ข้ามการนำทาง
2019

เอไอเอส ร่วมรณรงค์รักษ์สิ่งแวดล้อม
ขานรับนโยบายงดแจกถุงพลาสติกดีเดย์
1 ม.ค. 63 เป็นต้นไป
พร้อมอำนวยความสะดวกลูกค้าด้วยถุงชีวภาพ ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ

 

191230_PIC01 เอไอเอส ร่วมรณรงค์รักษ์สิ่งแวดล้อม ขานรับนโยบายงดแจกถุงพลาสติก.jpg

 

เอไอเอส เดินหน้าภารกิจเพื่อสังคม ร่วมยกระดับคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมของคนไทย สานต่อภารกิจ “Mission Green 2020” มุ่งสู่เป้าหมายลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 1 ล้านกิโลกรัมคาร์บอนสมมูลย์ ล่าสุดขานรับนโยบายภาครัฐงดแจกถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-use plastic) ที่เอไอเอสช็อปและเซเรเนดคลับทั่วประเทศ เริ่ม 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป พร้อมอำนวยความ สะดวกลูกค้าในกรณีจำเป็น ด้วยถุงพลาสติกชีวภาพผลิตจากพืช สลายตัวได้ตามธรรมชาติเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ได้มาตรฐาน GC Compostable

            นางสาวนัฐิยา พัวพงศกร หัวหน้าแผนกงานพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน เอไอเอส กล่าวว่า  “จากการที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเรื่องการงดใช้ถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-use plastic)
ใน
ห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้อ โดยได้ร่วมมือกับภาครัฐและภาคเอกชนงดแจกถุงพลาสติกตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป ตามโรดแม็พการจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561 – พ.ศ. 2573 ของกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมนั้น เอไอเอส ในฐานะ Digital Life Service Provider ที่มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจแบบเติบโตและสร้างประโยชน์ไปพร้อมกันทุกภาคส่วน ขอประกาศตัวร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรณรงค์เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในประเด็นดังกล่าว  โดยงดแจกถุงพลาสติกที่เอไอเอสช็อปและเซเรเนดคลับทั่วประเทศเริ่มวันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป

            ทั้งนี้เราได้เตรียมมาตรการเพื่อรองรับทุกความต้องการของลูกค้า หากลูกค้ามีความประสงค์ที่จะต้องรับถุงก็สามารถรับจากพนักงานได้ โดยบริษัทได้จัดเป็นถุงชนิดใหม่ที่ผลิตจากธรรมชาติ (Biodegradable refuse) ได้รับเครื่องหมายรับรอง GC Compostable ซึ่งบ่งบอกว่าเป็นบรรจุภัณฑ์ที่สามารถสลายตัวได้ทางชีวภาพ (Compostable Plastics) ตามมาตรฐานที่ GC Group กำหนด ซึ่งถุงชนิดนี้มีส่วนประกอบของ อ้อย แป้งมันสำปะหลัง และกากน้ำตาล ทำให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสามารถย่อยสลายได้ใน 180 วัน เมื่อกำจัดด้วยวิธีการฝังกลบ ผลที่ได้จะไม่มีส่วนของพลาสติกและ ไม่ทิ้งสิ่งตกค้างไว้ในสภาพแวดล้อมเหลืออยู่ นอกจากนั้น เอไอเอสยังได้มีการปรับเปลี่ยนวัสดุ อุปกรณ์ในจุดบริการลูกค้าให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น โดยได้มีการเปลี่ยนขวดน้ำ หลอด และแก้วจากเดิมที่เป็นพลาสติก เป็นวัสดุจากธรรมชาติแทน เช่น กระดาษ ชานอ้อย หรือไม้

            “จากการที่องค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนขานรับนโยบายภาครัฐในการร่วมรณรงค์งดใช้ถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-use plastic) ในครั้งนี้ จะสามารถช่วยลดขยะพลาสติกในประเทศได้ในปริมาณมหาศาล รวมทั้งยังเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีในระยะยาว” นางสาวนัฐิยา กล่าวปิดท้าย

สมาคม Contact Center World ยกให้ AIS Contact Center คว้า 2 รางวัลระดับโลก ตอกย้ำผู้นำด้านงานบริการคุณภาพ ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

191225 Pic 02 สมาคม Contact Center World ยกให้ AIS Contact Center คว้า 2 รางวัลระดับโลก.jpg          อีกหนึ่งรางวัลแห่งความภูมิใจส่งท้ายปี AIS โดย AIS Contact Center ในฐานะตัวแทนของทวีปเอเชียแปซิฟิก เข้าร่วมงาน 14th ANNUAL GLOBAL AWARDS จัดโดยสมาคม Contact Center World ณ เมืองบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน และสร้างชื่อเสียงในระดับโลก คว้า 2 รางวัลใหญ่ Best Contact Center 2019 และ Best use of Social Media in the Contact Center 2019 จากการที่ AIS Contact Center ได้รับรางวัลในครั้งนี้ มีส่วนผลักดันให้ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในทำเนียบ Top 10 World Rankings จากทั่วโลก สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพงานบริการขององค์กรจากประเทศไทยที่ได้รับการยอมรับอยู่ในมาตรฐานระดับโลก

191225 Pic 01 สมาคม Contact Center World ยกให้ AIS Contact Center คว้า 2 รางวัลระดับโลก.jpg          นางสาวใจพร ศรีสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอดวานซ์ คอนแท็คเซ็นเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “หลังจากที่ AIS Contact Center สามารถคว้ารางวัลเหรียญทองระดับนานาชาติ จากเวทีการประกวด Contact Center World Award 2019 รอบการแข่งขันตามกลุ่มทวีป จนได้รับสิทธิ์เป็นตัวแทนของทวีปเอเชียแปซิฟิก เข้าร่วมการแข่งขันในเวทีระดับนานาชาติ ในที่สุด AIS Contact Center สามารถสร้างชื่อเสียงด้วยการคว้ารางวัล Best Contact Center 2019 และ Best use of Social Media in the Contact Center 2019 มาครองได้นั้น ถือเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นขององค์กรที่ต้องการพัฒนางานบริการด้วยคุณภาพสูงสุดอยู่เสมอ สะท้อนให้เห็นในทุกๆ มิติของงานบริการด้วยความเป็นมืออาชีพระดับชั้นนำที่สามารถตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้าในทุก Generation ด้วยการประยุกต์ใช้นวัตกรรมผสานใจของพนักงานที่ผ่านการฝึกฝน พัฒนาทักษะจนสามารถให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และพร้อมส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจอย่างยอดเยี่ยมจนได้รับความไว้วางใจในระดับโลก ซึ่งถือเป็นแรงผลักดันให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกส่วน ได้ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีที่สุดต่อไป”

 

          งาน 14th ANNUAL GLOBAL AWARDS ในปีนี้ ได้รับความสนใจจากองค์กรธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรมทั่วโลกกว่า 1,600 บริษัท ส่งผลงานเข้าร่วมประกวด โดย AIS เป็นโอเปอเรเตอร์รายเดียวของไทยที่สามารถคว้ารางวัลมาครองได้สำเร็จ ทั้งนี้ สมาคม Contact Center World ก่อตั้งขึ้นในปี 1999 โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ณ รัฐออนแทรีโอ ประเทศแคนาดา เป็นองค์กรระดับโลกที่มีบทบาทสำคัญในด้านการค้นคว้าวิจัยและเผยแพร่ผลงานทางด้าน Contact Center และ Customer Engagement มาอย่างต่อเนื่องมากว่า 20 ปี ปัจจุบัน ได้รับการยอมรับจากตัวแทนองค์กรต่างๆ ทั่วโลก เข้าร่วมเป็นสมาชิกแล้วกว่า 205,000 คน

 

************************************************************

รัวความสุขต้อนรับปีหนู 2563 เอไอเอส จัดเต็มสิทธิพิเศษและความบันเทิงขั้นสุด เติมโมเมนต์ความสุขให้ลูกค้า “อุ่นใจกว่าเดิม” เสริมกำลังเครือข่ายมือถือ 4G และ WiFi เต็มที่ ส่งทีมวิศวกรดูแล 24 ชั่วโมง

 

191224 Pic_01 AIS เตรียมพร้อมเครือข่ายรับเทศกาลปีใหม่ 2563.jpg

 

24 ธันวาคม 2562 : นายปรัธนา ลีลพนัง เอไอเอส หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป เอไอเอส กล่าวว่า เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2563 ครอบครัวเอไอเอส ขอร่วมส่งความสุขมอบของขวัญให้ลูกค้าทั่วประเทศ จัดเต็มเครือข่ายที่ดีที่สุด เพื่อให้ลูกค้าสื่อสารถึงกันได้อย่างราบรื่น และท่องเที่ยวพักผ่อนได้อย่างอุ่นใจ พร้อมมอบสิทธิพิเศษและคอนเทนต์ความบันเทิงชุดใหญ่ เติมเต็มช่วงเวลาพิเศษให้มีความสุขยิ่งขึ้นกว่าเดิม ประกอบด้วย

 

1.เสริมกำลังเครือข่าย เพิ่มความสามารถในการรองรับการใช้งาน (Capacity) ของเครือข่ายทั้ง AIS NEXT G, 4G, 3G และ SUPER WiFi เพิ่มกว่าปกติอีก 300 % เพื่อรองรับปริมาณการใช้งานโมบายล์ดาต้าของลูกค้าที่คาดว่าจะสูงขึ้นในช่วงปีใหม่ 2563 นี้ โดยจัดรถโมบายล์ขยายเครือข่ายการใช้งานของลูกค้า และจัดตั้งสถานีฐานเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถเครือข่ายให้รองรับการใช้งานที่มากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่จัดงานเคาท์ดาวน์และสวดมนต์ข้ามปีในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ ตลอดจนสถานที่ท่องเที่ยว และเส้นทางการเดินทางหลักของประชาชนทั่วประเทศ ตั้งแต่ช่วงก่อนเดินทางท่องเที่ยวจนถึงวันเดินทางกลับ รวมทั้งเตรียมพร้อมเครือข่าย 4G ROAMING ที่ครอบคลุมมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ถึง 144 ประเทศทั่วโลก รองรับการเดินทางท่องเที่ยวในต่างประเทศ

 

2. เสริมกำลังทีมงานวิศวกร และงานบริการ พร้อมสแตนบายดูแลประสิทธิภาพเครือข่ายทั่วประเทศตลอด 24 ชั่วโมง ทั้ง ศูนย์บริหารเครือข่าย, ส่วนกลาง และศูนย์บริหารเครือข่ายส่วนภูมิภาค เพื่อให้พร้อมแก้ปัญหาในทุกกรณี ตลอดจนทีมงานบริการลูกค้า ทั้งทีม AIS Contact Center 1175 และโซเชียลมีเดียทุกช่องทาง สแตนบายดูแลให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อส่งมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดให้ลูกค้าในช่วงวันหยุดพักผ่อน และเดินทางท่องเที่ยวตลอดเทศกาลปีใหม่

 

