7 ตอบกลับ การตอบล่าสุดเกี่ยวกับ 29 ก.ค. 2010, 16:23 น. โดย bez

    ความรู้  :  วิธีรักษาแบตเตอรี่มือถือให้ใช้ได้นานๆ

    big_pongo
      วิธีรักษาแบตเตอรี่มือถือให้ใช้ได้นานๆ by K.nutzero (Wed Jul 07, 2010 7:20 pm)    การชาร์จอย่างถูกวิธีก็เป็นหนทางหนึ่งในการดูแลรักษา แบตเตอรี่ให้มีอายุนานขึ้นได้ และนอกจากจะช่วยเรื่องปัญหามลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ยังประหยัดเงินในกระเป๋าเราอีกด้วย อย่างที่ทราบกันว่าแบตเตอรี่ของมือถือที่เราใช้กันเมื่อทิ้งแล้วจะกลายเป็นขยะพิษที่เป็นอันตรายทั้งสิ่งแ วดล้อมและมนุษย์ วิธีหนึ่งที่จะสามารถช่วยลดปริมาณขยะนี้ได้นั้น คือ การยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ที่เราใช้กันให้นานตามอายุการใช้งานตามจริง ด้วยการชาร์จที่ถูกวิธี ดังนี้   1. ผู้ใช้งานควรทราบก่อนว่า แบตเตอรี่ที่ซื้อมานั้น เป็นแบตเตอรี่ชนิดใด ซึ่งสามารถดูได้จากสติ๊กเกอร์ที่ติดอยู่บนก้อนแบตเตอรี่   2. การใช้อุปกรณ์การชาร์จ หรือ Light Charger ต้องเป็นรุ่นเดียวกันกับเครื่องโทรศัพท์เคลื่อน ที่ เพราะ Light Charger แต่ละรุ่นจะมีอัตราการจ่ายกระแสหรือโวลต์ที่ไม่เท่ากัน ทางที่ดีให้ใช้ของรุ่นที่ซื้อมาจะดีที่สุด หรือให้ศึกษาข้อมูลจากคู่มือการใช้งานก่อนที่จะนำมาใ ช้งานจริง (Light Charger สามารถใช้ทดแทนกันได้ แต่ควรดูจากคู่มือที่แนบมาก่อนใช้งาน)   3. เสียบปลั๊กของสายชาร์จเข้ากับปลั๊กไฟให้แน่ใจแล้วว่า ไม่หลวมหรือขยับได้ หลังจากนั้นนำขั้วอีกด้านมาเสียบเข้าที่ช่องชาร์จของเครื่องโทรศัพท์ที่ต้องกล่าวในจุดนี้เนื่องจาก Light Charger บางรุ่นขาจะเป็นแบบขากลม ซึ่งอาจหลวมได้ และหากนำมาชาร์จกับตัวเครื่องในขณะที่ขั้วปลั๊กไฟไม่แน่น อาจทำให้เกิดการกระชากกระแสจนเป็นเหตุให้อุปกรณ์ชาร์จเกิดการลัดวงจรและเสียหายได้ (ปัจจุบัน Light Charger จะมีน้ำหนักเบา ซึ่งวงจรภายในไม่ได้ทำด้วยหม้อแปลงแรงดันไฟฟ้าแล้ว แต่เป็นวงจรที่เรียกทั่วไปว่า Switching)   4. หากเป็นแบตเตอรี่ก้อนใหม่แกะกล่อง ทางโรงงานผู้ผลิตจะแนะนำให้มีการชาร์จและคลายประจุอย ่างสมบูรณ์ใน 2-3 ครั้งแรก จะทำให้แบตเตอรี่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น หากเราซื้อโทรศัพท์มาใหม่เราควรที่จะให้เวลาและให้ความสำคัญกับการชาร์จแบตเตอรี่ใน 2-3 ครั้งแรก ซึ่งจะทำให้แบตเตอรี่ ของคุณมีประสิทธิภาพตามคุณสมบัติของแบตเตอรี่จริงๆ เหตุผลที่ต้องมีการชาร์จอย่างสมบูรณ์ และต่อเนื่องใน 2-3 ครั้งแรกก็เพื่อให้ขบวนการทางเคมีของสารประกอบภายในเกิด ปฎิกริยาอย่างสมบูรณ์นั่นเอง   5. ไม่ควรชาร์จแบตเตอรี่นานเกิน 24 ชั่วโมงโดยไม่ทำการถอด Light Charger เพราะจะมีผลทำให้อุณหภูมิของแบตเตอรี่มีความร้อนสูงขึ้น หากดูจากทฤษฎีที่กล่าวมาแล้ว ถึงแม้วงจรควบคุมของแบตเตอรี่และเครื่องโทรศัพท์จะสั่งให้หยุดการชาร์จ แต่เมื่อเราปล่อยทิ้งไว้นานๆ อุณหภูมิของแบตเตอรี่เย็นลง และจะมีการคลายประจุไฟฟ้าออกมา ซึ่งจะก่อให้เกิดการชาร์จซ้ำ นั่นหมายถึงอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ก็จะสั้นลง และถ้าคุณไม่อยู่บ้านด้วยแล้ว ก็ยิ่งไม่ควรทำการชาร์จทิ้งไว้เป็นอันขาด   6. หากคุณชาร์จแบตเตอรี่จนเต็มและทิ้งไว้นานๆ เมื่อคุณนำแบตเตอรี่มาใช้งานอีกครั้ง คุณอาจจะเห็นได้ว่าแบตเตอรี่ลดลงหรือลดระดับลงเร็วกว่า นั่นหมายถึงแบตเตอรี่มีการคายประจุในตัวเอง จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับชนิดของแบตเตอรี่และระยะเวล าในการเก็บไว้ แต่ไม่ใช่ว่าชาร์จจนเต็มในเวลากลางคืน พอบ่ายวันรุ่งขึ้นนำมาใช้แล้วระดับของแบตเตอรี่ลดลงมาก หรือไม่สามารถเปิดเครื่องได้ นั้นหมายถึงแบตเตอรี่ของคุณ อาจจะเสียได้ (ข้อพิจารณา:ขอให้ดูจากอายุของแบตเตอรี่ประกอบลักษณะ การใช้ของผู้ใช้งาน เป็นองค์ประกอบในการพิจารณาว่า แบตเตอรี่ดีหรือเสีย หากไม่แน่ใจขอให้ส่งให้บริษัทที่รับประกันสิ้นค้าเป็นผู้ตรวจสอบให้ )   7. หากแบตเตอรี่ของคุณยังมีประจุไฟฟ้าเหลืออยู่มาก ก็ไม่ควรนำไปทำการชาร์จใหม่ ควรจะรอให้แบตเตอรี่หมดเสียก่อน หากดูกันตามทฤษฎีจะเห็นได้ว่าอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ ส่วนหนึ่งคิดเป็นรอบของการชาร์จ และคลายประจุ แต่ถ้าหากผู้ใช้งานมีความจำเป็นที่จะต้องใช้เครื่องในขณะที่แบตเตอรี่เหลือไม่มากก็ควรชาร์จ มิฉะนั้นแบตเตอรี่อาจหมด ในขณะที่คุณต้องการใช้งาน   8. อุณหภูมิในการชาร์จมีผลต่อการประสิทธิภาพการชาร์จหรือประจุไฟ โดยเฉพาะอุณหภูมิที่สูงจะส่งผลทำให้การชาร์จไม่สมบูรณ์ 100 %   9. การชาร์จ หากสามารถปิดเครื่องแล้วชาร์จจะยิ่งดี เพราะในขณะที่มีการชาร์จแล้วมีสายเรียกเข้ามาจะทำให้ การชาร์จหยุดไปชั่วขณะ และเริ่มทำการชาร์จใหม่เมื่อเลิกสนทนา จุดนี้คงต้องขึ้นอยู่กับความจำเป็นของผู้ใช้แต่ละท่าน แต่ถ้าจะให้ดีก็ควรดูคู่มือก่อนจะดีกว่า เพราะมีบางรุ่นบางยี่ห้อระบุว่าควรเปิดเครื่องขณะทำการชาร์จไฟแบตเตอรี่เพราะจะสามารถประจุไฟฟ้าได้เต็มประสิทธิภาพ   