ข้ามการนำทาง
2019

AIS Business เปิดตัว AIS eBiz Shop ช่องทางออนไลน์เพื่อลูกค้าองค์กรและเจ้าของธุรกิจ รายแรกในไทย! ให้ลูกค้าเปิดเบอร์ออนไลน์พร้อมยืนยันตัวตนผ่าน e-KYC มั่นใจได้ในความปลอดภัยข้อมูล พร้อมเคียงข้างผู้ประกอบการในทุกมิติ

190830 Pic AIS Business เปิดตัว AIS eBiz Shop ช้อปออนไลน์เพื่อเจ้าของธุรกิจ.jpg

30 สิงหาคม 2562: AIS Business ตอกย้ำผู้นำบริการเพื่อองค์กรครบวงจร ที่พร้อมนำ Digital Infrastructure เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับลูกค้าองค์กร ตั้งแต่องค์กรขนาดเล็กไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ และเจ้าของธุรกิจที่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ล่าสุด เดินหน้ายกระดับการให้บริการไปอีกขั้น ด้วยการเปิดตัว AIS eBiz Shop ช่องทางออนไลน์ที่พร้อมเคียงข้างลูกค้าองค์กรและเจ้าของธุรกิจในทุกมิติอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าซื้อสินค้าและบริการจาก AIS Business ได้ง่ายๆ และสะดวกสบาย อยู่ที่ไหนก็ใช้บริการได้ ไม่ต้องเดินทางไปศูนย์บริการ และไม่ต้องรอคิวอีกต่อไป ลูกค้าจึงสามารถใช้เวลาในการดูแลธุรกิจได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมให้บริการแล้วทั้งลูกค้านิติบุคคลและบุคคลธรรมดา

 

ประเดิมการเปิดตัว AIS eBiz Shop ด้วยบริการเปิดเบอร์ใหม่พร้อมสมัครแพ็กเกจที่คัดสรรมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานของเจ้าของธุรกิจโดยเฉพาะ โดยลูกค้าที่สมัครใช้บริการจะได้รับการยืนยันตัวตนตามกระบวนการ e-KYC จึงมั่นใจได้ในระบบการดูแลความปลอดภัยข้อมูล ช่วยป้องกันการหลอกลวงหรือการนำชื่อบริษัทไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต นับเป็นผู้ให้บริการรายแรกของไทยที่นำกระบวนการ e-KYC มาใช้ในการให้บริการเปิดเบอร์ใหม่ผ่านช่องทางออนไลน์แก่ลูกค้านิติบุคคลและบุคคลธรรมดา ซึ่งในอนาคต จะขยายการบริการให้ครอบคลุมความต้องการของลูกค้ามากขึ้น อาทิ บริการเปลี่ยนเบอร์มือถือที่จดทะเบียนในนามบุคคลธรรมดาเป็นนิติบุคคล ซื้อบริการเสริมหรือโซลูชันต่างๆ เป็นต้น

 

ลูกค้านิติบุคคลและบุคคลธรรมดา สามารถเปิดเบอร์ใหม่ผ่าน AIS eBiz Shop ได้ง่ายกว่า ปลอดภัยกว่า และคุ้มกว่า โดยมีขั้นตอน ดังนี้

1. เลือกเบอร์ใหม่พร้อมแพ็กเกจที่กำหนด

2. กรอกข้อมูล และอัปโหลดเอกสารเข้าสู่ระบบ

3. ยืนยันตัวตนด้วยกระบวนการ e- KYC ผ่าน VDO Call

4. รอรับซิมการ์ดที่บ้าน จัดส่งโดย Kerry

 

พิเศษสุด!รับเน็ตเพิ่มอีก สูงสุด 240 GB (เดือนละ 20 GB นาน 12 รอบบิล) เฉพาะลูกค้าที่สมัครแพ็กเกจผ่าน AIS eBiz Shop เท่านั้น ตั้งแต่วันนี้ - 31 ธันวาคม 2562

 

ลูกค้าที่สนใจสามารถใช้บริการ AIS eBiz Shop ได้ที่เว็บไซต์ https://business.ais.co.th/aisebizshop/ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ AIS Business Call Center 1149

เอไอเอส คว้า 2 รางวัลใหญ่ “The best of DRIVE AWARD 2019” อันดับ 1 และ “DRIVE AWARD 2019 Excellence Technology” จากเวที “DRIVE AWARD 2019” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3

190830 Pic1_นางสาวกานติมา เลอเลิศยุติธรรม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล.jpg

30 สิงหาคม 2562 : เอไอเอส ในฐานะผู้ให้บริการด้าน Digital Life Service Provider ที่มุ่งมั่นพัฒนาบริการให้สอดรับกับทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้าอย่างดีที่สุด ผ่านการดำเนินกลยุทธ์ทางการตลาดที่เข้าใจผู้บริโภค รวมถึงส่งเสริมการนำเทคโนโลยีมาปรับประยุกต์ใช้ในองค์กรอันจะเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ตลอดจนการดำเนินกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ส่งผลให้ เอไอเอส นำโดย นางสาวกานติมา เลอเลิศยุติธรรม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล สามารถคว้ารางวัล The best of DRIVE AWARD 2019 สุดยอดองค์กรชั้นนำอันดับ 1 ที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ในสาขาเทคโนโลยี และ DRIVE AWARD 2019 Excellence Technology องค์กรที่เป็นเลิศในสาขาธุรกิจเทคโนโลยี มาครองได้สำเร็จต่อเนื่องเป็นปีที่ 3

 

โดยรางวัลนี้พิจารณาจากผลประกอบการปี 2018 และข้อมูลย้อนหลัง 3 ปี เพื่อประเมินถึงผลประกอบการ และการบริหารจัดการองค์กร ร่วมกับการพิจารณา CG Score, Thailand Sustainability Investment และข้อมูลการทำประโยชน์ ช่วยเหลือชุมชน สังคม การดูแลใส่ใจสิ่งแวดล้อม และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างความยั่งยืน ซึ่งสมาคมนิสิตเก่าเอ็มบีเอ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้จัดตั้งรางวัลนี้ขึ้น เพื่อมอบให้กับองค์กรที่มีผลงานโดดเด่นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับมหภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล โดยมี นายสุรพร ดนัยตั้งตระกูล กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ประจำกระทรวงพลังงาน เป็นผู้มอบรางวัล

 

AIS ผนึก Huawei, NOKIA, ZTE ทดลอง ทดสอบ 5G เข้มข้น

 

28 สิงหาคม 2562 : นายเกรียงศักดิ์ วาณิชย์นที หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเทคโนโลยี บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS ร่วมกับ นายเฟิง เติ้ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด, นายเซบาสเตียน โลฮอง ผู้อํานวยการบริษัท โนเกีย (ประเทศไทย) จำกัด, นายป๋าย กาง ประธานบริหารฝ่ายผลิตภัณฑ์ 5 จี บริษัท แซดทีอี คอร์ปอเรชัน ลงนามใน MOU ร่วมศึกษาวิจัย แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ พร้อมร่วมทดลอง ทดสอบเทคโนโลยีเกี่ยวกับ 5G เพื่อเตรียมพร้อมในการพัฒนา Use Case ที่ตอบโจทย์ทั้งในระดับการพัฒนาอุตสาหกรรมต่างๆ และการยกระดับบริการเพื่อประโยชน์ในการใช้ชีวิตของผู้บริโภค อีกทั้งช่วยเสริมองค์ความรู้ให้แก่บุคลากรของทุกฝ่ายใน ECOSYSTEM เพื่อความเสริมความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรม Digital ของประเทศต่อไป

 

190828 PIC_Huawei_2.jpg

 

190828 PIC_Nokia_2.jpg190828 PIC_ZTE_2.jpg

AIS 1-2-Call! จับมือ 3 พันธมิตรร้านค้าปลีกยักษ์ใหญ่ Big C, FamilyMart และ Tesco Lotus ให้ลูกค้าเข้าถึงบริการได้ง่ายยิ่งขึ้นผ่านช่องทางจัดจำหน่ายกว่า 25,000 สาขาทั่วประเทศ

Pic 01_AIS-1-2 Call.jpg

 

27 สิงหาคม 2562 : เอไอเอส วัน-ทู-คอล! ผนึกกำลังสามพันธมิตรร้านค้าปลีกยักษ์ใหญ่ของประเทศ ประกอบด้วย Big C, FamilyMart และTesco Lotus วางจำหน่ายสินค้าและบริการในเครือเอไอเอสผ่านจุดจำหน่ายกว่า 25,000 สาขา ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วไทย ซึ่งจะเป็นการเสริมความแข็งแกร่งด้านช่องทางการจัดจำหน่าย พร้อมอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้าและบริการได้ง่ายยิ่งขึ้น พร้อมรับคะแนนสะสมสูงสุดถึง 1,000 พอยท์

 

นางสาวเบญจพร กำเพ็ชร หัวหน้าสำนักการตลาดกลุ่มลูกค้าพรีเพด เอไอเอส กล่าวว่า "เอไอเอส ในฐานะผู้นำเครือข่ายและบริการดิจิทัลอันดับ 1 ของประเทศ เราให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมการให้บริการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อมาช่วยเสริมสร้างความสะดวกสบายและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบวงจร โดยปัจจุบัน เอไอเอส มีช่องทางหลักในการจำหน่ายสินค้าและบริการผ่าน AIS SHOP, ร้าน AIS by Partner, ร้าน Telewiz, AIS Buddy และช่องทาง ARS (ลูกตู้) กว่า 20,000 จุด อย่างไรก็ตาม ลูกค้าในบางพื้นที่ยังมีข้อจำกัดที่ไม่สามารถเข้าถึงสินค้าและบริการของเราได้อย่างสะดวกสบายเท่าที่ควร

ดังนั้น เพื่อขยายช่องทางจัดจำหน่ายให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้ามากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าเติมเงินของเรา ซึ่งส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในโซนต่างจังหวัดและหัวเมืองสำคัญๆ เราจึงร่วมเป็นพันธมิตรกับโมเดิร์น แชนแนล ชั้นนำของประเทศไทย ได้แก่ Big C, FamilyMart และ Tesco Lotus นำสินค้าและบริการในเครือเอไอเอสไปวางจำหน่ายตามจุดให้บริการของเครือพันธมิตร โดยนำร่องวางจำหน่ายผ่าน Big C super store 148 สาขา, mini Big C 800 สาขา, Tesco Lotus 198 สาขา, Lotus Express 1,600 สาขา และ FamilyMart อีก 1,200 สาขา ซึ่งเมื่อรวมกับสาขาของ AIS Shop, ร้าน AIS by Partner ร้าน AIS Telewiz, AIS Buddy และช่องทาง ARS (ลูกตู้) ที่มีอยู่ จะทำให้สร้างช่องทางการจัดจำหน่ายที่เข้าถึงลูกค้าได้มากกว่า 25,000 สาขา ช่วยเสริมศักยภาพและความแข็งแกร่งให้กับเอไอเอสได้มากยิ่งขึ้น”

 

ลูกค้าเอไอเอสสามารถทำรายการต่างๆ ผ่านโมเดิร์น แชนแนล แต่ละแห่งได้ ดังนี้

 

•ร้าน mini Big C บริการจำหน่ายซิมในระบบเติมเงิน AIS 1-2-Call! มั่นใจในความปลอดภัยข้อมูลด้วยระบบยืนยันตัวตนเพื่อเปิดซิมใหม่, บริการจำหน่ายบัตรเติมเงิน AIS 1-2-Call! และ e-pin, รับชำระค่าบริการเอไอเอส รายเดือนและ AIS Fibre

•Big C Superstore บริการจำหน่ายซิมในระบบรายเดือนและระบบเติมเงิน AIS 1-2-Call! มั่นใจในความปลอดภัยข้อมูลด้วยระบบยืนยันตัวตนเพื่อเปิดซิมใหม่, บริการจำหน่ายบัตรเติมเงิน AIS 1-2-Call! และ e-pin, รับชำระค่าบริการเอไอเอส รายเดือนและ AIS Fibre พร้อมบริการจำหน่ายสมาร์ทโฟนในโครงการของ AIS ซึ่งมีเฉพาะสาขาที่ร่วมรายการเท่านั้น

•ร้าน FamilyMart บริการจำหน่ายซิมในระบบเติมเงิน AIS 1-2-Call! มั่นใจในความปลอดภัยข้อมูลด้วยระบบยืนยันตัวตนเพื่อเปิดซิมใหม่, บริการจำหน่ายบัตรเติมเงิน AIS 1-2-Call! และ e-pin,รับชำระค่าบริการเอไอเอส รายเดือนและ AIS Fibre

•ร้าน Lotus Express บริการจำหน่ายซิมในระบบเติมเงิน AIS 1-2-Call! มั่นใจในความปลอดภัยข้อมูลด้วยระบบยืนยันตัวตนเพื่อเปิดซิมใหม่, บริการจำหน่ายบัตรเติมเงิน AIS 1-2-Call! และ e-pin,และ รับชำระค่าบริการเอไอเอส รายเดือน และ AIS Fibre

