ข้ามการนำทาง
2019

ชวนคนไทยร่วมเชียร์! การคัดตัวนักกีฬาอีสปอร์ตชุดสู้ศึกซีเกมส์ 2019 AIS ผนึก สมาคมกีฬาอีสปอร์ตฯ ถ่ายทอดสดและดูย้อนหลังบน AIS PLAY ทุกช่องทาง ชมฟรี! ทุกเครือข่าย

190628 Pic 02 AIS ถ่ายทอดสดคัดเลือกนักกีฬา eSports ซีเกมส์.JPG

เอไอเอส โดย นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป ในฐานะผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการของสมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย ชวนคนไทยร่วมชมและเชียร์การแข่งขันคัดเลือกนักกีฬาอีสปอร์ตทีมชาติไทยชุดแรก เพื่อเข้าร่วมชิงชัยในศึกซีเกมส์ 2019 ณ ประเทศฟิลิปปินส์ กับ 6 เกมดังแห่งยุค Tekken 7, AOV, STARCRAFT 2, MOBILE LEGENDS, Dota2 และ HEARTHSTONE ซึ่งถูกบรรจุเป็นเกมที่ใช้ในการแข่งขันครั้งนี้ ถ่ายทอดสดผ่านทางแอปพลิเคชั่น AIS PLAY, กล่อง AIS PLAYBOX และเว็บไซต์ aisplay.ais.co.th โดยเอไอเอสได้รับสิทธิ์ในการถ่ายทอดสดการคัดเลือกดังกล่าว พร้อมเปิดให้ชมย้อนหลัง ทั้งนี้ ลูกค้าทุกเครือข่ายสามารถส่งกำลังใจเหล่านักกีฬาอีสปอร์ตไทยได้ครบทุกแมทช์การคัดเลือกแน่นอน

190628 Pic 01AIS ถ่ายทอดสดคัดเลือกนักกีฬา eSports ซีเกมส์.JPG

ปัจจุบัน อีสปอร์ตเป็นเทรนด์กีฬาระดับโลกที่กำลังมาแรง และได้รับการยอมรับในวงกว้างจนถูกยกระดับจากเกมสู่กีฬาอย่างเต็มตัว โดยได้รับการบรรจุเข้าเป็นกีฬาสาธิตในมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ 2018 ที่ผ่านมา และล่าสุด ได้ถูกบรรจุเป็นกีฬาชิงเหรียญรางวัลครั้งแรกในการแข่งขันซีเกมส์ 2019 ถือเป็นการสนับสนุนศักยภาพของนักกีฬาอีสปอร์ตชาวไทยที่มีความสามารถไม่แพ้ชาติใดในโลก และยังเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในเวทีระดับนานาชาติอีกด้วย

*******

แมทช์การแข่งขันที่สามารถรับชมได้ทาง AIS PLAY

- 29 มิ.ย.62    ถ่ายทอดสดการแข่งขันรอบ Final Qualify ของเกม MOBILE LEGENDS

- ก.ค.62        เตรียมพบกับการแข่งขันรอบ Qualify ของเกม Dota2 และ HEARTHSTONE

- การแข่งขันที่สามารถรับชมย้อนหลังได้ทาง AIS PLAY ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ได้แก่ Tekken 7, AOV และ STARCRAFT 2

AIS ควง Cigna เดินหน้าส่งเสริมคนไทยเข้าถึงประกันภัยต่อเนื่อง ร่วมเปิดตัว “ครอบครัวอุ่นใจ” ประกันภัยอุบัติเหตุรายเดือนสุดคุ้มที่ใครๆ ก็ซื้อได้

190627 Pic 01 AIS ควง Cigna เปิดตัวประกันภัยอุบัติเหตุรายเดือน.jpg

เอไอเอส ผนึก บริษัท ซิกน่า ประกันภัย จำกัด ผู้ให้บริการผลิตภัณฑ์ประกันภัยชั้นนำระดับโลก เปิดตัวบริการใหม่ ประกันภัยอุบัติเหตุรายเดือน จาก AIS Insurance Service มุ่งส่งเสริมให้คนไทยเข้าถึงและได้รับประโยชน์จากความคุ้มครองประกันภัยที่มากกว่าเดิม ครอบคลุมความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่มทุกอาชีพ ประกอบด้วย

 

• ประกันอุบัติเหตุ “ครอบครัวอุ่นใจ” ให้ลูกค้าจ่ายเบี้ยเริ่มต้นเพียงเดือนละ 134 บาท รับความคุ้มครองสูงสุด 200,000 บาท ครอบคลุมการเสียชีวิต การสูญเสียอวัยวะ สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงเนื่องจากอุบัติเหตุ พร้อมค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ 5,000 บาทต่อครั้ง และเงินชดเชยรายได้ครอบครัว 5,000 บาทต่อเดือน สูงสุด 12 เดือน

• พิเศษสุดสำหรับลูกค้าที่ซื้อประกันอุบัติเหตุ กับ AIS Insurance Service ตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน - 31 สิงหาคม 2562 รับบัตรสมนาคุณ Tesco Lotus ฟรี! แบ่งเป็น รับบัตรสมนาคุณ Tesco Lotus มูลค่า 100 บาท เมื่อซื้อประกันอุบัติเหตุครอบครัวอุ่นใจแผน 3 และบัตรสมนาคุณ Tesco Lotus มูลค่า 200 บาท เมื่อซื้อประกันอุบัติเหตุครอบครัวอุ่นใจแผน 4

 

นายสุวิทย์ อารยะวิไลพงศ์ หัวหน้าฝ่ายงานบริหารผลิตภัณฑ์กลุ่มลูกค้าทั่วไป เอไอเอส กล่าวว่า “เอไอเอส มีความตั้งใจนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเสริมศักยภาพให้กับทุกอุตสาหกรรมและยกระดับคุณภาพการใช้ชีวิตของคนไทยไปพร้อมกัน โดยหลังจากเปิดตัวธุรกิจใหม่ AIS Insurance Service โบรกเกอร์จำหน่ายผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัยทางออนไลน์ที่ได้มาตรฐาน พร้อมจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประกันภัยการเดินทาง ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี วันนี้ เราจึงเดินหน้าส่งเสริมคนไทยให้เข้าถึงผลิตภัณฑ์ประกันภัยได้มากกว่าเดิม ภายใต้ความร่วมมือกับ ซิกน่า บริษัทประกันภัยชั้นนำระดับโลก นำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันภัยอุบัติเหตุรายเดือน ให้ลูกค้าเลือกซื้อได้ง่ายๆ ด้วยตัวเองผ่านทางออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลา ด้วยจุดเด่นด้านราคาที่จับต้องได้ สอดคล้องกับกำลังซื้อของผู้บริโภคทุกกลุ่ม พร้อมให้ลูกค้าทุกค่ายสามารถซื้อและจ่ายสะดวกผ่านบัตรเครดิตและบัตรเดบิต

 

สำหรับลูกค้าเอไอเอส เลือกจ่ายสะดวกผ่านมือถือ ทั้งลูกค้าระบบเติมเงินและบิลรายเดือน ป้องกันการลืมชำระเบี้ยประกันภัย ทำให้กรมธรรม์ไม่ขาดอายุและมอบความคุ้มครองให้ลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง”

           

สนใจประกันภัยออนไลน์จาก AIS Insurance Service สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและซื้อผลิตภัณฑ์ได้ที่ www.ais.co.th/insurance