บางอย่างอาจจะจริงหรือไม่จริงนะครับ ลองพิจารณากันดู    หมายเหตุ  :  เป็นข้อมูลที่ผมคัดมาจาก K.nutzero ครับ (จาก SS Party)   เพิ่มเติมครับ   วิธี ยืดอายุ แบตเตอรี่ มือถือ by godofcool (Thu Jul 08, 2010 6:10 pm)   วิธีการดูแลรักษาแบตเตอรี่ให้มีอายุการใช้งานได้ยาวนานที่สุด   1. แบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือที่พบเห็นในท้องตลาดส่วนใหญ่มีอยู่ 3 ชนิด ครับ คือ 1. Ni-Mh 2. Li-Ion 3. Li-Polymer ครับ   2. วิธีการสังเกตุว่า แบตเตอรี่ที่มีอยู่นั้นเป็นแบตเตอรี่ชนิดไหน ให้ดูจาก Label ที่อยู่ติดกับแบตเตอรี่ครับ   3. การชาร์จครั้งแรกที่ซื้อเครื่องมา หรือแกะจากกล่องมานะครับ สำหรับแบตเตอรี่แบบ Ni-Mh ให้ชาร์จ 12-14 ชั่วโมง 3 ครั้งแรกทุกครั้ง ก่อนชาร์จใหม่ต้องใช้แบตให้หมดนะครับ ส่วน Li-Ion และ Li-Polymer ให้ชาร์จ 6 ชั่วโมง 3 ครั้ง ก่อนชาร์จใหม่ไม่ควรใช้ให้จนดับไปเองรอให้มีสัญญาณเตือนก็ชาร์จได้ครับ เพื่อเป็นการกระตุ้นธาตุต่างๆ ภายในแบตเตอรี่ครับ จะได้มีอายุการใช้งานได้ยาวนานที่สุด   4. ทุกๆ ครั้งที่จะทำการชาร์จแบตเตอรี่ สำหรับแบตเตอรี่แบบ Ni-Mh ควรใช้งานจนโทรศัพท์ดับไปเองแล้วค่อยชาร์จ แต่สำหรับแบตเตอรี่แบบ Li-Ion และ Li-Polymer ไม่ควรใช้จนดับไปเองรอให้มีสัญญาณเตือนแล้วก็ชาร์จได้เลยครับ   5. เวลาเสียบสายชาร์จ ให้เสียบสายชาร์จเข้ากับปลั๊กไฟบ้านก่อน แล้วค่อยเสียบปลายสายชาร์จเข้ากับโทรศัพท์มือถือ เพื่อป้องกันการกระชากของแรงดันไฟฟ้า และกระแสไฟฟ้า อันจะเป็นผลทำให้โทรศัพท์หรือ AC Adaptor ชำรุดเสียหายได้ครับ   6. แบตเตอรีลิเธียมที่เราๆใช้ในปัจจุบัน การชาร์จแต่ละครั้ง ไม่จำเป็นต้องชาร์จให้เต็มแล้วค่อยถอดสายชาร์จออก เพราะนับรอบการชาร์จแบบสะสมครับ เช่น วันนี้ 10% พรุ่งนี้ 40% อีก 3 วันต่อมา 50% รวมเป็น 100% นับเป็น 1 รอบ การชาร์จครับ และเมื่อชาร์จจนเต็มแล้วให้ถอดสายชาร์จออกไม่ควรเสียบสายชาร์จทิ้งไว้ ป้องกันการสะสมความร้อนที่แบตเตอรี่ทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วครับ   7. หลีกเลี่ยงการทำแบตตกพื้น เพราะจะทำให้หน้าสัมผัสภายในเสีย หรือหลุดได้โดยที่เราไม่รู้ รวมถึงทำให้สารประกอบต่างๆ รั่วไหลได้ (เป็นสาเหตุทำให้เกิดระเบิดได้)   8. เมื่อมีการใช้งานไประยะหนึ่ง ควรถอดแบตเตอรี่ออกมาจากเครื่องแล้ว ใช้ยางลบดินสอถูเพื่อทำความสะอาดหน้าสัมผัส แต่อย่างไรก็ตามแบตเตอรี่ จะเสื่อมตามอายุการใช้งานประมาณ 2-3 ปีนะครับ ถ้าถึงเวลานั้นจริงก็ต้องมองหาแบตเตอรี่ก้อนใหม่ให้โทรศัพท์มือถือแล้วนะครับ เอ…หรือว่าจะเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือ ก่อนแบตเตอรี่จะเสื่อมครับ   หมายเหตุ  :  เป็นข้อมูลที่ผมคัดมาจาก K.godofcool ครับ (จาก SS Party)