3. มอบสิทธิพิเศษ ดูคอนเทนต์บันเทิงระดับโลกไม่อั้น! 10 วันเต็ม! สำหรับลูกค้ามือถือ AIS ทั้งระบบเติมเงินและรายเดือนทุกราย จำนวนกว่า 42 ล้านเลขหมาย และลูกค้า AIS Fibre ที่มีแพ็กเกจ AIS PLAYBOX สามารถรับชม 14 ช่องพรีเมียมดังได้ทันที ไม่คิดค่าคอนเทนต์ ตั้งแต่ 25 ธันวาคม 2562 (00.01) ถึง 3 มกราคม 2563 (23.59) ผ่านทางแอปพลิเคชัน AIS PLAY (สำหรับลูกค้าที่ยังไม่มีแอป AIS PLAY สามารถโหลดแอป และรับชมได้เช่นกัน), เว็บไซต์ www.aisplay.ais.co.th และกล่อง AIS PLAYBOX ประกอบด้วย ช่อง HBO Cinemax, HBO Hits, HBO Family, HBO Signature, RED by HBO (ยกเว้น HBO Go), Warner TV, BLUE ANT Entertainment, BLUE ANT Extreme, FOOD Network, Asian Food Network, Cartoon Network, CNN และ HLN ซึ่งคัดสรรหนังดี ซีรีส์ดัง กีฬาโดน การ์ตูนฮิต รายการดังระดับโลก สำหรับทุกคนในครอบครัว ยกทัพมาให้ชมกันแบบไม่อั้น อาทิ Aquaman, Beauty & the Beast, Bumblebee, Jurassic World : Fallen kingdom, Harry Potter ทั้ง 8 ภาค ฯลฯ เติมเต็มความสุขความบันเทิงในวันหยุดยาวให้กับลูกค้าและคนไทย

 

4. จัดเต็มของขวัญชิ้นพิเศษ สะสมให้ครบทั้ง 2 แบบ กับน้องอุ่นใจคอลเล็กชั่นพิเศษ ต้อนรับเทศกาลคริสต์มาส และปีใหม่ สำหรับลูกค้าเอไอเอส และเซเรเนด เมื่อซื้อสินค้า สมัครแพ็กเกจ เปิดเบอร์ใหม่ หรือติดตั้งเอไอเอส ไฟเบอร์ รับฟรี!! น้องอุ่นใจคริสต์มาสสุดคิ้วท์ รับได้ในวันที่ 25 ธันวาคม 2562 (จำนวนจำกัด) และน้องอุ่นใจปีใหม่แสนน่ารัก รับได้ในวันที่ 31 ธันวาคม 2562 (จำนวนจำกัด) ที่ AIS Shop และ Serenade Club ทุกสาขาทั่วประเทศ (1 หมายเลข / 1 สิทธิ์ / 1 ชิ้น)

 

191224 Pic_04 AIS เตรียมพร้อมเครือข่ายรับเทศกาลปีใหม่ 2563.JPG

191224 Pic_09 น้องอุ่นใจคริสต์มาสคอลเล็กชั่น .jpg

191224 Pic_10 น้องอุ่นใจคริสต์มาสคอลเล็กชั่น .jpg

เอไอเอส ผนึกฟาร์มลุงรีย์ รุกเปิดศูนย์เรียนรู้เทคโนโลยีเกษตรฟาร์มสุข นำเทคโนโลยี IoT สร้างแพลตฟอร์มฟาร์มอัจฉริยะ ผ่านแนวคิด สอน-เสริม-สร้าง ติดอาวุธ Smart Famer หนุนภาคเกษตรกรรมไทยยั่งยืน

191223 Pic 01 เอไอเอส ผนึกฟาร์มลุงรีย์ รุกเปิดศูนย์เรียนรู้เทคโนโลยีเกษตรฟาร์มสุข นำเทคโนโลยี IoT สร้างแพลตฟอร์มฟาร์มอัจฉริยะ.JPG

     เอไอเอส ร่วมกับฟาร์มลุงรีย์ เปิดศูนย์เรียนรู้เทคโนโลยีเกษตรฟาร์มสุข เป็นแหล่งการเรียนรู้พื้นฐานด้านการทำการเกษตร ด้วยแนวคิด “สอน เสริม สร้าง” พร้อมเป็นศูนย์กลางให้กลุ่ม Smart Famer ได้นำประสบการณ์ตรงจากการลงมือปฏิบัติจริงมาร่วมแบ่งปัน บูรณาการองค์ความรู้ทางเทคโนโลยีผสมผสานแนวคิดการทำเกษตรแบบคนเมือง (Urban farm) โดยนำแพลตฟอร์ม IoT ฟาร์มอัจฉริยะ หรือ Intelligent Farm (iFarm) มาช่วยบริหารจัดการฟาร์มอย่างมีประสิทธิภาพ แม่นยำ และสะดวกมากยิ่งขึ้น ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน

191223 Pic 02 คุณวีรวัฒน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านธุรกิจสัมพันธ์และองค์กร เอไอเอส และลุงรีย์ Smart Famer เจ้าของฟาร์มลุงรีย์.JPG

     นายวีรวัฒน์ เกียรติพงษ์ถาวร หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านธุรกิจสัมพันธ์และองค์กร เอไอเอส กล่าวว่า “เอไอเอส ในฐานะ Digital Life Service Provider มีความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์นวัตกรรมดิจิทัลและโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล เข้ามามีส่วนช่วยยกระดับภาคการเกษตรของประเทศไทย ซึ่งถือเป็นปัจจัยฐานรากที่มีความสำคัญต่อทั้งด้านเศรษฐกิจ และสังคมไทยมาโดยตลอด ในปัจจุบัน มีเทคโนโลยีหลายอย่างที่ได้รับการพัฒนาจนกลายเป็นนวัตกรรมด้านการเกษตร เข้ามาช่วยทุ่นแรง เพิ่มประสิทธิภาพ เพิ่มความแม่นยำในการสร้างผลผลิต จนนำไปสู่การช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยให้ดียิ่งขึ้นด้วย ด้วยปัจจัยเหล่านี้ เอไอเอส ได้เล็งเห็นโอกาสในการร่วมกับพันธมิตรอย่างฟาร์มลุงรีย์ ซึ่งถือเป็นแบบอย่างของ Smart Famer ที่สามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีการเกษตรเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ สอดคล้องกับความตั้งใจของเอไอเอสในการเปิดศูนย์เรียนรู้เทคโนโลยีเกษตรฟาร์มสุขที่ฟาร์มลุงรีย์ในครั้งนี้ ที่จะเป็นแลนด์มาร์คสำหรับ Smart Famer และภาคีเครือข่ายภาคการเกษตร ที่จะได้ร่วมศึกษาเรียนรู้ และพัฒนาภาคเกษตรกรรมไทยยั่งยืน ”

 

    ศูนย์เรียนรู้เทคโนโลยีเกษตรฟาร์มสุข ฟาร์มลุงรีย์ ถูกออกแบบเป็นพื้นที่การเกษตรยุคใหม่ที่สอดคล้องกับแนวคิด “สอน - เสริม - สร้าง” เพื่อบูรณาการองค์ความรู้ทางเทคโนโลยีผสมผสานแนวคิดการทำเกษตรกรรมแบบคนเมือง (Urban farm) ที่ผ่านการลงมือปฏิบัติงานจริงหลอมรวมจนเกิดเป็น Smart Farm ขณะเดียวกัน เอไอเอส ได้สร้างแพลตฟอร์ม IoT ภายใต้ชื่อ Intelligent Farm (iFarm) เป็นฟาร์มอัจฉริยะที่เชื่อมต่อผ่านโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง พร้อมเปิด API และ Interface อย่างง่าย เพื่อให้นักพัฒนาอุปกรณ์ภาคเอกชน ได้นำไปต่อยอดในการคิดค้นอุปกรณ์ Smart Farm โดยไม่ต้องลงทุนสร้างระบบ Cloud ด้วยตัวเอง ทำให้การพัฒนาอุปกรณ์ IoT ภายในฟาร์ม มีความหลากหลายมากขึ้น ช่วยให้เกษตรกรสามารถบริหารจัดการฟาร์มได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น ผ่านสมาร์ทโฟนได้ทุกที่ทุกเวลา รวมไปถึง การสร้างสรรค์ Digital Ecosystem สนับสนุนการทำงานร่วมกันเป็นเครือข่ายของเกษตรกรในพื้นที่

191223 Pic 05 บรรยากาศภายในงานเปิดศูนย์เรียนรู้เทคโนโลยีเกษตรฟาร์มสุข ณ ฟาร์มลุงรีย์.jpeg

     ด้านนายชารีย์ บุญญวินิจ หรือลุงรีย์ เจ้าของฟาร์มลุงรีย์ พูดถึงความร่วมในครั้งนี้ว่า “เราทำงานร่วมกันด้วยความเชื่อเดียวกัน คือการยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรที่ดีขึ้น ชีวิตของผู้บริโภคที่ดีขึ้น เราต้องการให้พื้นที่แห่งนี้ ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ใครอีกหลายๆ คนที่มีความฝัน อยากลงมือทำเกษตร สามารถสร้างฟาร์มสุขได้ด้วยตัวเอง แม้จะอยู่กลางเมืองกรุง ชุมชนเมือง แต่เราสามารถเปลี่ยนเมืองให้กลายเป็นจุดศูนย์กลางด้านอาหารปลอดภัยเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ ภายในศูนย์เรียนรู้เทคโนโลยีเกษตรฟาร์มสุขในฟาร์มลุงรีย์ จะเป็นการฉายภาพของการนำนวัตกรรมด้านการเกษตรมาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างความยั่งยืนทางอาหาร ด้วยแนวคิดการทำเกษตรกรรมแบบคนเมือง (Urban Farm) ผลผลิตที่ได้จะถูกนำไปจัดจำหน่ายให้กับร้านอาหารชื่อดังและร้านอาหารที่มีแนวคิดสอดคล้องไปในแนวทางเดียวกันในพื้นที่กรุงเทพฯ และเหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่ให้ได้มากที่สุด ภายในพื้นที่จำกัดเพียง 100 ตารางเมตรนี้เท่านั้น”

191223 Pic 03 ลุงรีย์ Smart Famer ผู้นำแพลตฟอร์ม IoT ฟาร์มอัจฉริยะ บริหารจัดการฟาร์มได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น.jpeg     ศูนย์เรียนรู้เทคโนโลยีเกษตรฟาร์มสุข ฟาร์มลุงรีย์ จะประกอบด้วย ฟาร์มเลี้ยงไส้เดือน, ฟาร์มเพาะเห็ดหิมาลัย, โรงเรือนปลูกผัก และโรงเลี้ยงสัตว์ บริหารจัดการผ่านแพลตฟอร์ม IoT ฟาร์มอัจฉริยะ หรือ Intelligent Farm (iFarm) มาช่วยในการบริหารจัดการดูแลฟาร์มอย่างครบวงจร สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมศูนย์เรียนรู้เทคโนโลยีเกษตรฟาร์มสุข ณ ฟาร์มลุงรีย์ ได้ทุกวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 15.00 - 17.00 น. และวันอาทิตย์ เวลา 10.00 - 12.00 น. หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง โทร. 061 - 414 - 5242 หรือทางเฟซบุ๊ก Uncleree Farm

 

    “ผมเชื่อว่า ในวันนี้ เกษตรกรไทยพร้อมแล้วที่จะเรียนรู้และปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง มีศักยภาพในการนำเอาเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาภาคการเกษตรให้เจริญเติบโต โดยเฉพาะคนเมืองจะได้เรียนรู้และสัมผัสกับ Digital Ecosystem ที่เอื้อต่อภาคธุรกิจเกษตรแบบครบวงจร เอไอเอส ยืนยันที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันให้เกษตรกรไทยมีขีดความสามารถที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน” นายวีรวัฒน์ กล่าวสรุป

******************************************************

 

ข้อมูลเพิ่มเติม Digital Solution ภายในศูนย์เรียนรู้เทคโนโลยีเกษตรฟาร์มสุข - ฟาร์มลุงรีย์ ซอยเพชรเกษม 46