คนไทยเตรียมตัว! AIS พร้อมแล้ว เปิดภารกิจ “คิดเผื่อ” ครั้งแรก...กับภารกิจยกพลสู่ภูมิภาค ในงาน ACADEMY FOR THAIS @เชียงใหม่ ตามด้วย ขอนแก่น มุ่งอัพเกรดองค์ความรู้ทางดิจิทัลเพื่อคนไทยปรับสปีดรับกระแสโลก

 

AIS โดย AIS Academy เดินหน้าภารกิจ “คิดเผื่อ” บุกเชียงใหม่ - ขอนแก่น ตามด้วยกรุงเทพฯ ช่วงปลายปี ยกระดับองค์ความรู้ทางดิจิทัลเพื่อคนไทยต่อเนื่องตลอดทั้งปี เริ่มต้นงานแรก AIS ACADEMY for THAIs: to the Region องค์ความรู้ สู่ภูมิภาค ภารกิจคิดเผื่อเพื่อคนไทย” ณ จังหวัดเชียงใหม่ ได้วิทยากรชั้นนำของไทยและระดับโลก ร่วมถอดบทเรียน Business Transformation จากการลงมือปฏิบัติจริง ในวันศุกร์ที่ 19 กรกฎาคม 2562 ณ โรงแรมแชงกรี-ลา เชียงใหม่ ลงทะเบียนร่วมงานได้แล้วที่ https://aisacademyforthais.com/class/1

 

Pic 01_AIS ACADEMY for THAIs to the Region องค์ความรู้ สู่ภูมิภาค.jpg

 

          นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส กล่าวถึงเป้าหมายในการจัดงาน ACADEMY for THAIs: to the Region ในปีนี้ว่า “การจัดงาน ACADEMY for THAIs ตลอด 2 ครั้งในกรุงเทพฯ ที่ผ่านมา เราได้รับเสียงตอบรับและการสนับสนุนจากหลายภาคส่วนอย่างเกินความคาดหมาย ทำให้ทีมงานเบื้องหลังและพันธมิตร พร้อมจะเดินหน้าภารกิจ “คิดเผื่อ” เพื่อคนไทยอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนยังได้รับความร่วมมือจากกลุ่มผู้มีความรู้ความสามารถจากหลายวงการ เข้ามาร่วมกันคิดและลงมือทำให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น เพื่อนำองค์ความรู้ที่จำเป็นในโลกอนาคตมาถ่ายทอดให้คนไทยได้ยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างยั่งยืน วันนี้ เราจึงไม่อยากจำกัดโอกาสเฉพาะแค่ในพื้นที่กรุงเทพฯ แต่ขยายไปยังส่วนภูมิภาค โดยนำร่องในจังหวัดเชียงใหม่และขอนแก่น ซึ่งเป็นหัวเมืองที่เป็นหลักของการเติบโตด้านเศรษฐกิจและสังคมในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก่อนจะปิดท้ายงานสัมมนาใหญ่ในกรุงเทพฯ อีกครั้ง ในช่วงปลายปีนี้”

 

Pic 02_AIS ACADEMY for THAIs_คุณสมชัย CEO-AIS.jpg

 

สำหรับงาน AIS ACADEMY for THAIs: to the Region องค์ความรู้ สู่ภูมิภาค ภารกิจคิดเผื่อเพื่อคนไทย ในครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่เอไอเอส เชิญเหล่าวิทยากรชั้นนำของภาคธุรกิจไทยและระดับโลกไปพบกับชาวเชียงใหม่ถึงที่ เพื่อร่วมไขคำตอบของการเรียนรู้และลงมือทำ จนได้เป็นสูตร Business Transformation เพื่อให้ผู้ประกอบการในพื้นที่พร้อมรับมือกับความท้าทายของโลกยุคดิจิทัลและเห็นความสำคัญของการใช้ Data ในการต่อยอดธุรกิจ นำโดย Mr.Yuval Dvir, Global Head of Scaled Partnership, Google Cloud / คุณอนันต์ แก้วร่วมวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ไทยคม / คุณสาโรจน์ ปุญญพัฒนกุล Solution Architect Manager, Amazon Web Services / คุณนครินทร์ วนกิจไพบูลย์ บรรณาธิการบริหารสำนักข่าว The Standard และ ดร.กวิณพงศ์ ฉัตรานนท์ หัวหน้าแผนกงานบริหารข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูล Big Data เอไอเอส พบกันในวันศุกร์ที่ 19 กรกฎาคม 2562 ณ โรงแรมแชงกรี-ลา เชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ ผู้สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรี!!! ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทาง https://aisacademyforthais.com/class/1

 

            “ผมเชื่อว่า โลกธุรกิจนับจากนี้ จะไม่ใช่โลกที่แข่งขันกันเรื่องเทคโนโลยีแต่เพียงอย่างเดียว แต่ “บุคลากร” ที่พร้อมไปด้วยความรู้ของศาสตร์ในโลกยุคใหม่ ก็จะมีความสำคัญไม่ต่างกัน ดังนั้น การร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการยกระดับความรู้และศักยภาพของบุคลากรจึงเป็นหัวใจของการขับเคลื่อนประเทศอย่างยั่งยืน ฉะนั้น เอไอเอสในฐานะภาคเอกชน นอกจากทำหน้าที่ Operator อย่างดีที่สุดแล้ว จึงตั้งใจ “คิดเผื่อ” ในประเด็นดังกล่าวผ่านการจัดสัมมนา AIS Academy for Thais และพร้อมจะเป็นหน่วยเล็กๆ ที่จะร่วมเคลื่อนสังคมไทยอย่างสุดความสามารถ ภายใต้แนวคิด “ถ้าเราทุกคนคือเครือข่าย” ไปด้วยกัน” นายสมชัย กล่าวทิ้งท้าย

 

                                                                                                         ****************************************************

 

เกี่ยวกับ AIS Academy

ตลอด 4 ปี ที่ผ่านมา AIS Academy จัดตั้งขึ้นเป็นศูนย์กลางด้านการเรียนรู้เทคโนโลยี นวัตกรรมต่างๆ จากทั้งภายในและนอกประเทศ ด้วยบทบาทหน้าที่สำคัญในการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรภายในองค์กรในทุกระดับชั้น โดยมี Digital Platform เป็นแหล่งความรู้ให้พนักงานสามารถเข้าถึงได้ทุกที่ ทุกเวลา สร้างวัฒนธรรมแห่งการตื่นรู้และพร้อมรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีอยู่เสมอ ต่อจากนั้น AIS Academy ขยับบทบาทสู่ภารกิจ “คิดเผื่อ” เพื่อคนไทยทุกคน โดยทำหน้าที่เป็นแกนกลางส่งต่อองค์ความรู้ให้แก่สังคมไทยเพิ่มเติมขึ้น ผ่านการร่วมกับหลายองค์กรชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ จัดงานสัมมนานานาชาติ ACADEMY for THAIs ขึ้นเป็นครั้งแรก ในช่วงเดือนตุลาคม ปี 2561 โดยได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญด้าน Digital Disruption ที่มีชื่อเสียงระดับโลกจากหลากหลายสถาบัน อาทิ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, ธนาคารกสิกรไทย, เมืองไทยประกันชีวิต, Minor International, SEAC, มหาวิทยาลัย Stanford และ MIT มาเล่าถึงบทบาทของเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่มาพลิกโฉมวิถีชีวิตของคนทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี AI, IOT, Robotic และ Blockchain รวมถึงต้นปีที่ผ่านมา AIS Academy ได้จัดงาน AIS ACADEMY for THAIs: Intelligent Nation Series โดยนำ Case Study ที่น่าสนใจในบริบทของไทยและระดับโลกอย่าง Netflix, IBM, Skype, เซ็นทรัลกรุ๊ป, สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Depa) และ Class Café มาสะท้อนให้เห็นถึงแนวคิด การก้าวข้ามการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคยุคดิจิทัลที่ส่งผลต่อการขับเคลื่อนในโลกธุรกิจ

