

Pic---AISxXiaomi--6.jpg

เสียวหมี่ “Xiaomi Redmi S2” จากเอไอเอส จะพร้อมวางจำหน่ายทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 8 มิถุนายน 2561 โดยลูกค้าที่สนใจสามารถมาทดลองใช้งานและสัมผัสเครื่องจริงได้ ที่บูธ AIS ในงาน Thailand Mobile Expo 2018 ตั้งแต่วันที่ 24 – 27 พฤษภาคม 2561 พร้อมเตรียมพบกับข้อเสนอสุดพิเศษจากเอไอเอส ที่เปิดให้ลูกค้าลงทะเบียนซื้อเครื่องก่อนใคร ทาง  AIS Online Store ตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน 2561 เวลา 9.00 น. (ลูกค้าจะได้รับสินค้าตามที่อยู่จัดส่ง ในวันที่ 8 มิถุนายน 2561 เป็นต้นไป) พิเศษยิ่งกว่า! สำหรับลูกค้าเอไอเอสรายเดือน ที่ลงทะเบียนซื้อเครื่อง 150 ท่านแรก จะได้รับฟรี! Amazfit Bip Smartwatch มูลค่า 2,190 บาท

 

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนรับข้อมูลข่าวสาร และดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.ais.co.th/xiaomi

เอไอเอส คว้ารางวัล แบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ในใจผู้บริโภค ด้าน Mobile Operator
180521 Pic เอไอเอส รับรางวัล No 1 Brand Thailand 2017-2018_1.jpg

เอไอเอส โดย นางศิวลี บูรณสงคราม ผู้จัดการส่วนงานบริหารแบรนด์ รับรางวัล No.1 Brand Thailand 2018 รางวัลแบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ด้าน Mobile Operator  จัดมอบโดยนิตยสาร Marketeer ตอกย้ำความสำเร็จของเอไอเอสในการเป็น Digital Life Service Provider ที่ดีที่สุดในประเทศไทย และเป็นเครือข่ายอันดับ 1 ในใจผู้บริโภคอย่างแท้จริง โดยมี นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายเพิ่มพล โพธ์เพิ่มเหม บรรณาธิการ นิตยสาร Marketeer เป็นผู้มอบรางวัล 

180521 Pic เอไอเอส รับรางวัล No 1 Brand Thailand 2017-2018_4.jpg

รางวัล No.1 Brand Thailand  2018 เป็นรางวัลที่ได้จากการสำรวจความนิยมของผู้บริโภคชาวไทย ที่มีต่อสินค้าและบริการประเภทต่างๆ จำนวน 4,000 ตัวอย่างทั่วประเทศ จัดสำรวจโดย Marketeer Research ร่วมกับ บริษัท วิดีโอ รีเสิร์จ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยการตลาดชั้นนำ ที่มีสำนักงานใหญ่ในประเทศญี่ปุ่น ดำเนินการสำรวจโดยใช้นวัตกรรมทางการวิจัยภายใต้ชื่อ การวิจัยการตลาดแบบทันใจ หรือ T-Cube Thailand เป็นเครื่องมืออ้างอิง ทำให้ได้ผลการสำรวจเป็นที่ยอมรับจากวงการการตลาดเมืองไทย

180521 Pic เอไอเอส รับรางวัล No 1 Brand Thailand 2017-2018_3.jpg

เอไอเอส ไฟเบอร์ เอาใจคนคอนโด ฉีกทุกกฎ!! ครั้งแรกของเน็ตบ้าน ไม่ติดสัญญา ไม่มีค่าแรกเข้า พร้อมใช้ภายใน 24 ชม.
Pic_AIS Fibre Condo No Contract_5.jpg

เอไอเอส ไฟเบอร์ เดินเกมรุกตลาดอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ต่อเนื่อง เปิดบริการทางเลือกใหม่ “เน็ตคอนโด No Contract” สำหรับผู้พักอาศัยคอนโดโดยเฉพาะ ครั้งแรกของเมืองไทยกับเน็ตบ้าน ไม่ติดสัญญา ไม่มีค่าติดตั้ง และไม่มีค่าแรกเข้า พร้อมใช้ภายใน 24 ชั่วโมง ในราคาสุดคุ้ม
Pic_AIS Fibre Condo No Contract_1.jpg

ชูแนวคิดออกแบบบริการตั้งต้นจากไลฟ์สไตล์ลูกค้า เจาะ Insight คนคอนโด และผู้เช่าอาศัย ที่อาจจะไม่ได้พักอาศัยในระยะยาว และอาจมีความกังวลเรื่องเงื่อนไขการติดสัญญาการใช้งานเน็ตบ้านอย่างน้อย 1 ปี โดยบริการใหม่ของเอไอเอส ไฟเบอร์นี้ ช่วยเพิ่มความสะดวก ง่ายดายในการสมัครและพร้อมใช้งานทันที ภายใน 24 ชั่วโมง อีกทั้ง ลูกค้ายังมีอิสระในการใช้งานเป็นเวลานานกี่เดือนก็ได้ และยังสามารถยกเลิกบริการได้ทุกเมื่อ (ตามรอบบิลของเดือน) ทั้งหมดนี้ เพื่อให้ลูกค้าได้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์ความเร็วสูง แบบหมดกังวลทุกข้อผูกมัด ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษ มีให้เลือก 2 แพ็กเกจ บนเทคโนโลยี FTTB
Pic_AIS Fibre Condo No Contract_3.jpg

