3 ตอบกลับ การตอบล่าสุดเกี่ยวกับ 17 ก.ค. 2013, 16:09 น. โดย callcenter

    ไขปริศนา ทำไมแอนดรอยด์สัญญาณเด้งไปมาระหว่าง 3G กับ H (เป็นทุกค่าย)

    ultraman
      ในพื้นที่ที่สัญญาณ 3G อ่อนเกินไป หรือมีการใช้งานหนาแน่นเกินไปจนเครือข่ายรับไม่ไหว เครื่องโทรศัพท์มือถือจะถูกเตะจาก 3G ลงมาใช้เครือข่าย 2G ซึ่งสัญลักษณ์จะเปลี่ยนจาก 3G/H/H+ เป็น E (Edge) หรือบางทีก็เหลือ G เดียว (GPRS) (เครื่องไอโฟนจะแสดง GPRS เป็นสัญลักษณ์รูปวงกลม) ความเร็วเน็ตจะต่ำลงอย่างมากจนถึงขั้นเล่นเน็ตแทบไม่ได้ การที่สัญลักษณ์บนมือถือเด้งไปมาระหว่าง 3G/H/H+ กับ E หรือ G แสดงให้เห็นว่าเครือข่าย 3G ไม่ครอบคลุม หรือมีช่องสัญญาณไม่พอ ถ้าเครือข่ายมีความครอบคลุมหนาแน่นเพียงพอแล้ว ผู้ใช้บริการจะต้องจับสัญญาณ 3G ตลอดเวลา โดยไม่เด้งมาเป็น E หรือ G เลย   อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่ที่สัญญาณ 3G หนาแน่นอยู่แล้ว เราก็ยังพบว่าสัญลักษณ์บนเครื่องแอนดรอยด์ เด้งไปมาระหว่าง 3G, H และ H+ การเด้งไปมานี้ทำให้เกิดปัญหาอย่างไร หรือไม่ เราจะมาเฉลยกัน ณ บัดนี้ครับ
        • Re: ไขปริศนา ทำไมแอนดรอยด์สัญญาณเด้งไปมาระหว่าง 3G กับ H (เป็นทุกค่าย)
          ultraman
          ในเครื่องแอนดรอยด์ สัญลักษณ์ 3G หมายถึงเทคโนโลยี 3G ในยุคแรก หรือ WCDMA ซึ่งสามารถรับส่งดาต้าด้วยความเร็ว DL=384kbps และ UL=384kbps   ในเครื่องแอนดรอยด์ สัญลักษณ์ H หมายถึงเทคโนโลยี 3G ที่พัฒนาขึ้นมาเป็น HSPA ซึ่งรองรับความเร็ว DL ตั้งแต่ 2 Mbps ขึ้นไป   ในเครื่องแอนดรอยด์บางยี่ห้อ จะแสดงสัญลักษณ์ H+ ถ้าจับสัญญาณ HSPA+ ได้ ซึ่งเป็นเทคโนโลยี 3G ที่พัฒนาขึ้นมาอีก สามารถทำความเร็ว DL สูงสุด 21 Mbps (หรือ 42 Mbps ถ้าเอาความถี่สองช่องมาต่อกัน เรียกว่า dual cell HSPA หรือ DC-HSPA) และ UL สูงสุด 5.76 Mbps  แต่บางยี่ห้อก็ไม่ได้แยกแยะ H กับ H+ แสดงสัญลักษณ์ H อย่างเดียว   เทคโนโลยี HSPA+ จะใช้งานได้ก็ต่อเมื่ออยู่ใกล้ๆสถานีฐาน หากอยู่ไกลออกไประบบมือถือจะปรับไปเป็น HSPA ธรรมดา และหากอยู่ไกลสถานีฐานมากๆ (สัญญาณอ่อนมากๆ) ระบบมือถือจะปรับไปเป็น WCDMA ความเร็ว 384 kbps   การที่เครื่องแอนดรอยด์แสดงสัญลักษณ์สลับไปมาระหว่าง 3G กับ H แสดงว่าเราถูกเตะลงไปเป็น 384 kbps เป็นระยะๆ อย่างนั้นหรือ?   