ข้ามการนำทาง
2019

190730 Pic ข่าวประชาสัมพันธ์ 01 AIS Knowledge Station รับรางวัลห้องสมุดเ.._.jpg

AIS Knowledge Station รับพระราชทานเกียรติบัตร “รางวัลห้องสมุดเฉพาะดีเด่น” ประจำปี 2561 จากสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย

 

           สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาพระราชทานเกียรติบัตร ห้องสมุดเฉพาะดีเด่น ภาคเอกชน ให้แก่ Knowledge Station ของ AIS ในโครงการประกวดห้องสมุดดีเด่น ประจำปี 2561 จัดโดย สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สำหรับรางวัลนี้ ได้พิจารณาคัดเลือกโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คัดเลือกห้องสมุดที่มีผลงานเป็นที่ยอมรับจากหน่วยงาน ผู้บริหาร ผู้ใช้บริการ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder) ที่เกี่ยวข้อง ว่ามีความโดดเด่นและประสบความสำเร็จในด้านการบริหารจัดการ การบริการ ด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และการพัฒนาสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ สามารถเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับห้องสมุดอื่นๆ

 

           ทางด้าน ดร.ปรง ธาระวานิช หัวหน้าสถาบันพัฒนาทรัพยากรบุคคล เอไอเอส (AIS Academy) กล่าวย้ำถึงความภาคภูมิใจในรางวัลครั้งนี้ว่า “เอไอเอส ในฐานะ Digital Life Service Provider นอกจากความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์บริการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าทุกกลุ่มแล้ว เรายังให้ความสำคัญในด้านการพัฒนาบุคลากรด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาทักษะ ความรู้ใหม่ๆ ที่ผ่านมา เราจึงได้ออกแบบพื้นที่บริเวณชั้น 12 อาคาร AIS 1 ให้เป็น Knowledge Station เพื่อเป็นแหล่งค้นคว้าหาความรู้สำหรับชาวเอไอเอสทุกๆ คน โดยมีการอัปเดตหนังสือ นิตยสาร ฉบับภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ ในลักษณะตัวเล่มหนังสือและแบบออนไลน์อยู่เป็นประจำ รวมทั้ง ยังได้จัดสภาพแวดล้อมให้เกิดบรรยากาศการเรียนรู้แบบสมัยใหม่ สามารถใช้เสียง หรือมีจุดบริการเครื่องดื่ม และสามารถใช้ห้อง Meeting Room สำหรับการพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิด สรรค์สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ หรือวางแผนการทำงานได้อย่างสะดวก”

190730 Pic ข่าวประชาสัมพันธ์ 07 AIS Knowledge Station รับรางวัลห้องสมุดเ.._.jpg

             “อีกทั้ง เรายังได้พัฒนา Digital Learning Platform ใช้ชื่อว่า " AIS LearnDi" ขึ้น สำหรับใช้เป็นช่องทางเรียนรู้บนโลกออนไลน์ ที่เปิดโอกาสให้พนักงานทุกระดับชั้น ได้เลือกค้นคว้าหาความรู้ใหม่ๆ ซึ่งเป็นการทลายข้อจำกัดเรื่องเวลาและสถานที่ลงไปได้อย่างสิ้นเชิง นอกจากนี้ เรายังมี Platform ที่ชื่อว่า AIS Read Di ที่ทำหน้าที่เสมือนห้องสมุดออนไลน์ อำนวยความสะดวกให้พนักงานเอไอเอสที่อยู่ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ได้เข้าถึงองค์ความรู้ผ่านช่องทางออนไลน์บนโทรศัพท์มือถือได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ภายในแอปฯ ยังสามารถเลือกดูหนังสือที่น่าสนใจ และสามารถเลือกใช้บริการจอง / ยืมหนังสือจาก Knowledge Station ได้อีกด้วย “รางวัลที่เราได้รับในครั้งนี้ ถือเป็นกำลังใจให้เรามุ่งมั่นพัฒนา Knowledge Station ให้มีประสิทธิภาพ และเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือให้พนักงานของเอไอเอส มีความคิดสร้างสรรค์ มีแรงบันดาลใจ มีทักษะใหม่ๆ มากขึ้น เพื่อพัฒนาตัวเอง เพิ่มขีดความสามารถ ให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงบนโลกยุคดิจิทัลนี้ได้ต่อไป” ดร.ปรง กล่าวปิดท้าย

เอไอเอส ร่วมกับกลุ่มอินทัช และชาวพหลโยธิน จัดงานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 67 พรรษา

190726 Pic 01 ข่าวประชาสัมพันธ์ เอไอเอส ร่วมกับกลุ่มอินทัช และชาวพหลโยธิน จัดงานเฉลิมพระเกียรติ ร.10 เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 67 พรรษา.jpg

               เอไอเอส โดยนายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร กลุ่มอินทัช ประกอบด้วย บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และชุมชนพหลโยธินพร้อมใจกันจัดงานเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 67 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมีพิธีเจริญพระพุทธมนต์พระสงฆ์ 9 รูป, พิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 168 รูป และมอบเงินบริจาคให้แก่วัดพระบาทน้ำพุ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยเอชไอวี รวมทั้ง ลงนามถวายพระพร เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ บริเวณด้านหน้า อาคารเอไอเอส

 

190726 Pic 02 ข่าวประชาสัมพันธ์ เอไอเอส ร่วมกับกลุ่มอินทัช และชาวพหลโยธิน จัดงานเฉลิมพระเกียรติ ร.10 เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 67 พรรษา.jpg190726 Pic 03 ข่าวประชาสัมพันธ์ เอไอเอส ร่วมกับกลุ่มอินทัช และชาวพหลโยธิน จัดงานเฉลิมพระเกียรติ ร.10 เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 67 พรรษา.jpg190726 Pic 05 ข่าวประชาสัมพันธ์ เอไอเอส ร่วมกับกลุ่มอินทัช และชาวพหลโยธิน จัดงานเฉลิมพระเกียรติ ร.10 เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 67 พรรษา.jpg

AIS จับมือ ม.เชียงใหม่ เซ็น MOU เดินหน้าวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยี 5G ปักหมุดเป็นศูนย์กลางภาคเหนือทดลอง ทดสอบ เทคโนโลยีแห่งอนาคต

190724 Pic_01 นายวีรวัฒน์ เกียรติพงษ์ถาวร หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านธุรกิจสัมพันธ์และองค์กร AWN และ ศ.คลินิก นพ.นิเวศน์ นันทจิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เซ็น MOU ร่วมศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนา 5G.jpg

 

เอไอเอส โดยนายวีรวัฒน์ เกียรติพงษ์ถาวร หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านธุรกิจสัมพันธ์และองค์กร บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด ในเครือเอไอเอส และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดย ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์ นิเวศน์ นันทจิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการศึกษา วิจัย ทดลอง ทดสอบ เพื่อพัฒนาเทคโนโลยี 5G ที่กำลังจะมาถึง เพื่อสร้างองค์ความรู้ทางวิชาการและบ่มเพาะบุคลากรด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งจะเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนภาคเหนือและประเทศไทยเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ

โดยการทดลอง ทดสอบ 5G ในพื้นที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จะดึงจุดเด่นของอัตลักษณ์ทางภูมิศาสตร์ โอกาส ความสนใจ และความท้าทายในแต่ละภูมิภาคเป็นตัวกำหนด เพื่อให้นิสิต นักศึกษา นักวิจัย ประชาชน และทุกภาคส่วนใน 5G Ecosystem เห็นถึงประโยชน์ของเทคโนโลยีแห่งอนาคต ตลอดจนสามารถวางแผน ต่อยอด และพัฒนานวัตกรรมและการบริการบนระบบ 5G ให้เหมาะสมกับพื้นที่หรือภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดรับกับเจตนารมณ์ของ กสทช. ที่สนับสนุนสถาบันอุดมศึกษาให้ทดลองทดสอบ 5G ทั้งในกรุงเทพฯ และในส่วนภูมิภาค

 

190724 Pic_02 ผู้บริหารเอไอเอส และ คณาจารย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เซ็น MOU ศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนา 5G.jpg

เอไอเอส นำร่องเปิดศูนย์เรียนรู้เทคโนโลยีเกษตรฟาร์มสุข ที่ฟาร์มไพรวัลย์ จ.สงขลา มุ่งสร้างแพลตฟอร์ม iFarm ผสานเทคโนโลยีและภูมิปัญญาท้องถิ่น ปั้น Smart Farmer ด้วยแนวคิด “สอน-เสริม-สร้าง” ยกระดับภาคเกษตรไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

190724 Pic 01_ข่าวประชาสัมพันธ์ เอไอเอส นำร่องเปิดศูนย์เรียนรู้เทคโนโลยีเกษตรฟาร์มสุข ที่ฟาร์มไพรวัลย์ จังหวัดสงขลา.JPG

              เอไอเอส จับมือฟาร์มไพรวัลย์ เปิดศูนย์เรียนรู้เทคโนโลยีเกษตรฟาร์มสุขขึ้นเป็นที่แรกของเมืองไทย ด้วยแนวคิด “สอน เสริม สร้าง” บูรณาการองค์ความรู้ทางเทคโนโลยีผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นจากรุ่นสู่รุ่น สร้าง Ecosystem เพาะพันธุ์ Young Smart Farmer ต้นแบบของภาคใต้ ผ่านกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน พร้อมสร้างแพลตฟอร์ม Intelligent Farm (iFarm) และคิดค้นนวัตกรรม IoT เพื่อให้เกษตรกรดูแลการเพาะปลููกให้สะดวกขึ้น ง่ายขึ้น ช่วยเพิ่มผลผลิตและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน โดยเปิดให้เข้าชมศูนย์เรียนรู้เทคโนโลยีเกษตรฟาร์มสุข ณ ฟาร์มไพรวัลย์ ได้แล้ววันนี้

 

              นายวีรวัฒน์ เกียรติพงษ์ถาวร หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านธุรกิจสัมพันธ์และองค์กร เอไอเอส กล่าวถึงความตั้งใจของการริเริ่มเปิดศูนย์เรียนรู้เทคโนโลยีเกษตรฟาร์มสุขที่ฟาร์มไพรวัลย์ในครั้งนี้ว่า “เอไอเอส ในฐานะ Digital Life Service Provider เรามุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรมดิจิทัลและโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล ภายใต้แนวคิด Digital for THAIs อันจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมไทย ตลอดจนช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยอย่างยั่งยืน พร้อมสนับสนุนให้เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและกระบวนการทำงานรูปแบบเดิมให้มีความสะดวกสบายและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะใน 2 กลุ่มหลัก คือ ภาคสาธารณสุข ผ่านแอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ และด้านเกษตรกรรม ที่เอไอเอสได้ร่วมกับพันธมิตรหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการเกษตรระดับท้องถิ่น เพื่อรับฟังปัญหา ร่วมค้นหาแนวทางแก้ไข จนนำไปสู่กระบวนการคิดค้นนวัตกรรมเพื่อการเกษตรอย่างเป็นรูปธรรม”

 

190724 Pic 03_ศูนย์เรียนรู้เทคโนโลยีเกษตรฟาร์มสุข @ฟาร์มไพรวัลย์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา.JPG