•Tesco Lotus บริการจำหน่ายซิมในระบบรายเดือนและระบบเติมเงิน AIS 1-2-Call! มั่นใจในความปลอดภัยข้อมูลด้วยระบบยืนยันตัวตนเพื่อเปิดซิมใหม่, บริการจำหน่ายบัตรเติมเงิน AIS 1-2-Call! และ e-pin, รับชำระค่าบริการเอไอเอส รายเดือน,AIS Fibre พร้อมบริการจำหน่ายสมาร์ทโฟนในโครงการของ AIS ซึ่งมีเฉพาะสาขาที่ร่วมรายการเท่านั้น

 

และเพื่อต้อนรับการวางจำหน่ายผ่านร้านค้าของเครือข่ายพันธมิตร เอไอเอสจึงนำ AIS 1-2-Call! The ONE SIM ซิมแห่งความบันเทิงที่ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าทั่วประเทศ เพราะช่วยตอบสนองความต้องการของคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี ทั้งด้านความคุ้มค่าในการใช้งานและราคาที่ประหยัด มาจำหน่ายผ่านช่องทางเหล่านี้ พร้อมจัดแคมเปญกระตุ้นตลาด โดยเมื่อลูกค้าซื้อ AIS 1-2-Call! The ONE SIM ผ่าน 3 ช่องทางดังกล่าว ก็จะได้รับคะแนนคืนผ่านบัตรสมาชิกของแต่ละร้านค้า สูงสุดถึง 1,000 คะแนน ซึ่งสามารถนำคะแนนไปแลกรับส่วนลดในการซื้อสินค้าผ่านช่องทางดังกล่าวได้อีกด้วย

เอไอเอส ผนึก หัวเว่ย ยืนยันความเป็นพันธมิตรรายสำคัญ หลังทดลอง ทดสอบ 5G ผ่าน “Smart City” สำเร็จ

 

 

190822 Pic 02 AIS ผนึก Huawei ยืนยันความเป็นพันธมิตรรายสำคัญ หลังทดลองทดสอบ....jpg

 

22 สิงหาคม 2562 : นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ร่วมกับ นายเจมส์ วู ประธานบริหาร บริษัท หัวเว่ย ประจำภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประสานความร่วมมือในฐานะพาร์ทเนอร์เชิงกลยุทธ์ ในโอกาสที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ และ กสทช. พร้อมเอไอเอส ทดลองทดสอบ 5G ด้วยแนวคิด “Smart City Smart Connected Car” สำเร็จเป็นอย่างดี สามารถนำผลจากการทดลอง ทดสอบมาเตรียมพัฒนาบริการเพื่อยกระดับการบริหารจัดการเมืองได้ตามเป้า

 

โดย นายสมชัย กล่าวว่า “เราได้ร่วมมือกับหัวเว่ยมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 โดยเอไอเอสจะร่วมทำงานแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางด้านเทคโนโลยี และ R&D ระดับโลกกับหัวเว่ย เพื่อพัฒนาบริการดิจิทัลเซอร์วิสในทุกๆ ส่วนงาน ทั้งในด้านไอที (IT), เครือข่าย (Network), บริการเสริม (Value Added Service), ฟิกซ์บรอดแบนด์ (Fixed Broadband), ดีไวซ์ (Device), ไอโอที (IoT) และ ล่าสุด คือ 5G ที่ได้ทำการทดลอง ทดสอบร่วมกันอย่างดี พร้อมร่วมนำผลการศึกษามาใช้เพื่อตอบโจทย์การพัฒนา 5G ในอนาคตตามเป้าหมาย”

 

เอไอเอสจะเดินหน้าผลักดันการนำเทคโนโลยีของหัวเว่ยมาร่วมยกระดับขีดความสามารถของประเทศไทยด้านดิจิทัล โดยจะนำบริการดิจิทัลที่เป็นนวัตกรรมระดับโลกมามอบให้แก่คนไทยได้สัมผัสอย่างต่อเนื่องแน่นอน”

เอไอเอส ผนึก วิศวะ จุฬาฯ-ม.อ.เดินหน้าทดสอบ 5G VDO Call ข้ามภูมิภาค ครั้งแรก! จากกรุงเทพฯ ถึง หาดใหญ่ ชัดเป๊ะ ด้วยความเร็วถึง 1,436 Mbps จาก NEXT G+

 

13 สิงหาคม 2562 - เอไอเอส ผนึก คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เดินหน้าทดสอบเทคโนโลยี 5G ต่อเนื่อง กับครั้งแรกของไทย ในการโชว์ 5G VDO Call ข้ามภูมิภาค จากกรุงเทพฯ ตรงถึง หาดใหญ่ พร้อมเสริมด้วย NEXT G+ บนเครือข่าย 5G เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเปิดให้บริการแก่ผู้บริโภคไทยในอนาคต

 

69010796_411891189449189_1209707178487709696_n.jpg

 

นายวสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าฝ่ายงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ เอไอเอส กล่าวว่า “เราเดินหน้าทดลองทดสอบเทคโนโลยี 5G ในมิติต่างๆมาอย่างต่อเนื่อง ทั้ง Use case ที่จะเป็นประโยชน์ต่อภาคอุตสาหกรรมต่างๆ รวมถึง Use case ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้บริโภค เพราะ 5G คือ โอกาสครั้งสำคัญที่จะพลิกโฉมการเดินหน้าของประเทศไปอีกขั้น ซึ่งผลการทดสอบเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับการเตรียมความพร้อมในการพัฒนาเครือข่ายในอนาคต”

 

“ล่าสุด เพื่อให้ได้มุมมองครบถ้วนในแง่ของ End User เราจึงร่วมกับ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ทดสอบทดลอง การใช้งาน VDO Call ข้ามภูมิภาคระหว่างกรุงเทพมหานคร และ ภาคใต้ ณ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เป็นครั้งแรก ด้วยคุณภาพเสียงระดับ Ultra HD Voice พร้อมภาพความละเอียดสูงระดับ 4K ซึ่งไม่สามารถทำได้บนเครือข่าย 4G ในปัจจุบัน รวมถึงทดสอบการดาวน์โหลดและอัพโหลดข้อมูลด้วยระบบเครือข่ายเอไอเอส Next G+ ครั้งแรกในโลก ที่เกิดจากการผสมผสานสมรรถนะของเครือข่าย 5G แห่งอนาคตเข้ากับสุดยอดความเร็วจาก AIS SUPER WiFi โดยผลปรากฎว่าทำความเร็วการดาวน์โหลดได้ถึง1,436 Mbps และอัพโหลดได้ถึง 478 Mbps ลบสถิติสูงสุดที่เอไอเอสเคยทำได้ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา”

 

นายวสิษฐ์ กล่าวตอนท้ายว่า “ต้องขอขอบคุณคณาจารย์จาก คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา รวมถึง กสทช. ที่สนับสนุนและร่วมมือกันทดสอบนวัตกรรมต่างๆบน 5G จนสามารถต่อยอด เกิดองค์ความรู้ที่จะมาร่วมกันพัฒนาอุตสาหกรรมได้อย่างดียิ่ง”

 

ชมวิดีโอสาธิตการทดสอบเครือข่าย 5G และ Next G+ ได้ที่ www.youtube.com/watch?v=4JxYRmaNZ6k

 

69084103_364881574190411_6401008564042727424_n.jpg

190821 Pic1_นายวิศรุต เอื้ออานันท์ เอไอเอส และ นายนรสิทธิ์ สิทธิเวชวิจิตร ไลน์.jpg

ปังไม่หยุด! เอไอเอสคว้า 2 รางวัล ‘ที่สุด’ ในกลุ่มเทคโนโลยี การสื่อสาร และบันเทิง จากเวที LINE Thailand Awards 2019

 

เอไอเอส คว้า 2 รางวัลใหญ่ จากเวที LINE Thailand Awards 2019 ซึ่งจัดโดย LINE ประเทศไทย จากผลงานไลน์ออฟฟิเชี่ยลแอคเคาท์ที่สร้าง Engagement มากที่สุด และสติกเกอร์ แบรนด์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด 2 ปีซ้อน ในกลุ่มเทคโนโลยี การสื่อสาร และบันเทิง ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านดิจิทัลที่สามารถพัฒนาช่องทางการติดต่อสื่อสารตอบโจทย์กับทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้า

 

เอไอเอส โดย นายวิศรุต เอื้ออานันท์ หัวหน้าส่วนงานบริหารช่องทางออนไลน์ เป็นตัวแทนบริษัท รับ 2 รางวัล ‘ที่สุด’ ได้แก่ 1.ออฟฟิเชี่ยลแอคเคาท์ที่สร้าง Engagement มากที่สุด (Most engaged official account) 2.สติกเกอร์แบรนด์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด (Most used sponsored stickers) จาก LINE ประเทศไทย ในฐานะที่ออฟฟิเชี่ยลแอคเคาท์ AIS บนแอปพลิเคชัน LINE สามารถสื่อสารกับผู้บริโภคผ่านรูปภาพ ข้อความ คลิปวิดีโอได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตรงใจผู้บริโภค โดยมีเกณฑ์พิจารณารางวัลจากการโต้ตอบระหว่างแบรนด์และผู้บริโภค ประสิทธิภาพของข้อความที่ใช้ในการส่งออก และการตอบโจทย์ต่อสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการ

 

อีกทั้งเอไอเอส ยังได้รับรางวัลสติกเกอร์แบรนด์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน จากผลงาน Aunjai: Everyday Lovely ที่นำคาแรคเตอร์ของน้องอุ่นใจ มาออกแบบเป็นสติกเกอร์ที่มีความน่ารัก อบอุ่น ใช้ได้ในทุกโอกาส จนได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดีและมีการใช้งานสติกเกอร์อย่างต่อเนื่อง โดยรางวัลนี้พิจารณาจากอัตราการใช้งานสติกเกอร์ โดยมี นายนรสิทธิ์ สิทธิเวชวิจิตร รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ บริษัท LINE ประเทศไทย จำกัด เป็นตัวแทนมอบรางวัล

 

190821 Pic3_รางวัล Most engaged official account และ Most used sponsored stickers.jpg

เอไอเอส จัดแพ็กเกจพิเศษเพื่อพี่น้องชาวใต้ พร้อมส่ง “เอกชัย ศรีวิชัย” ความภูมิใจชาวปักษ์ใต้ ตอกย้ำเครือข่ายเบอร์ 1 ตัวจริง

190820 Pic 03_AIS No 1 in South_ทีมผู้บริหารเอไอเอส.JPG

เอไอเอส เดินหน้าโหมกลยุทธ์รุกตลาดภูมิภาคทั่วไทยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ยกทัพเทคโนโลยีดิจิทัลเสริมศักยภาพความแข็งแกร่งภาคใต้ ประกาศแคมเปญมัดใจชาวปักษ์ใต้ “เอไอเอส ที่ 1 ตัวจริง เร็วแรงสุดทั่วภาคใต้” ตอกย้ำศักยภาพเครือข่าย 4G, 4.5G และ NEXT G ที่เร็วสุด แรงสุด และครอบคลุมมากที่สุดทั่วภาคใต้กว่า 1,083 ตำบล พร้อมขยายช่องทางจัดจำหน่ายให้ชาวใต้เข้าถึงได้อย่างสะดวก รวดเร็ว กว่า 4,000 จุด รวมทั้งออกแบบแพ็กเกจและโปรโมชั่นมือถือที่สอดคล้องกับพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าในพื้นที่ภาคใต้ ส่งผลให้เอไอเอสยังคงครองส่วนแบ่งทางการตลาดในพื้นที่ภาคใต้เป็นอันดับ 1 ด้วยจำนวนลูกค้า 5.7 ล้านเลขหมาย คิดเป็นสัดส่วน 14% ของฐานลูกค้าทั่วประเทศ

190820 Pic 05_AIS No 1 in South_คุณเบญจพร กำเพ็ชร และ คุณเอกชัย ศรีวิชัย.jpg

ล่าสุด เพื่อสื่อสารกับชาวใต้ได้แบบโดนใจ เอไอเอสจึงร่วมทำงานกับ “พี่เอก - เอกชัย ศรีวิชัย” นักร้องลูกทุ่งชื่อดังผู้เป็นความภาคภูมิใจของชาวใต้ ในการจัดกิจกรรมทัวร์คอนเสิร์ตทั่วพื้นที่ภาคใต้ให้กับลูกค้าเอไอเอส จัดเต็มอย่างยิ่งใหญ่ถึง 15 รอบการแสดง โดยเฉพาะวันที่ 23 สิงหาคม จังหวัดสงขลา, 30 สิงหาคม จังหวัดตรัง, 31 สิงหาคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี และ 11 กันยายน จังหวัดนครศรีธรรมราช ให้ลูกค้าเอไอเอสเข้าชมฟรีตลอดงาน

  

พร้อมกันนี้ ยังได้คัดสรรบริการดิจิทัลที่หลากหลาย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์พี่น้องชาวปักษ์ใต้บ้านเรา ไม่ว่าจะเป็น แพ็กเกจเสริมพิเศษ ให้เล่นเน็ตได้เต็มสปีด และโทรฟรีทุกเครือข่ายในราคาประหยัด สำหรับ 6 จังหวัดที่โฟกัสเป็นพิเศษในภาคใต้ ได้แก่ สงขลา, นราธิวาส, ปัตตานี, ยะลา, สตูล และระนอง, AIS Lucky SIM ซิมสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ  ให้เล่นเน็ตและโทรกลับบ้านราคาพิเศษขณะท่องเที่ยวในภาคใต้, ซิมพม่า เพื่อชาวเมียนมาที่อาศัยในพื้นที่ภาคใต้ ให้เล่นโซเชียลฟรี พร้อมโทรกลับพม่าในราคาประหยัด

