ข้ามการนำทาง
2018

เอไอเอส ร่วมแสดงความจงรักภักดี จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2561

180726 Pic เอไอเอส ร่วมแสดงความจงรักภักดี จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว_1.jpg

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและพนักงาน บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ขอพระราชทานถวายพระพรชัยมงคลและแสดงความจงรักภักดี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 66 พรรษา 28 กรกฎาคม 2561

180726 Pic เอไอเอส ร่วมแสดงความจงรักภักดี จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว_5.jpg

โดยจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ประกอบด้วย พิธีเจริญพระพุทธมนต์, ตักบาตรพระสงฆ์จำนวน 67 รูป และเชิญชวนพนักงานร่วมบริจาคโลหิต เพื่อถวายพระราชกุศล และร่วมกันร้องเพลง “สรรเสริญพระบารมี” และเพลง “สดุดีจอมราชา” ณ อาคารเอไอเอส 1

เอไอเอสท็อปฟอร์มผู้นำตัวจริง! คว้ารางวัล “เครือข่ายมือถือที่เร็วที่สุดในไทย” 4 ปีซ้อนจาก Ookla Speedtest ผู้ให้บริการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต อันดับ 1 ของโลก ที่มีผู้ใช้มากกว่า 100 ล้านราย

Pic_AIS Ookla 2018_4.jpg

เอไอเอสตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมเครือข่ายและเทคโนโลยีดิจิทัลอันดับ 1 เพื่อคนไทย ประกาศความภาคภูมิใจ คว้ารางวัลเครือข่ายมือถือที่เร็วที่สุดในไทย (Thailand’s Fastest Mobile Network) เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน ตั้งแต่ปี 2558 - 2561 พร้อมครองอันดับเครือข่ายมือถือที่เร็วที่สุดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีการใช้งานเน็ตหนาแน่นที่สุด การันตีโดย Ookla Speedtest ผู้ให้บริการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตอันดับ 1 ของโลก มีผู้ใช้มากกว่า 100 ล้านรายใน 190 ประเทศทั่วโลก จึงมีความแม่นยำและน่าเชื่อถือที่สุด ด้วยระเบียบวิธีในการใช้ข้อมูลที่เป็นมาตรฐาน ได้รับการยอมรับในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมระดับสากล โดยวัดจากผู้ใช้มือถือในประเทศไทย ที่ร่วมทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตมากกว่า 8 ล้านครั้ง ภายใน 6 เดือน ตั้งแต่เดือนมกราคม – มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา สามารถดูข้อมูลการจัดอันดับเครือข่ายในประเทศไทยได้ที่ www.speedtest.net/awards/thailand/

Ookla  SpeedTest Rusult q1-q2 2018.JPG

รางวัลนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเอไอเอสในการให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วที่ดีที่สุด โดยเอไอเอสได้คะแนนความเร็วในการให้บริการอินเทอร์เน็ตสูงสุดในประเทศไทย เมื่อเทียบกับผู้ให้บริการเครือข่ายรายอื่น รวมทั้งมีค่าเฉลี่ย Latency ต่ำที่สุด บนอุปกรณ์ที่รองรับ LTE ถือเป็นการตอกย้ำศักยภาพผู้นำของเอไอเอสที่มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพเครือข่าย ให้คนไทยได้สัมผัสประสบการณ์การใช้งานอินเตอร์เน็ตมือถือที่ดีที่สุดในทุกการเชื่อมต่อ ด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีระดับโลก ทั้งเครือข่าย AIS NEXT G ที่เร็ว แรงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, เครือข่าย AIS 4.5G และ AIS 4G ADVANCED ที่รองรับเทคโนโลยีขั้นสูง MIMO 4x4 with CA, 256 QAM DL/64 QAM UL, LAA (Licensed Assisted Access) และ FDD Massive MIMO 32T 32R รวมทั้ง AIS SUPER WiFi ที่มีมากกว่า 100,000 จุดทั่วประเทศ

โดย “Ookla Speedtest” ผู้ให้บริการทดสอบความเร็วเครือข่ายอินเทอร์เน็ต อันดับ 1 ของโลก ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2549 และมีการใช้งานอย่างแพร่หลายใน 190 ประเทศทั่วโลก รองรับได้ถึง 17 ภาษา โดยมีข้อมูลและตัวเลขทางสถิติที่สามารถยืนยันว่า Ookla Speedtest เป็นแอปฯ Speedtest อันดับ 1 ของโลกและอันดับ 1 ในไทยที่ได้รับการยอมรับและน่าเชื่อถือมากที่สุด เมื่อเทียบกับแอปฯ Speed Test รายอื่น ได้แก่

- ปัจจุบันมียอดดาวน์โหลดแอปฯ Ookla Speedtest ใน Google Play Store แล้วกว่า 100 ล้านครั้ง และใน App Store เป็นอันดับ 1 ของแอปฯ ประเภท Speedtest และอันดับที่ 10 ของแอปฯ ยอดนิยมประเภทฟรีดาวน์โหลด

- ในประเทศไทยมียอดดาวน์โหลดแอปฯ Ookla Speedtest รวมกว่า 5 ล้านครั้ง โดยในปี 2018 มียอดดาวน์โหลดเพิ่มขึ้น 4.7 แสนครั้ง และมีผู้ใช้ประจำ (Active Users) กว่า 2.8 ล้านคน

- มีเครือข่าย Global Testing Server ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มากกว่า 7,200 Server

- ที่ผ่านมา มีผู้ใช้ทั่วโลกร่วมกดทดสอบความเร็วเครือข่ายกับ Ookla Speedtest มาแล้วมากกว่า 20,000 ล้านครั้ง ปัจจุบัน มีการร่วมกดทดสอบความเร็วเครือข่ายอยู่ที่ 10 ล้านครั้งต่อวัน 

- Ookla Speedtest เป็นที่ยอมรับจากสื่อชั้นนำด้านเทคโนโลยีและธุรกิจทั่วโลก อาทิ Clnet, The Woshington Post, FierceWirless, Forbes, Fortune, The New York Times, Mobile World Live, The Verge และ The Economic Times เป็นต้น

Pic_AIS Ookla 2018 Infographic_1.jpg

ปัจจุบัน มีผู้ให้บริการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตหรือ Speed Test ในตลาดอยู่หลายรายที่ผู้บริโภคชาวไทยใช้ทดสอบอยู่ อย่างไรก็ตาม การนำผลทดสอบที่ได้มาอ้างอิงถึงคุณภาพของเครือข่ายโดยรวม เพื่อสะท้อนถึงความเร็วอินเทอร์เน็ตที่ผู้ใช้ได้รับบริการจริงๆ นั้น ขนาดของกลุ่มประชากรตัวอย่างที่มีจำนวนมากพอที่จะเป็นตัวแทนของประชากรกลุ่มใหญ่ได้ ถือเป็นหัวใจสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง โดย Ookla Speedtest ถือเป็นผู้ให้บริการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตเพียงรายเดียว ที่มีการกำหนดกลุ่มประชากรตัวอย่างในประเทศอย่างน้อย 3% ในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เที่ยงตรงและแม่นยำสูงสุด รวมทั้งมีเกณฑ์ในการประเมินคะแนนความเร็วในการให้บริการอินเทอร์เน็ตที่เชื่อถือได้ พร้อมระบุจำนวนกลุ่มประชากรตัวอย่างที่ใช้วัดผลอย่างชัดเจน รวมทั้ง แสดงผลทดสอบให้ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลการจัดอันดับและผลรางวัลอย่างโปร่งใสผ่านทางหน้าเว็บไซต์

ต่างจากผู้ให้บริการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตรายอื่นที่อยู่ในช่วงเริ่มต้น และมีกลุ่มประชากรตัวอย่างยังไม่มากพอที่จะเป็นตัวแทนกลุ่มประชากรทั้งประเทศ หรือบางรายไม่ระบุที่มาและจำนวนกลุ่มประชากรตัวอย่าง ทำให้ผลที่วัดได้นั้น ขาดความแม่นยำและความน่าเชื่อถือ ที่สำคัญคือ ไม่อาจสะท้อนถึงความเร็วอินเทอร์เน็ตที่ผู้ใช้ได้รับอย่างแท้จริง ส่งผลให้ผู้บริโภคที่ทำการทดสอบได้ข้อมูลที่ไม่สอดคล้องกับประสบการณ์จริง