- HomeBROADBAND 50/20 Mbps ราคาพิเศษ เพียง 490 บาทต่อเดือน จากปกติ 599 บาทต่อเดือน

- HomeBROADBAND 30/10 Mbps ราคาพิเศษ เพียง 390 บาทต่อเดือน


ทั้ง
2 แพ็กเกจ ลูกค้าสามารถใช้กับ Router ของลูกค้าเอง ซึ่งเป็นยี่ห้อและรุ่นที่กำหนด และรับรองการใช้งานเอไอเอส ไฟเบอร์ได้ โดยสามารถเช็ครุ่นที่รองรับได้ที่ โทร 1175 หรือซื้อ VDSL AC1200 Wi-Fi Router ใหม่จากเอไอเอส ในราคาพิเศษ เพียง 1,490 บาท จากราคาปกติ 2,500 บาท โดยสามารถซื้อได้ที่ AIS Shop และผ่านทางออนไลน์ที่ AIS Online Store


พร้อมให้บริการแล้วกว่า 2,300 อาคาร ในพื้นที่กรุงเทพ, นนทบุรี, ปทุมธานี, สมุทรปราการ และเตรียมขยายสู่จังหวัดอื่นๆ ต่อไป ลูกค้าที่สนใจสามารถสมัคร และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 1175 และ AIS Shop

 

#AIS #AISFibre #เอไอเอส #เอไอเอสไฟเบอร์

#เน็ตบ้าน #เน็ตคอนโด #เน็ตบ้านไม่ติดสัญญา #เน็ตคอนโดnocontract

AIS แต่งตั้ง ‘ยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล’ ดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร

180511_Pic_AIS CEBO_02.jpg

บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS ประกาศแต่งตั้ง นายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล ให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร (Chief Enterprise Business Officer: CEBO) รับผิดชอบการบริหารงานกลุ่มลูกค้าองค์กรให้เป็นไปตามแผนกลยุทธ์ของธุรกิจ ทั้งในด้านการตลาด การขาย การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และโซลูชั่น รวมถึงการให้บริการกลุ่มลูกค้าองค์กร เพื่อเสริมศักยภาพการดำเนินธุรกิจของ AIS ให้มีความแข็งแกร่ง ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าองค์กรในโลกยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีผลตั้งแต่ 2 พฤษภาคม 2561

          

นายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ (ไฟฟ้า) จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และระดับปริญญาโท MBA ด้านการตลาด จาก California State University สหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ นายยงสิทธิ์มีประสบการณ์การบริหารงานระดับสูงอย่างหลากหลาย โดยเป็นผู้บุกเบิกร่วมสร้างความสำเร็จของบริษัทและอุตสาหกรรมดาวเทียมของประเทศกว่า 20 ปีในบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) บริษัทในเครือ Intouch  ตั้งแต่ปี 2534 ถึง 2554 (ตำแหน่งสุดท้ายรองกรรมการผู้อำนวยการ (ด้านการตลาดและการขาย) เป็นผู้ผลักดันกลยุทธ์ด้านการขาย การตลาด การพัฒนาธุรกิจและสินค้า ให้กับไทยคมฯ ในกิจการที่แข่งขันสูงทั้งในประเทศและระดับสากล นอกจากนี้ ยังเคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ระหว่างปี 2555 - 2557 รัฐวิสาหกิจใหญ่ภายใต้กระทรวงคมนาคม เป็นผู้บริหารขับเคลื่อนการดำเนินงาน ในการออกแบบ ก่อสร้าง และบริการเดินรถ ตามแผนแม่บทการก่อสร้างรถไฟฟ้า MRT 7 เส้นทาง ระยะทางร่วม 200 กิโลเมตร วงเงินหลายแสนล้านบาท จนเป็นโครงการ สายสีน้ำเงิน สีม่วง สีเขียว สีส้ม สีชมพู สีเหลือง ฯลฯ ในทุกวันนี้ และยังเป็นที่ปรึกษาและร่วมงานในบริษัทและโครงการใหญ่อื่นในช่วงที่ผ่านมา ก่อนจะเข้ามาร่วมงานกับ AIS ในปัจจุบัน ซึ่งประสบการณ์ ความสามารถ ศักยภาพและความสำเร็จของนายยงสิทธิ์ จะเป็นประโยชน์ช่วยเสริมศักยภาพการดำเนินธุรกิจของ AIS โดยเฉพาะด้านการบริหารลูกค้าองค์กร ซึ่งเป็นทิศทางการเติบโตที่สำคัญของ AIS ให้มีความแข็งแกร่ง และบรรลุความสำเร็จตามเป้าหมายมากยิ่งขึ้นต่อไป

AIS ประกาศผลประกอบการไตรมาส 1/2561 กำไรสุทธิ 8,037 ล้านบาท ลูกค้ามือถือ 4G คิดเป็น 50% ลูกค้าเน็ตบ้าน 571,800 ราย

 

AIS ประกาศผลประกอบการไตรมาส 1/2561 กำไรสุทธิ 8,037 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% จากปีก่อน และเพิ่มขึ้น 4.4% จากไตรมาสก่อน รายได้รวมเพิ่มขึ้น 5.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เป็นผลมาจากทั้งบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ และธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้าน AIS Fibre พร้อมต่อยอดธุรกิจดิจิทัลร่วมลงทุนใน Rabbit LINE Pay