 

QR CODE: สำหรับลงทะเบียนร่วมงานฟรี
QR-Academy for Thais Register.png

Pic 03_AIS ACADEMY for THAIs_คุณสมชัย และคุณกานติมา - AIS.jpg

เอไอเอสผนึก หัวเว่ย-ออปโป้ ทดสอบ 5G ร่วมกัน  โชว์สปีด NEXT G+ ได้ถึงกว่า 1,390 Mbps ครั้งแรกในไทย

 

190626 การทดสอบ Next G+ บนเครือข่าย 5G ผ่านสมาร์ทโฟนหัวเว่ย ครั้งแรกในประเทศไทย.jpgการทดสอบ Next G+ บนเครือข่าย 5G ผ่านสมาร์ทโฟนหัวเว่ย ครั้งแรกในประเทศไทย

 

(26 มิถุนายน 2562) เอไอเอส ผนึกสมาร์ทโฟนระดับโลก หัวเว่ยเดินหน้าทดสอบเทคโนโลยี 5G โชว์ครบทั้ง Voice call, VDO call, Speed test ด้วย Next G+ บนเครือข่าย 5G ผ่านสมาร์ทโฟนหัวเว่ยรุ่น Mate 20 X 5G ที่รองรับการใช้งาน 5G เต็มรูปแบบ เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับเทคโนโลยีใหม่ ก่อนที่จะเปิดให้บริการแก่ผู้บริโภคไทยในอนาคต รวมถึงเตรียมผนึกออปโป้ ทดลอง ทดสอบต่อเนื่อง

 

นายวสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าฝ่ายงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ เอไอเอส กล่าวว่า “ที่ผ่านมา เอไอเอสถือว่าประสบความสำเร็จ และเป็นไปตามเป้าหมายของการศึกษา วิจัย เทคโนโลยี 5G ในมิติต่างๆ อย่างครบถ้วนและลึกซึ้ง ทั้งเรื่องความเร็ว, การตอบสนอง รวมถึง สร้างกระแสความตื่นตัวให้กับภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม วงการการศึกษาและอีโคซิสเต็มของธุรกิจโทรคมนาคมเป็นอย่างมาก ในฐานะที่ 5G คือ โอกาสครั้งสำคัญที่จะพลิกโฉมชีวิตคนไทยและอุตสาหกรรมไปอีกขั้น โดยเราแสดงให้เห็นภาพการประยุกต์ใช้งานในหลากหลายอุตสาหกรรม ด้วยการสาธิตในสภาวะแวดล้อมเสมือนจริง ซึ่งผลการทดสอบเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับการเตรียมความพร้อมในการพัฒนาเครือข่าย

 

ล่าสุด เพื่อให้ได้มุมมองครบถ้วนในแง่ของ End User กับการใช้งานสมาร์ทโฟน เราจึงร่วมกับหัวเว่ยทดสอบทดลอง การใช้งานโทรศัพท์ผ่านเครือข่าย 5G แบบ NSA (Non-Standalone)  โดยประกอบไปด้วย การสนทนาทางโทรศัพท์ (5G Voice call)  ซึ่งคุณภาพเสียงได้ระดับ Ultra HD Voice พร้อมด้วยการทดลองสนทนาทางวิดีโอคอล (5G VDO Call) ด้วยภาพความละเอียดสูงระดับ 4K ซึ่งไม่สามารถทำได้บนเครือข่าย 4G ในปัจจุบัน และที่สำคัญคือการทดสอบการดาวน์โหลดและอัพโหลดข้อมูลด้วยระบบเครือข่ายเอไอเอส Next G+ (Next G+ Internet Speed Test) เป็นครั้งแรกในโลก ที่เกิดจากการผสมผสานสมรรถนะของเครือข่าย 5G แห่งอนาคตเข้ากับสุดยอดความเร็วจาก AIS SUPER WiFi โดยผลปรากฎว่าทำความเร็วการดาวน์โหลดได้ถึง1,390 Mbps และอัพโหลดได้ถึง 474 Mbps ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดของเครือข่าย 5G ในประเทศไทย โดยการทดสอบครั้งนี้จึงเป็นการทดลอง ก่อนที่จะทยอยร่วมมือกับแบรนด์อื่นๆ ต่อไปในอนาคต”

 

 

 

 

190626 สมาร์ทโฟน OPPO Reno 10x Zoom.jpg

สมาร์ทโฟน OPPO Reno 10x Zoom

 

ผู้สนใจสามารถชมวิดีโอสาธิตการทดสอบเครือข่าย 5G และ Next G+ ของเอไอเอส บนสมาร์ทโฟน Huawei Mate 20 X 5G ได้ที่ https://bit.ly/2FmFfdi

ขจัดตัวการร้าย! แอปฯ อสม.ออนไลน์ ปล่อยฟีเจอร์ใหม่ “สำรวจแหล่งลูกน้ำยุงลาย” เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเชิงรุกเร็วขึ้น เชื่อลดอัตราเสี่ยงโรคไข้เลือดออกได้

190621 Pic 01_แอปฯ อสม.ออนไลน์ ปล่อยฟีเจอร์ใหม่ สำรวจแหล่งลูกน้ำยุงลาย.JPG

เอไอเอส โดยแอปพลิเคชัน อสม. ออนไลน์ ออกฟีเจอร์ใหม่ “รายงานสำรวจลูกน้ำยุงลาย” รับมือโรคไข้เลือดออกในประเทศไทย สร้างเครื่องมือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ให้การเฝ้าระวังและป้องกันการระบาดของโรคไข้เลือดออกได้เร็วขึ้น พร้อมใช้งานแล้วทั่วประเทศ

 

ตามที่กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมาเผยข้อมูลสถานการณ์ล่าสุด พบว่า ประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะมีการระบาดของโรคไข้เลือดออกมากกว่าปีที่ผ่านมา จากรายงานสถานการณ์โรคไข้เลือดออก โดยกรมควบคุมโรค ที่เก็บข้อมูลมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2562 จนถึงปัจจุบัน พบผู้ป่วย จำนวน 31,843 ราย ซึ่งมากกว่า ในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2562 ถึง 1.6 เท่า โดยคาดว่าตลอดทั้งปีจะพบผู้ป่วยมากถึง 100,000 ราย และในปัจจุบัน มีผู้ป่วยเสียชีวิต 48 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.15 ของผู้ป่วยทั้งหมด (ข้อมูลสิ้นสุด ณ วันที่ 18 มิถุนายน 2562) จึงได้มีการรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนและคนไทยทั่วประเทศ ร่วมกันสำรวจและกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายทั้งที่บ้าน ที่ทำงาน และสถานที่สำคัญภายในชุมชนนั้น

   

แอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ จากเอไอเอส เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนดังกล่าว จึงพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ล่าสุด “รายงานสำรวจลูกน้ำยุงลาย” เพื่อเป็นเครื่องมือเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานเชิงรุกให้แก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุข โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต) และกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) แทนการจัดทำรายงานบนกระดาษแบบเดิมๆ ที่ตอบโจทย์การบริการสาธารณสุขเชิงรุกได้อย่างรวดเร็ว

 