              “ศูนย์เรียนรู้เทคโนโลยีเกษตรฟาร์มสุข นับเป็นแหล่งเรียนรู้ทางการเกษตรแห่งแรกของภาคใต้ที่เอไอเอสได้ร่วมกับฟาร์มไพรวัลย์ Smart Famer ผู้มีแนวคิดและหลงใหลในการคิดค้นนวัตกรรมเพื่อการเกษตรแบบยั่งยืน ปัจจุบันได้เรียนรู้และทดลองทำแปลงปลูกผัก โรงเรือนเพาะปลูกเมล่อน และผักสลัดปลอดสารพิษอยู่ในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นวิถีการทำการเกษตรยุคใหม่ที่สอดคล้องกับแนวคิดในการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้เทคโนโลยีเกษตรฟาร์มสุขที่ใช้แนวคิด “สอน - เสริม - สร้าง” เพื่อบูรณาการองค์ความรู้ทางเทคโนโลยีและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ผ่านการลงมือปฏิบัติงานจริงเข้ามาผสมผสานให้เกิดเป็น Smart Farm โดยเอไอเอส ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด ได้สร้างแพลตฟอร์ม IoT ภายใต้ชื่อ Intelligent Farm (iFarm) โดยสามารถเชื่อมต่อสมองก]อัจฉริยะ ผ่านโครงข่าย AIS ไปยังอุปกรณ์ภายในฟาร์ม ช่วยให้เกษตรกรสามารถบริหารจัดการฟาร์มได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น ผ่านสมาร์ทโฟนได้ทุกที่ทุกเวลา พร้อมกันนี้ ยังได้ร่วมกับ Young Smart Farmer ในพื้นที่ ร่วมศึกษาและพัฒนาต่อยอดด้วยการจัดเก็บข้อมูล สร้าง Big Data ให้พร้อมแปลงเป็นข้อมูลมาตรฐานด้านการเพาะปลูกและการเกษตรยุคใหม่ที่นำไปสู่การเพาะปลูกที่ช่วยเพิ่มผลผลิต สามารถวางแผนการลงทุนได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ และครบถ้วน นับตั้งแต่กระบวนการต้นน้ำจนถึงปลายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึง การสร้างเครือข่าย ecosystem ให้ Young Smart Farmer ทั่วประเทศ ได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากการปฏิบัติจริงซึ่งกันและกัน”

190724 Pic 04_โรงเรือน Evap -- Evaporative Cooling System โรงเรือนเพาะปลูกที่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้.JPG

190724 Pic 06_อุปกรณ์ Sensor การวัดสภาพการเพาะปลูก ภายในโรงเรือน.JPG

190724 Pic 05_อุปกรณ์ควบคุมฟาร์ม Farmsuk Box.JPG

190724 Pic 08_ระบบกล้อง IP Camera เพื่อการเกษตร เชื่อมต่อผ่านโครงข่าย AIS Fibre.JPG

 

              สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถติดต่อเข้าเยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้เทคโนโลยีเกษตรฟาร์มสุข ฟาร์มไพรวัลย์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

  

              “ผมเชื่อว่าเกษตรกรไทยในวันนี้มีความพร้อมที่จะปรับตัว และเรียนรู้การนำเอาเทคโนโลยีมาช่วยพัฒนาภาคการเกษตรให้เจริญเติบโต เกษตรกรแข็งแกร่ง โดยเอไอเอส ยืนยันที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันให้เกษตรกรไทยมีขีดความสามารถที่ดีขึ้น” นายวีรวัฒน์ กล่าวสรุป

 

*******************************************

 

               Digital Solution ภายในศูนย์เรียนรู้เทคโนโลยีเกษตรฟาร์มสุข @ฟาร์มไพรวัลย์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

 

    1. โรงเรือนอีแว๊ป (Evap : Evaporative Cooling System) เป็นโรงเรือนเพาะปลูกควบคุมอุณหภูมิได้ โดยสามารถควบคุมให้อุณหภูมิภายในลดลง เมื่อเทียบกับอุณภูมิภายนอกได้ถึง 4-8 °C โดยใช้หลักการ ปล่อยกระแสลม ไหลผ่านตัวกลางที่มีน้ำไหลผ่าน คลูลิ่งแพด (Cooling pad) ดึงเอาความร้อนของอากาศออกทำให้อุณหภูมิของอากาศลดลง

    2. อุปกรณ์ควบคุมฟาร์ม “Farmsuk Box” เป็นอุปกรณ์ตัวกลางที่เชื่อมต่อไปยัง Sensor และคอยสั่งงาน ควบคุมการทำงานของอุปกรณ์การดูแลการเพาะปลูกภายในฟาร์ม ประกอบด้วย

    1. อุปกรณ์ Sensor การวัดสภาพการเพาะปลูก ได้แก่ วัดอุณหภูมิทั้งภายในและภายนอกโรงเรือน,
      วัดความชื้นในอากาศทั้งภายนอก ภายในโรงเรือน
      , วัดความเข้มของแสง, วัดความเข้มข้นของปริมาณสารละลาย (ปุ๋ย), วัดความเป็นกรด-ด่างในน้ำ
    2. อุปกรณ์การดูแลการเพาะปลูก ประกอบด้วย พัดลมระบายอากาศ, ปั้มน้ำคลูลิ่งแพดเพิ่มความชื้น ความเย็น, อุปกรณ์จ่ายน้ำและปุ๋ยแบบอัตโนมัติ

    3. ระบบสมองกลฟาร์มอัจฉริยะ Intelligent Farm (iFarm) เป็นแพลตฟอร์ม IoT เชื่อมต่อกับ Farmsuk Box เพื่อให้เกษตรกรควบคุมดูแลฟาร์มได้อย่างง่ายดายผ่านมือถือ และคอมพิวเตอร์ ได้จากทุกที่ โดยมีฟังก์ชั่นการใช้งาน ดังนี้

    1. Dashboard แสดงสถานะพืชที่ปลูก อุปกรณ์ต่างๆ ภายในฟาร์ม และรายงานผลการวัดแบบ Real Time
    2. Remote สั่งงาน ควบคุมการเปิด-ปิด แบบ Manual ผ่าน Internet ได้จากทุกที
    3. ระบบสั่งงานแบบตั้งเวลา เพื่อเปิด-ปิด อุปกรณ์แบบอัตโนมัติ
    4. ระบบสมองกลอัจฉริยะ เกษตรกรสามารถตั้งค่าให้อุปกรณ์ทำงานตามเงื่อนไข S
      ensor ได้ง่ายๆ

    4. ระบบกล้อง IP Camera เพื่อการเกษตร เชื่อมต่อผ่านโครงข่าย AIS Fibre เพื่อเฝ้าดูการเจริญเติบโต และตรวจสอบดูแลฟาร์มได้ตลอดเวลา โดยได้ติดตั้งทั้งในโรงเรือนควบคุมอุณหภูมิ และแปลงผักสลัด

CS LOXINFO ปรับโฉมแบรนด์สู่ CSL เดินหน้าเปิดเกมรุกครั้งใหญ่ ชูกลยุทธ์ 3Ss ปักหมุดเบอร์ 1 ผู้ให้บริการ One Stop ICT Service แบบครบวงจร หนุนธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัล

 

PPG07247.JPG

 

ซีเอส ล็อกซอินโฟ ประกาศรีโพสิชันครั้งใหญ่ ปรับลุคสู่แบรนด์ ซีเอสแอล (CSL) พร้อมจัดทัพธุรกิจรุกตลาดลูกค้าองค์กร ปักหมุดขึ้นเบอร์ 1 ของประเทศ ในฐานะผู้ให้บริการ One Stop ICT Service แบบครบวงจร

 

•    ชูยุทธศาสตร์ดำเนินธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ 3Ss เสริมแกร่งทั้ง Data Center และ Cloud Solutions, Managed Services, System Integration ให้แก่ธุรกิจองค์กรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เตรียมพร้อมแข่งขันในยุค Digital Transformation

•    เปิดตัวครั้งแรก! กับ 2 Data Center แห่งใหม่ ด้วยจุดแข็ง “Carrier Neutral” ที่พร้อมเชื่อมต่อกับทุกโครงข่าย ออกแบบตามมาตรฐานสากล มั่นใจได้ถึงระบบรักษาความปลอดภัยข้อมูล ได้แก่

 

1. TELLUS 2 ออกแบบตามมาตรฐานสากล TIA- 942A กับดีไซน์แบบ Modular สามารถขยายพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว ด้วยความจุสูงสุด 1,000 racks พร้อมรองรับการขยายตัวของงานด้าน IT ตามความต้องการขององค์กรทุกขนาด มาพร้อมระบบ Facilities ต่าง ๆ ที่ออกแบบมาให้รองรับ Fully Fault-Tolerant จึงการันตีเสถียรภาพของการให้บริการ และ Service Availability ที่สูงสุด พร้อมให้บริการด้วยมาตรฐาน ISO 20000, ISO 22301 และ ISO 27001

 

2. The Cloud B ต่อยอดความสำเร็จจาก The Cloud A สู่อาคาร The Cloud B ที่มีความจุมากกว่า 350 racks รองรับการขยายตัวของธุรกิจลูกค้าองค์กรและการเติบโตของเทคโนโลยี Cloud, AI, และ IoT การันตีด้วยมาตรฐานความปลอดภัยของข้อมูล ISO 27001 ตัวอาคารยังผ่านมาตรฐานการบริหารจัดการด้านพลังงาน ISO 50001 อีกด้วย

 

•    ยืนยันแข็งแกร่งยิ่งกว่ารายอื่นในตลาดจากศักยภาพของ Digital Infrastructures ในกลุ่ม  เอไอเอส ตั้งแต่โครงข่ายหลักและบุคลากรมืออาชีพที่พร้อมดูแลธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ เพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ ในการต่อยอดธุรกิจ รับ Digital Disruption

 

ดร.สมชาย กิตติชัยกุลกิจ รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการ ซีเอส ล็อกซอินโฟ เปิดเผยว่า “ซีเอสแอล ในฐานะผู้ให้บริการ ICT แก่ตลาดเอ็นเตอร์ไพรส์ กว่า 5,000 รายในทุกอุตสาหกรรม อาทิ สายการบิน การเงิน กลุ่มธนาคาร เราให้ความสำคัญกับการมอบบริการที่เหนือกว่าในทุกมิติให้แก่ลูกค้าองค์กร ด้วยความพร้อมด้านประสบการณ์การทำงานกว่า 25 ปี จึงเข้าใจความต้องการของแต่ละธุรกิจเป็นอย่างดี รวมถึงการมี Peopleware ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยดูแลลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง จึงสามารถเห็นปัญหาได้ไว แก้ไขได้รวดเร็ว และตอบโจทย์ได้อย่างตรงจุด วันนี้ เรามีความพร้อมที่จะก้าวสู่การเป็นผู้นำบริการ One Stop ICT Service แบบครบวงจร เป็นผู้ช่วยนำพาองค์กรและภาคธุรกิจไทยก้าวผ่านปัญหาไอทีในยุค Digital Disruption ภายใต้กลยุทธ์ 3Ss อันประกอบด้วย

 

1. S-Data Center & Cloud Solutions บริการ Data Center และ Cloud Solutions ที่สามารถ customized ให้สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละกลุ่มธุรกิจ พร้อมให้คำปรึกษาได้อย่างครบวงจร ด้วยจุดแข็งของการบริการที่ไม่เหมือนใคร ได้แก่

 

-  เป็นผู้ให้บริการที่มี Data Center ในไทยจำนวนมากที่สุด (The Most Multi-Locations Data Centers across Thailand) รวม 9 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการทั้งในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล  พร้อมขยายบริการออกไปสู่ภูมิภาค ได้รับการการันตีมาตรฐานการบริการระดับสากล ISO 9001, ISO/IEC 20000-1, ISO/IEC 27001, ISO 22301, ISO 50001, ISO 14001 และ CSA Star

 

- เปิดกว้างให้เชื่อมต่อกับผู้ให้บริการโครงข่ายได้ทุกราย (Carrier Neutral Provider) ลูกค้าองค์กรจึงสามารถเลือกใช้บริการโครงข่ายจากผู้ให้บริการที่ต้องการได้อย่างไร้ข้อจำกัด ซึ่งในปัจจุบันมีผู้ให้บริการที่มีการเชื่อมต่อระบบแล้วจำนวนมาก เช่น TOT, CAT, True, UIH, Jastel, Interlink, Symphony, ALT Telecom และ AWN

 

- พร้อมเชื่อมต่อโดยตรงระหว่างสมาชิกและผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตทั้งในและต่างประเทศผ่านบริการ CSL Thai-IX ติดสปีดการเชื่อมต่อในต้นทุนที่ต่ำกว่า แต่ได้ประสิทธิภาพเหนือกว่า พร้อมคิดค่าใช้จ่ายตามการใช้งานจริง หมดกังวลเรื่องต้นทุนส่วนเกิน ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ทั้งในและต่างประเทศ