Info-Graphic-AIS-ประกาศผลประกอบการไตรมาส-1-ปี-2561_3.jpg

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิสจำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า “AIS ในฐานะผู้ให้บริการดิจิทัล ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาทั้งสินค้าและบริการ เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าและการทำธุรกิจในยุคดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาส 1/2561 AIS ได้ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและบริการ ตามวิสัยทัศน์สู่การเป็น Digital Platform for Thais เพื่อร่วมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ประเทศไทย เห็นได้จากการลงทุนร่วมกับ Rabbit LINE Pay ในสัดส่วน 33.33% หรือคิดเป็นมูลค่า 788 ล้านบาท เพื่อรองรับพฤติกรรมการใช้จ่ายของลูกค้าผ่านแพลตฟอร์ม e-Money ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการชำระเงิน รวมถึงการเลือกซื้อสินค้าและบริการ ซึ่งนับเป็นกลไลสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคดิจิทัล นอกจากนี้ AIS ยังเดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งและรองรับการเติบโตของลูกค้าองค์กร ด้วยการผนวกธุรกิจของซีเอส ล็อกอินโฟร์ รวมถึงยังได้ลงนามในสัญญาเช่าอุปกรณ์และสัญญาใช้บริการข้ามโครงข่ายบนคลื่น 2100 MHz กับบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) อย่างเป็นทางการ เพื่อเสริมประสบการณ์การใช้งานของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น 

Info-Graphic-AIS-ประกาศผลประกอบการไตรมาส-1-ปี-2561_4.jpgInfo-Graphic-AIS-ประกาศผลประกอบการไตรมาส-1-ปี-2561_5.jpg

สำหรับภาพรวมในไตรมาส 1/2561 AIS มีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 5.3% จากปีก่อน ขณะที่มีรายได้หลักจากการให้บริการเพิ่มขึ้น 6.5% จากปีก่อน และ 2.5% จากไตรมาสก่อน จากทั้งบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ และธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้าน AIS Fibre โดยมีผู้ใช้งานมือถือ 4G คิดเป็นสัดส่วน 50% ของฐานลูกค้าทั้งหมด 40.1 ล้านเลขหมาย การใช้งานดาต้าเพิ่มขึ้นเป็น 7.6 กิกะไบต์ต่อเดือน จาก 6.7 กิกะไบต์ต่อเดือนในไตรมาสก่อนหน้า เป็นผลมาจากความนิยมในการรับชมวิดีโอคอนเทนต์ผ่านโทรศัพท์มือถืออย่างต่อเนื่อง สำหรับธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้าน AIS Fibre ได้เน้นการขยายฐานลูกค้าในพื้นที่ตัวเมือง 50 จังหวัด และมีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นเป็น 571,800 ราย ขณะที่รายได้จาก AIS Fibre เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 85% จากปีก่อนและ 6.0% จากไตรมาสก่อน สำหรับดิจิทัลคอนเทนต์ นอกจากพรีเมียมคอนเทนต์และฟรีทีวีกว่า 100 ช่องแล้ว AIS ได้เพิ่มช่องใหม่ ได้แก่ ช่อง CNN และช่อง Cartoon Network เพื่อส่งมอบประสบการณ์ความบันเทิงและข่าวสารรอบโลกได้ตลอด 24 ชั่วโมงผ่านแอป AIS PLAY บนมือถือ และ AIS PLAYBOX ทางทีวี ทั้งนี้ จากการควบคุมต้นทุนและรายได้ที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้กำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.5% จากทั้งปีก่อนและ 4.4% จากไตรมาสก่อนอยู่ที่ 8,037 ล้านบาท

ทั้งนี้ ในภาพรวมปี 2561 AIS ได้คงคาดการณ์การเติบโตของรายได้จากการให้บริการที่ 7-8 % และตั้งเป้าอัตรากำไร EBITDA ที่ 45-47% พร้อมจัดสรรงบลงทุนมูลค่า 35,000–38,000 ล้านบาท ในการพัฒนาคุณภาพและเสริมประสิทธิภาพโครงข่ายเพื่อรองรับการใช้งานของลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้น

“AIS ยังคงมุ่งมั่นในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมายกระดับคุณภาพชีวิตและการดำเนินธุรกิจของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสร้างความพร้อมทั้งด้านเครือข่าย และการบริการที่ดีที่สุด เพื่อรองรับทุกความต้องการของลูกค้าในยุคดิจิทัล พร้อมสนับสนุนและเสริมขีดความสามารถให้แก่คนไทย รวมถึงองค์กรภาครัฐและเอกชน เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศอย่างยั่งยืน” นายสมชัย กล่าวสรุป

เอไอเอส วางจำหน่าย Apple Watch Series 3 พร้อมระบบเซลลูล่าร์ในตัวแล้ววันนี้

 

วันนี้เอไอเอส ประกาศวางจำหน่าย Apple Watch Series 3 (รุ่น GPS + เซลลูล่าร์) นาฬิกาที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่งของโลกมาพร้อมเซลลูล่าร์ในตัว ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถออกไปทำกิจกรรมต่างๆ โดยสวมเพียง Apple Watch แล้วยังคงติดต่อสื่อสารและรับข่าวสารสำคัญได้ เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ลูกค้าที่ซื้อ Apple Watch Series 3 (รุ่น GPS + เซลลูล่าร์) ในการเริ่มต้นใช้งานเอไอเอส ได้เตรียมโปรแกรมพิเศษเพื่อให้ลูกค้าทดลองใช้ระบบเซลลูล่าร์