  

นอกจากนี้ ยังจัดเต็มกับสิทธิพิเศษแบบ 360 องศาจากร้านอาหาร เครื่องดื่ม และแหล่งช้อปปิ้ง ดังทั่วภาคใต้มากกว่า 300 ร้าน ที่ เอไอเอส คัดสรรมาเพื่อไลฟ์สไตล์คนปักษ์ใต้ พร้อมกิจกรรมมื้อนี้ฟิน วันนี้ฟรี ทั่วภาคใต้ ซึ่งมียอดลูกค้าใช้สิทธิ์กว่า 150,000 เลขหมายต่อปี

ขอนแก่นตื่นตัว...เร่งอัพเกรดความรู้ เปลี่ยนทันโลกยุคดิจิทัล หนุนแกร่งพัฒนาเมืองสู่ Smart City พร้อมแกะสูตร “Data” ชูธุรกิจโตเข้มแข็ง ในงานสัมมนา AIS ACADEMY for THAIs @ขอนแก่น

190819 Pic 04 - ผู้บริหารองค์กรธุรกิจชั้นนำ ร่วมวงเสวนา ในหัวข้อ สูตรลับ data ปั้นธุรกิจให้โดน.JPG

              งานสัมมนา AIS ACADEMY for THAIs: to the Region องค์ความรู้ สู่ภูมิภาค ที่จังหวัดขอนแก่น ซึ่งนำองค์ความรู้ทางเทคโนโลยี และประสบการณ์ด้านการบริหารธุรกิจในยุค Digital Disruption จากวิทยากรนานาชาติหลากหลายอุตสาหกรรม ตลอดจนนำเอานวัตกรรมดิจิทัลมาช่วยขับเคลื่อนพัฒนาเมืองสู่ Smart City ณ โรงแรม อวานี ขอนแก่น ได้รับความสนใจจากผู้ร่วมงานมากกว่า 1,000 ท่าน พร้อมมุมคิด “หากต้องการพัฒนาเมือง ต้องบูรณาการข้อมูลได้จริง”

 

190819 Pic 01 - คุณกานติมา หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล - AIS.JPG          

               นางสาวกานติมา เลอเลิศยุติธรรม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล AIS กล่าวถึง จุดมุ่งหมายของภารกิจคิดเผื่อในครั้งนี้ว่า “เหตุผลสำคัญของการเดินหน้าขยายองค์ความรู้มาสู่ภูมิภาค ด้วย AIS Academy เชื่อมาโดยตลอดว่า ทักษะความรู้ใหม่ๆ จะมีส่วนช่วยให้คนไทยได้พัฒนาขีดความสามารถ สร้างคุณค่าใหม่ๆ จนกลายเป็นศักยภาพที่โดดเด่น ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างยั่งยืนโดยเฉพาะทางภาคอีสานที่จังหวัดขอนแก่น เราได้หยิบยกประเด็นที่สอดคล้องกับความสนใจและวิถีชีวิตของคนในพื้นที่เป็นสำคัญ เพื่อให้องค์ความรู้ที่นำมาถ่ายทอดนั้น เป็นประโยชน์ในการนำไปประยุกต์ใช้ได้มากที่สุด ประเด็นเรื่อง Smart City เป็นหนึ่งในจุดร่วมที่ชาวขอนแก่นมีส่วนร่วมในการวางรากฐานพัฒนาเมืองที่พวกเขาต้องการ ทำให้ภารกิจ AIS ACADEMY for THAIs: to the Region ครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากประชาชนในพื้นที่ ทั้งจากหน่วยงานภาครัฐ, ภาคธุรกิจ และภาคการศึกษา ที่ลงทะเบียนและมาร่วมงานมากกว่า 1,000 ท่าน สะท้อนให้เห็นถึงสัญญาณความตื่นตัวของคนไทยในภูมิภาค ที่เข้าใจถึงกระแสความเปลี่ยนแปลงของโลก และเข้าใจถึงทักษะความรู้ที่จำเป็นต่อการพัฒนาชีวิตและสังคมในบริบทที่แตกต่างกันไป ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้ประเทศไทยก้าวทันต่อกระแส Digital Disruption อีกด้วย”

 

190819 Pic 03 - Mr. Chris Barker เล่าถึงแนวคิดการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเป็นส่วนผสมพัฒนาเมือง.JPG

               โดยงาน AIS ACADEMY for THAIs: to the Region องค์ความรู้ สู่ภูมิภาค ภารกิจคิดเผื่อเพื่อคนไทย จังหวัดขอนแก่น มุ่งหวังที่จะช่วยยกระดับองค์ความรู้และพัฒนาทักษะที่สำคัญต่อการดำเนินธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ โดยนำเอาประสบการณ์จากการลงมือปฏิบัติจริงของผู้เชี่ยวชาญและนักธุรกิจชั้นนำของไทย นำโดย Mr. Chris Barker, Founder for CBC – Global Transportation and Technology Consulting Firm / คุณกิตติพงษ์ อัศวพิชยนต์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจคลาวด์และซอฟท์แวร์โซลูชั่น บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด / คุณอนันต์ แก้วร่วมวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) / คุณนวลพรรณ ชัยนาม ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด วัตสัน ประเทศไทย / คุณสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ขอนแก่นพัฒนาเมือง (เคเคทีที) จำกัด และ ดร.กวิณพงศ์ ฉัตรานนท์ หัวหน้าแผนกงานบริหารข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูล Big Data เอไอเอส มาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในแง่มุมต่างๆ เพื่อจุดประกายความคิด และค้นหาคำตอบในการสร้าง Business Transformation ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ซึ่งผู้สนใจสามารถลงทะเบียนร่วมงานได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น  

 

190819 Pic 05 - คุณสุรเดช ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ขอนแก่นพัฒนาเมือง แสดงความเห็นในการนำข้อมูลมาเชื่อมโยงพัฒนาเมืองขอนแก่นสู่ Smart City.JPG

               บนเวทีสัมมนา ในครั้งนี้ ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของเทคโนโลยี ซึ่งการจะเลือกใช้เทคโนโลยีอะไรนั้น จะต้องศึกษาให้แน่ใจว่า มีความเหมาะสมและเป็นที่ต้องการของพื้นที่นั้นๆ อย่างไรบ้าง ด้าน Mr. Chris Barker ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาระบบขนส่งและเทคโนโลยีระดับโลก ได้กล่าวถึงปัญหาของการพัฒนาเมืองในสังคมโลกยุคปัจจุบันที่พบเห็นส่วนใหญ่นั้น ไม่ว่าจะเป็นการจราจรที่แออัดบนท้องถนน, ปัญหาเรื่องมลพิษ, การเพิ่มขึ้นของประชากรในเมืองใหญ่ และปัญหาด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เสื่อมสภาพ ซึ่งล้วนแต่เป็นปัญหาที่เทคโนโลยีสามารถเข้ามามีส่วนช่วยจัดการได้ในระดับหนึ่ง แต่จะต้องเกิดจากความเข้าใจของคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายเข้ามาช่วยจัดการให้มีประสิทธิภาพด้วย ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของคุณสุรเดช ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ขอนแก่นพัฒนาเมือง ที่ย้ำถึงหัวใจของการใช้ “ข้อมูล” บนเวทีครั้งนี้ว่า การวางรากฐาน สร้าง Smart City จังหวัดขอนแก่นในระยะยาว จะต้องมีการบูรณาการข้อมูลจากทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในเมืองหรือนอกเมือง ภาครัฐ เอกชน หรือประชาชน จึงได้พัฒนา Smart City Operation Center ขึ้นเพื่อนำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์ เชื่อมโยง และนำไปสู่การพัฒนาอย่างมีระบบ ซึ่งเทคโนโลยีใหม่ๆ จะเป็นเครื่องมือที่สำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คือการสร้างองค์ความรู้ให้ชาวขอนแก่นทุกคนได้รู้เท่าเทียม และมองเห็นภาพรวมในการพัฒนาสู่ Smart City ไปด้วยกัน

 

               “AIS Academy ภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มีส่วนนำองค์ความรู้มามอบให้แก่ส่วนภูมิภาค และเชื่อมั่นว่าจะเป็นการจุดประกายให้เกิดการตื่นตัว พัฒนาศักยภาพของแต่ละภาคส่วนได้ไม่มากก็น้อย” นางสาวกานติมา กล่าวทิ้งท้าย

เอไอเอส ผนึก กระทรวงการอุดมศึกษาฯ-ม.อ.และกสทช. บุกแดนมโนราห์! โชว์สาธิตไลฟ์สดครั้งแรก การบังคับรถไร้คนขับข้ามภูมิภาค จากกทม.-หาดใหญ่ ผ่าน 5G พร้อมเปิดตัวนวัตกรรมต้นแบบ กระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล

Pic 012 ผู้บริหารเอไอเอส-รมว.อว.-รองเลขาธิการ กสทช.และผู้บริหารหัวเว่ย.jpg

  • เอไอเอสด้านนวัตกรรมเครือข่ายและเทคโนโลยีตัวจริง เคลื่อนทัพสู่แดนมโนราห์ นำเทคโนโลยีและบริการดิจิทัลแห่งยุคเข้าไปเสริมแกร่งภาคใต้ พร้อมร่วมกับภาครัฐ และภาคการศึกษา ประกอบด้วย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, กสทช. และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เปิดตัวและสาธิตนวัตกรรมต้นแบบที่ช่วยสอดส่องดูแลความปลอดภัยจากเทคโนโลยี 5G บนสภาพแวดล้อมจริง เพื่อเป็นต้นแบบในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ และยกระดับการใช้ชีวิตของชุมชนและประชาชนไปอีกขั้น
  • ครั้งแรกในไทย! กับการสาธิต บังคับรถไร้คนขับทางไกล ข้ามภูมิภาค ระหว่างกรุงเทพฯ และ สงขลา ด้วยระยะทางถึง 9505G (1st 5G Remote Control Vehicle)ให้เคลื่อนที่ไปยังเป้าหมายและหยุดได้แบบเรียลไทม์และปลอดภัย
  • จัดเต็มกว่าเดิม! กับบริการดิจิทัลที่ออกแบบมาเพื่อตอบทุกโจทย์ความต้องการของพี่น้องชาวใต้ พร้อมส่ง "เอกชัย ศรีวิชัย" ความภูมิใจของชาวปักษ์ใต้ เป็นตัวแทนสื่อสารแคมเปญ "เอไอเอสที่ ตัวจริง เร็วแรงสุดทั่วภาคใต้" มัดใจเหล่าพี่บ่าวสาวนุ้ย ตอกย้ำความเป็นเครือข่ายที่ ตัวจริง

Pic 05 นายปรัธนา ลีลพนัง CCBO-AIS.jpg

นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป เอไอเอส กล่าวว่า “ด้วยความมุ่งมั่นของเอไอเอสที่เป็นผู้ริเริ่มพัฒนานวัตกรรมและนำเทคโนโลยีมายกระดับโครงสร้างพื้นฐานของภูมิภาคและประเทศมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้งานทั่วทุกภูมิภาคและทุกเจเนอเรชัน ภายใต้วิสัยทัศน์ของการเป็น Digital Life Service Provider เราจึงไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาเทคโนโลยีแห่งอนาคตอยู่เสมอ นับตั้งแต่การนำนวัตกรรมเทคโนโลยีระดับโลกมาให้บริการ ทั้งเครือข่าย AIS NEXT G ที่เร็ว แรงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, เครือข่าย AIS 4.5G และ AIS 4G ADVANCED ที่รองรับเทคโนโลยีขั้นสูง การันตีด้วยรางวัลเครือข่ายมือถือที่เร็วที่สุดในไทย 4 ปีซ้อนจาก Ookla® Speedtest® ตลอดจนการทดลอง ทดสอบ เทคโนโลยีสื่อสารไร้สายแห่งอนาคต 5G ที่กำลังจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลและยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยไปอีกขั้น โดยที่ผ่านมา เอไอเอส เป็นผู้นำรายแรกในการเปิดพื้นที่ให้นิสิต นักศึกษา นักวิจัย และประชาชนได้ร่วมศึกษา ทดลอง ทดสอบการใช้งาน 5G ในหลากหลายมิติมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในสถาบันการศึกษาชั้นนำทั่วทุกภูมิภาค พร้อมเปิดพื้นที่ AIS D.C. ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม เป็นพื้นที่จัดแสดงเทคโนโลยี 5G เพื่อให้ผู้สนใจและประชาชนทั่วไป ได้สัมผัสเทคโนโลยีล้ำสมัย ช่วยสร้างเสริมองค์ความรู้ ขยายขีดความสามารถ และผลักดันให้ทุกภาคส่วนใน Ecosystem เตรียมพร้อมรับมือกับเทคโนโลยีแห่งอนาคต ตลอดจนสามารถสร้างสรรรค์นวัตกรรมให้สอดคล้องกับภูมิภาค อันจะนำมาซึ่งการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน ขณะเดียวกัน ก็ไม่ลืมที่จะให้ความสำคัญกับการสร้างภูมิคุ้มกันและปลูกจิตสำนึกให้คนไทยรู้จักใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างถูกวิธีผ่านโครงการ “อุ่นใจ Cyber” ที่มุ่งสร้างทักษะและการตระหนักรู้เกี่ยวกับ Digital ควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะการใช้ดิจิทัลอย่างรู้เท่าทัน และป้องกัน (Protector) ความเสี่ยงจากการใช้งานอินเทอร์เน็ต

โดยการลงพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศที่มีความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ มีความเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว รวมถึงมีความพร้อมด้านบุคลากรในการพัฒนาและสร้างสรรค์นวัตกรรม เอไอเอสได้ให้ความสำคัญกับการนำ Digital Infrastructure เข้ามาเสริมแกร่งให้กับคนในพื้นที่ ภายใต้การพัฒนาเครือข่าย 3G และ 4G ให้ครอบคลุมแล้วกว่า 1,083 ตำบล ทั่วทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้, การขยายช่องทางจัดจำหน่ายให้ชาวใต้เข้าถึงได้อย่างสะดวก รวดเร็ว กว่า 4,000 จุด และการออกแบบแพ็กเกจและโปรโมชั่นมือถือ รวมถึงคัดสรรคอนเทนท์ความบันเทิงและสิทธิพิเศษที่สอดคล้องกับพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าในพื้นที่ภาคใต้ ส่งผลให้เรามีส่วนแบ่งทางการตลาดในพื้นที่ภาคใต้เป็นอันดับ 1 ด้วยจำนวนลูกค้า 5.7 ล้านเลขหมาย คิดเป็นสัดส่วน 14% ของฐานลูกค้าทั่วประเทศ

ล่าสุด เพื่อบ่มเพาะและสร้างความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีดิจิทัลให้กับบุคลากรไปด้วยกัน เราจึงประสานความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ทดลอง ทดสอบ ศักยภาพของเทคโนโลยี 5G ในสภาพแวดล้อมจริง บนคลื่นความถี่ 28 GHz ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการทดสอบ 5G ในภาคใต้ ภายใต้การสนับสนุนของ กสทช. โดยดึงจุดเด่นของอัตลักษณ์ทางภูมิศาสตร์ โอกาส ความสนใจ และบริบททางสังคมของภาคใต้เป็นตัวกำหนด ภายใต้แนวคิด “Smart City, Smart Livingระบบต้นแบบเมืองอัจฉริยะ ผ่านการสาธิตการควบคุมรถไร้คนขับแบบข้ามภูมิภาค จากกรุงเทพฯ ถึง จังหวัดสงขลา ในรูปแบบไลฟ์บรอดแคสต์ เป็นครั้งแรกของไทย โดย ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมสาธิตระบบการสื่อสารระหว่างรถต่อรถ ผ่าน 5G ทั้งนี้ เพื่อให้ได้ศึกษาประสิทธิภาพของ 5G ในทุกมิติสำคัญ

ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า "มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยสถาบันวิจัยและนวัตกรรมดิจิทัล สำนักวิจัยและพัฒนา ดำเนินโครงการ การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล ในเรื่อง IoT, Big Data, และระบบปัญญาประดิษฐ์ ภายใต้ชื่อ Smart City Model in Campus ที่ได้รับการอนุมัติและสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาล เพื่อจัดทำระบบต้นแบบเมืองอัจฉริยะที่ใช้นวัตกรรมของมหาวิทยาลัย ณ วิทยาเขตหาดใหญ่ ซึ่งเป็นการพัฒนาและปรับตัวเองให้เข้ากับยุค Digital disruption อาทิ ใช้ระบบ Smart street light ในการใช้ระบบไฟส่องสว่างบนถนน, ติดตั้งระบบสื่อสารข้อมูลดิจิทัลผ่านเครือข่ายคลาวด์และป้ายสื่อสารแบบดิจิทัล, พัฒนารถ EV เป็นต้นแบบของยานยนต์ไร้คนขับและการควบคุมจากระยะไกล ผ่านรูปแบบของ V2รวมถึงถ่ายทอดความรู้ทางด้านดิจิทัล และ Digital transformation ให้กับนักศึกษา ครู อาจารย์ ประชาชน และภาคอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยสถาบันวิจัยและนวัตกรรมดิจิทัล เราทำงานวิจัยและพัฒนาอย่างใกล้ชิดกับ ภาคเอกชนทางด้านโทรคมนาคม บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) เพื่อร่วมกันศึกษา ทดลอง ทดสอบ เทคโนโลยี 5G ในมิติต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง ผ่าน Use Case ที่เป็นประโยชน์ต่อภาคอุตสาหกรรม และ Use Case ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของประชาชน ทั้งนี้ ผมเชื่อว่า สิ่งเหล่านี้จะเป็น Cross cutting technology platform ที่สำคัญในการสนับสนุนการขับเคลื่อน Bioeconomy Circular economy และ Green economy หรือ BCG Model รวมถึงการพัฒนาโจทย์เชิงพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วและยั่งยืน"

โดยมี 5G Use Case ที่น่าสนใจ ดังนี้

Pic 02 ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.อว.โชว์สาธิตไลฟ์สดครั้งแรก การบังคับรถไร้คนขับข้ามภูมิภ.jpg

Pic 03 ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.อว.โชว์สาธิตไลฟ์สดครั้งแรก การบังคับรถไร้คนขับข้ามภูมิภ.jpg

  1. 5G Remote Control Vehicle (การบังคับรถไร้คนขับข้ามภูมิภาค) : การแสดงศักยภาพที่สำคัญของเครือข่าย 5G เช่น ความเร็วในการรับส่งสัญญาณ (Throughput) ความเร็วในการตอบสนอง (Latency) และความเสถียรของระบบ (Stability) ผ่านเทคโนโลยีการบังคับรถยนต์ไร้คนขับทางไกลข้ามภูมิภาคครั้งแรกของไทย ระหว่างกรุงเทพฯ – สงขลา ที่ผู้ควบคุมรถไม่จำเป็นต้องอยู่ในตัวรถ แต่สามารถบังคับรถให้เคลื่อนที่ไปยังพื้นที่ต่างๆ ตามต้องการ ผ่านการสั่งงานระยะไกลแบบเรียลไทม์ บนเครือข่าย 5G ซึ่งข้อมูลต่างๆ จะถูกส่งต่อผ่านระบบ Video Analytics และสามารถ Streaming Video ที่มีความละเอียดสูง ผ่านเครือข่าย 5G กลับมาหาผู้ควบคุมรถได้ทันที จึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการนำไปประยุกต์ใช้ในหลายๆ ส่วนของสังคม เช่น การสัญจรโดยสาร, การขนส่งสินค้าในภาคอุตสาหกรรม และโลจิสติกส์
  2. นวัตกรรม V2V (การสื่อสารระหว่างรถต่อรถ ผ่าน 5G) : การสาธิตนวัตกรรมการสื่อสารระหว่างรถต่อรถ (Vehicle to Vehicle) ผ่านเครือข่าย 5G ที่สามารถรับ-ส่งข้อมูลความเร็วสูง มีการตอบสนองที่รวดเร็วและมีความเสถียรของระบบสูง ทำให้รถยนต์ 2 คัน สามารถสื่อสารข้อมูลการขับขี่ ข้อมูลความปลอดภัย และข้อมูลการจราจรไปมาระหว่างกันเองได้อย่างแม่นยำและปลอดภัย ซึ่งจะช่วยป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการจราจรในเส้นทาง
  3. นวัตกรรม Mobile Surveillance / Object Detection (รถตรวจการณ์และรักษาความปลอดภัย) : นวัตกรรมรถตรวจการณ์และรักษาความปลอดภัย จาก Video Analytics และ AI ด้วยการนำข้อมูลวิดีโอจากกล้องวงจรปิดบนยานพาหนะ ส่งผ่านเครือข่าย 5G ไปยังห้องควบคุมกลาง ทำให้สามารถวิเคราะห์ภาพจำแนกวัตถุรอบคันรถ และตรวจจับลักษณะของรถ เช่น ป้ายทะเบียน, รุ่นของรถ, ยี่ห้อ, สีและลักษณะของรถ และการแจ้งเตือนความเสี่ยงในพื้นที่ต่างๆ ได้แบบเรียลไทม์และแม่นยำ โดยหากเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องแจ้งข้อมูลรถต้องสงสัยเข้ามาในพื้นที่ ระบบก็จะสามารถแกะรอยและแจ้งเตือนทันทีที่รถคันดังกล่าวขับเข้ามาในพื้นที่ ซึ่งจะช่วยให้การเฝ้าระวังพื้นที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

Pic 07 ห้องควบคุมกลาง ภายใน ม.อ. ที่ทำหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ เช่น ข้อมูลเข้าออกของรถ.jpg

นายปรัธนา กล่าวว่า “นอกเหนือจากการทดลอง ทดสอบ เทคโนโลยี 5G บนสภาพแวดล้อมจริง เพื่อสร้างโมเดล Smart City ต้นแบบการพัฒนาเมืองเพื่อความปลอดภัยแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่เอไอเอสให้ความสำคัญก็คือการสร้างความเชี่ยวชาญของทีมงานและบ่มเพาะบุคลากรด้านเทคโนโลยี ให้กลายเป็น Smart People ไปด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาผู้ประกอบการ, เกษตรกร นิสิต และนักศึกษา เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยที่ผ่านมา เราได้ร่วมมือกับฟาร์มสุข ในการพัฒนาดิจิทัล แพลตฟอร์ม iFarm ที่ผสานเทคโนโลยีและภูมิปัญญาท้องถิ่นปั้น Smart Farmer ด้วยแนวคิด “สอน-เสริม-สร้าง” เพื่อยกระดับเกษตรกรไทย, การสร้างนวัตกรรม AIS School Van Clever ช่วยให้ผู้ปกครองสามารถดูแลความปลอดภัยของบุตรหลานได้แบบเรียลไทม์ผ่านแอปพลิเคชัน นำร่องใช้งานแล้วในพื้นที่ภาคใต้เป็นที่แรก รวมถึงการเปิดให้บริการ AIS DigitALL Shop ช้อปดิจิทัลแห่งแรกของเมืองไทยที่พร้อมตอบโจทย์ความต้องการครบทุกฟังก์ชันและไลฟ์สไตล์ของคน Gen C ภายใต้ด้วยแนวคิด “The Unmanned Store” ช่วยให้ลูกค้าได้รับบริการที่สะดวก รวดเร็ว และง่ายมากยิ่งขึ้น ไม่ต้องรอคิว (No Queue) ไม่ต้องมีเคาน์เตอร์บริการ (No Counter Service) และไม่ต้องใช้เงินสด (No Cash) ให้บริการแล้วที่ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ภูเก็ต”

“เพื่อเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นตั้งใจของเอไอเอสในการมอบบริการคุณภาพให้แก่พี่น้องชาวปักษ์ใต้ เอไอเอสจึงเปิดตัวแคมเปญล่าสุด “เอไอเอส ที่ 1 ตัวจริง เร็วแรงสุดทั่วภาคใต้” ที่ครั้งนี้ได้เลือก “เอกชัย ศรีวิชัย” นักร้องลูกทุ่งชื่อดังผู้เป็นความภาคภูมิใจของชาวใต้ เป็นตัวแทนในการสื่อสารความมุ่งมั่นของเอไอเอสได้อย่างเข้าถึงใจคนใต้อย่างแท้จริง โดยประเดิมจัดกิจกรรมทัวร์คอนเสิร์ตทั่วพื้นที่ภาคใต้ให้กับลูกค้าเอไอเอส ถึง 15 รอบการแสดงทั่วภาคใต้ โดยเฉพาะวันที่ 23 สิงหาคม จังหวัดสงขลา, 30 สิงหาคม จังหวัดตรัง, 31 สิงหาคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี และ 11 กันยายน จังหวัดนครศรีธรรมราช ให้ลูกค้าเอไอเอสเข้าชมฟรีตลอดงาน

ชาวปักษ์ใต้เตรียมพบกับความพิเศษจากแคมเปญ “เอไอเอส ที่ 1 ตัวจริง เร็วแรงสุดทั่วภาคใต้” ทั้งแพ็กเกจมือถือ สิทธิพิเศษ คอนเทนท์ความบันเทิง ที่คัดสรรมาเพื่อชาวใต้โดยเฉพาะ