 

- บริการ Hybrid Cloud Solutions รวมความสามารถของ Private Cloud, Cloud On-premise และ Public Cloud เข้าด้วยกัน จึงตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงจุดและสามารถยืดหยุ่นได้ตามการใช้งาน ภายใต้ความร่วมมือกับพันธมิตรผู้ให้บริการ Cloud ชั้นนำระดับโลก ทั้ง Microsoft Azure, VMware, AWS ทำให้ต้นทุนต่ำลง และยังสามารถขยาย Capacity ได้ตามต้องการ เพื่อรองรับโปรเจ็กต์ใหม่ๆ ในอนาคต

 

2. S-Managed Service บริการทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมดูแลอย่างครบวงจร ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยประสบการณ์การให้บริการกับองค์กรชั้นนำในหลากหลายอุตสาหกรรมสำคัญ จึงสามารถให้คำปรึกษา ออกแบบ ติดตั้ง หรือย้ายระบบตามความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมดูแลระบบให้หลังการขาย ครอบคลุมการบริหารจัดการทั้งระบบ LAN/WAN, SD-WAN, Firewall, Data Center, Cloud On-Premise และ Cloud Services

 

3. S-System Integration บริการผสานนวัตกรรมที่ทันสมัย เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบวงจร โดยร่วมมือกับพันธมิตรผู้ให้บริการด้าน IT Solutions ที่มีชื่อเสียงระดับโลก นำเสนอโซลูชั่นครบวงจรแบบเบ็ดเสร็จ หรือ Turnkey ทั้ง Computer Hardware, Software, Cloud Solutions, Security Solutions, อุปกรณ์สื่อสาร Network และ Cabling ให้ลูกค้าเลือกได้ตามตามความต้องการในราคาที่เข้าถึงได้

 

 

พร้อมกันนี้ เราได้รีโพสิชันผ่านโลโก้และแบรนด์ใหม่ จาก CS LOXINFO สู่ CSL โดยเลือกใช้สีส้มและสีเขียวมาประกอบเป็นโลโก้ ให้ความรู้สึกกระฉับกระเฉงและทันสมัยยิ่งกว่าเดิม เพื่อสร้างการจดจำให้กับลูกค้าและกลุ่มเป้าหมายอีกด้วย”

 

“จากความแข็งแกร่งที่เรามี เมื่อรวมกับการที่ CSL ได้เข้ามาเป็นหนึ่งในกลุ่มเอไอเอสซึ่งมีความแข็งแกร่งด้าน Digital Infrastructures ที่ทรงประสิทธิภาพเป็นอันดับ 1 ของประเทศ ได้แก่ เครือข่าย Mobile ในฐานะผู้ให้บริการที่มีคลื่นความถี่มากที่สุดในประเทศ, อีกทั้งยังเป็นเจ้าของโครงข่าย Fiber Optic ความยาวมากกว่า 160,000 ก.ม.ทั่วประเทศ  พร้อมให้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ความเร็วสูงที่ใช้เทคโนโลยีไฟเบอร์ออพติกแท้รายแรกของไทย จึงพร้อมตอบสนองการใช้งานของธุรกิจทุกภูมิภาคทั่วไทย ทั้งการรับส่งข้อมูลระหว่างสาขาภายในประเทศและการส่งข้อมูลระหว่างประเทศ ด้วยแบนด์วิธในประเทศ (NIX) ที่ใหญ่ที่สุดในไทย รองรับการใช้งานในประเทศถึง 2.9 Tbps และแบนด์วิธระหว่างประเทศ (IIG) ขนาด 1.2 Tbps รวมถึงการที่เอไอเอสมีเครือข่าย IoT ทั้งโครงข่าย eMTC และ NB-IoT ที่ทรงประสิทธิภาพ ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ เป็นรายแรกและรายเดียวในไทย

 

ทั้งหมดนี้ เรามั่นใจว่า CSL จะเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งและสร้างการเติบโตในกลุ่มการให้บริการลูกค้าองค์กรของเอไอเอสได้อย่างเต็มศักยภาพ ทั้งในด้านบริการ Data Center ซึ่งเปรียบเสมือน Backbone ของการให้บริการ Cloud, บริการหลังการขาย หรือ Managed Services และบริการ System Integration ซึ่งจะช่วยเติมเต็มให้ลูกค้าองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนสามารถก้าวทันการเปลี่ยนแปลงในยุค Digital Transformation ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมก้าวสู่การเป็นเบอร์ 1 ในตลาดลูกค้าองค์กรอย่างแน่นอน” ดร.สมชายกล่าวปิดท้าย

 

ลูกค้าองค์กรที่สนใจใช้บริการ CSL สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 0-2263-8185, presales@csl.co.th หรือที่เว็บไซต์ www.csl.co.th

เอไอเอส เดินหน้าตอกย้ำผู้นำเครือข่ายอันดับ 1 ตัวจริง โหมกลยุทธ์รุกตลาดภูมิภาคทั่วไทย เริ่มด้วยการยกทัพเทคโนโลยีดิจิทัลไปเสริมแกร่งภาคอีสาน พร้อมแคมเปญครองใจชาวอีสานด้วย “เอไอเอส ที่ 1 ตัวจริง เร็วแฮงสุดทั่วภาคอีสาน” ย้ำศักยภาพเครือข่าย 4G, 4.5G และ NEXT G ที่เร็วสุด แรงสุด และครอบคลุมมากที่สุดทั่วภาคอีสาน จากบริการที่หลากหลาย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนอีสาน ส่ง “ต่าย อรทัย” สาวดอกหญ้าราชินีลูกทุ่งขวัญใจมหาชนที่ได้รับความนิยมสูงสุดเป็นอันดับ 1 ของไทย เป็นตัวแทนสื่อสารแคมเปญ มัดหัวใจพี่น้องชาวอีสานบ้านเฮา

190720 Pic 05 AIS ปักธงนำเทคโนโลยีดิจิทัลยกระดับภาคอีสาน.JPG   

นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป เอไอเอส กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลากว่า 29 ปี เรามุ่งมั่นพัฒนาบริการคุณภาพในทุกด้าน เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้งานทุกเจเนอเรชัน ภายใต้วิสัยทัศน์ของการเป็น Digital Life Service Provider ที่พร้อมนำศักยภาพของเครือข่ายและเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามายกระดับขีดความสามารถของประเทศและทุกภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง รวมถึงให้ความสำคัญกับการสร้างภูมิคุ้มกันและปลูกจิตสำนึกให้คนไทยรู้จักใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างถูกวิธีผ่านโครงการ “อุ่นใจ Cyber” ที่มุ่งสร้างทักษะและการตระหนักรู้เกี่ยวกับ Digital ควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะการใช้ดิจิทัลอย่างรู้เท่าทัน และป้องกัน (Protector) ความเสี่ยงจากการใช้งานอินเทอร์เน็ต”

   

“โดยในส่วนของการพัฒนาเครือข่ายนั้น  เราให้ความสำคัญกับการออกแบบให้เหมาะสมกับความต้องการใช้งานของพื้นที่ทุกตารางนิ้วในประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสาน ที่มีอัตราการเติบโตอย่างโดดเด่นจากการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรรมท้องถิ่น ที่ผ่านมาจึงได้นำนวัตกรรมเทคโนโลยีระดับโลกมาให้บริการ ทั้งเครือข่าย AIS NEXT G ที่เร็ว แรงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, เครือข่าย AIS 4.5G และ AIS 4G ADVANCED ที่รองรับเทคโนโลยีขั้นสูง MIMO 4x4 with CA, 256 QAM DL/64 QAM UL, LAA (Licensed Assisted Access) และ FDD Massive MIMO 32T 32R ที่สามารถรับส่งข้อมูลได้ปริมาณมากขึ้นและเร็วกว่าเครือข่าย 4G ถึง 2 เท่า รวมทั้ง AIS SUPER WiFi ที่มีมากกว่า 120,000 จุดทั่วประเทศ”

 

นายปรัธนา กล่าวเสริมว่า “นอกจากนี้ ยังเดินหน้าร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำ ทดลองทดสอบเทคโนโลยีต่างๆอย่างต่อเนื่อง อาทิ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เริ่มต้นด้วยการวิจัยเทคโนโลยี NB-IoT ในการทำ Smart Parking ที่จอดรถอัจฉริยะ และ Smart Trash ถังขยะอัจฉริยะ IoT พร้อมล่าสุด ยังเตรียมทดลองทดสอบเทคโนโลยี 5G ที่กำลังจะมาถึงในอนาคตอันใกล้ร่วมกัน  รวมถึงร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พัฒนาแนวคิดเมืองอัจฉริยะ Smart City จาก NB-IoT อีกด้วย”

   

ส่วนในแง่ของบริการเพื่อตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้านั้น นายอุดมศักดิ์ โสมคำ หัวหน้าส่วนงานปฏิบัติการภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เอไอเอส กล่าวว่า “ปัจจุบันพฤติกรรมการใช้งานโทรศัพท์มือถือของคนเมืองมีแนวโน้มใช้งานมือถือมากกว่า 1 เครื่อง ขณะที่ผู้ใช้งานในพื้นที่ต่างจังหวัดก็มีแนวโน้มใช้งานวอยซ์ลดลง และให้ความสำคัญกับการใช้งานดาต้ามากขึ้น ทิศทางการแข่งขันในช่วงครึ่งหลังของปีนี้จึงยังคงมีความรุนแรงอย่างต่อเนื่องจากการนำกลยุทธ์ด้านราคามาใช้เพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาด ซึ่งเอไอเอสจะยังคงให้น้ำหนักกับการขยายโครงข่ายสัญญาณและการพัฒนาบริการดิจิทัลที่มีคุณภาพ”

190720 Pic 01 AIS ปักธงนำเทคโนโลยีดิจิทัลยกระดับภาคอีสาน.JPG   

โดยในภาคอีสาน ถือเป็นพื้นที่ซึ่งเอไอเอสครองส่วนแบ่งทางการตลาดมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ถึง 55% มีจำนวนลูกค้ากว่า 10 ล้านเลขหมาย คิดเป็นสัดส่วน 24% ของฐานลูกค้าทั่วประเทศ แบ่งเป็นระบบเติมเงิน 8.8 ล้านเลขหมาย และระบบรายเดือน 1.2 ล้านเลขหมาย ซึ่งที่ผ่านมา เอไอเอสได้ขยายโครงข่าย 4G และ 4.5G ครอบคลุมทั้ง 2,678 ตำบล 20 จังหวัดทั่วภาคอีสาน ด้วยจำนวนสถานีฐาน 9,965 แห่ง จึงสามารถรองรับการขยายตัวด้านการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การันตีด้วยรางวัลเครือข่ายมือถือที่เร็วที่สุดในไทย 4 ปีซ้อนจาก Ookla® Speedtest® โดยในภาคอีสาน เอไอเอสถือเป็นเครือข่ายที่เร็วที่สุด ทั้งยังขยายเครือข่าย AIS Fibre ครอบคลุมแล้ว 16 จังหวัดภาคอีสาน หรือ 25,711 จุดบริการ เพื่อรองรับความต้องการใช้งานที่เพิ่มมากขึ้น โดยมีจำนวนผู้ใช้งานกว่า 1.1 แสนราย เติบโตกว่า 12% เมื่อเทียบกับปี 2561 รวมไปถึงการเปิด AIS Contact Center Development & Training Arena ศูนย์กลางให้บริการลูกค้าและการพัฒนาบุคลากรด้านงานบริการที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดในจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งจะช่วยกระจายองค์ความรู้จากส่วนกลางและเกิดการจ้างงานในพื้นที่ภาคอีสานได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

   