 

Apple Watch Series 3 เพิ่มระบบเซลลูลาร์ในตัวลงสู่นาฬิกาอันดับหนึ่งของโลก ไม่ว่าผู้ใช้จะออกไปวิ่ง ว่ายน้ำ หรือเพียงแค่พยายามเคลื่อนไหวตลอดทั้งวัน Apple Watch Series 3 ที่มีระบบเซลลูลาร์ก็จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถต่อติด โทรออก รับข้อความ และทำสิ่งอื่นๆ อีกมากมายได้ แม้ไม่มี iPhone อยู่ใกล้ตัว ซึ่ง Apple Watch รุ่นที่ 3 เป็นคู่หูด้านสุขภาพและการออกกำลังกายที่ยอดเยี่ยม มาพร้อมกับคุณสมบัติการฝึกสอนอัจฉริยะ ความสามารถในการทนน้ำที่ 50 เมตร และเครื่องวัดระดับความสูงสัมพัทธ์จากความกดอากาศ โดย Apple Watch Series 3 มีสองรุ่นด้วยกัน รุ่นแรกที่มาพร้อม GPS และระบบเซลลูลาร์ และอีกรุ่นหนึ่งที่มี GPS เพียงอย่างเดียว ซึ่งทั้งสองรุ่นนั้นมีโปรเซสเซอร์แบบ Dual-core ที่เร็วขึ้น 70 เปอร์เซ็นต์และชิพไร้สายใหม่

 

เพื่อให้ลูกค้าได้ทดลองใช้งาน เอไอเอส พร้อมมอบข้อเสนอสุดพิเศษ

  • ฟรี! ค่าเปิดใช้บริการ สำหรับทุกแพ็กเกจเอไอเอสรายเดือน
  • ฟรี! ค่าบริการรายเดือน 6 เดือนแรก สำหรับทุกแพ็กเกจเอไอเอสรายเดือน
  • ฟรี! ค่าบริการรายเดือน 12 เดือนแรก สำหรับลูกค้าเปิดเบอร์ใหม่ และเปลี่ยนจากเติมเงินเป็นรายเดือน ที่สมัครแพ็กเกจขั้นต่ำ 1,099 บาทขึ้นไป
  • ฟรี! ค่าบริการรายเดือน 24 เดือนแรก สำหรับลูกค้าปัจจุบัน ในระบบรายเดือน ที่มีแพ็กเกจขั้นต่ำ 1,099 บาทขึ้นไป
  • ฟรี! ค่าบริการรายเดือน นานสูงสุด 24 เดือน สำหรับลูกค้าย้ายค่ายเบอร์เดิม เมื่อสมัครแพ็กเกจ เอไอเอสรายเดือน 1,099 บาทขึ้นไป
  • รับส่วนลด Apple Watch Series 3 (GPS + เซลลูล่าร์) สูงสุด 2,000 บาท เมื่อซื้อ iPhone X หรือ iPhone 8 พร้อมสมัครแพ็กเกจที่กำหนด

 

ลูกค้าที่สนใจสามารถซื้อ Apple Watch Series 3 (GPS + เซลลูล่าร์) ได้ที่ AIS SHOP ที่ร่วมรายการ และ AIS Online Store ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

 

ลูกค้าสามารถเปิดใช้บริการเซลลูล่าร์บน Apple Watch Series 3 (GPS + เซลลูล่าร์) ด้วยการอัพเดท iPhone เป็น iOS 11.3 และ watchOS 4.3 แล้วเข้าไปที่เมนู Setting บน iPhone เลือก Generalเลือก About จากนั้นทำตามขั้นตอนเพื่ออัพเดทการตั้งค่าเครือข่ายผู้ให้บริการ

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับราคาและดาต้าแพ็คเกจได้ที่ www.ais.co.th/applewatch

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ iPhone และ Apple Watch ได้ที่ www.apple.com/th 

เอไอเอส ประกาศความสำเร็จ เริ่มเปิดให้บริการ IoT เชิงพาณิชย์ได้แล้วเป็นรายแรกของไทย หลังขยายเครือข่าย NB-IoT ครอบคลุม 77 จังหวัดแล้ว ตั้งแต่สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ผ่านมา

นายเกรียงศักดิ์ วาณิชย์นที ผู้บริหาร AIS_1.jpg

เอไอเอส โชว์ศักยภาพผู้นำนวัตกรรมของประเทศ นำเทคโนโลยี IoT ให้บริการเชิงพาณิชย์ได้จริง ทั่วประเทศ มีภาครัฐและเอกชนชั้นนำ มอบความไว้วางใจเลือกใช้บริการต่อเนื่อง อาทิ ปตท., พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค, โครตรอนกรุ๊ป, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ฯลฯ โดยมีการนำ IoT มาพัฒนาเป็นโซลูชั่นส์ต่างๆ อาทิ Smart City, Smart Environment, Smart Machine, Smart Manufacturing ฯลฯ สร้างประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศในทุกๆ ด้าน ทั้งการใช้ชีวิตของคนในสังคม, ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเสริมขีดความสามารถให้กับภาคธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรม รวมทั้งเป็นโครงการต้นแบบนวัตกรรม IoT ให้กับภาครัฐและภาคการศึกษา