จุดเด่นของฟีเจอร์ “รายงานสำรวจลูกน้ำยุงลาย” ผ่านแอปพลิเคชัน อสม. ออนไลน์ ที่จะช่วยให้ อสม. สามารถสำรวจได้อย่างแม่นยำขึ้น และง่ายขึ้น อาทิ

• สามารถแยกดูรายละเอียดข้อมูลการกระจายตัวของความชุก แหล่งที่พบลูกน้ำยุงลายบ่อย ได้ในระดับรายหมู่บ้าน

• รายงานจำนวนและรายละเอียดรูปแบบภาชนะที่มักพบเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ เช่น แหล่งน้ำใช้, น้ำดื่ม, จานรองกระถางต้นไม้ และยางรถยนต์เก่า ได้อย่างแม่นยำ

190621 Pic 03_แอปฯ อสม.ออนไลน์ ปล่อยฟีเจอร์ใหม่ สำรวจแหล่งลูกน้ำยุงลาย.JPG

เมื่อกรอกข้อมูลครบถ้วนแล้ว ระบบจะทำการประเมินค่าดัชนีความชุกของลูกน้ำยุงลาย (HI, CI) พร้อมส่งข้อมูลไปยังเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่รับผิดชอบในแต่ละพื้นที่ ให้สามารถเห็นภาพรวมในพื้นที่ทั้งหมด เช่น สถานการณ์ความชุกลูกน้ำยุงลาย, แหล่งพื้นที่ที่พบลูกน้ำยุงลายได้บ่อย และภาชนะที่มักพบเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย ทำให้สามารถวางแผนและกำหนดมาตรการในการป้องกันโรคไข้เลือดออกในพื้นที่นั้นๆ ได้เหมาะสมและแม่นยำมากยิ่งขึ้น

   

โดย ฟีเจอร์ “รายงานสำรวจลูกน้ำ ยุงลาย” บนแอป อสม.ออนไลน์ นอกจากจะช่วยลดขั้นตอนการทำงานและลดการใช้กระดาษเพื่อส่งข้อมูลแล้ว ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานทั้งระบบ โดยในพื้นที่ ที่เปิดการใช้งานแอปฯ แล้ว จะสามารถใช้งานได้ทันที ส่วนเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ผู้ที่สนใจต้องการเปิดการใช้งาน สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซด์ ais.co.th/aorsormor และ Facebook: อสม.ออนไลน์ หรือ โทร. 062-520-1999

เอไอเอส โชว์เหนือกับ 5G ที่แรงกว่าไปอีกขั้น กับครั้งแรกของ Speed Test  NEXT G+ บน 5G ฉลองได้สิทธิการได้รับอนุญาตคลื่น 700 MHz ยืนยันพร้อมให้บริการ 5G ที่ดีที่สุดเพื่อคนไทย

NextG.PNG

เอไอเอส โชว์การทดลอง ทดสอบ เทคโนโลยี 5G ต่อเนื่อง หลังจากเป็นรายแรกที่ให้คนไทยได้สัมผัสประสบการณ์ทดลอง ทดสอบ 5G เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา โดยล่าสุดหลังจากที่ กสทช. ได้ประกาศให้ AWN ในเครือเอไอเอส เป็นผู้มีสิทธิในการได้รับอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ 700 MHz ชุดที่ 3 ก็ได้เผยผลทดสอบ 5G ล่าสุด เพื่อยืนยันความพร้อมที่จะพัฒนาบริการจาก 5G ที่ดีที่สุดเพื่อคนไทยทันที!

           

โดยนับเป็นครั้งแรกในโลกที่มีการทดสอบโชว์ Speed Test ของ NEXT G+ ที่เป็นการควบรวมกันระหว่าง AIS Super Wifi กับ 5G และสามารถทำความเร็วได้มากกว่าการทดสอบ 5G ในช่วงที่ผ่านมา

 

รับชมการทดลองทดสอบเทคโนโลยี 5G คลิก https://www.youtube.com/watch?v=sJ4H0xN33aA

เอไอเอส ผนึก 5 มหาวิทยาลัยชั้นนำครบทุกภาคทั่วไทย ศึกษาวิจัย 5G สร้างองค์ความรู้ทางวิชาการ เตรียมต่อยอดสู่บริการจากเทคโนโลยีอนาคตที่ดีที่สุดเพื่อคนไทย

190620 Pic ความร่วมมือระหว่าง เอไอเอส ม.ขอนแก่น และม.สงขลานครินทร์_2.jpg

นายวีรวัฒน์ เกียรติพงษ์ถาวร หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านธุรกิจสัมพันธ์และองค์กร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในฐานะ Digital Life Service Provider เราไม่เคยหยุดสรรหาเทคโนโลยีที่ดีที่สุดมามอบให้แก่คนไทยเสมอ ดังนั้นการผนึกกำลังกับพันธมิตรที่มีความรู้ ความสามารถทางวิชาการ อย่างสถาบันอุดมศึกษา ทั้งในกรุงเทพฯ และอีก 4 ภาค ทั่วประเทศ เพื่อศึกษา ค้นคว้า วิจัย เทคโนโลยีใหม่ๆ ดังเช่น เทคโนโลยี  5G  จึงเป็นภารกิจที่เราดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2561 ที่ผ่านมา เริ่มตั้งแต่การร่วมมือกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา  เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า 5G คือ โอกาสครั้งสำคัญที่จะพลิกโฉมอุตสาหกรรมไปอีกขั้น การร่วมเรียนรู้ไปด้วยกันกับสถาบันการศึกษาจึงเท่ากับสร้างความเชี่ยวชาญของทีมงาน และได้บ่มเพาะบุคลากรด้านเทคโนโลยี Digital ไปด้วยในเวลาเดียวกัน”

190620 Pic ความร่วมมือระหว่าง เอไอเอส ม.ขอนแก่น และม.สงขลานครินทร์_1.jpg

โดยล่าสุด เอไอเอส ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับอีก 3 มหาวิทยาลัย ชั้นนำของประเทศไทย ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยขอนแก่น ,มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในการศึกษา วิจัย  ทดลอง ทดสอบ บริการเกี่ยวกับเทคโนโลยี 5G ที่กำลังจะมาถึงในอนาคต เพื่อสร้างองค์ความรู้ทางวิชาการ อันจะนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมทางด้านเทคโนโลยีระบบ 5G รวมทั้งสามารถนำผลการวิจัย และทดสอบมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับประชาชน และภาคอุตสาหกรรม รวมถึงทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเทคโนโลยี 5G สอดรับกับเจตนารมย์ของ กสทช. ที่สนับสนุนสถาบันอุดมศึกษาให้ทดลองทดสอบ 5G ทั้งในกรุงเทพฯ และในส่วนภูมิภาค

แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค ได้สิทธิในการได้รับอนุญาต ให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมย่าน 700MHz

 

          นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ในวันที่ 19 มิถุนายน 2562 สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ดำเนินการจัดสรรใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ 700MHz และได้ประกาศให้ AWN เป็นผู้มีสิทธิในการได้รับอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ 700MHz ชุดที่ 3 ช่วงความถี่วิทยุ 723 - 733MHz คู่กับ 778 - 788MHz (ความกว้าง 2 x 10MHz) ระยะเวลาใบอนุญาต 15 ปี นับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาต โดยมีระยะเวลาเริ่มต้นการอนุญาตในวันที่ 1 ตุลาคม 2563 หรือจนกว่า กสทช. จะกำหนดเป็นอย่างอื่น ด้วยราคารวมทั้งสิ้น 17,584 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นงวดการชำระเงินสิบงวดเท่าๆ กัน