“ดังนั้น เราจึงศึกษาและพัฒนาบริการดิจิทัลที่เข้าใจพฤติกรรมและตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานทุก Segment ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มวัยรุ่น นักศึกษา คนทำงาน คออีสปอร์ต หรือกลุ่มคนเจเนอเรชันใหม่ที่ชื่นชอบการใช้เทคโนโลยี เพื่อออกแบบสินค้าและบริการที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของชาวอีสานมาอย่างต่อเนื่อง  ไม่ว่าจะเป็นการจัดโปรโมชั่นสินค้ากลุ่ม Handset, แพ็กเกจมือถือ รวมถึงขยายช่องทางการจัดจำหน่ายที่ชาวอีสานเข้าถึงได้อย่างสะดวกและรวดเร็วกว่า 7,000 จุด พร้อมจัดรถ Mobile Service Car ซึ่งเปรียบเสมือน AIS Shop เคลื่อนที่ ลงไปให้บริการในระดับหมู่บ้านทั่วภาคอีสาน ทั้งในงานประเพณีท้องถิ่นและงานกิจกรรมระดับตำบล นับเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ทำให้เอไอเอสยังคงครองความเป็นที่ 1 ในภาคอีสานมาจนถึงปัจจุบัน

190720 Pic 06 AIS ควง ต่าย อรทัย ปักธงนำเทคโนโลยีดิจิทัลยกระดับภาคอีสาน.JPG   

เพื่อเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นตั้งใจของเอไอเอสในการมอบบริการคุณภาพที่คัดสรรมาเพื่อพี่น้องชาวอีสาน เอไอเอสจึงเปิดตัวแคมเปญล่าสุด “เอไอเอส ที่ 1 ตัวจริง เร็วแฮงสุดทั่วภาคอีสาน” โดยเลือก “ต่าย อรทัย” นักร้องลูกทุ่งขวัญใจมหาชนที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่งจากชาวไทย การันตีด้วยยอดผู้ติดตามผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจกว่า 5.4 ล้านแอคเคาท์ เป็นตัวแทนในการสื่อสารความมุ่งมั่นของเอไอเอสไปถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในภาคอีสาน โดยประเดิมจัดกิจกรรมทัวร์คอนเสิร์ต “ม่วนกันหน่อย จอยกันแน” ซึ่งจัดขึ้นในจังหวัดเศรษฐกิจสำคัญของภาคอีสาน ได้แก่ นครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี และอุบลราชธานี ที่จะนำความพิเศษพร้อมความบันเทิงจัดเต็มไปสู่พี่น้องชาวอีสานจากวันนี้เป็นต้นไป”

   

ชาวอีสานเตรียมพบกับความพิเศษจากแคมเปญ “เอไอเอส ที่ 1 ตัวจริง เร็วแฮงสุดทั่วภาคอีสาน” ทั้งแพ็กเกจมือถือ สิทธิพิเศษ คอนเทนท์ความบันเทิง ที่คัดสรรมาเพื่อหมู่เฮาชาวอีสานโดยเฉพาะ

•    สมาร์ทโฟนสุดคุ้มพร้อมแพ็กเกจถูกใจทั้งโทรและเล่นเน็ต ได้แก่ สมาร์ทโฟน AIS Super Smart Gen 1 ราคาเพียง 1,590 บาท ให้เล่นเน็ตสูงสุด 120 GB มูลค่า 1,400 บาท เมื่อใช้ซิมใหม่ที่มาพร้อมเครื่อง, ฟีเจอร์โฟน AIS Super Talk I ราคาเพียง 890 บาท โทร AIS ไม่อั้น ฟรี!

•    แพ็กเกจ “โปรสะใจ” คักหลายเพื่อชาวอีสาน เพียงเปิดซิมใหม่ AIS 12Call! The ONE SIM พร้อมเติมเงิน 30 บาททันที และกด *777*199# แล้วโทรออก รับสิทธิ์โทรฟรีไม่อั้นทุกเครือข่าย ครั้งละ 30 นาที นาน 3 เดือน

•    จัดเต็มกับสิทธิพิเศษแบบ 360 องศาจากร้านอาหาร เครื่องดื่ม และแหล่งช้อปปิ้ง ดังทั่วภาคอีสาน ที่ เอไอเอส คัดสรรมาเพื่อไลฟ์สไตล์ชาวอีสาน พร้อมกิจกรรมมื้อนี้ฟิน วันนี้ฟรี ทั่วภาคอีสาน ซึ่งมียอดลูกค้าใช้สิทธิ์กว่า 200,000 เลขหมายต่อปี

•    มอบคอนเทนท์ความบันเทิงบน AIS PLAY ที่ตอบโจทย์ความชื่นชอบของชาวอีสานผ่านหนังและคอนเสิร์ตจากศิลปินลูกทุ่งขวัญใจชาวอีสาน นำโดย ต่าย อรทัย

190720 Pic 01_บรรยากาศคอนเสิร์ตม่วนกันหน่อย จอยกันแน ที่อุดรธานี.jpg

นายปรัธนา กล่าวในตอนท้ายว่า “วันนี้ภาคอีสานมีศักยภาพการเติบโตที่โดดเด่น และเป็นกำลังสำคัญที่จะผลักดันเศรษฐกิจของประเทศไทยให้เติบโตได้อย่างชัดเจน  อย่างในจังหวัดอุดรธานีก็มีการเติบโตที่ชัดเจนจากภาคการค้าและการบริการ รวมถึงมีการลงทุนจากภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เอไอเอสจึงพร้อมนำศักยภาพเครือข่ายและบริการเข้ามาเสริมศักยภาพด้านเทคโนโลยีดิจิทัลในพื้นที่อย่างเต็มที่ เพื่อสร้างโอกาส อาชีพ และยกระดับเศรษฐกิจของภาคให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งไปด้วยกัน”

   

 

#AISOne2Call

#ม่วนกันหน่อยจอยกันแน

#AISOne2Callxต่ายอรทัย

ต่อจุดภารกิจ “คิดเผื่อ” ปรับสปีดธุรกิจไทย เสริมแกร่งองค์ความรู้ยุคดิจิทัล ในงาน AIS ACADEMY for THAIs: to the Region องค์ความรู้ สู่ภูมิภาค @เชียงใหม่

 

190619 Pic 01 AIS ACADEMY for THAIs to the Region องค์ความรู้ สู่ภูมิภาค @เชียงใหม่.jpg

 

          AIS Academy นำทัพวิทยากรจากองค์กรชั้นนำของไทยและนานาชาติ ทั้ง Google Cloud, IBM, Amazon, ไทยคม และ The Standard ร่วมเปิด “ภารกิจคิดเผื่อ” สุดยิ่งใหญ่ กับงาน AIS ACADEMY for THAIs: to the Region องค์ความรู้ สู่ภูมิภาค ครั้งแรกของภูมิภาค ที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อมปรับในการเปลี่ยนธุรกิจ (Business Transformation) และถ่ายทอดเคล็ดลับนอกตำราเรียนจากประสบการณ์ตรงในการนำ Big Data มาช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจให้เติบโต โดยตลอดการจัดงาน ได้รับความสนใจจากเหล่าผู้ประกอบการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนนักศึกษา และประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่และพื้นที่ใกล้เคียง เข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ณ โรงแรมแชงกรี-ลา จ.เชียงใหม่

 

         นางสาวกานติมา เลอเลิศยุติธรรม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล เอไอเอส กล่าวถึงภารกิจคิดเผื่อ ครั้งที่ 3 ในงาน ACADEMY for THAIs: to the Region จังหวัดเชียงใหม่ ครั้งนี้ว่า “ภารกิจนี้ ได้รับการต้อนรับจากพี่น้องชาวเชียงใหม่อย่างล้นหลาม โดยองค์ความรู้ที่เรานำมาถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นโดยเหล่าวิทยากรชั้นนำในครั้งนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมให้แก่ภาคธุรกิจในภูมิภาคได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น ประสบการณ์จากการทำ Business Transformation ที่เรานำมาแลกเปลี่ยนพูดคุยกัน จะเป็นส่วนช่วยเสริมทางเลือกในการต่อยอดภาคธุรกิจให้แข็งแกร่ง และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยได้อย่างยั่งยืนมากยิ่งขึ้น เพราะอย่างที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า จังหวัดเชียงใหม่ มีเศรษฐกิจที่เติบโตและมีศักยภาพสูงด้วยองค์ประกอบที่เชื่อมโยงกันหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นความพร้อมทางโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ การศึกษา ความพร้อมทางสภาพสังคม การท่องเที่ยว การคมนาคมขนส่ง และระบบสาธารณสุข ที่ได้มาตรฐานยอมรับในระดับสากล ซึ่งเชียงใหม่มีความพร้อมเป็นอีกเมืองหลักอันดับต้นๆ ของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ”

 

190719 Pic 03 ACADEMY for THAIs to the Region องค์ความรู้ สู่ภูมิภาค @เชียงใหม่_คุณกานติมา หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล เอไอเอส.jpg

          สำหรับงาน AIS ACADEMY for THAIs: to the Region องค์ความรู้ สู่ภูมิภาค ภารกิจคิดเผื่อเพื่อคนไทย ในครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกที่เอไอเอส เชิญเหล่าวิทยากรชั้นนำของภาคธุรกิจไทยและระดับโลกไปพบกับชาวเชียงใหม่ถึงที่ เพื่อร่วมไขคำตอบของการเรียนรู้และลงมือทำ จนได้เป็นสูตร Business Transformation เพื่อให้ผู้ประกอบการในพื้นที่พร้อมรับมือกับความท้าทายของโลกยุคดิจิทัลและเห็นความสำคัญของการใช้ Data ในการต่อยอดธุรกิจ นำโดย Mr.Yuval Dvir, Global Head of Scaled Partnership, Google Cloud / คุณกิตติพงษ์ อัศวพิชยนต์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจคลาวด์และซอฟท์แวร์โซลูชั่น บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด / คุณอนันต์ แก้วร่วมวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ไทยคม / คุณสาโรจน์ ปุญญพัฒนกุล Solution Architect Manager, Amazon Web Services / คุณนครินทร์ วนกิจไพบูลย์ บรรณาธิการบริหารสำนักข่าว The Standard และ ดร.กวิณพงศ์ ฉัตรานนท์ หัวหน้าแผนกงานบริหารข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูล Big Data เอไอเอส ซึ่งผู้สนใจสามารถลงทะเบียนร่วมงานได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

 

         “เราเชื่อโดยตลอดว่า การเติบโตแต่เพียงผู้เดียว หาใช่การเติบโตที่ยั่งยืน ในการจะพัฒนาทักษะ เสริมขีดความสามารถของบุคลากรให้มีคุณภาพนั้น จะต้องประกอบด้วยความรู้ของศาสตร์ในโลกยุคใหม่หลายๆ ด้าน เอไอเอส ในฐานะภาคเอกชน นอกจากทำหน้าที่ Operator อย่างดีที่สุดแล้ว เราจึงตั้งใจมุ่งมั่นในการเดินหน้า “ภารกิจคิดเผื่อ” เชื่อมโยงกับเครือข่ายที่มีอุดมการณ์เพื่อสังคมไทยด้วยกัน มาร่วมออกแบบองค์ความรู้ผ่านการจัดสัมมนา AIS Academy for Thais และพร้อมจะเป็นหน่วยเล็กๆ ที่จะร่วมเคลื่อนสังคมไทยอย่างสุดความสามารถ เพื่อเร่งสร้างความพร้อมของสังคมให้มีแรงขับเคลื่อนพัฒนาประเทศ

ไปด้วยกัน” นางกานติมา กล่าวทิ้งท้าย

 

190719 Pic 06 ACADEMY for THAIs to the Region องค์ความรู้ สู่ภูมิภาค @เชียงใหม่_Mr.Yuval Dvir, Global Head of Scaled Parnership, Google Cloud.jpg

190719 Pic 08 ACADEMY for THAIs to the Region องค์ความรู้ สู่ภูมิภาค @เชียงใหม่_คุณกิตติพงษ์ อัศวพิชยนต์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจคลาวด์และซอฟท์แวร์ โซลูชั่น IBM.jpg

190619 Pic 13 ACADEMY for THAIs to the Region องค์ความรู้ สู่ภูมิภาค @เชียงใหม่_บรรยากาศการเสวนาหัวข้อ Data ขุมทรัพย์เอาชนะ Disruption.jpg