 

ภายในฟาร์มลุงรีย์ ถูกควบคุม และสั่งงานด้วยแพลตฟอร์ม AIS IoT ฟาร์มอัจฉริยะ (intelligent Farm) หรือ iFarm ซึ่งสามารถควบคุมได้แบบอัตโนมัติ ประกอบด้วย โซนต่างๆ 4 โซน ดังนี้

 

191223 Pic 06 โซนที่ 1 คอนโดไส้เดือน วัดและควบคุมผ่านแพลตฟอร์ม iFarm.jpeg

โซนที่ 1 คอนโดไส้เดือน วัดและควบคุมผ่านแพลตฟอร์ม iFarm เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ IoT ของพาร์ทเนอร์

1.    Sensor วัดความชื้นในดินจำนวน 3 จุด, อุณหภูมิในอากาศ และความชื้นในอากาศ

2.    Controller ระบบควบคุมการพ่นหมอกแรงดันสูงเพื่อดูแลระดับความชื้นในดิน และลดอุณหภูมิในอากาศบริเวณโซนเลี้ยงไส้เดือน

3.    IP Camera ระบบกล้อง CCTV เพื่อดูแลไส้เดือนอย่างใกล้ชิด

 

191223 Pic 07 โซนที่ 2 ห้องเห็ดอัจฉริยะ วัดและควบคุมผ่านแพลตฟอร์ม iFarm.jpeg

โซนที่ 2 ห้องเห็ดอัจฉริยะ วัดและควบคุมผ่านแพลตฟอร์ม iFarm เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ IoT ของพาร์ทเนอร์

1.    Sensor วัดอุณหภูมิในอากาศ และความชื้นในอากาศ ภายในห้องเพาะเลี้ยง

2.    Controller เพื่อควบคุมอุณหภูมิภายในห้อง โดยมีพัดลมระบายอากาศ เมื่ออุณหภูมิสูงเกินไป, อุปกรณ์ Heater เมื่ออุณหภูมิต่ำเกินไป, ระบบเพิ่มความชื้นพ่นหมอก เมื่อความชื้นในอากาศต่ำไป, และติดตั้งหลอดไฟ LED Growth light

3.    IP Camera ระบบกล้อง CCTV เพื่อดูแลห้องเห็ดหิมาลัยอย่างใกล้ชิด

191223 Pic 08 โซนที่ 3 โรงผักอัจฉริยะ วัดและควบคุมผ่านแพลตฟอร์ม iFarm.jpeg

โซนที่ 3 โรงผักอัจฉริยะ วัดและควบคุมผ่านแพลตฟอร์ม iFarm เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ IoT ของพาร์ทเนอร์

1.    Sensor อุณหภูมิในอากาศ, ความชื้นในอากาศ, ความชื้นในดิน และความเข้มแสงแดด

2.    Controller เพื่อควบคุมระบบน้ำหยด, ระบบพ่นหมอกแรงดันสูง, และหลอดไฟ LED Growth light

3.    IP Camera ระบบกล้อง CCTV เพื่อดูแลโรงปลูกผักอย่างใกล้ชิด

191223 Pic 10 โซนที่ 4 สมาร์ทเล้า โซนเลี้ยงสัตว์ ควบคุมผ่านแพลตฟอร์ม iFarm.jpeg

โซนที่ 4 สมาร์ทเล้า เป็นโซนเลี้ยงสัตว์ ควบคุมผ่านแพลตฟอร์ม iFarm เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ IoT ของพาร์ทเนอร์

1.    Sensor อุณหภูมิในอากาศ, ความชื้นในอากาศ, ความชื้นในดิน และความเข้มแสงแดด

2.    Controller เพื่อควบคุมระบบน้ำหยด, ระบบพ่นหมอกแรงดันสูง, และหลอดไฟ LED Growth light

 

 

สำหรับเกษตรกร และนักพัฒนาอุปกรณ์ สนใจติดสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ :

- Line@aisfarmsuk

- Facebook : ฟาร์มสุข by uncle.suk

- Email : ekalupra@ais.co.th

AIS ยืนหนึ่งผู้นำ 5G จัดเต็มความมันส์ศิลปินชื่อดัง ปะทะโชว์เคส 5G สุดล้ำ ใจกลางเมือง ต่อเนื่องข้ามปี @ สามย่านมิตรทาวน์

 

80891470_3205012582846702_1479062354489507840_o.jpg

 

(20 ธันวาคม 2562) นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป เอไอเอส กล่าวว่า “เอไอเอส เดินหน้าตอกย้ำผู้นำเครือข่าย 5G อันดับ 1 ที่ทดสอบครบแล้วทุกภูมิภาคทั่วไทยเป็นรายแรกรายเดียว เพื่อประกาศความพร้อมพาคนไทยก้าวเข้าสู่ยุค 5G สร้างปรากฎการณ์ 5G ในไทยให้กระหึ่มอีกครั้ง เนรมิตสามย่านมิตรทาวน์ ศูนย์การค้าแห่งนวัตกรรมและการเรียนรู้ของคนรุ่นใหม่ ให้กลายเป็น Destination ที่ดีที่สุดสำหรับทุกคนที่จะเข้ามาเรียนรู้และทดลองใช้งาน 5G ในสภาพแวดล้อมจริง ผ่าน 5G Use Cases สุดล้ำจากเอไอเอส ที่ทดสอบมาแล้วทั่วทุกภูมิภาค ตอบโจทย์ทุกความสนใจทั้งด้านการสื่อสาร การศึกษา ความบันเทิง อุตสาหกรรม และการสัญจรในอนาคต พร้อมขับเคลื่อนชีวิตคนไทยให้ดีขึ้นและยกระดับประเทศสู่ Thailand 4.0

 

79682259_3205012732846687_4976981899009327104_o.jpg

 

และเพื่อต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปี เอไอเอส จึงจัดทัพศิลปินชื่อดังขวัญใจวัยรุ่นมามอบสุขผ่านคอนเสิร์ตสุดฟินให้แก่คนไทยและครอบครัวเอไอเอส ประเดิมวันแรก 20 ธ.ค.นี้ ด้วย วง TEMP, วันที่ 24 ธ.ค.พบกับสองหนุ่มคู่จิ้นสุดฮอตจากนาดาว บางกอก "พีพี - กฤษฏ์ อำนวยเดชกร" และ "บิวกิ้น - พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล นักแสดงจากซีรีส์รักฉุดใจนายฉุกเฉิน และวันที่ 26 ธ.ค. พบกับนักร้องหนุ่มเสียงนุ่ม ทอม - อิศรา กิจนิตย์ชีว์ พรีเซนเตอร์เอไอเอส ที่จะมาร่วมสร้างปรากฎการณ์ 5G สุดล้ำและตื่นตาไปอีกขั้น ด้วยการทดสอบศักยภาพของสัญญาณและเทคโนโลยี 5G ภายในพื้นที่สามย่านมิตรทาวน์ โดยมีไฮไลท์คือ 5G Hologram 3 มิติ หรือการนำเทคโนโลยี 3D Hologram การสื่อสารระยะไกลแห่งอนาคต ที่สามารถถ่ายทอดภาพ 3มิติ ได้แบบ 360 องศา มีความเสมือนจริงและเรียลไทม์ มาจัดแสดงเป็นครั้งแรกของไทย พร้อมอีกหลากหลายนวัตกรรมสุดล้ำแห่งโลกอนาคต อาทิ 5G VDO Call, 5G Remote Control Vehicle, 5G Connected Drones และ 5G The Robotics มาให้คนไทยได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด”
80581327_3205012842846676_6690620532389314560_o.jpg
80352530_3205012376180056_3456351957675933696_o.jpg

 

ร่วมสัมผัสนวัตกรรม 5G ไปด้วยกัน ณ สามย่านมิตรทาวน์ ลานกิจกรรม Semi outdoor ชั้น G จัดแสดงตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคม 2562 - 3 มกราคม 2563 เวลา 10.00 น. - 22.00 น. (สำหรับวันที่ 24 - 31 ธันวาคม 2562 เวลา 10.00 น.- 24.00 น.) ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ธงไทยผงาด! AIS ส่งทีมอีสปอร์ตไทย Teletubbies คว้าแชมป์ระดับภูมิภาคในศึกอีสปอร์ตของชาวออฟฟิศสายเกมเมอร์ “PVP Regional Corporate League”

191220 Pic_Teletubbies (Thailand), the champion for DOTA 2.jpg

20 ธันวาคม 2562: ถือเป็นปีที่วงการอีสปอร์ตของไทยคึกคักอย่างมาก เมื่อ เอไอเอส ผู้นำเครือข่ายอันดับ 1 ของประเทศ เข้ามาร่วมพัฒนาวงการอีสปอร์ตของประเทศให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ด้วยการเพิ่มศักยภาพเครือข่ายให้มีความเสถียรมากที่สุดและมีค่า Latency ต่ำที่สุด, ออกแบบแพ็กเกจที่ตอบโจทย์คอเกมเมอร์ ตลอดจนสร้าง eSports Community ให้กลุ่มคนรุ่นใหม่ได้มีโอกาสแสดงความสามารถอย่างเต็มที่ รวมถึงการจัดตั้ง AIS eSports Club ขึ้นภายในองค์กร เพื่อเปิดพื้นที่ให้พนักงานเอไอเอสสายเกมเมอร์ ได้ฝึกทักษะด้าน eSports ซึ่งจะช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพด้านการวางแผน การคิดวิเคราะห์ และการทำงานเป็นทีมในยุคดิจิทัล นอกจากนี้ ยังได้จัดทัวร์นาเม้นท์การแข่งขันอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดกับการแข่งขัน “AIS eSports Thailand Corporate League” ศึกกีฬาอีสปอร์ตเพื่อชาวออฟฟิศสายเกมเมอร์โดยเฉพาะ เปิดเวทีให้พนักงานบริษัทต่างๆ ที่ชื่นชอบการเล่นเกมได้โชว์ศักยภาพพร้อมสานสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นระหว่างบริษัท โดยมีผู้แข่งขันกว่า 400 คน รวมกว่า 80 ทีม จาก 33 บริษัทชั้นนำ เข้าร่วม

   

เอไอเอส อีสปอร์ต ได้ส่ง 2 ทีมผู้ชนะเกม DOTA 2 ได้แก่ ทีม “แสงอุษา” และทีม “Teletubbies” เป็นตัวแทนประเทศไทย ลงชิงชัยรอบคัดเลือกในระดับภูมิภาค ประลองฝีมือกับ 8 ทีมผู้ชนะจากประเทศสิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ในรายการ PVP Regional Corporate League ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกกับทัวร์นาเม้นต์การแข่งขันอีสปอร์ตของพนักงานบริษัทในระดับภูมิภาค ซึ่งจัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่างกลุ่มสิงเทลและโอเปอร์เรเตอร์ในเครือ พร้อมด้วยบริษัทพันธมิตรชั้นนำ ร่วมส่งพนักงานลงชิงชัยในฐานะนักกีฬาอีสปอร์ตกว่า 1,500 คน เพื่อเฟ้นหาสุดยอดชาวออฟฟิศสายเกมเมอร์ระดับภูมิภาค ณ ประเทศสิงคโปร์

   

โดยทีม Teletubbies สามารถคว้าชัยชนะในเกม DOTA 2 เหนือทีม GTR จากประเทศมาเลเซียได้สำเร็จ พร้อมรับเงินรางวัล 3,000 เหรียญสิงคโปร์ไปครอง ตอกย้ำศักยภาพของผู้เล่นอีสปอร์ตไทยที่มีความสามารถทัดเทียมกับผู้เล่นในระดับนานาชาติ และติดตามการแข่งขัน AIS eSports Corporate League 2020 ได้ เร็วๆ นี้ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Facebook Fanpage: AIS eSports