Pic_AIS Ookla 2018_2.jpg

นายปรัธนา  ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป เอไอเอส กล่าวว่า เอไอเอส มุ่งมั่นยกระดับศักยภาพเครือข่ายในทุกด้านอยู่ตลอดเวลา พร้อมเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อให้คนไทยได้สัมผัสประสบการณ์การใช้งานเทียบเท่าประเทศที่เป็นผู้นำนวัตกรรมทั่วโลก และพร้อมรองรับการใช้งานของลูกค้าทุกกลุ่มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลเครือข่ายมือถือที่เร็วที่สุดในไทย จาก Ookla Speedtest ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 นับเป็นการการันตีคุณภาพโดยองค์กรชั้นนำระดับโลกที่แม่นยำ โปร่งใส และเชื่อถือที่ได้มากที่สุด ถือเป็นความภูมิใจของทีมงานเอไอเอสทุกคน และขอขอบคุณลูกค้ากว่า 40 ล้านเลขหมายทั่วประเทศ ที่ไว้วางใจเลือกใช้เอไอเอสเสมอมา

Pic_AIS Ookla 2018 Infographic_2.jpg

นาย Doug Suttles, CEO - Ookla กล่าวว่าขอแสดงความยินดีกับเอไอเอส กับรางวัลชนะเลิศ ในการทดสอบเครือข่ายโทรศัพท์มือถือที่เร็วที่สุดในประเทศไทย ในปี 2018 โดยเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน โดยรางวัลนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเอไอไอเอสที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงครอบคลุมลูกค้าทั่วประเทศ โดยเรายืนยันว่าการเก็บข้อมูลและประเมินผลของ Ookla Speedtest เป็นวิธีการที่เป็นมาตรฐานสากล และได้รับการยอมรับในอุตสาหกรรมระดับโลก ด้วยการรวบรวมข้อมูลความเร็วอินเทอร์เน็ต (Speed Intelligent) ที่ผู้ใช้แอปพลิเคชัน Ookla Speedtest กดทดสอบด้วยตนเอง

โดยรางวัลทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต หรือ Speedtest Award สำหรับผู้ให้บริการเครือข่าย เราใช้เกณฑ์การตัดสินด้วยคะแนนความเร็วในการให้บริการอินเทอร์เน็ต (Speed Score) จากประสิทธิภาพในการดาวน์โหลดและอัพโหลด สำหรับรางวัลชนะเลิศสำหรับการทดสอบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือ Ookla Speedtest ประเมินจากค่าเฉลี่ยของผลการทดสอบบนอุปกรณ์สมัยใหม่ (Modern Device) โดยดูจากผลการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือทุกชนิด โดยไม่จำกัดว่าจะใช้เทคโนโลยีในการเชื่อมต่อแบบใด ขอเพียงอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือสามารถเข้าถึงความเร็วอินเทอร์เน็ตสูงสุดในตลาดก็เพียงพอ หลังจากใช้เกณฑ์นี้ในการประเมิน คะแนนความเร็วในการให้บริการอินเทอร์เน็ต (Speed Score) จะนับเป็นความเร็วสูงสุดของอินเทอร์เน็ตที่เข้าถึงได้ของประเทศนั้นๆ โดยผู้ให้บริการเครือข่ายแต่ละรายจะต้องมีกลุ่มประชากรตัวอย่างในประเทศอย่างน้อย 3% ในแต่ละพื้นที่ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญอย่างมากในการให้บริการทดสอบความเร็ว โดยเราจัดทำรายงานเกี่ยวกับระเบียบการประเมินและผลลัพธ์ของแต่ละประเทศให้ทุกคนสามารถเข้าชมได้บนเว็บไซต์ของ Ookla Speedtest อย่างสม่ำเสมอ เพื่อประโยชน์ต่อผู้บริโภคที่จะเห็นข้อมูลคุณภาพการใช้งานตลอดจน ยกระดับการพัฒนาเทคโนโลยีสื่อสารไปอีกขั้นอย่างต่อเนื่อง”

 

เอไอเอส คว้ารางวัลการตลาดยอดเยี่ยม ปี 2561

180724 Pic_AIS_Drive Award 2018_01.jpg

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส รับรางวัล Drive Award 2018 Excellent Marketing รางวัลการตลาดยอดเยี่ยมประจำปี 2561 จัดขึ้นโดย สมาคมนิสิตเก่าเอ็มบีเอ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งมอบให้กับองค์กรที่มีการดำเนินกลยุทธ์ทางการตลาดอย่างโดดเด่น โดยมีนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในงาน ณ หอประชุมใหญ่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา

เอไอเอส ผนึก กูเกิล สร้าง Digital for Thais พลิกโฉมการเข้าสู่โลก Online ไปอีกขั้น พร้อมร่วมกันสนับสนุนประเทศไทยก้าวสู่ Thailand 4.0 เต็มรูปแบบจากเทคโนโลยีระดับโลก

AIS GOOGLE_1.jpg

เอไอเอส ประสานพลัง กูเกิล ในฐานะ Strategic Partner นำเทคโนโลยีดิจิทัล ตอกย้ำแนวคิด Digital for Thais สนับสนุนและสร้างโอกาสให้คนไทย เข้าถึง Digital Content และ Digital Service จากนวัตกรรมระดับโลกอย่างเท่าเทียมกัน ทลายทุกขีดจำกัด เสริมศักยภาพให้การใช้ชีวิตของคนไทยก้าวไปอีกขั้น สอดรับนโนบาย Thailand 4.0

คุณปรัธนา AIS_1.jpg

นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหาร กลุ่มลูกค้าทั่วไป บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า “ในฐานะ Digital Life Service Provider เราให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล เพื่อสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้คนไทย รวมถึง ภาครัฐ ภาคเอกชน เข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล อันจะนำมาซึ่งความสะดวกสบาย ยกระดับ เสริมขีดความสามารถ รวมถึงต่อยอดสร้างการเติบโตอย่างไร้ขีดจำกัดภายใต้แนวคิด Digital for Thais ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการผนึกกำลังกับ Strategic Partner ที่มีแนวคิดเช่นเดียวกัน เช่นในกรณีความร่วมมือกับ กูเกิล”

AIS GOOGLE_3.jpg

เราได้ร่วมทำงานกับกูเกิลมาอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ภายใต้วิสัยทัศน์ที่สอดคล้องกัน คือ สร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศไทยจากเทคโนโลยีดิจิทัล โดยล่าสุดในปีนี้ เอไอเอส และ กูเกิล ได้ร่วมกันเดินหน้าไปอีกขั้นในการนำนวัตกรรมล่าสุดอย่าง Google Assistant ที่สามารถสั่งการได้ด้วยการใช้เสียงภาษาไทย มาพลิกโฉมรูปแบบการเข้าถึงบริการดิจิทัลของคนไทยไปอย่างสิ้นเชิง ด้วยการสั่งการใช้งานผ่านทาง Google Assistant เพื่อสั่งการใช้งานแอปพลิเคชัน my AIS รวมถึงสั่งการเปิดชม Digital Content บน แอปพลิเคชัน AIS PLAY ได้อย่างง่ายดาย นับเป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สามารถใช้ Local Language หรือ ภาษาไทย บน Google Assistant ได้ โดยจะเริ่มใช้งานได้ตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม ศกนี้”

AIS GOOGLE_5.jpg

นอกจากนี้เรายังภูมิใจเป็นอย่างมากที่ได้ร่วมกับกูเกิล ทลายข้อจำกัด ลดช่องว่าง และทำให้การเข้าถึง Content จากทั่วโลกของคนไทยทุกกลุ่มในประเทศไทยเป็นไปอย่างเท่าเทียมกัน โดยร่วมมือกับ Google เปิดตัวแอปพลิเคชัน YouTube GO โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มที่เริ่มใช้งานดาต้าผ่านสมาร์ทโฟนรุ่นประหยัดที่กำลังขยายตัวอย่างมากในต่างจังหวัดและพื้นที่ห่างไกลได้สัมผัสประสบการณ์ เรียนรู้โลกกว้าง และกระตุ้นแรงบันดาลใจจาก Content จำนวนมหาศาลที่ถูกสร้างสรรค์จากกลุ่มคนทั่วโลกในทุกๆวินาที ทั้งนี้เราได้เริ่มเปิดตัวแพ็คเกจราคาประหยัดที่ตอบสนอง feature ของ YouTube GO ให้ลูกค้าเอไอเอสได้เลือกใช้ เป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป”

เอไอเอส เปิดให้บริการ SIM2Fly ประเทศจีน ครอบคลุมกว่า! ใช้งานได้บน 2 เครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดในจีน เล่นเน็ตแบบ Non-Stop ได้ครบทุกแอปฯ โซเชียลฮิต

180713_Pic_AIS SIM2Fly_China_1.jpg

เอไอเอส ตอกย้ำผู้นำตลาดโรมมิ่ง ที่ตอบโจทย์การสื่อสารในต่างแดนให้กับนักเดินทางทุกกลุ่ม ล่าสุด เปิดให้บริการ SIM2Fly ประเทศจีน ด้วยเครือข่ายที่ครอบคลุมกว่า โดยให้ลูกค้าใช้ได้บน 2 เครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดในจีน ทั้ง China Unicom และ China Mobile ด้วยแพ็กเกจราคาสุดคุ้ม เพียงวันละ 50 บาท สามารถเชื่อมต่อโลก   ออนไลน์แบบ Non-Stop พร้อมท่องโซเชียลได้ครบทุกแอปฯ สุดฮิต อาทิ Facebook, LINE และ Google จัดเต็มตลอดทริป