190619 Pic 15 ACADEMY for THAIs to the Region องค์ความรู้ สู่ภูมิภาค @เชียงใหม่_คุณนครินทร์ วนกิจไพบูลย์ บก.บห.สำนักข่าว The Standard.jpg

 

****************************************************

 

เกี่ยวกับ AIS Academy

 

ตลอด 4 ปี ที่ผ่านมา AIS Academy จัดตั้งขึ้นเป็นศูนย์กลางด้านการเรียนรู้เทคโนโลยี นวัตกรรมต่างๆ จากทั้งภายในและนอกประเทศ ด้วยบทบาทหน้าที่สำคัญในการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรภายในองค์กรในทุกระดับชั้น โดยมี Digital Platform เป็นแหล่งความรู้ให้พนักงานสามารถเข้าถึงได้ทุกที่ ทุกเวลา สร้างวัฒนธรรมแห่งการตื่นรู้และพร้อมรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีอยู่เสมอ ต่อจากนั้น AIS Academy ขยับบทบาทสู่ภารกิจ “คิดเผื่อ” เพื่อคนไทยทุกคน โดยทำหน้าที่เป็นแกนกลางส่งต่อองค์ความรู้ให้แก่สังคมไทยเพิ่มเติมขึ้น ผ่านการร่วมกับหลายองค์กรชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ จัดงานสัมมนานานาชาติ ACADEMY for THAIs ขึ้นเป็นครั้งแรก ในช่วงเดือนตุลาคม ปี 2561 โดยได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญด้าน Digital Disruption ที่มีชื่อเสียงระดับโลกจากหลากหลายสถาบัน อาทิ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, ธนาคารกสิกรไทย, เมืองไทยประกันชีวิต, Minor International, SEAC, มหาวิทยาลัย Stanford และ MIT มาเล่าถึงบทบาทของเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่มาพลิกโฉมวิถีชีวิตของคนทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี AI, IOT, Robotic และ Blockchain รวมถึงต้นปีที่ผ่านมา AIS Academy ได้จัดงาน AIS ACADEMY for THAIs: Intelligent Nation Series โดยนำ Case Study ที่น่าสนใจในบริบทของไทยและระดับโลกอย่าง Netflix, IBM, Skype, เซ็นทรัลกรุ๊ป, สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Depa) และ Class Café มาสะท้อนให้เห็นถึงแนวคิด การก้าวข้ามการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคยุคดิจิทัลที่ส่งผลต่อการขับเคลื่อนในโลกธุรกิจ

AIS จับมือ ม.สงขลานครินทร์ เดินหน้าทดลอง ทดสอบ 5G ครั้งแรกในภาคใต้  เริ่มด้วยแนวคิด “Smart City, Smart Living” ทดลองโมเดลสมาร์ทซิตี้ ครั้งแรกในไทย

 

(18 กรกฎาคม 2562) เอไอเอส โดยนายมหัณณพ อภินันทนพงศ์ หัวหน้าส่วนงานปฎิบัติการภูมิภาค-ภาคใต้ และสถาบันวิจัยและนวัตกรรมดิจิทัล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ (ม.อ.) โดย ผศ.วศิน สุวรรณรัตน์ รองอธิการบดีวิทยาเขตหาดใหญ่ พร้อมทีมนักพัฒนา นำโดย ผศ.ดร.วรรณรัช สันติอมรทัต ผู้อำนวยการโครงการจัดตั้งสถาบันวิจัยและนวัตกรรมดิจิทัล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จับมือทดลอง ทดสอบเทคโนโลยี 5G ครั้งแรกในภาคใต้ ด้วยแนวคิด “Smart City, Smart Living” สร้างโมเดลสมาร์ทซิตี้ครั้งแรกในไทย ภายใต้การสนับสนุนจากสํานักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อเป็นพื้นที่ศูนย์กลางของภาคใต้ในการพัฒนานวัตกรรม และสร้างสรรค์เทคโนโลยีที่กำลังจะมาในอนาคต อาทิ 5G, IoT และโซลูชั่นต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้นักศึกษา นักพัฒนา และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเทคโนโลยี 5G  ได้มีโอกาสลงมือทดลอง ทดสอบเทคโนโลยีแห่งอนาคต

 

190718 Pic_07 ผู้บริหารเอไอเอส คณาจารย์นักพัฒนา มอ. จับมือทดลองทดสอบ 5G ครั้งแรกในภาคใต้.jpg

 

โดยการลงพื้นที่ภาคใต้ครั้งนี้ เอไอเอสและม.อ.ได้นำ 5G Use Case และ IoT Device มาทดลอง ทดสอบในสภาพแวดล้อมจริง บนคลื่นความถี่ 28 GHz เพื่อทดสอบศักยภาพของเทคโนโลยี 5G ใน 3 คุณสมบัติหลัก คือ ความเร็วที่เหนือระดับไปอีกขั้น, เครือข่ายที่ตอบสนองรวดเร็วและเสถียร (Latency) รวมถึงศักยภาพในการขยายการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ต่ออุปกรณ์ หรือ IoT ซึ่งเป็นรากฐานในการสร้างโมเดลเมืองอัจฉริยะ รองรับการใช้ชีวิตที่สะดวกสบายและมีความปลอดภัย โดยมี Use Case เริ่มต้น ประกอบด้วย

 

1.นวัตกรรม Mobile Surveillance: นวัตกรรมเพื่อการตรวจตราและรักษาความปลอดภัยจาก Video Analytics และ AI ได้แบบเรียลไทม์ ด้วยการนำข้อมูลวิดีโอจากกล้องวงจรปิดบนยานพาหนะส่งต่อผ่านเครือข่าย 5G ที่จะสามารถวิเคราะห์ภาพจำแนกวัตถุรอบคันรถ, วิเคราะห์ความพร้อมของผู้ขับขี่ และการแจ้งเตือนความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

2.นวัตกรรม Object Detection: นวัตกรรมจับวัตถุที่เคลื่อนที่จากจุดหนึ่งไปยังจุดหนึ่งได้อย่างแม่นยำ ผ่าน 5G อาทิ ตรวจจับรถยนต์หรือบุคคลต้องสงสัย โดยข้อมูลจะแสดงผลเรียลไทม์ที่ War Room ของมหาวิทยาลัย ในกรณีที่ตำรวจแจ้งลักษณะบุคคลและรถต้องสงสัยเข้ามา ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องความปลอดภัยก็จะสามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวของรถหรือคนร้ายได้อย่างแม่นยำ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านระบบรักษาความปลอดภัยภายในมหาวิทยาลัยได้ดียิ่งขึ้น

 

3.นวัตกรรม EV Autonomous: นวัตกรรมการสื่อสารระหว่างรถ EV ต่อรถ EV ผ่านเครือข่าย 5G ครั้งแรกของไทย (Vehicle to Vehicle communication system) ที่สามารถรับ-ส่งข้อมูลความเร็วสูง มีความหน่วงต่ำ และระบบมีความเสถียรมาก ทำให้รถยนต์สามารถสื่อสารข้อมูลการขับขี่ ข้อมูลความปลอดภัย และข้อมูลการจราจรไปมาระหว่างกันเองได้อย่างแม่นยำและปลอดภัย โดยไม่ต้องใช้คนขับ ซึ่งจะช่วยป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงป้องกันการจราจรติดขัดในเส้นทาง

 

จากการทดลอง ทดสอบครั้งนี้ จะทำให้ภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหรรม และผู้เกี่ยวข้องใน 5G  Ecosystem เห็นภาพของประโยชน์ของ 5G ในหลากหลายรูปแบบ ตลอดจนเป็นการส่งเสริมให้สถาบันการศึกษาได้มีโอกาสพัฒนา Innovation Idea อย่างเป็นรูปธรรม และสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดในการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อรองรับเทคโนโลยี 5G ที่กำลังจะมาถึง ตลอดจนเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน

 

190718 Pic_01 AIS จับมือ ม.สงขลานครินทร์ เดินหน้าทดลอง ทดสอบ 5G ครั้งแรกในภาคใต้.jpg

190718 Pic_05 นายมหัณณพ หัวหน้าส่วนงานปฎิบัติการภูมิภาค-ภาคใต้  และ ผศ.วศิน รองอธิการบดีวิทยาเขตหาดใหญ่ จับมือทดลองทดสอบ 5G ครั้งแรกในภาคใต้ .jpg

190718 Pic_02 รถ EV ที่ติดกล้องวงจรปิดและประมวลผลผ่านเครือข่าย 5G  .jpg

AWN ชำระเงินประมูลคลื่น 900MHz งวดที่ 3 จำนวน สี่พันสามร้อยหนึ่งล้านสี่แสนบาทถ้วน

 

190718 Pic 02_ข่าวประชาสัมพันธ์ AWN ชำระเงินประมูลคลื่น 900MHz งวด 3.JPG

          บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด หรือ AWN ในกลุ่มเอไอเอส ผู้ชนะการประมูลคลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมย่าน 900MHz ชุดที่ 1 คลื่นความถี่ 895-905 MHz คู่กับ 940-950MHz ที่ราคาประมูล 80,949.78 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) และที่ผ่านมาได้ชำระเงินงวดที่ 1 และ 2 เรียบร้อยแล้ว โดยล่าสุด นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส ได้เดินทางไปชำระเงินประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900MHz งวดที่ 3 โดยมี พลเอกสุกิจ ขมะสุนทร ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เป็นผู้รับมอบ เงินจำนวน 4,301,400,000.00 บาท (สี่พันสามร้อยหนึ่งล้านสี่แสนบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว พร้อมนำส่งหนังสือค้ำประกันการชำระเงินประมูลคลื่นความถี่งวดที่ 4 ณ สำนักงาน กสทช. เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2562

 

190718 Pic 01_ข่าวประชาสัมพันธ์ AWN ชำระเงินประมูลคลื่น 900MHz งวด 3.JPG

มิติใหม่ของคีย์บอร์ดมือถือ! เอไอเอสส่งฟีเจอร์สุดล้ำ my AIS Keyboard คีย์บอร์ดมือถือขั้นเทพ อำนวยความสะดวกให้เข้าใช้ my AIS ง่ายๆ เพียงปลายนิ้ว ตอกย้ำผู้นำนวัตกรรมดิจิทัลอันดับ 1 ของประเทศที่เข้าใจลูกค้ามากที่สุด

190715 Pic 1 เอไอเอส x ไอ-แอ๊ป ครีเอชั่น.JPG

          เอไอเอส ตอกย้ำผู้นำนวัตกรรมดิจิทัลอันดับ 1 ของประเทศ ที่ไม่หยุดสร้างสรรค์บริการใหม่ๆ เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนไทยยุคดิจิทัล ส่งฟีเจอร์ใหม่แกะกล่อง “my AIS Keyboard” นวัตกรรมคีย์บอร์ดที่ฝัง my AIS ไว้บนแป้นพิมพ์ อำนวยความสะดวกให้สามารถเข้าใช้งาน my AIS ได้จากทุกแอปฯ ทุกหน้าจอ มาพร้อมฟีเจอร์การพิมพ์ที่ครบเครื่อง เพิ่มสีสันให้ทุกการแชทสนุกกว่าที่เคย

 

          นายวิศรุต เอื้ออานันท์ หัวหน้าส่วนงานบริหารช่องทางออนไลน์ เอไอเอส กล่าวว่า “จากการศึกษาพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้มือถืออย่างลึกซึ้ง พบว่า คีย์บอร์ดหรือแป้นพิมพ์เป็นจุดที่ลูกค้าต้องใช้งานในทุกช่วงเวลาของการใช้มือถือไม่ว่าจะเปิดแอปพลิเคชั่นใดก็ตาม ขณะเดียวกัน คีย์บอร์ดมือถือที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบันอาจไม่สามารถตอบสนองความต้องการได้อย่างเต็มที่ เช่น แม่ค้าออนไลน์ที่ต้องการส่งเลขบัญชีให้กับลูกค้า ก็ต้องเสียเวลาสลับหน้าจอไปก็อปปี้ข้อมูลจากแอปฯ อื่น หรือถ้าเราต้องการคำนวณราคาสินค้าที่จะซื้อขณะเปิดแอปฯ ช้อปปิ้งออนไลน์ ก็ต้องสลับมาใช้แอปฯ เครื่องคิดเลขแทน ไม่สามารถคำนวณบนหน้าจอที่ใช้งานอยู่ในช่วงเวลานั้นได้ เป็นต้น