  • สมาร์ทโฟนสุดคุ้มพร้อมแพ็กเกจถูกใจทั้งโทรและเล่นเน็ต ได้แก่ สมาร์ทโฟน AIS Super Smart Gen 1 ราคาเพียง 1,590 บาท ให้เล่นเน็ตสูงสุด 120 GB มูลค่า 1,400 บาท เมื่อใช้ซิมใหม่ที่มาพร้อมเครื่องฟีเจอร์โฟน AIS Super Talk T1890 บาท โทร AIS ไม่อั้น 24 ชั่วโมง ฟรี!
  • แพ็กเกจซิมที่หลากหลาย ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์คนใต้ ไม่ว่าจะเป็น The One SIM ซิมความบันเทิง ให้ดู YouTube และ AIS PLAY พร้อมฟังเพลงฟรีตลอดปี, Super Social SIM ซิมโซเชียลไม่อั้น, ZEED SIM ซิมเล่นเกมและโซเชียลเพื่อคนวัยเรียน ใช้ได้คุ้มๆ, AIS Lucky SIM ซิมสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ให้เล่นเน็ตและโทรกลับบ้านราคาพิเศษขณะท่องเที่ยวในภาคใต้ซิมพม่า เพื่อคนพม่าที่อาศัยในพื้นที่ภาคใต้ ให้เล่นโซเชียลฟรี พร้อมโทรกลับพม่าในราคาประหยัด
  • แพ็กเกจเสริมพิเศษ ให้เล่นเน็ตได้เต็มสปีด และโทรฟรีทุกเครือข่ายในราคาประหยัด สำหรับ 6นราธิวาสปัตตานียะลาสตูล และระนอง
  • จัดเต็มกับสิทธิพิเศษแบบ 360 องศาจากร้านอาหาร เครื่องดื่ม และแหล่งช้อปปิ้ง ดังทั่วภาคใต้มากกว่า 300 ร้าน ที่ เอไอเอส คัดสรรมาเพื่อไลฟ์สไตล์คนปักษ์ใต้ พร้อมกิจกรรมมื้อนี้ฟิน วันนี้ฟรี ทั่วภาคใต้ ซึ่งมียอดลูกค้าใช้สิทธิ์กว่า 150,000 เลขหมายต่อปี

  “วันนี้ภาคใต้มีศักยภาพการเติบโตที่โดดเด่น และเป็นกำลังสำคัญที่จะผลักดันเศรษฐกิจของประเทศไทยให้เติบโต ด้วยทำเลที่ตั้งอันโดดเด่นและเหมาะสมที่จะเป็นศูนย์กลางการค้าและการลงทุนของภาคใต้ และยังเป็นประตูผ่านไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียและสิงคโปร์ พร้อมได้รับการสนับสนุนจากนโยบายของรัฐบาลในการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษสงขลาเพื่อลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย จึงยังมีโอกาสในการเติบโตทางเศรษฐกิจอีกมหาศาลรออยู่ ดังนั้น การที่สงขลาได้รับการสนับสนุนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเสริมศักยภาพทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเป็นพื้นที่ทดลอง ทดสอบ เทคโนโลยีแห่งอนาคตอย่าง 5G ทั้งหมดนี้ จะทำให้จังหวัดสงขลาและภาคใต้ เติบโตได้อย่างก้าวกระโดดและแข็งแกร่งอย่างแน่นอน” นายปรัธนา กล่าวทิ้งท้าย

ยั่วมากแม่! AIS x Swensen’s จัดเมนูไอศกรีมสุดฮิต ซื้อ 1 แถม 1 ฉลอง Serenade Day ต่อเนื่อง พร้อมสิทธิ์ซื้อสมาร์ทโฟนรุ่น ลดสูงสุด 18,000 บาท เฉพาะลูกค้าเซเรเนด 15 ส.ค. นี้ วันเดียวเท่านั้น!

 

190814 Pic 01 _Serenade Day AIS x Swensen’s_August.jpg

              ลูกค้าเซเรเนด เฮอีก! ต่อเนื่องแบบยาวๆ ไป กับเทศกาล Serenade Day แคมเปญสุดยิ่งใหญ่ในโอกาสฉลองครบรอบ 15 ปี Serenade ทุกวันที่ 15 ของทุกเดือนต่อเนื่องจนถึงสิ้นปี รวบรวมสุดยอดเมนูจากร้านอร่อยแบรนด์ดังที่ยกขบวนมาเสิร์ฟให้ลูกค้าเซเรเนดได้ลิ้มลองกันอย่างสุดคุ้ม

              และในเดือนสิงหาคมนี้ AIS จับมือ สเวนเซ่นส์ (Swensen’s) ร้านไอศกรีมในตำนานที่ครองใจคนทุกเพศ ทุกวัย ให้ลูกค้าเอไอเอส เซเรเนด รับสิทธิ์ซื้อ 1 แถม 1 เมนูไอศกรีม Banana Boat มูลค่า 119 บาท หรือเมนูไอศกรีม Sweet ‘n Gold มูลค่า 115 บาท แถมฟรี เมนูไอศกรีม Sweet ‘n Gold อีก 1 ถ้วย

              ทั้งนี้ จัดให้ 1 หมายเลข ต่อ 1 สิทธิ์ เฉพาะในวันที่ 15 สิงหาคม 2562 นี้เท่านั้น รับสิทธิ์ได้ตั้งแต่เวลา 10.00 น. ถึง 22.00 น. หรือจำนวน 20,000 สิทธิ์ทั่วประเทศ ทุกสาขาที่ร่วมรายการ โดยสามารถรับสิทธิ์ได้ผ่านทาง QR Code ณ สาขาที่ร่วมรายการ

190814 Pic 02 _Serenade Day_ Smartphone_August.jpg

               พร้อมกันนี้ ลูกค้าเซเรเนด ยังได้รับสิทธิ์เลือกซื้อสมาร์ทโฟนรุ่นยอดฮิตในราคาพิเศษ ลดสูงสุด 18,000 บาท ไม่ว่าจะเป็น Samsung Galaxy S10 จากราคาปกติ 31,900 บาท ลดเหลือเพียง 13,900 บาท Huawei P30 จากราคาปกติ 17,990 บาท ลดเหลือเพียง 9,490 บาท และ OPPO Reno จากราคาปกติ 16,990 บาท ลดเหลือเพียง 8,490 บาท จำกัดจำนวนเพียง 2,500 สิทธิ์ ในวันที่ 15 สิงหาคมนี้ วันเดียวเท่านั้น ที่ AIS Shop และ Serenade Club สาขาที่ร่วมรายการ

              ลูกค้าเซเรเนด ติดตามข้อมูลและเงื่อนไขการรับสิทธิ์เพิ่มเติมได้ทาง my AIS App และwww.ais.co.th/serenade

***************************************************

 

หมายเหตุ: Serenade Day ซื้อ 1 แถม 1 ร้านสเวนเซ่นส์ สาขาที่ไม่ร่วมรายการ ได้แก่ สาขาจังซีลอน 1 และ 2, สาขาเทอร์เทิล วิลเลจ, สาขาโลตัส สมุย และสาขาเซ็นทรัล เฟสติวัล สมุย

AIS ตอบรับกระแสจอง “Samsung Galaxy Note 10l Note 10+” ดีเกินคาด จัดโปรปังสุดในตลาด! ลดสูงสุดถึง 20,000 บาท เริ่มต้นเพียง 12,900 บาทเท่านั้น

190809 Pic AIS จัดโปรสุดปังกับ Samsung Galaxy Note 10 เริ่มต้นเพียง 12,900 บาทเท่านั้น_01.JPG

9 สิงหาคม 2562: หลังจากที่เอไอเอสเปิดจอง Samsung Galaxy Note10| Note 10+ บนเครือข่าย AIS NEXT G ที่เร็ว แรง ระดับกิกะบิต เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา ผลปรากฏว่า ได้รับกระแสตอบรับดีเกินคาด มีลูกค้าให้ความสนใจสั่งจองเข้ามาจำนวนมาก

    AIS จึงขอเอาใจสาวก Galaxy Note กับโปรโมชั่นใหม่ล่าสุด! ปังที่สุด! ในตลาด รับส่วนลดค่าเครื่องสูงสุดถึง 20,000 บาท เหลือเพียง 12,900 บาท จากราคาปกติ 32,900 บาท เมื่อจอง Samsung Galaxy Note 10 (256 GB) และใช้หรือสมัครแพ็กเกจ 1,499 บาทขึ้นไป โดยไม่ต้องจ่ายค่าบริการล่วงหน้า สำหรับลูกค้าเซเรเนดแพลทินัมและโกลด์ เฉพาะช่วง Pre-Booking เท่านั้น โดยลูกค้าที่สั่งจองไปก่อนหน้านี้ ก็จะได้รับการปรับให้รับโปรโมชั่นใหม่ด้วย

190809 Pic AIS จัดโปรสุดปังกับ Samsung Galaxy Note 10 เริ่มต้นเพียง 12,900 บาทเท่านั้น_02.jpg

    สำหรับลูกค้าเอไอเอสรายเดือน ทั้งลูกค้าปัจจุบัน เปิดเบอร์ใหม่ หรือเปลี่ยนจากเติมเงินเป็นรายเดือน ยังสามารถรับข้อเสนอสุดพิเศษได้ กับราคาเริ่มต้นเพียง 16,900 บาท จากราคาปกติ 32,900 บาท เมื่อจอง Samsung Galaxy Note 10 (256 GB) พร้อมสมัครแพ็กเกจ AIS HOT DEAL MAXX 1,549 บาทขึ้นไป และชำระค่าบริการล่วงหน้า 5,500 บาท พร้อมชมฟรี! คอนเทนท์ความบันเทิงระดับโลกจาก HBO และ Warner TV ผ่านแอปฯ AIS PLAY แบบไม่คิดค่าเน็ต นานสูงสุด 6 เดือน มูลค่า 1,194 บาท และประกันจอแตกนาน 1 ปี มูลค่า 6,500 บาท รวมมูลค่าทั้งสิ้น 7,694 บาท พิเศษสำหรับลูกค้าย้ายค่ายเบอร์เดิม รับส่วนลดเพิ่มอีก 1,000 บาท

    สั่งจองเครื่องได้ทาง www.ais.co.th/SamsungNote10  ตั้งแต่วันที่ 8 - 23 สิงหาคม 2562 โดยสามารถเลือกชำระเงินเต็มจำนวนสำหรับการจัดส่งถึงบ้าน หรือชำระเงินมัดจำ จำนวน 2,000 บาท สำหรับการรับเครื่องที่ AIS Shop หรือร้านเทเลวิซที่ร่วมรายการ โดยรับเครื่องได้ตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม - 1 กันยายน 2562 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ AIS Call Center 1175

AIS เปิดจอง “Samsung Galaxy Note 10 l Note 10+” 8 ส.ค.นี้ ใช้งานเต็มประสิทธิภาพยิ่งกว่าบนนวัตกรรมเครือข่าย AIS NEXT G และ AIS SUPER WiFi จัดเต็มโปรสุดว้าว ลดสูงสุด 16,000 บาท พร้อมชมคอนเทนท์ความบันเทิงระดับโลก ฟรี!

190808 Pic AIS ประกาศเปิดจอง Samsung Galaxy NOTE 10.jpg

•เอไอเอส ผู้นำเครือข่ายและบริการดิจิทัล จับมือ ซัมซุง ผู้นำสมาร์ทดีไวซ์ระดับโลก ประกาศเปิดจอง Samsung Galaxy Note 10 l Note 10+ สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นล่าสุดที่คนทั้งโลกตั้งตารอ ตอบโจทย์ทุกการใช้งานด้วยปากกา S Pen เจเนอเรชันใหม่กับฟีเจอร์ Air Actions ควบคุมคำสั่งการใช้งานผ่านการเคลื่อนไหวของปากกา ทรงพลังขั้นสุดเพื่อเหล่า New Work Tribe

• ผนึกศักยภาพ Best Device และ Best Network มอบประสิทธิภาพการใช้งานที่สมบูรณ์แบบเหนือใครบนนวัตกรรมเครือข่ายอัจฉริยะ AIS NEXT G เทคโนโลยีเครือข่ายที่ควบรวมความเร็วของ LTE-ADVANCED และ AIS SUPER WiFi เข้าด้วยกัน ติดสปีดระดับกิกะบิต เร็วสุด แรงสุด ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมรองรับการใช้งาน WiFi Hotspot 2.0 ให้เชื่อมต่อเครือข่าย AIS SUPER WiFi ได้อัตโนมัติ โดยที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องล็อกอิน และไม่ต้องใส่ Username หรือ Password แต่อย่างใด ให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงการใช้งาน AIS NEXT G ได้อย่างแพร่หลาย มอบประสบการณ์การใช้งานอินเทอร์เน็ตที่สะดวกสบายยิ่งกว่าเดิมให้กับลูกค้าและคนไทยในยุคดิจิทัล

• จัดเต็มข้อเสนอสุดพิเศษ เฉพาะช่วงสั่งซื้อล่วงหน้าเท่านั้น! รับส่วนลดค่าเครื่องสูงสุด 16,000 บาท เริ่มต้นเพียง 16,900 บาท จากราคาปกติ 32,900 บาท เมื่อจอง Samsung Galaxy Note 10 (256 GB) พร้อมสมัครแพ็กเกจ AIS HOT DEAL MAXX 1,549 บาทขึ้นไป และชำระค่าบริการล่วงหน้า 5,500 บาท พร้อมชมฟรี! คอนเทนท์ความบันเทิงระดับโลกจาก HBO และ Warner TV ผ่านแอปฯ AIS PLAY แบบไม่คิดค่าเน็ต นานสูงสุด 6 เดือน มูลค่า 1,194 บาท และประกันจอแตกนาน 1 ปี มูลค่า 6,500 บาท รวมมูลค่าทั้งสิ้น 7,694 บาท สำหรับลูกค้าเอไอเอสรายเดือน ทั้งลูกค้าปัจจุบัน เปิดเบอร์ใหม่ หรือเปลี่ยนจากเติมเงินเป็นรายเดือน พิเศษสำหรับลูกค้าย้ายค่ายเบอร์เดิม รับส่วนลดเพิ่มอีก 1,000 บาท