180713_Pic_AIS SIM2Fly_China_4.jpg

โดย SIM2Fly ราคา 399 บาท (รวม VAT) ใช้เน็ตโรมมิ่งแบบ Non-Stop ความเร็วสูงสุด 4GB หลังจากนั้นความเร็วลดลงที่ 128 kbps ใช้งานได้ 8 วัน สามารถใช้งานได้ถึง 18 ประเทศ คือ จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, สิงคโปร์, มาเลเซีย, ฮ่องกง, ลาว, อินเดีย, ไต้หวัน, มาเก๊า, ฟิลิปปินส์, กัมพูชา, พม่า, ออสเตรเลีย, เนปาล, อินโดนีเซีย, กาตาร์ และศรีลังกา

180713_Pic_AIS SIM2Fly_China_2.jpg

   ลูกค้าสามารถซื้อ SIM2Fly ได้ง่ายๆ ที่ AIS Shop ทุกสาขาทั่วประเทศ และ AIS Online Store

             ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.ais.co.th/roaming/sim2fly หรือ เอไอเอส คอลเซนเตอร์ โทร. 1175

เอไอเอส เดินหน้าเร่งปั้นเมล็ดพันธุ์ใหม่ ก้าวทันโลกดิจิทัล ผ่านสถาบัน เอไอเอส อะคาเดมี

180712 Pic_AIS ร่วมกับ Stanford เสริมศักยภาพพนักงาน พร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล.jpg

นางสาวกานติมา เลอเลิศยุติธรรม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล

บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า “หากพูดถึงองค์กร
ที่จะประสบความสำเร็จได้ท่ามกลาง
Digital Disruption กลไกหนึ่งที่สำคัญ คือการปรับจังหวะเคลื่อนที่ขององค์กรได้อย่างรวดเร็ว มีความยืดหยุ่น และมีความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อเบิกทางให้กับความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ โดยมีองค์กรเป็นศูนย์กลางเพื่อเร่งเครื่องยกระดับคุณภาพของบุคลากร

เอไอเอส เป็นองค์กรขนาดใหญ่ การปรับเปลี่ยนองค์กรให้เดินหน้าในยุคดิจิทัล หากไม่รีบพัฒนาและเตรียมความพร้อมของบุคลากร อาจทำให้เสียรังวัดและไม่ทันการณ์ เอไอเอสจึงลุกขึ้นมาปรับตัวอย่างรวดเร็ว โดยไม่รอให้เทคโนโลยีเข้ามาเป็นตัวกำหนดให้เปลี่ยน แต่ได้สร้างมาตรฐานการนำเอาเทคโนโลยีมาช่วยพัฒนาธุรกิจและปั้นคนกว่า 12,000 คน ภายในองค์กร ให้รู้ลึกและรู้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ โดย เอไอเอส อะคาเดมี ทำหน้าที่เสมือนสถาบันพัฒนาศักยภาพให้พนักงานในองค์กร ให้มีความพร้อมในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ทั้งเนื้อหาความรู้และการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ทำงาน โดยวางเป้าหมายให้เกิดเมล็ดพันธุ์ใหม่ที่พร้อมปรับตัวและก้าวทันโลกเทคโนโลยี เอไอเอส อะคาเดมี จะไม่ใช่การจัดทำหลักสูตรให้คนมาเข้าห้องอบรมสัมมนาแล้วจบไป แต่จะให้พนักงานกำหนดสิ่งที่อยากเรียนรู้ด้วยตัวเอง พร้อมทั้งสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา ให้เทคโนโลยีกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวและแทรกซึมอยู่ใน DNA ของคนเอไอเอสทุกคน”

180712 Pic_คุณกานติมา เลอเลิศยุติธรรม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล.jpg

  • กระบวนการแก้ปัญหาแบบ Design Thinking

          นางสาวกานติมา เล่าต่อว่า “จากความต้องการที่ต่างกันของกลุ่มลูกค้าหลากหลายเจเนอเรชัน ทำให้แนวคิด ‘Design Thinking’ ถูกนำมาใช้เพื่อสร้างความเข้าใจในพฤติกรรมของลูกค้าและสร้างบริการที่รองรับความต้องการซึ่งมีมาตรฐานสูงขึ้นเรื่อยๆ ได้อย่างรวดเร็วทันใจ โดยเริ่มการเรียนรู้ Pain Point ของลูกค้า และหาทางออกของความท้าทาย โดยการยกระดับความรู้ความสามารถของบุคลากรในองค์กรให้สามารถตอบโจทย์และส่งมอบบริการแก่ลูกค้าได้อย่างดีที่สุด”

180712 Pic_Digital Learning Platform.jpg

  • Digital Learning Platform

            นางสาวกานติมา เล่าถึงความหลากหลายของบุคลากรภายในองค์กรว่า “เอไอเอส มีพนักงานหลากหลายช่วงวัย มีประสบการณ์และความรู้ที่แตกต่างกันออกไป เอไอเอสมุ่งออกแบบการเรียนรู้ ที่เหมาะสมกับทุกคน จนได้พัฒนา Digital Learning Platform ขึ้นมา ใช้ชื่อว่า AIS Digiซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการเรียนรู้ในโลก  ออนไลน์ที่เปิดโอกาสให้พนักงานทุกระดับชั้นเข้ามาเรียนรู้, ค้นคว้า และทำกิจกรรมที่น่าสนใจหลากหลายรูปแบบ ผ่านแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ เป็นการทลายข้อจำกัด เรื่องเวลาและสถานที่ลงไปได้อย่างสิ้นเชิง”

            สำหรับ AIS Digi จะแบ่งกิจกรรมย่อยออกเป็น 3 หมวด ได้แก่ AIS Learn Di เปรียบเสมือนแหล่งการเรียนรู้นอกเวลางาน ทุกคนสามารถเลือกเรียนสิ่งที่ตัวเองสนใจได้เอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเทคโนโลยี, นวัตกรรมต่างๆ ซึ่งในแต่ละบทเรียน จะออกแบบให้มีระบบการประเมินผลที่ช่วยให้ผู้เรียนได้ทบทวนความเข้าใจ เพื่อต่อยอดสู่การนำไปใช้งานจริง ต่อมา  AIS Read Di ทำหน้าที่เป็นห้องสมุดออนไลน์ ให้พนักงานได้ค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมได้ง่ายและสะดวก พร้อมด้วยฟังก์ชันเลือกดูหนังสือที่น่าสนใจและยืมหนังสือจากห้องสมุดขององค์กรได้ด้วย สุดท้าย AIS Fun Di เป็นแหล่งรวบรวมกิจกรรมหลากหลายรูปแบบที่สร้างสรรค์เพื่อให้เกิดการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ โดยกำหนดให้มีระบบการสะสมแต้ม ภายใต้เงื่อนไขการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่บริษัทกำหนด เพื่อนำมาแลกของรางวัลที่ต้องการได้ ไม่ว่าจะเป็น บัตรที่พักโรงแรม หรือตั๋วเครื่องบิน เป็นต้น

180712 Pic_Workshop กับ Harvard Business School.jpg

  • Innovation Idea

            นางสาวกานติมา กล่าวเพิ่มเติมว่า “เรามีความเชื่อมั่นว่า บุคลากรของ AIS มีความพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง นิยามของคนรุ่นใหม่ของเรา ไม่ได้จำกัดเพียงแค่อายุ วุฒิการศึกษา หรือระยะเวลาการทำงาน แต่จะแสดงออกด้วยความคิดและการลงมือทำ ด้วยความหลากหลายของคนที่มีความรู้ มีศักยภาพจุดแข็งแตกต่างกัน หากเกิดการเชื่อมโยงและทำงานร่วมกัน ก็เปรียบเสมือนเรือลำเล็ก ที่มีความยืดหยุ่นสูง มีความหลากหลายทางความคิด คอยช่วยเหลือผลักดันองค์กรให้เดินหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด ที่ผ่านมา เอไอเอส อะคาเดมี ได้ออกแบบพื้นที่สร้างสรรค์ด้าน Innovation อย่างเต็มที่ โดยเน้นให้เกิดการใช้ความคิดสร้างสรรค์อย่างอิสระ ใครที่สนใจหรืออยากเป็น StartUp เราก็มีเวทีให้ประชันความคิด ออกแบบธุรกิจใหม่ๆ และส่งเสริมให้เกิดการใช้งานจริงในอนาคตได้ รวมทั้ง ยังได้ออกแบบหลักสูตร ACT (AIS Creative Talent) เป็นกิจกรรมสำหรับพนักงานทุกระดับ ให้ได้แสดงออก
ใช้ความคิดสร้างสรรค์ เปิดรับแรงบันดาลใจจากผู้เชี่ยวชาญในวงการต่างๆ ของประเทศไทย”