AIS แกร่งสุด คว้ารางวัล Asia’s Most Trusted Company Awards 2019 สุดยอดบริษัทที่ได้รับความไว้วางใจ ประจำภูมิภาคเอเชีย

191219 Pic 01 AIS รับรางวัล Asia’s Most Trusted Company Awards 2019.JPG

          AIS รับรางวัล Asia’s Most Trusted Company Awards 2019 รางวัลสุดยอดบริษัทที่ได้รับความไว้วางใจประจำภูมิภาคเอเชีย ประจำปี 2019 ซึ่งจัดขึ้นโดย International Brand Consulting Corporation หรือ IBC บริษัทที่ปรึกษาด้านการวางกลยุทธ์และการดำเนินธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญในการสร้างแบรนด์สินค้าทั่วโลกมากว่า 27 ปี โดยมีนายทิฐินันท์ โชตินันทน์ รักษาการหัวหน้าส่วนงานสื่อสารการตลาด เป็นผู้รับรางวัล จาก Mr.Hemant Kaushik, Chairman & CEO of International Brand Consulting Corporation, USA และได้รับเกียรติจาก พล.ต.ต.ดร.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผู้บังคับการกองวิจัย (ผบก.วจ.) เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลด้วย ถือเป็นอีกหนึ่งรางวัลที่ตอกย้ำถึงการเป็นผู้นำในกลุ่มธุรกิจโทรคมนาคมที่ได้รับการยอมรับในเวทีระดับนานาชาติ

         Asia’s Most Trusted Company Awards 2019 คัดเลือกองค์กรทั่วเอเชียจากทั้งหมด 64 กลุ่มอุตสาหกรรม โดย AIS เป็น 1 ใน 50 องค์กร ที่ผ่านการพิจารณาและเป็นโอเปอเรเตอร์เพียงรายเดียวของไทยที่ได้รับรางวัลในปีนี้ ซึ่งมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาในหลายมิติ ได้แก่ 1. ผลรวมการดำเนินธุรกิจ 2. ศักยภาพในด้านการบริหารจัดการของผู้นำองค์กร 3. ส่วนแบ่งทางการตลาด 4. ขีดความสามารถในการพัฒนาและสร้างสรรค์นวัตกรรม 5. วัฒนธรรมองค์กร 6. การนำเสนอสินค้าและบริการ 7. จริยธรรมทางธุรกิจ 8. ความรับผิดชอบต่อสังคม 9. ความมีชื่อเสียง ตลอดจนการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคเอเชีย สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจอย่างยอดเยี่ยมจนได้รับความไว้วางใจในระดับภูมิภาคเอเชีย

         สำหรับงานประกาศรางวัล Asia’s Most Trusted Company Awards 2019 ในครั้งนี้ มีผู้บริหาร นักธุรกิจ และตัวแทนจากองค์กรต่างๆ ทั่วภูมิภาคเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นประเทศอินเดีย, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์เนปาล, ศรีลังกา, มาเลเซีย, จีน และเวียดนาม เดินทางมาร่วมรับรางวัล ณ รร.แกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ

**********************************************

191219 Pic 02 คุณทิฐินันท์ โชตินันทน์ รักษาการหัวหน้าส่วนงานสื่อสารการตลาด - AIS.JPG

เอไอเอส ย้ำผู้นำนวัตกรรม IoT นำแพลตฟอร์มฟาร์มอัจฉริยะ สนับสนุนเกษตรกรไทย ที่ Sansiri Backyard @T77 Community สุขุมวิท 77

191218 Pic 01 คุณจริยา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานพัฒนาผลิตภัณฑ์ - แสนสิริ และคุณอราคิน หัวหน้าฝ่ายงานขับเคลื่อนนวัตกรรมองค์กร - เอไอเอส.JPG          เอไอเอส ตอกย้ำผู้นำนวัตกรรม IoT ของประเทศ เดินหน้าสร้างสรรค์เทคโนโลยี IoT และแพลตฟอร์มฟาร์มอัจฉริยะ Intelligent Farm (iFarm) ช่วยสนับสนุนด้านเกษตรกรรมของไทยต่อเนื่อง ล่าสุด จับมือแสนสิริร่วมกับไร่กำนัลจุล และ Co-Growing Partner กว่า 40 เจ้า สร้างประโยชน์บนพื้นที่กลางเมืองกว่า 15 ไร่ เป็น Sansiri Backyard @T77 Community คอมมูนิตี้สีเขียวเพื่อการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน ย่านสุขุมวิท 77 สร้างโรงเรือนอัจฉริยะ Intelligent Green House ควบคุมการทำงานผ่านระบบฟาร์มอัจฉริยะ Intelligent Farm (iFarm) พร้อมติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมดูแลการเพาะปลูกแบบอัตโนมัติ รวมทั้ง ติดตั้งสถานีวัดสภาพอากาศและวัดปริมาณฝุ่น PM2.5 เพื่อเป็นการสาธิตนวัตกรรมด้านการเกษตรบนสภาพแวดล้อมเสมือนจริง ให้ประชาชนได้เห็นถึงประโยชน์ของการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยในการบริหารจัดการ และพัฒนาด้านเกษตรกรรมเพื่อคนไทย ตลอดจนนำเสนอความสะดวกสบายในการสร้างและดูแลพื้นที่สีเขียวง่ายเพียงปลายนิ้ว ผ่านแพลตฟอร์ม iFarm อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้คนเมืองได้สัมผัสประสบการณ์และเข้าถึงผลผลิตการเกษตรที่ปลอดภัย และเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการลดภาวะโลกร้อนด้วยกระบวนการทำเกษตรกรรมแบบอินทรีย์

 

          นายอราคิน รักษ์จิตตาโภค หัวหน้าฝ่ายงานขับเคลื่อนนวัตกรรมองค์กร กล่าวว่า “ด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์นวัตกรรมดิจิทัลและโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลของเอไอเอส ภายใต้แนวคิด Digital for THAIs อันจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมไทย ตลอดจนช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยอย่างยั่งยืน สำหรับแพลตฟอร์ม IoT ฟาร์มอัจฉริยะ หรือ Intelligent Farm (iFarm) เป็นเครื่องมือที่เข้ามาช่วยเหลือเกษตรกรไทยในการบริหารจัดการดูแลฟาร์มได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น และสามารถควบคุมผลผลิตให้มีประสิทธิภาพสูงสุด อีกทั้ง ช่วยจุดประกายให้คนไทย โดยเฉพาะคนเมือง ได้เรียนรู้และสัมผัสกับ Digital Ecosystem ที่เอื้อต่อภาคธุรกิจเกษตรแบบครบวงจร และเน้นย้ำให้เห็นว่า เรื่อง Green คือเรื่องใกล้ตัวที่พวกเราทุกคนมีส่วนร่วมได้ ภายใต้ระบบนิเวศเดียวกัน”

 

191218 Pic 04 โรงเรือนอัจฉริยะ Intelligent Green house.JPG

          สำหรับ แพลตฟอร์ม IoT ฟาร์มอัจฉริยะ Intelligent Farm (iFarm) ที่เอไอเอสนำมาสนับสนุนด้านเกษตรกรรม บนพื้นที่ Greenovation Park ใน Sansiri Backyard @T77 Community สุขุมวิท 77 ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก

          1. โรงเรือนอัจฉริยะ Intelligent Green house โรงเรือนปลูกเมล่อน ควบคุมอุณหภูมิอัจฉริยะ สามารถปรับลดอุณหภูมิภายในให้ต่ำลงได้ถึง 4 - 8 °C พร้อมเชื่อมต่อระบบเซนเซอร์วัดผลแบบไร้สาย และเชื่อมต่ออุปกรณ์ควบคุมดูแลผ่านแพลตฟอร์มฟาร์มอัจฉริยะ (iFarm) ทำให้เกษตรกรสามารถควบคุมดูแลฟาร์มได้อย่างง่ายดายผ่านมือถือ และคอมพิวเตอร์ ได้ทุกที่ ทุกเวลา

          2. การปลูกผักในระบบแปลงเปิด สามารถวัดความชื้นในดินแบบไร้สาย บนแปลงผักแบบเปิด และระบบวาล์วน้ำไฟฟ้าแบบไร้สาย ควบคุมด้วยระบบฟาร์มอัจฉริยะ iFarm ผ่านโครงข่ายไร้สายความเร็วสูง ทำให้การดูแลแปลงผักขนาดใหญ่เป็นเรื่องง่าย สามารถเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ไปวัดในจุดที่ต้องการได้ด้วยตัวเอง

          3. สถานีวัดสภาพอากาศและปริมาณฝุ่น PM2.5 แสดงผลการวัดบน iFarm Dashboard แบบเรียลไทม์ ให้ประชาชนที่สนใจศึกษาเรียนรู้ และทำความเข้าใจสภาพภูมิอากาศอย่างง่ายได้

 

191218 Pic 07 iFarm Dashboard แสดงผลผ่านหน้าจอมือถือ แบบ Real-Time -- 02.jpg

191218 Pic 05 โรงเรือนเพาะปลูก แบบ 2 in 1 ปรับรูปแบบลักษณะโรงเรือนผ่านระบบ iFarm .JPG

          พบกับแพลตฟอร์มฟาร์มอัจฉริยะ Intelligent Farm (iFarm) ได้แล้ววันนี้ ที่ Greenovation Park ใน Sansiri Backyard @T77 Community คอมมูนิตี้สีเขียวเพื่อการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน สวนผักและผลไม้ออร์แกนิคยักษ์บนพื้นที่รอพัฒนา 15 ไร่ ตั้งอยู่ที่สุขุมวิท 77 ซอยอ่อนุช 1/1 เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 10:00-19:00 น.