 

190715 Pic 2 วิศรุต เอื้ออานันท์ หัวหน้าส่วนงานบริหารช่องทางออนไลน์ AIS แนะนำ my AIS Keyboard.jpg

  

          ด้วยความเข้าใจ Insight ของลูกค้าในจุดนี้ เอไอเอสจึงได้ร่วมกับบริษัท ไอ-แอ๊ป ครีเอชั่น จำกัด สตาร์ทอัพรุ่นใหม่จากโครงการ AIS The StartUp ซึ่งเป็นผู้พัฒนาแอปพลิเคชั่น Pastel Keyboard แอปฯ ที่มียอดดาวน์โหลดอันดับ 1 ของแอปฯ กลุ่ม Utilities บน App Store และอันดับ 1 ของแอปฯ กลุ่ม Top Paid บน Play Store ร่วมพัฒนา my AIS Keyboard มิติใหม่ของคีย์บอร์ดมือถือสุดอัจฉริยะที่ให้ลูกค้าเข้าถึงบริการบน my AIS ได้สะดวกมากยิ่งขึ้นจากแป้นพิมพ์บนมือถือ ไม่ว่าจะเป็นการเช็กยอดการใช้งานดาต้า, ยอดชำระค่าบริการ, ดูรายละเอียดและสมัครแพ็กเกจที่ต้องการใช้งาน ไปจนถึงการเติมเงินและจ่ายบิลค่าบริการต่างๆ โดยไม่ต้องเสียเวลาสลับหน้าจอ นับเป็นผู้ให้บริการรายแรกที่นำคีย์บอร์ดมือถือมาสร้างช่องทางเข้าถึงการใช้งานแอปพลิเคชั่นได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น”

 

          นอกจากนี้ my AIS Keyboard ยังมีฟีเจอร์ล้ำๆ ที่ช่วยจัดการทุกความต้องการในการแชทได้ในหน้าคีย์บอร์ดเดียว ไม่ต้องสลับแอปฯ ใช้งานอีกต่อไป ทั้งฟีเจอร์เครื่องคิดเลขบนคีย์บอร์ดมือถือ, ฟีเจอร์ Quick Text ช่วยบันทึกข้อความใช้บ่อย กดส่งได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาพิมพ์, ฟีเจอร์ส่งเบอร์มือถือให้คู่แชท ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ใช้งานยังสามารถเลือก Font เก๋ๆ พร้อมสติ๊กเกอร์น่ารักๆ เพื่อใช้ในการแชท โพสต์ลงโซเชียล หรือส่งอีเมลได้อีกด้วย รวมไปถึงยังสามารถเปลี่ยนธีมสนุกๆ ได้ตามที่ต้องการ ซึ่งเอไอเอสได้ออกธีมคีย์บอร์ดน้องอุ่นใจสุดน่ารักมาให้ใช้งานกันอีกด้วย

       

          ลูกค้าสามารถใช้งาน my AIS Keyboard ฟรี! ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ดูวิธีการตั้งค่าและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://m.ais.co.th/myAISKeyboard

 

190715 Pic 4 เช็กยอดการใช้งานดาต้าขณะดูคลิป VDO ผ่านคีย์บอร์ดบนมือถือ บน my AIS Keyboard.jpg

AIS แท็กทีม KFC จัดเซ็ตไก่ชุดยอดฮิต ซื้อ 1 แถม 1 ฉลอง Serenade Day พร้อมรับสิทธิ์ซื้อเครื่องตัวท็อป ลดสูงสุด 18,000 บาท เฉพาะลูกค้าเซเรเนด 15 ก.ค. นี้ วันเดียวเท่านั้น!

 

          AIS เดินหน้า Serenade Day ทุกวันที่ 15 ของเดือน ชวนลูกค้าเอไอเอส เซเรเนด ร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 15 ปีเซเรเนดสุดยิ่งใหญ่ ต่อเนื่องครั้งที่ 2 เอาใจแฟนพันธุ์แท้ไก่ทอด KFC ทุกเพศทุกวัย โดยลูกค้าเอไอเอส เซเรเนด เลือกรับสิทธิ์ ซื้อ 1 แถม 1 เมื่อซื้อเมนู KFC จาก 2 ชุด ที่ร่วมรายการ ได้แก่

 

190712 Pic 03_ Serenade Day AIS x KFC จัดเมนูพิเศษ 1 แถม 1 และส่วนลดค่าเครื่อง ฉลอง 15 ปีเซเรเนด.jpg

           

          1. ชุดไก่ทอด 1 ชิ้น + 3 นักเก็ตส์ + เป๊ปซี่ ปกติ 107 บาท (รีฟิล 115 บาท)

          2. ชุดไก่ทอด 1 ชิ้น + 2 วิงซ์แซ่บ + เป๊ปซี่ ปกติ 106 บาท (รีฟิล 114 บาท)

       

          ทั้งนี้ แถมฟรี 1 ชุด ในราคาที่เท่ากัน หรือ ต่ำกว่า โดยจำกัด 1 หมายเลข ต่อ 1 สิทธิ์ เฉพาะในวันที่ 15 กรกฎาคม 2562 เท่านั้น โดยเริ่มรับสิทธิ์ได้ตั้งแต่เวลา 11.00 น. ถึง 20.00 น. จำนวนจำกัด 30,000 สิทธิ์ ทั่วประเทศ กว่า 700 สาขา ยกเว้น KFC Delivery และ Drive-thru ที่ไม่ร่วมรายการ สามารถรับสิทธิ์ได้ผ่านทาง USSD ณ สาขาที่ร่วมรายการ

 

 

190712 Pic 01 _Serenade Day AIS x KFC จัดเมนูพิเศษ 1 แถม 1 และส่วนลดค่าเครื่อง ฉลอง 15 ปีเซเรเนด.jpg

        

          พร้อมกันนี้ ลูกค้าเซเรเนด ยังได้รับสิทธิ์เลือกซื้อสมาร์ทโฟนรุ่นท็อปในราคาพิเศษ ลดสูงสุด 18,000 บาท ไม่ว่าจะเป็น Huawei P30 Pro Amber Sunrise สีใหม่ (8GB / 512GB) จากราคาปกติ 37,990 บาท ลดเหลือเพียง 19,990 บาท และ Samsung Galaxy Note 9 จากราคาปกติ 33,900 บาท ลดเหลือเพียง 16,900 บาท และ OPPO Reno 10X จากราคาปกติ 28,990 บาท ลดเหลือเพียง 11,990 บาท จำกัดจำนวนเพียง 2,500 สิทธิ์ วันที่ 15 กรกฎาคมนี้ วันเดียวเท่านั้น ที่ AIS Shop และ Serenade Club สาขาที่ร่วมรายการ

  

          ลูกค้าเซเรเนด ติดตามข้อมูลและเงื่อนไขการรับสิทธิ์เพิ่มเติมได้ทาง my AIS App และwww.ais.co.th/serenade งานนี้...เรียกว่าคุ้มแบบสุดๆ ลูกค้าเซเรเนดตัวจริง...จะพลาดได้ไง!!!

 

190712 Pic 04_ Serenade Day AIS x KFC จัดเมนูพิเศษ 1 แถม 1 และส่วนลดค่าเครื่อง ฉลอง 15 ปีเซเรเนด.jpg

AIS คว้ารางวัล Thailand IoT Services Provider of the Year ตอกย้ำผู้นำอันดับ 1 ด้าน IoT จากเวที 2019 Frost & Sullivan Thailand Excellence Awards

         

                AIS รับรางวัล Thailand IOT Services Provider of the Year จากเวที 2019 Frost & Sullivan Thailand Excellence Awards จัดโดย บริษัท ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน องค์กรให้คำปรึกษาและวิจัยระดับโลก โดยนางอัศนีย์ วิภาตเวทย์ หัวหน้าส่วนงานผลิตภัณฑ์ลูกค้าองค์กรและบริการระหว่างประเทศ เป็นผู้รับรางวัลจาก มร. เคนนี่ เยา รองผู้อำนวยการ ฝ่ายที่ปรึกษาอุตสาหกรรมดิจิทัล ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ณ โรงแรมฮิลตัน กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

190710 Pic 01 ข่าวประชาสัมพันธ์ AIS คว้ารางวัล Thailand IoT Services Provider of the Year ตอกย้ำผู้นำอันดับ 1 ด้าน IoT.JPG

                รางวัลนี้ ได้พิจารณาคัดเลือกโดยคณะกรรมผู้ทรงคุณวุฒิมากประสบการณ์ของฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวนโดยใช้หลักเกณฑ์ชี้วัดจากผลงานในการสร้างสรรค์นวัตกรรม IoT ที่เป็นประโยชน์และผู้บริโภคสามารถนำไปใช้งานได้จริง โดยวิเคราะห์จากหลากหลายปัจจัย ได้แก่ การตอบสนองความต้องการของธุรกิจ, ผลการดำเนินงาน,ประสิทธิภาพทางการเงิน รวมไปถึง ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อลูกค้า เช่น ประสบการณ์การซื้อของลูกค้า และการบริการลูกค้า จนกลายเป็นผลงานที่เป็นเลิศทางด้านการเติบโต ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค และสร้างคุณค่าที่แท้จริงให้แก่ภาคธุรกิจ

               จากผลการพิจารณาดังกล่าว ส่งผลให้ AIS ได้รับรางวัล Thailand IOT Services Provider of the Year ในฐานะองค์กรที่มีความความโดดเด่นในการขยายโครงสร้างพื้นฐานทาง IoT ที่มีความแข็งแกร่งทั้งด้าน Platform และเครือข่าย NB-IoT, eMTC ซึ่งครอบคลุมแล้วทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ และมีความมุ่งมั่นในการสร้าง IoT Ecosystems ซึ่งเป็นเครือข่ายความร่วมมือทั้งจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา จนสามารถพัฒนานวัตกรรมและนำเสนอเทคโนโลยี IoT ที่ใช้งานได้จริงสำหรับการใช้งานในธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นด้าน Smart City, Smart Living, Smart Transportation & Logistics อันจะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมหาศาลต่อสังคมไทยในอนาคตอันใกล้ ทั้งนี้ ในปี 2018 AIS เคยได้รับรางวัล Thailand IoT Solutions Provider of the Year มาแล้ว จึงนับเป็นความสำเร็จอีกขั้นของความมุ่งมั่นพัฒนาด้าน IoT จนได้รับการยกย่องจากองค์กรระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 2

               สำหรับ Frost & Sullivan เป็นบริษัทที่ปรึกษาทางธุรกิจและการวิจัยเชิงธุรกิจที่มีประสบการณ์มายาวนานกว่า 50 ปี โดยได้รับความไว้วางใจจากบริษัทและนักลงทุนชั้นนำระดับโลกมากกว่า 1,000 แห่ง จาก 40 กว่าประเทศทั่วโลก โดยงานประกาศผลรางวัล 2019 Frost & Sullivan Thailand Excellence Awards ในครั้งนี้ จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 8 แบ่งรางวัลออกเป็นประเภทต่างๆ รวมทั้งหมด 8 ประเภท ได้แก่ ยานยนต์, การบริการสุขภาพ, พลังงาน, ระบบอัตโนมัติในอุตสาหกรรม, เทคโนโลยีการออกแบบอาคาร และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

190710 Pic 02 ข่าวประชาสัมพันธ์ AIS คว้ารางวัล Thailand IoT Services Provider of the Year ตอกย้ำผู้นำอันดับ 1 ด้าน IoT.JPG

AIS จัดประกวดใช้แอปฯ อสม.ออนไลน์ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ส่งเสริมการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อดูแลสุขภาพคนไทยอย่างเห็นผลรอบด้าน

 