180711 Pic_10 วัชรพงษ์ จันทรศุภวงศ์ หรือ วัตร ตัวแทนพนักงานเอไอเอส คอลล์ เซ็นเตอร์ 01.jpg

  • ยกระดับศักยภาพบุคลากรสู่ระดับสากล

          นอกจากนี้ เอไอเอส โดยสถาบันเอไอเอส อะคาเดมี ยังได้จับมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก เพื่อยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการและพัฒนาศักยภาพของบุคลากรภายในองค์กรให้ทัดเทียมกับนานาชาติระดับสากล โดยล่าสุด ด้วยความร่วมมือกับ SEAC จึงได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด สหรัฐอเมริกา ให้เป็นองค์กรเดียวในภาคธุรกิจโทรคมนาคมของประเทศไทย ร่วมโครงการศึกษาวิจัยเพื่อเสริมสร้างความพร้อมสำหรับเอไอเอส ตลอดจนสังคมไทย โดยร่วมมือกับภาคเอกชนชั้นนำในประเทศไทยในสาขาอื่นๆ นอกเหนือโทรคมนาคม เพื่อเร่งเสริมศักยภาพและความพร้อมในการรับมือกับ Digital Disruption อย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ ยังมีความร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกอื่นๆ อาทิ สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเส็ทส์ (MIT) ประเทศสหรัฐอเมริกา, Harvard Business School และ มหาวิทยาลัย Manchester จากสหราชอาณาจักร เพื่อร่วมเปิดโลกทัศน์และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความรู้ใหม่ๆ กับผู้เชี่ยวชาญที่เข้าร่วมหลักสูตรจากประเทศชั้นนำทั่วโลก

“ทั้งหมดนี้ เป็นแนวทางของการพัฒนาบุคลากรที่จะต้องทำอย่างต่อเนื่องให้ทันกับโลกที่เปลี่ยนไปตลอดเวลา เพราะเราเชื่อว่าจะเป็นฐานรากที่มั่นคงในการสร้างคนสายพันธุ์ใหม่ของเอไอเอสอย่างยั่งยืนต่อไป” นางสาวกานติมา กล่าวสรุป

เอไอเอส ขยายคอลล์ เซ็นเตอร์ สร้างอาชีพแด่ผู้พิการ แห่งที่ 13 จ.นครราชสีมา เผยประสิทธิภาพการทำงานสูง ใฝ่รู้ สมาธิดี มีใจบริการ

180711 Pic_03 ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ผู้บริหารเอไอเอส และมูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอด สาขาจังหวัดนครราชสีมา ร่วมในพิธีเปิด.jpg

เดินหน้าสร้างอาชีพแก่ผู้พิการอย่างต่อเนื่องสำหรับ โครงการ “เอไอเอส สร้างอาชีพ คอลล์ เซ็นเตอร์ แด่ผู้พิการ” ล่าสุด เปิด “ศูนย์ปฏิบัติการ เอไอเอส คอลล์ เซ็นเตอร์ แด่ผู้พิการทางสายตา” ขึ้นเป็นครั้งแรกในจังหวัดนครราชสีมา ณ มูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอดในประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ สาขาจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งนับเป็นศูนย์ปฏิบัติการฯ แห่งที่ 13 โดยได้รับเกียรติจาก
นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา
เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์ปฏิบัติการฯ และเยี่ยมชมการปฏิบัติงานของพนักงานคอลล์ เซ็นเตอร์ ผู้พิการทางสายตา แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของผู้พิการที่มากด้วยความสามารถทัดเทียมกับคนปกติ การส่งมอบโอกาสในครั้งนี้ จึงเป็นการเสริมสร้างคุณค่าและช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้พิการในท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืน

180711 Pic_05 คุณใจพร และคุณวิไล ร่วมถ่ายภาพกับตัวแทนพนักงานเอไอเอส คอลล์ เซ็นเตอร์.jpg

นางวิไล เคียงประดู่ หัวหน้าฝ่ายงานประชาสัมพันธ์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส กล่าวถึงนโยบายในการจัดทำโครงการเพื่อสังคมของเอไอเอสว่า “นับจากปี 2550
เอไอเอส ได้ริเริ่มจัดตั้ง “ศูนย์ปฏิบัติการ เอไอเอส คอลล์ เซ็นเตอร์ แด่ผู้พิการ” ขึ้นเป็นครั้งแรก และขยายจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนถึงปัจจุบัน มีศูนย์ปฏิบัติการฯ แล้ว จำนวน 13 แห่ง โดยที่มูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอดในประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ สาขาจังหวัดนครราชสีมาแห่งนี้
เป็นศูนย์ฯ ล่าสุด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคม หรือ CSR (Corporate Social Responsibility) มาโดยตลอด รวมถึงการสร้างคุณค่าและประโยชน์ร่วมกันระหว่างองค์กรและสังคม หรือ CSV (Creating Shared Value) เพื่อสร้างมูลค่าและการเติบโตที่ยั่งยืนให้แก่องค์กรและสังคมไปพร้อมกัน โดยการมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมและประเทศไทย ให้มีคุณภาพและมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “ครอบครัว และสังคมไทยแข็งแรง ประเทศไทยแข็งแรง” โดยหนึ่งในนั้นคือ ผู้พิการ ที่เอไอเอสให้ความสำคัญ และดูแลมาอย่างต่อเนื่อง เพราะเราเชื่อว่าผู้พิการก็มีศักยภาพไม่ต่างจากคนปกติ และมีความมุ่งมั่นในการทำงาน จนสามารถเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้
    

เหมือนอย่างพนักงานคอลล์ เซ็นเตอร์ ผู้พิการทางสายตา ที่ศูนย์ฯ แห่งนี้ ได้ผ่านการฝึกอบรมและเรียนรู้การปฏิบัติด้วยมาตรฐานเดียวกับพนักงานคอลล์ เซ็นเตอร์ทั่วไป และพร้อมให้บริการเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าผ่านการพูดคุยทางโทรศัพท์ ซึ่งในระยะเริ่มต้น ถือเป็นความท้าทายของน้องๆ ผู้พิการ ที่เพิ่งเข้าร่วมเป็นสมาชิกใหม่ของครอบครัวเอไอเอส และเจ้าหน้าที่ผู้ทำหน้าที่ฝึกสอนและดูแลน้องๆ ให้สามารถปฏิบัติงานได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด แต่ด้วยความพยายาม ผสานกับความตั้งใจ มีสมาธิสูง จึงทำให้น้องๆ พัฒนาตัวเองได้ไว และมีความสุขที่ได้ให้บริการลูกค้าทุกรายที่โทรศัพท์เข้ามา”

180711 Pic_01 บรรยากาศภายในงานเปิดศูนย์ปฏิบัติการ เอไอเอส คอลล์ เซ็นเตอร์ แด่ผู้พิการทางสายตา.JPG          

ทางด้าน นางสาวใจพร ศรีสกุล กรรมการผู้จัดการ  บริษัท แอดวานซ์ คอนแท็คเซ็นเตอร์ จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า เอไอเอส เล็งเห็นถึงศักยภาพของผู้พิการที่มีผลการทำงานในระดับที่ดีเยี่ยม มีประสิทธิภาพไม่ต่างจากคนปกติ  ทั้งในแง่ของการให้บริการและความพึงพอใจของลูกค้า เอไอเอสจึงเดินหน้าขยายศูนย์ปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบโอกาสสร้างอาชีพให้แก่ผู้พิการให้ครอบคลุมทั่วประเทศมากยิ่งขึ้น โดยศูนย์ฯ ที่เปิดให้บริการแห่งนี้ มีพนักงานผู้พิการทางสายตาปฏิบัติงานอยู่จำนวน 10 คน ซึ่งนับเป็นแห่งแรกในจังหวัดนครราชสีมา ทำให้ปัจจุบันมีพนักงานเอไอเอส คอลล์ เซ็นเตอร์ผู้พิการจากศูนย์ปฏิบัติการที่เปิดให้บริการแล้ว
รวมจำนวนทั้งสิ้น
123 คน
           