190619 Pic_01 AWN ได้สิทธิ์ในการได้รับอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมย่าน 700 MHz.JPG

          นายสมชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า “หลังจากที่บริษัทฯ ได้มีการศึกษาร่วมกับบริษัทที่ปรึกษาระดับโลก เกี่ยวกับประโยชน์และความเหมาะสมในการยื่นคำขอรับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ 700MHz แล้ว พบว่า ตามมาตรฐานของเทคโนโลยี 5G การผสมผสานคลื่นความถี่ระหว่างย่านความถี่สูง (สูงกว่า 6 GHz) ย่านความถี่กลาง (ระหว่าง 2-6 GHz) และย่านความถี่ต่ำ (ต่ำกว่า 2 GHz) จะช่วยให้การให้บริการ 5G มีประสิทธิภาพและเพิ่มความยืดหยุ่นในการลงทุน โดยคลื่นความถี่ 700MHz ถือเป็นคลื่นความถี่มาตรฐานของเทคโนโลยี 5G ในย่านความถี่ต่ำที่มีคุณสมบัติโดดเด่นในด้านความครอบคลุม (Coverage) การได้คลื่นความถี่ 700MHz มาในครั้งนี้ จึงเป็นการสร้างความพร้อมสำหรับการให้บริการ 5G ที่จะเกิดขึ้นภายใน 2-3 ปีข้างหน้า รวมถึงความพร้อมทั้งในเชิงอุปกรณ์โครงข่ายและเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่รวมถึงบริการที่รองรับคลื่นความถี่ 700MHz ที่จะมีมากขึ้น โดยตัวอย่างบริการ 5G ที่อาจนำมาให้บริการจริง (commercial) ได้แก่ บริการเสมือนจริงต่างๆ (Virtual Reality/Augmented Reality) เช่น การเพิ่มประสบการณ์รับชมคอนเสิร์ตและกีฬา การเล่นเกม การให้บริการด้าน IoT (Internet of Things) รวมไปถึงการให้บริการอินเทอร์เน็ตบ้านแบบไร้สาย (Fixed Wireless Access) และเครือข่ายเฉพาะสำหรับลูกค้าองค์กร เป็นต้น ซึ่งเป็นโอกาสในการสร้างแหล่งรายได้ใหม่ที่สำคัญในธุรกิจโทรคมนาคม

 

190619 Pic_03 AWN ได้สิทธิ์ในการได้รับอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมย่าน 700 MHz.JPG

นอกจากนี้ คลื่นความถี่ 700MHz หากนำมาผสมผสานในโครงข่ายปัจจุบัน ยังมีประโยชน์ในการขยายความจุ (Network Capacity) และความครอบคลุมของโครงข่ายที่มีอยู่ ซึ่งช่วยให้สามารถตอบสนองการใช้งานของลูกค้าที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประหยัดเงินลงทุนที่ต้องใช้สำหรับการขยายสถานีฐานเพิ่มเติม ทำให้โครงข่ายโดยรวมมีประสิทธิภาพและช่วยเพิ่มประสบการณ์การใช้งานของลูกค้าให้ดีขึ้น โดยเฉพาะการใช้งานภายในอาคาร

ดังนั้น บริษัทจึงประเมินแล้วว่า เงื่อนไขของการจัดสรรคลื่นความถี่ 700MHz ก่อให้เกิดความคุ้มค่าทางการเงิน และช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของบริษัทในการเป็นผู้นำในตลาดโทรคมนาคมทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยระหว่างนี้จนกว่าจะสามารถใช้งานคลื่นความถี่ 700MHz ได้ บริษัทจะร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ รวมถึงกสทช.ในการวิจัยและพัฒนาการให้บริการ 5G เพื่อวางแผนการลงทุนอย่างเหมาะสมต่อไป” 

เอไอเอส เปิดแนวคิด “ถ้าเราทุกคน คือเครือข่าย” ผนึกกำลัง เชิญชวนทุกภาคส่วน ร่วมสร้างภูมิคุ้มกัน รณรงค์ปลูกจิตสำนึก การใช้ชีวิตในโลก Digital อย่างยั่งยืน

 

เอไอเอส เดินหน้าผลักดันการสร้างสังคม Digital อย่างยั่งยืน ผ่านแนวคิด “ถ้าเราทุกคน คือเครือข่าย” ประกาศภารกิจยิ่งใหญ่ “อุ่นใจไซเบอร์” สำหรับเยาวชน

 

• การยกระดับมาตรฐานความรู้เท่าทัน Digital ด้วย DQ (Digital Quotient)

• การพัฒนาระบบคัดกรอง Online Content ที่ไม่เหมาะสม ด้วยระบบ “AIS Secure Net (Beta Phase)” และ “Google Family Link” ที่เกิดจากความร่วมมือกับ Google

 

โครงการ “อุ่นใจไซเบอร์” มีเป้าหมายในการสร้างภูมิคุ้มกัน รณรงค์ ปลูกจิตสำนึก และสร้างเครื่องมือคัดกรอง Content ที่ไม่เหมาะสมจากโลก Digital โดยเน้นใน 2 ด้าน คือ มุ่งส่งเสริมการเรียนรู้และสร้างทักษะทาง Digital (Educator) เพื่อให้เกิดการตระหนักรู้ ควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะเพื่อให้ใช้ดิจิทัลอย่างรู้เท่าทัน และป้องกัน (Protector) ความเสี่ยงจากการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่าน Digital Solutions

 

1. การยกระดับมาตรฐานความรู้เท่าทัน Digital ด้วย DQ (Digital Quotient)

 

เอไอเอส โดยบทบาทการเป็นผู้ส่งเสริมการเรียนรู้ทักษะทางดิจิทัล (Digital Educator) เป็นรายแรกและรายเดียวในไทยที่ได้นำเข้า DQ ชุดการเรียนรู้ 360 องศา เพื่อพัฒนาทักษะและความฉลาดทางดิจิทัล DQ (Digital Quotient) ครบทั้ง 8 ทักษะ ให้กับเด็กๆ สร้างภูมิคุ้มกันในการก้าวเข้าสู่โลกออนไลน์อย่างมีไหวพริบ รู้จักวางตัวอย่างเหมาะสมกับคนแปลกหน้า และใช้มือถือ แท็บเล็ต อย่างฉลาด ไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ซึ่งชุดการเรียนรู้นี้ได้รับการยอมรับและมีการนำไปฝึกทักษะให้กับเด็กๆ มากกว่า 110 ประเทศทั่วโลก แปลถึง 21 ภาษา จาก 100 พาร์ทเนอร์ ขณะนี้ ได้เริ่มขยายผลการสร้างทักษะความฉลาดทางดิจิทัล DQ (Digital Quotation)  ไปสู่ภาคการศึกษาทั่วประเทศ รวมถึงเปิด Portal ศูนย์กลางการเรียนรู้สำหรับคนไทยทุกคน ที่โรงเรียน หรือ สถาบันที่ทำงานเพื่อพัฒนาเยาวชนต่างๆ สามารถเข้ามาใช้งานได้แล้ววันนี้ที่ www.ais.co.th/dq

 

190618_Info_DigitalQuotient.jpg

  

2. การพัฒนาระบบคัดกรอง Online Content ที่ไม่เหมาะสม

 

เอไอเอส โดยบทบาทการเป็นผู้ให้บริการและพัฒนาเครือข่ายที่ป้องกันความเสี่ยง (network protector) จาก Content ที่ไม่เหมาะสม

 