 

เกี่ยวกับ Sansiri Backyard @T77 Community

Sansiri Backyard @T77 Community คอมมูนิตี้สีเขียวเพื่อการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน ย่านสุขุมวิท 77 เป็น 1 ในโปรเจคที่ต่อยอดมาจากพันธกิจ Sansiri Green Mission ในด้าน Sustainability สู่แนวคิด Sansiri Backyard ภายใต้หลัก 3Gs ได้แก่ Green-Grow-Give เปลี่ยนพื้นที่รอการพัฒนากว่า 15 ไร่ (Landbank) ที่ T77 Community เป็นสวนผักและผลไม้ออร์แกนิค และสร้าง-ปลูก-แบ่งปันผลผลิตสู่สังคมเพื่อสร้างชุมชนน่าอยู่ พร้อมจุดประกายคอมมูนิตี้สีเขียวเพื่อชุมชนและสังคม ผ่านการขยายวิสัยทัศน์ Sansiri Green Mission ไปสู่ Co-Growing Partner กว่า 40 เจ้า มาร่วมสร้างจุดเปลี่ยนเพื่ออนาคตโลกของเรา

#SansiriBackyard #SansiriBackyardT77 #SansiriGreenMission

***********************************************

 

ข้อมูลเพิ่มเติม Digital Solution โดย AIS ภายใน Sansiri Backyard @T77 Community

 

          1.    โรงเรือนอัจฉริยะ Intelligent Green house

เป็นโรงเรือนเพาะปลูกแบบ 2 in 1 ขนาด 6*15 เมตร ที่สามารถปรับรูปแบบลักษณะโรงเรือนผ่านระบบ iFarm โดยทำงานด้วยระบบฟาร์มอัจฉริยะ Intelligent Farm (iFarm) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม IoT ที่เชื่อมต่อกับระบบควบคุมฟาร์ม เพื่อให้เกษตรกรดูแลฟาร์มได้อย่างง่ายดายผ่านมือถือ และคอมพิวเตอร์ ได้จากทุกที่  โดยมีฟังก์ชั่นการใช้งาน ดังนี้

a.    Dashboard แสดงสถานะพืชที่ปลูก อุปกรณ์ต่างๆ ภายในฟาร์ม และรายงานผลการวัดแบบ Real Time

b.    Remote สั่งงาน ควบคุมการเปิด-ปิด แบบ Manual ผ่าน Internet ได้จากทุกที

c.    ระบบสั่งงานแบบตั้งเวลา เพื่อเปิด-ปิด อุปกรณ์แบบอัตโนมัติ

d.    ระบบสมองกลอัจฉริยะ เกษตรกรสามารถตั้งค่าให้อุปกรณ์ทำงานตามเงื่อนไข Sensor ได้ง่ายๆ

 

++อุปกรณ์การวัดและควบคุมการเพาะปลูก++

โดยใช้ AIS NB-IoT สาหรับการวัดความชื้นในดิน ความเข้มข้นการให้ปุ๋ย และค่าความเป็นกรด-ด่างในน้ำ และใช้ AIS 4G เชื่อมต่อระบบกล้องความละเอียดสูง พร้อมระบบควบคุมการทำงานทั้งระบบ

a.    วัดอุณหภูมิทั้งภายในและภายนอกโรงเรือน

b.    วัดความชื้นทั้งภายในและภายนอกโรงเรือน

c.    วัดความชื้นในดิน

d.    วัดความเข้มข้นของปริมาณสารละลาย (ปุ๋ยชีวภาพ)

e.    วัดความเป็นกรด-ด่างในน้ำ

f.    ระบบอุปกรณ์จ่ายน้ำและปุ๋ยแบบอัตโนมัติ

g.    ระบบพัดลมระบายอากาศ

h.    ระบบปั้มน้ำคลูลิ่งแพด เพื่อลดอุณหภูมิภายในโรงเรือน

i.    ระบบกล้องเพื่อดูการเจริญเติบโต แบบ real-time เชื่อมต่อผ่านโครงข่าย AIS 4G เพื่อเฝ้าดูการเจริญเติบโต และตรวจสอบดูแลฟาร์มได้ตลอดเวลา

 

           2. ระบบ Sensor แปลงผัก โรงเลี้ยงสัตว์ และวาว์วน้ำไฟฟ้าแบบไร้สาย

ควบคุมด้วยสมองกลฟาร์มอัจฉริยะ Intelligent Farm (iFarm) เชื่อมต่อผ่านโครงข่ายผ่าน AIS 4G ทำให้การดูแลแปลงผักที่มีขนาดใหญ่เป็นเรื่องง่าย และโดยไม่ต้องเดินสายไฟเชื่อมต่อ ทำให้เกษตรกรสามารถเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ไปวัดในจุดที่ต้องการได้ด้วยตัวเอง

 

          3. Farm Weather Station

สถานีวัดสภาพอากาศในบริเวณ Backyard และวัดปริมาณฝุ่น PM2.5 ในบริเวณโครงการ และแสดงผลการวัดบน iFarm Dashboard แบบ real-time ผ่าน AIS NB-IoT ให้ประชาชนที่สนใจศึกษาเรียนรู้ และเข้าใจสภาพภูมิอากาศอย่างง่ายได้

AIS บอกเล่าคุณค่า E-Waste ผ่านต้นคริสต์มาสทำจากขยะอิเล็กทรอนิกส์ ครั้งแรกของไทย พร้อมชวนคนไทยร่วมภารกิจรักษ์โลก Mission Green รับปีใหม่ 2020

       191217 Pic2 เอไอเอสบอกเล่าคุณค่า E-Waste ผ่านต้นคริสต์มาส ครั้งแรกในไทย.jpg

       เอไอเอสสุดครีเอท ชวนคนไทยร่วมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2020 ร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยกันสร้างโลกให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น ด้วยการรณรงค์คัดแยกและทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) เพื่อนำไปสู่การกำจัดอย่างถูกวิธี เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยถ่ายทอดคุณค่าของความยั่งยืน ผ่านการสร้างสรรค์ "ต้นคริสต์มาสรักษ์โลก" ครั้งแรกในไทยที่ทำจากขยะอิเล็กทรอนิกส์ และขวดพลาสติกที่คนนำมาทิ้ง ประดับไฟนีออนหลากสีสวยงาม ตั้งอยู่บริเวณหน้าสำนักงานใหญ่ อาคารเอไอเอส 1 ถนนพหลโยธิน และ AIS D.C. ชั้น 5 ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม

        เพื่อเป็นการตอกย้ำและเชิญชวนให้ชาวไทยทุกคนใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาจากขยะ E-Waste ที่ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ทั้งยังแสดงให้เห็นถึงคุณค่าของขยะ หากมีการคัดแยกและนำมาทิ้งอย่างถูกวิธี จะสามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้กับโลกใบนี้ และสร้างความสุขที่ยั่งยืนด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมร่วมกัน รวมถึงเป็นสัญลักษณ์แห่งความสุขรับปีใหม่ ที่เอไอเอสตั้งใจมอบเป็นของขวัญให้ประชาชนคนไทยได้ถ่ายภาพและแชร์ความสุขถึงคนที่รัก รวมถึงแบ่งปันโครงการดีๆ #ทิ้งEWasteกับAIS ด้วยกัน

      โดยหลังจากจัดแสดง จะนำขยะที่ประดับต้นคริสต์มาสทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการกำจัดอย่างถูกวิธี ไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมต่อไป โดยเอไอเอสขอชวนคนไทย นำขยะอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ แบตเตอรี่มือถือ พาวเวอร์แบงก์ สายชาร์จ และหูฟัง มาทิ้งได้ที่จุดรับขยะ E-Waste ที่

AIS Shop ทั่วประเทศ และศูนย์การค้าของ CPN ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.ewastethailand.com

 

 

ทิ้งewasteกับais

เอไอเอส ดูแลลูกค้ามือถือและไฟเบอร์ให้ “อุ่นใจกว่าเดิม” ตลอดเทศกาลปีใหม่ 2563

ผนึก เมืองไทยประกันชีวิต-เมืองไทยประกันภัย มอบความคุ้มครองทั้งคนและบ้าน ฟรี!

 

191216 Pic 02 AIS ดูแลลูกค้ามือถือและไฟเบอร์ให้ “อุ่นใจกว่าเดิม” ตลอดเทศกาลปีใหม่ 2563.JPG

 

เอไอเอส ร่วมส่งความสุขกับเทศกาลปีใหม่ที่ใกล้มาถึง พร้อมดูแลลูกค้าให้อุ่นใจกว่าเดิม ผนึกกำลังพันธมิตรด้านประกันภัยชั้นนำ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และบริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) จัดโครงการ ประกันภัยปีใหม่อุ่นใจกับเอไอเอส มอบสิทธิพิเศษความคุ้มครองประกันภัยให้ลูกค้า ฟรี! สำหรับลูกค้ามือถือ เอไอเอส และลูกค้าเน็ตบ้าน เอไอเอส ไฟเบอร์  ดังนี้

  • ลูกค้ามือถือเอไอเอส รับฟรีกรมธรรม์ประกันภัย อุ่นใจปีใหม่พลัส มอบความคุ้มครองประกันภัยอุบัติเหตุสูงสุด 100,000 บาท นาน 30150 บาทต่อวัน สูงสุด 30 วัน รับสิทธิ์ง่ายๆ เพียงกด *638# แล้วกดโทรออก ฟรี! ไม่เสียค่าใช้จ่ายSMS พร้อม Link ไปหน้าลงทะเบียนของเมืองไทยประกันชีวิต คลิกลงทะเบียนและกรอกข้อมูล แล้วกดเพื่อรับสิทธิ์ รอรับ SMS ยืนยัน โดยสามารถกดรับสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 16-30 ธันวาคม 2562 จำกัด 300,000 สิทธิ์ตลอดโครงการ สำหรับลูกค้าที่กดรับสิทธิ์แล้ว กรมธรรม์จะเริ่มคุ้มครองหลังเวลาเที่ยงคืนเป็นต้นไป
  • ลูกค้าเน็ตบ้าน เอไอเอส ไฟเบอร์ รับฟรีกรมธรรม์ประกันอัคคีภัย สำหรับบ้านอยู่อาศัย ให้ลูกค้าอุ่นใจเมื่อฝากบ้านไว้กับเอไอเอส ไฟเบอร์ มอบความคุ้มครองสูงสุด 300,000 บาท จำกัด 10,000 สิทธิ์ตลอดโครงการ โดยลูกค้าจะได้รับ SMS หรือสแกน QR Code ได้ที่ http://m.ais.co.th/freefire16-25 ธันวาคม 2562 และรอรับ SMS ยืนยัน26 ธันวาคม 2562 14 มกราคม 2563 รวมระยะเวลาคุ้มครอง 20 วัน รายละเอียดเพิ่มเติม http://www.ais.co.th/fibre/insurance/

“เพราะเทศกาลปีใหม่ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขและการเฉลิมฉลอง และยังเป็นช่วงเวลาที่คนไทยจะได้มีโอกาสพักผ่อนหยุดยาวเพื่อเดินทางกลับไปเยี่ยมภูมิลำเนา หรือเดินทางท่องเที่ยวกับครอบครัวและคนรู้ใจ ดังนั้น เอไอเอส มีความห่วงใยในชีวิตและทรัพย์สินของลูกค้า จึงได้มอบสิทธิพิเศษด้านกรมธรรม์ประกันภัยให้กับลูกค้ามาโดยตลอด ทั้งในช่วงเทศกาลปีใหม่และสงกรานต์ ซึ่งได้รับการตอบรับจากลูกค้าร่วมลงทะเบียนรับสิทธิ์เป็นจำนวนมาก นับเป็นโอเปอร์เรเตอร์รายเดียวในไทยที่มอบสิทธิพิเศษด้านความคุ้มครองประกันภัยให้กับลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง

สำหรับปีนี้ เอไอเอส ยังคงให้การดูแลลูกค้าครอบคลุมครบทั้งคนและบ้านอยู่อาศัย โดยได้ร่วมมือกับ บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต และ บมจ.เมืองไทยประกันภัย ซึ่งเป็นพันธมิตรที่เหนียวแน่นของเรา ร่วมส่งมอบความห่วงใยให้ลูกค้าด้วยกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุ ฟรี! สำหรับลูกค้ามือถือเอไอเอส และกรมธรรม์ประกันอัคคีภัย สำหรับบ้านอยู่อาศัย ฟรี! สำหรับลูกค้าเน็ตบ้าน เอไอเอส ไฟเบอร์ ทั้งหมดนี้คือความตั้งใจของเอไอเอสที่พร้อมอยู่เคียงข้างลูกค้าทุกช่วงเวลาของชีวิต เพื่อให้ลูกค้าทุกคนมั่นใจได้ว่าเมื่ออยู่กับเราแล้ว คุณจะรู้สึกอุ่นใจกว่าเดิมตลอดการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่และในทุกช่วงเวลาสำคัญของชีวิต” นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส กล่าว

AIS พร้อมพาคนไทยก้าวสู่ยุค 5G ตอกย้ำผู้นำ 5G ที่ 1 ตัวจริง ทดสอบแล้วทั่วไทย บุกสามย่านมิตรทาวน์ ขนทัพนวัตกรรม 5G สุดล้ำจากทุกภาคทั่วไทย ให้คนไทยได้สัมผัส วันนี้ – 3 มกราคม 2563