โดยเอไอเอสได้ออกแบบงานให้อย่างเหมาะสม เพื่อการปฏิบัติงานที่สอดคล้องกับความสามารถ อาทิ ผู้พิการทางสายตาและพิการทางร่างกาย จะมีหน้าที่โทรศัพท์ติดต่อสอบถามความคิดเห็นของลูกค้า เกี่ยวกับการใช้งานหรือบริการต่างๆ ของเอไอเอส, ส่วนผู้พิการทางการได้ยินจะให้บริการด้วยภาษามือผ่านทาง Web Cam เป็นต้น นอกจากนี้ เอไอเอสยังนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาช่วยในการปฏิบัติงาน เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงาน อาทิ ติดตั้งโครงข่ายออนไลน์, นำเทคโนโลยีด้านโปรแกรม JAWS  ในการอ่านภาษาในระบบ Computer ให้เป็นเสียงอ่าน โดยใช้ควบคู่กับโปรแกรมตาทิพย์จากสถาบันคนตาบอดแห่งชาติเพื่อการวิจัยและพัฒนา เป็นต้น”

180711 Pic_09 ดารณี ฮันสูงเนิน หรือ อาร์มมี่ ตัวแทนพนักงานเอไอเอส คอลล์ เซ็นเตอร์ 02.jpg           

ดารณี ฮันสูงเนิน หรือ อาร์มมี่ ตัวแทนพนักงานเอไอเอส คอลล์ เซ็นเตอร์ ที่ศูนย์ปฏิบัติการ AIS Call Center ผู้พิการทางสายตา เล่าว่า “ตัดสินใจมาทำงานกับเอไอเอส เพราะชอบการทำงานที่ได้พูดคุยอยู่แล้ว และพอรู้ว่าเอไอเอสกำลังเปิดรับผู้พิการทางสายตาพอดี จึงเข้ามาสมัคร ส่วนการทำงานในแต่ละวันก็มีเครื่องมือช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงาน และก่อนเริ่มทำงานจริง จะมีการอบรมการใช้โปรแกรมต่างๆ ที่เราจะต้องใช้ รวมถึงการเทรนนิ่งสิ่งที่จะต้องแนะนำลูกค้า หรือเนื้องานที่ต้องรับผิดชอบ สิ่งที่สำคัญที่สุด คือความภูมิใจ ที่ตัวเองมีอาชีพเลี้ยงดูตัวเองได้ และรู้สึกโชคดีมากที่เอไอเอสเปิดโอกาสให้กับผู้พิการทางสายตา อย่างน้อยเรามี
งานทำ เพราะเรียนจบใหม่ๆ ก็ยังไม่รู้ว่าจะต้องไปทิศทางไหน ซึ่งการทำหน้าที่ให้บริการข้อมูลลูกค้า ถือเป็นตัวเลือกหนึ่งที่ดี และตรงกับความสามารถของเรา ดังนั้น การทำงานในแต่ละวัน จึงเต็มไปด้วยความสุข”

180711 Pic_10 วัชรพงษ์ จันทรศุภวงศ์ หรือ วัตร ตัวแทนพนักงานเอไอเอส คอลล์ เซ็นเตอร์ 01.jpg           

วัชรพงษ์ จันทรศุภวงศ์ หรือ วัตร อีกหนึ่งตัวแทนพนักงานเอไอเอส คอลล์ เซ็นเตอร์ เผยความรู้สึกที่ได้ทำงานนี้ว่า “ลักษณะงานที่นี่ จะเป็นงานที่ให้ข้อมูลต่างๆ กับลูกค้า หรือสอบถามความคิดเห็น ความพึงพอใจของลูกค้า เพื่อนำมาปรับปรุงระบบการทำงานต่างๆ ให้ดีขึ้น ถ้าจะพูดถึงความยากในการทำงาน แรกๆ ก็รู้สึกยาก เพราะเราเพิ่งเข้ามาเป็นมือใหม่ ข้อมูลยังไม่แม่น การใช้โปรแกรมก็ยังไม่คล่อง แต่พอฝึกไปเรื่อยๆ ก็จะมีความแม่นยำขึ้น”

180711 Pic_13 สุภาภรณ์ ฟุ้งชิงชัย หรือ ผักบุ้ง ตัวแทนพนักงานเอไอเอส คอลล์ เซ็นเตอร์ 02.jpg          

ส่วน สุภาภรณ์ ฟุ้งชิงชัย หรือ ผักบุ้ง เผยว่า “รู้สึกภูมิใจและดีใจมากที่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเอไอเอส เพราะทำให้เรามองเห็นศักยภาพที่อยู่ในตัวเอง ซึ่งสามารถทำงานด้านงานบริการช่วยเหลือผู้อื่นได้เช่นกัน และที่สำคัญคือ การได้มีอาชีพเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวได้ ช่วยแบ่งเบาภาระต่างๆ ได้”

180711 Pic_06 พนักงานเอไอเอส คอลล์ เซ็นเตอร์ ศูนย์ปฏิบัติการฯ มูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอดในประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ สาขาจังหวัดนครราชสีมา.jpg          

“ศูนย์ปฏิบัติการ เอไอเอส คอลล์ เซ็นเตอร์ แด่ผู้พิการทางสายตา จังหวัดนครราชสีมาครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญสำหรับการเปิดโอกาสให้ผู้พิการได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ ได้ประกอบอาชีพที่สุจริต มีรายได้ที่มั่นคง และมีความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน สะท้อนให้เห็นถึงการประสานความร่วมมือของภาคส่วนต่างๆ การนำเอาเทคโนโลยีมาช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้พิการได้อย่างยั่งยืน และในอนาคต เอไอเอส หวังว่าจะได้ร่วมสร้างเสริมศักยภาพของผู้พิการให้ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศมากยิ่งขึ้น” นางวิไล กล่าวสรุป.

เอไอเอส เดินหน้าสนับสนุนวงการ กีฬา E-Sportsไทย ผลักดันสู่ระดับภูมิภาค พร้อมเสริมแกร่งเกมเมอร์ไทยแข่งขันในเวทีโลก

Pic AIS PVP Esports Championship_4.jpg

จุดพลุจัด PVP E-Sports Championshipชิงเงินรางวัลรวมมูลค่าถึง 11.5 ล้านบาท

โดยความร่วมมือกับสิงเทล กรุ๊ป และโอเปอเรเตอร์ในเครือรวม 6 ประเทศ

  • เอไอเอส ประกาศสนับสนุนวงการกีฬา E-Sports ในเมืองไทยทุกมิติ  เพื่อสร้างโอกาส และเสริมศักยภาพให้เกมเมอร์ชาวไทยในการแข่งขันในเวทีระดับโลก เดินหน้าผนึกพันธมิตรทุกภาคส่วน ร่วมผลักดัน E-Sports Ecosystem ให้เติบโตอย่างยั่งยืน และแข็งแกร่งไปด้วยกัน
  • จุดพลุความร่วมมือระดับภูมิภาค จับมือสิงเทลกรุ๊ป และโอเปอร์เรเตอร์ในเครือรวม 6 ประเทศ พร้อมพันธมิตรชั้นนำด้านเกมของโลก Razer, Garena, Blizzard และ Mineski Event TeamPVP E-Sports ChampionshipROV (Mobile Game) และ DOTA2 (PC Game) เฟ้นหาสุดยอดแชมป์ E-Sports ระดับภูมิภาคประเทศสิงคโปร์ ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 11.5 ล้านบาท โดยจัดแข่งขันหาตัวแทนประเทศไทย ระหว่างเดือนกรกฎาคม - ตุลาคม 2561 เริ่มเปิดรับสมัครผู้เข้าแข่งขันตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม 2561
  • เร่งเครื่องวงการ E-Sports เต็มสูบด้วยความพร้อมของ Digital Platform จากเอไอเอสที่ครบวงจร  ชูจุดแข็งด้าน Network Infrastructure ทั้ง Mobile และ Fixed Broadband ที่เร็ว แรง เป็นอันดับ 1 ของประเทศ ที่มีค่า Latency ต่ำ สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของคอเกม รวมทั้งบริการ Payment Platform ที่สะดวก พร้อม Content Platform สุดเร้าใจเพื่อสาวก E-Sports โดยเฉพาะ
  • ยก E-Sports เป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมทั่วโลก และเป็นกีฬาแห่งยุคดิจิทัลที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนกลุ่มมิลเลนเนียล หลังจากได้รับการบรรจุเข้าเป็นกีฬาในมหกรรม Asian Games 2018  และในประเทศไทยอุตสาหกรรม E-Sports กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ด้วยการขยายตัวของกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้อง และมีคอมมูนิตี้ผู้เล่นขนาดใหญ่ กว่า 30 ล้านคน ทั้งมือสมัครเล่น เกมเมอร์อาชีพ และกลุ่มผู้ชมการแข่งขันเกม

Pic AIS PVP Esports Championship_5.jpg

นายปรัธนา  ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป เอไอเอส กล่าวว่า “วันนี้    E-Sports เป็นเทรนด์กีฬาระดับโลกที่กำลังมาแรง และได้รับการยอมรับในวงกว้างจนถูกยกระดับจากเกม สู่กีฬาอย่างเต็มตัว เรามองว่าอุตสาหกรรม E-Sports ในประเทศไทยกำลังเป็นที่น่าจับตามอง ด้วยรูปแบบเฉพาะตัวที่สอดคล้องกับ Skill ทักษะความสามารถด้านไอที และเทคโนโลยีของคนกลุ่มมิลเลนเนียล ทำให้มีคอมมูนิตี้ของคอเกมขนาดใหญ่ และมีโอกาสขยายตัวได้อีกมาก