• พิเศษยิ่งกว่า! สำหรับลูกค้าเอไอเอสเซเรเนด และใช้หรือสมัครแพ็กเกจ 1,499 บาทขึ้นไป รับส่วนลดค่าเครื่องสูงสุด 15,000 บาท เหลือเพียง 17,900 บาท จากราคาปกติ 32,900 บาท โดยไม่ต้องจ่ายค่าบริการล่วงหน้า เฉพาะช่วงสั่งซื้อล่วงหน้าเท่านั้น

ลูกค้าเอไอเอสสามารถสั่งจองเครื่องได้ทาง www.ais.co.th/SamsungNote10  ตั้งแต่วันที่ 8 - 23 สิงหาคม 2562 โดยสามารถเลือกชำระเงินเต็มจำนวนสำหรับการจัดส่งถึงบ้าน หรือชำระเงินมัดจำ จำนวน 2,000 บาท สำหรับการรับเครื่องที่ AIS Shop หรือร้านเทเลวิซที่ร่วมรายการ โดยรับเครื่องได้ตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม - 1 กันยายน 2562 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ AIS Call Center 1175

Samsung Galaxy Note 10 l Note 10+ มอบความต่างอย่างเหนือกว่ากับสุดยอดสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียม ตอบโจทย์ทุกการใช้งานด้วยปากกา S Pen เจเนอเรชันใหม่ มาพร้อมฟีเจอร์ Air Actions ควบคุมคำสั่งการใช้งานผ่านการเคลื่อนไหวของปากกาและการเปลี่ยนโหมดในระยะไกลได้ รวมถึงสามารถเปลี่ยนลายมือเป็นตัวพิมพ์ได้ทันที อีกทั้งยังจัดเต็มด้วยกล้องระดับโปร Pro-Grade Camera ให้ภาพและวิดีโออัจฉริยะไปอีกขั้นราวกับมืออาชีพ นอกจากนี้ ยังมาพร้อมนวัตกรรม Zoom-In Mic เน้นเสียงในวิดีโอที่ต้องการให้ชัดขึ้นขณะซูม มอบประสิทธิภาพทรงพลังด้วย Super-Fast Charging พร้อมเชื่อมต่อการทำงานร่วมกับคอมพิวเตอร์ได้อย่างง่ายดายผ่าน Samsung Dex

Samsung Galaxy Note 10 ความจุ 256 GB วางจำหน่ายในราคา 32,900 บาท มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Aura Glow, Aura Black, Aura Pink

Samsung Galaxy Note 10+ ความจุ 256 GB วางจำหน่ายในราคา 37,900 บาท และความจุ 512 GB วางจำหน่ายในราคา 40,900 บาท มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Aura Glow, Aura Black, Aura White

AIS จับมือ Singtel ขยายบริการชำระเงินข้ามประเทศ AIS GLOBAL Pay สู่ญี่ปุ่น พร้อมควง KBANK-SCB เพิ่มช่องทางชำระเงิน ส่งเสริมคนไทยเข้าถึงการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ได้ง่ายยิ่งกว่าเดิม

190807 Press Release AIS จับมือ Singtel ขยายบริการ AIS GLOBAL Pay สู่ญี่ปุ่น_01.jpg                เอไอเอส ผู้นำนวัตกรรมเครือข่ายและบริการดิจิทัลอันดับ 1 ของประเทศ ผนึก กลุ่มสิงเทล เดินหน้าส่งเสริมการเข้าถึงการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์อย่างต่อเนื่องผ่านบริการ “VIA” เครือข่ายชำระเงินด้วยมือถือข้ามประเทศรายแรกของเอเชีย ล่าสุด ขยายการให้บริการไปยังประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่คนไทยนิยมเดินทางไปท่องเที่ยว ให้ลูกค้าเอไอเอสที่ใช้ Rabbit LINE Pay ผ่านแอปฯ AIS GLOBAL Pay และลูกค้าชาวสิงคโปร์ที่ใช้กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ Singtel Dash สามารถชำระเงินผ่าน QR Code ที่มีสัญลักษณ์ VIA ด้วยสกุลเงินของประเทศตัวเองได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้นโดยไม่มีค่าธรรมเนียม ทำให้ลูกค้าไม่ต้องกังวลกับอัตราแลกเปลี่ยน หรือการถือเงินสดระหว่างเดินทาง นำร่องเปิดให้บริการแล้วที่สนามบินฮาเนดะและสนามบินนาริตะ พร้อมจับมือ NETSTARS บริษัทพันธมิตรด้าน Merchant Acquirer จากญี่ปุ่น เตรียมขยายจุดรับชำระไปยังเมืองท่องเที่ยวและแหล่งช้อปปิ้งในญี่ปุ่นที่เป็นที่นิยมของคนไทย โดยเอไอเอสและสิงเทลยังเตรียมขยายการให้บริการ AIS GLOBAL Pay ไปยังประเทศอื่นๆ ที่คนไทยนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวในเร็วๆ นี้อีกด้วย

190807 Press Release AIS จับมือ Singtel ขยายบริการ AIS GLOBAL Pay สู่ญี่ปุ่น_02.jpg               พร้อมกันนี้ ยังได้จับมือพาร์ทเนอร์สถาบันการเงิน ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย และ ธนาคารไทยพาณิชย์ ให้ลูกค้าเชื่อมต่อบัญชีธนาคารกสิกรไทยและธนาคารไทยพาณิชย์เพื่อใช้ชำระค่าสินค้าและบริการผ่านแอปฯ AIS GLOBAL Pay ได้แล้ว ถือเป็นการอำนวยความสะดวกและส่งเสริมให้ลูกค้าเข้าถึงการบริการ AIS GLOBAL Pay จากเดิมที่เชื่อมต่อกับ Rabbit LINE Pay และเป็นการต่อยอดความร่วมมือในการผลักดันแนวคิดสังคมไร้เงินสดแบบไร้พรมแดน เสริมความแข็งแกร่งให้กับนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคเอเชีย

              พิเศษสำหรับลูกค้าที่ใช้แอปฯ AIS Global Pay ชำระเงินครั้งแรก รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 100 บาท จำกัดจำนวนสูงสุด 1,000 สิทธิ์ต่อเดือน ตั้งแต่วันนี้-31 ตุลาคม 2562 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.ais.co.th/global-pay

190807 Press Release AIS จับมือ Singtel ขยายบริการ AIS GLOBAL Pay สู่ญี่ปุ่น_03.jpg

เอไอเอส ผนึก สามย่านมิตรทาวน์ ปั้นเป็นมิกซ์ยูสนวัตกรรรมแห่งใหม่ พร้อมผนึกคณะวิศวะ จุฬาฯ และ กสทช. เตรียมเปิดให้สัมผัสประสบการณ์ 5G ในพื้นที่เพื่อคนรุ่นใหม่ครั้งแรกในไทย

 

190806 Pic_03 สามย่านมิตรทาวน์.jpg

 

6 สิงหาคม 2562 : เอไอเอส ตอกย้ำผู้นำอันดับ 1 ด้านนวัตกรรมเครือข่ายและเทคโนโลยี พร้อมผลักดันให้สามย่านมิตรทาวน์ เป็นศูนย์การค้าแห่งนวัตกรรม ซินเนอร์ยี่เทคโนโลยีของเอไอเอส เข้ากับ สามย่านมิตรทาวน์ คลังแห่งอาหารและการเรียนรู้ เพื่อเติมเต็มไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ เตรียมต่อยอดให้สัมผัส รูปแบบบริการต่างๆจาก 5G ที่เกิดจากโครงการจัดตั้งศูนย์ 5G AI / IOT Innovation Center ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภายใต้การสนับสนุนจาก กสทช.เพื่อศึกษาวิจัยในพื้นที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาสู่การเปิดทดสอบศักยภาพเชิงพาณิชย์ที่สามย่านมิตรทาวน์เป็นแห่งแรกของประเทศไทย

 

190806 Pic_01 คุณปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป เอไอเอส.JPG

 

นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป เอไอเอส กล่าวว่า “ในฐานะผู้ให้บริการ Digital Life Service Provider เรามุ่งเน้นนำศักยภาพจากโครงสร้างพื้นฐานด้าน Digital ไม่ว่าจะเป็นเครือข่าย, และ Digital Service ต่างๆ เข้าไปเสริมขีดความสามารถของพาร์ทเนอร์ในทุกอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง ดังเช่นกรณีการเข้าไปร่วมพัฒนาบริเวณสามย่านให้เป็นพื้นที่แห่งนวัตกรรม ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาได้ร่วมมือกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภายใต้การสนับสนุนจาก กสทช. ให้ร่วมทดลอง ทดสอบ เทคโนโลยี 5G ในหลากหลาย use case ด้วยความเชื่อว่า 5G จะมีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับการใช้ชีวิตของผู้บริโภคยุคใหม่ และการบริหารจัดการ Space ที่จะก่อให้เกิด Community อันจะนำไปสู่นวัตกรรมใหม่ๆ ที่เตรียมให้ประชาชนได้สัมผัส จากความร่วมมือระหว่างเอไอเอส จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสามย่านมิตรทาวน์ ในฐานะโครงการแรกเพื่อคนรุ่นใหม่  อาทิ

 

1.5G Use Case ต่างๆ ที่เอไอเอส ได้ทำการทดลอง ทดสอบ ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และกสทช. อาทิ หุ่นยนต์กายภาพบำบัดอัจฉริยะ, 5G Connected Car – รถยนต์ไร้คนขับคันแรกของไทยที่เชื่อมต่อบนเครือข่าย 5G Live Network ฯลฯ    

2.AIS Unmanned Service Point : จุดบริการ Digital จาก Kiosk โดยไม่ต้องมีพนักงาน ทั้งนี้เนื่องจากสามย่านมิตรทาวน์เป็นแหล่งการเรียนรู้ที่พัฒนาภายใต้คอนเซ็ปต์คลังแห่งอาหารและการเรียนรู้ ซึ่งสามย่านมิตรทาวน์ได้เตรียมพื้นที่เพื่อสนับสนุนการเติบโตของสตาร์ทอัพ และฟรีแลนซ์ โดยเอไอเอสจะร่วมสนับสนุน โดยเตรียมนำนวัตกรรม เช่น Kiosk บริการอัตโนมัติที่ให้ทำธุรกรรม และใช้บริการ Digital ต่างๆได้อย่างสะดวกสบาย โดยไม่ต้องมีพนักงานให้บริการ

3.Content Co-Creation ระหว่าง AIS และ สามย่านมิตรทาวน์ ที่เป็นประโยชน์ต่อการปรับตัวรับ Digital Disruption ของนิสิต นักศึกษา ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ จากการคิดเผื่อในหลากหลายแง่มุม เพื่อให้สามย่านมิตรทาวน์เป็นแหล่งกระตุ้นให้คนรุ่นใหม่เกิดความคิดสร้างสรรค์อย่างไร้ขีดจำกัด

190506 Pic_02 คุณธีรนันท์ กรศรีทิพา รองกรรมการผู้จัดการสายงานพัฒนาธุรกิจรีเทล บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ .jpg

 

นางสาวธีรนันท์ กรศรีทิพา รองกรรมการผู้จัดการสายงานพัฒนาธุรกิจรีเทล บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ โกลเด้นแลนด์ กล่าวว่า “ความร่วมมือกับเอไอเอส ผู้นำด้านนวัตกรรมเครือข่ายและเทคโนโลยีกับสามย่านมิตรทาวน์ในครั้งนี้ จะช่วยเติมเต็มความสมบูรณ์แบบของสามย่านมิตรทาวน์ที่ตั้งเป้าจะเป็น “คลังแห่งอาหารและการเรียนรู้ (Urban Life Library)” โดยได้รับการสนับสนุนทั้งในด้านนวัตกรรมเครือข่าย  และด้านการให้บริการต่างๆ ของเอไอเอส รวมถึงการร่วมเป็นพันธมิตรด้านคอนเทนท์ ที่จะช่วยให้สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนเมืองที่เป็นยุคดิจิทัลสมบูรณ์แบบ ช่วยตอบโจทย์ผู้ใช้งานทั้งส่วนอาคารสำนักงานคอนโดมิเนียมและโรงแรมกว่า 7,000 คน เมื่อมีอัตราการเช่าเต็มพื้นที่รวมทั้งรองรับลูกค้าจากภายนอกที่มาใช้บริการซึ่งคาดว่าจะมียอดผู้ใช้กว่า 25,000 คนต่อวันได้อย่างเต็มที่”

 

“สามย่านมิตรทาวน์” และ "เอไอเอส" จะเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ที่พร้อมมอบประสบการณ์ให้กับผู้ใช้บริการโครงการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของการอยู่อาศัยในรูปแบบคนเมือง พร้อมทั้งผสานความร่วมมือต่างๆ ในอนาคต ที่จะช่วยให้ผู้ใช้บริการเข้าถึงสุดยอดนวัตกรรม ให้ได้รับความสะดวกสบาย พร้อมอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้บริการทั้งวัยเรียน และวัยทำงานมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น”

เอไอเอสมาแรง! ปิดไตรมาส 2/62 กำไรสุทธิ 8,234 ล้านบาท

เติบโตต่อเนื่อง 4 ไตรมาส พร้อมจ่ายเงินปันผล 3.78 บาทต่อหุ้น

เตรียมลุยทดสอบ 5G เต็มสูบ ดัน CSL ปั้นลูกค้าองค์กร ด้านไฟเบอร์ยังแรงไม่ยั้ง

 