อาทิ บริษัท ปตท. ใช้ IoT ช่วยตรวจสอบงานบำรุงรักษาท่อก๊าซธรรมชาติ เสริมแกร่งธุรกิจพลังงานชองประเทศ, บริษัทพร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค นำเครือข่าย AIS NB-IoT สร้าง Smart City ในโครงการอสังหาริมทรัพย์ นำร่องให้บริการแล้ว 15 โครงการในกรุงเทพฯ และปริมณฑล, บริษัทโครตรอนกรุ๊ป ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องชั่งน้ำหนักหยอดเหรียญ และเครื่องเหยอดเหรียญประเภทต่างๆ ใช้โซลูชั่นส์ Smart Cion Kiosk Machine เซ็นเซอร์วัดปริมาณเหรียญภายในเครื่อง เชื่อมต่อเครือข่าย AIS NB-IoT ช่วยส่งข้อมูลแจ้งเตือนทันทีเมื่อเหรียญเต็ม จากจุดต่างๆ ทั่วประเทศ ใช้งานจริงแล้วใน 77 จังหวัด

ด้านภาครัฐและสถาบันการศึกษา ร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นำ Smart Environment เซ็นเซอร์ตรวจวัดสภาพอากาศ และบริหารจัดการน้ำ ใช้งานจริงแล้วที่เทศบาลนครหาดใหญ่ และจ.ภูเก็ต, มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำ Smart Trash Bin แก้ไขปัญหาขยะล้นถัง ช่วยดูแลทัศนียภาพและความสะอาดภายในมหาวิทยาลัย เป็นต้น

AIS ร่วมกับ พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค สร้างโครงการ Perfect Smart City_2.jpg

ตลอดจน การสร้างเครือข่ายพันธมิตร AIAP เพื่อรองรับการพัฒนา IoT ในประเทศ ภายใต้ความร่วมมือกับพันธมิตรทุกภาคส่วนใน IoT Ecosystem ทั้งจากภาครัฐ เอกชน ผู้ให้บริการโซลูชั่นส์ระดับโลก กลุ่มเมคเกอร์ และสตาร์ทอัพกว่า 400 ราย ยืนยันความมุ่งมั่น นำเครือข่ายและบริการดิจิทัล IoT มายกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยไปอีกขั้น รวมถึงเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักในการพัฒนาประเทศในยุค 4.0

นายเกรียงศักดิ์ วาณิชย์นที ผู้บริหาร AIS_3.jpg

นายเกรียงศักดิ์ วาณิชย์นที หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเทคโนโลยี เอไอเอส กล่าวว่า “ขณะนี้ทุกภาคส่วนในบ้านเรากำลังตื่นตัวกับการนำอินเทอร์เน็ตในทุกสิ่ง หรือ IoT-Internet of Things เข้ามาประยุกต์ใช้ ทั้งในระดับผู้บริโภค อาทิ Smart Home, Smart Parking หรือในระดับองค์กรและการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ อาทิ Smart Logistics, Smart City, Smart Farming, Smart Environment ซึ่งเอไอเอสเองได้เตรียมความพร้อมเพื่อสนับสนุนทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง อาทิ การพัฒนาเครือข่ายจากเทคโนโลยีที่เหมาะสม อย่าง NB-IoT  ซึ่งขณะนี้ครอบคลุมแล้วทั่วไทย และ eMTC -  enhanced Machine-Type Communication  ที่สามารถใช้ควบคู่กับ NB-IoT  เพื่อนำคุณสมบัติมาเสริมซึ่งกันและกัน อาทิ eMTC เหมาะกับการใช้งาน IoT แบบเคลื่อนที่ เช่น Connected Car รวมถึงสามารถรับ/ส่ง ข้อความเสียงในอุปกรณ์ IoT ยุคใหม่ๆได้อีกด้วย ในขณะที่ NB-IoT จะเน้นเรื่องการประหยัดพลังงานของอุปกรณ์และสามารถสื่อสารได้ในระยะไกล โดยเครือข่าย eMTC จะเริ่มเปิดใช้งานตั้งแต่ไตรมาส 2 และคาดว่าจะครอบคลุมทั่วประเทศได้ในไตรมาส 3 ปีนี้”

“เมื่อโครงข่ายมีความพร้อม และเราได้มีการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์จากทุกภาคส่วนผ่าน AIAP- AIS IoT Alliance Program ที่เปิดตัวเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ทำให้ เอไอเอสสามารถให้บริการ IoT เชิงพาณิชย์ได้เป็นรายแรก โดยสามารถตอบโจทย์การสร้างนวัตกรรมขององค์กรต่างๆ ยกระดับการใช้ชีวิต และ การบริหารจัดการในแต่ละอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