เอไอเอส จึงได้นำศักยภาพของ Network Infrastructure ที่เราออกแบบให้พร้อมรองรับการใช้งานของลูกค้าในทุก Segment โดยเกมคือดิจิทัลคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมสูง ซึ่งการเล่นเกมออนไลน์ไม่เพียงต้องการความเร็ว แรงเท่านั้น เราจึงพัฒนาเทคโนโลยีเครือข่ายให้มีค่า Latency น้อยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เพื่อให้ตอบสนองได้เร็วที่สุด ทำให้เล่นเกมได้ต่อเนื่อง ไม่มีสะดุด พร้อมเดินหน้าส่งมอบบริการที่ตอบ      ไลฟ์สไตล์ของคอเกมชาวไทยทั่วประเทศ

  • ซิมพิเศษสำหรับคอเกมโดยเฉพาะ ได้แก่ The One Sim และ Zeed Sim ให้ลูกค้าเล่นเกม ROV แบบไม่เสียค่าเน็ต พร้อมรับฟรีไอเทมในเกม
  • โปรโมชั่น AIS Hot Deal! สมาร์ทโฟนสเปคแรงสำหรับคอเกม OnePlus 6ที่มาพร้อม CPU Snapdragon 845 ซึ่งเป็นชิพเซตรุ่นท็อปสุดในตลาด และ RAM 8GB สูงที่สุดในตลาดเช่นกัน โดยหลังจากนี้เอไอเอสมีเตรียมจะนำ Gaming Phone เข้ามาจำหน่ายต่อไป
  • อำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถเติมเงินเกมได้ง่ายๆ ผ่านทาง
  • แพ็กเกจเน็ตเสริมมือถือ สำหรับคอเกม เพียง 200 บาท รับเน็ต 9 GB นาน 7 วัน พร้อมเน็ตสำหรับเล่นเกม ROV ไม่จำกัด
  • แพ็กเกจเน็ตบ้าน AIS FibreHomeBROADBAND ความเร็ว 100/30 Mbps ราคา 699 บาท (ราคาลูกค้าเอไอเอสรายเดือนราคา 629 บาท)
  • Live Streaming การแข่งขันเกมสุดฮิต ร่วมกับเหล่าสุดยอด Game Caster ของเมืองไทย พร้อมชมย้อนหลังได้ผ่านแอป AIS PLAY และกล่อง AIS PLAY BOX

โดยความร่วมมือกับสิงเทลกรุ๊ป จัดการแข่งขัน PVP E-Sports Championship ถือเป็นการผนึก ความแข็งแกร่งในเครือ เพื่อรุกตลาด E-Sports สู่ลูกค้ากว่า 600 ล้านรายทั่วโลก สำหรับประเทศไทยเราจะจัดการแข่งขันระดับประเทศเพื่อเฟ้นหาผู้ชนะ 2 ทีม ทั้งฝั่ง Mobile Game และ PC Game ในรายการ  Thailand PVP E-Sports Championship Powered by AIS” เพื่อชิงเงินรางวัลรวม 1.6 ล้านบาท และยัง ได้สิทธิ์เข้าแข่งขันระดับภูมิภาคในรายการ PVP E-Sports Championship ที่ประเทศสิงคโปร์ เพื่อชิงรางวัล อีกกว่า 300,000 เหรียญสหรัฐ หรือราว 9.9 ล้านบาท โดยจัดแข่งขันระหว่างเดือนกรกฎาคม - ตุลาคม  2561 และเปิดรับสมัครผู้แข่งขัน ตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 ทาง https://www.ais.co.th/esports      ซึ่งจะสร้างความตื่นเต้น และสีสันให้คอเกม E-Sports ในเมืองไทยเป็นอย่างมาก พร้อมถ่ายทอดสดการแข่งขันให้ชมผ่านแอป AIS PLAY และกล่อง AIS PLAYBOX นอกจากนี้ เรายังจัดแคมเปญการตลาดให้ลูกค้าได้ลุ้นรับรางวัลตั๋วเครื่องบิน พร้อมที่พัก เพื่อไปชมการแข่งขันรอบ Final ที่ประเทศสิงคโปร์อีก 40 ที่นั่ง รวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท

วันนี้เราเชื่อมั่นว่าศักยภาพของเกมเมอร์คนไทยพร้อมแล้วสำหรับเวทีโลก และเอไอเอสยินดีอย่างยิ่งที่จะสนับสนุนการพัฒนา E-Sports Ecosystem ในประเทศไทยในทุกมิติ โดยเราเดินหน้าทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนในแวดวง E-Sports ทั้งเจ้าของเกม และผู้ผลิตอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์สำหรับเล่นเกม สถาบัน และสมาคม เพื่อร่วมกันทำให้อุตสากรรม E-Sports ในประเทศเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ซึ่งเรามั่นใจว่าความพร้อมด้าน Digital Platform ของเอไอเอสจะทำให้ขยายฐานเกมเมอร์ และผู้ชมอีกจำนวนมาก พร้อมเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ก้าวเข้าสู่สายอาชีพนี้ และให้นักกีฬา E-Sports ไทยได้โชว์ศักยภาพในทุกการแข่งขันแบบท็อปฟอร์มนายปรัธนากล่าว

Pic AIS PVP Esports Championship_7.jpg

ด้าน สิงเทล กรุ๊ป เองก็ต้องการเสริมความแกร่งให้กับตลาด E-Sports ในภูมิภาคเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ ล่าสุดเตรียมจัดการแข่งขัน PVP E-Sports Championship ซึ่งจะเป็นการแข่งขัน E-Sports ดับภูมิภาคครั้งยิ่งใหญ่ โดยจะทำงานร่วมกับบริษัทโทรคมนาคมในเครืออย่าง Optus จากออสเตรเลีย, Airtel จากอินเดีย, AIS จากไทย, Globe จากฟิลิปปินส์ และ Telkomsel จากอินโดนีเซีย

โดยแผนจัดการแข่งขัน E-Sports ของสิงเทลในครั้งนี้ จะเริ่มต้นด้วยการจัดกิจกรรมเกี่ยวกับ E-Sportsและเผยแพร่คอนเทนต์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องผ่านทางโอเปอเรเตอร์ในเครือ นอกจากนั้น สิงเทล กรุ๊ป ที่มีฐานลูกค้าอยู่ทั่วภูมิภาคกว่า 600 ล้านคน ยังได้ไปจับมือเป็นพันธมิตรกับผู้เล่นรายใหญ่ในอุตสาหกรรม E-Sports ของภูมิภาคนี้ ได้แก่ Razer บริษัทสายเกมมิ่งรายใหญ่ โดยสิงเทลได้ลงนาม MOU ไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อทำงานร่วมกันในเรื่อง e-Payment, E-Sports, สื่อเกมดิจิทัล และบริการโทรคมนาคมทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึง Garena บริษัทผู้ให้บริการเกมออนไลน์ชั้นนำของภูมิภาค และ Mineski ซึ่งเป็นบริษัทจัดงาน E-Sports ที่กำลังมาแรงในปัจจุบัน

นายอาเธอร์ แลง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มสิงค์เทลอินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า “คอนเทนต์อย่าง E-Sports คือกุญแจสำคัญของกลยุทธ์ในการเข้าถึงผู้บริโภคของเรา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนมิลเลนเนียล โดยเกมบนมือถือได้รับความนิยมสูงมากในภูมิภาคนี้ เนื่องจากโทรศัพท์มือถือเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นตัวเลือกหลัก สำหรับสิงเทล กรุ๊ปในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีการสื่อสารของภูมิภาคนี้ เราตื่นเต้นอย่างมากกับการสร้างความตื่นตัวให้กับวงการ E-Sports  เพราะจะทำให้เหล่าเกมเมอร์ และแฟนๆ ทั้งหลายได้เข้าถึงการแข่งขัน E-Sports รวมไปถึงออริจินัล คอนเทนต์ และโปรแกรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟต่างๆ ทั้งในระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับโลก ส่วนเราเองก็หวังว่าการแข่งขัน PVP E-Sports Championship จะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดเวทีแข่งขัน E-Sports ในระดับนานาชาติประจำปีด้วย