AIS ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เชิญชวนหน่วยบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ และรพ.สต. ที่มีเครือข่าย อสม. ทั่วประเทศ สมัครเข้าร่วมโครงการ “ประกวดการใช้งานแอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์” ปีที่ 3 รับเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 7 ล้านบาท มุ่งหวังให้เกิดการใช้เทคโนโลยีเพื่อบรรลุเป้าหมายด้านสาธารณสุขชุมชนเชิงรุกมากยิ่งขึ้น ให้คนไทยได้เข้าถึงการรักษาและป้องกันโรคภัยไข้เจ็บได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 กรกฎาคม 2562 ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมที่เฟซบุ๊ก อสม.ออนไลน์ และ www.ais.co.th/aorsormor

 

190708 Pic_04 โครงการประกวดการใช้งานแอปพลิเคชัน อสม. ออนไลน์ ปีที่ 3.jpg

 

               นายวีรวัฒน์ เกียรติพงษ์ถาวร หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านธุรกิจสัมพันธ์และองค์กร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส กล่าวถึงจุดมุ่งหมายของการจัดประกวดการใช้งานแอปฯ อสม. ออนไลน์ ในครั้งนี้ว่า “AIS มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะนำเอาขีดความสามารถทางด้านเทคโนโลยีมาช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย ภายใต้แนวคิด Digital For Thais โดยเฉพาะด้านสาธารณสุข ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของประเทศ เราจึงได้พัฒนาแอปพลิเคชัน อสม. ออนไลน์ เพื่อเข้ามาหนุนเสริมให้การทำงานด้านสาธารณสุขชุมชนเกิดประสิทธิภาพในเชิงรุกมากยิ่งขึ้น ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 4 ปีที่ผ่านมา นับจากเปิดให้บริการครั้งแรก จนถึงปัจจุบัน มีผู้ใช้งานซึ่งประกอบด้วย เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. รวมกว่า 67,000 คน”

               “หลังจากประสบความสำเร็จในการจัดการประกวดการใช้งานแอปฯ อสม.ออนไลน์ ในปี 2560 และ 2561 มาในปีนี้ จึงได้จัดให้มีการประกวดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เพื่อตอกย้ำให้หน่วยบริการสุขภาพ และ อสม. ได้มีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปใช้เป็นเครื่องมือในการดูแลสุขภาพของประชาชน รวมทั้ง ส่งเสริมให้  อสม. มีทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Literacy) และมีความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) เพื่อนำองค์ความรู้ไปแนะนำการดูแลสุขภาพให้แก่คนในชุมชน นอกจากนี้ ยังส่งผลให้เกิดการสร้างต้นแบบการใช้งานในพื้นที่ เกิดกระบวนการเรียนรู้ ถ่ายทอดประสบการณ์การทำงานในแต่ละพื้นที่ร่วมกัน อันจะทำให้เกิดประสิทธิภาพในการดูแลสุขภาพของคนไทย ทั้งด้านรักษาพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ได้อย่างทั่วถึงมากยิ่งขึ้น”

 

190708 Pic_05 คุณวีรวัฒน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านธุรกิจสัมพันธ์และองค์กร เอไอเอส.jpg

 

190708 Pic_02 โครงการประกวดการใช้งานแอปพลิเคชัน อสม. ออนไลน์ ปีที่ 3.jpg

 

               สำหรับ โครงการ “ประกวดการใช้งานแอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์” ปีที่ 3 ในครั้งนี้ AIS ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดรับสมัครหน่วยบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ที่มีเครือข่าย อสม. ทั่วประเทศ ร่วมส่งผลงานเข้าประกวด เพื่อรับเงินสนับสนุนชมรมอาสาสมัครสาธารณสุข มูลค่ารวมกว่า 7 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นรางวัลดีเด่นระดับประเทศ รางวัลละ 100,000 บาท จำนวน 10 รางวัล และรางวัลดีเด่นระดับจังหวัด (77 จังหวัด) รางวัลละ 40,000 บาท จังหวัดละ 2 รางวัล  และพิเศษสุดในปีนี้ คณะกรรมการจัดการประกวดได้พิจารณาให้มีรางวัลพิเศษขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้แก่หน่วยบริการสุขภาพที่ไม่เคยสมัครเข้าร่วมประกวดและมีผลงานโดดเด่น โดยการพิจารณานั้นจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะกรรมการ

               ทั้งนี้ เกณฑ์การตัดสินจะพิจารณาจากปริมาณการใช้งานแอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม 30 พฤศจิกายน 2562 (คิดเป็น 70% ของคะแนนทั้งหมด) และรายงานเชิงคุณภาพ จากการนำแอปฯ อสม.ออนไลน์ไปใช้ในการดูแลสุขภาพประชาชนในช่วงการใช้งานดังกล่าว รวมทั้ง การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขี้นจากการใช้แอปฯ อสม.ออนไลน์ (คิดเป็น 30% ของคะแนนทั้งหมด) โดยจะประกาศผลรางวัลในวันที่ 25 ธันวาคม 2562

             หน่วยบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ และรพ.สต.ที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมประกวดฯ ได้ตั้งแต่วันนี้ - 31 กรกฎาคม 2562 ดูข้อมูลเพิ่มเติมและสมัครได้ที่ Facebook อสม.ออนไลน์และ www.ais.co.th/aorsormor หรือ โทร. 06 2520 1999

 

190708 Pic_03 โครงการประกวดการใช้งานแอปพลิเคชัน อสม. ออนไลน์ ปีที่ 3.jpg

เอไอเอส คอนแท็ค เซ็นเตอร์ ท็อปฟอร์ม กวาด 4 รางวัลใหญ่ เวที CRE Awards 2019 ตอกย้ำผู้นำด้านการดูแลลูกค้าได้มาตรฐานระดับนานาชาติ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5

 

190705 Pic 01_เอไอเอส คอนแท็ค เซ็นเตอร์ ท็อปฟอร์ม กวาด 4 รางวัลใหญ่ เวที CRE Awards 2019.JPG

เอไอเอส คอนแท็ค เซ็นเตอร์ ภูมิใจในฐานะตัวแทนภาคเอกชนไทย 1 เดียว ที่คว้ารางวัลชนะเลิศระดับนานาชาติ จากงานประกาศผลรางวัล Customer Relationship Excellence Awards 2019 จัดโดย Asia Pacific Customer Service Consortium (APCSC) มากที่สุดถึง 4 รางวัล และเป็นการคว้ารางวัลมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 โดยในครั้งนี้ มีองค์กรชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ร่วมส่งผลงานเข้าประกวดมากกว่า 100 บริษัท โดยรางวัลดังกล่าวประกอบด้วย

 

  • Customer Relationship Excellence Outstanding Achievement สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาและรักษาคุณภาพงานบริการ การดูแลลูกค้าที่ดีที่สุดมาอย่างต่อเนื่อง
  • Contact Center of the Year 2019 ด้วยมาตรฐานด้านงานบริการที่เหนือระดับ ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ครบในทุกช่องทาง ทั้ง Offline และ Online
  • Best Use of Technology of the Year 2019 จากการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยสนับสนุนการทำงานโดยรวมได้อย่างเป็นระบบ ส่งเสริมให้บุคลากรในองค์กรทำงานได้สะดวก และรวดเร็วขึ้น รวมถึง สร้างคุณภาพการบริการที่ดีให้แก่ลูกค้า ด้วยนำเสนอรูปแบบการ
    บริการ
    Digital Self Service
  • Best Social Media Program of the Year ในฐานะองค์กรที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นช่องทางเชิงกลยุทธ์สำหรับการดูแลลูกค้า เพื่อส่งเสริมการขายและสนับสนุนการบริการทางการตลาด จนได้รับการยอมรับและความพึงพอใจจากลูกค้าสูงสุด

 

190705 Pic 03_เอไอเอส คอนแท็ค เซ็นเตอร์ ท็อปฟอร์ม กวาด 4 รางวัลใหญ่ เวที CRE Awards 2019.JPG

นางบุษยา สถิรพิพัฒน์กุล หัวหน้าหน่วยธุรกิจบริหารลูกค้าและการบริการ เอไอเอส กล่าวย้ำถึงความภูมิใจกับรางวัลล่าสุดนี้ว่า “เป้าหมายหลักของเอไอเอส คอนแท็ค เซ็นเตอร์ คือการส่งมอบบริการคุณภาพ เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างความอุ่นใจให้ลูกค้าที่ไว้วางใจ เลือกใช้บริการจากเอไอเอส โดยตลอดระยะเวลากว่า 29 ปีที่ผ่านมา เราไม่เคยหยุดพัฒนาและยกระดับการบริหารจัดการทุกด้านอย่างต่อเนื่องจนได้รับยอมรับจากลูกค้า รวมถึง องค์กรต่างๆ ทั้งจากภายในประเทศและระดับโลกอีกมากมาย”

โดยเกณฑ์การตัดสินรางวัลนี้ คณะกรรมการได้พิจารณาจากข้อมูลการดำเนินงานของแต่ละบริษัทที่นำเสนอเข้ามา จากนั้นได้นำมาวิเคราะห์ผ่านแบบจำลองพื้นฐาน Customer Service Quality Standard (CSQS) หรือมาตรฐานการบริการลูกค้า โดยมีปัจจัยที่นำมาวิเคราะห์แบ่งออกเป็น 4 ด้าน ได้แก่

    1. การกำหนดเป้าหมายความรับผิดชอบของทีมบริหาร ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพตามที่วางไว้  (Management Responsibility)

    2. ขีดความสามารถในการบริหารจัดการทรัพยากร ที่มีอยู่ภายในองค์กรให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด (Resource Management)

    3. มีขีดความสามารถในการบริหารจัดการกระบวนการทั้งหมดภายในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ  (Process Management)

    4. มีขีดความสามารถในการบริหารผลการดำเนินงานในภาพรวมได้อย่างดี (Performance Management)

    “รางวัลนี้ นับเป็นสิ่งยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการทำหน้าที่ดูแลลูกค้าอย่างดีที่สุดตามเป้าหมาย

ที่วางไว้ อีกทั้งยังถือเป็นกำลังใจให้แก่ทีมงาน ที่จะทำหน้าที่เป็นตัวแทนองค์กรภาคเอกชนไทยที่มีขีดความสามารถทัดเทียมระดับสากลอีกด้วย” นางบุษยา กล่าวตอนท้าย

*************************************************************

 

190705 Pic 02_เอไอเอส คอนแท็ค เซ็นเตอร์ ท็อปฟอร์ม กวาด 4 รางวัลใหญ่ เวที CRE Awards 2019.JPG

 

AIS Contact Center

    เป็นผู้ให้บริการลูกค้ารายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ด้วยจำนวนฐานลูกค้าทั้งหมด 41.5 ล้านรายทั่วประเทศ

ด้วยประสบการณ์การดูแลลูกค้าอย่างมืออาชีพมาโดยตลอด พร้อมทั้งผสมผสาน Technology Utilization เพื่อเสนอบริการที่เรียบง่ายและอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยพัฒนาและออกแบบนวัตกรรมการบริการให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในทุก Generations ทั้งแบบ Voice channel ผ่านบริการหมายเลข 1175 และ 1148 สำหรับลูกค้าเซเรเนด ปัจจุบัน มีลูกค้าติดต่อเพื่อขอรับบริการมากกว่าเดือนละ 7 ล้านสาย และแบบ Non-voice channel ผ่านบริการ Ask Aunjai ซึ่งเป็น Virtual Agent ผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะทั้ง AI, Chatbot และ Smart Knowledge Base รวมทั้ง ช่องทาง AIS Facebook Messenger ด้วยเทคโนโลยี AI อัจฉริยะ

 

Asia Pacific Customer Service Consortium (APCSC)

    เป็นสถาบันที่จัดตั้งขึ้นโดยวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมด้านการบริการ และการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าขององค์กรธุรกิจให้ได้มาตรฐานระดับสากล (Global standard Benchmarking) โดยนับจากปี 2002 ได้จัดให้มีการมอบรางวัลให้แก่องค์กรธุรกิจที่มีความโดดเด่นในด้านคุณภาพงานบริการและความเป็นเลิศด้านการดูแลลูกค้า โดยแต่ละปีจะมีองค์กรชั้นนำร่วมส่งผลงานเข้าประกวดมากกว่า 100 บริษัท