        • Re: ความรู้  :  วิธีรักษาแบตเตอรี่มือถือให้ใช้ได้นานๆ
          kapim_sri
          ดีจังเลย  ที่ K.Big_pongo มาบอก เพราะสิ่งที่ทำอยู่ปัจจุบันนี้ตรงข้ามหมดเลย ว่าละเชียว ไมโทรสับเราพังเร็วก่าชาวบ้าน เหอะ เหอะ
          • Re: ความรู้  :  วิธีรักษาแบตเตอรี่มือถือให้ใช้ได้นานๆ
            katon
            นิ่ ที่พัง ๆ เนี่ย มันไม่ใช่เธอทำตรงข้ามเค้าอย่างเดียวนะยะ   เธอเล่นเฟี้ยงโทรสับทุกทีอะ ใจร้อนอะ ชั้นนะ ไม่ไหวจะเคลียร์ร์ร์ร์ร์ร์    เครื่องปัจจุบัน ใช้ให้มันนาน ๆ หน่อย เฮ่อ!!!!
            • Re: ความรู้  :  วิธีรักษาแบตเตอรี่มือถือให้ใช้ได้นานๆ
              destoryer
              ข้อมูลละเอียดมากครับ  แถมหน่อยล่ะกันครับว่าเป็นข้อมูลของ แบตNi-Hgเสียส่วนใหญ่มือถือรุ่นใหม่จะใช้พวก Li-ion เลยขออนุญาติเสริมให้ K.Big_pongo นะครับ   เทคโนโลยี Lithium-ion(Li-ion)แบตเตอรี่แบบ Li-ion ให้ความหนาแน่นของพลังงานสูงกว่าแบตเตอรี่แบบ nickel-base จุดเด่นอยู่ที่อายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานกว่า ในขนาดที่บางเบากว่า เนื่องจาก Lithium เป็นโลหะที่เบาที่สุด นอกจากนี้เรายังสามารถชาร์จพลังงานแบตเตอรี่ Lithium-ion ได้ทุกเมื่อที่ต้องการ โดยไม่ต้องห่วงว่าต้องชาร์จให้เต็มก่อน หรือต้องดิสชาร์จพลังงาน (คายประจุ) ก่อนการชาร์จทุกครั้ง เพื่อเป็นการรักษาแบตเตอรี่ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดแบบ nickel-base ซึ่งทำให้แบตเตอรี่แบบ Lithium-ion ให้ความคล่องตัวในการใช้งานมากกว่า วอีกอย่างถึงแม้แบตเราจะไม่ได้ทำการชาร์จเลยเป็นเวลานานก็ตามแบตก็จะเสื่อมไปเองภายในเวลา 3 – 5 ปีครับ อันเนื่องมากจากการทำงานของสารเคมีภายในที่หมดคุณภาพไปครับหรืออาจจะเป็นเพราะข้อจำกัดของสารประกอบและกรรมวิธีของมันเองมากกว่าครับ อันนี้ผมไม่ขอตอบแน่ชัดเพราะว่ายังไม่มีรายงานใดๆ ออกมาครับจึงสรุปได้ไม่เต็มปากครับ แต่ที่สังเกตก็เป็นเช่นนั้นครับ ใช้ไม่ใช้ก็มีอายุเท่ากันแต่ใช้แล้วเนี่ยมันจะสั้นกว่า แต่ก็ไม่ต่างกันมากนักขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ อย่างเช่น        การใช้เครื่องชาร์จที่ได้รับไฟฟ้าที่นิ่งๆ คือการได้รับไฟฟ้าที่ไม่มีไฟตกไฟเกินไฟกระฉาก ครับ อันนี้มีผล ต่อการชาร์จไฟที่มีคุณภาพ 10 – 20% ครับ           อุณหภูมิในระหว่างการชาร์จ หรือประจุไฟควรประจุที่อุณภูมิปกติ และไม่มีความชื่นมากนักเพราะจะทำให้การถ่ายเทความร้อนทำได้ยากขึ้น           ขั้วแบตและขั้วส่วนของเสียบสายชาร์จนั้นต้องมีการส่งผ่านไฟที่สม่ำเสมอ เพราะว่าทำให้การประจุไฟหรือการชาร์จเป็นไปอย่างราบรื่นและได้ผลที่ดี           การหลีกเลี่ยงการทำแบตตกพื้นเพราะจะทำให้หน้าสัมผัสภายในเสียหรือหลุดได้โดยที่เราไม่รู้ รวมถึงทำให้สารประกอบต่างๆ รั้วไหลได้ (เป็นต้นเหตุให้ระเบิดได้)           ควรใช้แบตอย่างถูกต้องตามแบบสารประกอบนั้นๆ เช่น NiCd ให้ใช้หมดก่อนแล้วชาร์จ NiMH , Li-ion , Li-Poly ลักษณะการใช้งานคล้ายมาก จะชาร์จตอนไหนก็ชาร์จเพียงแต่ NiMH นั้นยังมี memory effect ซึ่ง NiMH นั้นเป็นแบตที่เป็นต้นแบบของ Li-ion เลยก็ว่าได้เพราะว่าเอาแก้ไขส่วนของ memory effect ของ NiCD โดยเฉพาะครับ แต่ว่า Li-ion ทำได้ดีกว่า ส่วน Li-ion กับ Li-Poly นั้นแทบจะไม่มีหรือไม่มีเลย           การชาร์จในตอนแรกที่ได้รับแบตมานั้น NiCD , NI-HM นั้นใช้ชาร์จ 12 – 14 ชม. 3 ครั้งทุกครั้งใช้แบตให้หมด เพื่อเป้นการกระตุ้นธาตุ Ni ครับ ส่วน Li-ion และ Li-Poly นั้นไม่ต้องครับ แค่ทำให้มันเต็มหรือชัวช์ๆ ก็ 3 ครั้งแรกชาร์จสัก 6 ชม. ก็พอครับ แต่ Li-ion อย่าทำให้แบตหมดเกลี้ยงเป็นอันขาดนะครับ เพราะจะทำให้แบตเสียได้ ส่วน Li-Poly นั้นแก้ไขส่วนนี้มาแล้ว และเป็นแบตที่มีน้ำหนักเบากว่า Li-ion ครับ           การสร้าง NiMH นั้นสร้างมาเพื่อลบจุดด้อยเรื่อง memory effect ของ NiCD ครับแต่ว่าไม่มากพอซึ่งมีบ้างแต่ไม่มีเท่าครับแต่ได้ความจุที่มากกว่า NiCD มากเลยนั้นคือสิ่งที่ดีของ NiMH ที่ดี แต่ด้อยตรงที่ NiCD นั้นคายประจุได้สม่ำเสมอและเที่ยงตรงมากที่สุดในแบตที่ชาร์จใหม่ได้ครับ     สรุปคือทุกอย่างมีข้อดีข้อเสียของมันครับ ที่มาและเพิ่มเติม : http://www.thaicyberpoint.com/ford/blog/id/175/ http://www.pixview.net/knowhow/129--lithium-ion-batteries.html   *ปล. ผมพยายามทำให้เป็นข้อๆแต่เหมือนจะทำไม่ได้ครับ ^^'
              • Re: ความรู้  :  วิธีรักษาแบตเตอรี่มือถือให้ใช้ได้นานๆ
                nunaja76
                เป็นการลดโลกร้อนด้วยอย่างหนึ่งนะ