เอไอเอสรายงานผลประกอบการ ไตรมาส 2/2562 กำไรสุทธิอยู่ที่ 8,234 ล้านบาท (ไม่รวมรายการพิเศษ) เติบโตอย่างแข็งแกร่งเป็นไตรมาสที่ 4 ติดต่อกัน โดยมีรายได้รวมเติบโตขึ้น 5.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็นผลจากการเติบโตของลูกค้ามือถือที่ยังคงรักษาส่วนแบ่งการตลาดไว้มากที่สุด ส่วนเน็ตบ้าน AIS Fibre ยังแรงดีต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน ขณะเดียวกันเอไอเอสได้เดินหน้าเสริมศักยภาพให้ธุรกิจต่างๆ อย่างเห็นผล ไม่ว่าจะเป็นการเสริมแกร่งดันธุรกิจลูกค้าองค์กรจากมืออาชีพโดย CSL (ซีเอส ล็อกซอินโฟ) พร้อมเดินหน้าทดสอบการใช้งานเทคโนโลยี 5G Use Case ต่างๆ ทั่วประเทศอีกด้วย ทั้งนี้ เอไอเอสยังคงนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 70% ของกำไรสุทธิ และประกาศจ่ายเงินปันผล 3.78 บาทต่อหุ้น ในวันที่ 3 กันยายน 2562 นี้

 

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า “ในวันนี้ ไม่เพียงแต่เฉพาะธุรกิจโทรคมนาคมที่ต้องปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์หรือการเปลี่ยนแปลงต่างๆ การสร้าง Business Transformation ในยุค Digital Disruption จึงต้องอาศัยทั้งประสบการณ์ การวางแผน และความสามารถของบุคลากร ให้พร้อมรับกับแรงกระแทกจากปัจจัยรอบด้านอย่างมั่นคงและแข็งแรง โดยตลอดช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา เอไอเอสยังคงมุ่งมั่นทำงานหนัก เพื่อให้แน่ใจว่าจะสามารถส่งมอบสินค้าและบริการที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าทุกคน ในฐานะผู้นำ Digital Life Service Provider ได้อย่างมีคุณภาพ พร้อมๆ กับการเดินหน้าสร้างโอกาสใหม่ๆ ในธุรกิจดิจิทัล พร้อมผนึกกำลังกับอุตสาหกรรมอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง และยึดหลักดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับการดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มมาโดยตลอด”

 

ในโตรมาส 2 ปี 2562 นี้ เอไอเอสยังคงมีรายได้และกำไรเติบโตต่อเนื่อง โดยรายได้รวมเติบโตขึ้น 5.8% จากปีก่อน จากภาพรวมของการแข่งขันในตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น ส่งผลให้รายได้ต่อเลขหมาย ARPU (Average Revenue per User) สูงขึ้นเป็น 263 บาทต่อเดือน และส่งผลให้รายได้จากธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่เติบโต 5.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจุบันเอไอเอสยังคงความเป็นผู้นำอย่างแข็งแกร่งโดยมีจำนวนลูกค้าโทรศัพท์มือถือสูงสุดในตลาดที่ 41.5 ล้านเลขหมาย ขณะที่มีสัดส่วนลูกค้าที่ใช้ 4G สูงถึง 66% และมีการใช้งานดาต้าเพิ่มขึ้นเป็น 11.5 กิกะไบต์ต่อเดือน จาก 8.9 กิกะไบต์ต่อเดือน ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ส่วนธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้าน AIS Fibre ยังคงมีรายได้เติบโตต่อเนื่องอย่างแข็งแกร่งด้วยอัตราการเติบโตกว่า 26% ด้วยคุณภาพโครงข่ายและงานบริการที่ดีเยี่ยม พร้อมด้วยกลยุทธ์ Fixed Mobile Convergence ที่ดึงดูดใจลูกค้า จนทำให้ในปัจจุบัน AIS Fibre มีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นเป็น 855,400 ราย ครอบคลุมการใช้งานในพื้นที่ 57 จังหวัดทั่วประเทศ และยังคงเน้นย้ำเป้าหมายจำนวนลูกค้า 1 ล้านรายภายในสิ้นปีนี้ ทั้งนี้ ผนวกกับการควบคุมต้นทุนต่อเนื่อง ส่งผลให้ในไตรมาส 2/2562 เอไอเอสมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 8,234 ล้านบาท (ไม่รวมรายการพิเศษ) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 8.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา คิดเป็นกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นสี่ไตรมาสติดต่อกัน โดยยังคงคาดการณ์รายได้การให้บริการเติบโตทั้งปีที่ 4-6% และตั้งเป้าอัตรากำไร EBITDA ทั้งปีใกล้เคียงกับปีก่อนที่ประมาณ 42-44% พร้อมจัดสรรงบลงทุน 20,000 – 25,000 ล้านบาทสำหรับลงทุนทั้งในโครงข่าย 4G และไฟเบอร์

 

นอกจากนี้ เอไอเอสได้วางรากฐานต่อยอดการเติบโตในอนาคตโดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมสู่ 5G ได้แก่

      1. การพัฒนาขีดความสามารถของเทคโนโลยี 5G ร่วมกับภาคส่วนต่างๆ ได้แก่ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ เพื่อร่วมศึกษาวิจัย ค้นคว้า และทดลองทดสอบ

      2. การรับจัดสรรคลื่นความถี่ 700MHz เพื่อก้าวสู่ 5G โดยจะสามารถเริ่มใช้งานได้ในเดือนตุลาคมปีหน้า ซึ่งคลื่นความถี่ 700MHz ถือเป็นคลื่นความถี่มาตรฐานของเทคโนโลยี 5G ในย่านความถี่ต่ำที่มีคุณสมบัติเด่นในด้านความครอบคลุม จึงถือเป็นการสร้างความพร้อมสำหรับการให้บริการ 5G ในอีก 2-3 ปีข้างหน้าได้เป็นอย่างดี

      3. ขยายตลาดกลุ่มลูกค้าองค์กร จากความแข็งแกร่งของ AIS Business ผนึกเข้ากับ CSL ที่มีความเชี่ยวชาญในฐานะผู้ให้บริการ One Stop ICT Service แบบครบวงจร ภายใต้กลยุทธ์ 3Ss ประกอบด้วย Solutions, Services และ System Integration สนับสนุนการให้บริการ Data Center และ Cloud ให้แก่ธุรกิจองค์กรตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

      4. พัฒนาบริการด้าน IoT เพื่อส่งเสริมศักยภาพของธุรกิจไทย โดยนำโซลูชัน NB-IoT Motor Tracker เข้ามาเสริมขีดความสามารถให้กับธุรกิจประกันภัยรถยนต์ โดยบริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด เป็นครั้งแรก ด้วยความมุ่งมั่นพัฒนาบริการดิจิทัลที่ดีที่สุด สำหรับกลุ่มลูกค้าองค์กรในทุกอุตสาหกรรม

 

“และสิ่งที่สำคัญไปกว่าความสำเร็จในแง่ธุรกิจ เอไอเอสในฐานะภาคเอกชนของไทย ยังตระหนักถึงการได้มีส่วนร่วมขับเคลื่อนประเทศชาติและดูแลคุณภาพชีวิตคนไทยในสังคมยุคดิจิทัล ผ่านโครงการ อุ่นใจไซเบอร์ ภายใต้แนวคิด “ถ้าเราทุกคนคือเครือข่าย” เพื่อช่วยยกระดับมาตรฐานความรู้เท่าทันดิจิทัล ผ่านเครื่องมือแบบทดสอบ DQ รวมไปถึงได้ต่อยอด “ภารกิจคิดเผื่อ” องค์ความรู้สู่ระดับภูมิภาคในงาน AIS ACADEMY for THAIs: to the Region ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมากที่จังหวัดเชียงใหม่ และเตรียมจะจัดขึ้นต่อเนื่องที่จังหวัดขอนแก่นในช่วงกลางเดือนสิงหาคมนี้ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น” นายสมชัย กล่าวทิ้งท้าย

 

AW info AIS Aug 2019-01.jpg

 

*******************************************************

 

*หมายเหตุ ตัวเลขทางการเงินที่แสดงในข่าวประชาสัมพันธ์นี้ ไม่รวมผลกระทบของมาตรฐานบัญชีไทยฉบับที่ 15

บุกถิ่นหมอแคน ชวนชาวอีสานเดินหน้าขยายองค์ความรู้ ทันยุคดิจิทัล เปิดโลกทัศน์การพัฒนาเมืองสู่ Smart City พร้อมถอดสูตร “ข้อมูล” เสริมแกร่งธุรกิจ ในงานสัมมนา AIS ACADEMY for THAIs @ขอนแก่น

190802 Pic 05_AIS ACADEMY for THAIs to the Region @Khonkaen_คุณกานติมา C....jpg

 

2 สิงหาคม 2562: เดินหน้า “ภารกิจคิดเผื่อ” กันต่อ โดย AIS Academy ในฐานะแกนกลาง หมุนหัวเรือเคลื่อนทัพจากภาคเหนือสู่แดนอีสาน ชวนพี่น้องชาวขอนแก่นและพื้นที่โดยรอบ ร่วมเปิดมุมมองพร้อมเสริมองค์ความรู้ทางเทคโนโลยี และล้วงลึกการดึงเอา “ข้อมูล” มาใช้เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ โดยผู้เชี่ยวชาญระดับโลกและของไทย โดยเฉพาะการพัฒนาเมืองสู่ SMART CITY ที่เมืองขอนแก่นถือเป็นต้นแบบของการร่วมก่อร่างสร้างเมืองจากทุกภาคส่วน

ในงาน AIS ACADEMY for THAIs: to the Region องค์ความรู้ สู่ภูมิภาค ภารกิจคิดเผื่อเพื่อคนไทย ในวันศุกร์ที่ 16 สิงหาคม 62 ณ โรงแรมอวานี ขอนแก่น โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ ผู้ที่สนใจ สามารถลงทะเบียนร่วมงานได้ฟรี...ตั้งแต่วันนี้ ทาง https://aisacademyforthais.com/class/4

 

นางสาวกานติมา เลอเลิศยุติธรรม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล เอไอเอส กล่าวถึง การเคลื่อนทัพภารกิจคิดเผื่อมายังจังหวัดขอนแก่นในครั้งนี้ว่า “หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจ AIS ACADEMY for THAIs ที่จังหวัดเชียงใหม่แล้ว สิ่งที่เราได้รับกลับมานั้น นอกจากบรรยากาศการต้อนรับของชาวเชียงใหม่ที่อบอุ่นเต็มทุกที่นั่งแล้ว วันนี้เรายังได้เห็นถึงการปรับตัว ตื่นตัวของคนไทย ที่ไม่ได้เพียงแต่ตั้งรับกับผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากกระแส Digital Disruption แต่ยังพร้อมเปิดประสบการณ์ การเรียนรู้ เพิ่มทักษะใหม่ๆ เพื่อสร้าง Business Transformation ที่แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นอีกด้วย ดังนั้น ภารกิจคิดเผื่อ เพื่อสังคมไทย จึงยังคงดำเนินต่อไป โดยมุ่งสู่จังหวัดขอนแก่น ซึ่งถือเป็นหัวเมืองสำคัญของภาคอีสาน ที่มีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องเป็นอันดับต้นๆ ของไทย พร้อมแผนพัฒนาเมืองสู่ Smart City ด้วยความแข็งแกร่งและศักยภาพในการพัฒนาระบบการศึกษา ด้านการแพทย์ และโครงสร้างพื้นฐานหลักอื่นๆ ที่สำคัญที่สุด คือการเปิดโอกาสให้คน ทุกคน ได้มีส่วนร่วมในการก่อร่างสร้างเมืองนี้ไปด้วยกัน”

 

สำหรับงาน AIS ACADEMY for THAIs: to the Region องค์ความรู้ สู่ภูมิภาค ภารกิจคิดเผื่อเพื่อคนไทย จังหวัดขอนแก่น มุ่งหวังที่จะช่วยยกระดับองค์ความรู้และพัฒนาทักษะที่สำคัญต่อการประกอบธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ โดยนำเอาหลากหลายประสบการณ์ตรงของผู้เชี่ยวชาญ และนักธุรกิจชั้นนำของไทย มาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในแง่มุมต่างๆ ในการค้นหาคำตอบของการสร้าง Business Transformation ให้ทันต่อกระแสการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในยุคดิจิทัล

 

โดยโฟกัสไปถึงการนำเอาขีดความสามารถของเทคโนโลยีอันหลากหลาย มาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการวางแผนและออกแบบระบบคมนาคมขนส่ง รวมทั้ง การนำเอา “ข้อมูล” มาเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน นำโดย Mr.Chris Barker, Founder of CBC – Global Transportation and Technology Consulting Firm / คุณกิตติพงษ์ อัศวพิชยนต์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจคลาวด์และซอฟท์แวร์โซลูชั่น บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด / คุณอนันต์ แก้วร่วมวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) / คุณนวลพรรณ ชัยนาม ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด, การบริหารลูกค้าสัมพันธ์ และอีคอมเมิร์ซ วัตสัน ประเทศไทย / คุณสุรเดช  ทวีแสงสกุลไทย กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ขอนแก่นพัฒนาเมือง (เคเคทีที) จำกัด และ ดร.กวิณพงศ์ ฉัตรานนท์ หัวหน้าแผนกงานบริหารข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูล Big Data เอไอเอส พบกันในวันศุกร์ที่ 16 สิงหาคม 2562 ณ โรงแรมอวานี ขอนแก่น โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ ผู้ที่สนใจลงทะเบียนร่วมงานได้ฟรี! ตั้งแต่วันนี้ ทาง https://aisacademyforthais.com/class/4”