นำ IoT สร้างระบบตรวจสภาพแวดล้อม ที่หาดใหญ่ และภูเก็ต.JPG

นายเกรียงศักดิ์ กล่าวย้ำว่า “ขณะนี้เรากำลังทำงานร่วมกับภาครัฐ และ เอกชน รวมถึงสถาบันการศึกษาต่างๆ เพื่อทยอยนำ IoT เข้าไปเริ่มใช้งานจริงอย่างต่อเนื่อง โดยมีทีมงานคุณภาพของ      เอไอเอสที่สามารถผสมผสาน ออกแบบ พัฒนารูปแบบบริการที่ตอบโจทย์ สร้างประโยชน์ให้แก่องค์กรได้อย่างแท้จริง ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งของชาวเอไอเอส ที่สามารถร่วมผลักดันเทคโนโลยีนี้ให้เกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม จนได้รับการยอมรับจาก ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน องค์กรให้คำปรึกษาและวิจัยระดับโลก ที่ประกาศให้เอไอเอส เป็น Thailand IoT Solutions Provider of the Year 2018 หรือ องค์กรที่มีความเป็นเลิศทางด้านบริการ IoT”

ซึ่งวันนี้ เอไอเอสพร้อมแล้วที่จะให้บริการ IoT Platform เชิงพาณิชย์ อย่างเต็มรูปแบบและครบวงจร ตั้งแต่เครือข่าย, อุปกรณ์ และแพลตฟอร์ม ให้กับทุกภาคส่วน และพร้อมให้คำปรึกษากับทุกองค์กรที่สนใจนำ IoT ไปใช้ในการทำงาน สนใจติดต่อได้ที่ Corporate call center โทร. 1149 หรือเว็บไซต์ http://business.ais.co.th/iot

 

ตัวอย่าง พันธมิตรที่นำ IoT มาใช้ในการทำธุรกิจ

ภาคเอกชน

  • บริษัท ปตท.
  • บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟคNB-IoTIoT Smart City ที่มีการใช้งานจริงแล้ว ในโครงการ “Perfect Smart CityMobikeSmart LightingSmart Tracking รวมถึงการนำ Smart Home และ Security Platform มาต่อยอดพัฒนา Home Application อีกด้วย โดยนำร่องให้บริการแล้วใน 15 โครงการในกรุงเทพฯ และปริมณฑล
  • โครตรอนกรุ๊ปพัฒนาโซลูชั่น Smart Coin Kiosk MachineNB-IoT สามารถส่งข้อมูลจะแจ้งเตือนทันทีเมื่อเหรียญเต็มจากจุดต่างๆ ทั่วประเทศ แสดงผลผ่านแอปพลิเคชั่น เพื่อผู้ดูแลสามารถวางแผนการจัดเก็บเหรียญได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มโอกาสในการให้บริการและสร้างมูลค่าให้กับการลงทุน โดยมีการใช้งานจริงแล้วใน 77

ภาครัฐ และสถาบันการศึกษา

  • มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์Smart Environment Monitoring and Water ManagementNB-IoT Board และ NB IoT Sim ติดเข้ากับเซ็นเซอร์ตรวจวัดสภาพอากาศ เพื่อสามารถเรียกดูข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ผ่านแอปพลิเคชัน ซึ่งปัจจุบันมีการติดตั้งกล่องดังกล่าวเพื่อใช้งานจริงแล้ว บริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลนครหาดใหญ่ และ จ. ภูเก็ต โดยส่งข้อมูลไปยังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย เพื่อคอยติดตามสภาพแวดล้อม และระดับน้ำในพื้นที่ต่างๆ เพื่อวางแผนป้องกันน้ำท่วมด้วย
  • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
  • มหาวิทยาลัยขอนแก่นSmart Trash Bin มาแก้ไขปัญหาขยะล้นถังก่อนถึงรอบเวลาจัดเก็บ เนื่องจากจุดต่างๆ ของมหาวิทยาลัยจะมีปริมาณขยะที่แตกต่างกันตามสถานที่ และช่วงเวลา โซลูชั่นส์นี้สามารถทำให้ตรวจสอบปริมาณขยะแต่ละถัง และกลิ่นขยะภายในถังได้ตลอดเวลา ทำให้สามารถเจ้าหน้าที่เข้าไปจัดเก็บได้ทันทีก่อนที่ขยะเต็มถัง และสามารถใช้งานต่อเนื่องทันที ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการการจัดเก็บ รวมถึงเป็นการดูแลทัศนียภาพของมหาวิทยาลัยให้สะอาดสวยงามอีกด้วย
  • มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นำโซลูชั่น Smart City มาใช้บริเวณภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต เช่น Smart Locker ล็อคเกอร์อัจฉริยะที่รวมเทคโนโลยี IoT ล่าสุดเข้าด้วยกันเพื่ออำนวยความสะดวกในการให้บริการแก่อาคารหรือที่อยู่อาศัย, ระบบอ่านป้ายทะเบียน  เพื่อควบคุมบุคคลเข้าออกสถานที่, Application พบหมอ และระบบควบคุมแสงสว่าง

เอไอเอส ประกาศวางจำหน่าย Apple Watch Series 3  ในวันที่ 10 พฤษภาคม 2561

เอไอเอส ประกาศวางจำหน่าย Apple Watch Series 3 (รุ่น GPS + เซลลูล่าร์) นาฬิกาที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่งของโลกมาพร้อมเซลลูล่าร์ในตัว ตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 ด้วยเซลลูล่าร์ในตัวผู้ใช้สามารถออกไปทำกิจกรรมต่างๆ โดยสวมเพียง Apple Watch แล้วยังคงติดต่อสื่อสารและรับข่าวสารสำคัญได้ และเพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ลูกค้าที่ซื้อ Apple Watch Series 3 (รุ่น GPS + เซลลูล่าร์) ในการเริ่มต้นใช้งาน เอไอเอสได้เตรียมโปรแกรมพิเศษเพื่อให้ลูกค้าทดลองใช้ระบบเซลลูล่าร์ โดยลูกค้าสามารถเปิดใช้บริการเซลลูล่าร์บน Apple Watch Series 3 (รุ่น GPS + เซลลูล่าร์) ด้วยการอัพเดท iPhone เป็น iOS 11.3 และ watchOS 4.3 แล้วเข้าไปที่เมนู Setting บน iPhone เลือก General เลือก About จากนั้นทำตามขั้นตอนเพื่ออัพเดทการตั้งค่าเครือข่ายผู้ให้บริการ