 

935333.jpg

 

เอไอเอส ตอกย้ำผู้นำนวัตกรรม 5G รายแรกรายเดียวของไทยที่ทดลองทดสอบ 5G ครบทุกภาคทั่วประเทศแล้ว ประกาศความพร้อมพาคนไทยก้าวเข้าสู่ยุค 5G ผนึกสามย่านมิตรทาวน์ ศูนย์การค้าแห่งนวัตกรรม จัดงานแสดงนวัตกรรม 5G สุดล้ำที่เกิดจากความร่วมมือของพันธมิตรทุกภาคส่วน ในงาน “AIS 5G ที่ 1 ตัวจริง ทดสอบแล้วทั่วไทย” ที่สามย่านมิตรทาวน์ เพื่อเปิดให้ภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม ประชาชน และผู้เกี่ยวข้องใน 5G Ecosystem ได้เข้ามาสัมผัสและทดลองใช้งาน 5G บนสภาพแวดล้อมจริงใจกลางกรุงเทพฯ เพื่อให้คนไทยได้เห็นถึงประโยชน์ของเทคโนโลยี 5G ในหลากหลายมิติ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้จริงในวันที่ 5G มาถึง อันจะเป็นการช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อม และภาคอุตสาหกรรมของประเทศไปอีกขั้น ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยี AIS 5G เพื่อยกระดับประเทศสู่ Thailand 4.0 เริ่มจัดแสดงแล้ว ตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคม 2562 – 3 มกราคม 2563 ณ สามย่านมิตรทาวน์ ลานกิจกรรม Semi outdoor   ชั้น G เปิดให้ประชาชนเข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย โดยมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเครือข่าย คอยสาธิตและให้คำแนะนำตลอดทั้งงาน

 

191213 Pic_03 นายวสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าฝ่ายงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ เอไอเอส.jpg

 

นายวสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าฝ่ายงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ เอไอเอส กล่าวว่า “5G คือเทคโนโลยีที่จะเข้ามาพลิกโฉมสังคมไทย และยกระดับขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรมไปอีกขั้น พร้อมขับเคลื่อนประเทศสู่การเป็น Thailand 4.0 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนอำนวยความสะดวกด้านการสื่อสารให้กับผู้ใช้บริการโดยทั่วไป จากคุณสมบัติ 3 ส่วน คือ ความเร็วที่เพิ่มขึ้น, ขีดความสามารถการเชื่อมต่ออุปกรณ์ IoT และเครือข่ายที่ตอบสนองได้รวดเร็วและเสถียร

เอไอเอส ในฐานะ Digital Life Service Provider จึงเตรียมองค์ความรู้พื้นฐานด้านเทคโนโลยีแบบครบวงจร ตั้งแต่โครงสร้างการทำงานของเทคโนโลยี 5G, อุปกรณ์โครงข่าย, อุปกรณ์รับ-ส่งสัญญาณ, ดีไวซ์, 5G SIM Card สำหรับเชื่อมต่อเพื่อทดสอบ Use Case ต่างๆ บนเครือข่าย 5G พร้อมทั้งการ Workshop เพื่อพัฒนาความรู้ ความชำนาญในทางเทคนิคให้กับบุคลากรในภาคส่วนต่างๆ รวมถึงผนึกกำลังกับมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วทุกภูมิภาคและเหล่าพันธมิตรชั้นนำด้านเทคโนโลยี ดำเนินการทดสอบ 5G ครบทุกภูมิภาคทั่วไทยแล้ว เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา ทั้งในพื้นที่ภาคกลาง, ภาคตะวันออก, ภาคใต้, ภาคอีสาน และภาคเหนือ ตอกย้ำการเป็นผู้นำนวัตกรรม 5G รายแรกและรายเดียวของไทยที่ทดลองทดสอบ 5G ครบทุกภาคแล้วทั่วประเทศ

 

วันนี้ เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้สานต่อความร่วมมือกับ สามย่านมิตรทาวน์ ศูนย์การค้าแห่งนวัตกรรม ซินเนอร์ยี่เทคโนโลยีเข้ากับเอไอเอส เพื่อเติมเต็มไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ เปิดให้คนไทยได้สัมผัสกับเทคโนโลยี 5G ใจกลางกรุงเทพฯ กับงาน “AIS 5G ที่ 1 ตัวจริง ทดสอบแล้วทั่วไทย” ด้วยความเชื่อว่า 5G จะมีประโยชน์อย่างยิ่ง สำหรับการใช้ชีวิตของผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเอไอเอสนำประสบการณ์ความรู้ทางด้านดิจิทัลและรวมสุดยอดนวัตกรรม 5G ทั้งที่เคยนำไปโชว์ในภูมิภาคต่างๆ ของไทย และเทคโนโลยีใหม่ที่ไม่เคยโชว์ที่ไหนมาก่อนมาให้คนไทยได้ทดลองใช้งานด้วยตัวเอง เป็นการสร้างโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยี และเห็นประโยชน์ 5G ที่จะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในอนาคต ตลอดจนผลักดันให้สามย่านมิตรทาวน์ เป็นมิกซ์ยูสแห่งนวัตกรรม ที่จะก่อให้เกิดคอมมูนิตี้แห่งการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเติมเต็มไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนยุคดิจิทัลได้อย่างเต็มศักยภาพ

 

นวัตกรรม 5G ที่จัดแสดงในงาน “AIS 5G ที่ 1 ตัวจริง ทดสอบแล้วทั่วไทย” ประกอบด้วย

 

1) 5G Hologram 3 มิติ

 

191213 Pic_ 01 5G Hologram 3 มิติ จำลองการสื่อสารระยะไกลแห่งอนาคต.jpg

 

ครั้งแรกของไทยกับการนำเทคโนโลยี 3D Hologram การสื่อสารระยะไกลแห่งอนาคต ที่สามารถถ่ายทอดภาพ 3 มิติ ได้แบบ 360 องศา มีความเสมือนจริงและเรียลไทม์ มาจัดแสดงให้ประชาชนได้สัมผัส ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการนำไปประยุกต์ใช้ในการประชุมธุรกิจ, การศึกษาทางไกล, การแพทย์, การเกษตร และงานด้านแฟชั่นและบันเทิง ตลอดจนการนำไปใช้พัฒนาเกม, แอนิเมชั่น 3 มิติ, AR (Augmented Reality), VR (Virtual Reality) และ MR (Mixed Reality) ที่ผู้ใช้อาจจะอยู่คนละพื้นที่ให้สามารถแชร์ไอเดียและพัฒนางานร่วมกันได้อย่างสะดวกรวดเร็วและเห็นภาพยิ่งขึ้น ช่วยสร้างความชัดเจนในการสื่อสารระหว่างกันอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

 

2) 5G VDO Call

 

935339.jpg

 

การทดลองใช้งานโทร  5G VDO Call ข้ามภูมิภาคแบบครบทุก 5 ภาคทั่วไทย ผ่านเครือข่าย 5G ด้วยสมาร์ทโฟนที่รองรับ 5G ซึ่งคุณสมบัติเฉพาะของเทคโนโลยี 5G  ที่มีค่าความหน่วงต่ำ ทำให้มีการตอบสนองแบบเรียลไทม์ คมชัดและไม่สะดุด ซึ่งภาพจะมีความละเอียดสูงระดับ Full HD – 4K และสัญญาณเสียงที่คมชัดระดับ Ultra HD voice

 

3) 5G Remote Control Vehicle

 

191213 Pic_08 5G Remote Control Vehicle การบังคับรถยนต์ไร้คนขับทางไกล ผ่านเครือข่าย 5G .jpg

 

สาธิตเทคโนโลยีการบังคับรถยนต์ไร้คนขับทางไกล ผ่านเครือข่าย 5G บริเวณลานหน้าสามย่านมิตรทาวน์ภายใต้ความร่วมมือระหว่างสถาบันวิจัยและนวัตกรรมดิจิทัล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และเอไอเอส โดยเป็นการแสดงศักยภาพของเครือข่าย 5G ที่มีความเร็วสูง, ความหน่วงต่ำ และตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้ควบคุมรถไม่จำเป็นต้องอยู่ในตัวรถ แต่สามารถบังคับรถให้เคลื่อนที่ไปยังพื้นที่ต่างๆ ได้ตามต้องการ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในด้านการขนส่งสินค้าในภาคอุตสาหกรรม และการสัญจรในอนาคต

 

4) 5G Connected Drones

 

191213 Pic_06 5G Connected Drones การสาธิตบังคับโดรนระยะไกล ระหว่างกรุงเทพฯ และเมืองโคราช .jpg

 

การสาธิตบังคับโดรนระยะไกล ระหว่างกรุงเทพฯ และเมืองโคราช จ.นครราชสีมา ในพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตผ่านเครือข่าย 5G บน Live Network แสดงแนวคิดการใช้งานโดรนในยุค 5G ที่ความเร็วสูงและความหน่วงต่ำ ซึ่งคนควบคุมไม่จำเป็นต้องอยู่ที่เดียวกับโดรน แต่สามารถควบคุมโดรนระยะทางไกลได้ผ่านเครือข่ายมือถือ และสามารถ Streaming Video ที่มีความละเอียดสูงกลับมาหาผู้ใช้งานได้ทันที ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์การใช้งานได้หลากหลาย ทั้งด้านการขนส่งและโลจิสติกส์, การเกษตร, ความปลอดภัยสาธารณะ, การกู้ภัย รวมถึงการนำไปใช้ควบคุมโดรนภายในเมืองอัจฉริยะ เพื่อใช้ในการเข้าไปสำรวจพื้นที่ต่างๆ

 

5) 5G The Robotics

 

จัดแสดงแนวคิดหุ่นยนต์ ผ่านเทคโนโลยี 5G ที่มีความเร็วสูงและความหน่วงต่ำ โดยประกอบไปด้วย 2 Use Cases คือ

 

5.1) 5G The Robotic, the future of store   เป็นการแสดงแนวคิด ซูเปอร์มาร์เก็ตในอนาคต ที่ทำงานโดยหุ่นยนต์ ผ่านเทคโนโลยี 5G ทำให้หุ่นยนต์ประมวลผลได้แบบเรียลไทม์และมีความแม่นยำสูง จึงสามารถหยิบสินค้าได้ตรงตามออเดอร์ที่ลูกค้าต้องการสั่งซื้อ

191213 PIC_04 5G The Robotics จำลองซูเปอร์มาร์เก็ตในอนาคตที่ทำงานโดยหุ่นยนต์.jpg

 

5.2) 5G Smart Little Robot Companion หุ่นยนต์อัจฉริยะทำงานผ่าน 5G สามารถพูดคุยและตอบคำถามแก่ผู้มาใช้งาน ผ่านเทคโนโลยี 5G ช่วยให้จดจำการสั่งการ Smart Connected Devices และ การตอบสนองของหุ่นยนต์เป็นไปได้อย่างรวดเร็วและถูกต้องแม่นยำมากยิ่งขึ้น โดย Bannee และ Bookky เป็นหุ่นยนต์บรรณารักษ์ (Librarian-Bot) ที่ได้รับการพัฒนาเพื่อปฏิบัติงานที่สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยขอนแก่น สามารถสื่อสารกันเองและสื่อสารกับคนได้

 

191213 Pic_04  5G Smart Little Robot Companion หุ่นยนต์บรรณารักษ์ ที่ปฏิบัติงานที่สำนักหอสมุด มข_.jpg

 