 

“จังหวัดขอนแก่นเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ต้นแบบที่เรามองเห็นศักยภาพ ทั้งด้านคน, เทคโนโลยี และการร่วมคิดร่วมสร้างพัฒนาเมืองอย่างต่อเนื่อง โดยงาน ACADEMY for THAIs: to the Region ในครั้งนี้ อยากเชิญชวนพี่น้องชาวขอนแก่นและพื้นที่ใกล้เคียง มาร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ใหม่ๆ โดยจะเป็นอีกหนึ่งเวทีที่พร้อมส่งมอบประสบการณ์ ไอเดียใหม่ๆ จากผู้เชี่ยวชาญชั้นนำระดับประเทศ ที่หวังว่าจะมีส่วนช่วยเติมเต็มและเป็นประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนเป้าหมายพัฒนาเมืองสู่ Smart City ในอนาคต” นางสาวกานติมา กล่าวทิ้งท้าย

 

190802 Pic 01_AIS ACADEMY for THAIs to the Region @Khonkaen.jpg

190802 Pic 02_AIS ACADEMY for THAIs to the Region @Khonkaen.jpg

*************************************************

 

เกี่ยวกับ AIS Academy

 

ตลอด 4 ปี ที่ผ่านมา AIS Academy จัดตั้งขึ้นเป็นศูนย์กลางด้านการเรียนรู้เทคโนโลยี นวัตกรรมต่างๆ จากทั้งภายในและนอกประเทศ ด้วยบทบาทหน้าที่สำคัญในการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรภายในองค์กรในทุกระดับชั้น โดยมี Digital Platform เป็นแหล่งความรู้ให้พนักงานสามารถเข้าถึงได้ทุกที่ ทุกเวลา สร้างวัฒนธรรมแห่งการตื่นรู้และพร้อมรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีอยู่เสมอ ต่อจากนั้น AIS Academy ขยับบทบาทสู่ภารกิจ “คิดเผื่อ” เพื่อคนไทยทุกคน โดยทำหน้าที่เป็นแกนกลางส่งต่อองค์ความรู้ให้แก่สังคมไทยเพิ่มเติมขึ้น ผ่านการร่วมกับหลายองค์กรชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ จัดงานสัมมนานานาชาติ ACADEMY for THAIs ขึ้นเป็นครั้งแรก ในช่วงเดือนตุลาคม ปี 2561 โดยได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญด้าน Digital Disruption ที่มีชื่อเสียงระดับโลกจากหลากหลายสถาบัน อาทิ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, ธนาคารกสิกรไทย, เมืองไทยประกันชีวิต, Minor International, SEAC, มหาวิทยาลัย Stanford และ MIT มาเล่าถึงบทบาทของเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่มาพลิกโฉมวิถีชีวิตของคนทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี AI, IOT, Robotic และ Blockchain รวมถึงต้นปีที่ผ่านมา AIS Academy

ได้จัดงาน AIS ACADEMY for THAIs: Intelligent Nation Series โดยนำ Case Study ที่น่าสนใจในบริบทของไทยและระดับโลกอย่าง Netflix, IBM, Skype, เซ็นทรัลกรุ๊ป, สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Depa) และ Class Café มาสะท้อนให้เห็นถึงแนวคิด การก้าวข้ามการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคยุคดิจิทัลที่ส่งผลต่อการขับเคลื่อนในโลกธุรกิจ

ครั้งแรกของโลก! เอไอเอส และ ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จับมือปฏิวัติวงการธุรกิจประกันภัย

นำ NB-IoT มาประยุกต์ใช้กับ ประกันรถเปิดปิด ได้อย่างลงตัว

ตอกย้ำผู้นำนวัตกรรม IoT อันดับ 1 ที่องค์กรชั้นนำเลือกใช้

 

190801 Pic 01_เอไอเอส และ ประกันภัยไทยวิวัฒน์ นำ NB-IoT มาประยุกต์ใช้กับประกันรถเปิดปิดครั้งแรกของโลก.JPG

 

    ● ครั้งแรกของโลก ที่ เอไอเอส ผู้นำนวัตกรรม IoT อันดับ 1 และเป็นรายแรกและรายเดียวในไทยที่มีโครงข่าย eMTC และ NB-IoT ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ นำโซลูชัน NB-IoT Motor Tracker เข้ามาเสริมขีดความสามารถให้กับธุรกิจประกันภัยรถยนต์ โดย บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทประกันภัยรายแรกที่ไว้วางใจและเลือกใช้บริการ

      ● เสริมศักยภาพ บริการประกันรถเปิดปิด ของประกันภัยไทยวิวัฒน์ ซึ่งเป็นนวัตกรรมในธุรกิจประกันภัยรถยนต์ ที่ออกแบบมาเพื่อตอบไลฟ์สไตล์ผู้ใช้รถยนต์ยุคดิจิทัลที่ต้องการควบคุมค่าใช้จ่าย ช่วยให้ลูกค้าได้รับความคุ้มครองครบถ้วน และจ่ายค่าเบี้ยประกันตามการใช้งานจริง (Pay As You Drive) ทำให้ลดค่าใช้จ่ายค่าเบี้ยประกันไปได้ถึง 40%

      ● ตอกย้ำการเป็นผู้ให้บริการดิจิทัลของเอไอเอสที่มีนวัตกรรม IoT ซึ่งพร้อมตอบทุกโจทย์ความต้องการของทุกอุตสาหกรรม รวมถึงพัฒนาให้ใช้งานได้จริงบนเครือข่ายที่ครอบคลุมมากที่สุดทั่วไทย และนับเป็นครั้งแรกของโลกที่มีการนำเทคโนโลยี NB-IoT มาสนับสนุนให้เกิด Usage Based Insurance (UBI) ในกลุ่มธุรกิจประกันภัย

 

      นายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร เอไอเอส กล่าวว่า “เอไอเอสในฐานะ Digital Life Service Provider เราให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมดิจิทัลเพื่อสนับสนุนการเกิดขึ้นของ Business Model ใหม่ๆ ซึ่งจะช่วยสร้างการเติบโตให้กับกลุ่มเอ็นเตอร์ไพรส์ พร้อมยกระดับความแข็งแกร่งให้กับประเทศไทยในทุกด้าน โดยปัจจุบันนวัตกรรม IoT ถือเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนา Smart City ให้เกิดขึ้นจริง และเอไอเอสก็ได้รับความไว้วางใจจากองค์กรชั้นนำทั้งภาครัฐและเอกชนมากมาย นำ IoT โซลูชัน ไปเสริมศักยภาพการดำเนินงานขององค์กรมาอย่างต่อเนื่อง

 

      ล่าสุด เรามีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) มอบความไว้วางใจเลือกใช้โซลูชัน NB-IoT Motor Tracker for UBI ในการเพิ่มขีดความสามารถให้กับผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ของไทยวิวัฒน์ โดยอุปกรณ์ดังกล่าวจะสามารถส่งข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ผ่านเครือข่าย NB-IoT เมื่อมีการสตาร์ทและดับเครื่องของรถที่ทำประกันรถเปิดปิด ประกันนั้นก็จะเปิดและปิดให้โดยอัตโนมัติ ทำให้บริษัทประกันภัยได้รับข้อมูลที่มีความแม่นยำ ถูกต้อง และให้การดูแลลูกค้าขององค์กรได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ นับเป็นจุดเริ่มต้นของการนำเทคโนโลยี NB-IoT มาเสริมศักยภาพการบริการให้กับธุรกิจประกันภัย ซึ่งเป็นบริการที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของคนไทย และลูกค้าให้ความสำคัญมากขึ้นในปัจจุบัน”

 

190801 Pic 03_เอไอเอส และ ประกันภัยไทยวิวัฒน์ นำ NB-IoT มาประยุกต์ใช้กับประกันรถเปิดปิดครั้งแรกของโลก.JPG

 

      นายจีรพันธ์ อัศวะธนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ประกันภัยไทยวิวัฒน์ กล่าวว่า “ประกันภัยไทยวิวัฒน์ในฐานะผู้นำนวัตกรรมด้านการประกันภัย เรามีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการด้านการประกันภัยเพื่อผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า โดยนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์ ในโอกาสนี้ เราจึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับความร่วมมือจากเอไอเอส ในการนำ NB-IoT Motor Tracker for UBI มายกระดับผลิตภัณฑ์ประกันรถเปิดปิดของเรา เพิ่มขีดความสามารถการใช้งานเปิดปิดจากผู้ใช้งานแบบเดิม ทำให้ประกันภัยไทยวิวัฒน์ได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำ และสามารถให้บริการลูกค้าของเราได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริโภคมีความสะดวกสบายไร้ความกังวล ใช้ชีวิตได้ตามไลฟ์สไตล์ที่ต้องการอย่างมีอิสระ เพราะประกันภัยไทยวิวัฒน์ได้ให้ความคุ้มครองและการบริการอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งภายใต้ความร่วมมือในครั้งนี้จะทำให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ด้านการประกันภัยรถยนต์ที่ดี ทั้งยังเป็นตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนไทยยุคดิจิทัลอีกด้วย”

 

      สำหรับโซลูชัน NB-IoT Motor Tracker for UBI จะทำงานโดยใช้เทคโนโลยีติดตามการทำงานของยานพาหนะบนเครือข่าย NB-IoT เมื่อมีการสตาร์ทรถยนต์ อุปกรณ์ IoT จะส่งค่า Engine Start ผ่านแพลตฟอร์ม AIS IoT และมาประมวลผลยัง Thaivivat Server พร้อมแจ้งเตือนไปยังแอปพลิเคชัน Thaivivat Motor เพื่อเริ่มต้นเปิดประกันภัยโดยอัตโนมัติ และเมื่อดับเครื่องยนต์ อุปกรณ์ IoT ก็จะส่งค่า Engine Stop กลับมาอีกครั้ง เพื่อปิดประกันให้อัตโนมัติเช่นกัน ช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าของประกันภัยไทยวิวัฒน์ไม่ต้องเสียเวลาเปิด-ปิดด้วยตัวเองอีกต่อไป หรือในกรณีรถอยู่ในพื้นที่ห่างไกล อุปกรณ์จะเก็บข้อมูลไว้ และเมื่อเชื่อมต่อสัญญาณ NB-IoT อีกครั้ง ก็จะส่งข้อมูลให้กับระบบทันที จึงได้ความแม่นยำและความถูกต้องของข้อมูลสูง ช่วยให้ลูกค้าได้รับความคุ้มครองและจ่ายค่าเบี้ยประกันตามการใช้งานจริง ขับค่อยจ่าย ไม่ขับไม่ต้องจ่าย ประหยัดค่าเบี้ยประกันรถยนต์ไปได้ถึง 40%

ทั้งนี้ ลูกค้าที่ซื้อประกันรถเปิดปิดดังกล่าวจะได้รับอุปกรณ์ NB-IoT Motor Tracker for UBI พร้อมอินเทอร์เน็ตเพื่อใช้งานตลอดระยะเวลาเอาประกัน ได้ทันที! ติดตั้งง่ายเพียงเสียบอุปกรณ์เข้ากับ USB Port ในรถยนต์ก็พร้อมใช้งานทันที ถือเป็นการนำนวัตกรรมดิจิทัลที่ยกระดับผลิตภัณฑ์ประกันภัยให้เกิดประโยชน์สูงสุด

 

      เอไอเอสพร้อมมอบบริการดิจิทัลที่พัฒนาเพื่อกลุ่มลูกค้าองค์กรในทุกอุตสาหกรรม ครอบคลุมตั้งแต่การจัดหาอุปกรณ์ Device, แพลตฟอร์ม IoT การออกแบบซอร์ฟแวร์และแอปพลิเคชัน, ระบบ Cloud Computing ระดับเวิล์ดคลาส สำหรับการประมวลผลและจัดเก็บข้อมูล, eSIM ที่พร้อมใช้งานกับอุปกรณ์ IoT บนเครือข่าย AIS NB-IoT ที่ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ และพร้อมให้คำปรึกษากับทุกองค์กรที่สนใจนำ IoT ไปใช้ในการทำงาน รวมไปถึงการขยายผลการเข้าถึงเทคโนโลยี IoT ไปยังกลุ่มลูกค้าทั่วไป โดยทดลองวางจำหน่าย NB-IoT Motor Tracker ซึ่งเป็นโซลูชันติดตามยานพาหนะด้วยเครือข่าย NB-IoT ผ่าน AIS Shop และ AIS Online Store เพื่อให้ลูกค้าสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ตามความต้องการ

 

      สนใจ NB-IoT Motor Tracker สำหรับลูกค้าองค์กรสามารถติดต่อได้ที่ Corporate Call Center โทร. 1149 หรือเว็บไซต์ http://business.ais.co.th/iot สำหรับลูกค้าทั่วไป ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.ais.co.th/nbiotmotortracker