เอไอเอส ผนึก เทสโก้ โลตัส ประกาศความร่วมมือแบบ Cross Industry ครั้งประวัติศาสตร์ ผสานแกร่งสองยักษ์ มอบประสบการณ์ดิจิทัลเข้าถึงไลฟ์สไตล์ลูกค้าทั่วประเทศ

 

เอไอเอส ผนึก เทสโก้ โลตัส ประกาศความร่วมมือแบบ Cross-Industry - 1.jpg

เอไอเอส จับมือ เทสโก้ โลตัส ประกาศความร่วมมือแบบ Cross Industry ครั้งประวัติศาสตร์ ที่ผสานความแข็งแกร่งของสองยักษ์ใหญ่ผู้นำตลาด ระหว่างเบอร์ 1 ค่ายโทรคมนาคมของประเทศ และธุรกิจค้าปลีกแบรนด์ชั้นนำระดับโลก ยกระดับการให้บริการไปอีกขั้น ร่วมมอบประสบการณ์ดิจิทัลให้ลูกค้าเทสโก้ โลตัสทั่วประเทศ ได้เข้าถึงสินค้าบริการดิจิทัลที่มีคุณภาพ คุ้มค่า และครบครันจากเอไอเอส อาทิ สมาร์ทโฟนรุ่นฮิต อย่าง iPhone, บริการเน็ตบ้าน AIS Fibre รวมทั้ง ออกแบบสินค้าบริการที่รวมสิทธิประโยชน์ของทั้งเอไอเอสและเทสโก้ โลตัส เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อมอบความคุ้มค่าและความแตกต่างให้กับสมาชิกคลับการ์ดกว่า 15 ล้านราย และลูกค้าเอไอเอสกว่า 40 ล้านราย พร้อมให้บริการแล้ววันนี้ ที่ “ดิจิทัล โซน” ภายในเทสโก้ โลตัส ประเภทไฮเปอร์มาร์ททุกขนาดใน 190 สาขาทั่วประเทศ

นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป เอไอเอส กล่าวว่า การวาง กลยุทธ์ช่องทางจัดจำหน่ายของเอไอเอส เป้าหมายหลักคือ ต้องสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่ต่างกันของลูกค้าแต่ละ Segment ได้อย่างตรงใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มลูกค้าฐานใหญ่ หรือ Mass วันนี้นับเป็นครั้งสำคัญของความร่วมมือแบบ Cross Industry ระหว่างเอไอเอสในฐานะเบอร์ 1 ธุรกิจโทรคมนาคมในเมืองไทย ที่นำความเชี่ยวชาญด้านดิจิทัล ผสานความแข็งแกร่งกับพันธมิตร ที่เข้าใจวิถีชอปปิ้ง และเข้าถึงทุกพื้นที่อย่าง เทสโก้ โลตัส ผู้นำในวงการค้าปลีกไทยที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศ เพื่อสร้างประสบการณ์   ชอปปิ้งให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้าและบริการดิจิทัลอันทันสมัยได้อย่างสะดวกสบาย โดยได้รวบรวมไว้อย่างครบครันที่ “ดิจิทัล โซน” ภายในเทสโก้ โลตัส

เอไอเอส ผนึก เทสโก้ โลตัส ประกาศความร่วมมือแบบ Cross-Industry - 5.jpg

เป้าหมาย คือ ต้องตอบโจทย์ความคาดหวังใน Shopping Experience ของลูกค้ากลุ่ม Mass ที่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า คุณภาพสินค้า ความสะดวกสบาย และประสบการณ์ที่ดีด้วย ดังนั้น เมื่อลูกค้าเดินเข้าไปในดิจิทัลโซน จะเห็นการจัดดิสเพลย์สินค้า อาทิ สมาร์ทโฟนจากแบรนด์ชั้นนำรุ่นใหม่ล่าสุด และอุปกรณ์เสริมต่างๆ  ที่สามารถเข้ามาทดลองใช้งาน และเลือกซื้อได้สะดวกมากกว่าเดิม รวมถึงบริการอื่นๆ จากเอไอเอส ก็สามารถทำได้ง่ายๆ ในจุดเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น สมัครเน็ตบ้าน AIS Fibre, เปิดเบอร์ใหม่ระบบรายเดือน, สมัครแพ็กเกจ และจุดจำหน่ายซิม นอกจากนี้ ยังเป็นครั้งแรกที่เรา และเทสโก้ โลตัส ร่วมกันออกแบบสินค้าและบริการที่รวมสิทธิประโยชน์ของทั้งเอไอเอสและเทสโก้ โลตัส เข้าไว้ด้วยกัน ก็ถูกจัดมารวมไว้ในดิจิทัล โซน เช่นกัน