ตลาด E-Sports ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถือเป็นตลาดที่มีการเติบโตของผู้ชม (audience) มากที่สุดในโลก โดยคาดว่าจำนวนผู้ชม E-Sports จากเดิมในปี 2560 ที่มีอยู่ราว 20 ล้านคนในภูมิภาคนี้ จะเติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 2 เท่าเป็น 40 ล้านคนในปี 2562 และที่สำคัญ การเติบโตของผู้ชมเหล่านี้จะผลักดันให้ E-Sports กลายเป็นกีฬากระแสหลัก ดูได้จากการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ปี 2018 ที่จะจัดขึ้น ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย โดยจะเป็นครั้งแรกที่มีการนำเอาเกมมาเป็นส่วนหนึ่งในกีฬาสาธิตของของการแข่งขัน

การแข่งขัน PVP E-Sports Championship คาดว่าจะดึงดูดแฟนคลับ E-Sports ทั้งจากสิงคโปร์และทั่วภูมิภาคนี้ได้เป็นจำนวนมาก ส่วนแฟนคลับ E-Sports ที่ไม่สามารถมาร่วมงานได้ จะสามารถรับชมการแข่งขัน E-Sports ได้ผ่านทางคอนเทนต์แพลตฟอร์มของสิงเทลกรุ๊ป และพันธมิตรสื่อต่างๆ นายอาเธอร์ กล่าว

Pic AIS PVP Esports Championship_10.jpg 

รายการ PVP E-Sports Championship ประเทศสิงคโปร์

ลีกระดับภูมิภาค จะจัดขึ้นที่ประเทศสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 5-7 ตุลาคม 2561 โดยแบ่งการแข่งขันเป็น 2 ประเภท ได้แก่

  1. Arena of Valor จาก Garena ที่เป็นเกมยอดฮิตบนมือถือ
  2. Dota 2 ที่เป็นเกมบนคอมพิวเตอร์

ในการแข่งขัน ทีมผู้เข้าแข่งขันทั้ง Arena of Valor และ Dota 2 จะต้องเข้าแข่งขันในรอบคัดเลือกในระดับประเทศ ซึ่งดำเนินการโดยโอเปอร์เรเตอร์แต่ละประเทศในสิงเทลกรุ๊ป ได้แก่ ออสเตรเลีย, อินเดีย, อินโดนีเซีย, สิงคโปร์, ไทย และฟิลิปปินส์ หลังจากนั้น ผู้ชนะในแต่ละประเทศจะได้เข้าไปแข่งขันต่อ โดยจะได้พบกับทีมมืออาชีพจากอเมริกาเหนือ, ยุโรป และจีน ในงานแข่งขัน PVP E-Sports Championship ที่เป็นลีกระดับภูมิภาค ระหว่างวันที่ 5-7 ตุลาคม 2561 ที่สิงคโปร์

สำหรับการแข่งขัน PVP E-Sports Championship ผู้ชนะจะได้เงินรางวัลมูลค่ากว่า 300,000 เหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 9,900,000 บาท

Pic AIS PVP Esports Championship_11.jpg

รายการ “Thailand PVP E-Sports Championship powered by AIS” ประเทศไทย

กิจกรรมการแข่งขัน E-Sports ที่จัดขึ้นโดย AIS ในประเทศไทย ทั้งในส่วนของ PC GAME และ Mobile Game เพื่อหาทีมผู้ชนะทั้ง 2 ประเภท เป็นตัวแทนประเทศไทย ไปแข่งขันต่อในระดับภูมิภาคในรายการPVP E-Sports Championship” ที่ประเทศสิงคโปร์

ทีมผู้ชนะการแข่งขันในประเทศไทย จะได้รับเงินรางวัล ประกอบด้วย

  • DOTA2 (PC Game)           ได้รับเงินรางวัล บาท
  • ROV (Mobile Game)1,000,000 บาท

และได้สิทธิ์เข้าแข่งขันในรายการ PVP E-Sports Championship ที่ประเทศสิงคโปร์ เพื่อชิงรางวัลกว่า 300,000 เหรียญสหรัฐ (หรือราว 9,900,000 บาท)

ตารางการแข่งขัน

25 กรกฎาคม - 15 สิงหาคม 2561

รับสมัครผู้เข้าแข่งขัน ทาง https://www.ais.co.th/esports

18 สิงหาคม - 8 กันยายน 2561

รอบคัดเลือกออนไลน์

16 กันยายน 2561

รอบชิงชนะเลิศเพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทย

2 - 7 ตุลาคม 2561                       

รอบชิงแชมป์ระดับภูมิภาคที่ประเทศสิงคโปร์ ในรายการ

PVP E-Sports Championship

 

พร้อมกันนี้ เอไอเอสยังจัดแคมเปญพิเศษ ให้ลูกค้าเอไอเอสได้ลุ้นสิทธิ์ในการเข้าชมการแข่งขัน พร้อมตั๋วเครื่องบินและที่พัก ประเทศสิงคโปร์ เป็นเวลา 4 วัน 3 คืน จำนวน 40 ที่นั่ง รวมมูลค่ากว่า 1,000,000 บาท เพียงร่วมกิจกรรมการเติมเกม หรือสมัครเอไอเอส ไฟเบอร์ หรือเปิดซิมใหม่ หรือซื้อแพ็กเกจเสริมอินเทอร์เน็ตที่ร่วมรายการเฉพาะในช่วงการจัดแข่งขันนี้ ตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม – 30 สิงหาคม 2561 โดยประกาศผลวันที่ 13 กันยายน 2561 ทาง Facebook : AIS Play, AIS, 12Call

 

AIS ตอกย้ำที่ 1 ที่เข้าใจลูกค้าอย่างแท้จริง ผสาน Technology กับ Human Touch ตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่มครบทุกด้าน

05- จับมือพาร์ทเนอร์พัฒนา Action on Google บน Google Assistant.jpg

AIS ผู้นำในการให้บริการดิจิทัล ตอกย้ำแนวคิด “ที่ 1 ดูแลด้วยใจ ให้ชีวิตดิจิทัล” ที่เข้าใจความต้องการและใส่ใจดูแลลูกค้าอย่างลึกซึ้ง ด้วยการผสานเทคโนโลยี และ Human Touch เข้าด้วยกัน ไม่เพียงตอบโจทย์เทคโนโลยีดิจิทัลที่ก้าวหน้าและเข้ามามีบทบาทกับชีวิตเรามากขึ้นเท่านั้น แต่ยัง
ให้ ความสำคัญในเรื่องความรวดเร็ว สะดวกสบาย ความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล และ การมอบบริการผ่านตัวบุคคลที่สามารถสื่อความรู้สึกได้ ซึ่งยังเป็นสิ่งจำเป็นอยู่เสมออีกด้วย ทั้งนี้ เพื่อเป็นการตอบโจทย์ลูกค้าครบทุก Generation
ประกอบด้วย

  1. บริการ Full-E สะดวกสบายครบทุกด้าน ทั้งเช็ค จ่าย รับ บิลและใบเสร็จ ผ่านแอป myAIS
  2. ปลดล็อกความกังวลใจเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวลูกค้าในการเปิดเบอร์ใหม่ กับระบบ Face Recognition ที่ตู้ Kiosk ใน AIS Shop ทั่วประเทศ และทุกช่องทางจำหน่าย
  3. Google Assistant สั่งงานด้วยเสียงภาษาไทยด้วยการจับมือกับพาร์ทเนอร์ระดับโลกสร้างสรรค์งานบริการให้ล้ำหน้าที่แรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อลูกค้าใช้ชีวิตง่ายขึ้นบนเครือข่าย AIS
  4. ดูแล เข้าใจ ใส่ใจ  ลูกค้ากลุ่มสูงวัยไฮเทค ด้วย Angel Team   จาก AIS Contact Center

           01- คุณบุษยา สถิรพิพัฒน์กุล แถลงข่าวการต่อยอดแนวคิด ที่ 1 ดูแลด้วยใจ ให้ชีวิตดิจิทัล.jpg

โดยนางบุษยา สถิรพิพัฒน์กุล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานบริหารลูกค้าและการบริการ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS กล่าวถึงรายละเอียดของทั้ง 4 บริการ ที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่มได้ครบทุกด้าน ด้วยการผสานเทคโนโลยีเข้ากับ Human Touch ดังนี้

1) บริการ Full-Eยกระดับความสะดวกสบายที่ครบทั้ง เช็ค จ่าย รับ บิลและใบเสร็จที่จบในแอป myAIS เพียงแอปเดียว ซึ่งจะสามารถแก้ไขทุกความกังวลใจของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นบิลค่าใช้บริการ
สูญหาย การชำระค่าบริการไม่ทันตามกำหนด ไม่สะดวกไปที่จุดชำระเงิน รวมถึงไม่สามารถเรียกดูรายการย้อนหลัง
โดยบริการ Full-E ช่วยให้ลูกค้าสะดวกสบายเพิ่มมากขึ้น ประหยัดทั้งเวลาและลดการใช้กระดาษ ด้วย 1. eBill สมัครได้ง่ายๆ ผ่าน แอป myAIS โดยสามารถเช็คบิลค่าใช้บริการผ่านมือถือ พร้อม SMS แจ้งเตือน
2
. ePay
จ่ายบิลออนไลน์ได้หลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น Mobile Banking App, Rabbit LINE Pay และผูกตัดอัตโนมัติกับบัตรเครดิตทุกธนาคาร และ 3.eReceipt เรียกดูใบเสร็จย้อนหลังได้สูงสุด 3 เดือน (eReceipt
ใช้บริการได้ไตรมาส 4 ปีนี้
)