• เปิดตัว AIS Secure Net (Beta) ที่จะช่วยป้องกันและคัดกรองเนื้อหาบนโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นเว็บ, ข้อความ รูปภาพ หรือวิดีโอที่ไม่เหมาะสม จากบุตรหลาน ในช่วงแรกนี้ เอไอเอสจะเปิดให้ลูกค้าได้ทดลองใช้บริการเป็น Beta Phase  เชิญชวนลูกค้าเอไอเอสที่สนใจอยากใช้บริการ เข้ามาลงทะเบียนผ่านหน้าเว็บไซต์ เพื่อร่วมเป็น Pioneer ในการทดลองใช้บริการก่อนใคร จำนวน 10,000 คนแรก  สามารถเข้ามาลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายน 2562  และลูกค้ากลุ่มนี้ ก็จะได้ทดลองใช้บริการ AIS Secure Net ได้ตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 เป็นต้นไป

 

190618_Info_AIS SecureNet.jpg

 

• ร่วมมือกับ Google ในการนำบริการ Parental Control ผ่านแอปพลิเคชัน Google Family Link มาขยายผลสู่กลุ่มผู้ปกครองคนไทย (ใช้ได้ทุกเครือข่าย) ที่จะสามารถให้คำแนะนำ ดูแลการใช้งานโทรศัพท์ รวมถึงดูแลความปลอดภัยจากพิกัดปัจจุบันของบุตรหลานได้ง่ายๆ  โดยเอไอเอส มอบอินเทอร์เน็ต on-top สำหรับการใช้งานให้ลูกค้าเอไอเอสสามารถดูแลบุตรหลานของท่านได้อย่างสบายใจ

 

190618_Info_GoogleFamilyLink.jpg

 

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส กล่าวว่า “ในฐานะ Digital Life Service Provider ที่มุ่งมั่นพัฒนา Digital Infrastructure เพื่อประเทศ นอกเหนือจากการทำหน้าที่พัฒนาบริการเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าอย่างดีที่สุดแล้ว เรายังให้ความสำคัญกับการร่วมสร้างการเติบโตและพัฒนาสังคม สิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน เพื่อทำให้ทุกภาคส่วน (Stakeholder) เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง

 

การมาถึงของเทคโนโลยี Digital ก่อให้เกิดผลกระทบและการเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่วิถีการดำเนินชีวิต รูปแบบการทำธุรกิจ ตลอดจนระบบเศรษฐกิจในระดับมหภาค ซึ่งแน่นอนว่าย่อมนำมาทั้งประโยชน์มหาศาล ในขณะเดียวกันหากนำไปใช้อย่างไม่เหมาะสมก็สามารถส่งผลในทางลบกับสังคมได้เช่นกัน ทั้งนี้รวมไปถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่มาจากขยะอิเล็กทรอนิกส์ (e-waste) ที่หากไม่ได้รับการปลูกฝัง หรือให้ข้อมูลการบริหารจัดการอย่างถูกวิธี ย่อมส่งผลร้ายแรงมาสู่ชีวิตทุกคนในโลก

 

โดยปรากฎการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นเด่นชัดผ่านงานวิจัยหลากหลายสำนักที่ระบุว่า ในปี 2561เยาวชนไทยอายุระหว่าง 8 – 12 ปี มีการใช้งานอินเทอร์เน็ตสูงถึง 35 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกถึง 3 ชั่วโมง อีกทั้ง ยังค้นพบว่าเด็กไทยขาดทักษะในการใช้งานดิจิทัลอย่างชาญฉลาดทำให้เสี่ยงได้รับภัยอันตรายที่แฝงมากับอินเทอร์เน็ตใน 4 รูปแบบ คือ การถูกกลั่นแกล้งออนไลน์ (Cyberbullying) การเข้าถึงสื่อลามก การติดเกม และการถูกหลอกให้พบกับคนแปลกหน้า

 

นายสมชัยกล่าวเสริมว่า “อีกปัญหาที่ประเทศไทยกำลังได้รับผลกระทบจากการมาของเทคโนโลยีคือ ปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ ปี 2561 มีรายงานว่า คนไทยทิ้งขยะอันตรายทั้งสิ้น 638,000 ตัน ซึ่งขยะส่วนใหญ่เป็นซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์สูงถึง 65% อีกทั้งของเสียอันตรายจากชุมชนเหล่านี้ได้รับการจัดการอย่างถูกวิธีเพียง 83,000 ตันเท่านั้น”

 

“ในฐานะผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรม Digital โดยตรง เราจึงมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเป็นแกนกลางเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในการพัฒนาความรู้แก่เยาวชน อันจะนำมาซึ่งการเติบโตของสังคม Digital อย่างยั่งยืน รวมถึงยังมีเจตนารมณ์อย่างแรงกล้า ที่จะอุทิศตนเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาสังคมให้มีความสุขจากสภาพแวดล้อมที่ดี อันจะนำมาซึ่งความแข็งแกร่ง และเติบโตอย่างยั่งยืนของประเทศชาติ ผ่าน Digital Platform  ที่จะเป็น Digital Platform ของคนไทยทุกคน ผ่านแนวคิด “ถ้าเราทุกคน คือ เครือข่าย” นั่นเอง”

โอ้โห!!! AIS Points แลกส่วนลดค่า LINE MAN TAXI ได้ตั้ง 75 บาท

นางบุษยา สถิรพิพัฒน์กุล หัวหน้าหน่วยธุรกิจบริหารลูกค้าและการบริการ เอไอเอส และ นางสาว วรานันท์ ช่วงฉ่ำ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาธุรกิจและการตลาด LINE MAN ร่วมเปิดแคมเปญสุดพิเศษเฉพาะลูกค้า AIS Mobile และ AIS Fibre ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองด้วยสิทธิพิเศษสุดคุ้ม เมื่อเรียกใช้บริการแท็กซี่ผ่านแอปพลิเคชัน LINE MAN เพียงนำ 20 AIS Points มาแลกรับส่วนลด LINE MAN TAXI มูลค่า 75 บาท ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 กรกฏาคม 2562 (จำกัด 18,300 สิทธิ์ต่อโครงการ) โดยลูกค้า AIS Mobile และ AIS Fibre สามารถรับสิทธิ์ได้ง่ายๆ ผ่าน 2 ช่องทาง ได้แก่

 

  • กด *550*39#SMS) แล้วนำโค้ดไปใช้ในแอปพลิเคชัน LINE MAN
  • แลกสิทธิ์ส่วนลดผ่าน my AIS App ลูกค้าสามารถใช้โค้ดส่วนลด ได้ตั้งแต่วันนี้ - วันที่ 31 สิงหาคม 2562 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ my AIS App. หรือ www.ais.co.th/points

 

 

190617 Pic 01 AIS x LINE MAN TAXI.jpg

190617 Pic 03 AIS x LINE MAN TAXI.jpg

จุดพลุ! ฉลอง 15 ปี Serenade ที่สุดแห่งประสบการณ์พิเศษที่ให้มากกว่าการดูแล จัดหนัก...ของขวัญแทนคำขอบคุณสุด Surprise เฉพาะลูกค้าเซเรเนด แกะกล่องแคมเปญ “Serenade Day” ดีเดย์ทุกวันที่ 15 ของเดือน ต่อเนื่องยาวถึงสิ้นปี

 

190612 Pic_03 คุณลิตา และคุณบุษยา ผู้บริหารเอไอเอส.jpg

 