 

ครั้งแรกของวงการเน็ตบ้าน! AIS Fibre ผนึกกำลังกับเกมพีซียอดนิยมจาก Garena ประกาศความเป็นอินเทอร์เน็ตพาร์ทเนอร์อย่างเป็นทางการรายเดียวในไทย ชู 4 ยุทธศาสตร์ความร่วมมือ ลุย Push! วงการอีสปอร์ต

190704 Pic 02_AIS Fibre ผนึก Garena ประกาศความเป็นอินเทอร์เน็ตพาร์ทเนอร์อย่างเป็นทางการรายเดียวในไทย.JPG

AIS Fibre ผู้นำอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ความเร็วสูง ด้วยเทคโนโลยีไฟเบอร์ออพติกแท้ 100% รายแรกในประเทศไทย เดินหน้าปฏิวัติวงการเน็ตบ้านเพื่อสนับสนุนอีสปอร์ต อีโคซิสเต็มอย่างต่อเนื่อง ผนึก Garena ค่ายเกมผู้ผลิตและจัดจำหน่ายวิดีโอเกมที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ประกาศความร่วมมือในฐานะเอ็กซ์คลูซีฟ พาร์ทเนอร์เน็ตบ้านอย่างเป็นทางการรายเดียวในไทย ชู 4 ยุทธศาสตร์สำคัญ ขับเคลื่อนวงการอีสปอร์ตด้วยศักยภาพเน็ตบ้านขั้นสุด เพื่อมอบประสบการณ์และร่วมยกระดับนักกีฬาอีสปอร์ตไทยไปอีกขั้น

 

1. จับมือทำงานร่วมกันในเชิงลึกเพื่อพัฒนาเครือข่ายให้มีค่า Latency ต่ำที่สุด ด้วยการปรับแต่ง Optimize เส้นทางจาก Internal Gateway ให้สามารถวิ่งตรงไปยัง Game Server ได้เร็วที่สุด ส่งผลให้มีค่า Latency ที่ต่ำเป็นพิเศษ ให้ความเสถียร ไม่แลค ไม่มีสะดุด มอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดและช่วยแก้ Pain Point ให้คอเกมได้อย่างแท้จริง ลูกค้าจึงสามารถสนุกกับเกมพีซียอดฮิตจาก Garena ได้อย่างเต็มอิ่ม ไม่ว่าจะเป็นเกม Point blank, FIFA Online 4, Heroes of Newerth, League of Legends, Blade & Soul และ Ring of Elysium

2. ผนึกกำลังเปิดเวทีให้แสดงความสามารถผ่าน eSports Tournament ตลอดปี เพื่อให้นักกีฬาอีสปอร์ตได้ฝึกฝนทักษะและอัพสกิล พร้อมก้าวสู่เวทีการแข่งขันในทัวร์นาเม้นท์ระดับโลก อาทิ

    • FIFA Online 4 การแข่งขัน FIFA Pro League ในช่วงเดือนสิงหา-กันยายน เพื่อคัดตัวแทนประเทศ ชิงเงินรางวัล 1 ล้านบาท พร้อมร่วมแข่งขัน EACC Winter ที่ประเทศเกาหลีใต้ในช่วงปลายปี

     • Point Blank การคัดตัวนักกีฬาตัวแทนประเทศไทยในรายการ Pointblank Thailand Championship 2019 ในเดือนสิงหาคม ชิงเงินรางวัล 700,000 บาท พร้อมเข้าแข่งขัน Pointblank World Championship ที่ต่างประเทศ

    • Blade and Soul การแข่งขัน BNS Thailand Championship ในเดือนสิงหาคม เงินรางวัลกว่า 450,000 บาท พร้อมเข้าแข่งขัน BNS World Championship ที่ประเทศเกาหลีใต้

3. มอบสิทธิพิเศษสุดปังเฉพาะลูกค้า AIS Fibre เท่านั้น! รับไอเทมสุดเอ็กซ์คลูซีฟในเกม และของรางวัลสุดพรีเมียม ลิขสิทธิ์แท้จากค่าย Garena เมื่อสมัครใช้งานแพ็กเกจ AIS Fibre eSports

4. สร้างประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้าเข้าร่วมสัมผัสมหกรรมเกมระดับ World Class ประเดิมด้วยอีเวนท์ใหญ่  G-Star 2019 ที่ประเทศเกาหลีใต้ ระหว่างวันที่ 16-17 พฤศจิกายน 2562

 

นายศรัณย์ ผโลประการ หัวหน้าฝ่ายงานบริหารธุรกิจฟิกซ์ บรอดแบนด์ เอไอเอส กล่าวว่า “AIS Fibre ในฐานะผู้นำอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ความเร็วสูง เรามีความตั้งใจที่จะพัฒนาบริการเน็ตบ้านความเร็วสูงที่ดีที่สุด เพื่อตอบสนองการใช้ชีวิตของคนไทยยุคดิจิทัลให้ครอบคลุมครบทุกด้าน โดยเฉพาะด้านการเล่นกีฬาอีสปอร์ตที่กำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย วันนี้ เราจึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ทำงานร่วมกับพันธมิตรชั้นนำระดับโลกอย่าง Garena ผู้ให้บริการเกมออนไลน์ชั้นนำ ที่ให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงเกมออนไลน์ยอดนิยมทั้งบนมือถือและคอมพิวเตอร์  อีกทั้งยังมีความแข็งแกร่งในอุตสาหกรรมเกมพีซี เป็นที่ยอมรับในแวดวงนักกีฬาอีสปอร์ต ร่วมกันพัฒนาเครือข่ายให้มีค่า Latency ต่ำที่สุด เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการเชื่อมต่อและเล่นเกมอีสปอร์ต พร้อมมอบไอเทมสุดเอ็กซ์คลูซีฟในเกมให้ลูกค้าที่สมัครแพ็กเกจ eSports รวมถึงสนับสนุนคออีสปอร์ตเข้าร่วมทัวร์นาเม้นท์และอีเว้นท์เกมชั้นนำระดับโลก ทั้งหมดนี้ ถือเป็นการมอบประสบการณ์แห่งโลกอีสปอร์ตที่ครบเครื่อง ตอบโจทย์ Customer Insight ให้กับสาวกอีสปอร์ตอย่างแท้จริง”

 

ดร. ศรุต วานิชพันธุ์,ผู้อำนวยการ Sea (ประเทศไทย) ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตแพลตฟอร์มชั้นนำ อาทิ Garena กล่าวว่า “ในฐานะผู้นำด้านผลิตภัณฑ์เกม Garena มุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อมอบประสบการณ์เหนือระดับให้กับเหล่าเกมเมอร์อยู่เสมอ ทั้งบนแพลตฟอร์มมือถือและคอมพิวเตอร์สำหรับความร่วมมือระหว่าง Garena และ AIS Fibre บนเกมพีซียอดนิยม อย่าง Point blank, FIFA Online 4, Heroes of Newerth, League of Legends, Blade and soul และ Ring of Elysium นี้ ก็เป็นการตอบโจทย์และเติมเต็มความต้องการของผู้บริโภคยุคปัจจุบัน ซึ่งมองหาประสบการณ์การเล่นเกมใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา ที่สำคัญความร่วมมืออย่างเต็มรูปแบบในครั้งนี้  ยังสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทั้ง Garena และ AIS Fibre ในการเดินหน้าสนับสนุนวงการอีสปอร์ตของประเทศไทย  ผ่านรายการแข่งขัน eSports Tournament ตลอดปี เพื่อให้นักกีฬาอีสปอร์ตได้ฝึกฝนทักษะและอัพสกิล พร้อมก้าวสู่เวทีการแข่งขันในทัวร์นาเม้นท์ระดับโลก อาทิ กิจกรรม FIFA Pro League จากเกม FIFA Online 4  เพื่อเข้าแข่งขัน รายการ EACC Winter และ กิจกรรม Pointblank Thailand Championship จากเกม  Point Blank เพื่อเข้าแข่งขัน Pointblank World Championship”

ชวนครอบครัวปั่นเที่ยวสุดขีด...พิชิตเกมผ่านแอปฯ ตะลุยเมืองโบราณ ในกิจกรรม AIS Family Rally เพื่อสายใจไทย ครั้งที่ 26 ตอน Family Bike Rally

 

          โครงการสานรัก สนับสนุนสถาบันครอบครัวจากเอไอเอส ชวนครอบครัวคนไทยร่วมใช้เวลาว่างออกกำลังกายสานสัมพันธ์ในครอบครัว ในกิจกรรมปั่นจักรยานสุดสนุก AIS Family Rally เพื่อสายใจไทย ครั้งที่ 26 ตอน Family Bike Rally แรลลี่การกุศล ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ในวันเสาร์ที่ 10 สิงหาคม 2562 ณ เมืองโบราณ จ.สมุทรปราการ

 

190702 Pic 01_AIS Family Rally เพื่อสายใจไทย ครั้งที่ 26.jpg

         

          เอไอเอส โดยนางอมรรัตน์ ชาญปรีชญา หัวหน้าส่วนงานประชาสัมพันธ์ กล่าวว่า “นับเป็นครั้งแรกของเมืองไทยในการจัดการแข่งขัน แรลลี่จักรยาน ประเภทครอบครัว ผ่านแอปพลิเคชัน AIS Rally บนมือถือ ซึ่งผู้แข่งขันแต่ละทีม สามารถเล่นเกม เก็บคะแนน รวมถึง ประมวลผลการแข่งขันได้ภายในแอปฯ เดียว โดยที่ผ่านมา โครงการสานรัก ได้จัดกิจกรรมแรลลี่ต่อเนื่องมาจนถึงครั้งที่ 26 แล้ว ซึ่งนอกจากจะเป็นการกระชับความสัมพันธ์ของครอบครัวในสังคมยุคดิจิทัลแล้ว เรายังพลิกโฉมรูปแบบการแข่งขันด้วยการใช้จักรยานเพื่อช่วยลดการใช้พลังงาน ลดมลพิษ ผ่านแอปฯ AIS Rally ที่ได้พัฒนาฟังค์ชั่นใหม่ๆ เพื่อเพิ่มความสนุกสนานและยังได้นำเกมเทคโนโลยี VR และ Interactive มาใช้ในการแข่งขัน เพื่อให้ทุกคนได้ออกกำลังกาย ร่วมวางแผนทำงานเป็นทีม เพื่อพิชิตภารกิจต่างๆ ร่วมกัน ผ่านกิจกรรมที่เราสร้างสรรค์ขึ้นตลอดทั้งวันอย่างเต็มที่”

 

          AIS Family Rally เพื่อสายใจไทย ครั้งที่ 26 ตอน Family Bike Rally เป็นการแข่งขันแรลลี่จักรยาน ประเภทครอบครัว ทีมละ 3 คน โดยแต่ละทีม จะได้ท่องเที่ยวเรียนรู้ประวัติศาสตร์และตะลุยเกมที่ท้าทายผ่านแอปพลิเคชัน AIS Rally ด้วยจักรยานสองล้อบนพื้นที่รอบเมืองโบราณ จ.สมุทรปราการ โดยรายได้สมทบทุนมูลนิธิสายใจไทย นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมจับฉลากลุ้นของรางวัล และมินิคอนเสิร์ตจาก 2 นักแสดงสุดฮอต “ออฟ” - จุมพล อดุลกิตติพร และ “กัน” อรรถพันธ์ พูลสวัสดิ์ ในงานเลี้ยงประกาศผลการแข่งขันด้วย

 

          ครอบครัวที่สนใจ สมัครเข้าร่วมแข่งขันได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ทาง Facebook: AIS Sarnrak รับจำนวนจำกัดเพียง 70 ครอบครัว ค่าสมัคร (จำนวน 3 ท่าน) ทีมละ 2,990 บาทเท่านั้น สอบถามเพิ่มเติม โทร. 02-029-5290

 

 

190702 Pic 02_คุณอมรรัตน์_AIS Family Rally.jpg