03 - ปลดล็อกความกังวลใจ ด้วยบริการอัจฉริยะ Face Recognition .jpg

2) ดูแลความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าอย่างดีที่สุดด้วยด้วยระบบแสดงตนแบบพิสูจน์อัตลักษณ์ (Face Recognition) ที่มีประสิทธิภาพและความถูกต้องแม่นยำสูงสุด ปลดล็อกความกังวลใจเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัว สำหรับการเปิดเบอร์ใหม่ ครบทุกช่องทางการจำหน่ายทั้งที่ AIS Shop, AIS Telewiz และ AIS Buddy กว่า 20,000 แห่ง ทั่วประเทศ ยิ่งไปกว่านั้น AIS เป็นรายแรกในประเทศไทย ที่พัฒนาระบบ Face Recognition บนตู้ Service Kiosk 80 ตู้ เพื่อให้บริการจดทะเบียนเลขหมายใหม่ ที่ AIS Shop 66 สาขาอีกด้วย

02- บริการ Full-E สะดวกสบายครบทุกด้าน ทั้งเช็ค จ่าย รับ บิลและใบเสร็จ ผ่านแอป my AIS.jpg

3) ยกระดับงานบริการด้วยนวัตกรรมล้ำสมัยเพื่อการให้บริการที่ดียิ่งขึ้นในอนาคต ให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์ดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น

  • จับมือกับพาร์ทเนอร์ พัฒนา Action on Google บน Google Assistant ผู้ช่วยอัจฉริยะบนมือถือที่ให้ลูกค้าสะดวกสบายเพิ่มขึ้นไปอีกขั้น โดยสามารถเข้าถึงแอป myAIS และ AIS PLAY ได้ทันที ผ่านการสั่งงาน ด้วยเสียงภาษาไทยโดยไม่ต้องพิมพ์ค้นหา ซึ่ง AIS เป็นรายแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ร่วมมือกับ Google ในฐานะ Official Partner เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงบริการได้อย่างรวดเร็วทันใจ พร้อมเปิดให้บริการ ได้ปลายเดือน ก.นี้
  • พัฒนา Alex Robot นวัตกรรมหุ่นยนต์อัจฉริยะโดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AIสามารถโต้ตอบและสนทนากับลูกค้า พร้อมให้ข้อมูลสินค้าและบริการได้ โดย AIS จะนำหุ่นยนต์ Alex ทั้ง 6 ตัว มาสร้างประสบการณ์ดิจิทัลให้ลูกค้าได้สัมผัสเร็วๆ นี้

04 - พัฒนาระบบ Face Recognition บนตู้ Service Kiosk ที่ AIS Shop 66 สาขา.jpg

4) ดูแล เข้าถึงใจกลุ่มสูงวัยไฮเทค เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ติดต่อรับบริการผ่าน AIS Contact Center ซึ่งเป็นลูกค้าสูงวัยที่มีความสนใจเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ อยู่จำนวนมาก AIS จึงจัดตั้ง Angel Team ขึ้น เพื่อให้มีหน้าที่ดูแลลูกค้ากลุ่มนี้โดยเฉพาะ ซึ่งพนักงานในทีม เป็นผู้พร้อมด้วยประสบการณ์การบริการ ผ่านการอบรมหลักสูตร ฟังด้วยความเข้าใจ และใช้ใจบริการมีคุณสมบัติ คือ มีความใจเย็น และสื่อสารด้วยภาษาเข้าใจง่าย เพื่อให้ลูกค้ามีความสบายใจตลอดเวลาที่รับบริการ

นอกจากนี้  ยังจัด Workshop ที่ AIS Shop ทั่วประเทศตลอดทั้งปีมากกว่า 600 Workshops เพื่อเสริมความรู้ให้ลูกค้าก้าวทันเทคโนโลยียุคดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้งานสมาร์ทโฟน การใช้โซเชียลมีเดียและแอปพลิเคชันต่างๆ ตามความสนใจหรือไลฟ์สไตล์ของลูกค้า เป็นต้น

           ทั้งหมดนี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ AIS ในการพัฒนาบริการมาโดยตลอด เพื่อให้ลูกค้าของเราได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด ซึ่ง AIS ยังไม่หยุดที่จะพัฒนางานบริการด้วยความเข้าใจและใส่ใจ ผสานการนำเทคโนโลยีในยุคดิจิทัลมาเสริมศักยภาพในการให้บริการเพื่อลูกค้าคนพิเศษของเราตลอดไปนางบุษยา กล่าวสรุป

เอไอเอส ห่วงใย ขอเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือ อำนวยความสะดวกด้านการสื่อสาร ให้นักท่องเที่ยวผู้ประสบภัยเรือล่มที่ภูเก็ต โทรฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง

AIS-logo-1.jpg

นางวิไล เคียงประดู่ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานประชาสัมพันธ์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า “จากกรณีเหตุการณ์เรือล่มในทะเลที่จังหวัดภูเก็ต ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวนมากได้รับความเดือดร้อน เอไอเอสมีความห่วงใย จึงขอเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือดูแลผู้ประสบภัยดังกล่าว โดยการอำนวยความสะดวกด้านการติดต่อสื่อสาร ให้ผู้ประสบภัยโทรฟรี ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอด 24 ชั่วโมง ณ จุดช่วยเหลือผู้ประสบภัย โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต และโรงพยาบาลองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป”

 

เอไอเอส ส่งรถสถานีฐานเคลื่อนที่เพิ่ม สนับสนุนภารกิจค้นหาหมูป่าอคาเดมี่เต็มที่

 

AIS_2.jpg

จากกรณีนักฟุตบอลเยาวชน และผู้ฝึกทีมหมูป่าอคาเดมี่ พลัดหลงเข้าไปในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน ในวนอุทยานขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย ตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมาท่ามกลางความห่วงใยของคนไทยทั้งประเทศนั้น

 

เอไอเอส โดยทีมวิศวกรได้เดินทางเข้าไปสนับสนุนระบบสื่อสารให้แก่ทีมค้นหา และทีมงานทุกภาคส่วนตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมาอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด ได้ส่งรถสถานีฐานเคลื่อนที่เพิ่มอีก 1 คัน (จากเดิมมี 1 คันที่ประจำการอยู่ที่ ดอยผาหมีตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา) ไปประจำการอยู่ที่บริเวณพุทธสถานถ้ำปุ่ม ต.โป่งงาม อ.แม่สาย  จ.เชียงราย เพื่อให้การติดต่อสื่อสารของทีมค้นหาเป็นไปอย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 

โดยทีมวิศวกรเอไอเอส พร้อมประจำการตลอด 24 ชั่วโมง ใน ทั้ง 3 จุด ไม่ว่าจะเป็นบริเวณถ้ำหลวง ดอยผาหมี และ พุทธสถานถ้ำปุ่ม เพื่อสนับสนุนเครือข่ายให้ติดต่อสื่อสารได้อย่างราบรื่น

 

AIS_1.jpg

รายละเอียดการดำเนินการด้านเครือข่ายตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา

  • ส่งรถสถานีฐานเคลื่อนที่ หรือรถโมบายพร้อมทีมวิศวกรเข้าพื้นที่ เพื่อเสริมเครือข่ายให้ระบบสื่อสารในบริเวณดังกล่าวเป็นไปอย่างคล่องตัวยิ่งขึ้น โดยล่าสุดประจำการที่ดอยผาหมี และ พุทธสถานถ้ำปุ่ม
  • ติดตั้งสถานีฐาน บริเวณถ้ำหลวง เพื่อให้มีสัญญาณสนับสนุนการสื่อสารอย่างเต็มประสิทธิภาพ
  • ลากสายออพติกอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงของเอไอเอสไฟเบอร์ เข้าไปที่พื้นที่ และเปิดสัญญาน AIS WiFi ช่วยรองรับการใช้งานดาต้า และการสื่อสาร

 

ชาวเอไอเอสทุกคนขอร่วมเป็นกำลังใจให้น้อง ๆทีมหมูป่า อคาเดมี่ กลับออกมาอย่างปลอดภัย และขอขอบคุณ พร้อมส่งพลังให้ทีมค้นหาจากทุกภาคส่วนที่กำลังทุ่มเทอย่างเต็มที่ปฏิบัติภารกิจนี้ได้สำเร็จอย่างดีที่สุด