เอไอเอส ขอเชิญชวนประชาชนคนไทย นักเรียน นักศึกษา ตลอดจนบุคคลที่สนใจร่วมทดลอง ทดสอบ และสัมผัสกับนวัตกรรม 5G ไปด้วยกัน ณ สามย่านมิตรทาวน์ ลานกิจกรรม Semi outdoor ชั้น G จัดแสดงตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคม 2562 - 3 มกราคม 2563 เวลา 10.00 น. -22.00 น. (สำหรับวันที่ 24 - 31 ธันวาคม 2562 เวลา 10.00 น.- 24.00 น.) ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

15 ปี “AIS Serenade” ยืนหนึ่ง โปรแกรมดูแลลูกค้าที่ทรงพลังที่สุด เดินกลยุทธ์ผูกใจลูกค้าด้วยบริการเหนือระดับ

ปล่อยไฮไลท์เด็ด ตามกระแสเรียกร้อง Serenade Day 15 ธันวาคมนี้ ว้าวรัวๆ ทั่วประเทศ

191211 Pic 01 บรรยากาศลูกค้าให้การตอบรับ แคมเปญ Serenade Day ทุกวันที่ 1....jpg

          AIS Serenade ผู้นำของโปรแกรมดูแลลูกค้ากลุ่ม High Value ตอกย้ำแนวคิด Always Exclusive, Always on Top เพื่อสร้างที่สุดของประสบการณ์พิเศษเหนือระดับให้กับลูกค้าคนสำคัญ จนกลายเป็นต้นแบบโปรแกรม CRM ที่ครองใจลูกค้ามากที่สุด จุดพลุฉลองครบรอบ Serenade 15 ปี เดินหน้าสร้างปรากฏการณ์ความสุข ขอบคุณลูกค้า ผ่านแคมเปญสุดว้าว “Serenade Day” ทุกวันที่ 15 จนได้รับการตอบรับจากลูกค้าอย่างล้นหลามทุกเดือน

 

          เผยความสำเร็จแคมเปญ Serenade Day ที่จัดขึ้นเพื่อตอบแทนลูกค้าในโอกาสครบรอบ 15 ปีตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2562 ที่ทำควบคู่กันใน 2 แกน ได้แก่ Dining และ Smartphone ซึ่งสำหรับ Dining ลูกค้าตอบรับอย่างดีเยี่ยม ทำให้ร้านค้าพาร์ทเนอร์ที่ร่วมแคมเปญนี้ มียอดขายเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 6 เท่า ส่วนสิทธิพิเศษส่วนลดสมาร์ทโฟน ที่ได้ทยอยนำแบรนด์ต่างๆ มาให้ลูกค้าเลือกซื้อในราคาสุดพิเศษ ก็เป็นที่นิยมอย่างสูงเช่นกัน ซึ่งทำให้ยอดขายสมาร์ทโฟนในทุกวันที่ 15 เพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า ทั้งแคมเปญ Serenade Day และสิทธิพิเศษด้านอื่นๆ ที่เราทำมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้อัตรา Churn Rate อยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 1% และได้รับคะแนนจากผลสำรวจความพึงพอใจของลูกค้า (Customer Satisfaction Index: CSI) อยู่ที่ 86% รวมถึง NPS (Net Promoter Score) เป็นบวกสูงมาโดยตลอด

     191211 Pic 03 จัดเต็ม Serenade Day ซื้อ 1 แถม 1 ชานมไข่มุก 3 ร้านดัง.JPG

          โดยในวันที่ 15 ธันวาคมนี้  ขอมอบของขวัญส่งท้ายปีกับ 3 แคมเปญสุดปัง

          1. Serenade Day ไฮไลท์เด็ดที่ลูกค้าเรียกร้องให้กลับมาอีกครั้ง ซื้อ 1 แถมอีก 1 ชานมไข่มุก 3 ร้านดัง KOI The’ / The Alley และชาตรามือ (เลือกใช้สิทธิ์ได้ 1 เลขหมาย / 1 สิทธิ์ / โครงการ สามารถรับสิทธิ์ได้ ณ สาขาที่ร่วมรายการ)

          2. เลือกซื้อสมาร์ทโฟนรุ่นท็อปในราคาพิเศษ อาทิ iPhone 11 Pro Max ราคาเริ่มต้นสุดเอ็กซ์คลูซีฟเพียง 28,200 บาท หรือ Xiaomi Redmi Note 8 Pro (6/128GB) เริ่มต้นเพียง 3,499 บาท

          3. ลุ้นเป็นเจ้าของ Gadget สุดคูลกับแคมเปญ Serenade Ultimate Surprizes เพียงใช้ AIS Points 5 พอยท์ ทั้งนาฬิกา Garmin รุ่น Fenix 6S Sapphire, กล้อง GoPro Max และลำโพง B&O Play A1 จำนวน 15 รางวัล รวมมูลค่า 300,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค. 62 – 25 ม.ค. 63

 

          นางบุษยา สถิรพิพัฒน์กุล Head of Customer & Service Management เอไอเอส กล่าวว่า     “เพื่อครองใจลูกค้าได้อย่างเหนียวแน่นและยาวนาน เราใช้ 3 แนวคิดที่เป็นหัวใจหลักในการทำงาน นั่นคือ 1. Customer Obsession การโฟกัสที่ลูกค้าเพื่อสร้างสรรค์ความพิเศษในทุกด้านอย่างสม่ำเสมอ 2. Partner Co-Creation ผนึกพลังกับพาร์ทเนอร์ที่มีวิสัยทัศน์เดียวกัน เพื่อร่วมสร้างสรรค์สิทธิพิเศษรูปแบบใหม่ๆที่โดนใจลูกค้า 3. Digital Enabling Services เดินหน้านำเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า เช่นเดียวกันกับแคมเปญ Serenade Day นี้ ที่ในแต่ละเดือน เราคัดสรรร้านที่ลูกค้าชื่นชอบ อยู่ในกระแสความนิยม หรือสมาร์ทโฟนก็เป็นรุ่นยอดฮิต ราคาสุดว้าวแบบที่ไม่เคยลดราคาแบบนี้ที่ไหนมาก่อนเพียงใช้ AIS Points มาแลกรับส่วนลด เพราะลูกค้า Serenade ของเรานั้นเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีจำนวนพอยท์ค่อนข้างสูง การใช้พอยท์แลกรับสิทธิ์แต่ละครั้ง ก็เน้นที่ความคุ้มค่าสำหรับลูกค้ามากที่สุด

 

191211 Pic 02 ผนึกกำลังพาร์ทเนอร์ชั้นนำ ร่วมสร้างสรรค์รูปแบบใหม่ๆ ให้แก่....jpg

          ในวันที่ความต้องการของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว AIS Serenade ยังคงทำงานอย่างหนักเพื่อเดินหน้าผูกใจลูกค้ากว่า 5.2 ล้านราย ต่อยอดความสำเร็จร่วมกับพันธมิตร ด้วยสิทธิพิเศษที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Travel Privileges เราได้ออกแบบและคัดสรรสิทธิพิเศษไว้ให้กับลูกค้าตลอดทั้ง Journey ของการเดินทางท่องเที่ยว, Dining Privileges อาทิ ปักหมุดร้านเด็ดร้านดังกินเที่ยวทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด Shopping Privileges รับส่วนลดจากร้านค้าชั้นนำสุดเอ็กซ์คลูซีฟ อาทิ Dyson ส่วนลดสูงสุด 3,000 บาท, Tops Supermarket, Sephora และอื่นๆ อีกมากมาย และเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกค้า Gen C เจนเนอเรชั่นที่สนใจเทคโนโลยีมีไลฟสไตล์ทันสมัย เรายังมีสิทธิพิเศษกับ LINE MAN Food Delivery หรือ Online Shopping อีกด้วย

   

          “นอกจากนี้ เพื่อดูแลลูกค้าเซเรเนดที่อยู่ต่างจังหวัดได้ครอบคลุมทุกภาค เรายังมีแผนขยาย Serenade Club ไปยังหัวเมืองใหญ่ให้ครบทุกภาค โดยปัจจุบันมีทั้งหมด 17 สาขา ทั้งในกรุงเทพฯ ที่ครอบคลุม 4 มุมเมืองและหัวเมืองใหญ่ ได้แก่ เชียงใหม่ ระยอง หาดใหญ่ และเตรียมเปิดสาขาใหม่ ที่จังหวัดอุดรธานีในช่วงก่อนสิ้นปีนี้” นางบุษยา กล่าวทิ้งท้าย

191211 Pic 04 คุณบุษยา สถิรพิพัฒน์กุล Head of Customer & Service Managem....jpg

********************************************************

AIS รับรางวัล “องค์กรที่สนับสนุนงานด้านคนพิการระดับดีเด่น” ประจำปี 2562 มุ่งพัฒนาศักยภาพ สร้างอาชีพแด่ผู้พิการไทย ยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

191206 Pic 01 AIS รับรางวัล องค์กรที่สนับสนุนงานด้านคนพิการระดับดีเด่น ป....jpg

              AIS โดย เอไอเอส คอนแท็ค เซ็นเตอร์ เดินหน้าสร้างอาชีพแก่ผู้พิการอย่างต่อเนื่องกับโครงการ “เอไอเอส สร้างอาชีพ คอลล์ เซ็นเตอร์ แด่ผู้พิการ” ล่าสุดได้รับรางวัล “องค์กรที่สนับสนุนงานด้านคนพิการระดับดีเด่น” ประจำปี 2562 ต่อเนื่องติดต่อกันเป็นปีที่ 4 นับตั้งแต่ปี 2559 - 2562 จัดขึ้นโดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยมีนางบุษยา สถิรพิพัฒน์กุล หัวหน้าหน่วยธุรกิจบริหารลูกค้าและการบริการ เอไอเอส เป็นผู้รับรางวัลจากนายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้แก่องค์กรที่สนับสนุนงานด้านคนพิการ เนื่องในงานวันคนพิการสากล ประจำปี 2562 เพื่อส่งเสริมให้มีการจ้างงานคนพิการในภาครัฐและภาคเอกชน สนับสนุบการมีงานทำและสามารถเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้พิการ อีกทั้งเชิดชูเกียรติให้หน่วยงานที่ส่งเสริมงานด้านคนพิการ

               นางบุษยา สถิรพิพัฒน์กุล หัวหน้าหน่วยธุรกิจบริหารลูกค้าและการบริการ เอไอเอส กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลา 12 ปี ที่ผ่านมา  เอไอเอส เล็งเห็นถึงความสำคัญของผู้พิการในประเทศไทย โดยมุ่งหวังที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการสร้างอาชีพให้แก่ผู้พิการมีรายได้ที่ยั่งยืน มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถเลี้ยงดูตนเองและครอบครัวได้ เรามองเห็นถึงความตั้งใจและศักยภาพของผู้พิการที่มีประสิทธิภาพไม่ต่างจากคนปกติ โดยได้จัดให้มีระบบเทรนนิ่งเพื่อพัฒนาขีดความสามารถ พร้อมจัดสรรให้มีระบบสวัสดิการให้แก่พนักงานผู้พิการอย่างทัดเทียมกัน