12 มิถุนายน 2562: ครบรอบ Serenade 15 ปี ตอกย้ำความสำเร็จในฐานะผู้นำด้านการดูแลลูกค้าที่ครองใจคนไทยมาอย่างยาวนาน ด้วยแนวคิด Always Exclusive, Always on Top สร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่วงการโทรคมนาคมอยู่เสมอ พร้อมส่งมอบที่สุดแห่งประสบการณ์เหนือระดับ ผ่านบริการและสิทธิประโยชน์เพื่อลูกค้าคนสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง แทนคำขอบคุณลูกค้าจากใจพร้อมจัดความพิเศษตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ในยุคดิจิทัล ที่มาพร้อมกับปรากฎการณ์ “Serenade Day” แคมเปญพิเศษ ที่ต้องร้องว้าว! ทั้งลด แจก แถม แกะกล่องพร้อมกัน 15 มิ.ย. นี้ และลุ้นรับเซอร์ไพรส์ต่อเนื่อง ทุกวันที่ 15 ของทุกเดือนยาวจนถึงสิ้นปี

 

นางบุษยา สถิรพิพัฒน์กุล หัวหน้าหน่วยธุรกิจบริหารลูกค้าและการบริการ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า “กว่า 29 ปี ที่ผ่านมา เอไอเอส เป็นหนึ่งในองค์กรผู้บุกเบิกและยกระดับรูปแบบการดูแลลูกค้าที่นอกจากจะตอบโจทย์แล้ว ยังสร้างความพึงพอใจในแบบที่แตกต่างมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2547 นับเป็นจุดเริ่มต้นที่เอไอเอส ได้พัฒนาโปรแกรมการดูแลลูกค้า Serenade พร้อมเปิดให้บริการ Serenade Club สาขาเซ็นทรัล ชิดลม ขึ้นเป็นครั้งแรก อีกทั้งยังมุ่งมั่นพัฒนางานบริการ และสิทธิประโยชน์ด้านต่างๆ ให้สอดคล้องกับการใช้ชีวิตของลูกค้า เซเรเนดให้มากที่สุด ด้วยแนวคิด Always Exclusive, Always on Top ที่ไม่เคยหยุดพัฒนาแม้แต่วันเดียว เพื่อสร้างมาตรฐานของที่สุดแห่งประสบการณ์พิเศษ The Ultimate Experience นำมาซึ่งความพึงพอใจในระดับสูงสุด อันเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะลูกค้าเซเรเนดเท่านั้น”

 

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ฐานลูกค้าเซเรเนด มีทั้งหมด 5.2 ล้านราย และมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยกว่าร้อยละ 40 เป็นลูกค้าที่ใช้งานในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ในภาพรวมมียอด

การใช้งานดาต้าเฉลี่ยสูงถึง 15 GB ต่อเดือน และเป็นกลุ่มผู้ใช้งานผ่านสมาร์ทโฟน ระบบ 4G มากถึงร้อยละ 94

 

โดย Key Success ที่นำมาซึ่งการครองใจลูกค้าอย่างเหนียวแน่น มาจาก 3 ปัจจัย กล่าวคือ

•Customer Obsession โฟกัสที่ลูกค้า โดยรับฟัง และสร้างสรรค์ความพิเศษในทุกด้านอย่างสม่ำเสมอ

•Partner CO-Creation ผนึกพลังกับพาร์ทเนอร์ที่มีวิสัยทัศน์เดียวกัน ร่วมสร้างสรรค์รูปแบบใหม่ๆ ให้แก่ลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง

•Digital Enabling Services เดินหน้านำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาปรับใช้ในทุกมิติ เพื่ออำนวยความสะดวกและตอบโจทย์ลูกค้าเสมอ

 

ทั้งหมดนี้ ทำให้รูปแบบสิทธิพิเศษและบริการจากเซเรเนด กลายเป็น Top of Mind ที่ลูกค้าพูดถึงและจดจำ เริ่มตั้งแต่ Serenade Club, บริการที่จอดรถสำรองพิเศษ, สิทธิพิเศษที่สนามบิน รวมถึง บริการผู้ช่วยส่วนตัว ที่ล้ำหน้ากว่าผู้ให้บริการทุกรายในตลาด

 

190612 Pic 01_15 ปี เซเรเนด ที่สุดแห่งความพิเศษเฉพาะคุณ.jpg

  

ซึ่งจากความมุ่งมั่นศึกษาความต้องการของลูกค้าอย่างไม่หยุดยั้ง ในปีที่ 15 ของเซเรเนด ทำให้เราพบว่า วันนี้ Lifestyle และความชื่นชอบของลูกค้า สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 กลุ่ม เราจึงได้คัดสรรความพิเศษเพื่อแต่ละกลุ่มโดยเฉพาะ ประกอบด้วย

 

1. กลุ่มที่ชื่นชอบประสบการณ์พิเศษที่คัดสรรมาให้โดยเฉพาะ  :  มอบบริการ อาทิ Serenade Club, บริการผู้ช่วยส่วนตัว, บริการจุดจอดรถสำรองพิเศษ, สิทธิพิเศษที่สนามบิน, ฯลฯ

2. กลุ่มที่ชื่นชอบการใช้ชีวิตแบบดิจิทัลไลฟ์: มอบส่วนลดพิเศษสมาร์ทโฟนรุ่นยอดนิยม และ  Ultimate Surprizes มอบ Gadget โดนใจมาให้ร่วมสนุกทุกเดือน

3. กลุ่มที่ชื่นชอบการใช้ชีวิตกับกิจกรรมที่สร้างพลังและแรงบันดาลใจ  : มอบสิทธิพิเศษกับกิจกรรมกีฬาท้าทายตัวเองในสไตล์ Gen C รวมถึง กิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจเพื่อต่อยอดเชิงธุรกิจ

4. กลุ่มที่ชื่นชอบการสัมผัสกับประสบการณ์ใหม่เสมอ  : มอบประสบการณ์ท่องเที่ยวและการลิ้มรสอาหารที่คัดสรรโดยกูรูตัวจริง จากความร่วมมือกับ “วงใน” Lifestyle Platform ยอดฮิต  “ทั้งหมดนี้ เชื่อว่าจะตอบโจทย์ลูกค้าในยุค Digital ได้อย่างตรงใจอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม

 

จากความสำเร็จและเสียงตอบรับของกลุ่มลูกค้าเซเรเนด ที่มีลูกค้าที่ชื่นชอบและต้องการสัมผัสประสบการณ์เซเรเนดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เราจึงพัฒนารูปแบบแพคเก็จเพื่อต้อนรับการเข้าสู่ครอบครัว AIS Serenade ได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การรวมค่าใช้บริการภายใต้บัตรประชาชนเดียวกัน, การสมัครใช้แพคเก็จสุดคุ้มที่เหมาะกับครอบครัวยุคใหม่ที่รวมค่าใช้บริการมือถือ, AIS Fibre, และดิจิทัล คอนเทนต์ รวมไปถึง แพคเก็จการใช้งานพร้อมรับสิทธิ์ Serenade (ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ my AIS แอป หรือ www.ais.co.th/serenade)

 

190612 Pic 03_Serenade Day ทุกวันที่ 15 ของทุกเดือน.jpg

“ท้ายที่สุด เพื่อเป็นการขอบคุณและร่วมเฉลิมฉลองช่วงเวลาสุดพิเศษ เอไอเอส เซเรเนด จึงจัดแคมเปญพิเศษ ฉลอง 15 ปี ประเดิมด้วย 1) แคมเปญ Serenade Day ทุกวันที่ 15 ของเดือน เริ่มต้น 15 มิถุนายนนี้ เมื่อซื้อชานมไข่มุก 3 ร้านสุดฮิต KOI The’, THE ALLEY และชาตรามือ ซื้อ 1 แถมอีก 1 ทันที และในวันเดียวกัน พบกับ 2) แคมเปญ Serenade Smartphone ส่วนลดค่าเครื่องสูงสุด 22,000 บาท พิเศษจำนวนจำกัด 1,500 เครื่อง ตั้งแต่ วันที่ 15 - 17 มิ.ย.นี้ ที่ Serenade Club และ AIS Shop ทุกสาขา