เอไอเอส ผนึก เทสโก้ โลตัส ประกาศความร่วมมือแบบ Cross-Industry - 4.jpg

นับเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่เอไอเอสได้ทั้งดูแลลูกค้าของเรา และนำสินค้า บริการไปมอบให้แก่คนไทยได้อย่างเข้าถึงมากยิ่งขึ้น ผ่านพื้นที่ดิจิทัลโซนของเทสโก้ โลตัส กว่า 190 แห่ง ทั่วประเทศ

มร. มาร์ค รัฟลีย์ ประธานกรรมการฝ่ายการตลาด เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า “เทสโก้ โลตัส มุ่งมั่นที่จะให้บริการลูกค้าของเราให้ดียิ่งๆ ขึ้นทุกวัน โดยเราเชื่อมั่นว่าการร่วมมือกับผู้นำในธุรกิจต่างๆ ที่มีความเชี่ยวชาญและแข็งแกร่งจะช่วยให้เทสโก้ โลตัส สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ดีและรวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งการร่วมมือระหว่างเทสโก้ โลตัส ผู้นำธุรกิจค้าปลีก และ เอไอเอส ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย จะช่วยให้ทั้งสองฝ่ายสามารถร่วมกันเติมเต็มความต้องการของลูกค้าในยุคดิจิทัลได้อย่างครบถ้วน การร่วมมือกันในครั้งนี้ของทั้งสองแบรนด์ ถือเป็นก้าวแรกของอีกหลายก้าวที่สำคัญในอนาคต ที่จะช่วยให้ทั้งเทสโก้ โลตัส และเอไอเอส สามารถให้บริการลูกค้าของทั้งสองฝ่ายได้ดียิ่งขึ้นและรวดเร็วยิ่งขึ้น ด้วยการสร้าง synergy ระหว่างฐานลูกค้าของทั้งคู่ โดยเทสโก้ โลตัส มีคลับการ์ด โปรแกรมขอบคุณลูกค้าผ่านสิทธิประโยชน์ในหลากหลายรูปแบบ เป็นเครื่องมือสำคัญในการต่อยอดความคุ้มค่าให้กับลูกค้า ปัจจุบันคลับการ์ดมีสมาชิกทั้งหมด 15 ล้านคนทั่วประเทศ และเป็นลอยัลตี้โปรแกรมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในธุรกิจค้าปลีก เราหวังว่า การจับมือเป็นพันธมิตรกับเอไอเอส จะทำให้เทสโก้ โลตัส สามารถส่งมอบความคุ้มค่าและสิทธิประโยชน์ผ่านบัตรคลับการ์ดให้กับลูกค้าผู้ใช้โทรศัพท์เอไอเอสทั่วประเทศอีกด้วย

เอไอเอส ผนึก เทสโก้ โลตัส ประกาศความร่วมมือแบบ Cross-Industry - 12.jpg

การร่วมมือกันของเอไอเอสและเทสโก้ โลตัส แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือ

  1. เอไอเอส จะเป็นผู้ให้บริการจำหน่ายโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์เสริมภายในบริเวณ Digital Zone ในร้านค้าเทสโก้ โลตัส รูปแบบไฮเปอร์มาร์เก็ตทุกสาขา รวมทั้งหมดกว่า 190 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งจะทำให้ลูกค้าเทสโก้ โลตัส สามารถทดลองใช้และเลือกซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ล่าสุดพร้อมอุปกรณ์เสริมต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนั้น ยังสามารถใช้บริการต่างๆ ที่ครบวงจร อาทิ เปิดเบอร์ใหม่ระบบรายเดือน สมัครเน็ตบ้าน AIS Fibre สมัครแพ็คเกจต่างๆ และซื้อซิมการ์ด
  2. สมาชิกคลับการ์ดและลูกค้าเอไอเอสแบบรายเดือน จะได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ เพิ่มความคุ้มค่าแบบไม่รู้จบ อาทิ

- รับทันทีอินเตอร์เน็ต 48 GB (2GB ต่อเดือน นาน 2 ปี) และรับสิทธิ์เล่นโซเชียลยอดฮิต Line และ Facebook ไม่อั้น นาน 2 ปี เพียงแลกคะแนนคลับการ์ด 1,000 คะแนน หรือชำระเงินสด 100 บาท, รับคะแนนคลับการ์ด 2 เท่า เมื่อจ่ายบิลเอไอเอสรายเดือน

- เลือกรับสิทธิ์ ซื้อ iPhone5S ในราคาพิเศษ! เพียง 2,900 บาท สำหรับลูกค้าที่เปิดเบอร์ใหม่ หรือเปลี่ยนจากเติมเงินเป็นรายเดือน พร้อมสมัครแพ็กเกจ AIS Hot Deal ตั้งแต่ 499 บาท ขึ้นไป

- รับสิทธิ์ส่วนลดค่าแพ็กเกจสำหรับครอบครัว AIS 4G Share Non-Stop แชร์ได้ทั้งเน็ตและโทร สูงสุดถึง 4,800 บาท เมื่อเปิดเบอร์ใหม่, ย้ายค่ายเบอร์เดิม, เปลี่ยนจากเติมเงินเป็นรายเดือน

ระยะเวลารับสิทธิ์ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 มิถุนายน 2561 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เอไอเอสคอลเซ็นเตอร์ โทร. 1175 หรือ เทสโก้โลตัสคอลเซ็นเตอร์ โทร. 1712