               นับตั้งแต่ปี 2550 ที่เอไอเอสได้จัดตั้ง “ศูนย์ปฏิบัติการ เอไอเอส คอลล์ เซ็นเตอร์ แด่ผู้พิการ” และขยายจำนวนอย่างต่อเนื่อง จนถึงปัจจุบันมีศูนย์ปฏิบัติการฯ แล้ว 13 แห่งทั่วประเทศ โดยมีพนักงานผู้พิการทางสายตา, พิการทางการได้ยิน และพิการทางร่างกาย รวมทั้งสิ้น 114 คน โดยเอไอเอส ได้ออกแบบงานให้อย่างเหมาะสม สอดคล้องกับความสามารถ อาทิ ผู้พิการทางสายตาและพิการทางร่างกาย จะมีหน้าที่โทรศัพท์ติดต่อสอบถามความคิดเห็นของลูกค้า เกี่ยวกับการใช้งานหรือบริการต่างๆ ของเอไอเอส, ส่วนผู้พิการทางการได้ยินจะให้บริการด้วยภาษามือผ่านทาง Web Cam เป็นต้น นอกจากนี้ เอไอเอสยังนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาช่วยในการปฏิบัติงาน เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงาน อาทิ ติดตั้งโครงข่ายออนไลน์, นำเทคโนโลยีด้านโปรแกรม JAWS ในการอ่านภาษาในระบบ Computer ให้เป็นเสียงอ่าน โดยใช้ควบคู่กับโปรแกรมตาทิพย์จากสถาบันคนตาบอดแห่งชาติเพื่อการวิจัยและพัฒนา เป็นต้น”

 

*******************************************************************

 

191206 Pic 03 AIS รับรางวัล องค์กรที่สนับสนุนงานด้านคนพิการระดับดีเด่น ป....jpg

เอไอเอส ร่วมแสดงพลังต่อต้านการคอร์รัปชัน

ตอกย้ำแนวทางการดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์โปร่งใส มีธรรมาภิบาล
และมีความรับผิดชอบต่อสังคม

191209 Pic1 เอไอเอส ร่วมแสดงพลังต่อต้านการคอร์รัปชัน เนื่องในวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล.JPG

เอไอเอส โดย นางสาวกานติมา เลอเลิศยุติธรรม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและพนักงาน ร่วมแสดงพลังต่อต้านการคอร์รัปชัน เนื่องในวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (ประเทศไทย) 9 ธันวาคม เพื่อตอกย้ำถึงนโยบายและแนวทางการปฏิบัติงานของบริษัทที่ต่อต้านการให้หรือรับสินบนและการคอร์รัปชันอย่างสิ้นเชิง (Zero Tolerance Policy) และสร้างมาตรฐานการประกอบธุรกิจที่ใสสะอาด มีความรับผิดชอบต่อสังคม ณ อิมแพ็คเอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 6 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

 

 

เอไอเอส ขับเคลื่อนองค์กรในวันสิ่งแวดล้อมไทย
เดินกลยุทธ์ดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ มุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน 

191204 Pic01 นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเอไอเอส.jpg

 

    เอไอเอส เดินหน้าภารกิจสำคัญในการร่วมยกระดับคุณภาพชีวิตด้านสิ่งแวดล้อมของคนไทย ด้วยภารกิจ “Mission Green 2020” อาสาเป็นแกนกลางในการกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) อย่างถูกวิธีและยั่งยืน ตั้งเป้าลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กว่า 1 ล้านกิโลกรัมคาร์บอนสมมูลย์ (kgCO2e) พร้อมทั้งปรับปรุงการใช้ทรัพยากรในการดำเนินงานตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำให้คุ้มค่าและไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม

     นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส กล่าวว่า “ในฐานะ Digital Life Service Provider ที่นอกจากจะมุ่งมั่นนำเทคโนโลยีมาสร้างประโยชน์ให้แก่คนไทยทุกเจเนอเรชันอย่างยั่งยืนแล้ว เรายังให้ความสำคัญกับแนวทางในการดำเนินธุรกิจแบบเติบโตไปพร้อมกันทุกภาคส่วน (Stakeholder) โดยเฉพาะในเรื่องของสิ่งแวดล้อมซึ่งถือเป็นทรัพย์สมบัติของชาติที่ทุกคนต้องร่วมกัน

หวงแหนและรักษาไว้”

     โดยภายในองค์กร เอไอเอส เลือกที่จะใช้พลังงานสะอาดจากธรรมชาติมาผสมผสานในการบริหารจัดการเครือข่าย โดยมุ่งเสาะแสวงหาโซลูชันใหม่เพื่อสิ่งแวดล้อมอยู่เสมอ เช่น การเลือกใช้พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลม ซึ่งเป็นพลังงานทดแทนหมุนเวียนมาใช้แทนถ่านหินซึ่งเป็นพลังงานที่ใช้แล้วหมดไป (พลังงานสิ้นเปลือง) รวมไปถึงการพยายามควบคุมและลดการใช้ไฟฟ้าในการปฏิบัติงานต่างๆ ลง

     นอกจากนั้นยังมุ่งสร้างการมีส่วนร่วมและการตระหนักรู้ในเรื่องของสิ่งแวดล้อมให้กับพนักงานภายในองค์กร ผ่านกิจกรรมต่างๆ อาทิ โครงการ Bag for Sharing ที่นำแผ่นไวนิลโฆษณาที่ไม่ใช้แล้วเข้าสู่กระบวนการทำความสะอาดและตัดเย็บขึ้นรูปเป็นกระเป๋าผ้า ไว้ให้บริการพนักงานสำหรับนำไปใช้ระหว่างวัน เพื่อลดการใช้ถุงพลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวทิ้ง รวมไปถึงการรณรงค์ให้พนักงานคัดแยกขยะในออฟฟิศเพื่อไม่ให้ก่อผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

191204 Pic04 จุดบริการลูกค้าเอไอเอสช็อปและเซเรเนดคลับได้มีการเปลี่ยนวัสดุให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม.jpg

     ในส่วนของจุดบริการลูกค้า เอไอเอสช็อป และเซเรเนดคลับทุกสาขา ได้เปลี่ยนขวดน้ำ หลอด

และแก้ว จากเดิมที่เป็นพลาสติก เป็นวัสดุจากธรรมชาติ เช่น ชานอ้อยหรือไม้ รวมถึงเปลี่ยนไปใช้ถุงพลาสติกชีวภาพที่ผลิตจากพืช ซึ่งได้รับเครื่องหมายรับรอง GC Compostable บ่งบอกถึงผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสามารถสลายตัวได้ตามธรรมชาติ

     นอกจากนี้ เอไอเอส ยังได้สานต่อภารกิจ “ถ้าเราทุกคน คือเครือข่าย” ปลูกจิตสำนึกคนไทย โดยรับอาสาเป็นแกนกลางในการรับทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) ไปกำจัดอย่างถูกวิธี โดยอำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถนำโทรศัพท์มือถือ แบตเตอรี่มือถือ พาวเวอร์แบงก์ สายชาร์จ หูฟังที่ไม่ใช้แล้ว มาทิ้งได้ที่ถังขยะ E-Waste ที่เอไอเอสช็อปทั่วประเทศและศูนย์การค้าของ CPN พร้อมทั้งสร้างการตระหนักรู้กับพนักงานโดยการตั้งจุดรับทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ไว้ที่สำนักงานใหญ่ทุกภูมิภาคและยังได้จัดกิจกรรมใหญ่ “กรีน พหลโยธิน” เครือข่ายรณรงค์รับทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ E-Waste จากหน่วยงานและประชาชนตลอดเส้นถนนพหลโยธิน สร้างโมเดลต้นแบบเมืองสีเขียว ที่สามารถ คัดแยก และกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์ E-Waste ได้อย่างถูกวิธี

     “ในปีนี้ เอไอเอส ได้ประกาศภารกิจยิ่งใหญ่ “Mission Green 2020” ที่มีเป้าหมายในการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) รวมกว่า 1 ล้านกิโลกรัมคาร์บอนสมมูลย์ (kgCO2e) ให้ได้ภายในสิ้นปี 2020 ผมจึงขอใช้โอกาสเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมไทย 4 ธันวาคมนี้ เชิญชวนคนไทยร่วมกันดูแลโลกของเรา โดยการนำขยะอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ แบตเตอรี่มือถือ พาวเวอร์แบงก์ สายชาร์จ และหูฟัง มาทิ้งในถังรับ  E-Waste ที่เราได้จัดเตรียมไว้ และเราจะนำไปกำจัดอย่างถูกวิธี ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่อไป” นายสมชัย กล่าวเสริม

 

สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ E-Waste

ได้ที่ https://ewastethailand.com

 

#ทิ้งEWasteกับAIS

เอไอเอส หนุนนักกีฬาอีสปอร์ตไทยลุยศึกชิงแชมป์โลก 11th Esports World Championship ที่เกาหลีใต้ 11-15 ธ.ค.นี้

ภาพแก้ไข AIS 191202 Pic เอไอเอส หนุนนักกีฬาอีสปอร์ตไทยลุยศึกชิงแชมป์โลก ....jpg

2 ธันวาคม 2562: เอไอเอส ย้ำผู้นำอีสปอร์ตของประเทศ เดินหน้าสร้างโอกาสสู่การเป็นผู้เล่นอีสปอร์ตระดับทีมชาติให้กับคนไทย ยกระดับวงการอีสปอร์ตไทยสู่เวทีระดับโลก โดย เอไอเอส ได้รับเกียรติเป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการของสมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย ในหมวดการสื่อสารโทรคมนาคม (Official Telecommunication Sponsor of TESF) ได้ให้การสนับสนุนระบบสื่อสารกับทางสมาคมฯ ในการเข้าแข่งขันรายการต่างๆ ตลอดปี 2562 นับตั้งแต่ช่วงเก็บตัวฝึกซ้อมไปจนถึงช่วงลงสนามแข่งจริง ล่าสุด สนับสนุนระบบสื่อสารให้แก่นักกีฬาอีสปอร์ตตัวแทนทีมชาติไทย ซึ่งจะเดินทางไปร่วมการแข่งขันรายการ 11th Esports World Championship ในเกม PES 2019, Takken7 และ DOTA2 ณ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ระหว่างวันที่ 11-15 ธันวาคม 2562 นี้ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้นักกีฬาอีสปอร์ตสามารถติดต่อสื่อสารและใช้งานอินเทอร์เน็ตเพื่อฝึกฝีมือได้อย่างไม่มีสะดุดบนเครือข่ายโรมมิ่งคุณภาพ

 

“รายการ 11thEsports World Championship นับเป็นการแข่งขันอีสปอร์ตชิงแชมป์ระดับโลกที่สำคัญอีกรายการหนึ่ง ซึ่งจัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 11 แล้ว โดยสหพันธ์กีฬาอีสปอร์ตนานาชาติ มีประเทศเข้าร่วมการแข่งขันถึง 54 ประเทศทั่วโลก แสดงให้เห็นว่าอีสปอร์ตได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายในเวทีระดับสากล พร้อมสร้างโอกาสให้คอเกมเมอร์ก้าวสู่การเป็นนักกีฬาอีสปอร์ตระดับทีมชาติ ซึ่งการแข่งขันในปีนี้ นักกีฬาอีสปอร์ตไทยได้ผ่านการคัดเลือกเข้าแข่งขันครบทุกรายการ เชื่อว่าจะสร้างความคึกคักให้กับวงการอีสปอร์ตบ้านเราอย่างแน่นอน จึงอยากเชิญชวนชาวไทยร่วมส่งกำลังใจเชียร์นักกีฬาอีสปอร์ตตัวแทนทีมชาติไทย ให้คว้าชัยชนะในการแข่งขัน พร้อมติดตามชมเทคนิคการเล่น เสริมสร้างแรงบันดาลใจในการต่อยอดสู่การเล่นกีฬาอีสปอร์ตระดับมืออาชีพต่อไป” นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป เอไอเอส กล่าว