 

 

ปิดท้ายด้วย 3) แคมเปญ 5 Points ลุ้นโชค 15 Gadgets แห่งปี หรือ Serenade 15 Gadget Surprizes ร่วมสนุกง่ายๆ เพียงนำพอยท์มาแลกรับสิทธิ์ลุ้นรับฟรี Gadget สุดฮิต มูลค่ารวมกว่า 500,000 บาท ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 30 มิถุนายน 2562 ปิดท้ายด้วยกิจกรรมแชร์ความรู้สึกถึง Serenade เพียงติดแฮชแทค #IAMSERENADE บอกเล่าเรื่องราวประทับใจในฐานะลูกค้าเซเรเนด แล้วโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย”

 

“ทั้งหมดนี้ เป็นสิ่งที่เราตั้งใจมอบเป็นของขวัญแทนคำขอบคุณแด่ลูกค้าเซเรเนดคนพิเศษในโอกาสครบรอบ 15 ปี แห่งความรัก ความผูกพัน รวมถึงเพื่อขอบคุณทุกท่านที่มอบความไว้วางใจให้เอไอเอสได้เซเรเนดจากวันแรกจนถึงวันนี้ โดยชาวเอไอเอสทุกคนยืนยันที่จะทุ่มเทสร้างสรรค์ความพิเศษเพื่อลูกค้าทุกท่านตลอดไป” นางบุษยา กล่าวสรุป

AIS ตอกย้ำผู้นำเครือข่ายตัวจริง นำร่องเปิดให้บริการ WiFi 6  รายแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ติดสปีดเร็วสุด แรงสุด พร้อมใช้งานจริงแล้ววันนี้

 

190606 PIC WiFi6.jpg

 

06 มิถุนายน 2562: เอไอเอส เดินหน้าขยายบริการ WiFi ต่อเนื่อง เปิดให้บริการเทคโนโลยี WiFi สายพันธุ์ใหม่ของโลก “WiFi 6” ให้ลูกค้าและสาวกคอเน็ต ได้สัมผัสสุดยอดประสบการณ์เชื่อมต่อโลกอินเทอร์เน็ตเหนือระดับก่อนใคร ซึ่งเร็วกว่า แรงกว่า และเสถียรมากขึ้นกว่าเดิมถึง 4 เท่า สามารถรองรับการใช้งานมือถือและดีไวซ์พร้อมกันได้มากขึ้น

 

โดยนำร่องเปิดให้บริการจริงแล้ววันนี้ ที่ AIS Flagship Store ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, AIS SHOP ห้างเซ็นทรัล พลาซา ปิ่นเกล้า และ AIS SHOP ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต พร้อมเตรียมขยายการให้บริการสู่พื้นที่ไลฟ์สไตล์สุดฮิปทั่วประเทศ

 

นายวสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าฝ่ายงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ เอไอเอส กล่าวว่า “พฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัลมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และมีความต้องการเชื่อมต่อโลกออนไลน์ตลอดเวลา โดยปัจจุบันพบว่าคนไทยใช้งานอินเทอร์เน็ตเฉลี่ยนานถึง 10 ชั่วโมงต่อวัน และมีแนวโน้มการใช้งานสูงขึ้นเรื่อยๆ เอไอเอสจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาเครือข่ายเป็นอย่างมาก พร้อมนำเทคโนโลยีต่างๆ มาตอบสนองความต้องการดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเทคโนโลยี WiFi ในชื่อ AIS SUPER WiFi ด้วยเทคโนโลยีมาตรฐานระดับโลกและให้ความเร็วสูงสุดถึง 650 Mbps ที่เริ่มให้บริการมาตั้งแต่ปี 2558 ทั้งในบริเวณ In door area และ Lifestyle area ซึ่งครอบคลุมแล้วกว่า 100,000 จุดทั่วประเทศ

 

ล่าสุด เอไอเอสยกระดับการให้บริการ WiFi ไปอีกขั้น นำเทคโนโลยี WiFi 6 หรือ IEEE 802.11 ax มาตรฐาน WiFi ยุคใหม่ที่มีความเร็วสูงที่สุด มาเปิดให้บริการเป็นรายแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  โดยเทคโนโลยี WiFi 6 มีจุดเด่น คือ สามารถรองรับการใช้งานมือถือและดีไวซ์ได้เพิ่มมากขึ้น เร็วขึ้นและเสถียรกว่าเดิม ลดสัญญาณรบกวน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานในพื้นที่ที่มีผู้ใช้งานหนาแน่น  อีกทั้งยังช่วยประหยัดแบตเตอรี่ของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อได้ดีขึ้น พร้อมทั้งเป็นการต่อยอดศักยภาพเครือข่าย AIS NEXT G ที่ควบรวมความเร็วของเครือข่าย WiFi และ 4G เข้าด้วยกัน ซึ่งจะทำให้ลูกค้าเชื่อมต่อโลกออนไลน์ได้อย่างไร้รอยต่อและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น”

 

ปัจจุบัน WiFi 6 สามารถใช้งานได้แล้วบนสมาร์ทโฟน Samsung รุ่น S10, S10+ และ S10e หรือสมาร์ทโฟนที่ใช้ Chipset snapdragon 855 โดยลูกค้าที่มีแพ็กเกจ AIS SUPER WiFi ที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนใช้เครือข่าย AIS SMART Login สามารถใช้บริการ WiFi 6 ได้โดยอัตโนมัติทันที โดยไม่ต้องสมัครบริการ และไม่ต้องล็อกอินใดๆ เพียงเปิดฟังก์ชั่น WiFi ไว้ ส่วนลูกค้าที่เคยล็อกอินใช้งานผ่านเครือข่าย AIS SMART Login แล้ว ก็สามารถใช้บริการ WiFi 6 ได้ทันทีเช่นกัน

 

190606 PIC WiFi6 Speedtest.jpg

Baby Mild eSport คว้าแชมป์เกม PUBG Mobile ในAIS eSports Thailand Corporate League" การแข่งขันกีฬาอีสปอร์ตครั้งแรกของชาวออฟฟิศสายเกมเมอร์

190601 Pic AIS eSports Thailand Corporate League_PUBG_01.jpg

1 มิถุนายน 2562: จากการที่เอไอเอสจัดการแข่งขันกีฬาอีสปอร์ตในรายการ AIS eSports Thailand Corporate Leagueครั้งแรกของชาวออฟฟิศสายเกมเมอร์กว่า 80 ทีมจาก 33 บริษัทชั้นนำ ที่มาประชันสกิลกันในเวทีนี้ และมีการแข่งเกมทั้ง DOTA2 ซึ่งได้แชมป์ไปแล้ว ล่าสุด ในเกม PUBG Mobile ผลปรากฏว่า ทีม Baby Mild eSport จาก เอไอเอส โชว์ฟอร์มเหนือชั้น สามารถทำคะแนนได้สูงสุด คว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จ รับเงินรางวัล 100,000 บาท พร้อมรับรางวัล MOST KILL TEAM ทีมที่สามารถฆ่าได้มากที่สุด ท่ามกลางเสียงเชียร์สนั่นจากสาวกอีสปอร์ตที่มารวมตัวกันอย่างคับคั่ง ณ ไบเทค บางนา