เวลาที่อุปกรณ์ 3G อยู่เฉยๆ มันจะอยู่ในสถานะ idle ซึ่งมีการใช้กระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรี่น้อยมาก แต่ถ้าเมื่อไรต้องรับส่งข้อมูล มันจะขอช่องสัญญาณและปรับสถานะเป็น active ในสถานะ active เครื่องส่งคลื่นวิทยุจะทำงานและกินกระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรี่มาก หลังจากรับส่งข้อมูลเสร็จอุปกรณ์ 3G จะรอสักพักเผื่อมีข้อมูลจะต้องรับส่งอีก ถ้าไม่มีข้อมูลจะต้องรับส่งอีกแล้วมันจะรีบปิดเครื่องส่งวิทยุ และกลับสู่สถานะ idle โดยเร็วเพื่อประหยัดแบตเตอรี่   ถึงแม้ว่าอุปกรณ์ 3G จะใช้เทคโนโลยี HSPA หรือ HSPA+ แต่ขั้นตอนการเปลี่ยนสถานะระหว่าง idle กับ active เป็นการใช้ signaling ที่ถูกกำหนดมาตั้งแต่ยุคแรกของ 3G ซึ่ง chipset คงจะรายงานไปยังแอนดรอยด์ OS ว่าขณะนี้กำลังอยู่ในโหมด 3G ดังนั้นแอนดรอยด์จึงแสดงสัญลัักษณ์ 3G แวบหนึ่ง ในขณะที่มีการเปลี่ยนสถานะจาก idle ไป active หรือจาก active ไป idle   ด้วยเหตุนี้เราจึงเห็นเครื่องแอนดรอยด์แสดงสัญลักษณ์สลับไปมาระหว่าง H กับ 3G ตลอดเวลา เพราะนั่นเป็นการเปลี่ยนสถานะระหว่าง idle กับ active นั่นเอง ซึ่งเป็นการทำงานปกติของอุปกรณ์ 3G ไม่ได้มีปัญหาสัญญาณเด้งไปมาแต่อย่างใด   ไอโฟนถูกออกแบบมาให้แสดงสัญลักษณ์ 3G เพียงอย่างเดียว ไม่มี H หรือ H+ ดังนั้นเราจะพบว่าสัญลักษณ์ที่แสดงสัญญาณบนเครื่องไอโฟจะนิ่งอยู่ที่ 3G ไม่มีการเด้งไป H หรือ H+ ซึ่งเป็นการออกแบบที่ไม่สร้างความสับสนให้กับผู้ใช้งาน   ดังนั้น หากเห็นสัญลักษณ์ 3G เด้งไปมาสลับกับ H หรือ H+ ในเครื่องแอนดรอยด์ นั่นคือการทำงานปกติครับ และหวังว่าในอนาคต แอนดรอยด์จะแสดงสัญลักษณ์ใดสัญลักษณ์หนึ่งนิ่งๆเพียงสัญลักษณ์เดียว แต่ถ้าสัญลักษณ์เปลี่ยนไปเป็น E หรือ G แสดงว่าเครือข่ายในบริเวณนั้นยังไม่ครอบคลุม หรือมีปริมาณการใช้งานมากเกินไปครับ   ที่มา: Saran2530's Blog
          • Re: ไขปริศนา ทำไมแอนดรอยด์สัญญาณเด้งไปมาระหว่าง 3G กับ H (เป็นทุกค่าย)
            callcenter
            ขอบคุณ คุณ ultraman มากๆเลยนะคะ ที่นำข้อมูลดีๆมาแชร์เพื่อนๆ^^
            • Re: ไขปริศนา ทำไมแอนดรอยด์สัญญาณเด้งไปมาระหว่าง 3G กับ H (เป็นทุกค่าย)
              callcenter
              คุณ pontana1 ต้องการสอบถามข้อมูลด้านใดแจ้ง CC ได้เลยนะคะ ^^